วาราบิโมจิ หอมมัทฉะเข้มข้น นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสชาเขียวมัทฉะ (Matcha Warabi Mochi) จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงมัทฉะเข้มข้นเขาสุดๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
แป้งสาลีญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยม และบอกต่อมากที่สุด!
สายเบเกอรี่คงไม่มีใครไม่รู้จักแป้งญี่ปุ่นแบรนด์นิปปุ่น (Nippn) แป้งคุณภาพที่โรงเรียนสอนทำอาหารและเบเกอรี่หลายแห่งเลือกใช้ แป้งตัวนี้เป็น Strong Flour มีค่าโปรตีน 12% และค่า Ash 0.38% เนื้อแป้งขาว ละเอียด และเนียนกว่าแป้งจากฝั่งยุโรป แป้งมีความละเอียดสูง ดูดซึมน้ำได้ดีมาก ทำให้ขนมปังที่ได้มีเนื้อสัมผัส เหนียวนุ่ม ละเอียด และมีความฟูตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำขนมปังที่ต้องการความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ
แป้งอีเกิ้ลเหมาะสำหรับเมนู ?
• โชกุปัง
• ขนมปัง
• พิซซ่า
• ซาลาเปา
• แป้งเกี๋ยวซ่า
หากแป้งขนมปังคือโครงสร้างที่แข็งแรง แป้งสาลีฮาร์ท (Heart Wheat Flour) จากแบรนด์ นิปปุ่น (Nippn) ก็คือตัวแทนของความอ่อนนุ่มและประณีต แป้งตัวนี้เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มเชฟทำขนมว่าเป็นแป้งเค้กคุณภาพสูง (Soft Flour) ที่มีความละเอียดเป็นพิเศษ ผลิตด้วยมาตรฐานระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เบาและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ความโดดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากแบรน์อื่นๆ คือค่าโปรตีนที่ต่ำเพียง 8.1% และค่าเถ้า (Ash) ที่ต่ำมากเพียง 0.35% ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าเนื้อแป้งมีความบริสุทธิ์สูงมาก ขาวสะอาด และละเอียดลออเป็นเนื้อเดียว ส่งผลให้ขนมที่ได้มีสีสวยสม่ำเสมอและมีเนื้อสัมผัสที่เบาราวกับปุยเมฆ (Fluffy) แป้งชนิดนี้ยังมีความสามารถในการผสมเข้ากับส่วนผสมอื่นได้ง่ายมาก ลดโอกาสการเกิดก้อนแป้ง ทำให้เนื้อขนมเนียนนุ่มจนแทบละลายในปาก
สำหรับเมนูที่ต้องการความนุ่มนวลระดับสูงสุด แป้งนี้คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น
• เค้กไข่ญี่ปุ่น (Japanese Sponge Cake): ที่ต้องการความนุ่ม ฟู และสปริงตัวสวย
• ชิฟฟอนเค้ก (Chiffon Cake): เพื่อเนื้อสัมผัสที่เบาหวิวและเนียนละเอียด
• เทมปุระ (Tempura): หากนำไปผสมสำหรับทอด จะช่วยให้แป้งบางกรอบและไม่อมน้ำมัน
• ขนมไข่ หรือ คุกกี้เนื้อนุ่ม: ที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ
เคล็ดลับที่จะช่วยให้ขนมออกมาสมบูรณ์แบบคือ การร่อนแป้งตราหัวใจก่อนนำไปผสม เพราะความละเอียดสูงของแป้งอาจทำให้เกิดการอัดตัวได้ง่าย การร่อนจะช่วยเพิ่มอากาศให้เนื้อขนมฟูยิ่งขึ้น และควรเก็บรักษาในที่แห้งสนิท หลีกเลี่ยงความชื้นเพื่อรักษาความนุ่มนวลของเนื้อแป้งให้คงที่อยู่เสมอ
เปลี่ยนมื้อขนมธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นความพิเศษ ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันนี้ จะช่วยส่งต่อความสุขผ่านรสสัมผัสที่นุ่มละมุนในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ให้ทุกคนในครอบครัว
สัมผัสบรรยากาศความอบอุ่นในมื้ออาหารด้วยเสน่ห์ของความกรอบเบาในแบบฉบับญี่ปุ่นดั้งเดิมที่คุณสามารถรังสรรค์ได้ด้วยตัวเอง แป้งเทมปุระ (Tempura Flour) จากแบรนด์ บีไอเอฟ (BIF) เป็นแป้งอเนกประสงค์ที่ผ่านการคิดค้นและพัฒนาเพื่อให้เหมาะสำหรับการทำของทอดสไตล์ญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ตัวแป้งมีเนื้อละเอียดและส่วนผสมที่สมดุล ช่วยให้การทำอาหารเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นสำหรับทุกคนในครอบครัว
คุณลักษณะเด่นของแป้งชนิดนี้คือความสามารถในการเคลือบผิววัตถุดิบได้อย่างบางเบาและสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์ของอาหารมีความกรอบที่เป็นเอกลักษณ์และคงตัวอยู่ได้นานโดยไม่หนาจนเกินไป เนื้อแป้งที่คัดสรรมาอย่างดีจะช่วยให้สีสันของอาหารดูสวยงามนวลตา และไม่บดบังรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบที่อยู่ภายใน ทำให้คุณได้รับรสสัมผัสที่กลมกล่อมในทุกคำ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น แป้งตัวนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำ กุ้งเทมปุระ (Ebi Tempura) ที่ให้เนื้อสัมผัสกรุบกรอบ หรือจะเป็น ผักรวมทอด (Kakiage) ที่รวมความหวานจากผักหลากหลายชนิดไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้กับเนื้อปลาหรืออาหารทะเลอื่นๆ เพื่อเพิ่มความน่ารับประทานให้กับมื้ออาหารของคุณได้อย่างดีเยี่ยม โดยมีวิธีการเตรียมที่เข้าใจง่ายดังนี้
1. เตรียมน้ำเย็นจัดผสมกับแป้งเทมปุระในชามผสมตามอัตราส่วนที่ระบุไว้ข้างบรรจุภัณฑ์ โดยใช้ตะเกียบคนเพียงเบาๆ ให้เข้ากันพอประมาณ (แนะนำว่าไม่ควรคนจนเนื้อเนียนเกินไปเพื่อให้แป้งมีความโปร่งและกรอบเบา)
2. นำวัตถุดิบที่ล้างสะอาดและซับน้ำจนแห้งแล้ว มาคลุกกับแป้งแห้งบางๆ ก่อนจะนำลงชุบในส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้
3. นำไปทอดในน้ำมันที่ร้อนได้ที่จนแป้งมีสีเหลืองทองสวยงาม แล้วพักสะเด็ดน้ำมันก่อนจัดเสิร์ฟ
เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ ด้วยรสชาติความกรอบอร่อยตามมาตรฐานแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่พร้อมให้คุณได้ลองเปิดประสบการณ์และเพลิดเพลินได้ง่ายๆ ที่บ้านของคุณเอง
วาราบิโมจิ หอมคินาโกะ นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสคินาโกะ จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงคินาโกะหอมๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
สุดยอดขนมญี่ปุ่นคลายร้อน! อร่อยง่าย ๆ แค่คลายความเย็น
วาราบิโมจิ คือขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มละลาย ผสานความหวานลึกของน้ำตาลทรายแดง และกลิ่นหอมของถั่วเหลืองคั่ว เป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล หัวใจสำคัญของวาราบิโมจิอยู่ที่ “แป้งวาราบิ” ซึ่งได้จากรากของพืชตระกูลเฟิร์นญี่ปุ่น เมื่อนำมาผ่านกระบวนการนวดอย่างพิถีพิถัน จะได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม หนึบ เด้งและละลายในปาก แตกต่างจากโมจิทั่วไปที่ทำจากข้าวเหนียว ด้วยความอ่อนโยนของเนื้อแป้ง จึงให้สัมผัสที่ละเอียดและพรีเมียมยิ่งกว่า ความพิเศษอีกขั้นอยู่ที่การใช้น้ำตาลทรายแดงจากโอกินาว่า หรือ “คุโระซาโตะ” ซึ่งไม่ได้ใช้เป็นแค่น้ำเชื่อมราดเท่านั้น แต่ถูกนวดผสมเข้าไปในเนื้อวาราบิโมจิตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ทำให้ขนมมีสีน้ำตาลอ่อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอ้อย และรสหวานที่ลึก กลมกล่อม ไม่ฉูดฉาด ซึมซับอยู่ในทุกคำที่กัด และที่ขาดไม่ได้ของวาราบิโมจิ นั่นคือการโรย “คินาโกะ”หรือผงถั่วเหลืองคั่วอย่างดี ที่มีกลิ่นหอมถั่วคั่ว และ รสสัมผัสที่นุ่มนวล มันๆ ซึ่งช่วยเสริมให้รสหวานของน้ำตาลทรายแดงมีความสมดุล หอมละมุน และลุ่มลึกยิ่งขึ้น
วิธีทานวาราบิโมจิแบบอร่อย :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
เมนูทานคู่แนะนำ :
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
วาราบิโมจิ คือขนมที่หลอมรวมวัตถุดิบธรรมชาติและศิลปะการทำขนมของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างลงตัว ละมุนในทุกคำ นุ่มหนึบทุกสัมผัส หวานหอมอย่างมีระดับ
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า ขนมหวานญี่ปุ่นที่หลายๆคนต่างติดใจ
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดง (Kokuto) และคลุกเคล้าผงคินาโกะ รสชาติมีความหวานละมุนลิ้น ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ทำให้แบ่งทานได้สะดวก ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างคู่กับชาร้อนๆ หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
ชวนคุณมาชิมปลากระป๋องสไตล์ญี่ปุ่น
ปลาแมคเคอเรลในซอสเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น ผลิตจากปลาคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น ก้างน้อย หมักในเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น กระป๋องเปิดง่ายพร้อมเสริฟ์ ให้คุณสามารถทานได้ทันที หรือจะนำมาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ๆ ในแบบของคุณ
สาหร่ายฮิจิกิ ผสมถั่วเหลืองและแครอทต้มสุกปรุงรส
เป็นหนึ่งในเมนุยอดฮิตของชาวญี่ปุ่น มีเอกลักษณ์เป็นสาหร่ายสีดำโดยธรรมชาติ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำมาผสมกับถั่วเหลือง และแครอท เหมาะสำหรับรับประทานเป็นเครื่องเคียง และยังนิยมนำมาคลุกกับข้าวปั้นโอนิกิริอีกด้วย
คำแนะนำในการเก็บรักษา
• ควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 0-10 องศา
• หลังจากเปิดซองแล้วหากทานไม่หมด แนะนำให้ใส่กล่องปิดให้สนิทและเก็บไว้ในตู้เย็น
• ควรรับประทานให้หมดภายใน 3 วัน หลังจากที่เปิดซอง
อุด้ง พร้อมซุปและโมจิ
อุด้งเส้นเหนียวนุ่ม เสิร์ฟพร้อมโมจิสัมผัสนุ่มหนึบ มาพร้อมน้ำซุปรสละมุนจากปลาคัตสึโอะ สาหร่ายคอมบุ และปลาแห้งหลากชนิด ให้รสอ่อนเบาแต่ลึกซึ้ง
ยกระดับความอร่อยของชาบูด้วย “ชาบู ชาบู โมจิ” โมจิแผ่นบางจากญี่ปุ่น
เติมความพิเศษให้มื้อชาบูของคุณด้วย “ชาบู ชาบู โมจิ” โมจิแบบแผ่นบาง ทำจากข้าวเหนียวญี่ปุ่นแท้ 100% โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตที่ใช้อุณหภูมิต่ำ เพื่อคงความหอมละมุนของข้าว และรสชาติที่อร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ
เนื้อสัมผัสของโมจิมีความเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นข้าวเหนียวญี่ปุ่นอ่อนๆ เพียงแค่นำไปแกว่งในหม้อน้ำซุปชาบูไม่กี่วินาที ก็จะได้โมจิที่นุ่มหนึบกำลังดี อร่อยอย่างลงตัวเมื่อรับประทานคู่กับเนื้อ ผัก และน้ำจิ้มสุดโปรด นอกจากจะใช้ในเมนูชาบูแล้ว ยังสามารถนำไปทำเป็นเมนูของหวานได้อีกด้วย เช่น ราดน้ำเชื่อมคุโรมิตสึที่โมจิแผ่น และโรยด้วยผงคินาโกะ ก็ได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ หรือจะนำไปประยุกต์ในเมนูอาหารอื่นๆ ทั้งคาวและหวานก็อร่อยอย่างลงตัว
โมจิญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าโมจิเป็นขนมมงคล จะรับประทานเพื่อเฉลิมฉลอง หรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผู้ที่ได้รับประทานโมจิจะได้รับความมงคล มีกินมีใช้ตลอดปี วันนี้เรามีโมจิแบบกึ่งสำเร็จรูปมาให้คุณได้ทำทานเองที่บ้าน แบบไม่ต้องออกแรงทุบข้าวเหนียว เพียงแค่นำไปย่าง หรือต้มแล้วทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่นบด หรือโรยผงถั่วเหลืองคินาโกะ หรือจะนำมาใส่น้ำซุปชาบู รับประกันว่าฟิน ไม่ต่างจากไปกินที่ญี่ปุ่นค่ะ 1 ห่อมีโมจิประมาณ 5 ชิ้น
ข้อแนะนำ : เมื่อเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อคปิดให้สนิท หลีกเลี่ยงความชื้น และเก็บเข้าตู้เย็น
วิธีอุ่น
• ใส่เตาย่างขนาด 1000W ประมาณ 3-4 นาที
• ต้มในน้ำเดือด 3 นาที
• ใส่ไมโครเวฟ 500W ประมาณ 2 นาที
คิริโมจิเหนียวนุ่มหนึบหนับ อร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่น
คิริโมจิ (Kirimochi) จากแบรนด์มิวาบิ (Miwabi) ทำจากข้าวเหนียวคุณภาพดีนำมานึ่งจนสุกแล้วตำให้เนื้อเนียนละเอียด ทำเป็นชิ้นทรงสี่เหลี่ยมขนาดกำลังพอดี บรรจุเป็นห่อเล็กๆ แบบแยกชิ้นแบ่งรับประทานได้ง่าย เมื่อนำไปต้มหรือย่างเนื้อโมจิด้านในจะมีความเหนียวนุ่มหนึบหนับ นิยมรับประทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่น, ผงถั่วเหลืองคินาโกะ, น้ำเชื่อมคุโรมิตสึ หรือใส่ในหม้อไฟ นอกจากนี้คิริโมจิยังถือว่าเป็นขนมมงคลตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น จึงมักจะรับประทานในช่วงเทศกาลปีใหม่และพิธีมงคลต่างๆ ค่ะ
วิธีรับประทาน (สามารถเลือกทำได้ 4 วิธี)
• อบโดยใส่โมจิครั้งละ 2-3 ชิ้นในเตาอบขนาด 1,000 วัตต์ ตั้งเวลาประมาณ 3-4 นาที แล้วนำออกจากเตามาวางไว้ด้านนอก 1-2 นาที เพื่อให้โมจินุ่มขึ้น
• ย่างบนกระทะด้วยไฟอ่อนประมาณ 5-7 นาที หมั่นกลับด้านเป็นระยะจนผิวโมจิมีสีตามต้องการ
• ต้มน้ำให้ร้อนแล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ใส่โมจิลงไปต้มต่อประมาณ 3 นาที
• อุ่นในไมโครเวฟ 500 วัตต์ โดยใส่โมจิ 2 ลูกในภาชนะทรงลึกที่ใช้สำหรับไมโครเวฟ เติมน้ำลงไปเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 2.30 นาที
** หมายเหตุ : กำลังไฟ ระยะเวลา และจำนวนชิ้นของโมจิเป็นข้อมูลที่แนะนำโดยประมาณ อาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ **
วิธีการเก็บรักษา
• หลีกเลี่ยงการเก็บในที่แสงแดดส่องถึงหรือที่ร้อนชื้น
• หลังเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อกและเก็บในตู้เย็น
• หยดน้ำในถุงสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างการจัดเก็บ
สัมผัสความหอมละมุนของชาเขียวอูจิแท้จากเกียวโต... ในรูปแบบไดฟุกุครีมสุดพรีเมียมจากญี่ปุ่น
คนรักชาเขียวและหลงใหลในขนมญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่พลาด โมจิสอดไส้ครีมรสชาเขียวอูจิ ที่คัดสรรชาเขียวคุณภาพจากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต แหล่งผลิตมัทฉะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติกลมกล่อม มีความขมนิดๆตามเอกลักษณ์ของมัทฉะแท้ ตัดกับความหวานกำลังดี จึงให้รสชาติที่ลงตัว ไม่หวานจนเกินไป
แป้งโมจิผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น ให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น เคี้ยวเพลิน ห่อหุ้มไส้ถั่วกวนผสมชาเขียวที่หอมเข้มข้น ก่อนจะซ่อนครีมนมสดเนียนนุ่มไว้ตรงกลาง เพิ่มความละมุนทุกคำที่รับประทาน พร้อมเมล็ดถั่วแดงเม็ดเล็กที่ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอร่อยในทุกคำ การแช่แข็งทันทีหลังการผลิต จึงช่วยรักษาความสดใหม่ เนื้อสัมผัส และรสชาติของโมจิไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เพียงนำออกจากช่องแช่แข็งพักไว้ประมาณ 10–15 นาที ก็พร้อมอร่อยได้ทันที ให้สัมผัสนุ่มละมุนเหมือนเพิ่งทำสดใหม่ เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของหวานหลังอาหาร ของว่างระหว่างวัน หรือเสิร์ฟคู่ชาเขียว ชาร้อน กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ เพิ่มความพิเศษให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน เหมือนได้ลิ้มรสขนมจากร้านดังในญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเดินทางไกล
วิธีรับประทาน
เนื่องจากเป็นสินค้าแช่เยือกแข็ง เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดควรปฏิบัติดังนี้:
• นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง
• วางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 15 - 20 นาที หรือนำมาไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแป้งและครีมสดคลายตัวนุ่มนิ่มพอดี
• รับประทานทันทีขณะที่ยังมีความเย็นอยู่เล็กน้อย เพื่อสัมผัสไอศกรีมครีมสดและมัทฉะสุดละมุน
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน