เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
“มิโซะ” เครื่องปรุงรสคู่ครัวที่ขาดไม่ได้ของชาวญี่ปุ่น
มิโซะดาชิ ที่ผลิตจาก ข้าว และ ถั่ว แบบออแกนิค ผสมเข้ากับผงปลาโบนิโต้ เพื่อให้ได้ส่วนผสมที่ลงตัวของรสอูมามิ และกลิ่นหอม เหมาะสำหรับนำไปเป็นเบสของซุปมิโซะแบบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ด้วยกระบวนการหมักอันละเอียดอ่อน ทำให้มิโซะอุดมไปด้วยโพรไบโอติกที่มีประโยชน์ ช่วยให้การดูดซึมสารอาหารและระบบย่อยอาหารดีขึ้น นอกจากนี้ในมิโซะยังมีแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โปรตีน, แคลเซียม, แมกนีเซียม, วิตามินเค หรือแม้กระทั่งสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพแข็งแรง ชะลอการเกิดโรคกระดูกพรุน และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย
จากประโยชน์อันหลากหลายของมิโซะ เราจึงขอแนะนำมิโซะขาวออร์แกนิก (Organic White Miso) จากแบรนด์ฮิคาริมิโซะ (Hikari-Miso) ซึ่งเป็นแบรนด์มิโซะชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น มิโซะสไตล์ชินชูดั้งเดิมที่ทำจากข้าวออร์แกนิกและถั่วเหลือง มีสีเบจสว่าง กลิ่นหอม และรสอูมามิที่กลมกล่อมลงตัว นำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ, แกงกะหรี่ญี่ปุ่น, หมักเนื้อสเต็ก, มิโซะราเมง หรือแม้กระทั่งของหวานอย่างไอศกรีมก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
MARUCHAN QTTA รสมิโซะเข้มข้น
เส้นเหนียวนุ่มเงางาม ผลิตด้วยเทคนิคพิเศษ พร้อมกลิ่นหอมของลาร์ด จับคู่กับซุปมิโซะรสเข้มข้น ปรุงด้วยขิง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว พร้อมเสิร์ฟความฟินใน 3 นาที ไม่ว่าจะที่ทำงาน หรือระหว่างเดินทางก็อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีประเพื่อรับประทาน
1. เปิดฝานำซองเครื่องปรุงออกจากถ้วย
2. จากนั้นเทน้ำร้อนลงไป 280 ml. หรือจนถึงเส้นภายในถ้วย และปิลฝาถ้วย รอประนาณ 3 นาที หรือจนเส้นนิ่ม
3. จากนั้นเปิดฝาแล้วฉีกของเครื่องปรุงรสเทลงไป คนให้เข้ากัน พร้อมรับประทาน
อิ่มครบจบในถ้วยเดียว! ????
มารุจัง QTTA รสโชยุเข้มข้น บะหมี่ถ้วยเส้นหนานุ่ม พร้อมซุปโชยุญี่ปุ่นหอมเข้มข้น ให้รสกลมกล่อมแบบ "โคคุ" สไตล์ญี่ปุ่นแท้ ใส่เครื่องเต็มคำทั้ง ผัก กุ้ง และ ลูกชิ้น พร้อมเสิร์ฟความฟินใน 3 นาที ไม่ว่าจะที่ทำงาน หรือระหว่างเดินทางก็อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีประเพื่อรับประทาน
1. เปิดฝานำซองเครื่องปรุงออกจากถ้วย
2. จากนั้นเทน้ำร้อนลงไป 280 ml. หรือจนถึงเส้นภายในถ้วย และปิลฝาถ้วย รอประนาณ 3 นาที หรือจนเส้นนิ่ม
3. จากนั้นเปิดฝาแล้วฉีกของเครื่องปรุงรสเทลงไป คนให้เข้ากัน พร้อมรับประทาน
มิโซะออร์แกนิค รสกลมกล่อม เข้มข้น
Maru-Yu Mutenka Miso จากแบรนด์ฮิคาริ-มิโซะ เป็นมิโซะที่ผลิตโดยใช้ถั่วเหลืองและข้าวออร์แกนิค 100% และเนื่องจากมีการใช้เมล็ดถั่วเหลืองปริมาณมากร่วมกับระยะเวลาการหมักอันยาวนาน จึงทำให้ได้รสเค็มและอูมามิที่สมดุล ผสานความเผ็ดร้อนฝาดลิ้นเล็กน้อยพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นสูตรวีแกนและปราศจากกลูเตน ผู้ที่ทานมังสวิรัติจึงสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ สามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น หมักเนื้อสเต๊ก หรือมิโซะราเมนก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
ลิ้มรสชาติโชยุพรีเมี่ยมที่หมักในถังไม้แบบดั้งเดิมนานกว่า 1 ปี
โชยุ จากแบรนด์ ทาเคซัน (Takesan) โชยุพรีเมี่ยมที่หมักในถังไม้แบบดั้งเดิมนานกว่า 1 ปี ผ่านกระบวนการผลิตที่เน้นความสดใหม่ ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ จึงทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นและกลิ่นหอมของถั่วเหลืองตามธรรมชาติ ซึ่งได้เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ถั่วเหลืองเต็มเมล็ด ข้าวสาลี และเกลือทะเล ที่คัดสรรค์มาอย่างดี ผลิตจากเกาะโชโดะชิมะ (Shodoshima) เป็นแหล่งผลิตซอสถั่วเหลืองที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ด้วยกลิ่นหอมและรสชาติที่เข้มข้นของโชยุขวดนี้ทำให้ใช้ปรุงอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ซอสจิ้มซูชิ ซาซิมิ และเมนูประเภทตุ๋นต่างๆ
ราเมง ซุปไก่โชยุ รสชาติกลมกล่อม
เส้นราเมนไม่ทอดหอมกลิ่นข้าวสาลี เส้นราเมนแบบเส้นเล็ก มีกลิ่นหอมของข้าวสาลี เสิร์ฟในน้ำซุปโชยุที่ใส จากเบสซุปไก่ รสกลมกล่อม เป็นสุดยอดเมนูสุดเบสิกที่ทานได้ไม่มีเบื่อ
"วากาเมะ ราเมน โกมะ โชยุ" ราเมนกึ่งสำเร็จรูป รสโชยุผสมสาหร่ายและงา ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นที่คุณไม่ควรพลาด!
ราเมนกึ่งสำเร็จรูปรสโชยุผสมสาหร่ายและงาถ้วยนี้ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ด้วยน้ำซุปหอมกรุ่นจากโชยุ ผสมผสานอย่างลงตัวกับวากาเมะ และกลิ่มหอมของงา ให้รสชาติที่เข้มข้น เส้นราเมนนุ่มอร่อยเข้ากันได้อย่างลงตัวกับน้ำซุป บอกเลยว่าห้ามพลาดค่ะ
วิธีทำ
1. เปิดฝาออก เทน้ำร้อนลงไป 410 มล.
2. ปิดฝา รอประมาณ 3 นาที
3. เติมเครื่องปรุงรส และเครื่องเคียงลงไป จากนั้นคนให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ
ข้าวเกรียบโฮลเกรนกรอบอร่อยปรุงรสโชยุสูตรพิเศษ
ข้าวเกรียบแผ่นบางกรอบนี้ผลิตด้วยวิธี ‘Whole Grain’ ที่ใช้ข้าวทั้งเมล็ด จึงได้เนื้อสัมผัสกรุบเบาๆ จากนั้นนำมาปรุงรสด้วยโชยุทามาริ ก่อนจะย่างด้วยไฟอ่อนจนผิวหอมไหม้นิดๆ แล้วเคลือบด้วยโชยุสูตรพิเศษที่ผ่านการหมักซ้ำ ทำให้ได้ข้าวเกรียบหอมกรุ่นและอร่อยกลมกล่อม
โทยามะ แบล็ค ราเมน ซุปโชยุเข้มข้น เส้นหนึบอร่อยกลมกล่อมแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
โทยามะ แบล็ค ราเม็ง (Toyama Black Ramen) ราเมนสูตรพิเศษจากจังหวัดโทยามะ (Toyama) ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติเข้มข้นของซุปโชยุน้ำดำ โดยเลือกใช้โชยุแท้จาก "Yamagen Marudaizu Shoyu" ซึ่งผลิตจากถั่วเหลืองคุณภาพโดยยามาเก็น (Yamagen) ช่วยเสริมรสชาติให้ลุ่มลึกและกลมกล่อมยิ่งขึ้น ด้วยความหอมมันจากไขมันสันหลังหมูและเครื่องเทศที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน และเส้นราเมนที่ใช้เป็นเส้นที่ไม่ผ่านการทอด ทำให้ได้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม เหมือนเส้นสดแท้ๆ เข้ากันอย่างลงตัวกับซุปโชยุน้ำดำเข้มข้น เป็นอีกหนึ่งถ้วยราเมนที่คุณไม่ควรพลาด!
มันปูหิมะ ผสมกับมิโซะ และเพิ่มความมันนัวจากมายองเนส
รสชาติความหอมมันของมันปูหิมะ เพิ่มความกลมกล่อมจากมิโซะ มีรสเปรี้ยวนิดๆ และครีมมี่จากมายองเนส ออกมาเป็น Kani Miso Mayo ซองนี้ สามารถใช้เป็นทั้งซอสดิป เป็นท็อปปิ้งของหน้าซูชิ ไม่ว่าจะเมนูย่างบนเตาและนำมาคลุกข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ หรือจะนำมาทำเป็นเมนูง่ายๆแบบไส้แซนวิซยามเช้าก็อร่อยสุดๆไปเลยค่ะ
คราฟ มิโซะ ทำเมนูไหนก็อร่อยยย!
คราฟ มิโซะ นามะ โคจิ จากแบรนด์ Hikari ตัวมิโซะทำจากข้าวบาร์เลย์ออร์แกนิก และถั่วเหลืองออร์แกนิก มีรสชาติหวานกลมกล่อมและมีกลิ่นหอมของบาร์เลย์ ไม่ว่าจะประยุกต์ใช้กับเมนูไหนก็อร่อยอย่างลงตัวค่ะ
ชวนคุณมาลิ้มลองยากิโซบะรูปแบบใหม่ๆ อย่างยากิอุด้งห่อนี้ค่ะ
หลายๆ คนคงถูกใจในรสชาติอันเข้มข้นของบะหมี่ผัดสไตล์ญี่ปุ่นอย่างยากิโซบะกันใช่ไหมคะ แต่หากคุณเบื่อสัมผัสในแบบเดิมๆ ของเส้นโซบะ และอยากจะลองเส้นบะหมี่ที่ออกไปในทางหนานุ่มแทนบ้าง เราขอแนะนำเมนูยากิอุด้งค่ะ เมนูนี้ถือเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างซอสผัดรสชาติเข้มข้นกับเส้นอุด้งเหนียวนุ่ม หนึบหนับ ให้คุณอิ่มอร่อยได้ง่ายๆ แค่เทเส้นและซอสลงไปผัดกับเนื้อสัตว์หรือผักที่ชอบ เพียงไม่นานก็พร้อมเสิร์ฟค่ะ
วิธีอร่อยกับยากิอุด้ง (สำหรับ 1 ที่)
1. เทน้ำมันลงในกระทะเล็กน้อย พอน้ำมันเริ่มร้อน ใส่เนื้อสัตว์และผักลงไปผัดจนสุก
2. เทเส้นอุด้งลงไป ผัดจนเส้นเริ่มคลายตัว เทซอสที่อยู่ในซองลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. ตักใส่จาน ยากิอุด้งแสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
(หากต้องการให้เส้นนิ่มยิ่งขึ้น สามารถเติมน้ำได้เล็กน้อย)
โชยุเข้มข้น เพิ่มความอร่อยให้ซาชิมิจานโปรดของคุณ
สึโกะเมง ซุปมิโซะเข้มข้น สไตล์เมืองซัปโปโร ซุปกลมกล่อม เส้นเหนียวนุ่มอร่อย!
สึโกะเมง ซุปมิโซะเข้มข้น สไตล์ซัปโปโร (Sapporo) จากประเทศญี่ปุ่น ราเมนถ้วยนี้มาพร้อมซุปมิโซะรสเข้มข้นเป็นพิเศษ ใช้มิโซะคุณภาพจากฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องราเมนมิโซะโดยเฉพาะ เส้นราเมนเหนียวนุ่มกำลังดี เข้ากันอย่างลงตัวกับน้ำซุปร้อน ๆ เพิ่มรสชาติด้วยท็อปปิ้งผักอบแห้งอย่างถั่วงอก ข้าวโพด และต้นหอม เป็นอีกหนึ่งถ้วยราเมนที่คุณไม่ควรพลาด!
สึโกะเมง ทงคตสึโชยุ อาจิ สไตล์เมืองโยโกฮาม่า ซุปกลมกล่อม เส้นเหนียวนุ่มอร่อย!
สึโกะเมง ทงคตสึโชยุ อาจิ สไตล์เมืองโยโกฮาม่า (Yokohama) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีน้ำซุปที่ผสมผสานระหว่างน้ำซุปทงคตสึโชยุ ผสมน้ำมันไก่ ให้รสเข้มข้นและกลมกล่อมอย่างเป็นเอกลักษณ์ ตัวเส้นราเมนมีความเหนียวนุ่มและเข้ากันได้อย่างลงตัวกับน้ำซุป มาพร้อมทอปปิ้งผักอบแห้ง และสาหร่ายย่างหอมๆ เป็นอีกหนึ่งถ้วยราเมนที่คุณไม่ควรพลาด!
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” ซัปโปโระ รสมิโซะ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• ซุปมิโซะสูตรเข้มข้น : ตัวซุปมีส่วนผสมของมิโซะถึง 16.66% ให้รสสัมผัสที่เข้มข้น เค็มหวานลงตัวตามสไตล์ซัปโปโรแท้ๆ
เคล็ดลับความอร่อย : ตัวซุปมิโซะซัปโปโรจะมีความเข้มข้นและหอมมัน แนะนำให้ผัดถั่วงอกกับหมูสับเบาๆ แล้ววางทับลงไปบนราเมนที่ต้มเสร็จแล้ว จะช่วยชูรสชาติให้เหมือนนั่งกินที่ย่านซูซูกิโนะเลยค่ะ
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
ปลาซาบะในซอสมิโซะ เนื้อนุ่ม หอมอร่อย
ชวนคุณมาชิมปลากระป๋องสไตล์ญี่ปุ่น
ปลาซาร์ดีนในซอสเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น ผลิตจากปลาคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น ก้างน้อย หมักในเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น กระป๋องเปิดง่ายพร้อมเสริฟ์ ให้คุณสามารถทานได้ทันที หรือจะนำมาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ๆ ในแบบของคุณ
ชวนคุณมาชิมปลากระป๋องสไตล์ญี่ปุ่น
ปลาแมคเคอเรลในซอสเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น ผลิตจากปลาคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น ก้างน้อย หมักในเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น กระป๋องเปิดง่ายพร้อมเสริฟ์ ให้คุณสามารถทานได้ทันที หรือจะนำมาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ๆ ในแบบของคุณ
Maboharusame หรือวุ้นเส้นผัดซอสมาโบะ เป็นอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน โดยนำวุ้นเส้นญี่ปุ่น (Harusame) มาผัดกับซอสมิโซะ รสเผ็ดหวานกำลังดี พร้อมวัตถุดิบ 5 สี (5-Color Ingredients) ได้แก่ หมูสับ หน่อไม้ เห็ดหูหนู แครอท และพริกหยวกแดง ที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น วุ้นเส้นมีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือเพิ่มความอร่อยด้วยการเพิ่มท็อปด้วยไข่ดิบ ยิ่งเข้ากันได้อย่างลงตัว และเป็นเมนูที่สร้างความอร่อยแบบสไตล์ญี่ปุ่นได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
• เตรียมเนื้อสัตว์หรือผักเพิ่มเติมตามความชอบ ในปริมาณที่พอดีกับซอสในซอง (ในซองมีเครื่องมาให้ระดับหนึ่งแล้ว)
• ตั้งกระทะใส่นำลงไป 350 มล. ฉีกซองวุ้นเส้นแห้งเทลงไป ค่อยๆคนให้เส้นกระจายตัว
• เมื่อเดือดแล้ว ให้เทวัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงไปในกระทะ คนเบาๆจนทุกอย่างสุก
• จากนั้นฉีกซองซอสมาโบปรุงรสเทลงไป และคนให้เข้ากัน ประมาณ 3-5 นาที เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
ซอสเดียวจบ! เปลี่ยนเนื้อย่างธรรมดาให้เป็นยากินิคุสไตล์ญี่ปุ่น
ซอสยากินิคุรสโชยุ โดดเด่นด้วยรสชาติอูมามิจากซอสถั่วเหลืองที่ผ่านการหมักอย่างยาวนาน ให้รสเข้มข้นกลมกล่อม ผสานความหวานจากแอปเปิลและความหอมนุ่มละมุนจากน้ำผึ้ง เติมเต็มด้วยกลิ่นหอมของกระเทียมและน้ำมันงา ทำให้ได้รสชาติหวาน เค็ม หอม อย่างลงตัว
วิธีใช้ (Tsuke-dare):
ใช้เป็นซอสจิ้มสำหรับเนื้อย่าง เพื่อช่วยดึงความหวานของเนื้อออกมาให้เด่นชัดยิ่งขึ้น หรือใช้เป็นซอสผัด โดยนำเนื้อไปผัดในกระทะ แล้วเติมซอสลงไปคลุกเคล้าให้ซึมเข้าเนื้อ เพิ่มรสชาติให้อร่อยเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
เส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปเข้มข้น อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
กินเหมือนบรรยากาศในร้าน ซุปเข้มข้น เส้นเหนียวหนึบ
ซอสเกี๊ยวซ่า (Gyoza Sauce) แบรนด์ เบลฟู้ดส์ (Bell Foods) เป็นเครื่องปรุงรสสำเร็จรูปที่คิดค้นขึ้นเพื่อใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับเกี๊ยวซ่าโดยเฉพาะ เป็นที่ทราบกันดีว่า เกี๊ยวซ่าในประเทศญี่ปุ่นมักจะรับประทานคู่กับน้ำจิ้มที่มีส่วนผสมหลักของโชยุ (Shoyu) หรือซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำส้มสายชู (Vinegar) และน้ำมันพริกเผาญี่ปุ่นที่เรียกว่ารายุ (Rāyu) แต่สำหรับซอสเกี๊ยวซ่าของเบลฟู้ดส์นี้ ได้ถูกปรุงรสชาติมาอย่างพิถีพิถันจากส่วนผสมที่ลงตัว เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
จุดเด่นของซอสเกี๊ยวซ่าเบลฟู้ดส์คือการผสมผสานรสชาติที่สมดุลระหว่างความเค็ม อมเปรี้ยว และเผ็ดเล็กน้อย โดยรสชาติที่โดดเด่นมาจากโชยุญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ ผสมกับความเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูหมัก และความเผ็ดหอมของน้ำมันรายุ ซึ่งช่วยเติมเต็มรสอูมามิของเกี๊ยวซ่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์นี้จึงมีความสะดวกอย่างยิ่ง เพราะไม่ต้องเสียเวลาผสมโชยุ น้ำส้มสายชู และรายุเอง ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับเกี๊ยวซ่ารสชาติดีได้ทันที
แม้ซอสนี้จะถูกออกแบบมาสำหรับเกี๊ยวซ่า แต่ด้วยรสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อม ก็สามารถนำไปใช้เป็นน้ำจิ้มหรือน้ำราดสำหรับอาหารประเภทอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว เช่น น้ำจิ้มสำหรับสเต็กแฮมเบิร์ก (Hamburg Steak) หรือใช้เป็นซอสสำหรับราดเต้าหู้เย็น (Hiyayakko) เพื่อเพิ่มรสชาติที่สดชื่น
วิธีใช้ซอสเกี๊ยวซ่า
1. จัดเรียงเกี๊ยวซ่าที่ทอดหรือนึ่งเสร็จแล้วลงในจาน
2. เทซอสเกี๊ยวซ่าลงในถ้วยเล็ก ๆ
3. จิ้มเกี๊ยวซ่ากับซอส และรับประทานได้ทันที
ลองเปิดประสบการณ์รสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ ด้วยซอสเกี๊ยวซ่าสำเร็จรูปขวดนี้ ที่จะช่วยให้การทำเกี๊ยวซ่าที่บ้านของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ราเมนสไตล์อิเคอิ จากเมืองโยโกฮาม่า ซุปกลมกล่อม เส้นนุ่มอร่อย!
ราเมนรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของราเมนสไตล์อิเคอิ (Iekei)จากเมืองโยโกฮาม่า (Yokohama) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีน้ำซุปที่ผสมผสานระหว่างน้ำซุปกระดูกหมู โชยุ และเบสซุปไก่ ทำให้ตัวซุปมีรสชาติที่กลมกล่อมอย่างเป็นเอกลักษณ์ ตัวเส้นทำจากข้าวสาลีที่มีคุณภาพ ทำให้เส้นนุ่มและเข้ากันได้อย่างลงตัวกับน้ำซุป มาพร้อมทอปปิ้ง สาหร่าย ชาชู และต้นหอม เป็นอีกหนึ่งถ้วยราเมนที่คุณไม่ควรพลาด!
ถ้าพูดถึงราเมงสายเข้ม “โชยุผสมน้ำมันหมู” คือรสที่สายฮาร์ดคอร์ต้องลอง เพราะความหอมมันของไขมันหมูจะช่วยดึงรสเค็มหวานของโชยุให้ลึกขึ้นอีกระดับ ไม่ใช่แค่เค็ม แต่เป็นความกลมกล่อมที่เคลือบเส้นทุกเส้น ZUBAAN! สูตรนี้ออกแบบมาให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนึบพอดี ไม่เละง่าย ซุปเข้มข้นแบบที่เรียกว่า “กินแล้วรู้เลยว่ามีของ” ใครชอบเติมหมูชาชู ไข่ต้มยางมะตูม หรือสาหร่าย รับรองว่าซุปจะยิ่งพุ่ง แพ็กขนาด 3 ซอง เหมาะทั้งสำหรับครอบครัว หรือร้านอาหารที่อยากมีเมนูเสริมแบบทำเร็ว ขายไว กำไรชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเร่งด่วนหรือเดลิเวอรี่ บางวันชีวิตก็ต้องการอะไรที่ง่าย แต่ไม่ธรรมดา…ราเมงถ้วยนี้ตอบโจทย์แบบไม่ต้องบินไปญี่ปุ่น
วิธีการทำ
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นลงไปต้มนานประมาณ 4 นาที (คอยคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว)
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสมน้ำ: เมื่อเส้นสุก เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเครื่องปรุงก่อน แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
• เสิร์ฟ: นำเส้นลงไปใส่ในชาม คนเบาๆ พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับ: เติมเนื้อหมูชาชู ไข่ต้ม หน่อไม้ และต้นหอมญี่ปุ่น เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบ
ถ้าพูดถึงราเมงรสมิโสะ หลายคนจะนึกถึงความหอมของถั่วหมัก ผสมความเค็มมันที่ลึกและกลมกล่อม ราเมงรุ่นนี้ถ่ายทอดรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ชัดเจน ซุปมีความเข้มข้นสไตล์ “โนโกะ” คือไม่จาง ไม่บาง แต่แน่นเต็มคำ เส้นราเมงถูกออกแบบให้มีความหนาและความหนึบเป็นพิเศษ เพื่อให้รับกับซุปมิโสะได้อย่างลงตัว ทุกครั้งที่คีบเส้นขึ้นมา จะสัมผัสได้ถึงความเด้งและเนื้อสัมผัสที่คล้ายเส้นสดในร้านราเมง จุดเด่นคือสามารถปรุงเพิ่มได้ตามสไตล์ของตัวเอง จะใส่หมูชาชู ไข่ออนเซ็น ข้าวโพด หรือเนยเพิ่มความหอมก็ได้ กลายเป็นเมนูระดับร้านดังได้ภายในไม่กี่นาที เหมาะกับคนทำงานที่อยากได้มื้ออร่อยแบบรวดเร็ว นักเรียนที่อยากกินอะไรจริงจัง หรือร้านอาหารที่ต้องการเมนูญี่ปุ่นเพิ่มยอดขายแบบต้นทุนคุมได้ พูดง่ายๆ คือ ถ้าอยากกินราเมงที่ไม่ง้อร้าน นี่คือคำตอบ
วิธีการทำ
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นลงไปต้มนานประมาณ 4 นาที (คอยคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว)
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสมน้ำ: เมื่อเส้นสุก เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเครื่องปรุงก่อน แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
• เสิร์ฟ: นำเส้นลงไปใส่ในชาม คนเบาๆ พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับ: เติมเนื้อหมูชาชู ไข่ต้ม หน่อไม้ และต้นหอมญี่ปุ่น เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบ
ทำไมสเต็กในร้านญี่ปุ่นถึงหอมเย้ายวนจนหยุดกินไม่ได้ ความลับอยู่ที่ “ซอส” ซอสสเต็กกระเทียมสูตรนี้โดดเด่นด้วยความหอมของกระเทียม ผสานความเค็มกลมกล่อมของโชยุ ให้รสชาติที่ลึกและมีมิติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่างฉ่ำๆ หรือหมูสเต็กนุ่มๆ เพียงราดซอสลงไปก็ช่วยดึงรสชาติให้โดดเด่นขึ้นทันที เหมาะทั้งสำหรับทำกินเองที่บ้าน หรือเพิ่มมูลค่าให้เมนูในร้านของคุณแบบง่ายๆ พูดง่ายๆ คือมีซองนี้ติดครัวไว้ ชีวิตการทำอาหารจะง่ายขึ้นเยอะและอร่อยขึ้นแบบไม่ต้องพยายามมาก
