สาหร่ายฮิจิกิ ผสมถั่วเหลืองและแครอทต้มสุกปรุงรส
เป็นหนึ่งในเมนุยอดฮิตของชาวญี่ปุ่น มีเอกลักษณ์เป็นสาหร่ายสีดำโดยธรรมชาติ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำมาผสมกับถั่วเหลือง และแครอท เหมาะสำหรับรับประทานเป็นเครื่องเคียง และยังนิยมนำมาคลุกกับข้าวปั้นโอนิกิริอีกด้วย
คำแนะนำในการเก็บรักษา
• ควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 0-10 องศา
• หลังจากเปิดซองแล้วหากทานไม่หมด แนะนำให้ใส่กล่องปิดให้สนิทและเก็บไว้ในตู้เย็น
• ควรรับประทานให้หมดภายใน 3 วัน หลังจากที่เปิดซอง
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
เพิ่มรสชาติความอร่อยให้มื้ออาหารสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ที่บ้านด้วยซอสเกลือโซบะ ซอสปรุงรสอเนกประสงค์ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีอย่างเกลือสาหร่าย (Moshio) แท้จากทะเลเซโตะใน นำมาผสานเข้ากับความหอมและอูมามิเข้มข้นของกระเทียมได้อย่างลงตัว ให้รสชาติเค็มกลมกล่อมกำลังดี หอมกลิ่นกระเทียมเตะจมูก ช่วยชูรสชาติให้อาหารจานผัดหรือเมนูเส้น นำไปประยุกต์ทำเมนูผัดผัก อาหารทอด และอาฮิจิล (Ajillo) ก็อร่อยเข้ากัน สะดวก จบ ครบ ในหลอดเดียว
วิธีทำยากิโซบะในกระทะ : ส่วนผสม (สำหรับ 1 ท่าน)
- บะหมี่ยากิโซบะ 1 ลูก
- กะหล่ำปลี (หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า) 100 กรัม
- ถั่วงอก 50 กรัม
- หมูสามชั้น 40 กรัม
- เกล็ดแป้งเทมปุระปลาหมึกโอตาฟุกุ 10 กรัม
- ซอสโอตาฟุกุ ยากิโซบะ 50 กรัม
- สาหร่ายโอตาฟุกุ อาโอโนริ (สาหร่ายสีเขียว)
ขั้นตอนการทำ
1. ผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวก่อน: ตั้งกระทะบนไฟแรง แกะเส้นบะหมี่แล้วใส่ลงในกระทะ ผัดให้ทั่วจนเส้นนุ่มและสุก
2. นำหมูสามชั้นไปผัด: เลื่อนเส้นก๋วยเตี๋ยวไปไว้ด้านข้างของกระทะ แล้วผัดหมูสามชั้นแทน ใส่กะหล่ำปลีลงไป
3. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน: เมื่อกะหล่ำปลีสุกแล้ว ให้นำทุกอย่างมาผสมเข้าด้วยกัน
4. ใส่ส่วนผสมที่เหลือและซอสลงไป: ใส่ถั่วงอก เศษเทมปุระ และซอสยากิโซบะลงไป
5. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันให้ซอสเคลือบทุกอย่าง แล้วผัดจนซอสส่งกลิ่นหอมออกมาก็เป็นอันเสร็จ
6. เสร็จสมบูรณ์: จัดใส่จาน โรยด้วยสาหร่ายแห้ง แล้วก็เสร็จเรียบร้อย!
เมนูแนะนำ (เพิ่มเติม)
• หมูผัดกะหล่ำปลีซอสเกลือกระเทียม เมนูด่วนทำง่าย หอมกลิ่นกระเทียมเน้น ๆ
• ข้าวผัดกระเทียมซอสเกลือ หรือเนื้อสัตว์ผัดซอสเกลือกระเทียมอูมามิ
• ไก่หรือเห็ดผัดเนยกระเทียมซอสเกลือ
• อาฮิจิลสไตล์ญี่ปุ่น
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียมส่งตรงจากฮอกไกโดกับ ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ จากแบรนด์โฮคุเรน (Hokuren) ข้าวที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งข้าวฮอกไกโด" และได้รับคะแนนประเมินคุณภาพรสชาติในระดับสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง เอกลักษณ์ที่ทำให้ใครได้ลองก็ต้องหลงรักคือ ความนุ่มเหนียวที่พอดี เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ มีความเงางามเคลือบเมล็ดข้าว และรสหวานละมุนตามธรรมชาติ ที่เด่นชัดกว่าข้าวสายพันธุ์อื่น ไม่ว่าจะทานตอนร้อนๆ หรือทิ้งไว้จนเย็น ข้าวก็ยังคงความนุ่มอร่อย ไม่แข็งกระด้าง เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นโอมากาเสะหรูได้ง่ายๆ ช้อปเลยวันนี้เพื่อเปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ!
ลักษณะเด่น
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูแนะนำ
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด