ลองจินตนาการถึงการกัดลงไปบนแป้งโมจินุ่มยืด แล้วเจอกับส้มแมนดารินทั้งลูกที่หวานฉ่ำน้ำกระจายเต็มปากดูไหม นี่ไม่ใช่แค่ขนมหวานธรรมดาแต่มันคือ โมจิส้มสุดหรูระดับพรีเมียม ประเทศญี่ปุ่น ที่จะเปลี่ยนนิยามการทานขนมหวานของคุณ ความพิเศษของโมจินี้เริ่มตั้งแต่ตัว แป้งโมจิฮาบุทาเอะ (Habutae Mochi) ที่ผลิตจากแป้งข้าวเหนียวญี่ปุ่นชั้นเลิศ ให้สัมผัสที่เนียน นุ่ม เหนียว และละลายในปากอย่างนุ่มนวล ถัดมาคือชั้นของ ถั่วกวนสีขาว (Shiro-an) สูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีรสชาติหวานละมุนกำลังดี ทำหน้าที่ช่วยตัดและชูรสชาติของหัวใจหลักอย่าง "ส้มแมนดารินคัดพิเศษทั้งลูก" ที่ซ่อนอยู่ด้านใน เมื่อส่วนผสมทั้งสามอย่างนี้รวมกันในปาก ความเปรี้ยวอมหวานตามธรรมชาติของส้มจะผสมผสานกับความหวานละมุนของถั่วกวนและแป้งเหนียวนุ่ม เกิดเป็นรสสัมผัสที่สดชื่น อร่อยจนหยุดทานไม่ได้ หากคุณกำลังมองหาขนมหวานแสนอร่อยที่จะช่วยบูสพลังความสดชื่นในบ่ายวันทำงาน หรืออยากมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับคนที่คุณรัก
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
Are you looking for a side dish or an appetizer to go with your favorite beverage?
The flavor of the “Kimchi Seasoned Scallop Rim” is acidic, salty, and a little bit sweet. When chewed, it has a crunchy texture. This is delicious and perfect for serving as an appetizer, a side dish, or with your favorite glass. Additionally, it can be used as a sushi topping and as a side dish in bento. This is another menu that is recommended for your home.
สัมผัสเสน่ห์ของวัตถุดิบสไตล์ญี่ปุ่นที่หลายคนหลงรัก กับไข่ปลาแซลมอนปรุงรสโชยุ หรือ อิคุระ (Ikura) ไข่ปลาสีส้มแดงสด เม็ดกลมสวย เรียงตัวแน่นอย่างน่ารับประทาน พร้อมสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ของไข่ปลา เมื่อกัดลงไปจะสัมผัสได้ถึงความ เด้ง ฉ่ำ และแตกเบา ๆในปาก ก่อนส่งต่อรสชาติกลมกล่อมจากน้ำหมักโชยุที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับไข่ปลาได้อย่างลงตัว จุดเด่นคือการนำไข่ปลาแซลมอนมาปรุงรสด้วยโชยุ ทำให้ได้รสชาติที่มีความเค็มกลมกล่อมและช่วยชูรสของไข่ปลาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เมื่อรับประทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ รสชาติของไข่ปลาจะช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับข้าวอย่างลงตัว หรือหากนำไปจับคู่กับแซลมอนสด ทูน่า ไข่หวาน หรือวัตถุดิบทะเลชนิดอื่น ก็สามารถสร้างเป็นเมนูข้าวหน้าสไตล์ญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและดูพรีเมียมได้ง่าย ๆ
อิคุระ (Ikura) ถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับอาหารญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน ด้วยสีสันที่สวยสะดุดตาและรสชาติที่มีเอกลักษณ์ จึงมักถูกนำมาใช้เป็นทั้งวัตถุดิบหลักและท็อปปิ้งในเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ซูชิ ข้าวหน้าญี่ปุ่น กุนคังซูชิ ข้าวปั้น หรือเมนูซาชิมิ เพียงเพิ่มไข่ปลาแซลมอนลงบนอาหาร ก็ช่วยทำให้จานธรรมดาดูมีสีสันและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ประโยชน์
• โอเมก้า-3 สูง: ช่วยบำรุงสมอง หัวใจ และระบบประสาท
• โปรตีนและวิตามิน: อุดมไปด้วยวิตามิน A, D และ B12 ช่วยบำรุงสายตาและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
• สารต้านอนุมูลอิสระ: มีแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ช่วยบำรุงผิวพรรณ
วิธีใช้ / วิธีรับประทาน
• การละลายน้ำแข็ง (สำคัญมาก)
- วิธีที่ดีที่สุด: ย้ายอิกุระจากช่องแช่แข็งไปไว้ใน ช่องแช่เย็น (ตู้เย็นธรรมดา) ทิ้งไว้ข้ามคืน (ประมาณ 8-12 ชั่วโมง) เพื่อให้ละลายช้าๆ การละลายแบบนี้จะรักษาคุณภาพและเนื้อสัมผัสของไข่ปลาได้ดีที่สุด
- สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ห้ามแช่น้ำร้อน หรือวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพราะจะทำให้ไข่ปลาเสียเนื้อสัมผัสและความสด
• การจัดเสิร์ฟและรับประทาน:
- ทานสดได้ทันที: เมื่อละลายแล้ว สามารถตักรับประทานได้ทันที ไม่ต้องนำไปผ่านความร้อนหรือไมโครเวฟ (เพราะความร้อนจะทำให้ไข่สุก แข็ง และเสียรสชาติ)
- รับประทานคู่กับเครื่องเคียง: ตักราดบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ, ทานคู่กับสาหร่ายอบกรอบ, วาซาบิ, ขิงดอง หรือเหยาะโชยุเพิ่มตามชอบ
ที่สุดแห่งความหรูหราจากญี่ปุ่น เมื่อ"เกาลัดชิบุคาวะทั้งลูก" อยู่ในแป้งโมจิเหนียวนุ่ม
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงรักขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ขนมชิ้นนี้คือคำตอบที่คุณห้ามพลาด นี่คือโมจิไส้เกาลัดชิบุคาวะคัดพิเศษทั้งลูกระดับไฮเอนด์ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ความพิเศษเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นนอกสุดด้วย "แป้งโมจิฮาบุทาเอะ" ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวญี่ปุ่นคุณภาพเลิศ ผ่านการนวดอย่างพิถีพิถันจนได้เนื้อสัมผัสที่เนียน ละเอียด เหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น และพร้อมที่จะละลายในปากอย่างอ่อนโยน ถัดเข้าไปด้านในคือความกลมกล่อมจากเนื้อเกาลัดบดผสมถั่วกวน สูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีรสชาติหวานละมุนกำลังดี รสชาติหวานมัน ละมุนลิ้น และไฮไลท์ที่ซ่อนอยู่ใจกลางก็คือ "เกาลัดชิบุคาวะคัดพิเศษทั้งลูก (Shibukawa Kuri)" เกาลัดเม็ดโตที่ผ่านกรรมวิธีการเคี่ยวกับน้ำเชื่อมอย่างพิถีพิถันทั้งเปลือกบางชั้นใน (Shibukawa) ทำให้เกาลัดยังคงความนุ่มหนึบ ชุ่มฉ่ำ ไม่แข็งกระด้าง และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ฝาดนิดๆ ปลายลิ้นตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยตัดความหวานของครีมมงบล็องได้อย่างดี เมื่อคุณกัดลงไปพร้อมๆ กันทั้ง 3 ชั้น จะหลอมรวมกลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อม ราวกับคุณกำลังนั่งทานขนมหวานอยู่ในร้านคาเฟ่สุดหรู ณ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
สายกินห้ามพลาดกับเมนูสุดฟิน ที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาของคุณให้พิเศษขึ้น สัมผัสความอร่อยเต็มๆคำกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความกรอบนอกจากเกล็ดขนมปังสีทอง และความนุ่มในของครีมซอสสูตรเข้มข้น รสชาติหวานมัน กลมกล่อม ละมุนลิ้น ผสานเนื้อกุ้งเด้งๆ ด้านในที่เข้ากันได้อย่างลงตัว กินกี่ทีก็ไม่เบื่อ แถมสะดวกสุดๆ เพียงหยิบออกจากตู้เย็นแล้วนำทอดด้วยกระทะ หรือถ้าอยากได้ความกรอบฟูขั้นสุด เพียงอุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันแปบเดียว ก็จะได้โคร็อกเกะร้อนๆ เหมือนเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ จะทานเล่นเป็นของว่างยามบ่ายจิ้มซอสทงคัตสึหรือมายองเนสก็เคี้ยวเพลิน หรือจะนำไปวางท็อปบนข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นร้อนๆ ทำเป็นมื้อหลักก็อร่อยฟินอิ่มท้อง ยิ่งทานตอนร้อนๆ ครีมซอสข้างในเยิ้มๆ บอกเลยว่าฟินมากๆ แค่มีโคร็อกเกะกล่องนี้ติดตู้เย็นไว้ก็อุ่นใจ อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีอร่อยกับ "โคร็อกเกะครีมกุ้ง" (ทำง่าย สะดวก รวดเร็ว)
เนื่องจากเป็นสินค้าอาหารพร้อมทานแช่แข็ง สามารถเลือกอุ่นร้อนได้ตามความสะดวก 2 รูปแบบ
แบบทอดด้วยกระทะ
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วม ใช้ไฟปานกลางจนน้ำมันร้อน
• นำโคร็อกเกะลงไปทอดซ้ำสั้น ๆ ประมาณ 1 - 2 นาที จนเกล็ดขนมปังฟูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสม่ำเสมอ
• ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ จะได้รสสัมผัสที่กรอบฟูฉ่ำ ตามแบบฉบับโคร็อกเกะดั้งเดิมในร้านอาหารญี่ปุ่น
แบบหม้อทอดไร้น้ำมัน
• นำโคร็อกเกะครีมกุ้งออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องทำละลาย)
• ใส่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 180°C เป็นเวลาประมาณ 8 - 10 นาที
• พลิกกลับด้านในนาทีที่ 5 เพื่อให้เกล็ดขนมปังกรอบสีเหลืองทองเท่ากันทั้งสองด้าน แป้งด้านนอกจะกรอบกรุบเหมือนทอดใหม่ ๆ แต่ไร้น้ำมันส่วนเกิน ส่วนครีมซอสด้านในละมุนเยิ้มสะใจ
สัมผัสความหอมละมุนของชาเขียวอูจิแท้จากเกียวโต... ในรูปแบบไดฟุกุครีมสุดพรีเมียมจากญี่ปุ่น
คนรักชาเขียวและหลงใหลในขนมญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่พลาด โมจิสอดไส้ครีมรสชาเขียวอูจิ ที่คัดสรรชาเขียวคุณภาพจากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต แหล่งผลิตมัทฉะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติกลมกล่อม มีความขมนิดๆตามเอกลักษณ์ของมัทฉะแท้ ตัดกับความหวานกำลังดี จึงให้รสชาติที่ลงตัว ไม่หวานจนเกินไป
แป้งโมจิผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น ให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น เคี้ยวเพลิน ห่อหุ้มไส้ถั่วกวนผสมชาเขียวที่หอมเข้มข้น ก่อนจะซ่อนครีมนมสดเนียนนุ่มไว้ตรงกลาง เพิ่มความละมุนทุกคำที่รับประทาน พร้อมเมล็ดถั่วแดงเม็ดเล็กที่ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอร่อยในทุกคำ การแช่แข็งทันทีหลังการผลิต จึงช่วยรักษาความสดใหม่ เนื้อสัมผัส และรสชาติของโมจิไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เพียงนำออกจากช่องแช่แข็งพักไว้ประมาณ 10–15 นาที ก็พร้อมอร่อยได้ทันที ให้สัมผัสนุ่มละมุนเหมือนเพิ่งทำสดใหม่ เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของหวานหลังอาหาร ของว่างระหว่างวัน หรือเสิร์ฟคู่ชาเขียว ชาร้อน กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ เพิ่มความพิเศษให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน เหมือนได้ลิ้มรสขนมจากร้านดังในญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเดินทางไกล
วิธีรับประทาน
เนื่องจากเป็นสินค้าแช่เยือกแข็ง เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดควรปฏิบัติดังนี้:
• นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง
• วางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 15 - 20 นาที หรือนำมาไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแป้งและครีมสดคลายตัวนุ่มนิ่มพอดี
• รับประทานทันทีขณะที่ยังมีความเย็นอยู่เล็กน้อย เพื่อสัมผัสไอศกรีมครีมสดและมัทฉะสุดละมุน
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ส่งตรงถึงบ้านคุณ กับเส้นราเมนสดสูตรต้นตำรับแท้จากประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากแป้งสาลีและไข่ไก่คุณภาพดี ให้เส้นสีเหลืองนวลสวย เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม หนึบหนับ เคี้ยวเพลินทุกคำ ผลิตด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถัน โดยไม่เติมสารกันบูด เพื่อคงความสดใหม่และให้คุณมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยทุกครั้งที่รับประทาน ไม่ว่าจะทำรับประทานเองที่บ้าน หรือใช้ประกอบอาหารสำหรับร้าน ก็ให้รสชาติอร่อยเหมือนเชฟญี่ปุ่นปรุงสดใหม่ สามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลาย ทั้งราเมนน้ำ ราเมนแห้ง ราเมนเย็น ยากิโซบะ หรือเมนูผัดเส้นต่างๆ ใช้งานสะดวก ต้มสุกง่ายภายในไม่กี่นาที ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ทันที
วิธีเตรียมเส้น
ขั้นเตรียมเส้นก่อนลวก : ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นให้สางเส้นให้ไม่ติดกันก่อนลวก (ไม่ควรนำเส้นไปจุ่มน้ำเพื่อล้างแป้งก่อนลวก จะทำให้เส้นเหนียวติดกัน) และให้ใช้ตะเกียบกวนเส้นให้กระจายตัวในน้ำเล็กน้อยขณะลวกเส้น
เวลาในการลวกตามแต่ละเมนู:
- เมนูราเมน ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2-3 นาที
- เมนูบะหมี่เย็น ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2:45-3:15 นาที แล้วนำเส้นไปจุ่มในนำเย็นก่อนเสิร์ฟ
- เมนูยากิโซบะ ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 1:30-1:45 นาที
การเก็บรักษา: เก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0-5 °C หลังจากเปิดซองแล้วควรทานให้หมดภายใน 7 วัน (จุดน้ำตาลในเนื้อแป้งเป็นส่วนของรำข้าวสาลี ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค)
เมนูแนะนำ
• ทงคัตสึราเมน / โชยุราเมน: เส้นราเมนเหนียวนุ่มในน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นหรือซุปโชยุหอมกรุ่น
• ซารุ ราเมน (บะหมี่เย็นญี่ปุ่น): เส้นราเมนลวกสุกจุ่มน้ำเย็น ทานคู่กับซอสซารุโชยุเย็นๆ โรยต้นหอมและวาซาบิ
• ยากิโซบะ: นำเส้นไปผัดกับซอสยากิโซบะรสเข้มข้น ใส่กะหล่ำปลี หมูสามชั้น และโรยสาหร่าย
เหนียวนุ่ม นุ่มหนึบ สูตรต้นตำหรับจากญี่ปุ่น แบบเดียวกับที่ใช้ตามร้านราเมนชื่อดัง
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ส่งตรงถึงบ้านคุณ กับเส้นราเมนสดสูตรต้นตำรับแท้จากประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากแป้งสาลีและไข่ไก่คุณภาพดี ให้เส้นสีเหลืองนวลสวย เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม หนึบหนับ เคี้ยวเพลินทุกคำ ผลิตด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถัน โดยไม่เติมสารกันบูด เพื่อคงความสดใหม่และให้คุณมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยทุกครั้งที่รับประทาน ไม่ว่าจะทำรับประทานเองที่บ้าน หรือใช้ประกอบอาหารสำหรับร้าน ก็ให้รสชาติอร่อยเหมือนเชฟญี่ปุ่นปรุงสดใหม่ สามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลาย ทั้งราเมนน้ำ ราเมนแห้ง ราเมนเย็น ยากิโซบะ หรือเมนูผัดเส้นต่างๆ ใช้งานสะดวก ต้มสุกง่ายภายในไม่กี่นาที ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ทันที
วิธีเตรียมเส้น
ขั้นเตรียมเส้นก่อนลวก : ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นให้สางเส้นให้ไม่ติดกันก่อนลวก (ไม่ควรนำเส้นไปจุ่มน้ำเพื่อล้างแป้งก่อนลวก จะทำให้เส้นเหนียวติดกัน) และให้ใช้ตะเกียบกวนเส้นให้กระจายตัวในน้ำเล็กน้อยขณะลวกเส้น
เวลาในการลวกตามแต่ละเมนู:
- เมนูราเมน ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2-3 นาที
- เมนูบะหมี่เย็น ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2:45-3:15 นาที แล้วนำเส้นไปจุ่มในนำเย็นก่อนเสิร์ฟ
- เมนูยากิโซบะ ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 1:30-1:45 นาที
การเก็บรักษา: เก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0-5 °C หลังจากเปิดซองแล้วควรทานให้หมดภายใน 7 วัน (จุดน้ำตาลในเนื้อแป้งเป็นส่วนของรำข้าวสาลี ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค)
เมนูแนะนำ
• ทงคัตสึราเมน / โชยุราเมน: เส้นราเมนเหนียวนุ่มในน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นหรือซุปโชยุหอมกรุ่น
• ซารุ ราเมน (บะหมี่เย็นญี่ปุ่น): เส้นราเมนลวกสุกจุ่มน้ำเย็น ทานคู่กับซอสซารุโชยุเย็นๆ โรยต้นหอมและวาซาบิ
• ยากิโซบะ: นำเส้นไปผัดกับซอสยากิโซบะรสเข้มข้น ใส่กะหล่ำปลี หมูสามชั้น และโรยสาหร่าย
หากพูดถึงเมนูโปรดในร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม หลายคนคงนึกถึง "เนกิโทโร่" นื้อปลาทูน่าคุณภาพจากญี่ปุ่น สับละเอียดเนียนนุ่ม ปรุงรสกลมกล่อม พร้อมเสิร์ฟหลังละลาย เหมาะทั้งทำข้าวหน้าปลาดิบ ซูชิ โรล หรือห่อด้วยสาหร่ายกรอบๆ ความลับของความอร่อยที่ทำให้คนรักอาหารญี่ปุ่นหลงใหล ไม่ใช่แค่ความสดของปลาเท่านั้น แต่คือเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มจนแทบละลายในปาก ซึ่งวันนี้เราได้ยกเอาวัตถุดิบระดับเชฟเลือกใช้ ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นมาถึงมือคุณแล้ว
ความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต
เนื้อปลาทูน่าสับปรุงรสแพ็คนี้ผลิตโดยบริษัท Seiki จากจังหวัดคาโกชิม่า ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องมาตรฐานการจัดการอาหารทะเลที่เข้มงวดที่สุดในโลก ทุกแพ็คผ่านการควบคุมอุณหภูมิที่ -18 องศาเซลเซียส ตั้งแต่โรงงานจนถึงมือคุณ เพื่อหยุดเวลาของความสดเอาไว้ให้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีการเสริมวิตามิน C และ E เพื่อช่วยคงสภาพสีของเนื้อปลาให้ดูน่ารับประทานอยู่เสมอ โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีที่เป็นอันตราย
มากกว่าแค่ความอร่อย คือ "ความสะดวก" ที่ตอบโจทย์
จุดเด่นที่ทำให้ทูน่าสับแพ็คนี้ต่างจากเนื้อปลาแล่ชิ้นทั่วไป คือ "รูปแบบถุงบีบ (Piping Bag)" ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสูงสุด:
• ไม่ต้องใช้มีด: ลดการปนเปื้อนจากอุปกรณ์ในครัว
• บีบง่าย: เพียงตัดปลายถุงเล็กน้อย ก็สามารถบีบลงบนหน้าซูชิหรือข้าวได้ทันที
• คุมปริมาณได้: บีบใช้เท่าที่ต้องการแล้วพับปิดเก็บได้ง่ายขึ้น (แนะนำให้ทานให้หมดหลังจากละลายเพื่อรสชาติที่ดีที่สุด)
เปลี่ยนบ้านให้เป็นร้านโอมากาเสะ
