ขอเชิญคุณมาสัมผัส "รสชาติใหม่" ของวาซาบิ ที่แตกต่างจากวาซาบิบดแบบเดิม ๆ ค่ะ นี่คือประสบการณ์ของความเผ็ดซ่าที่มาพร้อมกับเนื้อสัมผัสกรุบกรอบในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่คุณไม่ควรพลาดเลยนะคะ
คิซามิ วาซาบิ (Kizami Wasabi) แปลตรงตัวว่า วาซาบิสับ (Chopped Wasabi) เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเอา ก้านและหัววาซาบิแท้ (Hon Wasabi) มาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ หยาบ ๆ แทนการนำไปบดละเอียดแบบที่เราคุ้นเคยกันค่ะ จากนั้นจึงนำไปปรุงรสด้วย โชยุ (Shoyu) และเครื่องปรุงอื่น ๆ ในสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อให้ได้วาซาบิที่มีรสชาติกลมกล่อม มีความเผ็ดซ่าที่ลงตัว และมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของวาซาบิแท้ Kinjirushi เป็นแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านวาซาบิที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนานในประเทศญี่ปุ่น โดยผลิตภัณฑ์ "คิซามิ วาซาบิ รสโชยุ" นี้ เป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและมีชื่อเสียงในเรื่องรสชาติที่เข้มข้นจัดจ้าน ทำให้สามารถนำไปใช้ร่วมกับอาหารได้หลากหลายประเภทมากขึ้น
จุดเด่นสำคัญของ คิซามิ วาซาบิ คือ เนื้อสัมผัสแบบ "กรุบกรอบ" (Shakishaki) จากชิ้นส่วนของก้านวาซาบิที่ถูกสับหยาบ ๆ ซึ่งให้ความสนุกและมิติใหม่ในการรับประทาน ไม่เหมือนวาซาบิแบบบดที่เป็นเนื้อครีม และด้วยการปรุงรสด้วยโชยุ ทำให้วาซาบิชนิดนี้มีรส อูมามิ (Umami) แทรกอยู่ จึงสามารถใช้เป็นเครื่องปรุงรสหรือเครื่องเคียงได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมโชยุเพิ่ม ความเผ็ดซ่าของวาซาบิถูกปรุงให้อยู่ในระดับที่กำลังดี สามารถคงความเผ็ดซ่า (Tsuun) ที่ตีขึ้นจมูกได้ยาวนาน และยังให้กลิ่นหอมที่สดชื่นของวาซาบิแท้อีกด้วยค่ะ
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
1.ทานคู่กับเนื้อวัว: เหมาะสำหรับทานคู่กับสเต็กหรือเนื้อย่างวากิว (Wagyu) เพียงแค่แตะวาซาบิเล็กน้อยบนชิ้นเนื้อ ก็จะได้รสชาติที่ลงตัวและเพิ่มความหอมสดชื่น
2.สำหรับเมนูซูชิ/ซาชิมิ: ใช้แทนวาซาบิแบบบด เพื่อเพิ่มความจัดจ้านและรสสัมผัสกรุบ ๆ
3.ท็อปปิ้งอาหาร: โรยบนข้าวหน้าปลาดิบ (Chirashi-don), ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon), เต้าหู้เย็น (Hiyayakko), หรือไข่ตุ๋นแบบญี่ปุ่น (Chawanmushi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
1.นำสินค้าออกมาจากช่องแช่แข็งในปริมาณที่ต้องการใช้
2.ปล่อยให้ละลายน้ำแข็งตามธรรมชาติในอุณหภูมิห้อง หรือในตู้เย็น (ใช้เวลา 10-20 นาที)
3.เมื่อละลายแล้ว สามารถเปิดซองและตักวาซาบิพร้อมปรุงรสแล้วมาใช้เป็นเครื่องเคียงได้ทันทีค่ะ
หลังเปิดซองแล้ว ควรกดซิปล็อกปิดปากถุงให้แน่น และเก็บในช่องแช่แข็งตามเดิมเพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของวาซาบิค่ะ
***ข้อควรระวัง: ไม่ควรนำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ
ลองเพิ่ม คิซามิ วาซาบิ เข้าไปในมื้ออาหารของคุณดูสิคะ แล้วคุณจะได้เพลิดเพลินกับรสชาติและเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นแท้ ที่จะช่วยยกระดับเมนูโปรดของคุณให้พิเศษยิ่งขึ้นได้ที่บ้านค่ะ
วาราบิโมจิ หอมมัทฉะเข้มข้น นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสชาเขียวมัทฉะ (Matcha Warabi Mochi) จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงมัทฉะเข้มข้นเขาสุดๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
หากพูดถึงเมนูทานเล่นยอดฮิตที่ต้องมีติดโต๊ะเมื่อไปร้านอาหารญี่ปุ่นหรือร้านอิซากายะ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง “ทาโกะวาซาบิ” เมนูเคี้ยวเพลินที่โดดเด่นด้วยเนื้อปลาหมึกยักษ์หั่นพอดีคำ เนื้อหนึบเด้งและกรุบกรับ คลุกเคล้ากับซอสปรุงรสและวาซาบิแท้ๆ ให้รสชาติเผ็ดหอมขึ้นจมูกเล็กน้อยอย่างเป็นเอกลักษณ์ พร้อมความกลมกล่อมที่ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย เติมบรรยากาศอิซากายะให้มื้ออาหารที่บ้านได้ง่ายๆ เพียงละลายน้ำแข็งก็พร้อมรับประทานทันที เหมาะสำหรับเป็นเมนูทานเล่น กับแกล้มคู่เครื่องดื่ม หรือเสิร์ฟในปาร์ตี้กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ให้คุณสัมผัสความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องรอไปร้าน
วิธีละลายที่ถูกต้อง (เพื่อเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด)
เนื่องจากสินค้ามีขนาด 1 กก. ไม่แนะนำให้ละลายพร้อมกันทั้งถุง หากทานไม่หมดในครั้งเดียว
• ตัดแบ่งขณะยังแข็ง: ใช้มีดสะอาดตัดแบ่งถุงทาโกะวาซาบิออกมาเฉพาะปริมาณที่จะทานในมื้อนั้น
• ใส่ช่องธรรมดา: แบ่งใส่ถ้วยมีฝาปิด แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาข้ามคืน เพื่อให้ละลายช้าๆ เนื้อหมึกจะไม่เสียความเด้ง
• ละลายด่วน: นำใส่ถุงซิปล็อกปิดให้สนิท แช่ในน้ำอุณหภูมิห้อง 15-20 นาที (ห้ามนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด)
• การเก็บส่วนที่เหลือ: รีบนำส่วนที่เหลือเก็บเข้าช่องแช่แข็งทันที (-18°C) ห้ามปล่อยให้ละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งซ้ำ
เพราะจะทำให้หมึกเหนียวและคาวครับ
อุด้ง พร้อมซุปและโมจิ
อุด้งเส้นเหนียวนุ่ม เสิร์ฟพร้อมโมจิสัมผัสนุ่มหนึบ มาพร้อมน้ำซุปรสละมุนจากปลาคัตสึโอะ สาหร่ายคอมบุ และปลาแห้งหลากชนิด ให้รสอ่อนเบาแต่ลึกซึ้ง
ยกระดับความอร่อยของชาบูด้วย “ชาบู ชาบู โมจิ” โมจิแผ่นบางจากญี่ปุ่น
เติมความพิเศษให้มื้อชาบูของคุณด้วย “ชาบู ชาบู โมจิ” โมจิแบบแผ่นบาง ทำจากข้าวเหนียวญี่ปุ่นแท้ 100% โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตที่ใช้อุณหภูมิต่ำ เพื่อคงความหอมละมุนของข้าว และรสชาติที่อร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ
เนื้อสัมผัสของโมจิมีความเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นข้าวเหนียวญี่ปุ่นอ่อนๆ เพียงแค่นำไปแกว่งในหม้อน้ำซุปชาบูไม่กี่วินาที ก็จะได้โมจิที่นุ่มหนึบกำลังดี อร่อยอย่างลงตัวเมื่อรับประทานคู่กับเนื้อ ผัก และน้ำจิ้มสุดโปรด นอกจากจะใช้ในเมนูชาบูแล้ว ยังสามารถนำไปทำเป็นเมนูของหวานได้อีกด้วย เช่น ราดน้ำเชื่อมคุโรมิตสึที่โมจิแผ่น และโรยด้วยผงคินาโกะ ก็ได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ หรือจะนำไปประยุกต์ในเมนูอาหารอื่นๆ ทั้งคาวและหวานก็อร่อยอย่างลงตัว
สุดยอดขนมญี่ปุ่นคลายร้อน! อร่อยง่าย ๆ แค่คลายความเย็น
วาราบิโมจิ คือขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มละลาย ผสานความหวานลึกของน้ำตาลทรายแดง และกลิ่นหอมของถั่วเหลืองคั่ว เป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล หัวใจสำคัญของวาราบิโมจิอยู่ที่ “แป้งวาราบิ” ซึ่งได้จากรากของพืชตระกูลเฟิร์นญี่ปุ่น เมื่อนำมาผ่านกระบวนการนวดอย่างพิถีพิถัน จะได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม หนึบ เด้งและละลายในปาก แตกต่างจากโมจิทั่วไปที่ทำจากข้าวเหนียว ด้วยความอ่อนโยนของเนื้อแป้ง จึงให้สัมผัสที่ละเอียดและพรีเมียมยิ่งกว่า ความพิเศษอีกขั้นอยู่ที่การใช้น้ำตาลทรายแดงจากโอกินาว่า หรือ “คุโระซาโตะ” ซึ่งไม่ได้ใช้เป็นแค่น้ำเชื่อมราดเท่านั้น แต่ถูกนวดผสมเข้าไปในเนื้อวาราบิโมจิตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ทำให้ขนมมีสีน้ำตาลอ่อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอ้อย และรสหวานที่ลึก กลมกล่อม ไม่ฉูดฉาด ซึมซับอยู่ในทุกคำที่กัด และที่ขาดไม่ได้ของวาราบิโมจิ นั่นคือการโรย “คินาโกะ”หรือผงถั่วเหลืองคั่วอย่างดี ที่มีกลิ่นหอมถั่วคั่ว และ รสสัมผัสที่นุ่มนวล มันๆ ซึ่งช่วยเสริมให้รสหวานของน้ำตาลทรายแดงมีความสมดุล หอมละมุน และลุ่มลึกยิ่งขึ้น
วิธีทานวาราบิโมจิแบบอร่อย :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
เมนูทานคู่แนะนำ :
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
วาราบิโมจิ คือขนมที่หลอมรวมวัตถุดิบธรรมชาติและศิลปะการทำขนมของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างลงตัว ละมุนในทุกคำ นุ่มหนึบทุกสัมผัส หวานหอมอย่างมีระดับ
วาราบิโมจิ หอมคินาโกะ นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสคินาโกะ จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงคินาโกะหอมๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
โมจิญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าโมจิเป็นขนมมงคล จะรับประทานเพื่อเฉลิมฉลอง หรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผู้ที่ได้รับประทานโมจิจะได้รับความมงคล มีกินมีใช้ตลอดปี วันนี้เรามีโมจิแบบกึ่งสำเร็จรูปมาให้คุณได้ทำทานเองที่บ้าน แบบไม่ต้องออกแรงทุบข้าวเหนียว เพียงแค่นำไปย่าง หรือต้มแล้วทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่นบด หรือโรยผงถั่วเหลืองคินาโกะ หรือจะนำมาใส่น้ำซุปชาบู รับประกันว่าฟิน ไม่ต่างจากไปกินที่ญี่ปุ่นค่ะ 1 ห่อมีโมจิประมาณ 5 ชิ้น
ข้อแนะนำ : เมื่อเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อคปิดให้สนิท หลีกเลี่ยงความชื้น และเก็บเข้าตู้เย็น
วิธีอุ่น
• ใส่เตาย่างขนาด 1000W ประมาณ 3-4 นาที
