วาราบิโมจิ หอมมัทฉะเข้มข้น นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสชาเขียวมัทฉะ (Matcha Warabi Mochi) จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงมัทฉะเข้มข้นเขาสุดๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
สุดยอดขนมญี่ปุ่นคลายร้อน! อร่อยง่าย ๆ แค่คลายความเย็น
วาราบิโมจิ คือขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มละลาย ผสานความหวานลึกของน้ำตาลทรายแดง และกลิ่นหอมของถั่วเหลืองคั่ว เป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล หัวใจสำคัญของวาราบิโมจิอยู่ที่ “แป้งวาราบิ” ซึ่งได้จากรากของพืชตระกูลเฟิร์นญี่ปุ่น เมื่อนำมาผ่านกระบวนการนวดอย่างพิถีพิถัน จะได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม หนึบ เด้งและละลายในปาก แตกต่างจากโมจิทั่วไปที่ทำจากข้าวเหนียว ด้วยความอ่อนโยนของเนื้อแป้ง จึงให้สัมผัสที่ละเอียดและพรีเมียมยิ่งกว่า ความพิเศษอีกขั้นอยู่ที่การใช้น้ำตาลทรายแดงจากโอกินาว่า หรือ “คุโระซาโตะ” ซึ่งไม่ได้ใช้เป็นแค่น้ำเชื่อมราดเท่านั้น แต่ถูกนวดผสมเข้าไปในเนื้อวาราบิโมจิตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ทำให้ขนมมีสีน้ำตาลอ่อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอ้อย และรสหวานที่ลึก กลมกล่อม ไม่ฉูดฉาด ซึมซับอยู่ในทุกคำที่กัด และที่ขาดไม่ได้ของวาราบิโมจิ นั่นคือการโรย “คินาโกะ”หรือผงถั่วเหลืองคั่วอย่างดี ที่มีกลิ่นหอมถั่วคั่ว และ รสสัมผัสที่นุ่มนวล มันๆ ซึ่งช่วยเสริมให้รสหวานของน้ำตาลทรายแดงมีความสมดุล หอมละมุน และลุ่มลึกยิ่งขึ้น
วิธีทานวาราบิโมจิแบบอร่อย :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
เมนูทานคู่แนะนำ :
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
วาราบิโมจิ คือขนมที่หลอมรวมวัตถุดิบธรรมชาติและศิลปะการทำขนมของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างลงตัว ละมุนในทุกคำ นุ่มหนึบทุกสัมผัส หวานหอมอย่างมีระดับ
วาราบิโมจิ หอมคินาโกะ นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสคินาโกะ จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงคินาโกะหอมๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า ขนมหวานญี่ปุ่นที่หลายๆคนต่างติดใจ
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดง (Kokuto) และคลุกเคล้าผงคินาโกะ รสชาติมีความหวานละมุนลิ้น ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ทำให้แบ่งทานได้สะดวก ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างคู่กับชาร้อนๆ หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
ชวนคุณมาชิมปลากระป๋องสไตล์ญี่ปุ่น
ปลาแมคเคอเรลในซอสเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น ผลิตจากปลาคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น ก้างน้อย หมักในเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น กระป๋องเปิดง่ายพร้อมเสริฟ์ ให้คุณสามารถทานได้ทันที หรือจะนำมาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ๆ ในแบบของคุณ
สาหร่ายฮิจิกิ ผสมถั่วเหลืองและแครอทต้มสุกปรุงรส
เป็นหนึ่งในเมนุยอดฮิตของชาวญี่ปุ่น มีเอกลักษณ์เป็นสาหร่ายสีดำโดยธรรมชาติ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำมาผสมกับถั่วเหลือง และแครอท เหมาะสำหรับรับประทานเป็นเครื่องเคียง และยังนิยมนำมาคลุกกับข้าวปั้นโอนิกิริอีกด้วย
คำแนะนำในการเก็บรักษา
• ควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 0-10 องศา
• หลังจากเปิดซองแล้วหากทานไม่หมด แนะนำให้ใส่กล่องปิดให้สนิทและเก็บไว้ในตู้เย็น
• ควรรับประทานให้หมดภายใน 3 วัน หลังจากที่เปิดซอง
อุด้ง พร้อมซุปและโมจิ
อุด้งเส้นเหนียวนุ่ม เสิร์ฟพร้อมโมจิสัมผัสนุ่มหนึบ มาพร้อมน้ำซุปรสละมุนจากปลาคัตสึโอะ สาหร่ายคอมบุ และปลาแห้งหลากชนิด ให้รสอ่อนเบาแต่ลึกซึ้ง
ยกระดับความอร่อยของชาบูด้วย “ชาบู ชาบู โมจิ” โมจิแผ่นบางจากญี่ปุ่น
เติมความพิเศษให้มื้อชาบูของคุณด้วย “ชาบู ชาบู โมจิ” โมจิแบบแผ่นบาง ทำจากข้าวเหนียวญี่ปุ่นแท้ 100% โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตที่ใช้อุณหภูมิต่ำ เพื่อคงความหอมละมุนของข้าว และรสชาติที่อร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ
เนื้อสัมผัสของโมจิมีความเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นข้าวเหนียวญี่ปุ่นอ่อนๆ เพียงแค่นำไปแกว่งในหม้อน้ำซุปชาบูไม่กี่วินาที ก็จะได้โมจิที่นุ่มหนึบกำลังดี อร่อยอย่างลงตัวเมื่อรับประทานคู่กับเนื้อ ผัก และน้ำจิ้มสุดโปรด นอกจากจะใช้ในเมนูชาบูแล้ว ยังสามารถนำไปทำเป็นเมนูของหวานได้อีกด้วย เช่น ราดน้ำเชื่อมคุโรมิตสึที่โมจิแผ่น และโรยด้วยผงคินาโกะ ก็ได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ หรือจะนำไปประยุกต์ในเมนูอาหารอื่นๆ ทั้งคาวและหวานก็อร่อยอย่างลงตัว
MARUCHAN QTTA รสมิโซะเข้มข้น
เส้นเหนียวนุ่มเงางาม ผลิตด้วยเทคนิคพิเศษ พร้อมกลิ่นหอมของลาร์ด จับคู่กับซุปมิโซะรสเข้มข้น ปรุงด้วยขิง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว พร้อมเสิร์ฟความฟินใน 3 นาที ไม่ว่าจะที่ทำงาน หรือระหว่างเดินทางก็อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีประเพื่อรับประทาน
1. เปิดฝานำซองเครื่องปรุงออกจากถ้วย
2. จากนั้นเทน้ำร้อนลงไป 280 ml. หรือจนถึงเส้นภายในถ้วย และปิลฝาถ้วย รอประนาณ 3 นาที หรือจนเส้นนิ่ม
3. จากนั้นเปิดฝาแล้วฉีกของเครื่องปรุงรสเทลงไป คนให้เข้ากัน พร้อมรับประทาน
อิ่มครบจบในถ้วยเดียว! ????
