ไอเทมลับดับร้อน! ไอซ์ป๊อปรสลิ้นจี่สไตล์ญี่ปุ่น เย็นฉ่ำสะใจ
เปลี่ยนหน้าร้อนให้กลายเป็นสวรรค์ด้วย “ไอซ์ป๊อปลิ้นจี่” เมื่ออากาศร้อนมาเยือน ไม่มีอะไรจะช่วยเติมความสดชื่นได้ดีเท่าของหวานเย็นฉ่ำ ไอซ์ป๊อปรสลิ้นจี่จึงเป็นตัวเลือกที่ลงตัว ด้วยนวัตกรรมความอร่อยในรูปแบบซอง ที่คัดสรรเนื้อลิ้นจี่คุณภาพดีเข้มข้นถึง 38% ออกแบบมาเพื่อแช่แข็งโดยเฉพาะ ให้รสหวานหอมสดชื่น กินง่าย อร่อยได้ทุกคำ
เพียงนำไปแช่ในช่องฟรีซประมาณ 8 ชั่วโมง ก็พร้อมเสิร์ฟเป็นไอซ์ป๊อปเย็นชื่นใจทันที หรือจะนำไปต่อยอดความอร่อย เช่น เติมโซดา ปั่นเป็นสมูทตี้ หรือสร้างสรรค์เป็นเมนูของหวานสไตล์คาเฟ่ ก็ยิ่งเพิ่มความพิเศษได้อีกขั้น ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็สามารถเพลิดเพลินกับไอซ์ป๊อปลิ้นจี่ได้ทุกเวลา
วิธีรับประทาน แค่ "แช่ บิด ชิม"
เพียงนำซองไปแช่ในช่องฟรีซประมาณ 8 ชั่วโมง คุณจะได้ไอศกรีมเกล็ดหิมะเนื้อนุ่ม พร้อมทานทันที หรือ
จะนำไปครีเอทเมนูใหม่ๆ ก็ทำได้หลากหลาย:
• แบบไอซ์ป๊อบ นำไปแช่ในช่องแช่แข็ง จนแข็งตัว แล้วทานจากซองได้เลย
• แบบคำเล็กน่ารัก เปิดซองแล้วเทของลงในถาดน้ำแข็ง เพื่อทำเป็นรูปทรงต่างๆ ตามใจชอบ แล้วนำไปแช่แข็ง
ให้เป็นก้อนขนาดพอดีคำ
• แบบผสมเครื่องดื่ม นำ"ไอซ์ป๊อปแบบคำเล็ก" ที่แช่แข็งแล้ว(จากข้อ 2) ใส่ลงในแก้ว จากนั้นเติมไซเดอร์
หรือโซดาลงไป เพื่อเพิ่มความสดชื่นซ่าถึงใจ
คำเตือน : โปรดระวังอย่าให้ขอบซองบาดมือหรือปากขณะเปิด
ซุปมิโซะขาว อร่อยกลมกล่อม หอมสดชื่น
“คางปลาบุรี” ความเรียบง่ายอย่างลงตัว
“บุรี” หรือปลา “ฮามาจิ” คือปลาในตระกูล (Yellow Tail) เป็นปลานำเข้าจากญี่ปุ่นชนิดเดียวในโลกที่มีชื่อเรียกหลากหลายไปตามช่วงอายุ จัดเป็นปลาเนื้อขาวที่มีความมันแทรกอยู่ในเนื้อ
“คางปลาบุรี” เป็นเมนูที่พบได้บ่อยในร้านอาหารญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมในงานแต่งงานและงานเฉลิมฉลองอื่นๆ เนื่องจากมีรสชาติอร่อยและเนื้อนุ่มหอม เนื้อใต้คางมีไขมันอยู่มาก ซึ่งทำให้มีรสชาติหวานและเนื้ออร่อย การทำคางปลาบุรี จะใช้วิธีการย่างหรืออบที่ทำให้ผิวเนื้อนอกกรอบและนุ่มอยู่ภายใน มักจะปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยหรือโยชุ หรือเมนูต่างๆอีกมากมาย
วิธีทำคางปลาฮามาจิหรือปลาบุรีย่างเกลือ
1. ตั้งเตาถ่านสำหรับย่าง (ควรตั้งรอประมาณ 45 นาที ไฟจะร้อนพอดี ไม่แรงเกินไป)
2. วางคางปลาบุรีบนตะแกรงย่าง โรยเกลือเล็กน้อย ย่างประมาณ 10 นาที
3. ค่อยๆกลับด้านคางปลา โรยเกลืออีกด้าน แล้วทิ้งไว้อีก 10 นาที กลับด้านทุก 10 นาทีแบบนี้เรื่อยๆ จนสุก (ใช้เวลาทั้งหมด 20-30 นาที แล้วแต่ขนาดของคางปลา)
4. ยกคางปลาฮามาจิลงจาน นำหัวไชเท้าฝอยมาบีบน้ำออก ปั้นเป็นก้อนกลมๆ วางข้างชิ้นปลา พร้อมราดซีอิ๊วบนหัวไชเท้า ก็เสิร์ฟคางปลาบุรีย่างเกลือได้เลย
วิธีการเก็บ
• นำออกมาจากช่องแช่แข็งเฉพาะเท่าที่ต้องการจะประกอบอาหาร ไม่แนะนำให้นำออกมาละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
ทาโกะยากิ หรือขนมครกญี่ปุ่น อาหารว่างติดครัวของชาวคันไซ
ทาโกะยากิมีต้นกำเนิดมาจากเมืองโอซากา หากท่านได้ไปเที่ยวแถบคันไซ ต่างต้องเคยได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน วันนี้เราชวนคุณแก้คิดถึงญี่ปุ่น กับเมนูทำเองได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของแบรนด์ Nippn คุณแค่เตรียมไส้ที่ชอบ และต้องมีกระทะหลุมสำหรับทำทาโกะยากิ เพียงแค่นี้ คุณก็อร่อยตามแบบโอซาก้าแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 40 ลูก
วิธีทำ
1. ใส่แป้งทาโกะยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง ปูอัด ฯลฯ)
2. วอร์มเตาด้วยไฟแรง เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย แล้วค่อยใส่แป้งลงไปครึ่งหลุม ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที ใส่ไส้ทาโกะยากิ กระหล่ำปลี ขิงซอยเล็กน้อยลงในหลุม
3. รอจนแป้งสุกจนร่อนจากกระทะ พยายามพลิกกลับ ค่อยๆ เติมแป้งจนมีลักษณ์เป็นทรงกลมสวยงาม
4. เมื่อแป้งสุกทุกด้าน ให้จัดใส่จาน ราดซอสทาโกะยากิ มายองเนส สาหร่ายผง และปลาคัตสึโอะหั่นฝอย
เมื่อนึกถึง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่เป็นมากกว่าแค่อาหารมื้อด่วน แต่คือตำนานแห่งวงการอาหาร ชื่อของ "นิสชิน" ต้องเป็นอันดับแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึงอย่างแน่นอน ด้วยจุดเริ่มต้นจากญี่ปุ่นในปี 1958 นิสชินคือผู้บุกเบิกและผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายแรกของโลก ที่ได้ปฏิวัติวิถีการกินของผู้คนทั่วโลกไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยปรัชญาที่มุ่งมั่นนำเสนอแต่สิ่งที่ดีที่สุด นิสชินจึงยืนหยัดด้วยคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์สไตล์ญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้
วันนี้เราขอชวนคุณมาสัมผัสความอร่อยลึกซึ้งของราเมนยอดนิยม นิสชิน โบวล์ รสซุปทงคตสึ ที่พร้อมมอบประสบการณ์ความหอม มัน เข้มข้นถึงใจ
• ซุปทงคตสึเข้มข้น หอมมัน: เอกลักษณ์โดดเด่นของรสชาตินี้คือ น้ำซุปทงคตสึ ที่ผ่านการเคี่ยวอย่างพิถีพิถันจนได้ความเข้มข้น หอมมัน กลมกล่อมลึกซึ้งในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ ให้รสชาติที่ละมุนลิ้น
• เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม ตามแบบฉบับนิสชิน: สัมผัสถึงความพิเศษของเส้นบะหมี่ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องของนิสชิน ที่มีความ เหนียวนุ่มกำลังดี ให้คุณได้สัมผัสถึงเนื้อสัมผัสของเส้นที่เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปเข้มข้น
ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่คุณต้องการมื้อที่อิ่มอร่อย มื้อที่ต้องการความสะดวกสบาย หรือแม้แต่ช่วงเวลาพักผ่อนที่อยากได้อะไรทานง่ายๆ แต่ได้รสชาติเต็มๆ นิสชิน โบวล์ รสซุปทงคตสึ คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ ด้วยปริมาณที่กำลังพอดี อิ่ม อร่อยได้ไม่ว่าจะเวลาไหน
มาลิ้มลองความอร่อยเข้มข้นของนิสชิน รสซุปทงคตสึ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมบะหมี่ถ้วยนี้ถึงเป็นที่รักของใครหลายคน!
เพียงเปิดฝา เติมน้ำร้อน แล้วรอเพียงไม่กี่นาที ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นที่คุ้นเคยก็พร้อมเสิร์ฟตรงหน้าคุณ
1. เปิดฝาจนถึงเส้นประ ใส่ผงซุปและเครื่องปรุงอบแห้งลงในถ้วย
2. เติมน้ำร้อนลงไปจนถึงเส้นบอกระดับภายในถ้วย ปิดฝาแล้วรอประมาณ 3 นาที
3. เปิดฝาแล้วใส่น้ำมันปรุงรส คนให้เข้ากัน พร้อมรับประทานค่ะ
รสชาติแห่งความอบอุ่นจากหัวใจญี่ปุ่นถึงบ้านคุณ
ถ้าพูดถึงขนมญี่ปุ่นที่เรียบง่ายแต่กินแล้วอบอุ่นใจ “โอฮากิ (Ohagi)” คือหนึ่งในเมนูที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเปลี่ยนผ่านฤดูกาล ขนมชนิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของหวานธรรมดา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนในการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ
ความพิเศษของ โอฮากิ คินาโกะ (Ohagi Kinako) ถุงนี้ อยู่ที่การผสมผสานที่ลงตัวในทุกสัมผัส:
• ข้าวเหนียวญี่ปุ่น: เคี่ยวจนนุ่มหนึบกำลังดี ให้เนื้อสัมผัสที่เคี้ยวสนุก
• ไส้ถั่วแดงกวน: ซ่อนอยู่ด้านในด้วยรสชาติหวานละมุน กลมกล่อม ไม่เลี่ยน
• ผงคินาโกะ (Kinako): ปิดท้ายด้วยการโรยผงถั่วเหลืองคั่วบดละเอียดคุณภาพเยี่ยม ที่ให้กลิ่นหอมนวลเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เสน่ห์ของโอฮากิอยู่ที่ความ "เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง" เป็นขนมที่ให้พลังงานและดีต่อใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทานคู่กับน้ำชาร้อนๆ ในยามบ่าย เพื่อสร้างช่วงเวลาที่ผ่อนคลายและพิเศษยิ่งขึ้น มาในรูปแบบแช่แข็งที่คงความสดใหม่แบบต้นตำรับ สะดวกสบายเพียงแค่ละลายในอุณหภูมิห้อง ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ที่ต้องการเมนูขนมหวานพรีเมียม หรือสายหวานที่อยากมีขนมดีๆ ติดตู้เย็นไว้เติมความสุขได้ทุกเวลาครับ
วิธีทาน / วิธีการใช้
• การเตรียม: นำขนมออกจากช่องแช่แข็งมาวางละลายในอุณหภูมิห้องประมาณ 1-2 ชั่วโมง (จนเนื้อข้าวเหนียวนุ่มลง)
• ข้อแนะนำ: ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟด้วยไฟแรง เพราะอาจทำให้ข้าวเหนียวแฉะหรือเสียรูปทรง
• ไอเดียความอร่อย:
- ทานคู่กับ ชาเขียวร้อน หรือ มัทฉะ เพื่อตัดรสหวาน
- เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาเพื่อทำเป็นเมนูของหวานฟิวชัน
- จัดใส่จานสวยงามสำหรับรับรองแขกในงานเลี้ยง
แนะนำอาหาร
• ชาเขียวมัทฉะ
• โฮจิฉะ (ชาเขียวคั่ว)
• ไอศกรีมวานิลลา
• เซ็ตเบนโตะญี่ปุ่นปิดท้ายด้วยของหวาน
มาโบฮารุซาเมะ คือเมนูยอดฮิตที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยการนำเอา "วุ้นเส้น" มาผัดกับ "ซอสมาโบ" (เต้าหู้ทรงเครื่องแบบจีนที่ปรับรสชาติให้เข้ากับลิ้นคนเอเชีย) นากาตานิเอน แบรนด์อาหารชั้นนำจากญี่ปุ่น ได้รังสรรค์สูตรรสเผ็ด นี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนที่ชอบความจัดจ้าน โดยดึงจุดเด่นของเครื่องเทศอย่างฮวาเจียวมาสร้างความหอมและเผ็ดซ่านิดๆ ตัดกับความหวานกลมกล่อมของเนื้อสัตว์และผักนานาชนิด เป็นเมนูที่ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ได้อย่างลงตัว หรือจะทานเดี่ยวๆ เป็นมื้อกลางวันที่เร่งรีบก็อิ่มอร่อยได้ไม่แพ้กัน ทำง่ายในไม่กี่นาที ได้เมนูญี่ปุ่นแท้ ๆ เหมือนทานที่ร้าน
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
วิธีทำด้วยกระทะ :
• เตรียมเห็ดหูหนู, หน่อไม้, หมูสับ, แครอทและพริก ในปริมาณที่พอดีกับซอสในซอง
• เตรียมน้ำสะอาด 400 มล. ฉีกซองวุ้นเส้นแห้งเทลงไป คนเฉยๆ จนเดือด
• ใส่ วุ้นเส้น ลงไป ต้มประมาณ 2 นาทีจนวุ้นเส้นเริ่มคลายตัว
• ให้ใส่วัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงในกระทะ คนเบา จนทุกอย่างสุกจากนั้นฉีกซองซอสมาโบะ
ปรุงรสชนิดเผ็ดเข้มข้นเทลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นเคี่ยวต่อประมาณ 3-5 นาที
ตักใส่จานพร้อมรับประทาน
วิธีทำด้วยไมโครเวฟ:
• นำวุ้นเส้นใส่ชามทนความร้อน เติมน้ำ 300 มล. และเทซอสลงไป
• ปิดฝาหรือคลุมด้วย Wrap นำเข้าไมโครเวฟ (600W) ประมาณ 6 นาที
• นำออกมาคนให้เข้ากัน พร้อมรับประทาน
???? เคล็ดลับเพิ่มความอร่อย :โรยต้นหอม หรือพริกญี่ปุ่นเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น
ทสึยุสูตรเข้มข้น อร่อย กลมกล่อมยิ่งขึ้น
หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่โปรดปรานอาหารญี่ปุ่นและชอบที่จะได้ลองทำทานเองที่บ้าน สึยุถือเป็นเครื่องปรุงที่จะช่วยให้การทำอาหารญี่ปุ่นของคุณสะดวกและง่ายดายขึ้นมากเลยทีเดียวค่ะ ในสึยุจะประกอบไปด้วยโชยุ มิริน และดาชิ มักจะใช้เป็นซอสเพื่อรับประทานกับอาหารประเภทเส้นของญี่ปุ่นอย่าง โซบะ โซเมน หรืออุด้ง นอกจากนี้ยังนำไปประกอบเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัดกับผักหรือเนื้อสัตว์เพื่อทำดงบุริ ทำน้ำซุปหม้อไฟ ต้มหัวปลาแบบญี่ปุ่น ทำเป็นซอสเทมปุระก็ได้เช่นกัน
Sanbishi Awase Dashi Tsuyu สูตรนี้ เป็นดาชิสึยุเข้มข้นถึง 3 เท่า ที่เต็มไปด้วยรสอูมามิจากปลาแห้ง 3 ชนิด ได้แก่ ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล และปลาโบนิโต้ รวมถึงหอยเชลล์และสาหร่าย จนได้รสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่นำไปผสมน้ำตามอัตราส่วนที่เหมาะสมก็เตรียมรับความอร่อยได้เลยค่ะ
ตัวอย่างอัตราส่วนในการทำเมนูต่างๆ
• ซอส 1: น้ำ 2 สำหรับเมนูบะหมี่เย็น น้ำจิ้มเทมปุระ หรือซอสราดหน้าข้าว (ดงบุริ)
• ซอส 1: น้ำ 4-5 สำหรับเมนูประเภทต้ม เช่น หัวปลาต้มซีอิ๊วแบบญี่ปุ่น
• ซอส 1: น้ำ 5-6 สำหรับเมนูบะหมี่ร้อน
• ซอส 1: น้ำ 7-9 สำหรับเมนูหม้อไฟหรือโอเด้ง
หมายเหตุ : เพื่อให้ได้รสชาติในแบบที่ชอบ สามารถปรับเปลี่ยนอัตราส่วนได้ตามต้องการค่ะ
เพียง 3 นาที ก็อร่อยกับเทมปุระโซบะได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
สึยุเข้มข้นสูตรใหม่ อร่อย กลมกล่อมยิ่งขึ้น
หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่โปรดปรานอาหารญี่ปุ่นและชอบที่จะได้ลองทำทานเองที่บ้าน สึยุถือเป็นเครื่องปรุงที่จะช่วยให้การทำอาหารญี่ปุ่นของคุณสะดวกและง่ายดายขึ้นมากเลยทีเดียวค่ะ ในสึยุจะประกอบไปด้วยโชยุ มิริน และดาชิ มักจะใช้เป็นซอสเพื่อรับประทานกับอาหารประเภทเส้นของญี่ปุ่นอย่าง โซบะ โซเมน หรืออุด้ง นอกจากนี้ยังนำไปประกอบเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัดกับผักหรือเนื้อสัตว์เพื่อทำดงบุริ ทำน้ำซุปหม้อไฟ ต้มหัวปลาแบบญี่ปุ่น ทำเป็นซอสเทมปุระก็ได้เช่นกัน
โดย Sanbishi Awase Dashi Tsuyu สูตรใหม่นี้ เป็นดาชิสึยุเข้มข้นถึง 3 เท่า ที่เต็มไปด้วยรสอูมามิจากปลาแห้ง 3 ชนิด ได้แก่ ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล และปลาโบนิโต้ รวมถึงหอยเชลล์และสาหร่าย จนได้รสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่นำไปผสมน้ำตามอัตราส่วนที่เหมาะสมก็เตรียมรับความอร่อยได้เลยค่ะ
ตัวอย่างอัตราส่วนในการทำเมนูต่างๆ
• ซอส 1: น้ำ 2 สำหรับเมนูบะหมี่เย็น น้ำจิ้มเทมปุระ หรือซอสราดหน้าข้าว (ดงบุริ)
• ซอส 1: น้ำ 4-5 สำหรับเมนูประเภทต้ม เช่น หัวปลาต้มซีอิ๊วแบบญี่ปุ่น
• ซอส 1: น้ำ 5-6 สำหรับเมนูบะหมี่ร้อน
• ซอส 1: น้ำ 7-9 สำหรับเมนูหม้อไฟหรือโอเด้ง
*หมายเหตุ: เพื่อให้ได้รสชาติในแบบที่ชอบ สามารถปรับเปลี่ยนอัตราส่วนได้ตามต้องการค่ะ
มาทำขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมกันค่ะ
แป้งวาราบิโมจิ จากแบรนด์ คิง ฟู้ด (King Food) คือผลิตภัณฑ์แป้งทำขนมญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ชื่นชอบในการทำขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น เช่น วาราบิโมจิ โมจิ หรือขนมที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ โดยสามารถปรับสูตรได้ตามแบบเฉพาะของคุณ สำหรับเมนูวาราบิโมจิ หากยิ่งทานคู่กับผงคินาโกะด้วยแล้ว ยิ่งอร่อยในแบบฉบับของญี่ปุ่นแท้ๆเลยค่ะ
วิธีทำ
1. ผสมแป้งวาราบิโมจิ 1 ถุง ต่อน้ำประมาณ 700 cc
2. ตั้งไฟโดยใช้ไฟกลาง เมื่อสีของแป้งเริ่มขุ่นและจับกันเป็นก้อน ให้ลดไฟเป็นไฟอ่อน หมั่นคนให้เข้ากันจนแป้งเริ่มใส
3. เมื่อแป้งใสได้ที่แล้ว ให้เทลงบนภาชนะที่มีลักษณะแบน ค่อยๆใส่น้ำด้านบนแป้งเพื่อให้แป้งเย็นตัวลง แล้วตัดเป็นชิ้นพอดีคำ
วิธีลัด
• ตักแป้งที่เพิ่งกวนเสร็จในขนาดพอดีคำ แล้วใส่ในน้ำเย็นจัด (น้ำผสมน้ำแข็ง) นำมาสะเด็ดน้ำเรียบร้อยแล้ว เพื่อเพิ่มความอร่อยให้โรยผงคินาโกะ หรือผงชาเขียวตามชอบ
วิธีทำด้วยไมโครเวฟ
*แนะนำให้แบ่งทำทีละน้อย*
1. ใช้แป้งวาราบิโมจิ 60 กรัม (สำหรับ 2 เสิร์ฟ) ต่อน้ำ 270 CC
2. ผสมน้ำกับแป้งใส่ในภาชนะที่ใหญ่คนให้เข้ากัน จากนั้นแร็ปปิดฝาด้านบน
3. นำเข้าไมโครเวฟใช้ไฟ 500 วัตต์ ประมาณ 4 นาที นำออกมาคนให้เข้ากัน จากนั้นแร็ปปิดฝาด้านบน เข้าไมโครเวฟอีกครั้ง จนแป้งสุกและมีเนื้อใส
4. นวดให้เข้ากัน หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วทิ้งให้เย็น เพื่อเพิ่มความอร่อยให้โรยผงคินาโกะ หรือผงชาเขียวตามชอบ
(สามารถปรับสูตรได้ตามความต้องการ)
สัมผัสรสชาติชาเขียวแบบดั้งเดิมจากเมืองชิซูโอกะได้แล้ววันนี้
อร่อยกับ ชิโอะ ยากิโซบะ แบบง่ายๆ ใน 3 นาที
เมื่อนึกถึง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่เป็นมากกว่าแค่อาหารมื้อด่วน แต่คือตำนานแห่งวงการอาหาร ชื่อของ "นิสชิน" ต้องเป็นอันดับแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึงอย่างแน่นอน ด้วยจุดเริ่มต้นจากญี่ปุ่นในปี 1958 นิสชินคือผู้บุกเบิกและผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายแรกของโลก ที่ได้ปฏิวัติวิถีการกินของผู้คนทั่วโลกไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยปรัชญาที่มุ่งมั่นนำเสนอแต่สิ่งที่ดีที่สุด นิสชินจึงยืนหยัดด้วยคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์สไตล์ญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้
วันนี้เราขอชวนคุณมาลิ้มลองอีกหนึ่งรสชาติคลาสสิกที่ครองใจคนทั่วโลก นั่นคือ นิสชิน โบวล์ รสไก่ ในขนาด 103 กรัม ที่พร้อมมอบความอร่อยกลมกล่อมในแบบที่คุ้นเคย
• น้ำซุปไก่หอมกรุ่น กลมกล่อม: เอกลักษณ์ของรสชาตินี้คือน้ำซุปที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถันจนได้ความหอมของไก่และเครื่องปรุงรสในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ ให้รสชาติที่ กลมกล่อม นุ่มนวล และอบอุ่นในทุกคำ เป็นรสชาติที่ทานง่าย อร่อยได้ทุกคน
• เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม ตามแบบฉบับนิสชิน: สัมผัสถึงความพิเศษของเส้นบะหมี่ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องของนิสชิน ที่มีความ เหนียวนุ่มกำลังดี ไม่เละง่าย ให้คุณได้สัมผัสถึงเนื้อสัมผัสของเส้นที่เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปเข้มข้น
ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่คุณต้องการมื้อที่อิ่มอร่อย มื้อที่ต้องการความสะดวกสบาย หรือแม้แต่ช่วงเวลาพักผ่อนที่อยากได้อะไรทานง่ายๆ แต่ได้รสชาติเต็มๆ นิสชิน โบวล์ รสไก่ ในขนาด 103 กรัม คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ ด้วยปริมาณที่กำลังพอดี อิ่มอร่อยได้ไม่ว่าจะเวลาไหน
เพียงเปิดฝา เติมน้ำร้อน แล้วรอเพียงไม่กี่นาที ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นที่คุ้นเคยก็พร้อมเสิร์ฟตรงหน้าคุณ
1. เปิดฝาจนถึงเส้นประ ใส่ผงซุปและเครื่องปรุงอบแห้งลงในถ้วย
2. เติมน้ำร้อนลงไปจนถึงเส้นบอกระดับภายในถ้วย ปิดฝาแล้วรอประมาณ 3 นาที
3. เปิดฝาแล้วใส่น้ำมันปรุงรส คนให้เข้ากัน พร้อมรับประทานค่ะ
มาลิ้มลองความอร่อยกลมกล่อมของนิสชิน รสไก่ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมบะหมี่ถ้วยนี้ถึงเป็นที่รักของใครหลายคน!
กรอบนอก นุ่มใน กัดแล้วหยุดไม่ได้
อาหารทานเล่นยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่ผสมผสานรสชาติของเนื้อปลา ปลาหมึก และเผือกได้อย่างลงตัว กัดคำแรกสัมผัสได้ถึงความกรอบนอกนุ่มใน พร้อมรสชาติกลมกล่อม หอมขิงและซอสญี่ปุ่น สูตรเฉพาะของอาจิโนะโมะโต๊ะ เหมาะสำหรับทุกมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นกับข้าว อาหารทานเล่น ใส่ในกล่องเบนโตะเพิ่มสีสันให้อาหารกลางวัน หรือทานคู่ข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยกลมกล่อม เสิร์ฟคู่กับซอสโชยุ มายองเนสญี่ปุ่น หรือซอสพริกก็เข้ากันสุด ๆ ถูกใจทุกคนในครอบครัวแน่นอน
วิธีการปรุงอาหาร
• นำสินค้าที่แช่แข็งออกมาตัดถาดออกและวางไว้ที่ขอบจานหมุน โดยไม่ต้องห่อพลาสติก และอุ่นให้ร้อน
• หากไม่มีจานหมุน (turntable) ให้วางไว้ตรงกลางของเตาไมโครเวฟ
• หลังจากการปรุงอาหาร หากยังเย็นอยู่ ให้อุ่นเพิ่มทีละ 10 วินาทีจนกว่าจะอุ่นได้ที่
คำแนะนำสำหรับเตาไมโครเวฟ:
กำลังไฟ 500 วัตต์ 600 วัตต์
1 ชิ้น ประมาณ 40 วินาที ประมาณ 40 วินาที
2 ชิ้น ประมาณ 1 นาที ประมาณ 50 วินาที
4 ชิ้น ประมาณ 1.20 นาที ประมาณ 1.10 นาที
5 ชิ้น ประมาณ 1.50 นาที ประมาณ 1.40 นาที
ราเมงถ้วยใหญ่จุใจ พร้อมเกี๊ยวแสนอร่อย
หากพูดถึงเมนูเส้นที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น หนึ่งในเมนูที่หลายคนรู้จักคือ วุ้นเส้นผัดซอส เมนูนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารจีน แต่ถูกปรับรสชาติให้กลมกล่อมและเข้ากับสไตล์การกินของชาวญี่ปุ่น จึงมีรสเผ็ดกำลังดี หอมเครื่องเทศ และมีความกลมกล่อมมากขึ้น วุ้นเส้นที่ใช้มีความเหนียวนุ่ม ดูดซับซอสได้ดี ทำให้ทุกคำเต็มไปด้วยรสชาติของซอสหมาล่าที่เข้มข้น ภายในซองมีทั้งวุ้นเส้นและซอสปรุงรสพร้อมเครื่องปรุงต่าง ๆ ทำให้สะดวกในการทำ เพียงเติมน้ำแล้วเคี่ยวไม่กี่นาที ก็ได้เมนูวุ้นเส้นผัดซอสหอม ๆ ที่อร่อยเหมือนทำจากร้านอาหาร เมนูนี้ยังสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย เช่น ใส่หมูสับ เต้าหู้ เห็ด หรือผักต่าง ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและทำให้มื้ออาหารสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับทั้งคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น คนรักเมนูเส้น และคนที่ต้องการเมนูง่าย ๆ แต่รสชาติอร่อยระดับพรีเมียม 1 ซองสามารถทำทานได้ถึง 3 ที่ สามารถเพิ่มคุณค่าทางอาหารและรสชาติให้ดียิ่งขึ้น โดยการเติม ผักสด (เช่น ต้นหอมญี่ปุ่น), เนื้อสัตว์เพิ่มเติม (เช่น หมูสับหรือกุ้ง) หรือเสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ จะเข้ากันดี
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
วิธีทำด้วยกระทะ :
• เตรียมเห็ดหูหนู, หน่อไม้, หมูสับ, แครอทและพริก ในปริมาณที่พอดีกับซอสในซอง
• เตรียมน้ำสะอาด 400 มล. ฉีกซองวุ้นเส้นแห้งเทลงไป คนเฉยๆ จนเดือด
• ใส่ วุ้นเส้น ลงไป ต้มประมาณ 2 นาทีจนวุ้นเส้นเริ่มคลายตัว
• ให้ใส่วัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงในกระทะ คนเบา จนทุกอย่างสุกจากนั้นฉีกซองซอสมาโบะ ปรุงรสชนิดเผ็ดเข้มข้นเทลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นเคี่ยวต่อประมาณ 3-5 นาที ตักใส่จานพร้อมรับประทาน
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ในรูปแบบที่ง่ายกว่าเดิม ซุปหูฉลามสูตรนี้เน้นความลงตัวของ "ซอสโชยุ" และน้ำซุปสกัดจากโครงไก่และหมู ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ตามแบบฉบับอาหารกวางตุ้งแท้ๆ เนื้อซุปมีความข้นกำลังดี เมื่อทานคู่กับหูฉลามและเห็ดหูหนูจะให้สัมผัสที่กรุบกรอบและนุ่มละมุนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับเป็นเมนูบำรุงร่างกายหรืออาหารจานพิเศษสำหรับครอบครัว หากพูดถึงเมนูระดับตำนานที่ครองใจเหล่านักชิมมาอย่างยาวนาน "ซุปหูฉลาม" คือหนึ่งในลิสต์อันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และการเคี่ยวน้ำซุปที่ต้องใช้ความพิถีพิถันขั้นสูง แต่จะดีแค่ไหน... ถ้าเราสามารถยกเอาบรรยากาศและรสชาติระดับภัตตาคารหรูจากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ที่โต๊ะอาหารในบ้านได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที ซุปหูฉลามเข้มข้นซองนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ซุปกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่ส่งตรงมาจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งที่มีการคัดสรรวัตถุดิบจากทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะหูฉลามที่ผ่านการคัดไซส์และคุณภาพอย่างละเอียด ผสมผสานกับภูมิปัญญาการปรุงอาหารสไตล์กวางตุ้งที่เน้นการดึงรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด
วิธีการปรุงอาหาร
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
*** นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ข้าวต้ม ชะวันมูชิ และบะหมี่เกี๊ยว
เคล็ดลับความอร่อย
• ตัดเลี่ยน: แนะนำให้เหยาะ จิ๊กโฉ่ว (ซอสเปรี้ยว) และ พริกไทยขาว เล็กน้อย จะช่วยชูรสชาติโชยุให้เด่นชัดและกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• เพิ่มเครื่อง: สามารถเติมเนื้อปูแกะ, กุ้งสับ หรือเห็ดหอมซอยลงไปต้มพร้อมซุป เพื่อเพิ่มความหรูหราและเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้นครับ
เส้นเหนียวนุ่ม ซุปเข้มข้น อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
เจลลี่ใสผสมเนื้อส้ม อร่อย สดชื่น
เจลลี่เนื้อเนียนใส ชุ่มฉ่ำ รสส้มมิคัง ผสมผสานความอร่อยของน้ำส้มและเนื้อส้มมิคังชิ้นใหญ่จุใจ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นผลไม้ สดชื่น ทานง่าย ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์จากเนื้อผลไม้แบบเต็มๆ
ส้มมิคัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ส้มหวานญี่ปุ่น" เป็นผลไม้ยอดนิยมจากแดนอาทิตย์อุทัย ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติหวานฉ่ำ เนื้อสัมผัสชุ่มฉ่ำ ไร้เมล็ด ทานง่าย และอุดมไปด้วยสารอาหารและประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ดังนี้
1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ส้มมิคังอุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
2. ต้านอนุมูลอิสระ: ส้มมิคังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย
3. ดีต่อระบบย่อยอาหาร: ส้มมิคังมีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
4. บำรุงผิวพรรณ: วิตามินซีในส้มมิคังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอริ้วรอย และช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์
5. บำรุงสายตา: ส้มมิคังมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา
6. บำรุงกระดูก: ส้มมิคังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน
7. บำรุงระบบประสาท: ส้มมิคังมีวิตามินบีรวม ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
8. ลดความดันโลหิต: โพแทสเซียมในส้มมิคังช่วยลดความดันโลหิต เหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
9. ป้องกันนิ่วในไต: ใยอาหารในส้มมิคังช่วยชะล้างของเสียในไต ป้องกันการเกิดนิ่วในไต
10. เพิ่มพลังงาน: ส้มมิคังมีน้ำตาลธรรมชาติ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย คลายความอ่อนเพลีย
11. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ: ส้มมิคังมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
12. ป้องกันโรคโลหิตจาง: ส้มมิคังมีธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
เปลี่ยนนิยามการทานฝรั่งแบบเดิมๆ ให้ตื่นเต้นกว่าที่เคย! หากคุณเป็นคนรักความหอมสดชื่นของฝรั่ง คุณจะต้องหลงรัก “ไอซ์ป๊อปฝรั่ง” ซองนี้แน่นอน คัดสรรส่วนผสมจากเนื้อฝรั่งและน้ำฝรั่งเข้มข้นถึง 46% มาไว้ในรูปแบบซองที่พร้อมเปลี่ยนเป็นไอศกรีมเกล็ดหิมะทันทีเมื่อแช่แข็ง
ทำไมไอซ์ป๊อปฝรั่งถึงเป็นคำตอบที่ใช่?
• รสชาติที่สมดุล: ได้ความหวานนุ่มและเปรี้ยวนิดๆ ตามธรรมชาติของฝรั่งกิมจูแท้ๆ กลิ่นหอมละมุนเป็นเอกลักษณ์ ไม่หวานจนเกินไป ให้ความรู้สึกเหมือนได้รีเฟรชร่างกายในทุกคำที่กัด
• สัมผัสความฟินแบบ "Freeze & Eat": เนื้อสัมผัสจะมีความพิเศษกึ่งไอศกรีมกึ่งเกล็ดหิมะ นุ่มละมุนลิ้นแต่ยังให้ความเย็นฉ่ำแบบละลายในปาก สนุกกับการกินมากขึ้นกว่าเดิม
• ง่ายและสะดวกสุดๆ: แค่แช่ช่องฟรีซทิ้งไว้ประมาณ 8 ชั่วโมง ก็หยิบออกมาบิดทานได้เลย ไม่ต้องเตรียม ไม่ต้องปั่น แถมยังพกพาสะดวกและเก็บรักษาในอุณหภูมิห้องได้ ช่วยประหยัดพื้นที่ในตู้เย็น
• อร่อยแบบสุขภาพดี: มาพร้อมแคลอรี่ที่น้อยเพียง 80 kcal และโซเดียมต่ำ เป็นตัวช่วยดับร้อนชั้นยอดที่คุณสามารถทานได้ทุกวันแบบไม่รู้สึกผิด
วิธีรับประทาน แค่ "แช่ บิด ชิม"
เพียงนำซองไปแช่ในช่องฟรีซประมาณ 8 ชั่วโมง คุณจะได้ไอศกรีมเกล็ดหิมะเนื้อนุ่ม พร้อมทานทันที หรือ
จะนำไปครีเอทเมนูใหม่ๆ ก็ทำได้หลากหลาย:
• แบบไอซ์ป๊อบ นำไปแช่ในช่องแช่แข็ง จนแข็งตัว แล้วทานจากซองได้เลย
• แบบคำเล็กน่ารัก เปิดซองแล้วเทของลงในถาดน้ำแข็ง เพื่อทำเป็นรูปทรงต่างๆตามใจชอบ แล้วนำไปแช่แข็ง
ให้เป็นก้อนขนาดพอดีคำ
• แบบผสมเครื่องดื่ม นำ"ไอซ์ป๊อปแบบคำเล็ก" ที่แช่แข็งแล้ว(จากข้อ 2) ใส่ลงในแก้ว จากนั้นเติมไซเดอร์
หรือโซดาลงไป เพื่อเพิ่มความสดชื่นซ่าถึงใจ
คำเตือน : โปรดระวังอย่าให้ขอบซองบาดมือหรือปากขณะเปิด
ไม่ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหน หรือจะอยู่ในไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ “ไอซ์ป๊อปฝรั่ง” คือตัวเลือกที่บาลานซ์ความอร่อยและความสดชื่นได้อย่างลงตัวที่สุด บอกเลยว่าถ้าได้ลองแล้ว จะเผลอกินเพลินจนหมดซองแบบไม่รู้ตัวแน่นอน
ขนมญี่ปุ่นแบบเบาๆ ไม่หวานเลี่ยน และ ได้รสชาติชาเขียวแท้ๆ ต้องไม่พลาด
ใครที่กำลังมองหาของหวานญี่ปุ่นแบบเบาๆทานง่าย และให้ความรู้สึกสดชื่นไม่เหมือนใคร ต้องลอง วาราบิโมจิตัวนี้ ขนมชิ้นเล็กๆนี้จะทำให้วันของคุณสดใสขึ้นแน่นอน วาราบิโมจิเป็นขนมหวานญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ทำจากแป้งวาราบิ(แป้งที่สกัดจากหัววาราบิ) ที่มีจุดเด่นคือ สัมผัสที่นุ่มนิ่มเหมือนเยลลี่ แต่จะมีความเหนียวนุ่มและยืดหยุ่นกว่าโมจิทั่วไป วาราบิโมจิชิ้นนี้พิเศษตรงที่เป็นรสชาเขียวมัทฉะ และถูกนำไปคลุกเคล้ากับผงชาเขียวมัทฉะ หอมๆจนทั่วชิ้น ผงชาเขียวมัทฉะ นั้นมาจากจังหวัดชิซึโอกะซึ่งเป็นแหล่งผลิตชาเขียวคุณภาพเยี่ยมของญี่ปุ่น ทำให้ได้รสชาติเข้มข้น หอมละมุน และมีขมเล็กน้อยแบบเป็นธรรมชาติมาตัดกับความหวานอ่อนๆ ของตัวโมจิได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่าย ทานคู่กับชาเขียวร้อนที่ไม่หวานเลย หรือจะลองทานคู่กับกาแฟดำก็เข้ากันดี รับรองว่าความนุ่มนิ่มและรสชาติชาเขียวแท้ๆ จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นเหมือนได้นั่งพักผ่อนอยู่ในญี่ปุ่น
วิธีทานวาราบิโมจิ :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เมนูทานคู่แนะนำ
วาราบิโมจิรสชาเขียวมีรสชาติมัทฉะเข้มข้น หอม และหวานอ่อนๆ จึงเข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มและของหวานอื่นๆ ดังนี้:
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
คู่กับกาแฟ:
• กาแฟดำเย็น/ร้อน : ความขมของกาแฟจะช่วยดึงความหวานและความหอมของมัทฉะในโมจิออกมา
• ลาเต้: เข้ากันได้ดีกับความนุ่มละมุนของวาราบิโมจิ
คู่กับของหวานอื่น ๆ:
• ท็อปปิ้งไอศกรีม: นำไปวางบนไอศกรีมรสวานิลลา หรือไอศกรีมถั่วแดง เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบ
• พาร์เฟต์สไตล์ญี่ปุ่น: ใช้เป็นส่วนประกอบในพาร์เฟต์หรือน้ำแข็งไส เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเมนู
• เครื่องดื่มสร้างสรรค์: ใช้เป็นท็อปปิ้งในเครื่องดื่มประเภทนมหรือชา เช่น มัทฉะลาเต้ หรือบราวน์ชูการ์
เปลี่ยนหน้าร้อนให้เป็นสวรรค์ด้วย "ไอซ์ป๊อปมะม่วง" เมื่ออากาศร้อนๆมาเยือน ไม่มีอะไรจะช่วยให้สดชื่นได้ดีเท่าของหวานเย็นฉ่ำ ไอซ์ป๊อบรสมะม่วงคือคำตอบที่ลงตัวที่สุด ลืมการทานมะม่วงแบบเดิมๆไปได้เลย เพราะนี่คือนวัตกรรมความอร่อยในรูปแบบซองที่คัดสรรเนื้อมะม่วงคุณภาพดีเข้มข้นสูงถึง 50% นำมาปรุงเป็นสูตรพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการแช่แข็งโดยเฉพาะ ให้รสสัมผัสหวานหอมจากมะม่วงแท้ๆ เนียนนุ่มละมุนลิ้น กินง่าย เพลินทุกคำ เพียงแค่แช่ในช่องฟรีซประมาณ 8 ชั่วโมง ก็จะได้ไอซ์ป๊อปเย็นฉ่ำ พร้อมเติมความสดชื่นให้คุณในทันที หรือจะนำไปประยุกต์ทำเมนูอื่นๆ เช่น ใส่โซดา ปั่นเป็นสมูทตี้ หรือทำเป็นของหวานสไตล์คาเฟ่ก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยได้อีกระดับ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็สามารถเพลิดเพลินกับไอซ์ป๊อปมะม่วงได้ทุกเวลา ด้วยขนาดพอดีมือ พกพาง่าย เหมาะทั้งทานเล่นที่บ้าน พกไปเที่ยว หรือเติมความสดชื่นระหว่างวัน
ทำไมต้องลอง ไอซ์ป๊อปมะม่วง?
• หอมหวานรสมะม่วงแท้ เติมความสดใสให้ทุกวันของคุณ ไม่ว่าจะร้อนแค่ไหนก็เอาอยู่
• บรรจุภัณฑ์ออกแบบมาให้เก็บในอุณหภูมิห้องได้ ช่วยประหยัดพื้นที่ในตู้เย็น พกพาง่ายไปได้ทุกที่
• ให้พลังงานเพียง 80 kcal แถมโซเดียมต่ำ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับของว่างในวันหยุดหรือหลังมื้ออาหาร
วิธีรับประทาน แค่ "แช่ บิด ชิม"
เพียงนำซองไปแช่ในช่องฟรีซประมาณ 8 ชั่วโมง คุณจะได้ไอศกรีมเกล็ดหิมะเนื้อนุ่ม พร้อมทานทันที หรือ
จะนำไปครีเอทเมนูใหม่ๆ ก็ทำได้หลากหลาย:
• แบบไอซ์ป๊อบ นำไปแช่ในช่องแช่แข็ง จนแข็งตัว แล้วทานจากซองได้เลย
• แบบคำเล็กน่ารัก เปิดซองแล้วเทของลงในถาดน้ำแข็ง เพื่อทำเป็นรูปทรงต่างๆ ตามใจชอบ แล้วนำไปแช่แข็ง
ให้เป็นก้อนขนาดพอดีคำ
• แบบผสมเครื่องดื่ม นำ"ไอซ์ป๊อปแบบคำเล็ก" ที่แช่แข็งแล้ว(จากข้อ 2) ใส่ลงในแก้ว จากนั้นเติมไซเดอร์
หรือโซดาลงไป เพื่อเพิ่มความสดชื่นซ่าถึงใจ
คำเตือน : โปรดระวังอย่าให้ขอบซองบาดมือหรือปากขณะเปิด
ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็เพลิดเพลินกับประสบการณ์ใหม่ของการทานมะม่วงได้ทุกเวลา แค่แช่เย็นแล้วบิด ก็สัมผัสรสชาติมะม่วงแท้ได้ทุกที่ทุกเวลา!
เส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปเข้มข้น อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
สุดยอดขนมญี่ปุ่นคลายร้อน! อร่อยง่าย ๆ แค่คลายความเย็น
วาราบิโมจิ คือขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มละลาย ผสานความหวานลึกของน้ำตาลทรายแดง และกลิ่นหอมของถั่วเหลืองคั่ว เป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล หัวใจสำคัญของวาราบิโมจิอยู่ที่ “แป้งวาราบิ” ซึ่งได้จากรากของพืชตระกูลเฟิร์นญี่ปุ่น เมื่อนำมาผ่านกระบวนการนวดอย่างพิถีพิถัน จะได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม หนึบ เด้งและละลายในปาก แตกต่างจากโมจิทั่วไปที่ทำจากข้าวเหนียว ด้วยความอ่อนโยนของเนื้อแป้ง จึงให้สัมผัสที่ละเอียดและพรีเมียมยิ่งกว่า ความพิเศษอีกขั้นอยู่ที่การใช้น้ำตาลทรายแดงจากโอกินาว่า หรือ “คุโระซาโตะ” ซึ่งไม่ได้ใช้เป็นแค่น้ำเชื่อมราดเท่านั้น แต่ถูกนวดผสมเข้าไปในเนื้อวาราบิโมจิตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ทำให้ขนมมีสีน้ำตาลอ่อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอ้อย และรสหวานที่ลึก กลมกล่อม ไม่ฉูดฉาด ซึมซับอยู่ในทุกคำที่กัด และที่ขาดไม่ได้ของวาราบิโมจิ นั่นคือการโรย “คินาโกะ”หรือผงถั่วเหลืองคั่วอย่างดี ที่มีกลิ่นหอมถั่วคั่ว และ รสสัมผัสที่นุ่มนวล มันๆ ซึ่งช่วยเสริมให้รสหวานของน้ำตาลทรายแดงมีความสมดุล หอมละมุน และลุ่มลึกยิ่งขึ้น
วิธีทานวาราบิโมจิแบบอร่อย :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
เมนูทานคู่แนะนำ :
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
วาราบิโมจิ คือขนมที่หลอมรวมวัตถุดิบธรรมชาติและศิลปะการทำขนมของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างลงตัว ละมุนในทุกคำ นุ่มหนึบทุกสัมผัส หวานหอมอย่างมีระดับ
ซอสสเต็กหัวหอมจากเอบาระ คือหนึ่งในเคล็ดลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นนิยมใช้ เพราะรสชาติไม่ได้แค่เค็มหรือหวาน แต่มีความกลมกล่อม จากการผสมผสานของหัวหอมที่ผ่านการปรุงจนหอมละมุน กับโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้ซอสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยขับรสชาติของเนื้อให้โดดเด่นขึ้น สิ่งที่ทำให้ซอสตัวนี้แตกต่างคือ มันไม่ได้กลบรสเนื้อ แต่กลับช่วยดึงรส ของวัตถุดิบออกมาให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวที่มีความฉ่ำ หมูที่นุ่ม หรือไก่ที่หอม ซอสจะเคลือบทุกคำให้มีมิติของรสชาติแบบพอดีๆ ไม่หนักจนเลี่ยน และไม่จางจนรู้สึกขาดอะไรไป สำหรับคนที่ทำอาหารทานเองที่บ้าน ซอสนี้เหมือนเป็นตัวช่วยลัดที่เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้ดูโปรขึ้นทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปรุงซอสเองหลายขั้นตอน แค่ย่างเนื้อให้ได้ระดับความสุกที่ชอบ แล้วราดซอสลงไป ความหอมจะลอยขึ้นทันทีเหมือนยืนอยู่หน้าเตาในร้านอาหารญี่ปุ่น ยิ่งถ้าใครทำร้านอาหารหรือขายเดลิเวอรี่ ซอสแบบซองยังช่วยควบคุมปริมาณได้ง่าย ทำให้รสชาติแต่ละจานคงที่ ลูกค้ากินครั้งไหนก็ได้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจอาหาร และความดีงามไม่ได้หยุดแค่สเต็ก เพราะซอสตัวนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอื่นได้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบิร์ก ข้าวผัด หรือเนื้อย่างกระทะร้อน เรียกได้ว่าซองเดียวแต่ใช้งานได้หลากหลาย ซอสตัวนี้คือคำตอบที่ทั้งง่ายและคุ้มค่า…แบบที่ลองครั้งเดียวแล้วมักจะมีติดบ้านยาวๆ
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• สเต็กเนื้อ/หมู/ไก่: ย่างเนื้อสัตว์ที่ชอบจนสุก พักเนื้อไว้ แล้วราดซอสจากถ้วยได้ทันที
• แฮมเบิร์ก: เนื้อบดปั้นก้อนย่างฉ่ำๆ ราดซอสนี้จะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้ดีมาก
• ปลาแซลมอนย่าง: ราดซอสนี้บนแซลมอนย่างเกลือ จะได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่น
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมหัวใหญ่ในกระทะ พอสุกแล้วเทซอส ลงไปคลุกให้เข้ากัน วางบนข้าวสวยร้อนๆ
• ข้าวหน้าหมูทอด: ใช้ราดแทนซสทงคัตสึแบบเดิมๆ สำหรับคนที่ชอบรสชาติที่หอมสดชื่นจากหอมหัวใหญ่
• หมูผัดหอมหัวใหญ่: ใช้ซอสนี้เป็นเบสในการผัดหมูสไลด์ เพิ่มต้นหอมญี่ปุ่นหรือพริกหยวก อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม
เส้นเหนียวนุ่ม ซุปกลมกล่อม อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
หากคุณเป็นสายทำอาหารที่หลงรักในรสชาติของอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง แต่กังวลเรื่องการเตรียมเครื่องปรุงที่ซับซ้อน ทั้งน้ำมันหอย ซีอิ๊ว เหล้าจีน และการคุมสมดุลรสชาติ Ebara แบรนด์เครื่องปรุงชั้นนำจากญี่ปุ่น ได้คิดค้นนวัตกรรมที่จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นด้วยซอสซีรีส์ "Petit" (พุจิ) ที่ย่อส่วนความอร่อยระดับภัตตาคารมาไว้ในถ้วยจิ๋วเพียงถ้วยเดียว
ทำไมต้อง "ชิงเยาโรซู" (Chin-jao Rosu)
เมนูเนื้อผัดพริกหยวก หรือ ชิงเยาโรซู คือเมนูยอดฮิตในครัวเรือนและร้านอาหารทั่วญี่ปุ่น จุดเด่นคือความกรอบของพริกหยวก ความนุ่มของเนื้อเส้น และรสชาติที่เค็มหวานกลมกล่อม จากซอสหอยนางรมผสานสารสกัดหอยเชลล์ หอม นัว แบบร้านดัง ซึ่งซอสของ Ebara นี้ได้ถอดรหัสความอร่อยนั้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
วิธีปรุงให้เหมือนมือโปร : เพื่อให้ได้รสสัมผัสที่ยอดเยี่ยมที่สุด
• การเตรียม: หั่นเนื้อและพริกหยวกให้เป็นเส้นยาวๆ ขนาดเท่าๆ กัน (หากชอบหน่อไม้เส้น สามารถเพิ่มลงไปได้)
• การผัด: ตั้งน้ำมันให้ร้อนจัด นำเนื้อลงไปผัดจนสีเริ่มเปลี่ยน 70-80% จากนั้นตามด้วยผักที่เตรียมไว้
• การปรุง: เมื่อผักเริ่มสลด ให้กดฝาซอส Ebara Petit แล้วเทลงไปทันที เร่งไฟแรงแล้วคลุกเคล้าเร็วๆ (ประมาณ 30 วินาที - 1 นาที) เพื่อให้ซอสเคลือบเงาไปบนชิ้นเนื้อ
• พร้อมเสิร์ฟ: ตักขึ้นใส่จาน ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ หรือข้าวหอมมะลิก็เข้ากันได้ดีเยี่ยม
แนะนำเมนูอาหาร
1. หมูสามชั้นผัดบล็อกโคลี่และเห็ดหอม
• ได้ความหวานจากบล็อกโคลี่และความหอมของเห็ดหอม ซึ่งเข้ากับเบสซอสหอยนางรมในแคปซูลได้ดี
2. ข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่น
• ปกติข้าวหน้าเนื้อจะใช้โชยุและมิริน ถ้าใช้ซอสตัวนี้จะได้ความหอมแบบอาหารจีน เข้ากับข้าวสวยร้อนๆ ได้ดีมาก
3. เต้าหู้ทรงเครื่องน้ำแดง
• เปลี่ยนจากเต้าหู้มาโปแบบเผ็ด มาเป็นแบบกลมกล่อมหอมกลิ่นหอยเชลล์
4. เส้นใหญ่ผัดซอสฮ่องกง
• เมนูนี้เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบทานก๋วยเตี๋ยวผัด
5. ผัดผักรวมมิตรทะเล
• เป็นเมนูเบสิกที่อร่อยขึ้นทันทีเพราะความ "อูมามิ" จากหอยเชลล์ในซอส
อร่อยเข้มข้นถึงเครื่องเทศ! ชาชูสูตรลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเลือกใช้
หมูชาชูสไลซ์ คือหัวใจของเมนูญี่ปุ่นสายอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นราเมง ดงบุริหรือข้าวหน้าหมู สูตรดั้งเดิมจะนำหมูสามชั้นหรือหมูส่วนสันคอไปตุ๋นช้า ๆ ในน้ำซอสโชยุ มิริน และน้ำตาล จนได้เนื้อหมูนุ่ม ฉ่ำ แทรกด้วยมันที่ละลายในปาก ผ่านการปรุงรสและสไลซ์มาเรียบร้อย ชิ้นสวยสม่ำเสมอ แช่แข็งทันทีเพื่อคงรสชาติและความชุ่มฉ่ำ เหมาะทั้งร้านอาหารญี่ปุ่น คาเฟ่ฟิวชัน ไปจนถึงร้านเดลิเวอรีที่ต้องการความเร็วแต่ไม่ลดคุณภาพ เป็นทางเลือกที่สะดวกสบายสำหรับผู้ที่ต้องการรังสรรค์เมนูอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่บ้านได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องเสียเวลาตุ๋นหมูเป็นชั่วโมง แต่ได้ฟีลเหมือนเคี่ยวเองหลังร้าน
ข้อมูลจำเพาะของสินค้า
• ขนาด 1 กิโลกรัม (ประมาณ 60 แผ่น) : (เส้นผ่านศูนย์กลาง 7.5–8.5 ซม. / ความหนา 2.5–3.5 มม.)
วิธีการใช้งานและการเก็บรักษา
• การเตรียมและอุ่นร้อน
- การละลาย : ควรนำชาชูออกมาละลายน้ำแข็งในปริมาณที่ต้องการรับประทานแต่ละครั้ง
• การอุ่นร้อน:
- วิธีง่ายที่สุด: เพียงแค่นำออกมาละลายและอุ่นร้อนก็พร้อมเสิร์ฟได้ทันที (การอุ่นในไมโครเวฟ 1-2 นาที) เพื่อเพิ่มความหอม สามารถนำไปจี่บนกระทะหรือใช้เบิร์นเนอร์เผาผิวเล็กน้อยหลังการละลาย เพื่อให้ได้กลิ่นหอมของการย่าง เหมือนที่ร้านราเมง
• การเก็บรักษา
- ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส ตลอดเวลา มักมีอายุประมาณ 6 เดือน ถึง 10 เดือนนับจากวันผลิต เมื่อเก็บในช่องแช่แข็งตามกำหนด
คำแนะนำ : เมื่อนำออกมาละลายแล้วควรรับประทานให้หมดโดยเร็ว ไม่ควรนำไปแช่แข็งซ้ำ
เมนูแนะนำ
ชาชูสไลซ์แช่แข็งเป็นวัตถุดิบอเนกประสงค์ที่สามารถใช้ได้หลากหลาย :
• ราเมง : วางบนเส้นร้อน ๆ เป็นท็อปปิ้งหลักที่ขาดไม่ได้สำหรับราเมงทุกประเภท
• ข้าวหน้าชาชู : วางบนข้าวสวยร้อน ๆ แล้วราดด้วยราดซอส เพิ่มไข่ออนเซ็น
• เครื่องเคียง : หั่นพอดีคำ เสิร์ฟกับต้นหอมและงาขาว ทานคู่กับสาเกหรือเบียร์
เคล็ดลับความอร่อยของ "ชาชูสไตล์ญี่ปุ่น"
• หัวใจของชาชูที่อร่อยตามแบบฉบับญี่ปุ่นอยู่ที่การปรุงรสชาติที่ลุ่มลึกและเนื้อสัมผัสที่นุ่มชุ่มฉ่ำ
• ส่วนผสมหลักของน้ำซอส : ประกอบด้วย ซีอิ๊วญี่ปุ่น (โชยุ), สาเก, มิริน, และน้ำตาลเล็กน้อย รสชาติที่ได้จะมีความเค็มหวานกลมกล่อม มีกลิ่นหอมของสาเกและมิริน
• เทคนิคการม้วน: การม้วนเนื้อหมูก่อนนำไปตุ๋น ทำให้ไขมันแทรกตัวอยู่ทั่วชิ้นเนื้อ เมื่อสไลซ์ออกมาจะได้เนื้อที่มีลายสวยงามและสัดส่วนของเนื้อ/ไขมันที่พอดีในแต่ละชิ้น
• การย่าง/จี่ก่อนตุ๋น : การนำไปจี่บนกระทะหรือย่างก่อนนำไปตุ๋น ช่วยให้เกิดปฏิกิริยา Maillard ซึ่งสร้างกลิ่นหอมและรสอูมามิที่เข้มข้นขึ้นในเนื้อหมู และช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ภายใน
เส้นเหนียวนุ่ม ซุปเข้มข้น อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
"โมซุกุ" เคล็ดลับอายุยืนส่งตรงจากโอกินาวะ สู่ถ้วยอร่อยเพื่อสุขภาพในทุกมื้อ
ทราบไหมคะว่าทำไมชาวโอกินาวะถึงได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มคนที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก? หนึ่งในเคล็ดลับที่สืบทอดกันมาคือการทาน "โมซุกุ" (Mozuku) เป็นประจำนั่นเอง สาหร่ายชนิดนี้มีความพิเศษกว่าสาหร่ายทั่วไปตรงที่มีความลื่นนุ่มเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเมือกลื่นๆ นี้อุดมไปด้วย "ฟูคอยแดน" (Fucoidan) และใยอาหารสูงที่มีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและบำรุงระบบขับถ่าย สำหรับสาหร่ายโมซูกุปรุงรสถ้วยนี้ ความพิเศษไม่ได้มีแค่ตัวสาหร่าย แต่ยังอยู่ที่การเลือกใช้ น้ำส้มสายชูข้าวกล้อง ที่ผ่านกระบวนการหมักแบบดั้งเดิม ทำให้ได้รสชาติที่หอมลึก นุ่มนวล มีกรดอะมิโนสูง และให้รสสัมผัสที่กลมกล่อมมากกว่าน้ำส้มสายชูทั่วไป ไม่เปรี้ยวจี๊ดจนเกินไป ทำให้ทานง่ายแม้สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับอาหารญี่ปุ่น
ทำไมคนญี่ปุ่นถึงชอบทานสาหร่ายลื่นๆ ในน้ำส้มสายชู?
หากคุณเคยเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม คุณอาจเคยเห็นถ้วยเล็กๆ นี้ถูกเสิร์ฟเป็นจานแรก นั่นคือภูมิปัญญาในการกิน เพราะรสเปรี้ยวอ่อนๆจะช่วย เปิดต่อมรับรส กระตุ้นน้ำย่อยให้ทำงานได้ดีขึ้น และเมือกของสาหร่ายยังเข้าไปช่วยเคลือบกระเพาะ ลดการดูดซึมน้ำตาลและไขมันจากมื้อหลักได้อีกด้วย เหมาะสำหรับพกไปทานที่ทำงาน หรือใช้เป็นเครื่องเคียงล้างปากระหว่างมื้อก็ลงตัว หรือ สายรักสุขภาพที่อยากเริ่มต้นดูแลตัวเองแบบคลีนๆ กินแล้วจะรู้เลยว่า... ของดีบางอย่าง ไม่ต้องปรุงเยอะก็อร่อยและได้ประโยชน์เต็มคำ
จุดเด่น "โมซุกุโอกินาวะ" ถ้วยโปรดของสายเฮลตี้
• ซูเปอร์ฟู้ด จากโอกินาวะ : ใช้สาหร่ายโมซุกุแท้จากแหล่งธรรมชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและอุดมไปด้วยแร่ธาตุ
• น้ำส้มข้าวกล้องหมัก : ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูดำชั้นดี รสสัมผัสนุ่มนวล หอมกลิ่นข้าวหมัก ไม่เปรี้ยวแหลม
• พลัง "ฟูคอยแดน" สูง : มีสารเมือกลื่นช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ และบำรุงสุขภาพจากภายใน
• แคลอรี่ต่ำ ตัวช่วยคุมน้ำหนัก : ใยอาหารสูง ช่วยให้อิ่มนาน ชะลอการดูดซึมน้ำตาลและไขมัน เหมาะกับคนรักรูปร่าง
เมนูแนะนำ
1. ไข่ลวกซอสโมซุกุ (Mozuku Onsen Egg) เมนูอาหารเช้าหรือมื้อเบาๆ ที่ได้โปรตีนและใยอาหาร
วิธีทำ: เตรียมไข่ลวก (ไข่ออนเซ็น) ใส่ถ้วย แล้วเท โมซุกุ ลงไปท็อปด้านบน
รสชาติ: ความมันของไข่แดงจะตัดกับความเปรี้ยวละมุนของน้ำส้มข้าวกล้องได้อย่างลงตัวมากครับ
2. โซเมนเย็นสดชื่น (Mozuku Somen) เปลี่ยนจากน้ำซุปโซเมนปกติมาเป็นสายสุขภาพ
วิธีทำ: ต้มเส้นโซเมนแล้วล้างน้ำเย็นจนเส้นหนึบ จัดใส่ถ้วยแล้วราดด้วย โมซุกุ
เครื่องเคียง: ทานคู่กับกุ้งต้ม ตัวช่วยเปิดต่อมรับรสในวันที่อากาศร้อนได้ดีเยี่ยม
3. ท็อปปิ้งเต้าหู้เย็น (Mozuku Cold Tofu) เมนูคลีนๆ สำหรับสายเฮลตี้
วิธีทำ: ใช้เต้าหู้คินุ (เต้าหู้อ่อน) แช่เย็นจัด วาง โมซุกุ ลงไปด้านบน โรยด้วยต้นหอมซอยและขิงขูด
ประโยชน์: ได้ทั้งโปรตีนจากถั่วเหลืองและฟูคอยแดนจากสาหร่ายในคำเดียว