สัมผัสความอร่อยของแซลมอนรมควันอบสุก จากชิลี
แซลมอนรมควันอบสุกระดับพรีเมียมของเราผลิตจากปลาแซลมอนแอตแลนติกสดคุณภาพเยี่ยมที่คัดสรรด้วยมือ จากแหล่งน้ำธรรมชาติอันบริสุทธิ์ในภูมิภาคปาตาโกเนีย ประเทศชิลี หลังการจับขึ้นจากน้ำเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็เริ่มกระบวนการหมักแบบดั้งเดิมด้วยวัตถุดิบธรรมชาติและรมควันอย่างช้าๆ ตามกรรมวิธีเพื่อให้ได้แซลมอนรมควันที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด รสชาติกลมกล่อม และเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน
ผลิตภัณฑ์นี้บรรจุด้วยเทคโนโลยี Modified Atmosphere Packaging (MAP) หรือ การบรรจุภายใต้บรรยากาศควบคุม เพื่อช่วยคงความสดใหม่ คุณภาพ และรสชาติของผลิตภัณฑ์
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
ไส้กรอกอาราบิกิ เนื้อแน่น ฉ่ำ เด้ง สไตล์ญี่ปุ่นแท้
ไส้กรอกอาราบิกิ ไส้กรอกยอดนิยมของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสด้านในที่ทำจากเนื้อหมูบดหยาบ ทำให้ยังคงความชุ่มฉ่ำและรสชาติของเนื้อหมูได้อย่างเต็มที่ ทุกคำที่เคี้ยวให้ความรู้สึกเนื้อแน่น เต็มคำ ขณะที่หนังด้านนอกกรอบเล็กน้อยและหอมกลิ่นรมควันชวนกิน ไส้กรอกอาราบิกิห่อนี้ผลิตจาก หมูอนามัย ปราศจากสารเร่งเนื้อแดง ปรุงรสด้วยซอสจากแบรนด์ Nihon Shokken แบรนด์ผู้ผลิตซอสอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ช่วยดึงรสชาติของเนื้อหมูให้อร่อย กลมกล่อมแบบต้นตำรับ เหมาะสำหรับเสิร์ฟเป็นเมนูหลัก เครื่องเคียง หรือของทานเล่น ที่ใครได้ลองก็มักเผลอสั่งซ้ำโดยไม่รู้ตัว
วิธีก่อนปรุง
• นำไส้กรอกออกจากช่องแช่แข็ง
• ละลายน้ำแข็ง โดยแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางในอุณหภูมิห้องจนคลายตัว ไม่จำเป็นต้องล้างน้ำ เพียงซับให้แห้งก่อนนำไปปรุง
• สามารถนำไป ย่าง ทอด อบ หรือ ต้ม ได้ทันที
วิธีรับประทาน
ไส้กรอกอาราบิกิ พร้อมอร่อยได้หลายสไตล์ :
• ย่าง : ย่างบนกระทะหรือเตาถ่าน ไฟกลาง กลิ้งไปมาให้ผิวตึง หอมฉ่ำ กรอบนอกนุ่มใน
• ทอด : ทอดด้วยไฟกลาง ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเพิ่ม ไขมันจากไส้กรอกจะออกมาเอง หอมแบบไม่ง้อซอส
• อบลมร้อน / อบเตาอบ : อุณหภูมิประมาณ 170–180°C ประมาณ 8–10 นาที เหมาะกับทำหลายชิ้นพร้อมกัน
• ต้ม / ลวก : ต้มในน้ำร้อน (ไม่เดือดจัด) 3–5 นาที แล้วนำไปย่างหรือทอดต่อ เพิ่มความฉ่ำแบบขั้นสุด
แนะนำ: เสิร์ฟคู่มัสตาร์ด ซอสมะเขือเทศ หรือซอสญี่ปุ่น จะยิ่งดึงรสชาติให้อร่อยขึ้นอีกระดับ
เมนูแนะนำ
• อาราบิกิย่างเนยเสียบไม้
• ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น + ไส้กรอกอาราบิกิ
• ไส้กรอกอาราบิกิผัดเนยกระเทียม
• สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งอาราบิกิ
• สลัดไส้กรอกอาราบิกิย่าง
เติมความอร่อยให้มื้ออาหารด้วย ปลาไหลย่างปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่นที่ให้กลิ่นหอมชวนรับประทาน พร้อมรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมจากซอสซีอิ๊ว เนื้อปลานุ่มเข้มข้น หอมซอส และเข้ากันได้ดีกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ เพียงนำออกจากบรรจุภัณฑ์ วางบนภาชนะที่ใช้กับไมโครเวฟได้ คลุมด้วยกระดาษหรือพลาสติกสำหรับอาหาร แล้วอุ่นด้วยกำลังไฟสูงประมาณ 2–3 นาที หรือจนร้อนทั่วถึง ก็พร้อมเสิร์ฟทันที จะรับประทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น ทำเป็นข้าวหน้าปลาไหล หรือเพิ่มในเมนูซูชิก็อร่อยลงตัว เหมาะสำหรับทำรับประทานเองที่บ้านหรือใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น สะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมปลาไหลเองให้วุ่นวาย
วิธีอุ่นด้วยไมโครเวฟ
1. นำปลาไหลออกจากบรรจุภัณฑ์
2. วางบนภาชนะที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้
3. คลุมด้วยพลาสติกแรปที่ใช้กับไมโครเวฟหรือฝาครอบได้
4. อุ่นด้วยกำลังไฟสูงประมาณ 2–3 นาที หรือจนกว่าปลาไหลจะร้อนทั่วถึง
5. นำออกและเสิร์ฟทันที
***** การเก็บรักษา: เก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18°C
เมนูแนะนำ
- ข้าวหน้าปลาไหลย่างซีอิ๊ว (Unadon / Unaju)
- ข้าวปั้นหน้าปลาไหลย่าง (Unagi Nigiri)
- ซูชิโรลหน้าปลาไหลย่าง
- สลัดปลาไหลย่างซอสญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า ขนมหวานญี่ปุ่นที่หลายๆคนต่างติดใจ
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดง (Kokuto) และคลุกเคล้าผงคินาโกะ รสชาติมีความหวานละมุนลิ้น ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ทำให้แบ่งทานได้สะดวก ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างคู่กับชาร้อนๆ หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
สุดยอดขนมญี่ปุ่นคลายร้อน! อร่อยง่าย ๆ แค่คลายความเย็น
วาราบิโมจิ คือขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มละลาย ผสานความหวานลึกของน้ำตาลทรายแดง และกลิ่นหอมของถั่วเหลืองคั่ว เป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล หัวใจสำคัญของวาราบิโมจิอยู่ที่ “แป้งวาราบิ” ซึ่งได้จากรากของพืชตระกูลเฟิร์นญี่ปุ่น เมื่อนำมาผ่านกระบวนการนวดอย่างพิถีพิถัน จะได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม หนึบ เด้งและละลายในปาก แตกต่างจากโมจิทั่วไปที่ทำจากข้าวเหนียว ด้วยความอ่อนโยนของเนื้อแป้ง จึงให้สัมผัสที่ละเอียดและพรีเมียมยิ่งกว่า ความพิเศษอีกขั้นอยู่ที่การใช้น้ำตาลทรายแดงจากโอกินาว่า หรือ “คุโระซาโตะ” ซึ่งไม่ได้ใช้เป็นแค่น้ำเชื่อมราดเท่านั้น แต่ถูกนวดผสมเข้าไปในเนื้อวาราบิโมจิตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ทำให้ขนมมีสีน้ำตาลอ่อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอ้อย และรสหวานที่ลึก กลมกล่อม ไม่ฉูดฉาด ซึมซับอยู่ในทุกคำที่กัด และที่ขาดไม่ได้ของวาราบิโมจิ นั่นคือการโรย “คินาโกะ”หรือผงถั่วเหลืองคั่วอย่างดี ที่มีกลิ่นหอมถั่วคั่ว และ รสสัมผัสที่นุ่มนวล มันๆ ซึ่งช่วยเสริมให้รสหวานของน้ำตาลทรายแดงมีความสมดุล หอมละมุน และลุ่มลึกยิ่งขึ้น
วิธีทานวาราบิโมจิแบบอร่อย :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
เมนูทานคู่แนะนำ :
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
วาราบิโมจิ คือขนมที่หลอมรวมวัตถุดิบธรรมชาติและศิลปะการทำขนมของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างลงตัว ละมุนในทุกคำ นุ่มหนึบทุกสัมผัส หวานหอมอย่างมีระดับ
ทำไมต้องถั่วหมัก "ทสึยุดาคุ นัตโตะ"ต้นตำรับความอร่อยจากคุมาโมโตะที่อยากให้คุณได้ลอง!!!
คำว่า "ทสึยุดาคุ" ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง "ซอสชุ่มฉ่ำ" ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดของสินค้าตัวนี้ ต่างจากนัตโตะทั่วไปที่มีซอสเพียงเล็กน้อย แต่มารุคินจัดเต็มด้วยซอสปรุงรสรสคาชิปริมาณถึง 12 กรัมต่อหนึ่งถ้วย เพื่อมอบสัมผัสที่นุ่มละมุน ลื่นคอ และรสชาติที่กลมกล่อมมากกว่าเดิม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักสุขภาพและหลงรักในเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่น ถั่วเหลืองหมัก คือหนึ่งในสุดยอดอาหาร (Superfood) ที่ชาวญี่ปุ่นรับประทานกันมาอย่างยาวนาน แต่สำหรับใครที่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือรสสัมผัสที่ทานยาก ขอแนะนำ "ทสึยุดาคุ นัตโตะ" ตรามารุคิน ฟู้ดส์ นัตโตะที่จะมาเปลี่ยนความคิดเดิมๆ ของคุณให้กลายเป็นความประทับใจ
ความพิถีพิถันจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ
หัวใจสำคัญที่ทำให้รสชาติของนัตโตะกล่องนี้โดดเด่น คือส่วนประกอบของซอสปรุงรสที่มีความซับซ้อนและลุ่มลึก:
• สารสกัดจากทะเลและขุนเขา: ผสมผสานน้ำซุปจากปลาบินย่าง (Yaki-Ago), ปลาโบนิโตะ, สาหร่ายคอมบุ, หอยเชลล์ และเห็ดชิทาเกะ
• ถั่วเหลืองพรีเมียม: เลือกใช้ถั่วเหลืองคุณภาพที่ผ่านการจัดการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างดี (IP Handling) หมักจนได้เส้นใยที่ยืดและนัวที่สุด
คุณค่าทางโภชนาการที่มากกว่าแค่ความอร่อย
ในทุกๆ คำที่คุณทาน คือการเติมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย:
• โปรตีนสูง: ใน 1 ถ้วย (52 กรัม) ให้โปรตีนสูงถึง 7.2 กรัม แต่ให้พลังงานเพียง 83 กิโลแคลอรีเท่านั้น
• เอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase): ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตและสุขภาพของหัวใจ
• โปรไบโอติกส์: ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
เมนูสุดฮิตจากญี่ปุ่น มาแล้วค่ะ
คร็อกเก้ (Croquette) หรือ โคร็อกเกะ (コロッケ) ถือเป็นอาหารยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นอกจากในญี่ปุ่นแล้ว เมนูนี้ยังฮิตมากในเกาหลีใต้อีกด้วย
วันนี้เราได้นำเข้าโคร็อกเกะจากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่แค่เพียงใช้ไมโครเวฟก็สามารถทานได้ทันที โคร็อกเกะห่อนี้ได้ใช้วัตถุดิบจากฮอกไกโด เริ่มตั้งแต่เนื้อปู นม เนย ครีม ที่ทำจากนมฮอกไกโด จนได้ครีมซอสที่รสชาติเข้มข้น หอมมัน คลุกด้วยเกร็ดขนมปังญี่ปุ่น รสชาติแบบกรอบนอก ด้านในหอมมันเข้มข้น อร่อยมากๆ
หากคุณเป็นคนชอบซุปข้าวโพด รับรองต้องรักตัวนี้
สายเบนโตะญี่ปุ่นต้องเคยทานโคโรเกะ วันนี้เรามีโคโรเกะแสนอร่อยจากประเทศญี่ปุ่นมาให้คุณได้ทานถึงบ้าน ยิ่งหากคุณเป็นคนชอบทานซุปข้าวโพดต้องชอบอย่างแน่นอน ทางผู้ผลิตได้คัดเลือกข้าวโพดหวานจากเมืองฮอกไกโด ผสมกับครีมซุปเนื้อเนียน หอมมัน นำไปชุปเกร็ดขนมปังกรอบๆ เพียงแค่อุ่นร้อนในไมโครเวฟ หรืออยากให้เปลือกด้านนอกกรอบยิ่งขึ้น รับประกันว่าอร่อยมากๆ ค่ะ
ผสานความอร่อยของมันฝรั่งและฟักทองฮอกไกโดเนื้อเนียน เหนียวนุ่ม กรอบอร่อยกำลังพอดี
โคร็อกเกะจากแบรนด์ซันมารูโกะห่อนี้ ผลิตโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพดีอย่างมันฝรั่งบารอน (だんしゃく, Danshaku) และฟักทองฮอกไกโด ทำให้ได้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม รสชาติหวานมันกลมกล่อมกำลังพอดี นำมาคลุกแป้งและเกล็ดขนมปังแล้วทอดจนเหลืองกรอบ ปราศจากสารเคมีแต่งกลิ่น สี และวัตถุกันเสีย อร่อยง่ายๆ เพียงอุ่นในไมโครเวฟ เสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส นิยมจัดใส่เบนโตะเป็นอาหารกลางวันของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รับประทานเป็นของว่าง หรือรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็เข้ากันได้ดีค่ะ