มารุจัง QTTA รสโชยุเข้มข้น บะหมี่ถ้วยเส้นหนานุ่ม พร้อมซุปโชยุญี่ปุ่นหอมเข้มข้น ให้รสกลมกล่อมแบบ "โคคุ" สไตล์ญี่ปุ่นแท้ ใส่เครื่องเต็มคำทั้ง ผัก กุ้ง และ ลูกชิ้น พร้อมเสิร์ฟความฟินใน 3 นาที ไม่ว่าจะที่ทำงาน หรือระหว่างเดินทางก็อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีประเพื่อรับประทาน
1. เปิดฝานำซองเครื่องปรุงออกจากถ้วย
2. จากนั้นเทน้ำร้อนลงไป 280 ml. หรือจนถึงเส้นภายในถ้วย และปิลฝาถ้วย รอประนาณ 3 นาที หรือจนเส้นนิ่ม
3. จากนั้นเปิดฝาแล้วฉีกของเครื่องปรุงรสเทลงไป คนให้เข้ากัน พร้อมรับประทาน
ฟุนวาริ…โมจิฟูฟู หอมหวานละลายในปาก
ฟุนวาริ ขนมโมจิที่อบจนได้เนื้อสัมผัสกรอบนอก นุ่มใน มีความฟูฟู ละลายในปาก เคลือบด้วยคาราเมลหอมหวาน อร่อยฟินเคี้ยวเพลิน
MARUCHAN QTTA รสซีฟู้ด
เส้นบะหมี่ผลิตด้วยวิธีพิเศษที่ทำให้เส้นเงางามและนุ่มหนึบ มาพร้อมกลิ่นหอมของมันหมู เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปซีฟู้ดรสเข้มข้น กลมกล่อม เติมเต็มความอูมามิด้วยรสชาติเข้มข้นจากอาหารทะเล พร้อมเสิร์ฟความฟินใน 3 นาที ไม่ว่าจะที่ทำงาน หรือระหว่างเดินทางก็อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีประเพื่อรับประทาน
1. เปิดฝานำซองเครื่องปรุงออกจากถ้วย
2. จากนั้นเทน้ำร้อนลงไป 280 ml. หรือจนถึงเส้นภายในถ้วย และปิลฝาถ้วย รอประนาณ 3 นาที หรือจนเส้นนิ่ม
3. จากนั้นเปิดฝาแล้วฉีกของเครื่องปรุงรสเทลงไป คนให้เข้ากัน พร้อมรับประทาน
ไอเทมลับดับร้อน! ไอซ์ป๊อปรสลิ้นจี่สไตล์ญี่ปุ่น เย็นฉ่ำสะใจ
เปลี่ยนหน้าร้อนให้กลายเป็นสวรรค์ด้วย “ไอซ์ป๊อปลิ้นจี่” เมื่ออากาศร้อนมาเยือน ไม่มีอะไรจะช่วยเติมความสดชื่นได้ดีเท่าของหวานเย็นฉ่ำ ไอซ์ป๊อปรสลิ้นจี่จึงเป็นตัวเลือกที่ลงตัว ด้วยนวัตกรรมความอร่อยในรูปแบบซอง ที่คัดสรรเนื้อลิ้นจี่คุณภาพดีเข้มข้นถึง 38% ออกแบบมาเพื่อแช่แข็งโดยเฉพาะ ให้รสหวานหอมสดชื่น กินง่าย อร่อยได้ทุกคำ
เพียงนำไปแช่ในช่องฟรีซประมาณ 8 ชั่วโมง ก็พร้อมเสิร์ฟเป็นไอซ์ป๊อปเย็นชื่นใจทันที หรือจะนำไปต่อยอดความอร่อย เช่น เติมโซดา ปั่นเป็นสมูทตี้ หรือสร้างสรรค์เป็นเมนูของหวานสไตล์คาเฟ่ ก็ยิ่งเพิ่มความพิเศษได้อีกขั้น ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็สามารถเพลิดเพลินกับไอซ์ป๊อปลิ้นจี่ได้ทุกเวลา
วิธีรับประทาน แค่ "แช่ บิด ชิม"
เพียงนำซองไปแช่ในช่องฟรีซประมาณ 8 ชั่วโมง คุณจะได้ไอศกรีมเกล็ดหิมะเนื้อนุ่ม พร้อมทานทันที หรือ
จะนำไปครีเอทเมนูใหม่ๆ ก็ทำได้หลากหลาย:
• แบบไอซ์ป๊อบ นำไปแช่ในช่องแช่แข็ง จนแข็งตัว แล้วทานจากซองได้เลย
• แบบคำเล็กน่ารัก เปิดซองแล้วเทของลงในถาดน้ำแข็ง เพื่อทำเป็นรูปทรงต่างๆ ตามใจชอบ แล้วนำไปแช่แข็ง
ให้เป็นก้อนขนาดพอดีคำ
• แบบผสมเครื่องดื่ม นำ"ไอซ์ป๊อปแบบคำเล็ก" ที่แช่แข็งแล้ว(จากข้อ 2) ใส่ลงในแก้ว จากนั้นเติมไซเดอร์
หรือโซดาลงไป เพื่อเพิ่มความสดชื่นซ่าถึงใจ
คำเตือน : โปรดระวังอย่าให้ขอบซองบาดมือหรือปากขณะเปิด
โมจิญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าโมจิเป็นขนมมงคล จะรับประทานเพื่อเฉลิมฉลอง หรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผู้ที่ได้รับประทานโมจิจะได้รับความมงคล มีกินมีใช้ตลอดปี วันนี้เรามีโมจิแบบกึ่งสำเร็จรูปมาให้คุณได้ทำทานเองที่บ้าน แบบไม่ต้องออกแรงทุบข้าวเหนียว เพียงแค่นำไปย่าง หรือต้มแล้วทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่นบด หรือโรยผงถั่วเหลืองคินาโกะ หรือจะนำมาใส่น้ำซุปชาบู รับประกันว่าฟิน ไม่ต่างจากไปกินที่ญี่ปุ่นค่ะ 1 ห่อมีโมจิประมาณ 5 ชิ้น
ข้อแนะนำ : เมื่อเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อคปิดให้สนิท หลีกเลี่ยงความชื้น และเก็บเข้าตู้เย็น
วิธีอุ่น
• ใส่เตาย่างขนาด 1000W ประมาณ 3-4 นาที
• ต้มในน้ำเดือด 3 นาที
• ใส่ไมโครเวฟ 500W ประมาณ 2 นาที
คิริโมจิเหนียวนุ่มหนึบหนับ อร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่น
คิริโมจิ (Kirimochi) จากแบรนด์มิวาบิ (Miwabi) ทำจากข้าวเหนียวคุณภาพดีนำมานึ่งจนสุกแล้วตำให้เนื้อเนียนละเอียด ทำเป็นชิ้นทรงสี่เหลี่ยมขนาดกำลังพอดี บรรจุเป็นห่อเล็กๆ แบบแยกชิ้นแบ่งรับประทานได้ง่าย เมื่อนำไปต้มหรือย่างเนื้อโมจิด้านในจะมีความเหนียวนุ่มหนึบหนับ นิยมรับประทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่น, ผงถั่วเหลืองคินาโกะ, น้ำเชื่อมคุโรมิตสึ หรือใส่ในหม้อไฟ นอกจากนี้คิริโมจิยังถือว่าเป็นขนมมงคลตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น จึงมักจะรับประทานในช่วงเทศกาลปีใหม่และพิธีมงคลต่างๆ ค่ะ
วิธีรับประทาน (สามารถเลือกทำได้ 4 วิธี)
• อบโดยใส่โมจิครั้งละ 2-3 ชิ้นในเตาอบขนาด 1,000 วัตต์ ตั้งเวลาประมาณ 3-4 นาที แล้วนำออกจากเตามาวางไว้ด้านนอก 1-2 นาที เพื่อให้โมจินุ่มขึ้น
• ย่างบนกระทะด้วยไฟอ่อนประมาณ 5-7 นาที หมั่นกลับด้านเป็นระยะจนผิวโมจิมีสีตามต้องการ
• ต้มน้ำให้ร้อนแล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ใส่โมจิลงไปต้มต่อประมาณ 3 นาที
• อุ่นในไมโครเวฟ 500 วัตต์ โดยใส่โมจิ 2 ลูกในภาชนะทรงลึกที่ใช้สำหรับไมโครเวฟ เติมน้ำลงไปเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 2.30 นาที
** หมายเหตุ : กำลังไฟ ระยะเวลา และจำนวนชิ้นของโมจิเป็นข้อมูลที่แนะนำโดยประมาณ อาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ **
วิธีการเก็บรักษา
• หลีกเลี่ยงการเก็บในที่แสงแดดส่องถึงหรือที่ร้อนชื้น
• หลังเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อกและเก็บในตู้เย็น
• หยดน้ำในถุงสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างการจัดเก็บ
ถ้าพูดถึงของทานเล่นญี่ปุ่นที่ทั้งแปลกใหม่และอร่อยแบบผู้ใหญ่กินได้ เด็กกินดี “รสทาราโกะบัตเตอร์” คือหนึ่งในรสชาติยอดนิยมที่คนญี่ปุ่นหลงรัก ทาราโกะ (ไข่ปลาค็อดปรุงรส) ให้รสเค็มละมุน มีความทะเลบางๆ แบบไม่แรงจนเกินไป เมื่อนำมาผสมกับความหอมมันของเนย กลายเป็นรสชาติที่ทั้งนัว กลมกล่อม และติดใจแบบไม่รู้ตัว มันฝรั่งทอดกรอบชนิดแท่งนี้ผลิตจากมันฝรั่งคุณภาพดี ให้สัมผัสกรอบแน่น เคี้ยวสนุก ต่างจากมันฝรั่งแผ่นบางทั่วไป ทุกคำให้ความรู้สึกเต็มปากเต็มคำ
จุดเด่นคือความบาลานซ์ของรสชาติ
• ไม่เค็มโดด
• ไม่มันเลี่ยน
• ไม่คาว แต่กลมกล่อมแบบพรีเมียม
เหมาะทั้งสำหรับทานเล่นระหว่างวัน จับคู่กับเครื่องดื่ม หรือจัดเป็นของว่างในร้านอาหารญี่ปุ่น คาเฟ่ หรือร้านขายของนำเข้า ใครที่ชอบรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ต้องลอง เพราะนี่ไม่ใช่แค่มันฝรั่งทอด แต่คือประสบการณ์รสชาติแบบฮอกไกโดในซองเล็กๆ
ถ้าพูดถึงขนมญี่ปุ่นที่สายขนมกรอบต้องลอง “มันฝรั่งทอด รสไข่ปลาเมนไทโกะ” คือหนึ่งในรสชาติที่สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นได้ชัดเจนที่สุด เมนไทโกะหรือไข่ปลาปรุงรส เป็นวัตถุดิบยอดนิยมในฮอกไกโดและฟุกุโอกะ ด้วยรสเผ็ดเค็มเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสานกับกลิ่นหอมของเนย กลายเป็นรสชาติที่ทั้งเข้มข้น นัว และมีมิติ ตัวมันฝรั่งถูกตัดเป็นแท่ง กรอบกำลังดี เคี้ยวเพลินแบบไม่แข็งเกินไป ทำให้รสชาติซึมเข้าเนื้อทุกคำ พอกัดเข้าไปจะได้ทั้งความกรอบ เสียงแตกเบาๆ และรสเผ็ดมันที่ค่อยๆ กระจาย เหมาะทั้งสายขนมญี่ปุ่นแท้ สายแกล้ม และสายที่ชอบรสจัดจ้านแบบมีสไตล์
จุดเด่นสินค้า
• โดนใจคนชอบกินเผ็ด! รสเมนไทโกะเผ็ดจัดจ้านผสมเนย: รสชาติเผ็ดจี๊ดตัดกับความละมุนของเนย
อร่อยจนหยุดไม่ได้
• ใช้มันฝรั่งจากฮอกไกโด: คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเพื่อให้ได้ความหวานและรสสัมผัสจากมันฝรั่งแท้ๆ
• เข้มข้นด้วยกรรมวิธีฟรีซดราย: ล็อคความอร่อยและกลิ่นอายของไข่ปลาทาราโกะไว้ได้อย่างเต็มคำ
ไอเทมของว่างสุดพรีเมียมลายน้องกระต่าย ที่ดีไซน์มาเพื่อตอบโจทย์คนรักขนมญี่ปุ่นและผู้ที่มองหาความรีเฟรชในระหว่างวัน ตัววุ้นทำจากคาราจีแนนคุณภาพดี ให้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม ยืดหยุ่น และเด้งสู้ฟัน ผสานอย่างลงตัวกับรสชาติโยเกิร์ตแท้สไตล์นิปปอน ที่ให้ความหอมละมุน กลมกล่อม หวานกำลังดีและอมเปรี้ยวปลายลิ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยตัดเลี่ยนและปลุกความสดชื่นให้ร่างกายได้ทันที
ความพิเศษที่ไม่เหมือนเจลลี่ทั่วไปคือ คุณสามารถเพลิดเพลินกับโออิซูมิได้ตามชอบถึง 2 สไตล์
• สัมผัสเด้งดึ๋งชุ่มฉ่ำ : เมื่อแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา จะได้วุ้นคาราจีแนนที่เนียนลื่น ชุ่มฉ่ำ ละมุนลิ้น เคี้ยวสนุกชื่นใจ
• สัมผัสเกล็ดหิมะนุ่มหนึบ : เมื่อแช่ในช่องแข็ง เนื้อเจลลี่จะเปลี่ยนสภาพเป็นไอศกรีมเกล็ดน้ำแข็งใส ที่เนื้อนุ่มหนึบหนับไม่แข็งเป็นก้อนกระด้าง ให้ความเย็นฉ่ำสะใจเหมือนทานบิงซูในคาเฟ่
การเก็บรักษา: ควรเก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อนโดยตรง หากเปิดซองใหญ่แล้วแนะนำให้เก็บซองย่อยที่เหลือไว้ในตู้เย็น เพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติของสินค้า
หากคุณกำลังมองหาขนมเย็นๆ ที่ให้ความสดชื่นแบบไม่เหมือนใคร ต้องลองโคราเซเตะ วุ้นคาราจีแนน รสโคล่า เยลลี่โคลาแช่แข็งยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่เปลี่ยนรสชาติของเครื่องดื่มโคลาให้กลายเป็นของว่างแสนสนุก เมื่อแช่ฟรีซจนได้ที่ เนื้อเยลลี่จะมีความหนึบและเย็นจัดคล้ายเกล็ดน้ำแข็งละเอียด ให้สัมผัสสดชื่นเต็มคำ พร้อมกลิ่นหอมหวานของโคลาสไตล์ญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์ ยิ่งทานในวันที่อากาศร้อนยิ่งฟิน ตัวซองออกแบบให้บีบรับประทานได้สะดวก ไม่ต้องใช้ช้อน ไม่เลอะมือ เหมาะทั้งสำหรับเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ จะทานเล่นที่บ้าน พกไปโรงเรียน ที่ทำงาน หรือทริปท่องเที่ยวก็สะดวก หรือแบ่งกันอร่อยทั้งครอบครัว เป็นอีกหนึ่งขนมนำเข้าจากญี่ปุ่นที่สายขนมและสายของหวานไม่ควรพลาด
ความพิเศษที่ไม่เหมือนเจลลี่ทั่วไปคือ คุณสามารถเพลิดเพลินกับโออิซูมิได้ตามชอบถึง 2 สไตล์
• สัมผัสเด้งดึ๋งชุ่มฉ่ำ : เมื่อแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา จะได้วุ้นคาราจีแนนที่เนียนลื่น ชุ่มฉ่ำ ละมุนลิ้น เคี้ยวสนุกชื่นใจ
• สัมผัสเกล็ดหิมะนุ่มหนึบ : เมื่อแช่ในช่องแข็ง เนื้อเจลลี่จะเปลี่ยนสภาพเป็นไอศกรีมเกล็ดน้ำแข็งใส ที่เนื้อนุ่มหนึบหนับไม่แข็งเป็นก้อนกระด้าง ให้ความเย็นฉ่ำสะใจเหมือนทานบิงซูในคาเฟ่
การเก็บรักษา: ควรเก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อนโดยตรง หากเปิดซองใหญ่แล้วแนะนำให้เก็บซองย่อยที่เหลือไว้ในตู้เย็น เพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติของสินค้า
หวานละมุน หอมรมควัน ฟินทุกคำไปกับแซลมอนรมควัน แคนดี้ ไบต์ส
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้พิเศษด้วยแซลมอนรมควัน แคนดี้ ไบต์ส (Smoked Salmon Candy Bites) แซลมอนแอตแลนติกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ที่ผ่านการรมควันอย่างพิถีพิถัน พร้อมเคลือบรสหวานเล็กน้อย รสชาติกลมกล่อมสไตล์ Candy ให้ได้ทั้งความหอมของควันไม้และความนุ่มของเนื้อปลาในทุกคำ
ผลิตจากแซลมอนแอตแลนติกคุณภาพ จากแหล่งน้ำเย็นบริสุทธิ์ในแคว้นปาตาโกเนีย ประเทศชิลี รมควันจากปลาแซลมอนสดภายใน 24 ชั่วโมงหลังการจับ เพื่อคงความสดใหม่และรสชาติที่ดีที่สุด
Latitude 45 ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ BAP ระดับ 4 ดาว (4-Star Certified)
จุดเด่นสินค้า
• แซลมอนรมควันรสแคนดี้ (Candy Flavored Smoked Salmon) ปรุงสุกพร้อมรับประทาน
• พร้อมรับประทาน (Ready to Eat)
• ผลิตจากปลาแซลมอนแอตแลนติกที่เลี้ยงในฟาร์ม (Farm-Raised)
• รมควันจากปลาแซลมอนสดทุกครั้ง เพื่อคงรสชาติและคุณภาพ
• อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินดี
• ให้โปรตีนสูง 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
• ไม่มีก้าง และไม่มีหนัง (Skinless & Boneless)
• ปราศจากกลูเตน (Gluten-Free)
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ 4-Star BAP (Best Aquaculture Practices)
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
ถ้าพูดถึงราเมงสไตล์ฮากาตะ หลายคนจะนึกถึงน้ำซุปสีขาวนวลที่เคี่ยวกระดูกหมูจนได้ความเข้มข้น หอมมัน และมีรสชาติกลมกล่อมลึกถึงใจ นี่คือเสน่ห์ของทงคตสึราเมง ที่ครองใจคนทั่วโลก ถ่ายทอดเอกลักษณ์นั้นมาไว้ในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูปที่ยังคงคุณภาพและรสชาติใกล้เคียงร้านดัง เส้นราเมงถูกออกแบบให้เหนียวนุ่มและดูดซับน้ำซุปได้ดี ทุกคำที่ซู้ดจึงเต็มไปด้วยความเข้มข้นของซุปกระดูกหมู ความพิเศษคือคุณสามารถสร้างสรรค์ชามราเมงในแบบของตัวเอง เพิ่มหมูชาชู ไข่ออนเซ็น ต้นหอม หรือข้าวโพด ก็ยิ่งยกระดับความอร่อยไปอีกขั้น จากเมนูง่าย ๆ กลายเป็นมื้อพรีเมียมได้ภายในไม่กี่นาที จะเป็นมื้อด่วนหลังเลิกงาน มื้อดึกแก้หิว หรือมื้อวันหยุดสบาย ๆ ราเมงถ้วยนี้ก็พร้อมเติมเต็มความสุขให้คุณแบบไม่ต้องบินไปญี่ปุ่น
วิธีการทาน
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นราเมงลงไป ต้มประมาณ 4 นาที พร้อมคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสม: เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามซุปก่อนเพื่อละลายเครื่องปรุง แล้วจึงตักเส้นตามลงไป
***** เพิ่มความอร่อย: แนะนำให้เติมหมูชาชู, ไข่ต้มยางมะตูม, ต้นหอมซอย และสาหร่าย เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารและความอร่อยยิ่งขึ้น
เปลี่ยนหน้าร้อนให้เป็นสวรรค์ด้วย "ไอซ์ป๊อปมะม่วง" เมื่ออากาศร้อนๆมาเยือน ไม่มีอะไรจะช่วยให้สดชื่นได้ดีเท่าของหวานเย็นฉ่ำ ไอซ์ป๊อบรสมะม่วงคือคำตอบที่ลงตัวที่สุด ลืมการทานมะม่วงแบบเดิมๆไปได้เลย เพราะนี่คือนวัตกรรมความอร่อยในรูปแบบซองที่คัดสรรเนื้อมะม่วงคุณภาพดีเข้มข้นสูงถึง 50% นำมาปรุงเป็นสูตรพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการแช่แข็งโดยเฉพาะ ให้รสสัมผัสหวานหอมจากมะม่วงแท้ๆ เนียนนุ่มละมุนลิ้น กินง่าย เพลินทุกคำ เพียงแค่แช่ในช่องฟรีซประมาณ 8 ชั่วโมง ก็จะได้ไอซ์ป๊อปเย็นฉ่ำ พร้อมเติมความสดชื่นให้คุณในทันที หรือจะนำไปประยุกต์ทำเมนูอื่นๆ เช่น ใส่โซดา ปั่นเป็นสมูทตี้ หรือทำเป็นของหวานสไตล์คาเฟ่ก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยได้อีกระดับ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็สามารถเพลิดเพลินกับไอซ์ป๊อปมะม่วงได้ทุกเวลา ด้วยขนาดพอดีมือ พกพาง่าย เหมาะทั้งทานเล่นที่บ้าน พกไปเที่ยว หรือเติมความสดชื่นระหว่างวัน
ทำไมต้องลอง ไอซ์ป๊อปมะม่วง?
• หอมหวานรสมะม่วงแท้ เติมความสดใสให้ทุกวันของคุณ ไม่ว่าจะร้อนแค่ไหนก็เอาอยู่
• บรรจุภัณฑ์ออกแบบมาให้เก็บในอุณหภูมิห้องได้ ช่วยประหยัดพื้นที่ในตู้เย็น พกพาง่ายไปได้ทุกที่
• ให้พลังงานเพียง 80 kcal แถมโซเดียมต่ำ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับของว่างในวันหยุดหรือหลังมื้ออาหาร
วิธีรับประทาน แค่ "แช่ บิด ชิม"
เพียงนำซองไปแช่ในช่องฟรีซประมาณ 8 ชั่วโมง คุณจะได้ไอศกรีมเกล็ดหิมะเนื้อนุ่ม พร้อมทานทันที หรือ
จะนำไปครีเอทเมนูใหม่ๆ ก็ทำได้หลากหลาย:
• แบบไอซ์ป๊อบ นำไปแช่ในช่องแช่แข็ง จนแข็งตัว แล้วทานจากซองได้เลย
• แบบคำเล็กน่ารัก เปิดซองแล้วเทของลงในถาดน้ำแข็ง เพื่อทำเป็นรูปทรงต่างๆ ตามใจชอบ แล้วนำไปแช่แข็ง
ให้เป็นก้อนขนาดพอดีคำ
• แบบผสมเครื่องดื่ม นำ"ไอซ์ป๊อปแบบคำเล็ก" ที่แช่แข็งแล้ว(จากข้อ 2) ใส่ลงในแก้ว จากนั้นเติมไซเดอร์
หรือโซดาลงไป เพื่อเพิ่มความสดชื่นซ่าถึงใจ
คำเตือน : โปรดระวังอย่าให้ขอบซองบาดมือหรือปากขณะเปิด
ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็เพลิดเพลินกับประสบการณ์ใหม่ของการทานมะม่วงได้ทุกเวลา แค่แช่เย็นแล้วบิด ก็สัมผัสรสชาติมะม่วงแท้ได้ทุกที่ทุกเวลา!
เปลี่ยนนิยามการทานฝรั่งแบบเดิมๆ ให้ตื่นเต้นกว่าที่เคย! หากคุณเป็นคนรักความหอมสดชื่นของฝรั่ง คุณจะต้องหลงรัก “ไอซ์ป๊อปฝรั่ง” ซองนี้แน่นอน คัดสรรส่วนผสมจากเนื้อฝรั่งและน้ำฝรั่งเข้มข้นถึง 46% มาไว้ในรูปแบบซองที่พร้อมเปลี่ยนเป็นไอศกรีมเกล็ดหิมะทันทีเมื่อแช่แข็ง
ทำไมไอซ์ป๊อปฝรั่งถึงเป็นคำตอบที่ใช่?
• รสชาติที่สมดุล: ได้ความหวานนุ่มและเปรี้ยวนิดๆ ตามธรรมชาติของฝรั่งกิมจูแท้ๆ กลิ่นหอมละมุนเป็นเอกลักษณ์ ไม่หวานจนเกินไป ให้ความรู้สึกเหมือนได้รีเฟรชร่างกายในทุกคำที่กัด
• สัมผัสความฟินแบบ "Freeze & Eat": เนื้อสัมผัสจะมีความพิเศษกึ่งไอศกรีมกึ่งเกล็ดหิมะ นุ่มละมุนลิ้นแต่ยังให้ความเย็นฉ่ำแบบละลายในปาก สนุกกับการกินมากขึ้นกว่าเดิม
• ง่ายและสะดวกสุดๆ: แค่แช่ช่องฟรีซทิ้งไว้ประมาณ 8 ชั่วโมง ก็หยิบออกมาบิดทานได้เลย ไม่ต้องเตรียม ไม่ต้องปั่น แถมยังพกพาสะดวกและเก็บรักษาในอุณหภูมิห้องได้ ช่วยประหยัดพื้นที่ในตู้เย็น
• อร่อยแบบสุขภาพดี: มาพร้อมแคลอรี่ที่น้อยเพียง 80 kcal และโซเดียมต่ำ เป็นตัวช่วยดับร้อนชั้นยอดที่คุณสามารถทานได้ทุกวันแบบไม่รู้สึกผิด
วิธีรับประทาน แค่ "แช่ บิด ชิม"
เพียงนำซองไปแช่ในช่องฟรีซประมาณ 8 ชั่วโมง คุณจะได้ไอศกรีมเกล็ดหิมะเนื้อนุ่ม พร้อมทานทันที หรือ
จะนำไปครีเอทเมนูใหม่ๆ ก็ทำได้หลากหลาย:
• แบบไอซ์ป๊อบ นำไปแช่ในช่องแช่แข็ง จนแข็งตัว แล้วทานจากซองได้เลย
• แบบคำเล็กน่ารัก เปิดซองแล้วเทของลงในถาดน้ำแข็ง เพื่อทำเป็นรูปทรงต่างๆตามใจชอบ แล้วนำไปแช่แข็ง
ให้เป็นก้อนขนาดพอดีคำ
• แบบผสมเครื่องดื่ม นำ"ไอซ์ป๊อปแบบคำเล็ก" ที่แช่แข็งแล้ว(จากข้อ 2) ใส่ลงในแก้ว จากนั้นเติมไซเดอร์
หรือโซดาลงไป เพื่อเพิ่มความสดชื่นซ่าถึงใจ
คำเตือน : โปรดระวังอย่าให้ขอบซองบาดมือหรือปากขณะเปิด
ไม่ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหน หรือจะอยู่ในไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ “ไอซ์ป๊อปฝรั่ง” คือตัวเลือกที่บาลานซ์ความอร่อยและความสดชื่นได้อย่างลงตัวที่สุด บอกเลยว่าถ้าได้ลองแล้ว จะเผลอกินเพลินจนหมดซองแบบไม่รู้ตัวแน่นอน
Are you looking for a side dish or an appetizer to go with your favorite beverage?
