อร่อยกับข้าวหน้าหมูสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
สายกินห้ามพลาดกับเมนูสุดฟิน ที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาของคุณให้พิเศษขึ้น สัมผัสความอร่อยเต็มๆคำกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความกรอบนอกจากเกล็ดขนมปังสีทอง และความนุ่มในของครีมซอสสูตรเข้มข้น รสชาติหวานมัน กลมกล่อม ละมุนลิ้น ผสานเนื้อกุ้งเด้งๆ ด้านในที่เข้ากันได้อย่างลงตัว กินกี่ทีก็ไม่เบื่อ แถมสะดวกสุดๆ เพียงหยิบออกจากตู้เย็นแล้วนำทอดด้วยกระทะ หรือถ้าอยากได้ความกรอบฟูขั้นสุด เพียงอุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันแปบเดียว ก็จะได้โคร็อกเกะร้อนๆ เหมือนเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ จะทานเล่นเป็นของว่างยามบ่ายจิ้มซอสทงคัตสึหรือมายองเนสก็เคี้ยวเพลิน หรือจะนำไปวางท็อปบนข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นร้อนๆ ทำเป็นมื้อหลักก็อร่อยฟินอิ่มท้อง ยิ่งทานตอนร้อนๆ ครีมซอสข้างในเยิ้มๆ บอกเลยว่าฟินมากๆ แค่มีโคร็อกเกะกล่องนี้ติดตู้เย็นไว้ก็อุ่นใจ อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีอร่อยกับ "โคร็อกเกะครีมกุ้ง" (ทำง่าย สะดวก รวดเร็ว)
เนื่องจากเป็นสินค้าอาหารพร้อมทานแช่แข็ง สามารถเลือกอุ่นร้อนได้ตามความสะดวก 2 รูปแบบ
แบบทอดด้วยกระทะ
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วม ใช้ไฟปานกลางจนน้ำมันร้อน
• นำโคร็อกเกะลงไปทอดซ้ำสั้น ๆ ประมาณ 1 - 2 นาที จนเกล็ดขนมปังฟูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสม่ำเสมอ
• ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ จะได้รสสัมผัสที่กรอบฟูฉ่ำ ตามแบบฉบับโคร็อกเกะดั้งเดิมในร้านอาหารญี่ปุ่น
แบบหม้อทอดไร้น้ำมัน
• นำโคร็อกเกะครีมกุ้งออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องทำละลาย)
• ใส่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 180°C เป็นเวลาประมาณ 8 - 10 นาที
• พลิกกลับด้านในนาทีที่ 5 เพื่อให้เกล็ดขนมปังกรอบสีเหลืองทองเท่ากันทั้งสองด้าน แป้งด้านนอกจะกรอบกรุบเหมือนทอดใหม่ ๆ แต่ไร้น้ำมันส่วนเกิน ส่วนครีมซอสด้านในละมุนเยิ้มสะใจ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
"ไข่กุ้ง" ที่เรากินกัน จริงๆแล้วทำมาจากอะไรกันแน่นะ?
หลายคนอาจคิดว่าเม็ดสีส้มกรุบๆ ที่อยู่บนซูชิคือ ไข่ของกุ้ง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ สิ่งที่เราเรียกกันติดปากว่า "ไข่กุ้ง" แท้จริงคือไข่ปลาแคปลิน (Capelin Roe) หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า เอบิโกะ (Ebiko) ซึ่งเป็นปลาทะเลขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำเย็น เช่น แถบมหาสมุทรอาร์กติก แอตแลนติกเหนือ และบริเวณรอบประเทศญี่ปุ่น ไข่ปลาแคปลินตามธรรมชาติจะมีสีเหลืองอ่อน เม็ดเล็กละเอียด และมีเอกลักษณ์คือ เนื้อสัมผัสกรุบกรอบเมื่อรับประทาน ก่อนนำมาขายหรือใช้ในร้านอาหารญี่ปุ่น จะผ่านการปรุงรสด้วยโชยุ มิริน และเกลือ เพื่อเพิ่มความกลมกล่อม พร้อมแต่งสีให้เป็นสีส้มสดใส จนกลายเป็น "ไข่กุ้ง" ที่เราคุ้นเคย เหมาะสำหรับโรยหน้าซูชิ ข้าวปั้น หรือเมนูต่างๆ ให้ดูน่ากินยิ่งขึ้น
ประโยชน์และสารอาหารดีๆใน "ไข่กุ้ง" (Ebiko)
เห็นเม็ดเล็กๆแบบนี้ แต่คุณประโยชน์ไม่เล็ก เพราะเป็นไข่ปลาที่มาจากทะเลน้ำลึก จึงอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง
• โปรตีนสูง: ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
• กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3): ดีต่อการทำงานของสมองและช่วยบำรุงหัวใจ
• วิตามินและแร่ธาตุ: มีวิตามินบี 12 และฟอสฟอรัส ที่ช่วยส่งเสริมระบบประสาทและกระดูกให้แข็งแรง
ขั้นตอนการละลาย (Defrosting) อย่างถูกวิธี
• นำกล่องไข่กุ้ง ออกจากช่องแช่แข็ง แล้วย้ายมาใส่ในช่องแช่เย็นธรรมดา ล่วงหน้าประมาณ 8–12 ชั่วโมง หรือ 1 คืนก่อนใช้งาน วิธีนี้จะช่วยให้เนื้อสัมผัสยังคงความกรุบกรอบ เม็ดไข่ปลาไม่แตกเลอะ และไม่เสียรสชาติ (ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟโดยตรงเพื่อละลาย เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสเสีย)