เติมรสอูมามิให้อาหารจานโปรดของคุณแบบง่ายๆ ด้วย Shio Konbu
ชิโอะคอมบุ (Shio Konbu) จากแบรนด์ Kurakon ผลิตโดยใช้สาหร่ายคอมบุของฮอกไกโดนำมาหั่นเป็นเส้นแล้วเคี่ยวอย่างพิถีพิถันด้วยโชยุ เกลือ และเครื่องปรุงอื่นๆ แล้วนำมาตากแห้ง เกิดเป็นรสชาติที่สมดุลทั้งความเค็มและความหวาน พร้อมกลิ่นหอมเข้มข้นจากท้องทะเล ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะรับประทานเป็นเครื่องเคียงกับข้าวร้อนๆ เสิร์ฟเป็นของทานเล่น หรือใช้เป็นส่วนผสมในเมนูต่างๆ อย่างโอชาสึเกะ, โอนิกิริ, ทามาโกะยากิ, สลัด, พาสต้า หรือข้าวผัด ก็ช่วยเสริมรสอูมามิให้แต่ละเมนูได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุ, วิตามิน, แคลเซียม, และใยอาหารจากสาหร่ายคอมบุอีกด้วย
สัมผัสความฟินระดับพรีเมียม ส่งตรงจากญี่ปุ่นกับ "โมจิครีม รสพีชขาว" คำโต
หากคุณกำลังมองหาขนมหวานที่จะช่วยเยียวยาหัวใจในวันเหนื่อยล้า หรืออยากดื่มด่ำกับรสชาติละมุนนุ่มลึกสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ต้องไม่พลาดสัมผัสสุดพิเศษจาก ขนมโมจิระดับพรีเมียมที่ผสานศาสตร์แห่งความนุ่มของแป้งโมจิสูตรดั้งเดิม เข้ากับความหวานฉ่ำสดชื่นของ "ลูกพีชขาว" (White Peach) ผลไม้ยอดนิยมของญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ในทุกๆคำที่กัดลงไป จะพบกับความตื่นตาตื่นใจถึง 3 เลเยอร์ เริ่มต้นด้วยแป้งโมจิสีขาวนวลที่เหนียวนุ่ม ยืดหยุ่นกำลังดี ถัดมาคือรสสัมผัสเนียนละมุนของถั่วกวนรสพีชขาว ที่ให้ความหวานกลมกล่อมแบบดั้งเดิม และเซอร์ไพรส์ขั้นสุดด้วยไส้แยมพีชขาวเข้มข้นที่ผสมเนื้อพีชแท้ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา เหมือนได้ทานผลพีชสดในสวนญี่ปุ่น เป็นความอร่อยที่ลงตัว ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่ายคู่กับชาแก้วโปรดที่จะเปลี่ยนวันธรรมดาของคุณให้กลายเป็นวันสุดพิเศษ
วิธีเก็บรักษา
เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
• ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
• หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
• หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
น้ำตาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในครัวเรือนของญี่ปุ่น
น้ำตาลทรายขาว จากแบรนด์ มิทซุย คือน้ำตาลโจฮาคุโตะ (Johakuto) ซึ่งเป็นน้ำตาลทรายขาวที่มีกรรมวิธีการผลิตแบบเฉพาะตัวของญี่ปุ่น ทำให้มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากน้ำตาลทั่วไป คือมีเนื้อสัมผัสที่เนียนละเอียด และมีความหวานที่นุ่มนวลกว่า ไม่หวานแหลมจนเกินไป ทำให้เป็นน้ำตาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในครัวเรือนของญี่ปุ่น
ความพิเศษของน้ำตาลทรายขาว มิทซุย
• ความหวานที่กลมกล่อม : ด้วยความหวานที่นุ่มนวลและรสชาติที่สะอาด ทำให้ไม่กลบรสชาติหลักของวัตถุดิบอื่นๆ ช่วยชูรสชาติอาหารให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
• คงความชุ่มชื้น : คุณสมบัติพิเศษของน้ำตาลโจฮาคุโตะคือช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำขนมอบและเบเกอรี่ เช่น เค้ก และขนมปัง ทำให้เนื้อสัมผัสมีความนุ่มละมุน
• ใช้งานได้หลากหลาย : เป็นน้ำตาลอเนกประสงค์ที่ใช้ได้กับทุกเมนู ไม่ว่าจะนำไปใช้ในการทำอาหารคาว เช่น ซอสเทริยากิ, ซุป และเมนูตุ๋น หรือใช้ในการทำขนมหวานและเครื่องดื่ม ก็ละลายเข้ากันได้ง่าย
อร่อยกับ ชิโอะ ยากิโซบะ แบบง่ายๆ ใน 3 นาที
หากกำลังมองหามิโซะสำหรับทำอาหารญี่ปุ่นอยู่หรือเปล่าคะ
มิโซะขาวนิยมใช้กันมากทางภูมิภาคคันไซและภาคตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น รสชาติจะออกหวานนำเค็ม เวลานำมาปรุงเป็นน้ำซุปต้องใช้ปริมาณที่มากเพื่อให้น้ำซุปมีรสชาติเข้มข้น ความพิเศษของมิโซะถุงนี้ คือการผสมน้ำซุปดาชิ หรือน้ำสต๊อคปลา มาเรียบร้อยแล้ว ช่วยให้คุณปรุงน้ำซุปได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะไม่ต้องเริ่มต้นจากการทำน้ำสต๊อค เมนูแนะนำ ซุปมิโซะ หรือทำซอสมิโซะสำหรับเป็นราดเมนูปลา
ขนมข้าวอบกรอบ อาราเระ รสเกลือ Hanamoshio และ Shima Masu
Nagisa คราฟอาราเระ ขนมข้าวอบกรอบชิ้นพอดีคำ แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม
ตัวแป้งทำจากข้าวเหนียวโมจิเนื้อเนียน นำมาตากให้แห้ง และปรุงรสด้วยเกลือสูตรพิเศษ 2ชนิด
Setouchi no Hanamoshio" and "Okinawa's Shima-Maasu."
เกลือ Hanamoshio จากภูมิภาคเซโตอุจิของญี่ปุ่น จากการผสมเกลือทะเลกับสาหร่ายทะเล มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาตินุ่มนวลและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าเกลือทะเลทั่วไป
เกลือ Shima Masu จากโอกินาวา ขึ้นชื่อในเรื่องของรสที่กลมกล่อมและคุณค่าทางโภชนาการสูง เนื่องจากเกลือชนิดนี้ผลิตจากน้ำทะเลที่สะอาดของโอกินาวาโดยใช้วิธีการผลิตแบบดั้งเดิมที่ไม่ผ่านกระบวนการกลั่นมาก ทำให้มีแร่ธาตุและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าเกลือทะเลทั่วไป
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช เคล็ดลับความอร่อยจากครัวญี่ปุ่น
"ชิโอะโคโช" (塩こしょう) หรือ เกลือและพริกไทยดำ เป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้ในครัวเรือน เพราะช่วยดึงรสชาติของวัตถุดิบให้อร่อยขึ้นแบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้เครื่องปรุงหลายชนิด อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ไม่ได้เป็นแค่เครื่องปรุงทั่วไป แต่เป็น "ผู้ช่วยเชฟ" ที่ช่วยให้การทำอาหารง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะทำเมนู เนื้อย่าง หมูทอด ไก่ย่าง บาร์บีคิว ซุป หรือแม้แต่อาหารตะวันตก ก็สามารถใช้ได้อย่างลงตัว แค่โรยเบาๆ ก็ได้รสชาติอร่อยแบบมืออาชีพ!
เมนูแนะนำ
♥ สเต๊กเนื้อพริกไทยเกลือ
วัตถุดิบ
- เนื้อสเต๊ก (ริบอาย, สันนอก หรือเนื้อที่ชอบ) 200 กรัม
- เฮ้าส์ อาจิซุเกะ ชิโอะโคโช 1 ช้อนชา
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
- เนย 10 กรัม
- กระเทียมฝานบาง 2-3 กลีบ
วิธีทำ:
1. โรย เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ให้ทั่วเนื้อทั้งสองด้าน
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอก พอร้อน ใส่เนื้อลงไปย่างให้สุกตามต้องการ
3. ใส่เนยและกระเทียมลงไปผัดให้หอม แล้วราดบนเนื้อ
4. เสิร์ฟพร้อมผักย่างหรือมันฝรั่งทอด
♥ ข้าวผัดญี่ปุ่น (ชิโอะยากิเมชิ)
วัตถุดิบ:
- ข้าวสวย 1 ถ้วย
- หมูสับ หรือไก่สับ 50 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช 1 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ:
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดหมูสับจนสุก
2. ตอกไข่ลงไป คนให้เข้ากันแล้วใส่ข้าวสวย
3. โรย เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ผัดให้เข้ากัน
4. โรยต้นหอมซอย แล้วตักเสิร์ฟ
เมนูไหนก็อร่อยขึ้น แค่มีติดครัวไว้! ☺️
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ Size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
มิโซะ เครื่องปรุงคู่ครัวที่ขาดไม่ได้อย่างหนึ่งของชาวญี่ปุ่น
ด้วยกระบวนการหมักอันละเอียดอ่อน ทำให้มิโซะอุดมไปด้วยโพรไบโอติกที่มีประโยชน์ ช่วยให้การดูดซึมสารอาหารและระบบย่อยอาหารของเราดีขึ้น นอกจากนี้ในมิโซะยังมีแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โปรตีน, แคลเซียม, แมกนีเซียม, วิตามินเค หรือแม้กระทั่งสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพแข็งแรง ชะลอการเกิดโรคกระดูกพรุน และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ
จากประโยชน์อันหลากหลายของมิโซะ เราจึงขอแนะนำมิโซะขาวออร์แกนิก (Organic White Miso) จากแบรนด์ฮิคาริมิโซะ (Hikari-Miso) ซึ่งเป็นแบรนด์มิโซะชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น มิโซะสไตล์ชินชูดั้งเดิมที่ทำจากข้าวออร์แกนิกและถั่วเหลือง
ลองจินตนาการถึงการกัดลงไปบนแป้งโมจินุ่มยืด แล้วเจอกับส้มแมนดารินทั้งลูกที่หวานฉ่ำน้ำกระจายเต็มปากดูไหม นี่ไม่ใช่แค่ขนมหวานธรรมดาแต่มันคือ โมจิส้มสุดหรูระดับพรีเมียม ประเทศญี่ปุ่น ที่จะเปลี่ยนนิยามการทานขนมหวานของคุณ ความพิเศษของโมจินี้เริ่มตั้งแต่ตัว แป้งโมจิฮาบุทาเอะ (Habutae Mochi) ที่ผลิตจากแป้งข้าวเหนียวญี่ปุ่นชั้นเลิศ ให้สัมผัสที่เนียน นุ่ม เหนียว และละลายในปากอย่างนุ่มนวล ถัดมาคือชั้นของ ถั่วกวนสีขาว (Shiro-an) สูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีรสชาติหวานละมุนกำลังดี ทำหน้าที่ช่วยตัดและชูรสชาติของหัวใจหลักอย่าง "ส้มแมนดารินคัดพิเศษทั้งลูก" ที่ซ่อนอยู่ด้านใน เมื่อส่วนผสมทั้งสามอย่างนี้รวมกันในปาก ความเปรี้ยวอมหวานตามธรรมชาติของส้มจะผสมผสานกับความหวานละมุนของถั่วกวนและแป้งเหนียวนุ่ม เกิดเป็นรสสัมผัสที่สดชื่น อร่อยจนหยุดทานไม่ได้ หากคุณกำลังมองหาขนมหวานแสนอร่อยที่จะช่วยบูสพลังความสดชื่นในบ่ายวันทำงาน หรืออยากมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับคนที่คุณรัก
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
ถ้าพูดถึงของทานเล่นญี่ปุ่นที่ทั้งแปลกใหม่และอร่อยแบบผู้ใหญ่กินได้ เด็กกินดี “รสทาราโกะบัตเตอร์” คือหนึ่งในรสชาติยอดนิยมที่คนญี่ปุ่นหลงรัก ทาราโกะ (ไข่ปลาค็อดปรุงรส) ให้รสเค็มละมุน มีความทะเลบางๆ แบบไม่แรงจนเกินไป เมื่อนำมาผสมกับความหอมมันของเนย กลายเป็นรสชาติที่ทั้งนัว กลมกล่อม และติดใจแบบไม่รู้ตัว มันฝรั่งทอดกรอบชนิดแท่งนี้ผลิตจากมันฝรั่งคุณภาพดี ให้สัมผัสกรอบแน่น เคี้ยวสนุก ต่างจากมันฝรั่งแผ่นบางทั่วไป ทุกคำให้ความรู้สึกเต็มปากเต็มคำ
จุดเด่นคือความบาลานซ์ของรสชาติ
• ไม่เค็มโดด
• ไม่มันเลี่ยน
• ไม่คาว แต่กลมกล่อมแบบพรีเมียม
เหมาะทั้งสำหรับทานเล่นระหว่างวัน จับคู่กับเครื่องดื่ม หรือจัดเป็นของว่างในร้านอาหารญี่ปุ่น คาเฟ่ หรือร้านขายของนำเข้า ใครที่ชอบรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ต้องลอง เพราะนี่ไม่ใช่แค่มันฝรั่งทอด แต่คือประสบการณ์รสชาติแบบฮอกไกโดในซองเล็กๆ
เติมความอร่อยให้เมนูเนื้อย่างและอาหารย่างด้วย ซอสกระเทียมสไตล์ญี่ปุ่นสูตรชิโอะดาเระ ที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสกรุบกรอบจากกระเทียมและส่วนผสมต่าง ๆ พร้อมความหอมของกระเทียมและงาขาวคั่ว ผสานรสเค็มกลมกล่อมแบบญี่ปุ่น ช่วยเพิ่มทั้งรสชาติและ รสสัมผัสให้ทุกคำอร่อยยิ่งขึ้น ใช้ง่ายเพียงเปิดขวดก็พร้อมราด คลุก หรือจิ้มได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง หรือเมนูโปรดสไตล์อิซากายะ ก็ช่วยยกระดับความอร่อยได้อย่างลงตัว
เมนูแนะนำ
• ปิ้งย่างเกาหลี-ญี่ปุ่น: ตักลงบนเนื้อย่างร้อนๆ จะช่วยดึงกลิ่นหอมออกมา ทำให้เนื้อฉ่ำและอร่อยยิ่งขึ้น
• ข้าวหน้าเนื้อ/ข้าวหน้าหมู: ราดทับบนข้าวสวยร้อนๆ ทานคู่กับไข่ดองหรือไข่ออนเซ็น เข้ากัน
• เต้าหู้เย็นหรือสลัดผัก: ใช้เป็นน้ำสลัดราดบนเต้าหู้ญี่ปุ่น เพิ่มความกรุบกรอบและตัดรสชาติความจืดได้ดี
• เครื่องเคียงปิ้งย่าง: ใช้เป็นดิปท็อปปิ้งเสริมสำหรับงานปิ้งย่างสตรีทฟู้ด
มันฝรั่งทอดกรอบชนิดแท่งที่ยกระดับของว่างธรรมดาให้ดูพรีเมียมขึ้นทันที ผลิตจากมันฝรั่งคุณภาพจากฮอกไกโด แหล่งวัตถุดิบชื่อดังของญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวานธรรมชาติและเนื้อแน่นเป็นพิเศษ ผ่านกระบวนการทอดจนได้ความกรอบกำลังดี ไม่แข็ง ไม่อมน้ำมัน จากนั้นคลุกเคล้ารสทรัฟเฟิลที่ให้กลิ่นหอมละมุนแบบมีระดับ หอมชัดแต่ไม่แรงเกินไป ทำให้ทานง่าย กินได้เรื่อย ๆ แบบไม่เลี่ยน ทันทีที่เปิดซอง จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นทรัฟเฟิลหอม ๆ ชวนให้อยากลองทันที กัดคำแรกได้ความกรอบแน่น เค็มมันพอดีคำ ผสานกลิ่นทรัฟเฟิลที่ติดปลายลิ้นอย่างลงตัว