ทำไมต้อง "ผักสีม่วง" ความลับสุขภาพดีที่ดื่มได้จากคาโกเมะ
ในยุคที่ความเร่งรีบกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ประโยคที่ว่า "กินผักให้ครบ 5 สี" ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้นทุกที โดยเฉพาะ "ผักสีม่วง" ที่ไม่ได้หาทานได้ง่ายๆ ในร้านอาหารตามสั่งทั่วไป หลายคนจึงละเลยการเติมสารอาหารกลุ่มนี้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่วันนี้คาโกเมะ แบรนด์น้ำผักอันดับ 1 จากญี่ปุ่น ได้ย่อเอาคุณค่าของผักและผลไม้ถึง 26 ชนิด มาไว้ในขวดเดียวภายใต้คอนเซปต์น้ำผักผลไม้สีม่วงที่ดื่มง่ายจนคุณลืมไปเลยว่ากำลังกินผักอยู่!
พลังแห่งสีม่วง: มากกว่าแค่สีสัน แต่คือ "เกราะป้องกัน" ร่างกาย
สีม่วงเข้มที่เราเห็นในขวดนี้ ไม่ใช่สีสังเคราะห์ แต่เป็นสีธรรมชาติ 100% ที่มาจากกลุ่ม โพลีฟีนอล และ แอนโทไซยานิน สารสกัดล้ำค่าจากธรรมชาติที่มีอยู่ในแครอทม่วง, มันเทศม่วง, กะหล่ำปลีม่วง และเหล่าเบอร์รี่หลากชนิด สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้มีหน้าที่สำคัญในการเป็น "เกราะป้องกัน" ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการถูกทำลายนอกจากนี้ยังมี เบต้า-แคโรทีนจากแครอท ที่ทางคาโกเมะ เผยข้อมูลที่น่าทึ่งว่ามันมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ สูงกว่าวิตามินอีถึง 80 เท่า! ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อการดูแลดวงตาและช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใส
สูตรลับ 70:30 สมดุลที่ลงตัวระหว่าง "ประโยชน์" และ "รสชาติ"
หลายคนกลัวน้ำผักเพราะกลิ่นเหม็นเขียว แต่คาโกเมะ สูตรนี้ใช้อัตราส่วนทองคำคือ ผัก 70% และ ผลไม้ 30%
• ผัก 20 ชนิด: นำทัพโดยแครอท (สารพัดสี), กะหล่ำปลีม่วง, บร็อกโคลี, ผักโขม, และแม้แต่ผักที่หาทานยากอย่าง หน่อไม้ฝรั่ง หรือ เครส (Watercress)
• ผลไม้ 6 ชนิด: นำโดย องุ่นม่วง, แอปเปิ้ล, บลูเบอร์รี่, และเลมอน เพื่อช่วยตัดรสให้มีความเปรี้ยวหวานสดชื่น
คุณสมบัติเด่น
• สูตรใหม่ อัปเกรดความเฮลตี้: ผัก 70% + ผลไม้ 30%
• น้ำตาลน้อยลง แต่รสชาติยังคงความฟรุตตี้! (อร่อยสดชื่นเหมือนเดิม)
• รวมคุณประโยชน์จากผักและผลไม้รวมกว่า 20 ชนิด
• ไม่เติมสารกันเสีย ไม่แต่งสี ไม่เติมน้ำตาลและเกลือ
• มีโพลีฟีนอล ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
ประโยชน์
• รวมผักกว่า 30 ชนิด ในขวดเดียว
• มีใยอาหารจากธรรมชาติ
• วิตามินจากผักและผลไม้ ช่วยดูแลร่างกายโดยรวม
• อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
• เหมาะกับคนทำงาน คนไม่ค่อยทานผัก เด็กโต และผู้ใหญ่
เปลี่ยน "วันเพลียๆ" ให้เป็น "วันเฟรชๆ"
ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์ออฟฟิศที่จ้องหน้าจอนานจนตาล้า (ซึ่งวิตามินเอช่วยได้!), คนที่ชอบออกกำลังกายและต้องการการฟื้นฟูร่างกาย หรือแม้แต่คนที่ไม่ชอบทานผักสดขวดนี้คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุด
ขอแนะนำน้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซ (Sparkling Natural Mineral Water) จากประเทศญี่ปุ่น ที่มอบความซ่าอันทรงพลัง พร้อมกับรสสัมผัสที่อ่อนนุ่ม เป็นการผสมผสานที่ลงตัวที่คุณสามารถเพลิดเพลินได้ทุกเมื่อค่ะ
ผลิตภัณฑ์นี้คือ น้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซ (Sparkling Water) จากแบรนด์ Iris Ohyama (ไอริส โอฮิยามะ) ซึ่งใช้น้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากแหล่งน้ำบาดาลบริเวณ ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ในจังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) น้ำแร่จากแหล่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องความบริสุทธิ์และรสชาติที่เป็นกลาง เนื่องจากผ่านการกรองตามธรรมชาติจากชั้นหินภูเขาไฟใต้ดินมาอย่างยาวนาน
จุดเด่นสำคัญของน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้คือการอัดก๊าซคาร์บอนิก (Carbonation) ในระดับที่สูง ทำให้ได้ ความซ่าที่ "เข้มข้นและทรงพลัง" (Strong Sparkling) ซึ่งจะมอบความรู้สึกสดชื่นและซาบซ่าทันทีที่ดื่ม แต่ในขณะเดียวกันยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่นุ่มนวลและดื่มง่ายตามแบบฉบับของ น้ำอ่อน (Soft Water) สไตล์ญี่ปุ่น นอกจากนี้ น้ำแร่ยังเป็นแบบ ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแคลอรี่ และไม่มีสารปรุงแต่ง (Sugar-free, Zero Calories, No Preservatives) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นแต่ดีต่อสุขภาพค่ะ
น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เป็นที่ต้องการในหมู่ผู้ที่ดูแลสุขภาพในญี่ปุ่น การดื่มน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้จึงไม่เพียงแต่ให้ความสดชื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกวิธีหนึ่งในการได้รับแร่ธาตุธรรมชาติจากแหล่งกำเนิดที่บริสุทธิ์อีกด้วย
ความซ่าที่โดนใจ: อัดก๊าซในระดับสูง (Strong Sparkling) เพื่อมอบความซาบซ่าและสดชื่นแบบเต็มที่
รสสัมผัสอ่อนนุ่ม: ใช้ฐานเป็นน้ำแร่ธรรมชาติแบบน้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีรสชาติเป็นกลางและนุ่มละมุน ดื่มง่าย ไม่บาดคอ
ส่วนผสมธรรมชาติ 100%: ผลิตจากน้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิ ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแคลอรี่ และไม่มีสารปรุงแต่ง
อุดมด้วยแร่ธาตุ: มีแร่ธาตุตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งพบได้ในแหล่งน้ำภูเขาไฟ
ลองเปิดประสบการณ์ความสดชื่นแบบญี่ปุ่นแท้ ที่คุณก็สามารถเพลิดเพลินได้ง่าย ๆ ที่บ้านด้วยน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้ดูนะคะ จะดื่มเปล่า ๆ หรือนำไปเป็นส่วนผสมก็อร่อยสดชื่นค่ะ
สุดยอดขนมญี่ปุ่นคลายร้อน! อร่อยง่าย ๆ แค่คลายความเย็น
วาราบิโมจิ คือขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มละลาย ผสานความหวานลึกของน้ำตาลทรายแดง และกลิ่นหอมของถั่วเหลืองคั่ว เป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล หัวใจสำคัญของวาราบิโมจิอยู่ที่ “แป้งวาราบิ” ซึ่งได้จากรากของพืชตระกูลเฟิร์นญี่ปุ่น เมื่อนำมาผ่านกระบวนการนวดอย่างพิถีพิถัน จะได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม หนึบ เด้งและละลายในปาก แตกต่างจากโมจิทั่วไปที่ทำจากข้าวเหนียว ด้วยความอ่อนโยนของเนื้อแป้ง จึงให้สัมผัสที่ละเอียดและพรีเมียมยิ่งกว่า ความพิเศษอีกขั้นอยู่ที่การใช้น้ำตาลทรายแดงจากโอกินาว่า หรือ “คุโระซาโตะ” ซึ่งไม่ได้ใช้เป็นแค่น้ำเชื่อมราดเท่านั้น แต่ถูกนวดผสมเข้าไปในเนื้อวาราบิโมจิตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ทำให้ขนมมีสีน้ำตาลอ่อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอ้อย และรสหวานที่ลึก กลมกล่อม ไม่ฉูดฉาด ซึมซับอยู่ในทุกคำที่กัด และที่ขาดไม่ได้ของวาราบิโมจิ นั่นคือการโรย “คินาโกะ”หรือผงถั่วเหลืองคั่วอย่างดี ที่มีกลิ่นหอมถั่วคั่ว และ รสสัมผัสที่นุ่มนวล มันๆ ซึ่งช่วยเสริมให้รสหวานของน้ำตาลทรายแดงมีความสมดุล หอมละมุน และลุ่มลึกยิ่งขึ้น
วิธีทานวาราบิโมจิแบบอร่อย :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
เมนูทานคู่แนะนำ :
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
วาราบิโมจิ คือขนมที่หลอมรวมวัตถุดิบธรรมชาติและศิลปะการทำขนมของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างลงตัว ละมุนในทุกคำ นุ่มหนึบทุกสัมผัส หวานหอมอย่างมีระดับ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาแซลมอน และกำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพดีที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนโคโฮ (Coho Salmon) จากแบรนด์ไอเซน (AYSEN) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนี่คือปลาที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดและได้รับการรับรองคุณภาพ ทำให้คุณมั่นใจในความสดใหม่และรสชาติแบบพรีเมียม
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน คืออะไร?