ด้วยปริมาณ 300 กรัม คุณสามารถรังสรรค์เมนูได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบอย่าง ทูน่าดงบุริ หรือปาร์ตี้ซูชิทำเองกับครอบครัว ความนุ่มละมุนของเนื้อปลาทูน่าจะช่วยยกระดับมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นมื้อพิเศษที่ทุกคนต้องประทับใจไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น ไม่ต้องต่อคิวรอร้านดัง แค่มีเนื้อปลาทูน่าสับปรุงรสติดช่องฟรีซไว้ ความอร่อยระดับพรีเมียมก็พร้อมเสิร์ฟในบ้านคุณได้ทุกเมื่อ
เมนูแนะนำยอดนิยม :
• เนกิโทโร่ดง (Negitoro Don)
• เทะมากิซูชิ (Temaki Sushi)
• ทูน่าทาร์ทาร์สไตล์ฝรั่งเศส (Tuna Tartare)
• ยุกเกะทูน่า (Maguro Yukke)
• ขนมปังหน้าทูน่าสด (Open-Faced Tuna Sandwich)
เปิดมิติใหม่แห่งความสดชื่น เสริมสุขภาพดีจากท้องทะเลโอกินาว่า
เคยไหมที่รู้สึกเหนื่อยล้าระหว่างวัน หรืออยากทานอะไรที่ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าแต่ยังคงรักสุขภาพ เคล็ดลับความอ่อนเยาว์และอายุยืนของชาวโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น กับ"สาหร่ายโมซุกุปรุงรส" ที่คัดสรรสาหร่ายเส้นใยละเอียด นุ่มลื่นเป็นเอกลักษณ์ ส่งตรงจากแหล่งน้ำทะเลที่บริสุทธิ์ของเกาะโอกินาว่า ความพิเศษของแพ็คนี้คือความผสมผสานที่ลงตัวระหว่างรสสัมผัสกรุบกรอบ นุ่มลื่นคอของสาหร่ายโมซุกุแท้ๆ คลุกเคล้ามาในน้ำซอสปรุงรสที่ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (Apple Vinegar) รสชาติหวานอมเปรี้ยวอย่างกลมกล่อม มีกลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ ของแอปเปิ้ลที่ไม่ฉุนจนเกินไป ช่วยดับกลิ่นคาวทะเลได้อย่างหมดจด ทานแล้วรู้สึกสดชื่นทันทีในคำแรก
นอกจากความอร่อยที่กินเพลินแล้ว สาหร่ายโมซุกุยังขึ้นชื่อว่าเป็น "Superfood" จากใต้ท้องทะเล เพราะอุดมไปด้วยสารฟูคอยแดน และใยอาหารสูงที่มีส่วนช่วยในระบบขับถ่ายและการสร้างภูมิคุ้มกัน แถมพกพาสะดวก จะทานเป็นเครื่องเคียงเรียกน้ำย่อย เมนูทานเล่นลดน้ำหนัก หรือนำไปดัดแปลงทำเมนูแสนอร่อยได้หลากหลาย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพยุคใหม่ที่ไม่มีเวลา แต่อยากได้คุณค่าสารอาหารแบบเต็มๆ
ประโยชน์
• ช่วยในการขับถ่ายและระบบย่อยอาหาร: โมซุกุอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและสารฟูคอยแดน ที่มีส่วนช่วยปรับสมดุลลำไส้
• แคลอรีต่ำ เหมาะสำหรับควบคุมน้ำหนัก: เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมอาหาร แต่ยังต้องการความอร่อยสดชื่น
• รีเฟรชร่างกาย : น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลช่วยลดความเหนื่อยล้า กระตุ้นระบบเผาผลาญ และช่วยให้เจริญอาหาร
• อุดมด้วยแร่ธาตุจากทะเล: มีวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
วิธีรับประทาน / วิธีใช้
• การเตรียมก่อนทาน: นำสินค้าออกจากช่องแช่แข็ง (-18°C) มาละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือแช่ในน้ำเย็นจนละลาย
• วิธีรับประทาน: เมื่อละลายแล้ว สามารถเปิดบรรจุภัณฑ์ แล้วเทใส่ถ้วยรับประทานแบบเย็นๆ ได้ทันที
เมนูแนะนำ
• โมซุกุสลัดสไตล์ญี่ปุ่น: เป็นท็อปปิ้งบนแตงกวาสไลด์บางๆ, ทูน่า หรือปูอัด เพิ่มความสดชื่นสองเท่า
• เต้าหู้เย็น: ราดสาหร่ายโมซุกุลงบนเต้าหู้คินุ (เต้าหู้อ่อนญี่ปุ่น) แช่เย็น โรยต้นหอมซอยเล็กน้อย
• ยำซีฟู้ด: นำไปผสมกับกุ้งลวกหรือปลาหมึก ลิ้มรสความเปรี้ยวหวานเข้ากันได้ดีกับอาหารทะเล
• ทานคู่กับข้าวสวยหรือบะหมี่เย็น: ใช้เป็นเครื่องเคียงตัดเลี่ยนในมื้ออาหารหลัก หรือทานคู่กับโซเมน/ซารุโซบะ