เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
ไส้กรอกปลาสไตล์ญี่ปุ่น อร่อย สุขภาพดี มีประโยชน์
ไส้กรอกปลาหรือเกียวนิกุ (Gyoniku, 魚肉ソーセージ) จากแบรนด์นิสซุยประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากเนื้อปลาซูริมิคุณภาพดีที่อุดมไปด้วยโปรตีน, กรดไขมันไม่อิ่มตัว DHA, EPA และมีแคลเซียมสูงถึง 350 มก. ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ฆ่าเชื้อในอุณหภูมิสูง สะอาด ปลอดภัย ใช้บรรจุภัณฑ์แบบ “Eco-Clip” ปราศจากโลหะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพียงลอกฟิล์มด้านนอกออกก็สามารถรับประทานได้ทันที หรือใช้เป็นส่วนประกอบของเมนูต่างๆ เช่น ข้าวผัด, สลัด, ยากิโซบะ, คอร์นด็อก, หรือใส่ในซุปก็ได้เช่นกัน ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพ ผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก และทุกคนในครอบครัว
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียมส่งตรงจากฮอกไกโดกับ ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ จากแบรนด์โฮคุเรน (Hokuren) ข้าวที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งข้าวฮอกไกโด" และได้รับคะแนนประเมินคุณภาพรสชาติในระดับสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง เอกลักษณ์ที่ทำให้ใครได้ลองก็ต้องหลงรักคือ ความนุ่มเหนียวที่พอดี เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ มีความเงางามเคลือบเมล็ดข้าว และรสหวานละมุนตามธรรมชาติ ที่เด่นชัดกว่าข้าวสายพันธุ์อื่น ไม่ว่าจะทานตอนร้อนๆ หรือทิ้งไว้จนเย็น ข้าวก็ยังคงความนุ่มอร่อย ไม่แข็งกระด้าง เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นโอมากาเสะหรูได้ง่ายๆ ช้อปเลยวันนี้เพื่อเปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ!
ลักษณะเด่น
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูแนะนำ
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
อร่อยกับปิ้งย่างคู่ซอสยากินิคุรสเกลือน้ำมันงา หอมเข้มข้นสไตล์ญี่ปุ่น!
ยกระดับเมนูปิ้งย่างให้อร่อยขึ้นด้วยซอสเกลือรสชาติกลมกล่อม จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) โดดเด่นด้วยรสชาติของเกลืออะโกะ (Ako Salt) ผสานความหอมของน้ำมันงาและเครื่องเทศจากผักนานาชนิด จนได้รสชาติที่เข้มข้น หอมอร่อย และชวนให้ลิ้มลองตั้งแต่คำแรก อร่อยได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น เนื้อย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง ซีฟู้ด หรือผักย่าง ก็อร่อยขึ้นได้ง่ายๆ เพียงเติมซอสเกลือหอมๆ สไตล์ญี่ปุ่นลงไป
ประยุกต์ใช้ได้หลากหลายเมนู
• ซอสจิ้ม สำหรับเนื้อย่างร้อนๆ
• ใช้หมักเนื้อสัตว์ ให้รสชาติซึมเข้าเนื้อ
• ปรุงเมนูข้าวผัด หรือเมนูผัดสไตล์ญี่ปุ่น
ซอสเดียวที่ทั้งจิ้มก็อร่อย หมักก็หอม เปลี่ยนทุกมื้อปิ้งย่างธรรมดาให้เต็มไปด้วยรสชาติที่แสนอร่อย
เติมความอร่อยให้เมนูเนื้อย่างและอาหารย่างด้วย ซอสกระเทียมสไตล์ญี่ปุ่นสูตรชิโอะดาเระ ที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสกรุบกรอบจากกระเทียมและส่วนผสมต่าง ๆ พร้อมความหอมของกระเทียมและงาขาวคั่ว ผสานรสเค็มกลมกล่อมแบบญี่ปุ่น ช่วยเพิ่มทั้งรสชาติและ รสสัมผัสให้ทุกคำอร่อยยิ่งขึ้น ใช้ง่ายเพียงเปิดขวดก็พร้อมราด คลุก หรือจิ้มได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง หรือเมนูโปรดสไตล์อิซากายะ ก็ช่วยยกระดับความอร่อยได้อย่างลงตัว
เมนูแนะนำ
• ปิ้งย่างเกาหลี-ญี่ปุ่น: ตักลงบนเนื้อย่างร้อนๆ จะช่วยดึงกลิ่นหอมออกมา ทำให้เนื้อฉ่ำและอร่อยยิ่งขึ้น
• ข้าวหน้าเนื้อ/ข้าวหน้าหมู: ราดทับบนข้าวสวยร้อนๆ ทานคู่กับไข่ดองหรือไข่ออนเซ็น เข้ากัน
• เต้าหู้เย็นหรือสลัดผัก: ใช้เป็นน้ำสลัดราดบนเต้าหู้ญี่ปุ่น เพิ่มความกรุบกรอบและตัดรสชาติความจืดได้ดี
• เครื่องเคียงปิ้งย่าง: ใช้เป็นดิปท็อปปิ้งเสริมสำหรับงานปิ้งย่างสตรีทฟู้ด
สัมผัสรสชาติชาเขียวแบบดั้งเดิมจากเมืองชิซูโอกะได้แล้ววันนี้
เพิ่มรสชาติความอร่อยให้มื้ออาหารสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ที่บ้านด้วยซอสเกลือโซบะ ซอสปรุงรสอเนกประสงค์ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีอย่างเกลือสาหร่าย (Moshio) แท้จากทะเลเซโตะใน นำมาผสานเข้ากับความหอมและอูมามิเข้มข้นของกระเทียมได้อย่างลงตัว ให้รสชาติเค็มกลมกล่อมกำลังดี หอมกลิ่นกระเทียมเตะจมูก ช่วยชูรสชาติให้อาหารจานผัดหรือเมนูเส้น นำไปประยุกต์ทำเมนูผัดผัก อาหารทอด และอาฮิจิล (Ajillo) ก็อร่อยเข้ากัน สะดวก จบ ครบ ในหลอดเดียว
วิธีทำยากิโซบะในกระทะ : ส่วนผสม (สำหรับ 1 ท่าน)
- บะหมี่ยากิโซบะ 1 ลูก
- กะหล่ำปลี (หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า) 100 กรัม
- ถั่วงอก 50 กรัม
- หมูสามชั้น 40 กรัม
- เกล็ดแป้งเทมปุระปลาหมึกโอตาฟุกุ 10 กรัม
- ซอสโอตาฟุกุ ยากิโซบะ 50 กรัม
- สาหร่ายโอตาฟุกุ อาโอโนริ (สาหร่ายสีเขียว)
ขั้นตอนการทำ
1. ผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวก่อน: ตั้งกระทะบนไฟแรง แกะเส้นบะหมี่แล้วใส่ลงในกระทะ ผัดให้ทั่วจนเส้นนุ่มและสุก
2. นำหมูสามชั้นไปผัด: เลื่อนเส้นก๋วยเตี๋ยวไปไว้ด้านข้างของกระทะ แล้วผัดหมูสามชั้นแทน ใส่กะหล่ำปลีลงไป
3. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน: เมื่อกะหล่ำปลีสุกแล้ว ให้นำทุกอย่างมาผสมเข้าด้วยกัน
4. ใส่ส่วนผสมที่เหลือและซอสลงไป: ใส่ถั่วงอก เศษเทมปุระ และซอสยากิโซบะลงไป
5. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันให้ซอสเคลือบทุกอย่าง แล้วผัดจนซอสส่งกลิ่นหอมออกมาก็เป็นอันเสร็จ
6. เสร็จสมบูรณ์: จัดใส่จาน โรยด้วยสาหร่ายแห้ง แล้วก็เสร็จเรียบร้อย!
เมนูแนะนำ (เพิ่มเติม)
• หมูผัดกะหล่ำปลีซอสเกลือกระเทียม เมนูด่วนทำง่าย หอมกลิ่นกระเทียมเน้น ๆ
• ข้าวผัดกระเทียมซอสเกลือ หรือเนื้อสัตว์ผัดซอสเกลือกระเทียมอูมามิ
• ไก่หรือเห็ดผัดเนยกระเทียมซอสเกลือ
• อาฮิจิลสไตล์ญี่ปุ่น
ทำไมต้องถั่วหมัก "ทสึยุดาคุ นัตโตะ"ต้นตำรับความอร่อยจากคุมาโมโตะที่อยากให้คุณได้ลอง!!!
คำว่า "ทสึยุดาคุ" ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง "ซอสชุ่มฉ่ำ" ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดของสินค้าตัวนี้ ต่างจากนัตโตะทั่วไปที่มีซอสเพียงเล็กน้อย แต่มารุคินจัดเต็มด้วยซอสปรุงรสรสคาชิปริมาณถึง 12 กรัมต่อหนึ่งถ้วย เพื่อมอบสัมผัสที่นุ่มละมุน ลื่นคอ และรสชาติที่กลมกล่อมมากกว่าเดิม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักสุขภาพและหลงรักในเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่น ถั่วเหลืองหมัก คือหนึ่งในสุดยอดอาหาร (Superfood) ที่ชาวญี่ปุ่นรับประทานกันมาอย่างยาวนาน แต่สำหรับใครที่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือรสสัมผัสที่ทานยาก ขอแนะนำ "ทสึยุดาคุ นัตโตะ" ตรามารุคิน ฟู้ดส์ นัตโตะที่จะมาเปลี่ยนความคิดเดิมๆ ของคุณให้กลายเป็นความประทับใจ
ความพิถีพิถันจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ
หัวใจสำคัญที่ทำให้รสชาติของนัตโตะกล่องนี้โดดเด่น คือส่วนประกอบของซอสปรุงรสที่มีความซับซ้อนและลุ่มลึก:
• สารสกัดจากทะเลและขุนเขา: ผสมผสานน้ำซุปจากปลาบินย่าง (Yaki-Ago), ปลาโบนิโตะ, สาหร่ายคอมบุ, หอยเชลล์ และเห็ดชิทาเกะ
• ถั่วเหลืองพรีเมียม: เลือกใช้ถั่วเหลืองคุณภาพที่ผ่านการจัดการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างดี (IP Handling) หมักจนได้เส้นใยที่ยืดและนัวที่สุด
คุณค่าทางโภชนาการที่มากกว่าแค่ความอร่อย
ในทุกๆ คำที่คุณทาน คือการเติมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย:
• โปรตีนสูง: ใน 1 ถ้วย (52 กรัม) ให้โปรตีนสูงถึง 7.2 กรัม แต่ให้พลังงานเพียง 83 กิโลแคลอรีเท่านั้น
• เอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase): ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตและสุขภาพของหัวใจ
• โปรไบโอติกส์: ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
สุดยอดแป้งเทมปุระสูตรพิเศษ !!
ข้าวเกรียบโฮลเกรนกรอบอร่อยปรุงรสโชยุสูตรพิเศษ
ข้าวเกรียบแผ่นบางกรอบนี้ผลิตด้วยวิธี ‘Whole Grain’ ที่ใช้ข้าวทั้งเมล็ด จึงได้เนื้อสัมผัสกรุบเบาๆ จากนั้นนำมาปรุงรสด้วยโชยุทามาริ ก่อนจะย่างด้วยไฟอ่อนจนผิวหอมไหม้นิดๆ แล้วเคลือบด้วยโชยุสูตรพิเศษที่ผ่านการหมักซ้ำ ทำให้ได้ข้าวเกรียบหอมกรุ่นและอร่อยกลมกล่อม
กรอบ อร่อย หอมกลิ่นกุ้ง ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นที่ใครก็หยุดไม่ได้!
“Soft Sen Ebishio Flavor” ขนมข้าวอบกรอบรสกุ้ง ความพิเศษอยู่ที่การใช้ผงกุ้งจากทะเลในเซโตะ ทำให้ขนมมีกลิ่นหอมและรสชาติอูมามิของกุ้งที่เข้มข้น โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสแบบ Soft Senbei กรอบเบา ฟู และละลายในปาก ทำให้ทุกคำมีความอร่อยอย่างลงตัว ทั้งความกรอบเบา ความเค็มพอดี และความกลมกล่อมที่ชวนให้หยิบทานเพลินจนหยุดไม่ได้
เซมเบ้ข้าวอบกรอบ เคี้ยวเพลิน กรอบ อร่อย
ปารินโกะ ชิโอะ ขนมข้าวอบกรอบรสเกลือ จากแบรนด์ SANKO SEIKA ขนมทานเล่นเหมาะสำหรับเด็ก แผ่นบาง ขนาดพอดีคำ เนื้อกรอบอร่อย เคี้ยวเพลิน
กรอบ อร่อย หอมละมุนกลิ่นนมจากฮอกไกโด
เซมเบ้ ยูกิ โนะ ยาโดะ ริชมิลค์ (Yuki no Yado Rich Milk) ขนมข้าวอบกรอบยอดนิยมที่ยกระดับความอร่อยด้วยวัตถุดิบคุณภาพจากฮอกไกโด ความพิเศษอยู่ที่การนำ "ครีมสดจากฮอกไกโด" ผสานกับ "นมข้นหวานที่ผลิตในฮอกไกโด" นำมาเคลือบบนแผ่นเซมเบ้ด้วยสูตร W-Cream ทำให้ได้รสชาติหวานมัน และเข้มข้นกว่าที่เคย เมื่อกัดลงไปจะได้สัมผัสถึงความกรอบอันเป็นเอกลักษณ์ของเซมเบ้ ที่ค่อยๆละลายในปาก พร้อมความหอมมันของนมที่แทรกซึมอยู่ในทุกคำ ตัดกับรสเค็มอ่อนๆของแผ่นข้าวอบได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นความอร่อยที่หยิบชิ้นเดียวไม่เคยพอ
กรอบ อร่อย ละลายในปาก ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นที่ใครก็หยุดไม่ได้!
“Soft Sen Salad Flavor” ขนมเซมเบ้ ข้าวอบกรอบรสเค็มจากญี่ปุ่น ที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสแบบ Soft Senbei กรอบเบา นุ่มฟู และละลายในปาก พร้อมรสเค็มกลมกล่อมกำลังดี ความพิเศษอยู่ที่การเลือกใช้ “เกลือจากเกาะอิชิงากิ” แหล่งผลิตเกลือชื่อดังของญี่ปุ่น ซึ่งช่วยชูรสชาติให้มีมิติยิ่งขึ้น เพิ่มความหอมละมุนและรสอูมามิตามธรรมชาติ ทำให้ทุกคำอร่อยลงตัว ทั้งความกรอบเบา ความเค็มพอดี และความกลมกล่อมที่ชวนให้หยิบทานเพลินจนหยุดไม่ได้
Sanko Cheese Almond ข้าวอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่น ที่หลายคนตกหลุมรัก
กรอบอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นกับแครกเกอร์ข้าวเซมเบ้แผ่นบางอบกรอบ ปรุงรสโชยุหอมกลมกล่อม ให้รสชาติลงตัวในทุกคำ ท็อปด้วยชีส 2 ชนิด Cheddar & Gouda หอมเข้มข้น พร้อมอัลมอนด์เต็มเม็ดที่เพิ่มทั้งความมันและความกรุบเคี้ยวเพลิน เหมาะสำหรับทานเล่นระหว่างวัน หรือจับคู่กับกาแฟ ชา และเครื่องดื่มแก้วโปรด ก็อร่อยลงตัวจนหยุดไม่ได้ หนึ่งในขนมยอดนิยมจากญี่ปุ่นที่สายชีสไม่ควรพลาด!