ปลาแซลมอนโคโฮเป็นปลาแซลมอนอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปลาจากแบรนด์ไอเซน มาจากฟาร์มเลี้ยงในประเทศชิลี ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไอเซน (Aysén) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพสูง เนื้อปลามีสีส้มอมแดงเข้มคล้ายแซลมอนซ็อกอาย (Sockeye Salmon) แต่มีจุดเด่นคือ มีไขมันแทรกน้อยกว่าแซลมอนแอตแลนติก ทำให้เนื้อสัมผัสมีความแน่น ไม่เลี่ยน และเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือรักสุขภาพ
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน ดียังไง?
• ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ: ด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มีแคลอรีต่ำ และยังคงอุดมไปด้วย Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
• คุณภาพระดับซาชิมิ (Sashimi Quality): ปลาแซลมอนของเราได้รับการแปรรูปภายใน 8 ชั่วโมงหลังการจับ และทำทุกขั้นตอนในห้องคุมอุณหภูมิ ทำให้มั่นใจในความสดใหม่และคุณภาพที่เหมาะสำหรับการนำไปทำซาชิมิ
• Trim C: คือมาตรฐานการแล่ปลาที่มีการตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยมีการนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างปลาบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone) ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปทำอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องมาเสียเวลาเลาะก้างเอง
เมนูแนะนำ
เนื้อปลาแซลมอนโคโฮ Trim C เหมาะสำหรับทำอาหารได้หลากหลายเมนู
• ซาชิมิ หรือ ซูชิ: ด้วยคุณภาพระดับซาชิมิ จึงสามารถหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อทานแบบดิบได้อย่างปลอดภัย
• สเต๊กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือทอดในกระทะ จะได้เนื้อที่แน่นและหนังกรอบ
• ปลาแซลมอนอบ: นำไปอบในเตาอบพร้อมกับเครื่องเทศที่คุณชื่นชอบ
• เมนูอื่น ๆ: นำไปประกอบเมนูผัด หรือยำแบบไทย ๆ ก็อร่อยเข้ากัน
วิธีเตรียมปลา
1. นำปลาออกจากช่องแช่แข็ง และนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อละลายน้ำแข็ง
2. เมื่อปลาละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถนำไปล้างและซับน้ำให้แห้ง
3. หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ แล้วนำไปประกอบอาหารได้ทันที
สัมผัสความอร่อยจากทะเลชิลีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ปลาแซลมอนคุณภาพเยี่ยมที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพในครัวของคุณ
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ที่ชาวญี่ปุ่นหลงรัก
“อิคุระ” คือไข่ปลาแซลมอน เป็นวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่ชาวญี่ปุ่นนิยมใช้ในอาหารมานานหลายศตวรรษ ด้วยเม็ดไข่สีส้มใสที่ระยิบระยับเหมือนอัญมณี และรสชาติกลมกล่อมเค็มนุ่มติดหวานละมุนในแบบทะเลเหนือแท้ ๆ ไข่ปลาแซลมอนถูกหมักด้วยโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้นอีกระดับ ทั้งหอม ทั้งนัว ลักษณะเม็ดโตใส เนื้อสัมผัสเด้งดึ๋ง แตกโพละในปาก พร้อมรสชาติอูมามิจากโชยุชั้นดี แค่โรยบนข้าวสวยร้อนๆ ก็เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้เป็นเมนูระดับภัตตาคารได้ทันที เหมาะกับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด ตั้งแต่ด้ง ซูชิ ไปจนถึงเมนูสไตล์ฟิวชัน ไข่ปลาแซลมอนกล่องนี้ ยังเหมาะกับคนรักอาหารญี่ปุ่นที่อยากสนุกกับการทำอาหารเองที่บ้าน แค่เปิดกล่อง ก็พร้อมเสิร์ฟความพรีเมียมในไม่กี่วินาที และยังเต็มไปด้วยโอเมก้า-3 ช่วยบำรุงสมองและหัวใจอีกด้วย ถ้าคุณกำลังมองหาวัตถุดิบระดับร้านอาหาร บอกเลยว่า “อิคุระ” คือคำตอบที่ใช่ อร่อย ทานง่าย พรีเมียม ทานได้ทุกโอกาส
ไข่ปลาแซลมอนหมักโชยุคืออะไร?
• คือไข่ของปลาแซลมอน (Salmon Roe) ที่ผ่านกระบวนการทำความสะอาดและนำไป หมักในน้ำซอสโชยุปรุงรสสูตรพิเศษ ของญี่ปุ่น ทำให้ไข่ปลามีรสเค็มกลมกล่อมและอูมามิ (รสชาติอร่อยล้ำลึก) โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม
• ทำไมต้องหมักโชยุ : การหมักโชยุเป็นการถนอมอาหารและเพิ่มรสชาติแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ทำให้ได้รสชาติที่ลงตัวที่สุด พร้อมรับประทานได้เลยทันทีที่ละลายน้ำแข็ง
• Ikura ต่างจาก Mentaiko อย่างไร : Ikura คือไข่ปลาแซลมอนเม็ดใหญ่ สีส้มแดงใส รสชาติเค็มกลมกล่อม แตกโพละในปาก ส่วน Mentaiko (เมนไทโกะ) คือไข่ปลาค็อดหรือปลา Pollock ที่มีขนาดเล็กกว่าและมักมีรสเผ็ด
การละลายน้ำแข็ง (สำคัญมาก!)
• วิธีที่ดีที่สุด: ย้ายอิกุระจากช่องแช่แข็งไปไว้ใน ช่องแช่เย็น (ตู้เย็นธรรมดา) ทิ้งไว้ข้ามคืน (ประมาณ 8-12 ชั่วโมง) เพื่อให้ละลายช้าๆ การละลายแบบนี้จะรักษาคุณภาพและเนื้อสัมผัสของไข่ปลาได้ดีที่สุด
• สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ห้ามแช่น้ำร้อน หรือวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพราะจะทำให้ไข่ปลาเสียเนื้อสัมผัสและความสด
วิธีรับประทาน (ง่ายและอร่อย)
• เริ่มต้นง่ายๆ: Ikura Don (ข้าวหน้าอิกุระ) ตักไข่ปลาแซลมอนโรยบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ ที่ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูข้าวเล็กน้อย
• เพิ่มความพรีเมียม: ใช้เป็นท็อปปิ้งบนซูชิ (เช่น Gunkan Maki), แซลมอนซาชิมิ, หรือใช้ผสมกับสลัดญี่ปุ่น
สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ในรูปแบบที่ง่ายกว่าเดิม ซุปหูฉลามสูตรนี้เน้นความลงตัวของ "ซอสโชยุ" และน้ำซุปสกัดจากโครงไก่และหมู ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ตามแบบฉบับอาหารกวางตุ้งแท้ๆ เนื้อซุปมีความข้นกำลังดี เมื่อทานคู่กับหูฉลามและเห็ดหูหนูจะให้สัมผัสที่กรุบกรอบและนุ่มละมุนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับเป็นเมนูบำรุงร่างกายหรืออาหารจานพิเศษสำหรับครอบครัว หากพูดถึงเมนูระดับตำนานที่ครองใจเหล่านักชิมมาอย่างยาวนาน "ซุปหูฉลาม" คือหนึ่งในลิสต์อันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และการเคี่ยวน้ำซุปที่ต้องใช้ความพิถีพิถันขั้นสูง แต่จะดีแค่ไหน... ถ้าเราสามารถยกเอาบรรยากาศและรสชาติระดับภัตตาคารหรูจากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ที่โต๊ะอาหารในบ้านได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที ซุปหูฉลามเข้มข้นซองนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ซุปกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่ส่งตรงมาจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งที่มีการคัดสรรวัตถุดิบจากทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะหูฉลามที่ผ่านการคัดไซส์และคุณภาพอย่างละเอียด ผสมผสานกับภูมิปัญญาการปรุงอาหารสไตล์กวางตุ้งที่เน้นการดึงรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด
วิธีการปรุงอาหาร
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
*** นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ข้าวต้ม ชะวันมูชิ และบะหมี่เกี๊ยว
เคล็ดลับความอร่อย
• ตัดเลี่ยน: แนะนำให้เหยาะ จิ๊กโฉ่ว (ซอสเปรี้ยว) และ พริกไทยขาว เล็กน้อย จะช่วยชูรสชาติโชยุให้เด่นชัดและกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• เพิ่มเครื่อง: สามารถเติมเนื้อปูแกะ, กุ้งสับ หรือเห็ดหอมซอยลงไปต้มพร้อมซุป เพื่อเพิ่มความหรูหราและเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้นครับ
ปลดล็อกความลับสุขภาพดีจากญี่ปุ่น... ดื่มผัก 30 ชนิด ในขวดเดียว ทำไมถึงเป็นไปได?
ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การจะรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการกลายเป็นเรื่องที่ท้าทาย โดยเฉพาะ "การทานผัก" เชื่อไหมครับว่า กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น (MHLW) ได้กำหนดมาตรฐานไว้ว่า คนเราควรบริโภคผักให้ได้วันละ 350 กรัม เพื่อร่างกายที่แข็งแรงและห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
แต่คำถามคือ... ในหนึ่งวันเราจะทานผักสดปริมาณเกือบครึ่งกิโลกรัมไหวจริงๆ หรือ?
คาโกเมะ : คำตอบของการทานผักที่ง่ายและอร่อยที่สุด
Kagome (คาโกเมะ) แบรนด์น้ำผักผลไม้อันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี จึงได้คิดค้นน้ำผักเข้มข้น 100% รุ่น "Vegetables For One Day" ที่รวบรวมคุณค่าของผักหลากสีไว้มากถึง 30 ชนิด สกัดลงในขวดเดียว เพื่อให้คุณได้รับสารอาหารเทียบเท่ากับปริมาณผัก 350 กรัม ตามมาตรฐานญี่ปุ่นเป๊ะๆ โดยไม่ต้องนั่งเคี้ยวผักเป็นชามโตอีกต่อไป
ผัก 30 ชนิด" มีอะไรบ้าง?
สิ่งที่ทำให้คาโกเมะโดดเด่นกว่าน้ำผักทั่วไปคือ "ความหลากหลาย" เพราะผักแต่ละสีให้คุณประโยชน์ที่ต่างกัน:
• กลุ่มผักสีเขียว: เช่น เคล, ปวยเล้ง, อาชิตะบะ, และกิ่งเกนไซ ช่วยในเรื่องของคลอโรฟิลล์และการดีท็อกซ์
• กลุ่มผักสีส้มและเหลือง: เช่น แครอท, ฟักทอง, และข้าวโพด อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนสูงมาก (วิตามินเอสูงถึง 190%) ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ
• กลุ่มผักสีม่วงและแดง: เช่น มะเขือเทศ, กะหล่ำปลีม่วง, บีทรูท, และมะเขือม่วง ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์
• สมุนไพรและผักพื้นบ้าน: เช่น ขิง, ขึ้นฉ่าย, และรากโกโบ ที่ช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร
คุณสมบัติเด่น
• รวมผักมากถึง 30 ชนิด ในขวดเดียว
• ใช้วัตถุดิบเทียบเท่าผักสด ประมาณ 350 กรัม
• ไม่เติมน้ำตาล สี หรือวัตถุกันเสีย
• ให้พลังงานต่ำ ดื่มได้ทุกวัน ไม่รู้สึกผิด
• รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย แม้คนไม่ชอบกินผัก
ประโยชน์
• มีใยอาหารจากธรรมชาติ
• วิตามินจากผักและผลไม้ ช่วยดูแลร่างกายโดยรวม
• อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
• เหมาะกับคนทำงาน คนไม่ค่อยทานผัก เด็กโต และผู้ใหญ่
การดูแลตัวเองไม่จำเป็นต้องยากเสมอไป หากคุณเป็นคนที่ไม่ชอบทานผัก หรือเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังกลุ้มใจเรื่องลูกไม่ยอมทานผัก Kagome Vegetables For One Day คือ "ทางลัด" ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบ หรือดื่มหลังออกกำลังกาย เพียงแค่เปิดขวด คุณก็ได้ส่งต่อสุขภาพดีๆ ให้ร่างกายได้ทันที
"เพราะสุขภาพที่ดี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองในทุกวัน"
สำหรับคนรักแซลมอนที่มองหาวัตถุดิบคุณภาพสูงสุด พร้อมความสะดวกในการทำอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก (Atlantic Salmon) จากแบรนด์ คุก (Cooke) คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือปลาแซลมอนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในโลก และผ่านการแล่ตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน
คุณภาพจากแหล่งกำเนิด: ชิลี (Chile)
ปลาแซลมอนของ Cooke ได้รับการเลี้ยงในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดของประเทศ ชิลี โดยเฉพาะในเขตไอเซน (Aysén region) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและมีสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์ การเลี้ยงในสภาพธรรมชาติที่ดีเยี่ยมนี้ ทำให้ปลาแซลมอนมีเนื้อที่นุ่ม สีส้มสดใส และมีรสชาติที่สะอาด พร้อมไขมัน (Omega-3) ที่สมดุลตามธรรมชาติ
แบรนด์ Cooke ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และมีการใช้มาตรฐานการเพาะเลี้ยงอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบอาหารทะเลคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
การแล่ Trim-C เพื่อความสมบูรณ์แบบ
Trim-C คือมาตรฐานการแล่ปลาแซลมอนที่การันตีว่าเนื้อปลาของคุณถูกตัดแต่งอย่างพิถีพิถันสูงสุด
ความสะอาดสูงสุด: เนื้อปลาถูกนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone)
พร้อมใช้งานทันที: ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิ ซูชิ หรือนำไปปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเลาะก้างหรือตัดแต่งไขมันส่วนเกินเอง
เมนูอร่อยที่แนะนำ
ด้วยคุณภาพของปลาแซลมอนแอตแลนติกจากชิลี และการตัดแต่งแบบ Trim-C ที่สะอาด ทำให้เนื้อปลาชนิดนี้เหมาะสำหรับทุกเมนู:
ซาชิมิ/ซูชิ: เนื้อปลานุ่ม สีสวย สามารถนำไปหั่นเป็นชิ้นเพื่อสัมผัสความสดใหม่แบบเต็มคำ
สเต็กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือจี่บนกระทะเพื่อดึงรสชาติไขมันธรรมชาติออกมาให้หอมกรุ่น
อบ/เบค: อบพร้อมเครื่องเทศหรือสมุนไพร เพื่อมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ
ไม่ว่าคุณจะทำอาหารในบ้านหรือต้องการวัตถุดิบคุณภาพเพื่อเสิร์ฟในร้านอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก Trim-C จาก Cooke คือทางเลือกที่จะช่วยยกระดับทุกเมนูของคุณให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่ายดาย
วิธีละลายสินค้าแช่แข็ง
❄️ ละลายในตู้เย็น (แนะนำที่สุด)
- วางสินค้าไว้ในช่องธรรมดาของตู้เย็นประมาณ 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาด)
- วิธีนี้ช่วยรักษาคุณภาพและความสดของสินค้าได้ดีที่สุด
❄️ ละลายในน้ำเย็น (สำหรับการเร่งเวลา)
- นำสินค้าทั้งถุงแช่ในน้ำเย็น
- เปลี่ยนน้ำใหม่ทุก 30 นาที จนกว่าสินค้าจะคลายตัว
❄️ ละลายในอุณหภูมิห้อง (เฉพาะบางประเภท)
- วางสินค้าไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 40 นาที
การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป
ซุปมิโซะผสมสาหร่ายวากาเมะ จากแบรนด์ ฮิคาริ มิโซะ (Hikari Miso) การทานซุปมิโซะกับอาหารญี่ปุ่นนั้นถือเป็นของคู่กัน นี่คือวิธีที่คุณจะได้ลิ้มรสซุปมิโซะที่ดีที่สุด ทั้งสะดวก ง่าย และรวดเร็ว ซองเล็กพกติดตัวได้ ในแพ็คจะมีทั้งหมด 12 ซอง สำหรับการทาน 12 ที่
วิธีทำ
1. เทมิโซะลงในถ้วยซุป
2. เติมน้ำร้อนประมาณ 160 มล. คนให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