ซอสคู่ครัวของสายปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติอาซาฮิคาวะ โชยุ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่ราเมนกึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• รสชาติอาซาฮิคาวะ โชยุ : น้ำซุปโชยุญี่ปุ่นเข้มข้น หอมกลิ่นถั่วเหลืองและดาชิ ให้รสชาติกลมกล่อม เหมือนได้นั่งทานที่ฮอกไกโด
เพิ่มความอร่อยง่ายๆ : ใน 1 ซองมีซุปสำหรับ 1 ที่ เพียงลวกเส้นให้สุก แล้วเติมหมูชาชู หน่อไม้ดอง และต้นหอมญี่ปุ่นซอย ก็ยกระดับให้เป็นราเมนแสนอร่อย ที่อร่อยจนลืมไปเลยว่าทำทานเองที่บ้าน
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติคุชิโระ โชยุ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• ซุปโชยุสูตรคุชิโระ : เป็นซุปโชยุที่มีความหอมจากส่วนผสมของปลาโอแห้งและเครื่องเทศ ให้รสชาติที่เค็มหวานอย่างลงตัว
เคล็ดลับความอร่อย : ราเมนคุชิโระมักจะเข้ากันได้ดีกับเครื่องเคียงง่ายๆ อย่างเช่น แผ่นสาหร่ายย่าง และต้นหอมญี่ปุ่นซอย รสสัมผัสของสาหร่ายจะยิ่งช่วยชูความหอมของซุปโชยุให้ชัดเจนขึ้น เหมือนได้ไปนั่งกินอยู่ที่ริมอ่าวคุชิโระเลยค่ะ
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
ชวนคุณมาชิมปลากระป๋องสไตล์ญี่ปุ่น
ปลาแมคเคอเรลในซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่น ผลิตจากปลาคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น ก้างน้อย หมักด้วยซีอิ้วให้รสเค็มหวาน กระป๋องเปิดง่ายพร้อมเสริฟ์ ให้คุณสามารถทานได้ทันที หรือจะนำมาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ๆ ในแบบของคุณ
หากคุณกำลังมองหาของหวานที่ทั้งอร่อยและมีเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่น พุดดิ้งนมถั่วเหลืองวานิลลา คืออีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาด ด้วยการนำถั่วเหลืองคุณภาพดีมาผลิตเป็นพุดดิ้งเนื้อเนียนละเอียด ผสานกลิ่นวานิลลาหอมละมุน ทำให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มนวลและอร่อยแตกต่างจากพุดดิ้งทั่วไป ทันทีที่ตักเข้าปาก คุณจะสัมผัสได้ถึงความครีมมี่เบาๆ เนื้อพุดดิ้งละลายอย่างนุ่มนวล พร้อมกลิ่นวานิลลาที่ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยในทุกคำ ความหวานกำลังดี ไม่หนักจนเกินไป จึงสามารถรับประทานได้เรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกเลี่ยน นอกจากนี้ยังเป็นพุดดิ้งที่ ไม่ใช้ไข่ ในการผลิต เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงไข่แต่ยังอยากเพลิดเพลินกับขนมหวานเนื้อเนียนนุ่มแบบพรีเมียม สินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น ให้คุณสัมผัสรสชาติและคุณภาพแบบต้นตำรับได้ง่ายๆ ในทุกวัน
แนะนำใวิธีทาน :
• แช่เย็นก่อนรับประทาน 1-2 ชั่วโมง ยิ่งแช่เย็นจัดๆ เนื้อพุดดิ้งจะยิ่งเซ็ตตัวนุ่มเด้ง และช่วยชูรสชาติความหอมหวานให้สดชื่นยิ่งขึ้น
ไอเดียสร้างสรรค์มื้อของว่าง :
• ทานคู่กับผลไม้สดตระกูลเบอร์รี่ที่มีรสเปรี้ยวเพื่อตัดรสชาติ
• ใช้เป็นท็อปปิ้งบนไอศกรีมวานิลลาหรือซอฟต์เสิร์ฟ
• ทานคู่กับชาเขียวร้อนหรือกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล เข้ากันได้ดีมาก
ใครที่ชอบทานพุดดิ้งแต่กังวลเรื่องคอเลสเตอรอล หรือมีอาการแพ้ไข่ไก่ แนะนำขนมหวานส่งตรงจากญี่ปุ่น "พุดดิ้งถั่วเหลือง รสคาราเมล" จากแบรนด์ยามาคุ บอกเลยว่าเปิดถ้วยมาก็ใจละลายแล้ว เพราะกลิ่นหอมของคาราเมลคั่วนั้นหอมเตะจมูกมากๆ พอลองตักทานคำแรก เนื้อพุดดิ้งมีความเนียนนุ่ม ละเอียด ละลายในปาก รสชาติมีความเข้มข้นแต่เป็นความหวานที่ละมุน ไม่หวานตัดขา ที่สำคัญเค้าใช้ถั่วเหลืองคัดสรรมาเป็นอย่างดี และเป็นสูตร Egg-Free (ไม่ใส่ไข่) ทำให้ทานได้อย่างสบายใจ เบาสบายท้อง จะทานเป็นของว่างยามบ่ายคู่กับชา-กาแฟ หรือจะแช่เย็นจัดๆ เอาไว้กินเติมความสดชื่นหลังมื้ออาหารก็ฟินสุดๆ ถ้วยขนาดกำลังดี ทานเพลินหมดถ้วยไม่รู้ตัว ใครสายขนมญี่ปุ่นบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขา
แนะนำใวิธีทาน :
• แช่เย็นก่อนรับประทาน 1-2 ชั่วโมง ยิ่งแช่เย็นจัดๆ เนื้อพุดดิ้งจะยิ่งเซ็ตตัวนุ่มเด้ง และช่วยชูรสชาติความหอมหวานให้สดชื่นยิ่งขึ้น
ไอเดียสร้างสรรค์มื้อของว่าง :
• ทานคู่กับผลไม้สดตระกูลเบอร์รี่ที่มีรสเปรี้ยวเพื่อตัดรสชาติ
• ใช้เป็นท็อปปิ้งบนไอศกรีมวานิลลาหรือซอฟต์เสิร์ฟ
• ทานคู่กับชาเขียวร้อนหรือกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล เข้ากันได้ดีมาก
สัมผัสความฟินส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น จากแบรนด์ Yamaku ผู้ผลิตขนมเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงยาวนาน รังสรรค์ขึ้นด้วยความพิถันตามภูมิปัญญา โดยผสมผสานระหว่างนมถั่วเหลืองเข้มข้นชั้นดีและมันหวานญี่ปุ่นแท้ๆ จนได้เนื้อพุดดิ้งสีเหลืองนวลเป็นธรรมชาติ โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม บางเบา และละลายในปากอย่างนุ่มนวล มอบรสชาติหวานละมุนอย่างอ่อนโยน ผสานความหอมมันเข้มข้นนุ่มลึกฃ และ กลิ่นของมันหวานเผาสไตล์ญี่ปุ่นอย่างลงตัว พิเศษสุดด้วยสูตร (Egg-Free / ไม่ใช้ไข่ไก่) อร่อยได้อย่างสบายใจสำหรับผู้ที่แพ้ไข่ไก่หรือต้องการเลี่ยงไข่ เพียงแช่เย็นจัดแล้วตักทานยามบ่าย คู่กับชาอุ่นๆ หรือกาแฟดำสักแก้ว ก็พร้อมเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาคาเฟ่สุดพิเศษส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทันที
แนะนำใวิธีทาน :
• แช่เย็นก่อนรับประทาน 1-2 ชั่วโมง ยิ่งแช่เย็นจัดๆ เนื้อพุดดิ้งจะยิ่งเซ็ตตัวนุ่มเด้ง และช่วยชูรสชาติความหอมหวานให้สดชื่นยิ่งขึ้น
ไอเดียสร้างสรรค์มื้อของว่าง :
• ทานคู่กับผลไม้สดตระกูลเบอร์รี่ที่มีรสเปรี้ยวเพื่อตัดรสชาติ
• ใช้เป็นท็อปปิ้งบนไอศกรีมวานิลลาหรือซอฟต์เสิร์ฟ
• ทานคู่กับชาเขียวร้อนหรือกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล เข้ากันได้ดีมาก
สัมผัสความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นกับพุดดิ้งถั่วเหลืองยูสุครีมชีส เนื้อเนียนละเอียดนุ่มละลายในปาก ผลิตจากถั่วเหลืองคุณภาพดี ผสานความหอมสดชื่นของยูสุ (Yuzu) ผลไม้ตระกูลส้มชื่อดังจากญี่ปุ่น และความเข้มข้นละมุนของครีมชีสได้อย่างลงตัว ให้รสชาติหวานกำลังดี สดชื่นเบาๆ กินง่าย ไม่เลี่ยน เหมาะสำหรับรับประทานได้ทุกช่วงเวลา จุดเด่นของพุดดิ้งถ้วยนี้คือเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนเป็นพิเศษ พร้อมสูตรไม่ใช้ไข่ เหมาะสำหรับผู้ที่หลีกเลี่ยงการรับประทานไข่ หรือผู้ที่ชื่นชอบขนมสไตล์ญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกเบา สบาย และอร่อยอย่างมีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นของว่างระหว่างวัน ของหวานหลังมื้ออาหาร หรือแช่เย็นก่อนรับประทานเพื่อเพิ่มความสดชื่น ก็ช่วยเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขได้อย่างลงตัวในทุกคำ
แนะนำใวิธีทาน :
• แช่เย็นก่อนรับประทาน 1-2 ชั่วโมง ยิ่งแช่เย็นจัดๆ เนื้อพุดดิ้งจะยิ่งเซ็ตตัวนุ่มเด้ง และช่วยชูรสชาติความหอมหวานให้สดชื่นยิ่งขึ้น
ไอเดียสร้างสรรค์มื้อของว่าง :
• ทานคู่กับผลไม้สดตระกูลเบอร์รี่ที่มีรสเปรี้ยวเพื่อตัดรสชาติ
• ใช้เป็นท็อปปิ้งบนไอศกรีมวานิลลาหรือซอฟต์เสิร์ฟ
• ทานคู่กับชาเขียวร้อนหรือกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล เข้ากันได้ดีมาก
สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ในรูปแบบที่ง่ายกว่าเดิม ซุปหูฉลามสูตรนี้เน้นความลงตัวของ "ซอสโชยุ" และน้ำซุปสกัดจากโครงไก่และหมู ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ตามแบบฉบับอาหารกวางตุ้งแท้ๆ เนื้อซุปมีความข้นกำลังดี เมื่อทานคู่กับหูฉลามและเห็ดหูหนูจะให้สัมผัสที่กรุบกรอบและนุ่มละมุนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับเป็นเมนูบำรุงร่างกายหรืออาหารจานพิเศษสำหรับครอบครัว หากพูดถึงเมนูระดับตำนานที่ครองใจเหล่านักชิมมาอย่างยาวนาน "ซุปหูฉลาม" คือหนึ่งในลิสต์อันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และการเคี่ยวน้ำซุปที่ต้องใช้ความพิถีพิถันขั้นสูง แต่จะดีแค่ไหน... ถ้าเราสามารถยกเอาบรรยากาศและรสชาติระดับภัตตาคารหรูจากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ที่โต๊ะอาหารในบ้านได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที ซุปหูฉลามเข้มข้นซองนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ซุปกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่ส่งตรงมาจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งที่มีการคัดสรรวัตถุดิบจากทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะหูฉลามที่ผ่านการคัดไซส์และคุณภาพอย่างละเอียด ผสมผสานกับภูมิปัญญาการปรุงอาหารสไตล์กวางตุ้งที่เน้นการดึงรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด
วิธีการปรุงอาหาร
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
*** นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ข้าวต้ม ชะวันมูชิ และบะหมี่เกี๊ยว
เคล็ดลับความอร่อย
• ตัดเลี่ยน: แนะนำให้เหยาะ จิ๊กโฉ่ว (ซอสเปรี้ยว) และ พริกไทยขาว เล็กน้อย จะช่วยชูรสชาติโชยุให้เด่นชัดและกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• เพิ่มเครื่อง: สามารถเติมเนื้อปูแกะ, กุ้งสับ หรือเห็ดหอมซอยลงไปต้มพร้อมซุป เพื่อเพิ่มความหรูหราและเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้นครับ
ซอสสเต็กหัวหอมจากเอบาระ คือหนึ่งในเคล็ดลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นนิยมใช้ เพราะรสชาติไม่ได้แค่เค็มหรือหวาน แต่มีความกลมกล่อม จากการผสมผสานของหัวหอมที่ผ่านการปรุงจนหอมละมุน กับโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้ซอสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยขับรสชาติของเนื้อให้โดดเด่นขึ้น สิ่งที่ทำให้ซอสตัวนี้แตกต่างคือ มันไม่ได้กลบรสเนื้อ แต่กลับช่วยดึงรส ของวัตถุดิบออกมาให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวที่มีความฉ่ำ หมูที่นุ่ม หรือไก่ที่หอม ซอสจะเคลือบทุกคำให้มีมิติของรสชาติแบบพอดีๆ ไม่หนักจนเลี่ยน และไม่จางจนรู้สึกขาดอะไรไป สำหรับคนที่ทำอาหารทานเองที่บ้าน ซอสนี้เหมือนเป็นตัวช่วยลัดที่เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้ดูโปรขึ้นทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปรุงซอสเองหลายขั้นตอน แค่ย่างเนื้อให้ได้ระดับความสุกที่ชอบ แล้วราดซอสลงไป ความหอมจะลอยขึ้นทันทีเหมือนยืนอยู่หน้าเตาในร้านอาหารญี่ปุ่น ยิ่งถ้าใครทำร้านอาหารหรือขายเดลิเวอรี่ ซอสแบบซองยังช่วยควบคุมปริมาณได้ง่าย ทำให้รสชาติแต่ละจานคงที่ ลูกค้ากินครั้งไหนก็ได้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจอาหาร และความดีงามไม่ได้หยุดแค่สเต็ก เพราะซอสตัวนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอื่นได้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบิร์ก ข้าวผัด หรือเนื้อย่างกระทะร้อน เรียกได้ว่าซองเดียวแต่ใช้งานได้หลากหลาย ซอสตัวนี้คือคำตอบที่ทั้งง่ายและคุ้มค่า…แบบที่ลองครั้งเดียวแล้วมักจะมีติดบ้านยาวๆ
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• สเต็กเนื้อ/หมู/ไก่: ย่างเนื้อสัตว์ที่ชอบจนสุก พักเนื้อไว้ แล้วราดซอสจากถ้วยได้ทันที
• แฮมเบิร์ก: เนื้อบดปั้นก้อนย่างฉ่ำๆ ราดซอสนี้จะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้ดีมาก
• ปลาแซลมอนย่าง: ราดซอสนี้บนแซลมอนย่างเกลือ จะได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่น
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมหัวใหญ่ในกระทะ พอสุกแล้วเทซอส ลงไปคลุกให้เข้ากัน วางบนข้าวสวยร้อนๆ
• ข้าวหน้าหมูทอด: ใช้ราดแทนซสทงคัตสึแบบเดิมๆ สำหรับคนที่ชอบรสชาติที่หอมสดชื่นจากหอมหัวใหญ่
• หมูผัดหอมหัวใหญ่: ใช้ซอสนี้เป็นเบสในการผัดหมูสไลด์ เพิ่มต้นหอมญี่ปุ่นหรือพริกหยวก อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม
สาหร่ายฮิจิกิ ผสมถั่วเหลืองและแครอทต้มสุกปรุงรส
เป็นหนึ่งในเมนุยอดฮิตของชาวญี่ปุ่น มีเอกลักษณ์เป็นสาหร่ายสีดำโดยธรรมชาติ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำมาผสมกับถั่วเหลือง และแครอท เหมาะสำหรับรับประทานเป็นเครื่องเคียง และยังนิยมนำมาคลุกกับข้าวปั้นโอนิกิริอีกด้วย
คำแนะนำในการเก็บรักษา
• ควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 0-10 องศา
• หลังจากเปิดซองแล้วหากทานไม่หมด แนะนำให้ใส่กล่องปิดให้สนิทและเก็บไว้ในตู้เย็น
• ควรรับประทานให้หมดภายใน 3 วัน หลังจากที่เปิดซอง
หิวเมื่อไหร่ แค่เวฟก็สุดฟิน!
เนื้อไก่นุ่มๆทอด กรอบนอก ฉ่ำใน กับซอสมายองเนส และ ราดด้วยซอสเทอริยากิหวานเผ็ด(เล็กน้อย) สูตรพิเศษแบบญี่ปุ่นแท้ๆ การอุ่นอาหารก็แสนจะง่าย เพียงนำออกมาวางไว้อุณหภูมิห้อง 20 นาที และ นำอาหารเข้าไมโครเวฟ แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟ และยังเข้ากันได้ดีกับข้าว และ มีรูปทรงสะดวกทำให้ใส่กล่องข้าวได้ง่าย เหมาะสำหรับกล่องอาหารกลางวัน และยังเป็นเครื่องเคียงที่รวดเร็วอีกด้วยค่ะ ✨
♨️ วิธีการอุ่นด้วยไมโครเวฟ
ฉีกซองแล้วนำผลิตภัณฑ์ออกจากถุงแล้วนำไปวางบนถาดในไมโคเวฟ ตามจำนวนชิ้น ดังนี้
⏱️เวลาที่ใช้ในการอุ่น:
• ไมโครเวฟ 500 W :
1 ชิ้น ประมาณ 20 วินาที
2 ชิ้น ประมาณ 40 วินาที
3 ชิ้น ประมาณ 50 วินาที
• ไมโครเวฟ 600 W :
1 ชิ้น ประมาณ 20 วินาที
2 ชิ้น ประมาณ 30 วินาที
3 ชิ้น ประมาณ 40 วินาที
(พักไว้สักครู่ก่อนทาน เพราะไส้ด้านในอาจร้อนมาก)