ซอสเกี๊ยวซ่า (Gyoza Sauce) แบรนด์ เบลฟู้ดส์ (Bell Foods) เป็นเครื่องปรุงรสสำเร็จรูปที่คิดค้นขึ้นเพื่อใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับเกี๊ยวซ่าโดยเฉพาะ เป็นที่ทราบกันดีว่า เกี๊ยวซ่าในประเทศญี่ปุ่นมักจะรับประทานคู่กับน้ำจิ้มที่มีส่วนผสมหลักของโชยุ (Shoyu) หรือซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำส้มสายชู (Vinegar) และน้ำมันพริกเผาญี่ปุ่นที่เรียกว่ารายุ (Rāyu) แต่สำหรับซอสเกี๊ยวซ่าของเบลฟู้ดส์นี้ ได้ถูกปรุงรสชาติมาอย่างพิถีพิถันจากส่วนผสมที่ลงตัว เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
จุดเด่นของซอสเกี๊ยวซ่าเบลฟู้ดส์คือการผสมผสานรสชาติที่สมดุลระหว่างความเค็ม อมเปรี้ยว และเผ็ดเล็กน้อย โดยรสชาติที่โดดเด่นมาจากโชยุญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ ผสมกับความเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูหมัก และความเผ็ดหอมของน้ำมันรายุ ซึ่งช่วยเติมเต็มรสอูมามิของเกี๊ยวซ่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์นี้จึงมีความสะดวกอย่างยิ่ง เพราะไม่ต้องเสียเวลาผสมโชยุ น้ำส้มสายชู และรายุเอง ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับเกี๊ยวซ่ารสชาติดีได้ทันที
แม้ซอสนี้จะถูกออกแบบมาสำหรับเกี๊ยวซ่า แต่ด้วยรสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อม ก็สามารถนำไปใช้เป็นน้ำจิ้มหรือน้ำราดสำหรับอาหารประเภทอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว เช่น น้ำจิ้มสำหรับสเต็กแฮมเบิร์ก (Hamburg Steak) หรือใช้เป็นซอสสำหรับราดเต้าหู้เย็น (Hiyayakko) เพื่อเพิ่มรสชาติที่สดชื่น
วิธีใช้ซอสเกี๊ยวซ่า
1. จัดเรียงเกี๊ยวซ่าที่ทอดหรือนึ่งเสร็จแล้วลงในจาน
2. เทซอสเกี๊ยวซ่าลงในถ้วยเล็ก ๆ
3. จิ้มเกี๊ยวซ่ากับซอส และรับประทานได้ทันที
ลองเปิดประสบการณ์รสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ ด้วยซอสเกี๊ยวซ่าสำเร็จรูปขวดนี้ ที่จะช่วยให้การทำเกี๊ยวซ่าที่บ้านของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
เติมรสอูมามิให้อาหารจานโปรดของคุณแบบง่ายๆ ด้วย Shio Konbu
ชิโอะคอมบุ (Shio Konbu) จากแบรนด์ Kurakon ผลิตโดยใช้สาหร่ายคอมบุของฮอกไกโดนำมาหั่นเป็นเส้นแล้วเคี่ยวอย่างพิถีพิถันด้วยโชยุ เกลือ และเครื่องปรุงอื่นๆ แล้วนำมาตากแห้ง เกิดเป็นรสชาติที่สมดุลทั้งความเค็มและความหวาน พร้อมกลิ่นหอมเข้มข้นจากท้องทะเล ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะรับประทานเป็นเครื่องเคียงกับข้าวร้อนๆ เสิร์ฟเป็นของทานเล่น หรือใช้เป็นส่วนผสมในเมนูต่างๆ อย่างโอชาสึเกะ, โอนิกิริ, ทามาโกะยากิ, สลัด, พาสต้า หรือข้าวผัด ก็ช่วยเสริมรสอูมามิให้แต่ละเมนูได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุ, วิตามิน, แคลเซียม, และใยอาหารจากสาหร่ายคอมบุอีกด้วย
มาทำข้าวปั้นซูชิกันค่ะ
อร่อยกับ ชิโอะ ยากิโซบะ แบบง่ายๆ ใน 3 นาที
ขนมข้าวอบกรอบ อาราเระ รสเกลือ Hanamoshio และ Shima Masu
Nagisa คราฟอาราเระ ขนมข้าวอบกรอบชิ้นพอดีคำ แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม
ตัวแป้งทำจากข้าวเหนียวโมจิเนื้อเนียน นำมาตากให้แห้ง และปรุงรสด้วยเกลือสูตรพิเศษ 2ชนิด
Setouchi no Hanamoshio" and "Okinawa's Shima-Maasu."
เกลือ Hanamoshio จากภูมิภาคเซโตอุจิของญี่ปุ่น จากการผสมเกลือทะเลกับสาหร่ายทะเล มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาตินุ่มนวลและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าเกลือทะเลทั่วไป
เกลือ Shima Masu จากโอกินาวา ขึ้นชื่อในเรื่องของรสที่กลมกล่อมและคุณค่าทางโภชนาการสูง เนื่องจากเกลือชนิดนี้ผลิตจากน้ำทะเลที่สะอาดของโอกินาวาโดยใช้วิธีการผลิตแบบดั้งเดิมที่ไม่ผ่านกระบวนการกลั่นมาก ทำให้มีแร่ธาตุและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าเกลือทะเลทั่วไป
รังสรรค์ข้าวซูชิรสกลมกล่อม ด้วยน้ำส้มแดงสูตรพิเศษ จากไมโดะ
น้ำส้มสายชูแดงสำหรับปรุงข้าวซูชิ จากตรา ไมโดะ (Maido) น้ำส้มสายชูสูตรพิเศษจากญี่ปุ่น ที่ช่วยให้การปรุงข้าวซูชิเป็นเรื่องง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เราได้เลือกใช้น้ำส้มสายชูแดงคุณภาพดี รสกลมกล่อมและมีอูมามิกว่าน้ำส้มปรุงรสข้าวทั่วไป เมื่อคลุกกับข้าวซูชิแล้ว ข้าวจะมีสีออกน้ำตาลแดงคล้ายข้าวกล้อง และให้รสชาติละมุนกลมกล่อมแบบต้นตำรับญี่ปุ่น
วิธีทำข้าวซูชิ (สำหรับข้าวญี่ปุ่นหุงสุก 10 กก.)
1. เทน้ำส้มสายชูแดง 1 ลิตรลงบนข้าวญี่ปุ่นหุงสุก
2. ใช้ทัพพีคลุกส่วนประกอบทั้งหมดให้เข้ากัน รอให้ข้าวอุ่นจึงนำไปปั้นทำซูชิ
คำแนะนำ
• เก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และพ้นจากแสงแดด
• หลังจากเปิดขวดแล้ว ควรเก็บแช่ในตู้เย็น
• ผลิตภัณฑ์อาจมีตะกอนจากวัตถุดิบ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช เคล็ดลับความอร่อยจากครัวญี่ปุ่น
"ชิโอะโคโช" (塩こしょう) หรือ เกลือและพริกไทยดำ เป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้ในครัวเรือน เพราะช่วยดึงรสชาติของวัตถุดิบให้อร่อยขึ้นแบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้เครื่องปรุงหลายชนิด อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ไม่ได้เป็นแค่เครื่องปรุงทั่วไป แต่เป็น "ผู้ช่วยเชฟ" ที่ช่วยให้การทำอาหารง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะทำเมนู เนื้อย่าง หมูทอด ไก่ย่าง บาร์บีคิว ซุป หรือแม้แต่อาหารตะวันตก ก็สามารถใช้ได้อย่างลงตัว แค่โรยเบาๆ ก็ได้รสชาติอร่อยแบบมืออาชีพ!
เมนูแนะนำ
♥ สเต๊กเนื้อพริกไทยเกลือ
วัตถุดิบ
- เนื้อสเต๊ก (ริบอาย, สันนอก หรือเนื้อที่ชอบ) 200 กรัม
- เฮ้าส์ อาจิซุเกะ ชิโอะโคโช 1 ช้อนชา
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
- เนย 10 กรัม
- กระเทียมฝานบาง 2-3 กลีบ
วิธีทำ:
1. โรย เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ให้ทั่วเนื้อทั้งสองด้าน
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอก พอร้อน ใส่เนื้อลงไปย่างให้สุกตามต้องการ
3. ใส่เนยและกระเทียมลงไปผัดให้หอม แล้วราดบนเนื้อ
4. เสิร์ฟพร้อมผักย่างหรือมันฝรั่งทอด
♥ ข้าวผัดญี่ปุ่น (ชิโอะยากิเมชิ)
วัตถุดิบ:
- ข้าวสวย 1 ถ้วย
- หมูสับ หรือไก่สับ 50 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช 1 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ:
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดหมูสับจนสุก
2. ตอกไข่ลงไป คนให้เข้ากันแล้วใส่ข้าวสวย
3. โรย เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ผัดให้เข้ากัน
4. โรยต้นหอมซอย แล้วตักเสิร์ฟ
เมนูไหนก็อร่อยขึ้น แค่มีติดครัวไว้! ☺️
อาหารจะอร่อยต้องเริ่มต้นจากส่วนผสมที่ดี
กำลังมองหาน้ำส้มสำหรับปรุงรสชาติข้าวซูชิอยู่หรือเปล่า
น้ำส้มปรุงรสข้าวซูชิตรา Maido ขวดนี้ ช่วยให้การปรุงรสชาติข้าวซูชิได้แบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เราได้เลือกใช้น้ำส้มสายชูคุณภาพดี ปรุงรสด้วย เกลือ น้ำตาล จนได้น้ำส้มปรุงสำเร็จที่มีรสชาติกลมกล่อมจนใครๆ ต้องติดใจ ไม่ต้องตวงสัดส่วนมิริน หรือสาเกเพิ่มอีก เพราะขวดนี้ขวดเดียวมีครบ
กินเหมือนบรรยากาศในร้าน ซุปเข้มข้น เส้นเหนียวหนึบ
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ที่ชาวญี่ปุ่นหลงรัก
“อิคุระ” คือไข่ปลาแซลมอน เป็นวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่ชาวญี่ปุ่นนิยมใช้ในอาหารมานานหลายศตวรรษ ด้วยเม็ดไข่สีส้มใสที่ระยิบระยับเหมือนอัญมณี และรสชาติกลมกล่อมเค็มนุ่มติดหวานละมุนในแบบทะเลเหนือแท้ ๆ ไข่ปลาแซลมอนถูกหมักด้วยโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้นอีกระดับ ทั้งหอม ทั้งนัว ลักษณะเม็ดโตใส เนื้อสัมผัสเด้งดึ๋ง แตกโพละในปาก พร้อมรสชาติอูมามิจากโชยุชั้นดี แค่โรยบนข้าวสวยร้อนๆ ก็เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้เป็นเมนูระดับภัตตาคารได้ทันที เหมาะกับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด ตั้งแต่ด้ง ซูชิ ไปจนถึงเมนูสไตล์ฟิวชัน ไข่ปลาแซลมอนกล่องนี้ ยังเหมาะกับคนรักอาหารญี่ปุ่นที่อยากสนุกกับการทำอาหารเองที่บ้าน แค่เปิดกล่อง ก็พร้อมเสิร์ฟความพรีเมียมในไม่กี่วินาที และยังเต็มไปด้วยโอเมก้า-3 ช่วยบำรุงสมองและหัวใจอีกด้วย ถ้าคุณกำลังมองหาวัตถุดิบระดับร้านอาหาร บอกเลยว่า “อิคุระ” คือคำตอบที่ใช่ อร่อย ทานง่าย พรีเมียม ทานได้ทุกโอกาส
ไข่ปลาแซลมอนหมักโชยุคืออะไร?
• คือไข่ของปลาแซลมอน (Salmon Roe) ที่ผ่านกระบวนการทำความสะอาดและนำไป หมักในน้ำซอสโชยุปรุงรสสูตรพิเศษ ของญี่ปุ่น ทำให้ไข่ปลามีรสเค็มกลมกล่อมและอูมามิ (รสชาติอร่อยล้ำลึก) โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม
• ทำไมต้องหมักโชยุ : การหมักโชยุเป็นการถนอมอาหารและเพิ่มรสชาติแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ทำให้ได้รสชาติที่ลงตัวที่สุด พร้อมรับประทานได้เลยทันทีที่ละลายน้ำแข็ง
• Ikura ต่างจาก Mentaiko อย่างไร : Ikura คือไข่ปลาแซลมอนเม็ดใหญ่ สีส้มแดงใส รสชาติเค็มกลมกล่อม แตกโพละในปาก ส่วน Mentaiko (เมนไทโกะ) คือไข่ปลาค็อดหรือปลา Pollock ที่มีขนาดเล็กกว่าและมักมีรสเผ็ด
การละลายน้ำแข็ง (สำคัญมาก!)
• วิธีที่ดีที่สุด: ย้ายอิกุระจากช่องแช่แข็งไปไว้ใน ช่องแช่เย็น (ตู้เย็นธรรมดา) ทิ้งไว้ข้ามคืน (ประมาณ 8-12 ชั่วโมง) เพื่อให้ละลายช้าๆ การละลายแบบนี้จะรักษาคุณภาพและเนื้อสัมผัสของไข่ปลาได้ดีที่สุด
• สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ห้ามแช่น้ำร้อน หรือวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพราะจะทำให้ไข่ปลาเสียเนื้อสัมผัสและความสด
วิธีรับประทาน (ง่ายและอร่อย)
• เริ่มต้นง่ายๆ: Ikura Don (ข้าวหน้าอิกุระ) ตักไข่ปลาแซลมอนโรยบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ ที่ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูข้าวเล็กน้อย
• เพิ่มความพรีเมียม: ใช้เป็นท็อปปิ้งบนซูชิ (เช่น Gunkan Maki), แซลมอนซาชิมิ, หรือใช้ผสมกับสลัดญี่ปุ่น
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
เพิ่มความอูมามิให้กับเมนูจานโปรดของคุณกับ เกลือ ฮากาตะ
เกลือ จากฮากาตะ ตัวรสของเกลือจะมีจุดที่พิเศษกว่าทั่วๆไป ซึ่งเป็นรสธรรมชาติที่ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งใดๆ เหมาะสำหรับนำไปใช้ในขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ เพื่อดึงรสชาติของวัตถุดิบนั้นๆออกมา
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
สุดยอดเกลือจากญี่ปุ่น เค็มน้อย อร่อยมาก