วาราบิโมจิ (warabi mochi) หนึ่งในขนมพื้นเมืองของญี่ปุ่นที่อยากให้คุณได้ลอง
Honmono Nippon ชวนคุณมาลิ้มลองขนมพื้นเมืองของญี่ปุ่นอย่าง “วาราบิโมจิ” ที่มีเนื้อเนียนนุ่มละมุน มีความยืดหยุ่นมากกว่าโมจิทั่วไป มาพร้อมกับความหอมมันจากผงถั่วคินาโกะที่ทำมาจากถั่วเหลืองญี่ปุ่นคุณภาพดี นำมาบดและคลุกเคล้าด้านนอก ให้รสชาติที่หวานละมุน ไม่ว่าจะรับประทานคู่กับชาร้อนๆ หรือนำมาราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตสึก็อร่อยลงตัวค่ะ
วาราบิโมจิ (warabi mochi) หนึ่งในขนมพื้นเมืองของญี่ปุ่นที่อยากให้คุณได้ลอง
วาราบิโมจิ เป็นขนมโบราณดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น ในยุคเฮอัน วาราบิถือเป็นขนมของชนชั้นสูง ขนมวาราบิโมจิจะมีลักษณะเป็นวุ้นเนื้อเนียนใส ให้สัมผัสเหนียว นุ่ม มีรสชาติหวานอ่อนๆ นำมาคลุกมับผงมัทฉะชั้นดี ที่มีความขมฝาด และให้กลิ่นหอม ตามแบบต้นฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ นิยมทานคู่กับชาร้อน
เพลิดเพลินกับหนึ่งในขนมพื้นเมืองของญี่ปุ่นที่หลายๆ ต่างก็คนติดใจ
วาราบิ โมจิ (warabi mochi) บราวน์ ชูก้า มาในชิ้นที่พอดีคำ คลุกเคล้าด้วยผงคินาโกะ (ผงถั่วเหลลือง) ทำให้รสชาติที่ได้มีความหวาน หอม ละมุนลิ้น และสัมผัสเหนียวนุ่มที่ยืดหยุ่นมากกว่าโมจิทั่วไป ไม่ว่าจะรับประทานคู่กับชาร้อนๆ หรือนำมาราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตสึก็อร่อยลงตัว หรือจะใช้เป็นท็อปปิ้งกับไอศครีมแสนอร่อยก็เข้ากันสุดๆเลยค่ะ
ขนมญี่ปุ่นแบบเบาๆ ไม่หวานเลี่ยน และ ได้รสชาติชาเขียวแท้ๆ ต้องไม่พลาด
ใครที่กำลังมองหาของหวานญี่ปุ่นแบบเบาๆทานง่าย และให้ความรู้สึกสดชื่นไม่เหมือนใคร ต้องลอง วาราบิโมจิตัวนี้ ขนมชิ้นเล็กๆนี้จะทำให้วันของคุณสดใสขึ้นแน่นอน วาราบิโมจิเป็นขนมหวานญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ทำจากแป้งวาราบิ(แป้งที่สกัดจากหัววาราบิ) ที่มีจุดเด่นคือ สัมผัสที่นุ่มนิ่มเหมือนเยลลี่ แต่จะมีความเหนียวนุ่มและยืดหยุ่นกว่าโมจิทั่วไป วาราบิโมจิชิ้นนี้พิเศษตรงที่เป็นรสชาเขียวมัทฉะ และถูกนำไปคลุกเคล้ากับผงชาเขียวมัทฉะ หอมๆจนทั่วชิ้น ผงชาเขียวมัทฉะ นั้นมาจากจังหวัดชิซึโอกะซึ่งเป็นแหล่งผลิตชาเขียวคุณภาพเยี่ยมของญี่ปุ่น ทำให้ได้รสชาติเข้มข้น หอมละมุน และมีขมเล็กน้อยแบบเป็นธรรมชาติมาตัดกับความหวานอ่อนๆ ของตัวโมจิได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่าย ทานคู่กับชาเขียวร้อนที่ไม่หวานเลย หรือจะลองทานคู่กับกาแฟดำก็เข้ากันดี รับรองว่าความนุ่มนิ่มและรสชาติชาเขียวแท้ๆ จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นเหมือนได้นั่งพักผ่อนอยู่ในญี่ปุ่น
วิธีทานวาราบิโมจิ :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เมนูทานคู่แนะนำ
วาราบิโมจิรสชาเขียวมีรสชาติมัทฉะเข้มข้น หอม และหวานอ่อนๆ จึงเข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มและของหวานอื่นๆ ดังนี้:
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
คู่กับกาแฟ:
• กาแฟดำเย็น/ร้อน : ความขมของกาแฟจะช่วยดึงความหวานและความหอมของมัทฉะในโมจิออกมา
• ลาเต้: เข้ากันได้ดีกับความนุ่มละมุนของวาราบิโมจิ
คู่กับของหวานอื่น ๆ:
• ท็อปปิ้งไอศกรีม: นำไปวางบนไอศกรีมรสวานิลลา หรือไอศกรีมถั่วแดง เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบ
• พาร์เฟต์สไตล์ญี่ปุ่น: ใช้เป็นส่วนประกอบในพาร์เฟต์หรือน้ำแข็งไส เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเมนู
• เครื่องดื่มสร้างสรรค์: ใช้เป็นท็อปปิ้งในเครื่องดื่มประเภทนมหรือชา เช่น มัทฉะลาเต้ หรือบราวน์ชูการ์
วาราบิโมจิ...ความนุ่มหนึบที่ละลายในปาก สัมผัสรสชาติญี่ปุ่นดั้งเดิมแท้ๆ ที่คุณต้องหลงรัก
หากคุณกำลังมองหาขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ขอแนะนำ "วาราบิโมจิ โรยผงถั่วเหลือง" ขนมดั้งเดิมที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นแป้งที่สกัดจากรากของต้นวาราบิ (เฟิร์นชนิดหนึ่ง) ผสมกับน้ำและน้ำตาล แล้วนำไปกวนจนได้เนื้อสัมผัสใส เงา และ นุ่มเด้ง แต่ยังคงความยืดหยุ่นและความหนึบหนับแบบโมจิ ทำให้เป็นขนมที่ละลายในปาก ขนมนี้ถูกคลุกเคล้าอย่างพิถีพิถันด้วย ผงถั่วเหลืองคินาโกะ (Kinako) ที่ผ่านการคั่วจนหอมกรุ่น ให้รสชาติถั่วอันเข้มข้นที่เข้ากันได้ดีกับความหวานอ่อนๆ และราดด้วย คุโรมิสึ หรือน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายดำ(จากน้ำตาลทรายดำโอกินาวา) เพื่อเพิ่มรสชาติอันกลมกล่อม เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่าย ทานคู่กับชาเขียวร้อนๆ หรือจะเสิร์ฟเป็นของหวานปิดท้ายมื้ออาหาร ก็อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีเตรียมก่อนรับประทาน
• นำออกจากช่องแช่แข็ง
- นำวาราบิโมจิออกจากช่องแช่แข็ง โดยยังไม่แกะห่อ ปล่อยให้น้ำแข็งคลายตัวเองตามธรรมชาติ
• รอให้ละลายที่อุณหภูมิห้อง
ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30–60 นาที (ขึ้นอยู่กับขนาดและอุณหภูมิห้อง)
- เนื้อโมจิควรนุ่ม เด้ง และเย็นกำลังดี
- ไม่ควรเร่งโดยการนำเข้าไมโครเวฟ เพราะจะทำให้เนื้อเสียสัมผัส
• จัดเสิร์ฟ
- เมื่อละลายแล้ว สามารถแกะห่อ จัดลงจาน และ โรยผงคินาโกะ (Kinako) หรือราดซอสคุโระมิตสึ (Kuromitsu) ตามชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
สุดยอดขนมญี่ปุ่นคลายร้อน! อร่อยง่าย ๆ แค่คลายความเย็น
วาราบิโมจิ คือขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มละลาย ผสานความหวานลึกของน้ำตาลทรายแดง และกลิ่นหอมของถั่วเหลืองคั่ว เป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล หัวใจสำคัญของวาราบิโมจิอยู่ที่ “แป้งวาราบิ” ซึ่งได้จากรากของพืชตระกูลเฟิร์นญี่ปุ่น เมื่อนำมาผ่านกระบวนการนวดอย่างพิถีพิถัน จะได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม หนึบ เด้งและละลายในปาก แตกต่างจากโมจิทั่วไปที่ทำจากข้าวเหนียว ด้วยความอ่อนโยนของเนื้อแป้ง จึงให้สัมผัสที่ละเอียดและพรีเมียมยิ่งกว่า ความพิเศษอีกขั้นอยู่ที่การใช้น้ำตาลทรายแดงจากโอกินาว่า หรือ “คุโระซาโตะ” ซึ่งไม่ได้ใช้เป็นแค่น้ำเชื่อมราดเท่านั้น แต่ถูกนวดผสมเข้าไปในเนื้อวาราบิโมจิตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ทำให้ขนมมีสีน้ำตาลอ่อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอ้อย และรสหวานที่ลึก กลมกล่อม ไม่ฉูดฉาด ซึมซับอยู่ในทุกคำที่กัด และที่ขาดไม่ได้ของวาราบิโมจิ นั่นคือการโรย “คินาโกะ”หรือผงถั่วเหลืองคั่วอย่างดี ที่มีกลิ่นหอมถั่วคั่ว และ รสสัมผัสที่นุ่มนวล มันๆ ซึ่งช่วยเสริมให้รสหวานของน้ำตาลทรายแดงมีความสมดุล หอมละมุน และลุ่มลึกยิ่งขึ้น
วิธีทานวาราบิโมจิแบบอร่อย :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
เมนูทานคู่แนะนำ :
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
วาราบิโมจิ คือขนมที่หลอมรวมวัตถุดิบธรรมชาติและศิลปะการทำขนมของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างลงตัว ละมุนในทุกคำ นุ่มหนึบทุกสัมผัส หวานหอมอย่างมีระดับ
"โมซุกุ" เคล็ดลับอายุยืนส่งตรงจากโอกินาวะ สู่ถ้วยอร่อยเพื่อสุขภาพในทุกมื้อ
ทราบไหมคะว่าทำไมชาวโอกินาวะถึงได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มคนที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก? หนึ่งในเคล็ดลับที่สืบทอดกันมาคือการทาน "โมซุกุ" (Mozuku) เป็นประจำนั่นเอง สาหร่ายชนิดนี้มีความพิเศษกว่าสาหร่ายทั่วไปตรงที่มีความลื่นนุ่มเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเมือกลื่นๆ นี้อุดมไปด้วย "ฟูคอยแดน" (Fucoidan) และใยอาหารสูงที่มีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและบำรุงระบบขับถ่าย สำหรับสาหร่ายโมซูกุปรุงรสถ้วยนี้ ความพิเศษไม่ได้มีแค่ตัวสาหร่าย แต่ยังอยู่ที่การเลือกใช้ น้ำส้มสายชูข้าวกล้อง ที่ผ่านกระบวนการหมักแบบดั้งเดิม ทำให้ได้รสชาติที่หอมลึก นุ่มนวล มีกรดอะมิโนสูง และให้รสสัมผัสที่กลมกล่อมมากกว่าน้ำส้มสายชูทั่วไป ไม่เปรี้ยวจี๊ดจนเกินไป ทำให้ทานง่ายแม้สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับอาหารญี่ปุ่น
ทำไมคนญี่ปุ่นถึงชอบทานสาหร่ายลื่นๆ ในน้ำส้มสายชู?
หากคุณเคยเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม คุณอาจเคยเห็นถ้วยเล็กๆ นี้ถูกเสิร์ฟเป็นจานแรก นั่นคือภูมิปัญญาในการกิน เพราะรสเปรี้ยวอ่อนๆจะช่วย เปิดต่อมรับรส กระตุ้นน้ำย่อยให้ทำงานได้ดีขึ้น และเมือกของสาหร่ายยังเข้าไปช่วยเคลือบกระเพาะ ลดการดูดซึมน้ำตาลและไขมันจากมื้อหลักได้อีกด้วย เหมาะสำหรับพกไปทานที่ทำงาน หรือใช้เป็นเครื่องเคียงล้างปากระหว่างมื้อก็ลงตัว หรือ สายรักสุขภาพที่อยากเริ่มต้นดูแลตัวเองแบบคลีนๆ กินแล้วจะรู้เลยว่า... ของดีบางอย่าง ไม่ต้องปรุงเยอะก็อร่อยและได้ประโยชน์เต็มคำ
จุดเด่น "โมซุกุโอกินาวะ" ถ้วยโปรดของสายเฮลตี้
• ซูเปอร์ฟู้ด จากโอกินาวะ : ใช้สาหร่ายโมซุกุแท้จากแหล่งธรรมชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและอุดมไปด้วยแร่ธาตุ
• น้ำส้มข้าวกล้องหมัก : ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูดำชั้นดี รสสัมผัสนุ่มนวล หอมกลิ่นข้าวหมัก ไม่เปรี้ยวแหลม
• พลัง "ฟูคอยแดน" สูง : มีสารเมือกลื่นช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ และบำรุงสุขภาพจากภายใน
• แคลอรี่ต่ำ ตัวช่วยคุมน้ำหนัก : ใยอาหารสูง ช่วยให้อิ่มนาน ชะลอการดูดซึมน้ำตาลและไขมัน เหมาะกับคนรักรูปร่าง
เมนูแนะนำ
1. ไข่ลวกซอสโมซุกุ (Mozuku Onsen Egg) เมนูอาหารเช้าหรือมื้อเบาๆ ที่ได้โปรตีนและใยอาหาร
วิธีทำ: เตรียมไข่ลวก (ไข่ออนเซ็น) ใส่ถ้วย แล้วเท โมซุกุ ลงไปท็อปด้านบน
รสชาติ: ความมันของไข่แดงจะตัดกับความเปรี้ยวละมุนของน้ำส้มข้าวกล้องได้อย่างลงตัวมากครับ
2. โซเมนเย็นสดชื่น (Mozuku Somen) เปลี่ยนจากน้ำซุปโซเมนปกติมาเป็นสายสุขภาพ
วิธีทำ: ต้มเส้นโซเมนแล้วล้างน้ำเย็นจนเส้นหนึบ จัดใส่ถ้วยแล้วราดด้วย โมซุกุ
เครื่องเคียง: ทานคู่กับกุ้งต้ม ตัวช่วยเปิดต่อมรับรสในวันที่อากาศร้อนได้ดีเยี่ยม
3. ท็อปปิ้งเต้าหู้เย็น (Mozuku Cold Tofu) เมนูคลีนๆ สำหรับสายเฮลตี้
วิธีทำ: ใช้เต้าหู้คินุ (เต้าหู้อ่อน) แช่เย็นจัด วาง โมซุกุ ลงไปด้านบน โรยด้วยต้นหอมซอยและขิงขูด
ประโยชน์: ได้ทั้งโปรตีนจากถั่วเหลืองและฟูคอยแดนจากสาหร่ายในคำเดียว