เมนูสุดฮิตจากญี่ปุ่น มาแล้วค่ะ
คร็อกเก้ (Croquette) หรือ โคร็อกเกะ (コロッケ) ถือเป็นอาหารยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นอกจากในญี่ปุ่นแล้ว เมนูนี้ยังฮิตมากในเกาหลีใต้อีกด้วย
วันนี้เราได้นำเข้าโคร็อกเกะจากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่แค่เพียงใช้ไมโครเวฟก็สามารถทานได้ทันที โคร็อกเกะห่อนี้ได้ใช้วัตถุดิบจากฮอกไกโด เริ่มตั้งแต่เนื้อปู นม เนย ครีม ที่ทำจากนมฮอกไกโด จนได้ครีมซอสที่รสชาติเข้มข้น หอมมัน คลุกด้วยเกร็ดขนมปังญี่ปุ่น รสชาติแบบกรอบนอก ด้านในหอมมันเข้มข้น อร่อยมากๆ
กรอบเพลิน หอมกุ้งเต็มคำ แบบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
หากคุณกำลังมองหาขนมทานเล่นที่ "กรอบ" และ "หอมมัน" ต้องไม่พลาด มินิ สลัด เอบิชิโอะ (Mini Salad Ebishio Flavor) ขนมข้าวอบกรอบรสกุ้งสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ กับความอร่อยที่คัดสรรมาอย่างดีด้วยการใช้ผงกุ้งที่ผลิตจากทะเลเซโตะ (Seto Inland Sea) ในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้น หอมกลิ่นกุ้งย่าง ขนมข้าวอบกรอบที่ผ่านกรรมวิธีจนได้เนื้อสัมผัสที่บางเบา เคี้ยวเพลิน ไม่ว่าจะทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรดในยามบ่าย หรือจะติดกระเป๋าไว้ทานเล่น "มินิ สลัด" ซองนี้ ก็พร้อมส่งต่อความกรอบอร่อยให้คุณได้เพลิดเพลินทุกที่ ทุกเวลา
หากคุณเป็นคนชอบซุปข้าวโพด รับรองต้องรักตัวนี้
สายเบนโตะญี่ปุ่นต้องเคยทานโคโรเกะ วันนี้เรามีโคโรเกะแสนอร่อยจากประเทศญี่ปุ่นมาให้คุณได้ทานถึงบ้าน ยิ่งหากคุณเป็นคนชอบทานซุปข้าวโพดต้องชอบอย่างแน่นอน ทางผู้ผลิตได้คัดเลือกข้าวโพดหวานจากเมืองฮอกไกโด ผสมกับครีมซุปเนื้อเนียน หอมมัน นำไปชุปเกร็ดขนมปังกรอบๆ เพียงแค่อุ่นร้อนในไมโครเวฟ หรืออยากให้เปลือกด้านนอกกรอบยิ่งขึ้น รับประกันว่าอร่อยมากๆ ค่ะ
เพิ่มความอูมามิให้กับเมนูจานโปรดของคุณกับ เกลือ ฮากาตะ
เกลือ จากฮากาตะ ตัวรสของเกลือจะมีจุดที่พิเศษกว่าทั่วๆไป ซึ่งเป็นรสธรรมชาติที่ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งใดๆ เหมาะสำหรับนำไปใช้ในขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ เพื่อดึงรสชาติของวัตถุดิบนั้นๆออกมา
ชาเขียวคุณภาพพรีเมี่ยมจากเมืองชิซึโอกะ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา"
จังหวัดชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นแหล่งปลูกชาเขียวชั้นดี เนื่องจากเป็นดินที่อยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ จึงมีความอุดมสมบูรณ์อุดมด้วยแร่ธาตุสำคัญ จนได้รับสมมญานามว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา" ทางแบรนด์ได้คัดเลือกแต่ชาเขียวต้นฤดูเพื่อให้ได้ประโยชน์ และกลิ่นหอมสูงสุด เมื่อนำไปทำเครื่องดื่ม ขนม ไอศครีม จะได้รับกลิ่นชาเขียวชัดเจน รสชาติเข้มข้น เกรดเดียวกับร้านอาหารและเครื่องดื่มระดับพรีเมี่ยมใช้ค่ะ
ผสานความอร่อยของมันฝรั่งและฟักทองฮอกไกโดเนื้อเนียน เหนียวนุ่ม กรอบอร่อยกำลังพอดี
โคร็อกเกะจากแบรนด์ซันมารูโกะห่อนี้ ผลิตโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพดีอย่างมันฝรั่งบารอน (だんしゃく, Danshaku) และฟักทองฮอกไกโด ทำให้ได้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม รสชาติหวานมันกลมกล่อมกำลังพอดี นำมาคลุกแป้งและเกล็ดขนมปังแล้วทอดจนเหลืองกรอบ ปราศจากสารเคมีแต่งกลิ่น สี และวัตถุกันเสีย อร่อยง่ายๆ เพียงอุ่นในไมโครเวฟ เสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส นิยมจัดใส่เบนโตะเป็นอาหารกลางวันของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รับประทานเป็นของว่าง หรือรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็เข้ากันได้ดีค่ะ
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ความแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปที่คุณไม่ควรมองข้าม!!
สัมผัสความสดชื่นแบบต้นตำรับแท้ๆ จากประเทศญี่ปุ่น ชาเขียวผสมมัทฉะ ชนิดซอง ผลิตภัณฑ์ชาคุณภาพเยี่ยมจากแบรนด์ใบชาเก่าแก่ที่สืบสานภูมิปัญญาและศิลปะการผลิตชาแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ตัวซองได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับใช้กับเหยือกชงชา ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการชงดื่มร้อนๆ เพื่อความผ่อนคลายในยามเช้า หรือการทำชาสกัดเย็น (Cold Brew) เพื่อดับกระหายคลายร้อนในระหว่างวัน จุดเด่นคือการผสานความสดชื่นกลมกล่อมของใบชาเขียวคุณภาพ เข้ากับความเข้มข้น หอมละมุน และมีสีเขียวสดใสของผงมัทฉะแท้จากญี่ปุ่น ช่วยให้คุณสัมผัสรสชาติและกลิ่นอายแบบฉบับโรงน้ำชาญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ง่ายๆ ภายในเวลาไม่กี่นาที สะดวก รวดเร็ว สะอาด และยังคงคุณประโยชน์จากชาไว้ได้อย่างครบถ้วน
ประโยชน์
• อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ และบำรุงสุขภาพผิวพรรณ
• ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและผ่อนคลาย: มีคาเฟอีนธรรมชาติและกรดอะมิโนแอล-ธี ช่วยเพิ่มสมาธิ ความสดชื่น
• ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ: มีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมันและพลังงานเมื่อดื่มเป็นประจำควบคู่กับการออกกำลังกาย
• ดูแลระบบย่อยอาหาร: ช่วยปรับสมดุลและช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้นหลังมื้ออาหาร
วิธีการชง "สามารถชงได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น"
• ชงแบบร้อน : นำซองชา 1 ซองใส่ลงในกาน้ำชาหรือแก้ว เทน้ำร้อนปริมาณพอเหมาะ
(ประมาณ 200-300 มล.) ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (สามารถปรับลดหรือเพิ่มเวลาได้
ตามความเข้มที่ชอบ) แล้วจึงรินดื่ม
• ชงแบบเย็น : นำซองชา 1-2 ซอง ใส่ลงในเหยือกน้ำที่ใส่น้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง
ประมาณ 500-1,000 มล. แช่ตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือจนได้สีและรสชาติที่ต้องการ
สามารถหยิบซองชาออกแล้วรินดื่มเพื่อความสดชื่นเย็นสะใจ