The flavor of the “Kimchi Seasoned Scallop Rim” is acidic, salty, and a little bit sweet. When chewed, it has a crunchy texture. This is delicious and perfect for serving as an appetizer, a side dish, or with your favorite glass. Additionally, it can be used as a sushi topping and as a side dish in bento. This is another menu that is recommended for your home.
ถ้าพูดถึงราเมงสายเข้ม “โชยุผสมน้ำมันหมู” คือรสที่สายฮาร์ดคอร์ต้องลอง เพราะความหอมมันของไขมันหมูจะช่วยดึงรสเค็มหวานของโชยุให้ลึกขึ้นอีกระดับ ไม่ใช่แค่เค็ม แต่เป็นความกลมกล่อมที่เคลือบเส้นทุกเส้น ZUBAAN! สูตรนี้ออกแบบมาให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนึบพอดี ไม่เละง่าย ซุปเข้มข้นแบบที่เรียกว่า “กินแล้วรู้เลยว่ามีของ” ใครชอบเติมหมูชาชู ไข่ต้มยางมะตูม หรือสาหร่าย รับรองว่าซุปจะยิ่งพุ่ง แพ็กขนาด 3 ซอง เหมาะทั้งสำหรับครอบครัว หรือร้านอาหารที่อยากมีเมนูเสริมแบบทำเร็ว ขายไว กำไรชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเร่งด่วนหรือเดลิเวอรี่ บางวันชีวิตก็ต้องการอะไรที่ง่าย แต่ไม่ธรรมดา…ราเมงถ้วยนี้ตอบโจทย์แบบไม่ต้องบินไปญี่ปุ่น
วิธีการทำ
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นลงไปต้มนานประมาณ 4 นาที (คอยคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว)
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสมน้ำ: เมื่อเส้นสุก เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเครื่องปรุงก่อน แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
• เสิร์ฟ: นำเส้นลงไปใส่ในชาม คนเบาๆ พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับ: เติมเนื้อหมูชาชู ไข่ต้ม หน่อไม้ และต้นหอมญี่ปุ่น เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบ
สัมผัสความอร่อยลงตัวสายพันธุ์ใหม่ เมื่อชีสกาแมมแบร์สุดพรีเมียมมาพบกับเลมอนเซโตดะอันเลื่องชื่อจากญี่ปุ่น กลายเป็นขนมที่มอบประสบการณ์รสชาติแปลกใหม่และน่าหลงใหลตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง เพียงแกะซองก็ได้กลิ่นหอมเย้ายวนของบิสกิตเนยสดผสมเกลือลอแรนจากฝรั่งเศส (Lorraine Rock Salt) ที่ให้รสเค็มอ่อน ๆ กลมกล่อม อบจนกรอบหอมกำลังดี ก่อนสอดไส้ด้วยครีมชีสกาแมมแบร์เนื้อเนียนนุ่ม หอมมันละมุน และเติมความสดชื่นด้วยเลมอนแท้จากเกาะเซโตดะ ประเทศญี่ปุ่น ที่มอบรสเปรี้ยวอมหวานอย่างลงตัว
ทุกคำที่กัดจะได้สัมผัสทั้งความกรอบของบิสกิต ความนัวของชีส และความหอมสดชื่นของเลมอนที่ช่วยตัดความเลี่ยนได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นการผสมผสานรสชาติระหว่างความพรีเมียมแบบตะวันตกและความประณีตสไตล์ญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่าย ทานคู่ชา กาแฟ ใช้ต้อนรับแขก หรือเป็นของฝากสุดพิเศษสำหรับคนรักชีสและขนมญี่ปุ่น รับรองว่าลองเพียงชิ้นเดียวก็อาจหยุดกินไม่ได้
วิธีทาน / เมนูแนะนำ
• ทานคู่กับเครื่องดื่มร้อน: ทานคู่กับชาดำร้อน ชาเขียวร้อน หรือกาแฟดำอุ่นๆ รสขมและกลิ่นหอมของชา/กาแฟ จะช่วยขับความนัวของชีสและรสเปรี้ยวของเลมอนให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
• ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็น: แช่บิสกิตให้เย็นสักเล็กน้อย แล้วนำมาทานคู่กับน้ำโซดารสผลไม้ หรือไวน์ขาวแช่เย็น (สำหรับปาร์ตี้ผู้ใหญ่) เป็นกับแกล้มที่เข้ากันได้อย่างดีเยี่ยม
• เป็นท็อปปิ้งขนมหวาน: บดบิสกิตหยาบๆ ใช้โรยหน้าบนไอศกรีมวานิลลา หรือโยเกิร์ต เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสกรุบกรอบและความหอมมัน
สัมผัสตำนานความอร่อยจากญี่ปุ่น... ซุปหูฉลามเข้มข้นสไตล์เสฉวน
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อสุดหรูระดับภัตตาคารง่ายๆ ที่บ้านคุณ! ด้วยซุปหูฉลามแท้ที่คัดสรรวัตถุดิบจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ แหล่งหูฉลามอันดับ 1 ของญี่ปุ่นที่ทั่วโลกยอมรับ มาในสูตรสไตล์เสฉวน ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมน้ำมันงา และมีความเผ็ดปลายลิ้นเบาๆ จากโต้วปั้นเจี้ยว (เต้าเจี้ยวพริก) ช่วยชูรสให้ทานสนุกและไม่เลี่ยน
จุดเด่นที่คุณต้องลอง:
• จุดเด่น : หูฉลามแท้จากเมืองเคะเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหูฉลามที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น
• รสชาติ : สูตรเสฉวน ที่มีความหอมของเครื่องเทศและโต้วปั้นเจี้ยว ให้รสชาติเผ็ดนิดๆ กลมกล่อมลุ่มลึก
• คอลลาเจน : มีคอลลาเจนสูงถึง 2,800 มิลลิกรัม ช่วยบำรุงผิวพรรณและข้อต่อในชามเดียว
• คุณภาพพรีเมียม : ใช้เทคโนโลยี Retort Pouch คงความสดและสารอาหารครบถ้วนโดยไม่ใส่วัตถุกันเสีย
• ความคุ้มค่า : 1 ซอง ขนาด 200 กรัม เป็นสูตรเข้มข้น สามารถทำทานได้ถึง 3-4 คน
วิธีทำง่ายๆ ใน 5 นาที :
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
เคล็ดลับความอร่อย
• จิ๊กโฉ่ว (Black Vinegar): เหยาะจิ๊กโฉ่วลงไปเล็กน้อยตอนจะทาน ความเปรี้ยวของมันจะไปตัดเลี่ยนและดึงรสหวานของหูฉลามให้เด่นชัดขึ้น
• พริกไทยขาวป่น: แนะนำให้ใช้พริกไทยขาวแท้ป่นละเอียด โรยหน้าก่อนเสิร์ฟเพื่อเพิ่มความร้อนแรงแบบนุ่มนวล
• น้ำมันพริกรายู (Layu): เนื่องจากเป็นซุปสไตล์เสฉวน การหยดน้ำมันพริกญี่ปุ่นลงไปสัก 2-3 หยดจะช่วยเพิ่มสีสันและกลิ่นหอมที่เย้ายวนใจ
• โรยหน้าด้วยผักชีหรือต้นหอมซอย: ความสดของผักสีเขียวจะช่วยตัดรสเข้มข้นของซุปทำให้ทานได้คล่องคอขึ้น
• ทานคู่กับข้าวกรอบ: ลองทานคู่กับข้าวตังหรือข้าวพอง(Okaki) จะได้มิติการทานที่สนุกขึ้นจากความกรอบที่ชุ่มไปด้วยน้ำซุป
"ความอร่อยระดับเชฟญี่ปุ่น ในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง... อิ่ม อร่อย และได้ผิวสวยไปพร้อมกัน!"
ถ้าพูดถึงราเมงรสมิโสะ หลายคนจะนึกถึงความหอมของถั่วหมัก ผสมความเค็มมันที่ลึกและกลมกล่อม ราเมงรุ่นนี้ถ่ายทอดรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ชัดเจน ซุปมีความเข้มข้นสไตล์ “โนโกะ” คือไม่จาง ไม่บาง แต่แน่นเต็มคำ เส้นราเมงถูกออกแบบให้มีความหนาและความหนึบเป็นพิเศษ เพื่อให้รับกับซุปมิโสะได้อย่างลงตัว ทุกครั้งที่คีบเส้นขึ้นมา จะสัมผัสได้ถึงความเด้งและเนื้อสัมผัสที่คล้ายเส้นสดในร้านราเมง จุดเด่นคือสามารถปรุงเพิ่มได้ตามสไตล์ของตัวเอง จะใส่หมูชาชู ไข่ออนเซ็น ข้าวโพด หรือเนยเพิ่มความหอมก็ได้ กลายเป็นเมนูระดับร้านดังได้ภายในไม่กี่นาที เหมาะกับคนทำงานที่อยากได้มื้ออร่อยแบบรวดเร็ว นักเรียนที่อยากกินอะไรจริงจัง หรือร้านอาหารที่ต้องการเมนูญี่ปุ่นเพิ่มยอดขายแบบต้นทุนคุมได้ พูดง่ายๆ คือ ถ้าอยากกินราเมงที่ไม่ง้อร้าน นี่คือคำตอบ
วิธีการทำ
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นลงไปต้มนานประมาณ 4 นาที (คอยคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว)
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสมน้ำ: เมื่อเส้นสุก เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเครื่องปรุงก่อน แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
• เสิร์ฟ: นำเส้นลงไปใส่ในชาม คนเบาๆ พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับ: เติมเนื้อหมูชาชู ไข่ต้ม หน่อไม้ และต้นหอมญี่ปุ่น เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบ
สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ในรูปแบบที่ง่ายกว่าเดิม ซุปหูฉลามสูตรนี้เน้นความลงตัวของ "ซอสโชยุ" และน้ำซุปสกัดจากโครงไก่และหมู ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ตามแบบฉบับอาหารกวางตุ้งแท้ๆ เนื้อซุปมีความข้นกำลังดี เมื่อทานคู่กับหูฉลามและเห็ดหูหนูจะให้สัมผัสที่กรุบกรอบและนุ่มละมุนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับเป็นเมนูบำรุงร่างกายหรืออาหารจานพิเศษสำหรับครอบครัว หากพูดถึงเมนูระดับตำนานที่ครองใจเหล่านักชิมมาอย่างยาวนาน "ซุปหูฉลาม" คือหนึ่งในลิสต์อันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และการเคี่ยวน้ำซุปที่ต้องใช้ความพิถีพิถันขั้นสูง แต่จะดีแค่ไหน... ถ้าเราสามารถยกเอาบรรยากาศและรสชาติระดับภัตตาคารหรูจากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ที่โต๊ะอาหารในบ้านได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที ซุปหูฉลามเข้มข้นซองนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ซุปกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่ส่งตรงมาจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งที่มีการคัดสรรวัตถุดิบจากทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะหูฉลามที่ผ่านการคัดไซส์และคุณภาพอย่างละเอียด ผสมผสานกับภูมิปัญญาการปรุงอาหารสไตล์กวางตุ้งที่เน้นการดึงรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด
วิธีการปรุงอาหาร
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
*** นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ข้าวต้ม ชะวันมูชิ และบะหมี่เกี๊ยว
เคล็ดลับความอร่อย
• ตัดเลี่ยน: แนะนำให้เหยาะ จิ๊กโฉ่ว (ซอสเปรี้ยว) และ พริกไทยขาว เล็กน้อย จะช่วยชูรสชาติโชยุให้เด่นชัดและกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• เพิ่มเครื่อง: สามารถเติมเนื้อปูแกะ, กุ้งสับ หรือเห็ดหอมซอยลงไปต้มพร้อมซุป เพื่อเพิ่มความหรูหราและเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้นครับ
ซอสสเต็กหัวหอมจากเอบาระ คือหนึ่งในเคล็ดลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นนิยมใช้ เพราะรสชาติไม่ได้แค่เค็มหรือหวาน แต่มีความกลมกล่อม จากการผสมผสานของหัวหอมที่ผ่านการปรุงจนหอมละมุน กับโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้ซอสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยขับรสชาติของเนื้อให้โดดเด่นขึ้น สิ่งที่ทำให้ซอสตัวนี้แตกต่างคือ มันไม่ได้กลบรสเนื้อ แต่กลับช่วยดึงรส ของวัตถุดิบออกมาให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวที่มีความฉ่ำ หมูที่นุ่ม หรือไก่ที่หอม ซอสจะเคลือบทุกคำให้มีมิติของรสชาติแบบพอดีๆ ไม่หนักจนเลี่ยน และไม่จางจนรู้สึกขาดอะไรไป สำหรับคนที่ทำอาหารทานเองที่บ้าน ซอสนี้เหมือนเป็นตัวช่วยลัดที่เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้ดูโปรขึ้นทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปรุงซอสเองหลายขั้นตอน แค่ย่างเนื้อให้ได้ระดับความสุกที่ชอบ แล้วราดซอสลงไป ความหอมจะลอยขึ้นทันทีเหมือนยืนอยู่หน้าเตาในร้านอาหารญี่ปุ่น ยิ่งถ้าใครทำร้านอาหารหรือขายเดลิเวอรี่ ซอสแบบซองยังช่วยควบคุมปริมาณได้ง่าย ทำให้รสชาติแต่ละจานคงที่ ลูกค้ากินครั้งไหนก็ได้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจอาหาร และความดีงามไม่ได้หยุดแค่สเต็ก เพราะซอสตัวนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอื่นได้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบิร์ก ข้าวผัด หรือเนื้อย่างกระทะร้อน เรียกได้ว่าซองเดียวแต่ใช้งานได้หลากหลาย ซอสตัวนี้คือคำตอบที่ทั้งง่ายและคุ้มค่า…แบบที่ลองครั้งเดียวแล้วมักจะมีติดบ้านยาวๆ
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• สเต็กเนื้อ/หมู/ไก่: ย่างเนื้อสัตว์ที่ชอบจนสุก พักเนื้อไว้ แล้วราดซอสจากถ้วยได้ทันที
• แฮมเบิร์ก: เนื้อบดปั้นก้อนย่างฉ่ำๆ ราดซอสนี้จะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้ดีมาก
• ปลาแซลมอนย่าง: ราดซอสนี้บนแซลมอนย่างเกลือ จะได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่น
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมหัวใหญ่ในกระทะ พอสุกแล้วเทซอส ลงไปคลุกให้เข้ากัน วางบนข้าวสวยร้อนๆ
• ข้าวหน้าหมูทอด: ใช้ราดแทนซสทงคัตสึแบบเดิมๆ สำหรับคนที่ชอบรสชาติที่หอมสดชื่นจากหอมหัวใหญ่
• หมูผัดหอมหัวใหญ่: ใช้ซอสนี้เป็นเบสในการผัดหมูสไลด์ เพิ่มต้นหอมญี่ปุ่นหรือพริกหยวก อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม
ถ้าพูดถึงราเมงสายเข้มข้น ต้องยกให้สไตล์โยโกฮาม่า หรือที่เรียกว่า “อิเอะเค” จุดเด่นคือการรวมความหอมมันของซุปกระดูกหมูเข้ากับความเค็มกลมกล่อมของโชยุ กลายเป็นน้ำซุปที่มีมิติ รสลึก ซดแล้วหยุดยาก มารุจัง ราเมงกึ่งสำเร็จรูป รสซุปกระดูกหมู(ผสมโชยุ) สไตล์โยโกฮาม่า ถ่ายทอดเอกลักษณ์นั้นมาในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูปที่ยังคงความหนักแน่นของรสชาติ เส้นมีความเหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน เข้ากับซุปที่เคี่ยวมาอย่างเข้มข้น ความพิเศษอยู่ที่ความบาลานซ์ ไม่เค็มโดด ไม่มันเลี่ยน แต่มีความกลมกล่อมแบบราเมงร้านดังในญี่ปุ่น เพิ่มท็อปปิ้งอย่างหมูชาชู ไข่ต้มยางมะตูม สาหร่าย หรือผักโขม ก็ยกระดับเป็นเมนูพรีเมียมได้ทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ฟีล “ราเมงร้านดัง” แต่เวลาจำกัด หรืออยากสต็อกของดีติดบ้านไว้ เวลาหิวเมื่อไหร่ก็จัดได้เลย ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องแต่งตัว แค่ต้มน้ำก็พร้อมฟิน
วิธีการทำ
• เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด ควรทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ:
• ต้มน้ำประมาณ 500 มล. ให้เดือด
• ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 5 นาที (หรือตามความชอบของระดับความนุ่มเส้น) ระหว่างต้มให้คอยคนเส้นเบาๆ
• เตรียมซุปโดยการเทเครื่องปรุงลงในชามรอไว้
• เมื่อเส้นได้ที่ ให้เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเพื่อละลายเครื่องปรุงก่อน แล้วจึงใส่เส้นตามลงไป
Tips: เติมหมูชาชู ผักโขมลวก และสาหร่ายแผ่น เพื่อความอร่อยแบบอูมามิ
สัมผัสความหอมละมุนของชาเขียวอูจิแท้จากเกียวโต... ในรูปแบบไดฟุกุครีมสุดพรีเมียมจากญี่ปุ่น
คนรักชาเขียวและหลงใหลในขนมญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่พลาด โมจิสอดไส้ครีมรสชาเขียวอูจิ ที่คัดสรรชาเขียวคุณภาพจากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต แหล่งผลิตมัทฉะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติกลมกล่อม มีความขมนิดๆตามเอกลักษณ์ของมัทฉะแท้ ตัดกับความหวานกำลังดี จึงให้รสชาติที่ลงตัว ไม่หวานจนเกินไป
แป้งโมจิผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น ให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น เคี้ยวเพลิน ห่อหุ้มไส้ถั่วกวนผสมชาเขียวที่หอมเข้มข้น ก่อนจะซ่อนครีมนมสดเนียนนุ่มไว้ตรงกลาง เพิ่มความละมุนทุกคำที่รับประทาน พร้อมเมล็ดถั่วแดงเม็ดเล็กที่ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอร่อยในทุกคำ การแช่แข็งทันทีหลังการผลิต จึงช่วยรักษาความสดใหม่ เนื้อสัมผัส และรสชาติของโมจิไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เพียงนำออกจากช่องแช่แข็งพักไว้ประมาณ 10–15 นาที ก็พร้อมอร่อยได้ทันที ให้สัมผัสนุ่มละมุนเหมือนเพิ่งทำสดใหม่ เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของหวานหลังอาหาร ของว่างระหว่างวัน หรือเสิร์ฟคู่ชาเขียว ชาร้อน กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ เพิ่มความพิเศษให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน เหมือนได้ลิ้มรสขนมจากร้านดังในญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเดินทางไกล
วิธีรับประทาน
เนื่องจากเป็นสินค้าแช่เยือกแข็ง เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดควรปฏิบัติดังนี้:
• นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง
• วางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 15 - 20 นาที หรือนำมาไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแป้งและครีมสดคลายตัวนุ่มนิ่มพอดี
• รับประทานทันทีขณะที่ยังมีความเย็นอยู่เล็กน้อย เพื่อสัมผัสไอศกรีมครีมสดและมัทฉะสุดละมุน
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน