สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ในรูปแบบที่ง่ายกว่าเดิม ซุปหูฉลามสูตรนี้เน้นความลงตัวของ "ซอสโชยุ" และน้ำซุปสกัดจากโครงไก่และหมู ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ตามแบบฉบับอาหารกวางตุ้งแท้ๆ เนื้อซุปมีความข้นกำลังดี เมื่อทานคู่กับหูฉลามและเห็ดหูหนูจะให้สัมผัสที่กรุบกรอบและนุ่มละมุนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับเป็นเมนูบำรุงร่างกายหรืออาหารจานพิเศษสำหรับครอบครัว หากพูดถึงเมนูระดับตำนานที่ครองใจเหล่านักชิมมาอย่างยาวนาน "ซุปหูฉลาม" คือหนึ่งในลิสต์อันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และการเคี่ยวน้ำซุปที่ต้องใช้ความพิถีพิถันขั้นสูง แต่จะดีแค่ไหน... ถ้าเราสามารถยกเอาบรรยากาศและรสชาติระดับภัตตาคารหรูจากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ที่โต๊ะอาหารในบ้านได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที ซุปหูฉลามเข้มข้นซองนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ซุปกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่ส่งตรงมาจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งที่มีการคัดสรรวัตถุดิบจากทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะหูฉลามที่ผ่านการคัดไซส์และคุณภาพอย่างละเอียด ผสมผสานกับภูมิปัญญาการปรุงอาหารสไตล์กวางตุ้งที่เน้นการดึงรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด
วิธีการปรุงอาหาร
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
*** นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ข้าวต้ม ชะวันมูชิ และบะหมี่เกี๊ยว
เคล็ดลับความอร่อย
• ตัดเลี่ยน: แนะนำให้เหยาะ จิ๊กโฉ่ว (ซอสเปรี้ยว) และ พริกไทยขาว เล็กน้อย จะช่วยชูรสชาติโชยุให้เด่นชัดและกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• เพิ่มเครื่อง: สามารถเติมเนื้อปูแกะ, กุ้งสับ หรือเห็ดหอมซอยลงไปต้มพร้อมซุป เพื่อเพิ่มความหรูหราและเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้นครับ
ใครที่ชอบทานสาหร่าย ห่อนี้คุ้มมากค่ะ
ซอสสเต็กหัวหอมจากเอบาระ คือหนึ่งในเคล็ดลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นนิยมใช้ เพราะรสชาติไม่ได้แค่เค็มหรือหวาน แต่มีความกลมกล่อม จากการผสมผสานของหัวหอมที่ผ่านการปรุงจนหอมละมุน กับโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้ซอสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยขับรสชาติของเนื้อให้โดดเด่นขึ้น สิ่งที่ทำให้ซอสตัวนี้แตกต่างคือ มันไม่ได้กลบรสเนื้อ แต่กลับช่วยดึงรส ของวัตถุดิบออกมาให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวที่มีความฉ่ำ หมูที่นุ่ม หรือไก่ที่หอม ซอสจะเคลือบทุกคำให้มีมิติของรสชาติแบบพอดีๆ ไม่หนักจนเลี่ยน และไม่จางจนรู้สึกขาดอะไรไป สำหรับคนที่ทำอาหารทานเองที่บ้าน ซอสนี้เหมือนเป็นตัวช่วยลัดที่เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้ดูโปรขึ้นทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปรุงซอสเองหลายขั้นตอน แค่ย่างเนื้อให้ได้ระดับความสุกที่ชอบ แล้วราดซอสลงไป ความหอมจะลอยขึ้นทันทีเหมือนยืนอยู่หน้าเตาในร้านอาหารญี่ปุ่น ยิ่งถ้าใครทำร้านอาหารหรือขายเดลิเวอรี่ ซอสแบบซองยังช่วยควบคุมปริมาณได้ง่าย ทำให้รสชาติแต่ละจานคงที่ ลูกค้ากินครั้งไหนก็ได้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจอาหาร และความดีงามไม่ได้หยุดแค่สเต็ก เพราะซอสตัวนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอื่นได้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบิร์ก ข้าวผัด หรือเนื้อย่างกระทะร้อน เรียกได้ว่าซองเดียวแต่ใช้งานได้หลากหลาย ซอสตัวนี้คือคำตอบที่ทั้งง่ายและคุ้มค่า…แบบที่ลองครั้งเดียวแล้วมักจะมีติดบ้านยาวๆ
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• สเต็กเนื้อ/หมู/ไก่: ย่างเนื้อสัตว์ที่ชอบจนสุก พักเนื้อไว้ แล้วราดซอสจากถ้วยได้ทันที
• แฮมเบิร์ก: เนื้อบดปั้นก้อนย่างฉ่ำๆ ราดซอสนี้จะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้ดีมาก
• ปลาแซลมอนย่าง: ราดซอสนี้บนแซลมอนย่างเกลือ จะได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่น
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมหัวใหญ่ในกระทะ พอสุกแล้วเทซอส ลงไปคลุกให้เข้ากัน วางบนข้าวสวยร้อนๆ
• ข้าวหน้าหมูทอด: ใช้ราดแทนซสทงคัตสึแบบเดิมๆ สำหรับคนที่ชอบรสชาติที่หอมสดชื่นจากหอมหัวใหญ่
• หมูผัดหอมหัวใหญ่: ใช้ซอสนี้เป็นเบสในการผัดหมูสไลด์ เพิ่มต้นหอมญี่ปุ่นหรือพริกหยวก อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม
ทำไมสเต็กในร้านญี่ปุ่นถึงหอมเย้ายวนจนหยุดกินไม่ได้ ความลับอยู่ที่ “ซอส” ซอสสเต็กกระเทียมสูตรนี้โดดเด่นด้วยความหอมของกระเทียม ผสานความเค็มกลมกล่อมของโชยุ ให้รสชาติที่ลึกและมีมิติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่างฉ่ำๆ หรือหมูสเต็กนุ่มๆ เพียงราดซอสลงไปก็ช่วยดึงรสชาติให้โดดเด่นขึ้นทันที เหมาะทั้งสำหรับทำกินเองที่บ้าน หรือเพิ่มมูลค่าให้เมนูในร้านของคุณแบบง่ายๆ พูดง่ายๆ คือมีซองนี้ติดครัวไว้ ชีวิตการทำอาหารจะง่ายขึ้นเยอะและอร่อยขึ้นแบบไม่ต้องพยายามมาก
หากคุณกำลังมองหาเคล็ดลับที่จะทำให้สเต็กจานพิเศษของคุณสมบูรณ์แบบ ซอสสเต็ก รสกระเทียมนี้ คือคำตอบ ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของโชยุชั้นดีและกระเทียมคั่วที่ให้กลิ่นหอมเย้ายวนใจ พร้อมจุดเด่นเรื่อง “ความสะดวก” ใน 1 ซองใหญ่ที่บรรจุซอสแบบถ้วยย่อย 4 ถ้วย ช่วยให้คุมรสชาติได้เป๊ะทุกครั้ง ไม่ว่าจะทำกินเองหรือเสิร์ฟลูกค้า ก็อร่อยได้มาตรฐานเดียวกับร้านอาหารญี่ปุ่น โดยไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงให้วุ่นวาย
วิธีปรุงสเต็กให้อร่อย
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกจากตู้เย็นพักไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30 นาที เพื่อให้ความร้อนเข้าถึงเนื้อได้สม่ำเสมอเวลาทอด
2. การทอด: ตั้งกระทะให้ร้อนจัดด้วยไฟแรง นำเนื้อลงจี่ เมื่อเริ่มเห็นน้ำเนื้อซึมขึ้นมาที่ด้านบน ให้พลิกกลับด้านแล้วย่างต่อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. การใช้ซอส: จัดเนื้อใส่จาน "ก่อนรับประทาน" ให้หักถ้วยซอสราดลงบนเนื้อโดยตรง (ไม่ต้องนำซอสไปผัดในกระทะ เพื่อรักษาความหอมของกระเทียม)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
นอกจากสเต็กเนื้อวัวแล้ว ยังสามารถนำไปปรับใช้กับเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย:
• สเต็กหมูหรือไก่: เพิ่มความหอมกรุ่นให้เนื้อขาว
• ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon): ราดบนเนื้อผัดหัวหอมทานกับข้าวสวยร้อนๆ
• แฮมเบิร์ก (Hamburger Steak): เพิ่มความชุ่มฉ่ำให้เนื้อบดปั้นก้อน
• ผัดผักรวมมิตรกระเทียมโชยุ: ใช้เป็นซอสปรุงรสจานด่วน
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการทำสเต็กกินเองที่บ้าน แต่เบื่อปัญหาซอสขวดใหญ่ที่เปิดแล้วใช้ไม่หมดจนเสียรสชาติ เอบาระ ซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวไชเท้า คือคำตอบที่คุณตามหา ด้วยแนวคิด "Freshness in every pod" หรือความสดใหม่ในทุกถ้วย ทำให้ซอสตัวนี้โดดเด่นกว่าใคร รสชาติ ซอสโชยุสไตล์ญี่ปุ่น ที่ผสมกับหัวไชเท้าขูดละเอียด เมื่อราดลงบนเนื้อที่ร้อนๆ กลิ่นหอมของโชยุและมิรินจะพุ่งขึ้นมาทันที ความเปรี้ยวเบาๆ จากน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลและน้ำส้มโอ ช่วยชูรสหวานของเนื้อให้เด่นชัดขึ้น เป็นรสชาติแบบ "วากิวสไตล์" ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมกันมากที่สุด นอกจากจะใช้ราดสเต็กแล้ว ยังประยุกต์เป็นน้ำจิ้มเนื้อย่าง หรือราดปลาย่างก็อร่อยไม่แพ้กัน พกพาสะดวก จะไปแคมป์ปิ้ง หรือจัดปาร์ตี้สเต็กที่คอนโด ก็สะดวกสบายไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ นี่คือไอเทมลับที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษในพริบตา
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• แฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่น (Wafu Hambagu) วางใบชิโซะหรือวางไชเท้าขูดเพิ่มด้านบน แล้วราดด้วยซอส 1 ถ้วย ความเปรี้ยวหวานของซอสจะช่วยลดความมันของเนื้อบดได้ดีมาก
• สลัดหมูชาบู (Pork Shabu Salad) ใช้ซอสราดเป็นน้ำสลัดได้เลย รสชาติจะเบากว่าน้ำสลัดครีม เหมาะสำหรับคนที่คุมน้ำหนัก
• ปลาซาบะหรือปลาแซลมอนย่างเกลือ ราดซอสลงไปข้างๆ หรือราดบนตัวปลา รสเปรี้ยวจากน้ำส้มโอในซอสจะช่วยดับคาวปลาและชูรสหวานของเนื้อปลาได้ยอดเยี่ยม
• เต้าหู้เย็นทรงเครื่อง (Hiyayakko) ราดซอสลงไปแทนโชยุธรรมดา เนื้อไชเท้าในซอสจะเข้าไปเกาะกับตัวเต้าหู้ ทำให้ได้รสสัมผัสที่เข้มข้นกว่าเดิม
• ข้าวหน้าเนื้อย่าง (Gyudon Style) ราดซอสลงไปคลุกกับเนื้อขณะอยู่ในกระทะแป๊บเดียว หรือราดสดๆ บนข้าว รสชาติโชยุและกลิ่นหอมของหัวหอมในซอสจะซึมเข้าเนื้อ
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซอสครีมต้มยำมันกุ้ง (แบบแห้ง)
• ถึงเครื่องต้มยำพร้อมรสชาติมันกุ้งเข้มข้น รสเปรี้ยว เผ็ดจัดจ้าน ผสานเส้นคุณภาพเหนียวนุ่มของนิสชิน ในรูปแบบแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกุ้งอบแห้ง ไข่อบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผา เมื่อได้รับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ Size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
ทาโกะยากิ หรือขนมครกญี่ปุ่น อาหารว่างติดครัวของชาวคันไซ
ทาโกะยากิมีต้นกำเนิดมาจากเมืองโอซากา หากท่านได้ไปเที่ยวแถบคันไซ ต่างต้องเคยได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน วันนี้เราชวนคุณแก้คิดถึงญี่ปุ่น กับเมนูทำเองได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของแบรนด์ Nippn คุณแค่เตรียมไส้ที่ชอบ และต้องมีกระทะหลุมสำหรับทำทาโกะยากิ เพียงแค่นี้ คุณก็อร่อยตามแบบโอซาก้าแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 40 ลูก
วิธีทำ
1. ใส่แป้งทาโกะยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง ปูอัด ฯลฯ)
2. วอร์มเตาด้วยไฟแรง เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย แล้วค่อยใส่แป้งลงไปครึ่งหลุม ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที ใส่ไส้ทาโกะยากิ กระหล่ำปลี ขิงซอยเล็กน้อยลงในหลุม
3. รอจนแป้งสุกจนร่อนจากกระทะ พยายามพลิกกลับ ค่อยๆ เติมแป้งจนมีลักษณ์เป็นทรงกลมสวยงาม
4. เมื่อแป้งสุกทุกด้าน ให้จัดใส่จาน ราดซอสทาโกะยากิ มายองเนส สาหร่ายผง และปลาคัตสึโอะหั่นฝอย
ใครจะต้านความน่ารักนี้ไหว! นิสชิน มินิคัพ ลายโดราเอมอน รสหมูแดง ขนาดถ้วยที่ "มินิ" พกไปไหนก็สะดวก จะใส่กระเป๋าไปกินที่ทำงาน หรือติดบ้านไว้เป็นมื้อดึกแก้หิวก็เลิศ เปิดฝาออกมาปุ๊บ กลิ่นหอมหวานของหมูแดงเตะจมูกทันที และไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยคือ "ลูกชิ้นแผ่นลายโดราเอมอน" ที่ลอยเด่นอยู่บนเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม บอกเลยว่าความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง รสชาติน้ำซุปกลมกล่อม ซดคล่องคอ ไม่เผ็ด เด็กๆ กินได้สบาย ส่วนผู้ใหญ่อย่างเรากินแล้วหยุดไม่ได้จริงๆ ครับ ใครที่หาของว่างทานเล่นแบบไม่หนักท้องเกินไป ต้องมีติดตู้ไว้เลย!
วิธีต้ม (ใส่ตัวช่วยให้เส้นนุ่ม)
วิธีนี้จะทำให้เส้นได้รับความร้อนสม่ำเสมอและเหนียวนุ่มที่สุด
• เปิดฝา: เปิดฝาออกเพียงครึ่งเดียว แล้วหยิบซองเครื่องปรุง (ถ้ามี) ออกมาเทใส่ลงไปบนเส้น
• เติมน้ำร้อน: เทน้ำร้อนเดือดลงไปให้ถึง "ขีดด้านในถ้วย" (อย่าใส่เลยขีด เพราะน้ำซุปจะจืดเกินไป)
• ปิดฝารอ: ปิดฝากลับให้สนิท รอประมาณ 3 นาที
• คนให้เข้ากัน: เปิดฝาออก ใช้ตะเกียบคนให้เครื่องปรุงละลายและเส้นกระจายตัว ลูกชิ้นโดราเอมอนจะลอยขึ้นมาโชว์หน้าพอดี พร้อมทานค่ะ
"อร่อยย้อนวัย สนุกได้ทุกคำ" ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ถ้าเป็นแฟนเจ้าแมวสีฟ้าและรักบะหมี่รสชาติกลมกล่อม ต้องมีติดบ้านไว้สักโหลแล้วค่ะ!
• เอาใจคุณหนู ๆ ด้วยรสชาติทานง่าย กลมกล่อมจากสาหร่ายอบแห้ง พร้อมไข่อบแห้ง ต้นหอมอบแห้ง และแผ่นปลาโดราเอมอนแสนอร่อย
• เอาใจคุณหนู ๆ ด้วยรสชาติหอมละมุน กลมกล่อมจากปู พร้อมปูอัดอบแห้ง, ไข่อบแห้ง, ต้นหอมอบแห้ง และแผ่นปลาโดราเอมอนแสนอร่อย
น้ำสลัดสไตล์ญี่ปุ่น แบบไร้น้ำมัน แคลลอรี่ต่ำ เหมาะกับคนควมคุมน้ำหนัก
น้ำสลัดปราศจากน้ำมัน อร่อยง่าย ได้ประโยชน์
น้ำสลัดปราศจากน้ำมัน อร่อยง่าย ได้ประโยชน์
เอาใจคนไม่กินเผ็ดกับซอสปิ้งย่างรสเผ็ดน้อยรสหวานนวล
มาตามคำเรียกร้องสำหรับซอสปิ้งย่างรสเผ็ดกลาง
นาโตริ เซอิทาคุนะ ชีส ทาระ แซนวิชปลาค็อดเส้นสอดไส้ชีส
ปลาเส้นสอดใส้ชีส ผสมชีสกงเต้ (Comte) ชีสสุดขึ้นชื่อจากฝรั่งเศส อีกขั้นของทาระชีส หรือแซนวิชปลาเส้นสอดใส้ชีส ทำให้ออกมามีกลิ่นของชีสที่ชัดขึ้น พร้อมกับรสชาติเฉพาะของอันเฉพาะตัวของชีสกงเต้ คือชีสชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดจากแคว้น Franche-Comté ทางตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส เป็นชีสแบบ hard cheese มีรสชาติที่เข้มข้นและกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากกระบวนการบ่มที่นาน เหมาะสำหรับเป็นของทานเล่น
ชวนชิมซอสทงคัตสึในตำนานที่ผลิตมากว่า 100 ปี!!!
ชวนชิมซอสทงคัตสึในตำนานที่ผลิตมากว่า 100 ปี!!!
น้ำสลัดรสแครอทผสมหัวหอมและกระเทียม
น้ำสลัดที่ผ่านการนำวัตถุดิบมาผสมผสานกันอย่างลงตัว
จาก แบรนด์ Bull-Dog ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำซอส
เบสมาจากแอปเปิ้ลวิเนการ์ และปรุงรสสไตล์ตะวันตก
เพิ่มความครีมมี่ด้วยรสชาติเข้มข้นจากหอมใหญ่ แครอท และกระเทียม