เติมความหอม ฉุน เผ็ด ร้อนสไตล์ออริจินัลด้วย ผงมัสตาร์ดนำเข้าจากญี่ปุ่น ที่มาในรูปแบบผงแห้งพร้อมถุงซิปล็อก จัดเก็บง่าย ใช้งานสะดวก ละลายน้ำอุ่นง่าย ให้ความฉุนขึ้นนสตามแบบฉบับมัสตาร์ดแท้ๆ เหมาะสำหรับทำน้ำสลัด ซอส สเต๊ก ไส้กรอก หรือนำไปผสมทำดิปปิ้งซอสสูตรพิเศษ คุ้มค่า ประหยัด และควบคุมรสชาติได้ง่ายในสไตล์คุณ
วิธีใช้งานทำได้ง่ายๆ 2 แบบ
1. วิธีผสมเป็นมัสตาร์ดสด (สำหรับทำเป็นซอสจิ้ม หรือทาแซนด์วิช)
• ตักผงมัสตาร์ด: ตักผงมัสตาร์ดตามปริมาณที่ต้องการใส่ภาชนะ
• ผสมน้ำอุ่น: เติม น้ำอุ่น ลงไปในอัตราส่วนประมาณ 1 : 1 (ผงมัสตาร์ด 1 ส่วน ต่อ น้ำอุ่น 1 ส่วน) หรือปรับปริมาณน้ำตามความเหลว/เข้มข้นที่ชอบ
• คนให้เข้ากัน: คนอย่างรวดเร็วให้เนื้อผงเนียนเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ
• พักไว้ 5–10 นาที: พักทิ้งไว้ซักครู่ เพื่อให้มัสตาร์ดปล่อยกลิ่นหอมและรสชาติฉุนพุ่งขึ้นนนสอย่างเต็มที่ ก่อนนำไปรับประทานหรือประกอบอาหาร
2. วิธีใช้ปรุงอาหาร / หมักเนื้อสัตว์ (ไม่ต้องผสมน้ำก่อน)
• ผสมในเครื่องหมัก: ใส่ผงมัสตาร์ดลงในซอสหมักเนื้อสัตว์ (สเต๊ก, พอร์คชอป) เพื่อช่วยดับกลิ่นคาว เพิ่มความหอม และทำให้เนื้อนุ่มขึ้น
• ผสมในน้ำสลัด/ซอส: ใส่ผงมัสตาร์ดลงไปปั่นหรือคนผสมกับมายองเนส น้ำผึ้ง น้ำส้มสายชู หรือน้ำมันมะกอก เพื่อทำซอส Honey Mustard หรือน้ำสลัดต่างๆ
• ผสมในแป้งทอดกรอบ: โรยผงมัสตาร์ดผสมในแป้งทอดไก่หรือของทอด เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติสไตล์ตะวันตก
ข้อแนะนำการจัดเก็บ: เมื่อเปิดถุงแล้ว ควรปิดซิปล็อกให้แน่นสนิทเพื่อป้องกันความชื้น และเก็บไว้ในที่แห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
เมนูแนะนำ
• พอร์คชอปซอสมัสตาร์ดครีม : สเต๊กหมูเนื้อนุ่ม ราดด้วยซอสมัสตาร์ดรสชาติเข้มข้น หอมมัน ตัดเลี่ยนด้วยความฉุนอ่อนๆ ของมัสตาร์ดได้อย่างลงตัว
• ฮันนีมัสตาร์ดดิปปิ้งซอส & ไก่ทอดคาราเกะ : ซอสจิ้มรสชาติหวานอมเปรี้ยวและมีความฉุนปลายๆ ช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับไก่ทอดร้อนๆ ได้เป็นอย่างดี
• น้ำสลัดโฮรุโตะมัสตาร์ดสไตล์ญี่ปุ่น : น้ำสลัดใสรสชาติสดชื่น หอมกลิ่นซอสถั่วเหลืองและมีความเผ็ดร้อนเบาๆ ของมัสตาร์ด
มันหวานญี่ปุ่น เบนิฮารุกะ Size S หวานฉ่ำแบบธรรมชาติ
มันหวานญี่ปุ่น สายพันธุ์เบนิฮารุกะ (Beniharuka) สายพันธุ์ยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่โดดเด่นด้วยเนื้อสีเหลืองทอง เนื้อละเอียด เนียนนุ่ม และมีรสหวานฉ่ำเป็นเอกลักษณ์ เมื่อนำไปอบหรือเผาจนสุก จะยิ่งหอมหวานและได้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม ทานตอนร้อนๆ ยิ่งอร่อย
ประโยชน์ของมันหวานญี่ปุ่น
• เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย
• มีใยอาหาร ช่วยเพิ่มกากใยในมื้ออาหาร
• มีโพแทสเซียม (Potassium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ
• มีเบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) และสารอาหารจากธรรมชาติ โดยเฉพาะในมันหวานเนื้อสีเหลือง
• สามารถนำมารับประทานแทนขนมหรือของว่างได้ง่าย ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหาร
เมนูแนะนำ
• มันหวานญี่ปุ่นอบ - อบจนเปลือกหอม เนื้อด้านในนุ่มหวาน ทานร้อนๆ อร่อยที่สุด
• มันหวานญี่ปุ่นเผา - เผาให้สุกจนมีกลิ่นหอม เนื้อหวานฉ่ำ เหมาะสำหรับทานเล่น
• มันหวานอบเสิร์ฟคู่ไอศกรีม - ความหวานอุ่นๆ ของมันหวานเข้ากับไอศกรีมเย็นๆ ได้อย่างลงตัว
• สลัดมันหวานญี่ปุ่น - นำมันหวานไปอบจนสุก หั่นเป็นชิ้นลูกเต๋าพอดีคำ จัดเสิร์ฟคู่กับผักสลัด มะเขือเทศ ข้าวโพด และท็อปปิ้งตามชอบ ราดด้วยน้ำสลัดงาญี่ปุ่นหรือน้ำสลัดโชยุญี่ปุ่น อร่อยแถมได้ประโยชน์
มันหวานญี่ปุ่น เบนิฮารุกะ Size S หวานฉ่ำแบบธรรมชาติ
มันหวานญี่ปุ่น สายพันธุ์เบนิฮารุกะ (Beniharuka) สายพันธุ์ยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่โดดเด่นด้วยเนื้อสีเหลืองทอง เนื้อละเอียด เนียนนุ่ม และมีรสหวานฉ่ำเป็นเอกลักษณ์ เมื่อนำไปอบหรือเผาจนสุก จะยิ่งหอมหวานและได้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม ทานตอนร้อนๆ ยิ่งอร่อย
ประโยชน์ของมันหวานญี่ปุ่น
• เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย
• มีใยอาหาร ช่วยเพิ่มกากใยในมื้ออาหาร
• มีโพแทสเซียม (Potassium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ
• มีเบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) และสารอาหารจากธรรมชาติ โดยเฉพาะในมันหวานเนื้อสีเหลือง
• สามารถนำมารับประทานแทนขนมหรือของว่างได้ง่าย ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหาร
เมนูแนะนำ
• มันหวานญี่ปุ่นอบ - อบจนเปลือกหอม เนื้อด้านในนุ่มหวาน ทานร้อนๆ อร่อยที่สุด
• มันหวานญี่ปุ่นเผา - เผาให้สุกจนมีกลิ่นหอม เนื้อหวานฉ่ำ เหมาะสำหรับทานเล่น
• มันหวานอบเสิร์ฟคู่ไอศกรีม - ความหวานอุ่นๆ ของมันหวานเข้ากับไอศกรีมเย็นๆ ได้อย่างลงตัว
• สลัดมันหวานญี่ปุ่น - นำมันหวานไปอบจนสุก หั่นเป็นชิ้นลูกเต๋าพอดีคำ จัดเสิร์ฟคู่กับผักสลัด มะเขือเทศ ข้าวโพด และท็อปปิ้งตามชอบ ราดด้วยน้ำสลัดงาญี่ปุ่นหรือน้ำสลัดโชยุญี่ปุ่น อร่อยแถมได้ประโยชน์
มันหวานญี่ปุ่น เบนิฮารุกะ Size S หวานฉ่ำแบบธรรมชาติ
มันหวานญี่ปุ่น สายพันธุ์เบนิฮารุกะ (Beniharuka) สายพันธุ์ยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่โดดเด่นด้วยเนื้อสีเหลืองทอง เนื้อละเอียด เนียนนุ่ม และมีรสหวานฉ่ำเป็นเอกลักษณ์ เมื่อนำไปอบหรือเผาจนสุก จะยิ่งหอมหวานและได้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม ทานตอนร้อนๆ ยิ่งอร่อย
ประโยชน์ของมันหวานญี่ปุ่น
• เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย
• มีใยอาหาร ช่วยเพิ่มกากใยในมื้ออาหาร
• มีโพแทสเซียม (Potassium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ
• มีเบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) และสารอาหารจากธรรมชาติ โดยเฉพาะในมันหวานเนื้อสีเหลือง
• สามารถนำมารับประทานแทนขนมหรือของว่างได้ง่าย ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหาร
เมนูแนะนำ
• มันหวานญี่ปุ่นอบ - อบจนเปลือกหอม เนื้อด้านในนุ่มหวาน ทานร้อนๆ อร่อยที่สุด
• มันหวานญี่ปุ่นเผา - เผาให้สุกจนมีกลิ่นหอม เนื้อหวานฉ่ำ เหมาะสำหรับทานเล่น
• มันหวานอบเสิร์ฟคู่ไอศกรีม - ความหวานอุ่นๆ ของมันหวานเข้ากับไอศกรีมเย็นๆ ได้อย่างลงตัว
• สลัดมันหวานญี่ปุ่น - นำมันหวานไปอบจนสุก หั่นเป็นชิ้นลูกเต๋าพอดีคำ จัดเสิร์ฟคู่กับผักสลัด มะเขือเทศ ข้าวโพด และท็อปปิ้งตามชอบ ราดด้วยน้ำสลัดงาญี่ปุ่นหรือน้ำสลัดโชยุญี่ปุ่น อร่อยแถมได้ประโยชน์
การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป
ซุปมิโซะผสมสาหร่ายวากาเมะ จากแบรนด์ ฮิคาริ มิโซะ (Hikari Miso) การทานซุปมิโซะกับอาหารญี่ปุ่นนั้นถือเป็นของคู่กัน นี่คือวิธีที่คุณจะได้ลิ้มรสซุปมิโซะที่ดีที่สุด ทั้งสะดวก ง่าย และรวดเร็ว ซองเล็กพกติดตัวได้ ในแพ็คจะมีทั้งหมด 12 ซอง สำหรับการทาน 12 ที่
วิธีทำ
1. เทมิโซะลงในถ้วยซุป
2. เติมน้ำร้อนประมาณ 160 มล. คนให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ Size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผา เมื่อได้รับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
Hikari-Miso Eujuku Miso Soup ซุปมิโซะกึ่งสำเร็จรูปพร้อมซองเต้าหู้อบแห้ง
ซุปมิโซะแบบเรียบง่ายตามต้นตำรับจากญี่ปุ่น ใช้ “เอ็นจูกุ โคจิ มิโซะ” หนึ่งในมิโซะที่ขายดีที่สุดของทางแบรนด์มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ให้รสอูมามิที่เข้มข้นกลมกล่อม มาพร้อมซองเต้าหู้อบแห้งให้คุณอร่อยครบเครื่องได้ง่ายๆ เพียงเติมน้ำร้อน
Hikari-Miso Eujuku Miso Soup ซุปมิโซะกึ่งสำเร็จรูปพร้อมซองสาหร่ายอบแห้ง
ซุปมิโซะแบบเรียบง่ายตามต้นตำรับจากญี่ปุ่น ใช้ “เอ็นจูกุ โคจิ มิโซะ” หนึ่งในมิโซะที่ขายดีที่สุดของทางแบรนด์มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ให้รสอูมามิที่เข้มข้นกลมกล่อม มาพร้อมซองสาหร่ายและเต้าหู้ทอดอบแห้งให้คุณอร่อยครบเครื่องได้ง่ายๆ เพียงเติมน้ำร้อน
Hikari-Miso Eujuku Miso Soup ซุปมิโซะกึ่งสำเร็จรูปพร้อมซองต้นหอมอบแห้ง
ซุปมิโซะแบบเรียบง่ายตามต้นตำรับจากญี่ปุ่น ใช้ “เอ็นจูกุ โคจิ มิโซะ” หนึ่งในมิโซะที่ขายดีที่สุดของทางแบรนด์มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ให้รสอูมามิที่เข้มข้นกลมกล่อม มาพร้อมซองต้นหอมอบแห้งให้คุณอร่อยครบเครื่องได้ง่ายๆ เพียงเติมน้ำร้อน
มาทำไก่ทอดคาราอาเกะสไตล์จีนกันเถอะ!
Weipa karaage ko ปรับสูตรจากสูตรคาราอาเกะเดิมๆ ให้ออกมาเป็นสไตล์จีน มีรสของกระเทียม ความสไปซี่จากเครื่องเทศ และกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสมเข้ากับเนื้อไก่แล้วนำไปทอด ก็จะได้ลิ้มรสคาราอาเกะที่กรอบอร่อยอย่างไม่จำเจ
ส่วนผสม
- แป้งคาราอาเกะ 1 ซอง
- น้ำเปล่า 80 มล.
- เนื้อไก่ 400-500กรัม
วิธีทำ
1. นำแป้ง และ น้ำ มาผสมและคนให้เข้ากัน
2. หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นนำไปชุบกับแป้งที่ผสมเตรียมไว้
3. ตั้งกระทะและน้ำมัน อุณหภูมิ 165-175 องศา
4. นำไก่ที่ชุปแป้งลงไปทอด ประมาน 3-4 นาที แล้วจึงนำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
ไก่คาราอาเกะ กระเทียมพริกไทยทำง่ายแค่เขย่าแล้วเอาเข้าไมโครเวฟ!
มาทำไก่ทอดในไมโครเวฟกันเถอะ! มีใครอยากลองทำไก่ทอดที่บ้านบ้างไหม? แต่ฉันไม่อยากหมักมัน นอกจากนี้การทอดยังใช้เวลานานและเปลืองน้ำมันอีกด้วย ลองแพ็คนี้สิ! เพียงหั่นไก่เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ผสมหรือเขย่ากับแป้งปรุงรสชุดนี้ จากนั้นเมื่อนำเข้าไมโครเวฟแล้วให้นำออกมาพักไว้สักครู่ ตอนนี้คุณสามารถทำเมนูไก่ทอดแสนอร่อยที่บ้านได้แล้ว。
วิธีการทำ
1. หั่นไก่ (1 ชิ้นมีขนาดประมาณ 4 x 4 ซม. หรือชิ้นละ 30 กรัม)
2. หั่นไก่แล้วเขย่า โรยแป้งให้ทั่ว
3. วางกระดาษรองจาน เอาลงบนจาน ไว้สำหรับวางไก่ วางแยกกันเพื่อไม่ให้ติด
4.ทำความร้อนด้วยไฟฟ้า 600w แล้วตั้งเวลาผ่านหน้าซองด้านหลัง จากนั้นปล่อยให้นั่งสักพัก ขอเพียงแค่สนุกกับเรื่องนี้
ซุปมิโซะขาว อร่อยกลมกล่อม หอมสดชื่น
เพลิดเพลินไปกับ การทำขนมหวานแสนอร่อย กับแป้ง Hot cake mix
เอาใจสำหรับคนที่ชอบทานแพนเค้ก เราขอแนะนำ แป้ง Hot cake mix จากแบรนด์ Showa เพีงแค่ห่อเดียวก็ทำให้คุณได้ทานแพนเค้กที่นุ่มฟูแสนอร่อยแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถนำไปทำคุ๊กกี้อบกรอบ หรือขนมไทยากิสไตล์ญปุ่นได้อีกด้วยยยย
ส่วนผสม (สำหรับ 4 ชิ้น)
• ฮอตเค้กมิกซ์ 1 ซอง (200 กรัม)
• ไข่ไก่ 1 ฟอง
• นมสด หรือ น้ำ 140 มิลลิลิตร (3/4 ถ้วยตวง)
* หมายเหตุ: หากไม่ต้องการใช้ไข่ไก่ ให้ใช้นมสด 210 มิลลิลิตรแทน
วิธีทำ
• เตรียมส่วนผสม: ตอกไข่ใส่ชาม ตามด้วยนมสด (หรือน้ำ) คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่ฮอทเค้กมิกซ์ลงไป คนให้เข้ากัน
• เตรียมกระทะ: ตั้งกระทะไฟกลาง เมื่อน้ำมันร้อนแล้วก็ลดไฟลง แล้วใช้ผ้าชุบน้ำมันทาบนกระทะให้ทั่ว
• เทแป้ง: ตักแป้งที่ผสมไว้ประมาณ 1/4 ส่วน (สำหรับทำ 1 ชิ้น) เทลงบนกระทะ ประมาณ 3 นาที หรือจนมีฟองขึ้นมาด้านบนแล้วค่อยกลับด้านอีกประมาณ 3 นาที หรือจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
น้ำซุปเข้มข้น ซัปโปโรมิโซะราเมง อร่อย กลมกลม ในแบบของญี่ปุ่นแท้ๆ
ฟินกับเมนูราเมงได้ง่ายๆที่บ้าน ด้วยซุปซัปโปโรมิโซะราเมง รสชาติอูมามิของมิโซะผสานกับกลิ่นหอมของผักเครื่องเทศที่ผัดจนหอมกรุ่น จากแบรนด์ Bellfoods เพียงผสมน้ำซุปเข้มข้นเข้ากับน้ำร้อนแล้วใส่เส้นพร้อมกับเครื่องเคียงที่ชอบลงไป เพียงเท่านี้ราเมงแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
วิธีรับประทาน
• ผสมน้ำซุป 1 ซอง กับน้ำร้อน 300 มล. คนให้เข้ากัน ใส่เส้นราเมงและเครื่องเคียงตามชอบ
• หากต้องการรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น สามารถลดปริมาณน้ำร้อนลงได้ตามต้องการ
สึโกะเมง ซุปมิโซะเข้มข้น สไตล์เมืองซัปโปโร ซุปกลมกล่อม เส้นเหนียวนุ่มอร่อย!
สึโกะเมง ซุปมิโซะเข้มข้น สไตล์ซัปโปโร (Sapporo) จากประเทศญี่ปุ่น ราเมนถ้วยนี้มาพร้อมซุปมิโซะรสเข้มข้นเป็นพิเศษ ใช้มิโซะคุณภาพจากฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องราเมนมิโซะโดยเฉพาะ เส้นราเมนเหนียวนุ่มกำลังดี เข้ากันอย่างลงตัวกับน้ำซุปร้อน ๆ เพิ่มรสชาติด้วยท็อปปิ้งผักอบแห้งอย่างถั่วงอก ข้าวโพด และต้นหอม เป็นอีกหนึ่งถ้วยราเมนที่คุณไม่ควรพลาด!
ชวนคุณมาชิมปลากระป๋องสไตล์ญี่ปุ่น
ปลาซาร์ดีนในซอสเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น ผลิตจากปลาคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น ก้างน้อย หมักในเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น กระป๋องเปิดง่ายพร้อมเสริฟ์ ให้คุณสามารถทานได้ทันที หรือจะนำมาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ๆ ในแบบของคุณ
ชวนคุณมาชิมปลากระป๋องสไตล์ญี่ปุ่น
ปลาแมคเคอเรลในซอสเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น ผลิตจากปลาคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น ก้างน้อย หมักในเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น กระป๋องเปิดง่ายพร้อมเสริฟ์ ให้คุณสามารถทานได้ทันที หรือจะนำมาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ๆ ในแบบของคุณ
เส้นเหนียวนุ่ม ซุปจัดจ้าน อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
เส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปเข้มข้น อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
ซอสเดียวจบ! หมัก จิ้ม ผัด อร่อยครบในขวดเดียว
เติมเต็มความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ด้วย ซอสยากินิคุ รสมิโซะโชยุ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) ซอสปิ้งย่างยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น ที่ผสานความกลมกล่อมของโชยุและมิโซะ เข้ากับความหอมของกระเทียม หอมหัวใหญ่ และงาคั่ว ให้รสชาติเข้มข้นหวานเค็มกำลังดี อูมามิ ช่วยเพิ่มความอร่อยได้อย่างหลากหลายเมนู เหมาะสำหรับใช้เป็นทั้งซอสจิ้มปิ้งย่าง ซอสหมักเนื้อ ซอสผัด หรือซอสปรุงอาหาร เพียงขวดเดียวก็รังสรรค์เมนูญี่ปุ่นได้ง่ายๆที่บ้าน
วิธีรับประทาน
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับปิ้งย่าง (Yakiniku)
• ใช้ผัดเนื้อ หรือผัดผัก
• ใช้เป็นซอสเพิ่มรสชาติสำหรับเมนูบาร์บีคิวและอาหารย่าง
Bull-Dog Sauce has a history spanning over 100 years and is considered one of Japan’s representative condiments.
Bull-Dog Sauce has a history spanning over 100 years and is considered one of Japan’s representative condiments.
ถ้าพูดถึงราเมงรสมิโสะ หลายคนจะนึกถึงความหอมของถั่วหมัก ผสมความเค็มมันที่ลึกและกลมกล่อม ราเมงรุ่นนี้ถ่ายทอดรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ชัดเจน ซุปมีความเข้มข้นสไตล์ “โนโกะ” คือไม่จาง ไม่บาง แต่แน่นเต็มคำ เส้นราเมงถูกออกแบบให้มีความหนาและความหนึบเป็นพิเศษ เพื่อให้รับกับซุปมิโสะได้อย่างลงตัว ทุกครั้งที่คีบเส้นขึ้นมา จะสัมผัสได้ถึงความเด้งและเนื้อสัมผัสที่คล้ายเส้นสดในร้านราเมง จุดเด่นคือสามารถปรุงเพิ่มได้ตามสไตล์ของตัวเอง จะใส่หมูชาชู ไข่ออนเซ็น ข้าวโพด หรือเนยเพิ่มความหอมก็ได้ กลายเป็นเมนูระดับร้านดังได้ภายในไม่กี่นาที เหมาะกับคนทำงานที่อยากได้มื้ออร่อยแบบรวดเร็ว นักเรียนที่อยากกินอะไรจริงจัง หรือร้านอาหารที่ต้องการเมนูญี่ปุ่นเพิ่มยอดขายแบบต้นทุนคุมได้ พูดง่ายๆ คือ ถ้าอยากกินราเมงที่ไม่ง้อร้าน นี่คือคำตอบ
วิธีการทำ
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นลงไปต้มนานประมาณ 4 นาที (คอยคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว)
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสมน้ำ: เมื่อเส้นสุก เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเครื่องปรุงก่อน แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
• เสิร์ฟ: นำเส้นลงไปใส่ในชาม คนเบาๆ พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับ: เติมเนื้อหมูชาชู ไข่ต้ม หน่อไม้ และต้นหอมญี่ปุ่น เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบ
สุดยอดแป้งเทมปุระสูตรพิเศษ !!
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
น้ำซุปเข้มข้น ซัปโปโรโชยุราเมง อร่อย กลมกลม ในแบบของญี่ปุ่นแท้ๆ
ฟินกับเมนูราเมงได้ง่ายๆที่บ้าน ด้วยซุปซัปโปโรโชยุราเมง รสชาติอันเข้มข้นที่ได้จากโชยุหมักแบบธรรมชาติ ผสานกับกลิ่นหอมของผักเครื่องเทศที่ผัดจนหอมกรุ่น จากแบรนด์ Bellfoods เพียงผสมน้ำซุปเข้มข้นเข้ากับน้ำร้อนแล้วใส่เส้นพร้อมกับเครื่องเคียงที่ชอบลงไป เพียงเท่านี้ราเมงแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
วิธีรับประทาน
• ผสมน้ำซุป 1 ซอง กับน้ำร้อน 300 มล. คนให้เข้ากัน ใส่เส้นราเมงและเครื่องเคียงตามชอบ
• หากต้องการรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น สามารถลดปริมาณน้ำร้อนลงได้ตามต้องการ
ชอบทานซุปมิโซะมั้ยคะ การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!
การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!