"มารุ อุมะ เคอร์รี่ อุด้ง" สุดยอดความอร่อยจากซุปสูตรพิเศษรสแกงกะหรี่
อุด้งกึ่งสำเร็จรูปรสแกงกะหรี่ ถ้วยนี้มาพร้อมรสชาติของน้ำซุปดาชิเข้มข้นและน้ำซุปแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่น เส้นอุด้งเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนึบ เข้ากันอย่างลงตัวกับน้ำซุปแกงกะหรี่ที่มีความข้นกำลังดี สำหรับใครที่ชื่นชอบรสแกงกะหรี่ บอกเลยว่าห้ามพลาดค่ะ
วิธีทำ
1. เปิดฝาออก เทน้ำร้อนลงไป 300 มล.
2. ปิดฝา รอประมาณ 3 นาที
3. เติมเครื่องปรุงรส และเครื่องเคียงลงไป จากนั้นคนให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ
"มารุ อุมะ โคเอบิเตน โซบะ" โซบะกึ่งสำเร็จรูปรสกุ้งเทมปุระ ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นที่คุณไม่ควรพลาด!
โซบะกึ่งสำเร็จรูปรสกุ้งเทมปุระถ้วยนี้ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ด้วยน้ำซุปหอมกรุ่นจากโชยุ ผสมผสานอย่างลงตัวกับกลิ่นอายของปลาโบนิโตะคาเระโบชิ และปลาโบนิโตะแห้ง ให้รสชาติที่เข้มข้น เส้นโซบะนุ่มอร่อยเข้ากันได้อย่างลงตัวกับน้ำซุป บอกเลยว่าห้ามพลาดค่ะ
วิธีทำ
1. เปิดฝาออก เทน้ำร้อนลงไป 300 มล.
2. ปิดฝา รอประมาณ 3 นาที
3. เติมเครื่องปรุงรส และเครื่องเคียงลงไป จากนั้นคนให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ
น้ำซุปเข้มข้น หอมมัน อร่อยจนหยดสุดท้าย!!
ฟินกับเมนูราเมงได้ง่ายๆที่บ้าน ด้วยน้ำซุปทงคตสึโชยุนำเข้าจากญี่ปุ่นแท้ๆ จากแบรนด์ Bellfoods เพียงผสมน้ำซุปเข้มข้นเข้ากับน้ำร้อนแล้วใส่เส้นพร้อมครื่องเคียงที่ชอบลงไป ราเมงแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟ ให้คุณเต็มอิ่มกับน้ำซุปเข้มข้นหอมกรุ่นที่เคี่ยวจากกระดูกหมู ไก่ และสาหร่ายทะเล พร้อมปรุงรสด้วยโชยุฮอนโจโซ (Honjozo Shoyu) ที่ผ่านกระบวนการต้มแบบดั้งเดิมจึงทำให้รสชาติกลมกล่อม เค็มๆ มันๆ เต็มรสอูมามิ เข้ากันได้ดีกับเส้นทุกแบบ
วิธีรับประทาน
• ผสมน้ำซุป 1 ซอง กับน้ำร้อน 300 มล. คนให้เข้ากัน ใส่เส้นราเมงและเครื่องเคียงตามชอบ
• หากต้องการรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น สามารถลดปริมาณน้ำร้อนลงได้ตามต้องการ
โซบะเส้นสดอบแห้ง พร้อมซุปไข่ปลาโทบิโกะ ทานง่าย สะดวก และรวดเร็ว!
เส้นโซบะอบแห้งพร้อมซุปไข่ปลาโทบิโกะ (ไข่ปลาบิน) สามารถต้มง่ายๆ ด้วยไมโครเวฟ เส้นนุ่มหนึบจากแป้งสาลีญี่ปุ่น ให้รสชาติกลมกล่อม อร่อยลงตัวในทุกคำ
วิธีทำ
ใช้น้ำปริมาณ 300 มล.