• ต้มในน้ำเดือด 3 นาที
• ใส่ไมโครเวฟ 500W ประมาณ 2 นาที
คิริโมจิเหนียวนุ่มหนึบหนับ อร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่น
คิริโมจิ (Kirimochi) จากแบรนด์มิวาบิ (Miwabi) ทำจากข้าวเหนียวคุณภาพดีนำมานึ่งจนสุกแล้วตำให้เนื้อเนียนละเอียด ทำเป็นชิ้นทรงสี่เหลี่ยมขนาดกำลังพอดี บรรจุเป็นห่อเล็กๆ แบบแยกชิ้นแบ่งรับประทานได้ง่าย เมื่อนำไปต้มหรือย่างเนื้อโมจิด้านในจะมีความเหนียวนุ่มหนึบหนับ นิยมรับประทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่น, ผงถั่วเหลืองคินาโกะ, น้ำเชื่อมคุโรมิตสึ หรือใส่ในหม้อไฟ นอกจากนี้คิริโมจิยังถือว่าเป็นขนมมงคลตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น จึงมักจะรับประทานในช่วงเทศกาลปีใหม่และพิธีมงคลต่างๆ ค่ะ
วิธีรับประทาน (สามารถเลือกทำได้ 4 วิธี)
• อบโดยใส่โมจิครั้งละ 2-3 ชิ้นในเตาอบขนาด 1,000 วัตต์ ตั้งเวลาประมาณ 3-4 นาที แล้วนำออกจากเตามาวางไว้ด้านนอก 1-2 นาที เพื่อให้โมจินุ่มขึ้น
• ย่างบนกระทะด้วยไฟอ่อนประมาณ 5-7 นาที หมั่นกลับด้านเป็นระยะจนผิวโมจิมีสีตามต้องการ
• ต้มน้ำให้ร้อนแล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ใส่โมจิลงไปต้มต่อประมาณ 3 นาที
• อุ่นในไมโครเวฟ 500 วัตต์ โดยใส่โมจิ 2 ลูกในภาชนะทรงลึกที่ใช้สำหรับไมโครเวฟ เติมน้ำลงไปเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 2.30 นาที
** หมายเหตุ : กำลังไฟ ระยะเวลา และจำนวนชิ้นของโมจิเป็นข้อมูลที่แนะนำโดยประมาณ อาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ **
วิธีการเก็บรักษา
• หลีกเลี่ยงการเก็บในที่แสงแดดส่องถึงหรือที่ร้อนชื้น
• หลังเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อกและเก็บในตู้เย็น
• หยดน้ำในถุงสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างการจัดเก็บ
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า ขนมหวานญี่ปุ่นที่หลายๆคนต่างติดใจ
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดง (Kokuto) และคลุกเคล้าผงคินาโกะ รสชาติมีความหวานละมุนลิ้น ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ทำให้แบ่งทานได้สะดวก ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างคู่กับชาร้อนๆ หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
ใครที่กำลังมองหามื้อด่วนแต่ไม่อยากละทิ้งความพรีเมียม ต้องลองแฮมเบิร์กสเต็กสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่รวมความเด็ดของเนื้อวัวแองกัสและเนื้อหมูเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตัวเนื้อมีความนุ่มเด้ง ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซอสรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นเนยและเครื่องเทศแบบเน้นๆ ความปังคือเป็นอาหารแช่แข็งที่ตอบโจทย์ชีวิตเร่งรีบมาก เพราะใช้ถุงนวัตกรรมพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเข้าไมโครเวฟได้โดยตรง ไม่ต้องฉีกซอง ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ แค่วางหงายด้าน THIS SIDE UP ขึ้นแล้วกดเวฟ ความร้อนจะช่วยอบไอน้ำอยู่ข้างใน ทำให้เนื้อยังคงความนุ่มชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งกระด้างเหมือนแฮมเบิร์กทั่วไป แค่ 5 นาที ก็ได้ทานสเต็กแฮมเบิร์กร้อน ๆ เหมือนมีเชฟญี่ปุ่นมาปรุงให้ทานถึงบ้าน ตัวแฮมเบิร์กใช้เนื้อวัวผสมเนื้อหมู ปรุงรสแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ให้สัมผัสนุ่มฉ่ำ เคี้ยวเต็มคำ พร้อมซอสสูตรเข้มข้นที่มีส่วนผสมของมะเขือเทศและหัวหอม เพิ่มความหอมหวานและกลมกล่อมแบบลงตัว จะกินกับข้าวสวยร้อน ๆ มันบด สลัด หรือไข่ออนเซ็นก็เข้ากันสุด ๆ เป็นเมนูที่ช่วยเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้าน
วิธีอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ
• ห้ามเปิดบรรจุภัณฑ์: นำถุงผลิตภัณฑ์ออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องฉีกหรือตัดถุง)
• วางให้ถูกด้าน: วางด้านหลังถุงที่มีข้อความ "THIS SIDE UP / วางด้านนี้ลงเข้าเวฟได้เลย" หงายขึ้น บนจานที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้
• ตั้งเวลาเวฟ: ใช้ความร้อน 800 วัตต์ เป็นเวลา 5 นาที (ระหว่างอุ่น ถุงจะพองตัวขึ้นจากแรงดันไอน้ำและจะค่อย ๆ ระบายออกทางช่อง Steam Outlet เป็นเรื่องปกติ)
• พร้อมเสิร์ฟ: เมื่อเสร็จแล้ว ปล่อยให้ถุงยุบตัวลงสักครู่ จับจานอย่างระมัดระวังเนื่องจากมีความร้อนสูง นำออกมาตัดซอง เทใส่จานพร้อมทานได้ทันที
เมนูแนะนำ
• แฮมเบิร์กสเต็กดั้งเดิม: ทานคู่กับผักลวก มันบด หรือเฟรนช์ฟรายส์
• ข้าวหน้าแฮมเบิร์กไข่ดาว: วางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ โปะด้วยไข่ดาวเยิ้ม ๆ สไตล์โยโกฮาม่า
• ชีสแฮมเบิร์ก: วางแผ่นชีสลงบนเนื้อแฮมเบิร์กทันทีหลังเวฟเสร็จ ให้ความร้อนละลายชีสเยิ้ม ๆ
สายกินห้ามพลาดกับเมนูสุดฟิน ที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาของคุณให้พิเศษขึ้น สัมผัสความอร่อยเต็มๆคำกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความกรอบนอกจากเกล็ดขนมปังสีทอง และความนุ่มในของครีมซอสสูตรเข้มข้น รสชาติหวานมัน กลมกล่อม ละมุนลิ้น ผสานเนื้อกุ้งเด้งๆ ด้านในที่เข้ากันได้อย่างลงตัว กินกี่ทีก็ไม่เบื่อ แถมสะดวกสุดๆ เพียงหยิบออกจากตู้เย็นแล้วนำทอดด้วยกระทะ หรือถ้าอยากได้ความกรอบฟูขั้นสุด เพียงอุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันแปบเดียว ก็จะได้โคร็อกเกะร้อนๆ เหมือนเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ จะทานเล่นเป็นของว่างยามบ่ายจิ้มซอสทงคัตสึหรือมายองเนสก็เคี้ยวเพลิน หรือจะนำไปวางท็อปบนข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นร้อนๆ ทำเป็นมื้อหลักก็อร่อยฟินอิ่มท้อง ยิ่งทานตอนร้อนๆ ครีมซอสข้างในเยิ้มๆ บอกเลยว่าฟินมากๆ แค่มีโคร็อกเกะกล่องนี้ติดตู้เย็นไว้ก็อุ่นใจ อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีอร่อยกับ "โคร็อกเกะครีมกุ้ง" (ทำง่าย สะดวก รวดเร็ว)
เนื่องจากเป็นสินค้าอาหารพร้อมทานแช่แข็ง สามารถเลือกอุ่นร้อนได้ตามความสะดวก 2 รูปแบบ
แบบทอดด้วยกระทะ