• ชงด้วยขวดพกพา : ขวดน้ำเปล่า ขนาด 500 มล. ใส่ซองชา 1 ซอง ลงในขวด
ปิดฝาแล้วเขย่าขวดเพื่อให้ได้ความเข้มข้นที่ชอบ พร้อมดื่มได้ทันที
ชาที่ดื่มง่าย อร่อยลงตัว จนคนญี่ปุ่นยกให้เป็นชาชั้นเลิศ
ชาเขียวใบชนิดซอง เกียวคุโระ ของญี่ปุ่นทำไมต้อง "ยาบุกิตะ"
หากคุณเป็นผู้หลงใหลในชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ "ยาบุกิตะ" คือ ราชินีแห่งชาเขียวของญี่ปุ่น เป็นระดับชาที่ปลูกด้วยเทคนิคการบังแสงแดดก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้ใบชามีคลอโรฟิลล์สูง อูมามิที่เข้มข้น และความหวานนุ่มนวลที่โดดเด่น ผสานกับกลิ่นหอมละมุนฟุ้งที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยเทคโนโลยีถุงชาตาข่ายแบบใหม่ ทำให้คุณสามารถชงชาเขียวคุณภาพระดับญี่ปุ่นออกมาได้ง่ายๆในทุกแก้ว ไม่ว่าจะชงร้อนเพื่อความผ่อนคลาย หรือ ชงแบบเย็น (สกัดเย็น) เพื่อความสดชื่น เพียงเติมน้ำ ก็พร้อมเสิร์ฟ สะดวก พกพาง่าย ดื่มได้ทุกที่ ทุกเวลา เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มอื่นๆได้ตามสไตล์คุณ
เคล็ดลับการชงแบบร้อน และ แบบเย็น(สกัดเย็น)
ชาเขียวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องชงด้วยน้ำร้อนเสมอไป! ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ลองชงชาเขียวแบบ "น้ำสกัดเย็น" ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก การชงด้วยน้ำเย็นจะช่วยดึงรสอูมามิ และสารคาเทชิน ที่ให้รสหวานออกมาได้มาก ในขณะที่รสขมและคาเฟอีนจะละลายออกมาน้อยลง ทำให้ได้ชาที่มีรสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล และสดชื่นเป็นพิเศษ
วิธีชงแบบร้อน :
1. ต้มน้ำให้เดือด แล้วรอให้น้ำเย็นลงเหลือประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส (หากไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ สามารถต้มน้ำเดือดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที)
2. ใส่ถุงชา 1 ซอง ลงในแก้วหรือถ้วยชา
3. ค่อย ๆ รินน้ำร้อน ประมาณ 150-200 มิลลิลิตร ลงไป
4. แช่ถุงชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (ไม่ควรแช่นานเกินไป เพราะจะทำให้ชามีรสขมฝาด)
5. นำถุงชาออก (อาจจะบีบเบา ๆ ก่อนนำออก) และพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบน้ำ(สกัดเย็น) :
1. ใส่ถุงชา 1-2 ซอง ลงในขวดหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท
2. เติมน้ำเย็นอุณหภูมิห้อง หรือ น้ำเย็นจัด ปริมาณประมาณ 300-500 มิลลิลิตร
3. ปิดฝาแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น
4. รอเวลาทิ้งไว้ให้สกัดเย็นเป็นเวลา 3-6 ชั่วโมง หรืออาจจะแช่ข้ามคืน 8-12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
(หากแช่นานเกิน 12 ชั่วโมง อาจเริ่มมีรสฝาดออกมาบ้าง)
5. เมื่อได้ความเข้มข้นที่ต้องการแล้ว ให้นำถุงชาออก พร้อมดื่มได้ทันที
ข้อดีของการสกัดเย็น:
รสชาติ : รสชาตินุ่มนวล หวาน อูมามิเด่นชัด และมีรสขมฝาดน้อยมาก
คาเฟอีน : ระดับคาเฟอีนจะต่ำกว่าการชงแบบร้อน