พกพาสะดวก เหมาะสำหรับทานเล่นระหว่างวัน ทานคู่ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มต่าง ๆ รวมถึงจัดเสิร์ฟเป็นของว่างในร้านอาหาร คาเฟ่ หรือวางจำหน่ายเป็นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้หน้าร้าน สแน็คเล็ก ๆ แต่รสชาติและภาพลักษณ์ไม่เล็กตาม เพราะบางครั้งความพรีเมียม ก็เริ่มจากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เลือกสรรอย่างตั้งใจ
เสน่ห์ของ "ทรัฟเฟิลดำ"
จุดเด่นที่สุดคือกลิ่นครับ ทรัฟเฟิลดำถูกยกย่องว่าเป็น "เพชรแห่งห้องเครื่อง" เพราะมีกลิ่นหอมลุ่มลึกที่เป็นเอกลักษณ์
• รสสัมผัสแรก: เมื่อเปิดซอง กลิ่นทรัฟเฟิลจะเตะจมูกทันที
• รสชาติ: จะมีความเค็มบางๆ นัวๆ เสริมด้วยความหอมมันของมันฝรั่งแท้ๆ
• ความรู้สึก: เป็นขนมที่ให้ฟีล "พรีเมียม" เหมาะสำหรับกินเล่นตอนดูซีรีส์ หรือจะทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ก็เข้ากันได้ดีมาก
สายขนมญี่ปุ่นต้องกรีดร้อง! ตัวนี้คือเด็ดมาก เป็นมันฝรั่งแท่งที่รสชาติ "ตะโกน" ว่าอูนิ! กลิ่นหอมฟุ้งตั้งแต่เปิดซอง รสชาติมีความมันๆ นัวๆ ของไข่หอยเม่น ผสมกับความหวานธรรมชาติของมันฝรั่งฮอกไกโด
ขึ้นชื่อเรื่องความหอมมันละมุนแบบธรรมชาติ มันฝรั่งทอดกรอบชนิดแท่งรสไข่หอยเม่นนี้ นำแรงบันดาลใจจากรสชาติทะเลญี่ปุ่นมาผสมผสานกับมันฝรั่งคุณภาพดีจากฮอกไกโด ผ่านกระบวนการทอดจนได้เนื้อสัมผัสกรอบแน่น เคี้ยวเพลินทุกคำ รสชาติจะไม่จัดจ้านเกินไป แต่ค่อย ๆ เผยความหอมและความมันละมุน ทำให้กินเพลินแบบไม่รู้ตัว เหมาะกับคนที่ชอบของทานเล่นแนวพรีเมียม หรืออยากเพิ่มไลน์สินค้านำเข้าที่แตกต่างจากตลาดทั่วไป เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นขนมที่ดูธรรมดา แต่รสชาติไม่ธรรมดาเลย
"ยกระดับความนัว... ด้วยคู่หูที่ลงตัว"
• สายดื่ม: เข้ากันได้ดีที่สุดกับ เบียร์คราฟต์เย็นฉ่ำ หรือ ไวน์ขาว (Chardonnay) เพราะความซ่าและรสเปรี้ยวจางๆ ของเครื่องดื่มจะช่วยตัดเลี่ยน และชูรสสัมผัสหอมมันของอูนิให้เด่นชัดขึ้น ราวกับนั่งทานอยู่ในบาร์หรูที่ญี่ปุ่น
• สายละมุน: ทานคู่กับ ชาเขียวร้อน (Genmaicha) ที่มีกลิ่นข้าวคั่ว จะช่วยเสริมกลิ่นอายธรรมชาติของมันฝรั่งฮอกไกโดให้หอมฟุ้งกระจายเต็มปาก
• สายสร้างสรรค์: ลองดิปกับ มายองเนสผสมวาซาบิ เล็กน้อย เพื่อเพิ่มความจี๊ดจ๊าดและดึงรสชาติ "อูมิ" (รสทะเล) ให้กลมกล่อมยิ่งขึ้นไปอีกขั้น
เพิ่มรสชาติความอร่อยให้มื้ออาหารสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ที่บ้านด้วยซอสเกลือโซบะ ซอสปรุงรสอเนกประสงค์ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีอย่างเกลือสาหร่าย (Moshio) แท้จากทะเลเซโตะใน นำมาผสานเข้ากับความหอมและอูมามิเข้มข้นของกระเทียมได้อย่างลงตัว ให้รสชาติเค็มกลมกล่อมกำลังดี หอมกลิ่นกระเทียมเตะจมูก ช่วยชูรสชาติให้อาหารจานผัดหรือเมนูเส้น นำไปประยุกต์ทำเมนูผัดผัก อาหารทอด และอาฮิจิล (Ajillo) ก็อร่อยเข้ากัน สะดวก จบ ครบ ในหลอดเดียว
วิธีทำยากิโซบะในกระทะ : ส่วนผสม (สำหรับ 1 ท่าน)
- บะหมี่ยากิโซบะ 1 ลูก
- กะหล่ำปลี (หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า) 100 กรัม
- ถั่วงอก 50 กรัม
- หมูสามชั้น 40 กรัม
- เกล็ดแป้งเทมปุระปลาหมึกโอตาฟุกุ 10 กรัม
- ซอสโอตาฟุกุ ยากิโซบะ 50 กรัม
- สาหร่ายโอตาฟุกุ อาโอโนริ (สาหร่ายสีเขียว)
ขั้นตอนการทำ
1. ผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวก่อน: ตั้งกระทะบนไฟแรง แกะเส้นบะหมี่แล้วใส่ลงในกระทะ ผัดให้ทั่วจนเส้นนุ่มและสุก
2. นำหมูสามชั้นไปผัด: เลื่อนเส้นก๋วยเตี๋ยวไปไว้ด้านข้างของกระทะ แล้วผัดหมูสามชั้นแทน ใส่กะหล่ำปลีลงไป
3. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน: เมื่อกะหล่ำปลีสุกแล้ว ให้นำทุกอย่างมาผสมเข้าด้วยกัน
4. ใส่ส่วนผสมที่เหลือและซอสลงไป: ใส่ถั่วงอก เศษเทมปุระ และซอสยากิโซบะลงไป
5. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันให้ซอสเคลือบทุกอย่าง แล้วผัดจนซอสส่งกลิ่นหอมออกมาก็เป็นอันเสร็จ
6. เสร็จสมบูรณ์: จัดใส่จาน โรยด้วยสาหร่ายแห้ง แล้วก็เสร็จเรียบร้อย!
เมนูแนะนำ (เพิ่มเติม)
• หมูผัดกะหล่ำปลีซอสเกลือกระเทียม เมนูด่วนทำง่าย หอมกลิ่นกระเทียมเน้น ๆ
• ข้าวผัดกระเทียมซอสเกลือ หรือเนื้อสัตว์ผัดซอสเกลือกระเทียมอูมามิ
• ไก่หรือเห็ดผัดเนยกระเทียมซอสเกลือ
• อาฮิจิลสไตล์ญี่ปุ่น
ซุปมิโซะขาว อร่อยกลมกล่อม หอมสดชื่น
ถ้าพูดถึงขนมญี่ปุ่นที่สายขนมกรอบต้องลอง “มันฝรั่งทอด รสไข่ปลาเมนไทโกะ” คือหนึ่งในรสชาติที่สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นได้ชัดเจนที่สุด เมนไทโกะหรือไข่ปลาปรุงรส เป็นวัตถุดิบยอดนิยมในฮอกไกโดและฟุกุโอกะ ด้วยรสเผ็ดเค็มเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสานกับกลิ่นหอมของเนย กลายเป็นรสชาติที่ทั้งเข้มข้น นัว และมีมิติ ตัวมันฝรั่งถูกตัดเป็นแท่ง กรอบกำลังดี เคี้ยวเพลินแบบไม่แข็งเกินไป ทำให้รสชาติซึมเข้าเนื้อทุกคำ พอกัดเข้าไปจะได้ทั้งความกรอบ เสียงแตกเบาๆ และรสเผ็ดมันที่ค่อยๆ กระจาย เหมาะทั้งสายขนมญี่ปุ่นแท้ สายแกล้ม และสายที่ชอบรสจัดจ้านแบบมีสไตล์
จุดเด่นสินค้า
• โดนใจคนชอบกินเผ็ด! รสเมนไทโกะเผ็ดจัดจ้านผสมเนย: รสชาติเผ็ดจี๊ดตัดกับความละมุนของเนย
อร่อยจนหยุดไม่ได้
• ใช้มันฝรั่งจากฮอกไกโด: คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเพื่อให้ได้ความหวานและรสสัมผัสจากมันฝรั่งแท้ๆ
• เข้มข้นด้วยกรรมวิธีฟรีซดราย: ล็อคความอร่อยและกลิ่นอายของไข่ปลาทาราโกะไว้ได้อย่างเต็มคำ
สัมผัสความฟินส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น จากแบรนด์ Yamaku ผู้ผลิตขนมเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงยาวนาน รังสรรค์ขึ้นด้วยความพิถันตามภูมิปัญญา โดยผสมผสานระหว่างนมถั่วเหลืองเข้มข้นชั้นดีและมันหวานญี่ปุ่นแท้ๆ จนได้เนื้อพุดดิ้งสีเหลืองนวลเป็นธรรมชาติ โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม บางเบา และละลายในปากอย่างนุ่มนวล มอบรสชาติหวานละมุนอย่างอ่อนโยน ผสานความหอมมันเข้มข้นนุ่มลึกฃ และ กลิ่นของมันหวานเผาสไตล์ญี่ปุ่นอย่างลงตัว พิเศษสุดด้วยสูตร (Egg-Free / ไม่ใช้ไข่ไก่) อร่อยได้อย่างสบายใจสำหรับผู้ที่แพ้ไข่ไก่หรือต้องการเลี่ยงไข่ เพียงแช่เย็นจัดแล้วตักทานยามบ่าย คู่กับชาอุ่นๆ หรือกาแฟดำสักแก้ว ก็พร้อมเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาคาเฟ่สุดพิเศษส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทันที
แนะนำใวิธีทาน :
• แช่เย็นก่อนรับประทาน 1-2 ชั่วโมง ยิ่งแช่เย็นจัดๆ เนื้อพุดดิ้งจะยิ่งเซ็ตตัวนุ่มเด้ง และช่วยชูรสชาติความหอมหวานให้สดชื่นยิ่งขึ้น
ไอเดียสร้างสรรค์มื้อของว่าง :
• ทานคู่กับผลไม้สดตระกูลเบอร์รี่ที่มีรสเปรี้ยวเพื่อตัดรสชาติ
• ใช้เป็นท็อปปิ้งบนไอศกรีมวานิลลาหรือซอฟต์เสิร์ฟ
• ทานคู่กับชาเขียวร้อนหรือกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล เข้ากันได้ดีมาก
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผา เมื่อได้รับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
“มิโซะ” เครื่องปรุงรสคู่ครัวที่ขาดไม่ได้ของชาวญี่ปุ่น
มิโซะดาชิ ที่ผลิตจาก ข้าว และ ถั่ว แบบออแกนิค ผสมเข้ากับผงปลาโบนิโต้ เพื่อให้ได้ส่วนผสมที่ลงตัวของรสอูมามิ และกลิ่นหอม เหมาะสำหรับนำไปเป็นเบสของซุปมิโซะแบบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ด้วยกระบวนการหมักอันละเอียดอ่อน ทำให้มิโซะอุดมไปด้วยโพรไบโอติกที่มีประโยชน์ ช่วยให้การดูดซึมสารอาหารและระบบย่อยอาหารดีขึ้น นอกจากนี้ในมิโซะยังมีแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โปรตีน, แคลเซียม, แมกนีเซียม, วิตามินเค หรือแม้กระทั่งสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพแข็งแรง ชะลอการเกิดโรคกระดูกพรุน และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย
จากประโยชน์อันหลากหลายของมิโซะ เราจึงขอแนะนำมิโซะขาวออร์แกนิก (Organic White Miso) จากแบรนด์ฮิคาริมิโซะ (Hikari-Miso) ซึ่งเป็นแบรนด์มิโซะชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น มิโซะสไตล์ชินชูดั้งเดิมที่ทำจากข้าวออร์แกนิกและถั่วเหลือง มีสีเบจสว่าง กลิ่นหอม และรสอูมามิที่กลมกล่อมลงตัว นำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ, แกงกะหรี่ญี่ปุ่น, หมักเนื้อสเต็ก, มิโซะราเมง หรือแม้กระทั่งของหวานอย่างไอศกรีมก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
เพิ่มความอูมามิให้กับเมนูจานโปรดของคุณกับ เกลือ ฮากาตะ
เกลือ จากฮากาตะ ตัวรสของเกลือจะมีจุดที่พิเศษกว่าทั่วๆไป ซึ่งเป็นรสธรรมชาติที่ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งใดๆ เหมาะสำหรับนำไปใช้ในขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ เพื่อดึงรสชาติของวัตถุดิบนั้นๆออกมา
สุดยอดเกลือจากญี่ปุ่น เค็มน้อย อร่อยมาก