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วม ใช้ไฟปานกลางจนน้ำมันร้อน
• นำโคร็อกเกะลงไปทอดซ้ำสั้น ๆ ประมาณ 1 - 2 นาที จนเกล็ดขนมปังฟูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสม่ำเสมอ
• ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ จะได้รสสัมผัสที่กรอบฟูฉ่ำ ตามแบบฉบับโคร็อกเกะดั้งเดิมในร้านอาหารญี่ปุ่น
แบบหม้อทอดไร้น้ำมัน
• นำโคร็อกเกะครีมกุ้งออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องทำละลาย)
• ใส่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 180°C เป็นเวลาประมาณ 8 - 10 นาที
• พลิกกลับด้านในนาทีที่ 5 เพื่อให้เกล็ดขนมปังกรอบสีเหลืองทองเท่ากันทั้งสองด้าน แป้งด้านนอกจะกรอบกรุบเหมือนทอดใหม่ ๆ แต่ไร้น้ำมันส่วนเกิน ส่วนครีมซอสด้านในละมุนเยิ้มสะใจ
สัมผัสความหอมละมุนของชาเขียวอูจิแท้จากเกียวโต... ในรูปแบบไดฟุกุครีมสุดพรีเมียมจากญี่ปุ่น
คนรักชาเขียวและหลงใหลในขนมญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่พลาด โมจิสอดไส้ครีมรสชาเขียวอูจิ ที่คัดสรรชาเขียวคุณภาพจากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต แหล่งผลิตมัทฉะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติกลมกล่อม มีความขมนิดๆตามเอกลักษณ์ของมัทฉะแท้ ตัดกับความหวานกำลังดี จึงให้รสชาติที่ลงตัว ไม่หวานจนเกินไป
แป้งโมจิผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น ให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น เคี้ยวเพลิน ห่อหุ้มไส้ถั่วกวนผสมชาเขียวที่หอมเข้มข้น ก่อนจะซ่อนครีมนมสดเนียนนุ่มไว้ตรงกลาง เพิ่มความละมุนทุกคำที่รับประทาน พร้อมเมล็ดถั่วแดงเม็ดเล็กที่ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอร่อยในทุกคำ การแช่แข็งทันทีหลังการผลิต จึงช่วยรักษาความสดใหม่ เนื้อสัมผัส และรสชาติของโมจิไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เพียงนำออกจากช่องแช่แข็งพักไว้ประมาณ 10–15 นาที ก็พร้อมอร่อยได้ทันที ให้สัมผัสนุ่มละมุนเหมือนเพิ่งทำสดใหม่ เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของหวานหลังอาหาร ของว่างระหว่างวัน หรือเสิร์ฟคู่ชาเขียว ชาร้อน กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ เพิ่มความพิเศษให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน เหมือนได้ลิ้มรสขนมจากร้านดังในญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเดินทางไกล
วิธีรับประทาน
เนื่องจากเป็นสินค้าแช่เยือกแข็ง เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดควรปฏิบัติดังนี้:
• นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง
• วางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 15 - 20 นาที หรือนำมาไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแป้งและครีมสดคลายตัวนุ่มนิ่มพอดี
• รับประทานทันทีขณะที่ยังมีความเย็นอยู่เล็กน้อย เพื่อสัมผัสไอศกรีมครีมสดและมัทฉะสุดละมุน
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน