ชาเขียวคุณภาพพรีเมี่ยมจากเมืองชิซึโอกะ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา"
จังหวัดชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นแหล่งปลูกชาเขียวชั้นดี เนื่องจากเป็นดินที่อยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ จึงมีความอุดมสมบูรณ์อุดมด้วยแร่ธาตุสำคัญ จนได้รับสมมญานามว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา" ทางแบรนด์ได้คัดเลือกแต่ชาเขียวต้นฤดูเพื่อให้ได้ประโยชน์ และกลิ่นหอมสูงสุด เมื่อนำไปทำเครื่องดื่ม ขนม ไอศครีม จะได้รับกลิ่นชาเขียวชัดเจน รสชาติเข้มข้น เกรดเดียวกับร้านอาหารและเครื่องดื่มระดับพรีเมี่ยมใช้ค่ะ
ชาเขียวแบบใบจากเมือง Kagoshima
ชาเขียวเซนฉะแบบใบ จากเมืองชิซูโอกะ
ชาเขียวญี่ปุ่น จากเมือง Shizuoka ถือเป็นชาเขียวคุณภาพดี มีชื่อเสียงทั้งในประเทศญี่ปุ่น และต่างประเทศ เราคัดเลือกแต่ยอดอ่อนของใบชา ผ่านกรรมวิธีหมักตามแบบเฉพาะ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติ สี และกลิ่นแบบต้นตำรับแท้ๆ
ขั้นตอนการชงชา
• เทน้ำเดือนลงในถ้วยชา 300 มล. แล้วรอให้น้ำเย็นลงประมาณ 80 องศา (เพื่อไม่ให้น้ำร้อนเกินไปจนทำให้รสชาติของชาขม)
• ใส่ใบชาลงในถ้วยชาประมาณ 6กรัม (1 ช้อนโต๊ะ) จากนั้นเติมน้ำร้อนที่เตรียมไว้ลงไป
• แช่ใบชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที หรือจนได้รสชาติตามที่ต้องการ (หากแช่นานเกินไปอาจจะทำให้ชาขม)
• กรองใบชาออกจากน้ำชา จากนั้นสามารถดื่มได้ทันที
ดื่มด่ำความอร่อยระดับพรีเมียม ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นด้วย เส้นโซบะแห้งผสมชาเขียว คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่น 100% ทั้งแป้งสาลี แป้งโซบะ และผงชาเขียวแท้ ให้สัมผัสเส้นเหนียวนุ่ม นุ่มลื่นคอ พร้อมกลิ่นหอมละมุนของชาเขียวตามแบบฉบับดั้งเดิม ได้คุณประโยชน์เต็มๆ จากไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียว ย่อยง่าย สบายท้อง เหมาะสำหรับสายสุขภาพและผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ
จุดเด่นสินค้า:
• ผลิตจากวัตถุดิบในประเทศญี่ปุ่น 100% ไม่แต่งสีและกลิ่นสังเคราะห์
• ผสมผสานผงชาเขียวแท้ หอมกลิ่นชาเขียวชัดเจนเป็นเอกลักษณ์
• ทำง่าย สุกไว เพียงต้ม 5–6 นาที ก็นำไปรังสรรค์มื้ออร่อยได้ทันที
เคล็ดลับการต้มเส้น ให้ได้เส้นเหนียวนุ่ม และหอมกลิ่นชาเขียวชัดเจนตามแบบฉบับเชฟญี่ปุ่น
1. เตรียมน้ำเยอะๆ (ใช้น้ำเดือดจัด) :
ใช้น้ำสะอาดประมาณ 1 ลิตร ต่อเส้น 80 กรัม (หรือน้ำ 2-3 ลิตรสำหรับหมดซอง 240 กรัม) ตั้งไฟแรงให้น้ำเดือด
พล่านก่อนใส่เส้น เพราะปริมาณน้ำที่มากพอจะช่วยให้ความร้อนทั่วถึงและเส้นไม่ติดกัน
2. ต้มจับเวลา 5–6 นาที (กระจายเส้น) :
กระจายเส้นลงในหม้ออย่างเบามือ แล้วใช้ตะเกียบคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว ไม่จับเป็นก้อน ต้มด้วยไฟกลาง
ค่อนแรงเป็นเวลา 5–6 นาที
3. เทคนิค "น็อกน้ำเย็น" :
เมื่อครบเวลา นำเส้นขึ้นเทผ่านกระชอนทันที แล้วนำไป ขยำเบาๆ ในน้ำเย็นจัดผสมน้ำแข็ง เพื่อหยุดความร้อน
ล้างยางแป้งส่วนเกินออก ซึ่งขั้นตอนนี้จะทำให้เส้นเงางาม เหนียวนุ่ม หนึบสู้ฟัน และคงสีเขียวสดของมัทฉะ
4. สะเด็ดน้ำให้แห้งสนิท :
ยกเส้นขึ้นจากน้ำเย็น แล้วสะเด็ดน้ำออกให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนนำไปจัดเสิร์ฟเป็นโซบะเย็น
หรือนำไปผ่านน้ำร้อนอีกครั้งเพื่อทำโซบะร้อน
เติมความอร่อยแบบญี่ปุ่นให้ทุกมื้อด้วย ข้าวญี่ปุ่นพันธุ์นานะสึโบชิ (Nanatsuboshi) เป็นสายพันธุ์ข้าวที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น โดยมีจุดเด่นที่เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย หลังหุงให้เนื้อสัมผัสนุ่ม มีความเหนียวและความชุ่มฉ่ำในระดับที่เหมาะกับอาหารญี่ปุ่น จึงสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายเมนู ตั้งแต่ข้าวสวยรับประทานคู่กับอาหารต่าง ๆ ไปจนถึงข้าวปั้น ซูชิ ข้าวหน้าเนื้อ และข้าวแกงกะหรี่ อีกหนึ่งจุดเด่นคือรูปแบบ ข้าวไม่ต้องซาว ที่ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมข้าวก่อนหุง ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาซาวข้าวหลายรอบ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและน้ำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจร้านอาหารที่ต้องเตรียมข้าวจำนวนมากในแต่ละวัน เมื่อหุงสุกแล้วสามารถเสิร์ฟเป็นข้าวญี่ปุ่นเนื้อนุ่ม หรือใช้เป็นส่วนประกอบของเมนูยอดนิยมได้ทันที เหมาะสำหรับการใช้งานในครัวร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านซูชิ ร้านอาหารเดลิเวอรี โรงแรม คาเฟ่ และ ธุรกิจที่ต้องการข้าวญี่ปุ่นคุณภาพดีสำหรับเสิร์ฟลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้ทุกจานมีรสชาติและสัมผัสแบบญี่ปุ่นที่ลงตัว
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่น ให้เหนียวนุ่มเรียงเม็ดสวย มีขั้นตอนง่ายๆ
อัตราส่วนสัดส่วน
• ข้าว 1 ส่วน ต่อ น้ำ 1.2 ถึง 1.3 ส่วน
(เช่น ข้าว 1 ถ้วย ต่อน้ำ 1 ถ้วยครึ่งโดยประมาณ หรือเติมน้ำให้มากกว่าการหุงข้าวทั่วไปเล็กน้อย)
ขั้นตอนการหุง
• ไม่ต้องซาวน้ำ: ตวงข้าวใส่หม้อได้ทันทีโดยไม่ต้องล้างน้ำ
• ตวงน้ำตามสัดส่วน: เทน้ำสะอาดลงไปตามอัตราส่วนที่กำหนด
• แช่ข้าว: ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ในน้ำ 30 ถึง 60 นาที เพื่อให้แกนข้าวดูดซึมน้ำได้เต็มที่
• กดสวิตช์หุง: กดปุ่มหุงข้าวตามปกติ (หากมีโหมดข้าวญี่ปุ่นหรือ Musenmai ให้เลือกโหมดนั้น)
• ระอุข้าว: เมื่อหม้อดีดขัดขึ้นอุ่น ให้ ปิดฝาทิ้งไว้ต่ออีก 10 ถึง 15 นาที ห้ามเพิ่งเปิดฝา
• พลิกข้าว: เปิดฝาแล้วใช้ทัพพีคุ้ยพลิกข้าวเบาๆ จากล่างขึ้นบน เพื่อระบายความชื้นส่วนเกิน
*** หากต้องการให้นุ่มขึ้นหรือเป็นแกน สามารถ ปรับลดหรือเพิ่มปริมาณน้ำ ในการหุงครั้งต่อไปได้ตามความชอบ
เมนูแนะนำ
• ข้าวกล่องเบนโตะ (Bento): ข้าวพันธุ์นี้โดดเด่นมากเมื่อทานแบบเย็น เพราะเนื้อข้าวจะไม่แข็งกระด้าง
• ข้าวปั้นโอนิกิริ (Onigiri): ข้าวมีความเหนียวเกาะตัวกันได้ดี ปั้นง่าย เหมาะกับไส้แซลมอนหรือบ๊วยดอง
• ซูชิและข้าวหน้าปลาดิบ (Sushi & Chirashi Don): เม็ดข้าวอมน้ำส้มสายชูสำหรับทำซูชิได้ดี ไม่แฉะจนเกินไป
• ข้าวหน้าหมูทอดคัตสึด้ง (Katsudon): ข้าวเนื้อหนึบสู้ฟันเข้ากันได้ดีกับน้ำซอสชุ่มๆ และไข่ข้น
• ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น (Japanese Curry): ซอสแกงกะหรี่เข้มข้นจะเคลือบตัวเม็ดข้าวได้อย่างทั่วถึง