หากคุณกำลังมองหาเคล็ดลับที่จะทำให้สเต็กจานพิเศษของคุณสมบูรณ์แบบ ซอสสเต็ก รสกระเทียมนี้ คือคำตอบ ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของโชยุชั้นดีและกระเทียมคั่วที่ให้กลิ่นหอมเย้ายวนใจ พร้อมจุดเด่นเรื่อง “ความสะดวก” ใน 1 ซองใหญ่ที่บรรจุซอสแบบถ้วยย่อย 4 ถ้วย ช่วยให้คุมรสชาติได้เป๊ะทุกครั้ง ไม่ว่าจะทำกินเองหรือเสิร์ฟลูกค้า ก็อร่อยได้มาตรฐานเดียวกับร้านอาหารญี่ปุ่น โดยไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงให้วุ่นวาย
วิธีปรุงสเต็กให้อร่อย
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกจากตู้เย็นพักไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30 นาที เพื่อให้ความร้อนเข้าถึงเนื้อได้สม่ำเสมอเวลาทอด
2. การทอด: ตั้งกระทะให้ร้อนจัดด้วยไฟแรง นำเนื้อลงจี่ เมื่อเริ่มเห็นน้ำเนื้อซึมขึ้นมาที่ด้านบน ให้พลิกกลับด้านแล้วย่างต่อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. การใช้ซอส: จัดเนื้อใส่จาน "ก่อนรับประทาน" ให้หักถ้วยซอสราดลงบนเนื้อโดยตรง (ไม่ต้องนำซอสไปผัดในกระทะ เพื่อรักษาความหอมของกระเทียม)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
นอกจากสเต็กเนื้อวัวแล้ว ยังสามารถนำไปปรับใช้กับเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย:
• สเต็กหมูหรือไก่: เพิ่มความหอมกรุ่นให้เนื้อขาว
• ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon): ราดบนเนื้อผัดหัวหอมทานกับข้าวสวยร้อนๆ
• แฮมเบิร์ก (Hamburger Steak): เพิ่มความชุ่มฉ่ำให้เนื้อบดปั้นก้อน
• ผัดผักรวมมิตรกระเทียมโชยุ: ใช้เป็นซอสปรุงรสจานด่วน
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการทำสเต็กกินเองที่บ้าน แต่เบื่อปัญหาซอสขวดใหญ่ที่เปิดแล้วใช้ไม่หมดจนเสียรสชาติ เอบาระ ซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวไชเท้า คือคำตอบที่คุณตามหา ด้วยแนวคิด "Freshness in every pod" หรือความสดใหม่ในทุกถ้วย ทำให้ซอสตัวนี้โดดเด่นกว่าใคร รสชาติ ซอสโชยุสไตล์ญี่ปุ่น ที่ผสมกับหัวไชเท้าขูดละเอียด เมื่อราดลงบนเนื้อที่ร้อนๆ กลิ่นหอมของโชยุและมิรินจะพุ่งขึ้นมาทันที ความเปรี้ยวเบาๆ จากน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลและน้ำส้มโอ ช่วยชูรสหวานของเนื้อให้เด่นชัดขึ้น เป็นรสชาติแบบ "วากิวสไตล์" ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมกันมากที่สุด นอกจากจะใช้ราดสเต็กแล้ว ยังประยุกต์เป็นน้ำจิ้มเนื้อย่าง หรือราดปลาย่างก็อร่อยไม่แพ้กัน พกพาสะดวก จะไปแคมป์ปิ้ง หรือจัดปาร์ตี้สเต็กที่คอนโด ก็สะดวกสบายไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ นี่คือไอเทมลับที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษในพริบตา
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• แฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่น (Wafu Hambagu) วางใบชิโซะหรือวางไชเท้าขูดเพิ่มด้านบน แล้วราดด้วยซอส 1 ถ้วย ความเปรี้ยวหวานของซอสจะช่วยลดความมันของเนื้อบดได้ดีมาก
• สลัดหมูชาบู (Pork Shabu Salad) ใช้ซอสราดเป็นน้ำสลัดได้เลย รสชาติจะเบากว่าน้ำสลัดครีม เหมาะสำหรับคนที่คุมน้ำหนัก
• ปลาซาบะหรือปลาแซลมอนย่างเกลือ ราดซอสลงไปข้างๆ หรือราดบนตัวปลา รสเปรี้ยวจากน้ำส้มโอในซอสจะช่วยดับคาวปลาและชูรสหวานของเนื้อปลาได้ยอดเยี่ยม
• เต้าหู้เย็นทรงเครื่อง (Hiyayakko) ราดซอสลงไปแทนโชยุธรรมดา เนื้อไชเท้าในซอสจะเข้าไปเกาะกับตัวเต้าหู้ ทำให้ได้รสสัมผัสที่เข้มข้นกว่าเดิม
• ข้าวหน้าเนื้อย่าง (Gyudon Style) ราดซอสลงไปคลุกกับเนื้อขณะอยู่ในกระทะแป๊บเดียว หรือราดสดๆ บนข้าว รสชาติโชยุและกลิ่นหอมของหัวหอมในซอสจะซึมเข้าเนื้อ
ถ้าพูดถึงราเมงสายเข้มข้น ต้องยกให้สไตล์โยโกฮาม่า หรือที่เรียกว่า “อิเอะเค” จุดเด่นคือการรวมความหอมมันของซุปกระดูกหมูเข้ากับความเค็มกลมกล่อมของโชยุ กลายเป็นน้ำซุปที่มีมิติ รสลึก ซดแล้วหยุดยาก มารุจัง ราเมงกึ่งสำเร็จรูป รสซุปกระดูกหมู(ผสมโชยุ) สไตล์โยโกฮาม่า ถ่ายทอดเอกลักษณ์นั้นมาในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูปที่ยังคงความหนักแน่นของรสชาติ เส้นมีความเหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน เข้ากับซุปที่เคี่ยวมาอย่างเข้มข้น ความพิเศษอยู่ที่ความบาลานซ์ ไม่เค็มโดด ไม่มันเลี่ยน แต่มีความกลมกล่อมแบบราเมงร้านดังในญี่ปุ่น เพิ่มท็อปปิ้งอย่างหมูชาชู ไข่ต้มยางมะตูม สาหร่าย หรือผักโขม ก็ยกระดับเป็นเมนูพรีเมียมได้ทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ฟีล “ราเมงร้านดัง” แต่เวลาจำกัด หรืออยากสต็อกของดีติดบ้านไว้ เวลาหิวเมื่อไหร่ก็จัดได้เลย ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องแต่งตัว แค่ต้มน้ำก็พร้อมฟิน
วิธีการทำ
• เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด ควรทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ:
• ต้มน้ำประมาณ 500 มล. ให้เดือด
• ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 5 นาที (หรือตามความชอบของระดับความนุ่มเส้น) ระหว่างต้มให้คอยคนเส้นเบาๆ
• เตรียมซุปโดยการเทเครื่องปรุงลงในชามรอไว้
• เมื่อเส้นได้ที่ ให้เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเพื่อละลายเครื่องปรุงก่อน แล้วจึงใส่เส้นตามลงไป
Tips: เติมหมูชาชู ผักโขมลวก และสาหร่ายแผ่น เพื่อความอร่อยแบบอูมามิ
ชอบทานซุปมิโซะมั้ยคะ การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!
มิโซะแดงรสเข้มข้น อุดมด้วยอูมามิ
มิโซะแดงนิยมบริโภคกันมากในภูมิภาคคันโต โทฮกกุ และฮอกไกโด เป็นมิโซะที่ผ่านการหมักเป็นระยะเวลานานจนเนื้อของเต้าเจี้ยวกลายเป็นสีแดงหรือสีนํ้าตาลเข้ม มีกลิ่นฉุน รสชาติออกเค็ม ความพิเศษของมิโซะถุงนี้ คือการผสมน้ำซุปดาชิ หรือน้ำสต๊อคปลา มาเรียบร้อยแล้ว ช่วยให้คุณปรุงน้ำซุปได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะไม่ต้องเริ่มต้นจากการทำน้ำสต๊อค เมนูแนะนำ นิยมใส่เพื่อให้น้ำซุปมีรสจัดๆ อาหารเมนูตุ๋น หม้อไฟ ทำเป็นดิปปิ้งซอส หรือนำมาผัดกับผัก หรือเนื้อสัตว์
มิโซะะรสชาติกลมกล่อมที่ควรมีติดครัวไว้ทุกบ้าน
HonmonoNippon ได้นำเข้ามิโซะจากแบรนด์ Hikari แบรนด์ผลิตมิโซะอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น! โดยมิโซะนี้ได้คัดสรรเมล็ดถั่วเหลืองคุณภาพดี นำมาหมักและบดจนละเอียด ใช้ระยะเวลาในการหมักที่นาน จนเกิดรสชาติอูมามิ มีรสที่สมดุล มีกลิ่นหอม และยังคุณค่าทางโภชนาการ ยิ่งทานคู่กับเมนูจานโปรด ยิ่งอร่อยอูมามิค่ะ
การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!
มิโซะรสชาติกลมกล่อม ทำเมนูไหนก็ง่าย
HonmonoNippon ได้นำเข้ามิโซะจากแบรนด์ Hikari แบรนด์ผลิตมิโซะอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น! โดยมิโซะตัวนี้ได้ผ่านการรับรองว่าเป็นสินค้าออร์แกนิค เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้ถั่วเหลืองออร์แกนิค และข้าวที่ปลูกแบบออร์แกนิค นำมาหมักโดยใช้สัดส่วนถั่วเหลืองปริมาณมาก และใช้ระยะเวลาในการหมักที่นาน จนเกิดรสชาติอูมามิจากธรรมชาติ มีรสที่สมดุล มีกลิ่นหอมมาก และที่สำคัญมิโซะตัวนี้ยังไม่ผสมดาชิ เพื่อให้คุณได้นำไปใช้งานได้ทันที แบบไม่ต้องผสมน้ำซุปดาชิเพิ่ม ลดขั้นตอนการทำอาหารให้สั้นลง หากอยากได้มิโซะคุณภาพดีๆ ที่สำคัญยังเป็นออร์แกนิค 100% เลือกใช้ตัวนี้เลยค่ะ