กุ้งหวานญี่ปุ่น เนื้อเด้ง ใส พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
กุ้งหวานญี่ปุ่น (Ama Ebi) เป็นกุ้งขนาดเล็กสีชมพู เปลือกนิ่ม เป็นกุ้งที่อาศัยอยู่ในน้ำเย็น และต้องเป็นแหล่งน้ำที่สะอาดมากๆ ทำให้กุ้งหวานไม่มีกลิ่นคาว มีรสชาติหวานเป็นเอกลักษณ์ เนื้อนุ่ม ให้รสสัมผัสเด้งกรอบ นิยมทานโดยไม่ปรุงเพื่อสัมผัสรสชาติความหวานของกุ้งมากที่สุด เมนูที่นิยมมากที่สุดคือการทานดิบแบบซูชิ หรือซาชิมิ
ไข่หอยเม่นทะเลแช่แข็ง
อูนิ (Uni) หรือไข่หอยเม่น วัตถุดิบจากทะเลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื้ออูนิจะมีความนุ่มละมุน มีความครีมมี่ กลมกล่อม ละลายในปาก จนเปรียบเทียบได้ว่าเป็น "เนยแห่งท้องทะเล" หากคุณเป็นคนที่ชอบกลิ่นของทะเลและเนื้อสัมผัสที่ละมุนลิ้น อูนิเป็นหนึ่งในสิ่งที่แนะนำให้ลองทานค่ะ
เมนูแนะนำ
• พาสต้าซอสอูนิ : ครีมซอสที่ทำจากอูนิ ใส่ในพาสต้าเพื่อเพิ่มความเข้มข้นและรสชาติที่มีความหรูหรา
• อูนิไข่ตุ๋น : อูนิสามารถวางบนหน้าหรือผสมในไข่ตุ๋นญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มความหอมมัน
• ข้าวหน้าทะเล (Kaisen Don) : เป็นข้าวหน้าซีฟู้ดที่มักใส่อูนิพร้อมกับอาหารทะเลสดอื่นๆ
• ซุป : บางครั้งอูนิจะถูกนำมาใช้ในซุป เพื่อเพิ่มความหอมและรสอูมามิของน้ำซุป
หากพูดถึงเมนูทานเล่นยอดฮิตที่ต้องมีติดโต๊ะเมื่อไปร้านอาหารญี่ปุ่นหรือร้านอิซากายะ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง “ทาโกะวาซาบิ” เมนูเคี้ยวเพลินที่โดดเด่นด้วยเนื้อปลาหมึกยักษ์หั่นพอดีคำ เนื้อหนึบเด้งและกรุบกรับ คลุกเคล้ากับซอสปรุงรสและวาซาบิแท้ๆ ให้รสชาติเผ็ดหอมขึ้นจมูกเล็กน้อยอย่างเป็นเอกลักษณ์ พร้อมความกลมกล่อมที่ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย เติมบรรยากาศอิซากายะให้มื้ออาหารที่บ้านได้ง่ายๆ เพียงละลายน้ำแข็งก็พร้อมรับประทานทันที เหมาะสำหรับเป็นเมนูทานเล่น กับแกล้มคู่เครื่องดื่ม หรือเสิร์ฟในปาร์ตี้กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ให้คุณสัมผัสความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องรอไปร้าน
วิธีละลายที่ถูกต้อง (เพื่อเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด)
เนื่องจากสินค้ามีขนาด 1 กก. ไม่แนะนำให้ละลายพร้อมกันทั้งถุง หากทานไม่หมดในครั้งเดียว
• ตัดแบ่งขณะยังแข็ง: ใช้มีดสะอาดตัดแบ่งถุงทาโกะวาซาบิออกมาเฉพาะปริมาณที่จะทานในมื้อนั้น
• ใส่ช่องธรรมดา: แบ่งใส่ถ้วยมีฝาปิด แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาข้ามคืน เพื่อให้ละลายช้าๆ เนื้อหมึกจะไม่เสียความเด้ง
• ละลายด่วน: นำใส่ถุงซิปล็อกปิดให้สนิท แช่ในน้ำอุณหภูมิห้อง 15-20 นาที (ห้ามนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด)
• การเก็บส่วนที่เหลือ: รีบนำส่วนที่เหลือเก็บเข้าช่องแช่แข็งทันที (-18°C) ห้ามปล่อยให้ละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งซ้ำ
เพราะจะทำให้หมึกเหนียวและคาวครับ
ทำไมต้อง สึบูไก? เปิดความลับ "หอยสังข์ญี่ปุ่น" วัตถุดิบตัวลับที่นักรีวิวทั่วโลกยกนิ้วให้
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับหอยเชลล์หรือหอยแมลงภู่ แต่ถ้าพูดถึง "หอยสังข์ญี่ปุ่น" คือความลับความอร่อยของเมนูอาหารทะเลสไตล์เอเชียตะวันออก โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและเกาหลี ด้วยเนื้อสัมผัสที่มีความ "กรุบเด้ง" เป็นพิเศษและรสชาติที่หวานอ่อนๆ ทำให้มันกลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมที่มักจะถูกถามหาเสมอในร้านซูชิและร้านอาหารญี่ปุ่นระดับสูง เสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนติดใจคือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากเนื้อสัมผัสที่นุ่มนิ่มของหอยชนิดอื่น สึบูไกของเราผ่านกระบวนการล้างทำความสะอาดและสไลด์มาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ชิ้นที่สวยงามและรับประทานง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารทะเลที่เน้นสัมผัสการเคี้ยว ไม่ว่าจะทานแบบสดเป็นซาซิมิเพื่อให้ได้รสหวานดั้งเดิม หรือจะนำไปผ่านความร้อนเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอม ก็อร่อยจนหยุดไม่ได้
ถ้าคุณกำลังมองหาวัตถุดิบซีฟู้ดที่ “แตกต่างแต่เข้าถึงง่าย” นื้อหอยสังข์ญี่ปุ่นคือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม! เราคัดสรรและแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อคงคุณภาพสูงสุด ทำให้คุณสามารถนำไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมเยอะ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือทำกินเองที่บ้านก็สะดวกสุดๆ จุดเด่นอีกอย่างคือความ “อเนกประสงค์” จะทำเมนูญี่ปุ่นอย่างซูชิ ซาชิมิ หรือจะเอาไปดัดแปลงทำเมนูผัด ต้ม ยำ ก็ยังคงความอร่อยได้ครบ รสชาติไม่กลบเครื่องปรุง แถมยังช่วยเพิ่มมิติให้จานอาหารดูพรีเมียมขึ้นทันที พูดง่ายๆ คือ วัตถุดิบเดียว แต่อัปเกรดเมนูได้ทั้งร้าน
เมนูแนะนำ :
การเตรียม: ควรละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือแช่น้ำทั้งถุงพลาสติกก่อนนำไปปรุงอาหาร
• สายลวกจิ้ม: ลวกในน้ำเดือดเพียง 10-20 วินาที ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน
• สายญี่ปุ่น: วางบนข้าวซูชิ หรือทานเป็นซาซิมิ (หากละลายแล้วทานทันที) จิ้มโชยุและวาซาบิ
• สายผัด: นำไปทำผัดฉ่า, ผัดกะเพรา หรือผัดน้ำมันหอย เนื้อหอยจะดูดซับรสชาติเครื่องปรุงได้ดีมาก
• สายยำ: ใส่ในยำรวมมิตร หรือพล่า เพิ่มเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวสนุกให้กับจานยำ
หอยเชลล์ต้มเนื้อแน่น ทำเมนูอะไรก็อร่อย
หอยเชลล์สายพันธุ์ญี่ปุ่นถือว่าเป็นหอยเชลล์ที่มีคุณภาพดีระดับโลก เพราะมีเนื้อนุ่มแน่น รสชาติหวานตามธรรมชาติ จะนำไปทำเมนูอะไรก็อร่อยถูกใจ ไม่ว่าจะเป็นหอยเชลล์ย่างซอสเทริยากิ ซอสยากินิคุ หรือประยุกต์เข้ากับเมนูไทยๆ อย่างผัดฉ่า ผัดกะเพรา ก็เข้ากันได้เป็นอย่างดีค่ะ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