• 600W : น้ำต้ม 3 นาที / น้ำธรรมดา 6 นาที
• 500W : น้ำต้ม 4 นาที / น้ำธรรมดา 8 นาที
โซบะอิซึโมะ เส้นสดสไตล์ใหม่ทานง่าย สะดวก และรวดเร็ว!
โซบะอบแห้งที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการเตรียม สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่นำเส้นโซบะใส่ในชาม เติมน้ำ แล้วอุ่นด้วยไมโครเวฟ โดยไม่ต้องใช้หม้อต้ม สะดวกสบายแต่ยังคงรสชาติต้นตำรับจากอิซูโมะ พร้อมน้ำซุปที่หอมกลมกล่อมจากปลาบินญี่ปุ่น อร่อยลงตัวในทุกคำ
วิธีทำ
ใช้น้ำปริมาณ 300 มล.
• 600W : น้ำต้ม 3 นาที / น้ำธรรมดา 6 นาที
• 500W : น้ำต้ม 4 นาที / น้ำธรรมดา 8 นาที
ชาเขียวเซนฉะแบบใบ จากเมืองชิซูโอกะ
ชาเขียวญี่ปุ่น จากเมือง Shizuoka ถือเป็นชาเขียวคุณภาพดี มีชื่อเสียงทั้งในประเทศญี่ปุ่น และต่างประเทศ เราคัดเลือกแต่ยอดอ่อนของใบชา ผ่านกรรมวิธีหมักตามแบบเฉพาะ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติ สี และกลิ่นแบบต้นตำรับแท้ๆ
ขั้นตอนการชงชา
• เทน้ำเดือนลงในถ้วยชา 300 มล. แล้วรอให้น้ำเย็นลงประมาณ 80 องศา (เพื่อไม่ให้น้ำร้อนเกินไปจนทำให้รสชาติของชาขม)
• ใส่ใบชาลงในถ้วยชาประมาณ 6กรัม (1 ช้อนโต๊ะ) จากนั้นเติมน้ำร้อนที่เตรียมไว้ลงไป
• แช่ใบชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที หรือจนได้รสชาติตามที่ต้องการ (หากแช่นานเกินไปอาจจะทำให้ชาขม)
• กรองใบชาออกจากน้ำชา จากนั้นสามารถดื่มได้ทันที
ถ้าพูดถึงราเมงรสมิโสะ หลายคนจะนึกถึงความหอมของถั่วหมัก ผสมความเค็มมันที่ลึกและกลมกล่อม ราเมงรุ่นนี้ถ่ายทอดรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ชัดเจน ซุปมีความเข้มข้นสไตล์ “โนโกะ” คือไม่จาง ไม่บาง แต่แน่นเต็มคำ เส้นราเมงถูกออกแบบให้มีความหนาและความหนึบเป็นพิเศษ เพื่อให้รับกับซุปมิโสะได้อย่างลงตัว ทุกครั้งที่คีบเส้นขึ้นมา จะสัมผัสได้ถึงความเด้งและเนื้อสัมผัสที่คล้ายเส้นสดในร้านราเมง จุดเด่นคือสามารถปรุงเพิ่มได้ตามสไตล์ของตัวเอง จะใส่หมูชาชู ไข่ออนเซ็น ข้าวโพด หรือเนยเพิ่มความหอมก็ได้ กลายเป็นเมนูระดับร้านดังได้ภายในไม่กี่นาที เหมาะกับคนทำงานที่อยากได้มื้ออร่อยแบบรวดเร็ว นักเรียนที่อยากกินอะไรจริงจัง หรือร้านอาหารที่ต้องการเมนูญี่ปุ่นเพิ่มยอดขายแบบต้นทุนคุมได้ พูดง่ายๆ คือ ถ้าอยากกินราเมงที่ไม่ง้อร้าน นี่คือคำตอบ
วิธีการทำ
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นลงไปต้มนานประมาณ 4 นาที (คอยคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว)
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสมน้ำ: เมื่อเส้นสุก เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเครื่องปรุงก่อน แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
• เสิร์ฟ: นำเส้นลงไปใส่ในชาม คนเบาๆ พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับ: เติมเนื้อหมูชาชู ไข่ต้ม หน่อไม้ และต้นหอมญี่ปุ่น เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบ
อุด้งคามะอาเกะ ทานง่าย สะดวก อร่อยเหมือนทำเอง
อุด้งเส้นสดอบแห้ง ต้มง่ายด้วยไมโครเวฟ ไม่ต้องต้มน้ำให้ยุ่งยาก เพียงนำเข้าไมโครเวฟ 3-4 นาที ก็พร้อมอร่อยกับอุด้งซุปโชยุเข้มข้น เส้นอุด้งมีความเหนียวนุ่ม เข้ากันอย่างลงตัวกับน้ำซุปกลมกล่อม ได้รสชาติแบบต้นตำรับแท้ๆ สะดวก อร่อย และประหยัดเวลา!
วิธีทำ
ใช้น้ำปริมาณ 300 มล.
• 600W : น้ำต้ม 3 นาที / น้ำธรรมดา 8 นาที
• 500W : น้ำต้ม 4 นาที / น้ำธรรมดา 9 นาที
มารุ อุมะ คิทสึเนะอุด้ง สุดยอดความอร่อยจากซุปสูตรพิเศษ
มารุ อุมะ ราเมงสไตล์จีน พร้อมเกี๊ยวน้ำ สุดยอดความอร่อยจากซุปสูตรพิเศษ!
ทาโกะยากิ หรือขนมครกญี่ปุ่น อาหารว่างติดครัวของชาวคันไซ
ทาโกะยากิมีต้นกำเนิดมาจากเมืองโอซากา หากท่านได้ไปเที่ยวแถบคันไซ ต่างต้องเคยได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน วันนี้เราชวนคุณแก้คิดถึงญี่ปุ่น กับเมนูทำเองได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของแบรนด์ Nippn คุณแค่เตรียมไส้ที่ชอบ และต้องมีกระทะหลุมสำหรับทำทาโกะยากิ เพียงแค่นี้ คุณก็อร่อยตามแบบโอซาก้าแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 40 ลูก
วิธีทำ
1. ใส่แป้งทาโกะยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง ปูอัด ฯลฯ)
2. วอร์มเตาด้วยไฟแรง เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย แล้วค่อยใส่แป้งลงไปครึ่งหลุม ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที ใส่ไส้ทาโกะยากิ กระหล่ำปลี ขิงซอยเล็กน้อยลงในหลุม
3. รอจนแป้งสุกจนร่อนจากกระทะ พยายามพลิกกลับ ค่อยๆ เติมแป้งจนมีลักษณ์เป็นทรงกลมสวยงาม
4. เมื่อแป้งสุกทุกด้าน ให้จัดใส่จาน ราดซอสทาโกะยากิ มายองเนส สาหร่ายผง และปลาคัตสึโอะหั่นฝอย
ทำพิซซ่าญี่ปุ่นใครว่ายาก
แป้งสำเร็จรูปจากแบรนด์ Nippn ห่อนี้ เรานำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้คุณสามารถทำพิซซ่าญี่ปุ่น หรือ โอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของเรา ทำให้พิซซ่าญี่ปุ่นของคุณนุ่ม ฟู ไม่แห้งกระด้าง อร่อยในแบบต้นฉบับแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 4 ที่
วิธีทำ
1. ใส่แป้งโอโคโนมิยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง ขิงสับละเอียดนิดหน่อย และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง หมู ฯลฯ)
2. นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน (200C) เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย ก่อนตักแป้งโอโคโนมิยากิครึ่งหนึ่งออกเป็นทรงกลม ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที ให้ใส่กระหล่ำปลี และไส้ที่ชอบ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
3. พลิกอีกด้านอย่างระมัดระวังและปิดฝากระทะ ทิ้งไว้อีกประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นเปิดฝากระทะ ทิ้งไว้ 1 นาที
4. ตักใส่จาน พร้อมราดซอสโอโคโนมิยากิ มายองเนส และเกล็ดปลาโบนิโตะ
ชาที่ดื่มง่าย อร่อยลงตัว จนคนญี่ปุ่นยกให้เป็นชาชั้นเลิศ
ชาเขียวใบชนิดซอง เกียวคุโระ ของญี่ปุ่นทำไมต้อง "ยาบุกิตะ"
หากคุณเป็นผู้หลงใหลในชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ "ยาบุกิตะ" คือ ราชินีแห่งชาเขียวของญี่ปุ่น เป็นระดับชาที่ปลูกด้วยเทคนิคการบังแสงแดดก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้ใบชามีคลอโรฟิลล์สูง อูมามิที่เข้มข้น และความหวานนุ่มนวลที่โดดเด่น ผสานกับกลิ่นหอมละมุนฟุ้งที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยเทคโนโลยีถุงชาตาข่ายแบบใหม่ ทำให้คุณสามารถชงชาเขียวคุณภาพระดับญี่ปุ่นออกมาได้ง่ายๆในทุกแก้ว ไม่ว่าจะชงร้อนเพื่อความผ่อนคลาย หรือ ชงแบบเย็น (สกัดเย็น) เพื่อความสดชื่น เพียงเติมน้ำ ก็พร้อมเสิร์ฟ สะดวก พกพาง่าย ดื่มได้ทุกที่ ทุกเวลา เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มอื่นๆได้ตามสไตล์คุณ
เคล็ดลับการชงแบบร้อน และ แบบเย็น(สกัดเย็น)
ชาเขียวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องชงด้วยน้ำร้อนเสมอไป! ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ลองชงชาเขียวแบบ "น้ำสกัดเย็น" ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก การชงด้วยน้ำเย็นจะช่วยดึงรสอูมามิ และสารคาเทชิน ที่ให้รสหวานออกมาได้มาก ในขณะที่รสขมและคาเฟอีนจะละลายออกมาน้อยลง ทำให้ได้ชาที่มีรสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล และสดชื่นเป็นพิเศษ
วิธีชงแบบร้อน :
1. ต้มน้ำให้เดือด แล้วรอให้น้ำเย็นลงเหลือประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส (หากไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ สามารถต้มน้ำเดือดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที)
2. ใส่ถุงชา 1 ซอง ลงในแก้วหรือถ้วยชา
3. ค่อย ๆ รินน้ำร้อน ประมาณ 150-200 มิลลิลิตร ลงไป
4. แช่ถุงชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (ไม่ควรแช่นานเกินไป เพราะจะทำให้ชามีรสขมฝาด)
5. นำถุงชาออก (อาจจะบีบเบา ๆ ก่อนนำออก) และพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบน้ำ(สกัดเย็น) :
1. ใส่ถุงชา 1-2 ซอง ลงในขวดหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท
2. เติมน้ำเย็นอุณหภูมิห้อง หรือ น้ำเย็นจัด ปริมาณประมาณ 300-500 มิลลิลิตร
3. ปิดฝาแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น
4. รอเวลาทิ้งไว้ให้สกัดเย็นเป็นเวลา 3-6 ชั่วโมง หรืออาจจะแช่ข้ามคืน 8-12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
(หากแช่นานเกิน 12 ชั่วโมง อาจเริ่มมีรสฝาดออกมาบ้าง)
5. เมื่อได้ความเข้มข้นที่ต้องการแล้ว ให้นำถุงชาออก พร้อมดื่มได้ทันที
ข้อดีของการสกัดเย็น:
รสชาติ : รสชาตินุ่มนวล หวาน อูมามิเด่นชัด และมีรสขมฝาดน้อยมาก
คาเฟอีน : ระดับคาเฟอีนจะต่ำกว่าการชงแบบร้อน
สนุกกับการทำโอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
ชอบทานซุปมิโซะมั้ยคะ การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!
การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!