ช่วยชูรสชาติให้อาหารอร่อยยิ่งขึ้นด้วยน้ำส้มสายชูดำ
น้ำส้มสายชูดำ หรือ Black Vinegar ผลิตจากข้าวกล้องญี่ปุ่น หมักด้วยวิธีการเฉพาะจนได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ มีความหอมละมุน เหมาะกับการทำอาหารในเมนูผัดเปรี้ยวหวาน, น้ำสลัด, ผสมผักดอง, ใช้เป็นซอสจิ้ม หรือจะผสมน้ำกับน้ำผึ้งดื่มเพื่อสุขภาพ
ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูดำ
• ช่วยย่อยอาหาร: น้ำส้มสายชูดำมีกรดอะซิติก ซึ่งช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยอาหาร ช่วยให้อาหารย่อยง่ายขึ้น
• ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: น้ำส้มสายชูดำช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
• ลดความดันโลหิต: น้ำส้มสายชูดำช่วยลดความดันโลหิตสูง
• ลดคอเลสเตอรอล: น้ำส้มสายชูดำช่วยลดคอเลสเตอรอล LDL (คอเลสเตอรอลเลว)
• ต่อต้านอนุมูลอิสระ: น้ำส้มสายชูดำมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัยและป้องกันโรคต่างๆ
ปลดล็อกความลับสุขภาพดีจากญี่ปุ่น... ดื่มผัก 30 ชนิด ในขวดเดียว ทำไมถึงเป็นไปได?
ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การจะรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการกลายเป็นเรื่องที่ท้าทาย โดยเฉพาะ "การทานผัก" เชื่อไหมครับว่า กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น (MHLW) ได้กำหนดมาตรฐานไว้ว่า คนเราควรบริโภคผักให้ได้วันละ 350 กรัม เพื่อร่างกายที่แข็งแรงและห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
แต่คำถามคือ... ในหนึ่งวันเราจะทานผักสดปริมาณเกือบครึ่งกิโลกรัมไหวจริงๆ หรือ?
คาโกเมะ : คำตอบของการทานผักที่ง่ายและอร่อยที่สุด
Kagome (คาโกเมะ) แบรนด์น้ำผักผลไม้อันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี จึงได้คิดค้นน้ำผักเข้มข้น 100% รุ่น "Vegetables For One Day" ที่รวบรวมคุณค่าของผักหลากสีไว้มากถึง 30 ชนิด สกัดลงในขวดเดียว เพื่อให้คุณได้รับสารอาหารเทียบเท่ากับปริมาณผัก 350 กรัม ตามมาตรฐานญี่ปุ่นเป๊ะๆ โดยไม่ต้องนั่งเคี้ยวผักเป็นชามโตอีกต่อไป
ผัก 30 ชนิด" มีอะไรบ้าง?
สิ่งที่ทำให้คาโกเมะโดดเด่นกว่าน้ำผักทั่วไปคือ "ความหลากหลาย" เพราะผักแต่ละสีให้คุณประโยชน์ที่ต่างกัน:
• กลุ่มผักสีเขียว: เช่น เคล, ปวยเล้ง, อาชิตะบะ, และกิ่งเกนไซ ช่วยในเรื่องของคลอโรฟิลล์และการดีท็อกซ์
• กลุ่มผักสีส้มและเหลือง: เช่น แครอท, ฟักทอง, และข้าวโพด อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนสูงมาก (วิตามินเอสูงถึง 190%) ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ
• กลุ่มผักสีม่วงและแดง: เช่น มะเขือเทศ, กะหล่ำปลีม่วง, บีทรูท, และมะเขือม่วง ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์
• สมุนไพรและผักพื้นบ้าน: เช่น ขิง, ขึ้นฉ่าย, และรากโกโบ ที่ช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร
คุณสมบัติเด่น
• รวมผักมากถึง 30 ชนิด ในขวดเดียว
• ใช้วัตถุดิบเทียบเท่าผักสด ประมาณ 350 กรัม
• ไม่เติมน้ำตาล สี หรือวัตถุกันเสีย
• ให้พลังงานต่ำ ดื่มได้ทุกวัน ไม่รู้สึกผิด
• รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย แม้คนไม่ชอบกินผัก
ประโยชน์
• มีใยอาหารจากธรรมชาติ
• วิตามินจากผักและผลไม้ ช่วยดูแลร่างกายโดยรวม
• อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
• เหมาะกับคนทำงาน คนไม่ค่อยทานผัก เด็กโต และผู้ใหญ่
การดูแลตัวเองไม่จำเป็นต้องยากเสมอไป หากคุณเป็นคนที่ไม่ชอบทานผัก หรือเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังกลุ้มใจเรื่องลูกไม่ยอมทานผัก Kagome Vegetables For One Day คือ "ทางลัด" ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบ หรือดื่มหลังออกกำลังกาย เพียงแค่เปิดขวด คุณก็ได้ส่งต่อสุขภาพดีๆ ให้ร่างกายได้ทันที
"เพราะสุขภาพที่ดี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองในทุกวัน"
สัมผัสประสบการณ์ชาเขียวคุณภาพพรีเมียมจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่คัดสรรผงมัทฉะบริสุทธิ์ 100% มาจากแหล่งปลูกชาชั้นเลิศในจังหวัด ชิซูโอกะ (Shizuoka) ประเทศญี่ปุ่น ผงมัทฉะ นี้จะมอบรสชาติที่เข้มข้น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และสามารถใช้งานได้หลากหลายในทุกเมนู
ความโดดเด่นของมัทฉะจากชิซูโอกะ
แหล่งกำเนิดคุณภาพสูง: จังหวัดชิซูโอกะตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ มีสภาพอากาศที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการปลูกชาเขียว จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา"
ผงชาเขียวแท้ 100%: ผลิตจากใบชาเขียวคุณภาพดี โดยไม่มีการผสมสารแต่งกลิ่น สี หรือน้ำตาลใดๆ ทำให้คุณได้รับรสชาติและกลิ่นหอมของชาเขียวแท้แบบเต็มที่
รสชาติเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์: ด้วยคุณภาพของใบชาที่คัดเลือกมาอย่างดี มัทฉะนี้จึงมีรสชาติ อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นอย่างสมดุล ไม่ขมจนเกินไป และมีกลิ่นหอมสดชื่น
มัทฉะเพื่อไลฟ์สไตล์ที่ดี
มัทฉะ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะนอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
สารต้านอนุมูลอิสระสูง: มัทฉะเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกาย
ช่วยเพิ่มความสดชื่นและมีสมาธิ: มีสารคาเฟอีนและ L-Theanine ทำงานร่วมกัน ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีสมาธิ แต่ให้ความรู้สึกสงบ
ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถนำไปทำเครื่องดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น เช่น มัทฉะลาเต้, สมูทตี้ รวมถึงใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในการทำเบเกอรี่ ขนมหวาน และไอศกรีม
วิธีการเตรียมมัทฉะเบื้องต้น
1. ใช้ผงมัทฉะประมาณ 1-2 กรัม (ประมาณ 1 ช้อนชา) ลงในถ้วย
2. เติมน้ำร้อน (อุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส) 60-70 มล.
3. ใช้ไม้ตีชา (Chasen) หรืออุปกรณ์สำหรับตีชา คนหรือตีให้เกิดฟองละเอียดจนผงมัทฉะละลายเข้ากันดี
4. สามารถเติมน้ำร้อนเพิ่ม หรือผสมนมเพื่อทำมัทฉะลาเต้ได้ตามความชอบ
ผงมัทฉะ จากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) จึงเป็นตัวเลือกที่มั่นใจได้ มอบ มัทฉะแท้ ที่มีคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
ชาเขียวเซนฉะแบบใบ จากเมืองชิซูโอกะ
ชาเขียวญี่ปุ่น จากเมือง Shizuoka ถือเป็นชาเขียวคุณภาพดี มีชื่อเสียงทั้งในประเทศญี่ปุ่น และต่างประเทศ เราคัดเลือกแต่ยอดอ่อนของใบชา ผ่านกรรมวิธีหมักตามแบบเฉพาะ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติ สี และกลิ่นแบบต้นตำรับแท้ๆ
ขั้นตอนการชงชา
• เทน้ำเดือนลงในถ้วยชา 300 มล. แล้วรอให้น้ำเย็นลงประมาณ 80 องศา (เพื่อไม่ให้น้ำร้อนเกินไปจนทำให้รสชาติของชาขม)
• ใส่ใบชาลงในถ้วยชาประมาณ 6กรัม (1 ช้อนโต๊ะ) จากนั้นเติมน้ำร้อนที่เตรียมไว้ลงไป
• แช่ใบชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที หรือจนได้รสชาติตามที่ต้องการ (หากแช่นานเกินไปอาจจะทำให้ชาขม)
• กรองใบชาออกจากน้ำชา จากนั้นสามารถดื่มได้ทันที
ปลดล็อกเคล็ดลับผิวสวยและสุขภาพดีจากภายใน ด้วยพลัง "สีส้ม" จากคาโกเมะ
ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การจะหาเวลามานั่งทานผักให้ครบตามสัดส่วนที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนลงเอยด้วยการทานฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารจานด่วนที่ขาดวิตามิน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า ผิวพรรณไม่สดใส และระบบขับถ่ายติดขัด นี่คือเหตุผลที่คาโกเมะ แบรนด์น้ำผักผลไม้อันดับ 1 จากญี่ปุ่น คิดค้นสูตรน้ำผักผลไม้รวมผสมน้ำแครอทและส้ม ขึ้นมาเพื่อเป็นทางลัดสู่สุขภาพดีที่ "ดื่มง่าย" กว่าที่คุณเคยสัมผัส หัวใจสำคัญของขวดนี้คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง ผักและผลไม้ โดยมี "แครอท" เป็นพระเอกหลัก หลายคนอาจจะกังวลเรื่องกลิ่นเหม็นเขียวของผัก แต่ Kagome ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงจากญี่ปุ่นที่สามารถดึงเอาความหวานตามธรรมชาติของแครอทออกมา และตัดรสด้วยความเปรี้ยวสดชื่นจาก "ส้ม" ทำให้น้ำผักขวดนี้มีรสชาติที่กลมกล่อม หอมสดชื่น ดื่มแล้วรู้สึกรีเฟรชทันที โดยไม่ต้องเติมน้ำตาลทรายแม้แต่กรัมเดียว! คาโกเมะไม่ใช่แค่เครื่องดื่มทั่วไป แต่คือสัญลักษณ์ของความใส่ใจในแบบฉบับญี่ปุ่น ทุกหยดในขวดขนาด 720 มล. นี้ ผ่านกระบวนการคัดสรรวัตถุดิบอย่างเข้มงวด ไม่มีการใส่วัตถุกันเสีย ไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณและครอบครัวจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติของธรรมชาติแท้ๆ 100% เหมือนมีฟาร์มญี่ปุ่นมาเสิร์ฟถึงบ้าน
คุณสมบัติเด่น
• น้ำผักผลไม้ 100% จากแครอทและส้ม
• อุดมด้วยวิตามิน A และ C
• มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)
• ไม่เติมสี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย
• แบรนด์ KAGOME ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำผักผลไม้จากญี่ปุ่น
ประโยชน์
• ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ (วิตามิน A จากแครอท)
• เสริมภูมิคุ้มกัน (วิตามิน C จากส้ม)
• ช่วยลดความเครียดของเซลล์จากอนุมูลอิสระ
• เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบง่ายๆ ทุกวัน
เหนื่อยล้ามาทั้งวัน หรือเริ่มเช้าวันใหม่แบบอึนๆ ให้ Kagome ขวดนี้ช่วยดึงความสดใสกลับมา! การันตีคุณภาพส่งตรงจากญี่ปุ่น ดื่มง่าย ไม่เหม็นเขียว ใครที่ไม่ชอบกินผักต้องลอง แล้วคุณจะลืมภาพจำแบบเดิมๆ ไปเลย!
เพิ่มความสดชื่นแบบไร้คาเฟอีน ด้วยชาข้าวบาร์เลย์จากญี่ปุ่น
สำหรับคนที่ต้องการความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แต่ไม่อยากรับประทานเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เราขอแนะนำมูกิฉะหรือชาข้าวบาร์เลย์ค่ะ ชาชนิดนี้แท้จริงแล้วไม่มีส่วนผสมของใบชา แต่ผลิตขึ้นจากเมล็ดข้าวบาร์เลย์ที่นำมาคั่วบดแล้วบรรจุใส่ซองชา เพื่อนำมาชงกับน้ำร้อนหรือน้ำเย็น
ฮอนมะ มอน มูกิฉะห่อนี้ โดดเด่นด้วยการใช้ข้าวบาร์เลย์ชนิดเปลือกล่อน อิจิบังโบชิ (Ichibanbochi) จากจังหวัดคางาวะ 100% จึงทำให้มีรสชาติกลมกล่อม ไม่ขมฝาดเหมือนชาอื่นๆ และมาพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ น้ำชามีสีเหลืองทอง ให้ความรู้สึกสดชื่น ชุ่มคอ ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมดื่มมูกิฉะในฤดูร้อน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยทีเดียวค่ะ
วิธีการชงแบบร้อน
• ต้มน้ำ 1.5 ลิตรให้เดือด ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง แล้วต้มต่อไปอีกประมาณ 3-5 นาที จากนั้นยกลงจากเตา สามารถดื่มแบบร้อนหรือนำไปแช่เย็นก่อนดื่มก็ได้ค่ะ
วิธีการชงแบบเย็น
• ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง ลงในน้ำเย็น 1 ลิตร แล้วนำไปแช่เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมดื่มค่ะ
หอม ละมุน เอกลักษณ์แบบชาญี่ปุ่นแท้ด้วย "ยาบูกิตะ เบลนด์"
ยาบูกิตะ (Yabukita) เป็นสายพันธุ์ของต้นชา หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “ชะโนะกิ” (Chanoki) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในจังหวัดชิซูโอกะ ขึ้นชื่อว่าเป็นสายพันธุ์ชาคุณภาพสูง ให้รสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนเสน่ห์ของชาเขียวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นมาตรฐานของชาเขียวญี่ปุ่นทั้งในด้านรสชาติและความหอม
ทางแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ได้นำใบชายาบุกิตะมาพัฒนาให้เข้ากับรสนิยมของผู้บริโภคยุคใหม่ จนเกิดเป็น “ยาบูกิตะ เบลนด์” (Yabukita Blend) ชารสหอมละมุน ดื่มง่าย เหมาะทั้งสำหรับจิบคู่กับของว่างจานโปรด หรือดื่มเพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายได้อย่างลงตัว
วิธีชงดื่ม
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
สัมผัสความหอมละมุนของชาโฮจิฉะสายพันธุ์ยาบุกิตะ
ชาโฮจิฉะ (ชาเขียวคั่ว) จากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) รสละมุน ดื่มง่าย ผลิตจากใบชาคุณภาพดีสายพันธุ์ “ยาบุกิตะ” (Yabukita) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของต้นชา Camellia ที่มีถิ่นกำเนิดในจังหวัดชิซูโอกะ ขึ้นชื่อว่าเป็นชาคุณภาพสูงที่ให้รสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนเสน่ห์ของชาเขียวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จึงได้ชาโฮจิฉะที่หอมละมุน ดื่มง่าย เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหารว่างจานโปรด หรือจิบเพื่อเติมความผ่อนคลาย
วิธีชงดื่ม
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
สัมผัสรสชาติชาเขียวแบบดั้งเดิมจากเมืองชิซูโอกะได้แล้ววันนี้
ชวนคุณมาลองชิมชาจากเมืองยาคุชิมะ
เมืองยะกุชิมะ (Yakushima) เป็นเกาะเขตร้อนนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของคิวชู บนเกาะจะปกคลุมไปด้วยป่าสนและต้นไม้เก่าแก่ บางต้นมีอายุมากกว่า 100 ปี!! เมืองยากุชิมะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 1993 ด้วยอากาศที่บริสุทธิ์สภาพแวดล้อมเหมาะกับการปลูกชา เพราะอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร ใบชาที่ได้จะมีรสชาติกลมกล่อม และหอมมาก หากท่านไหนที่อยากลองรสสัมผัสใหม่ๆแนะนำค่ะ
วิธีชงชาให้ได้รสชาติแบบดั้งเดิม
1. นำชาออกจากกล่อง 1 ถุง ต่อ 1 ถ้วย
2. ต้มน้ำให้ร้อน เทน้ำลงไปในถ้วย แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที หรือ 1 นาที
3. แกว่งถุงชาเบาๆ และนำออกจากถ้วย
สัมผัสความหอมละมุนอย่างลงตัวไปกับ "ชาเก็นไมฉะผสานมัทฉะ" จากแบรนด์ ฮาราดะ
ดื่มด่ำไปกับความหอมละมุนของ ‘เก็นไมฉะ ผสานมัทฉะ’ ชาเขียวเบลนด์พิเศษจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่ผสมผสานความสดชื่นของมัทฉะพรีเมียมเข้ากับความหอมกรุ่นของข้าวคั่วอย่างลงตัว พร้อมทั้งรังสรรค์ความกลมกล่อมจากใบชายาบุกิตะ (Yabukita) สายพันธุ์ยอดนิยมของญี่ปุ่น เกิดเป็นชาเขียวกลิ่นละมุนทำให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้ดื่ม
ยาบูกิตะ (Yabukita) เป็นชาสายพันธุ์ยอดนิยมและปลูกมากที่สุดในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมอ่อนละมุนและรสชาติที่สมดุล จนได้รับการยกย่องให้เป็น “มาตรฐานแห่งชาเขียวญี่ปุ่น”
วิธีชงแบบร้อน:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบเย็น:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เติมน้ำเย็น 120 มล. แช่ไว้ประมาณ 3 นาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
ชาเขียวคุณภาพพรีเมี่ยมจากเมืองชิซึโอกะ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา"
จังหวัดชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นแหล่งปลูกชาเขียวชั้นดี เนื่องจากเป็นดินที่อยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ จึงมีความอุดมสมบูรณ์อุดมด้วยแร่ธาตุสำคัญ จนได้รับสมมญานามว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา" ทางแบรนด์ได้คัดเลือกแต่ชาเขียวต้นฤดูเพื่อให้ได้ประโยชน์ และกลิ่นหอมสูงสุด เมื่อนำไปทำเครื่องดื่ม ขนม ไอศครีม จะได้รับกลิ่นชาเขียวชัดเจน รสชาติเข้มข้น เกรดเดียวกับร้านอาหารและเครื่องดื่มระดับพรีเมี่ยมใช้ค่ะ
ชาที่ดื่มง่าย อร่อยลงตัว จนคนญี่ปุ่นยกให้เป็นชาชั้นเลิศ
ชาเขียวใบชนิดซอง เกียวคุโระ ของญี่ปุ่นทำไมต้อง "ยาบุกิตะ"
หากคุณเป็นผู้หลงใหลในชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ "ยาบุกิตะ" คือ ราชินีแห่งชาเขียวของญี่ปุ่น เป็นระดับชาที่ปลูกด้วยเทคนิคการบังแสงแดดก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้ใบชามีคลอโรฟิลล์สูง อูมามิที่เข้มข้น และความหวานนุ่มนวลที่โดดเด่น ผสานกับกลิ่นหอมละมุนฟุ้งที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยเทคโนโลยีถุงชาตาข่ายแบบใหม่ ทำให้คุณสามารถชงชาเขียวคุณภาพระดับญี่ปุ่นออกมาได้ง่ายๆในทุกแก้ว ไม่ว่าจะชงร้อนเพื่อความผ่อนคลาย หรือ ชงแบบเย็น (สกัดเย็น) เพื่อความสดชื่น เพียงเติมน้ำ ก็พร้อมเสิร์ฟ สะดวก พกพาง่าย ดื่มได้ทุกที่ ทุกเวลา เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มอื่นๆได้ตามสไตล์คุณ
เคล็ดลับการชงแบบร้อน และ แบบเย็น(สกัดเย็น)
ชาเขียวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องชงด้วยน้ำร้อนเสมอไป! ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ลองชงชาเขียวแบบ "น้ำสกัดเย็น" ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก การชงด้วยน้ำเย็นจะช่วยดึงรสอูมามิ และสารคาเทชิน ที่ให้รสหวานออกมาได้มาก ในขณะที่รสขมและคาเฟอีนจะละลายออกมาน้อยลง ทำให้ได้ชาที่มีรสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล และสดชื่นเป็นพิเศษ
วิธีชงแบบร้อน :
1. ต้มน้ำให้เดือด แล้วรอให้น้ำเย็นลงเหลือประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส (หากไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ สามารถต้มน้ำเดือดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที)
2. ใส่ถุงชา 1 ซอง ลงในแก้วหรือถ้วยชา
3. ค่อย ๆ รินน้ำร้อน ประมาณ 150-200 มิลลิลิตร ลงไป
4. แช่ถุงชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (ไม่ควรแช่นานเกินไป เพราะจะทำให้ชามีรสขมฝาด)
5. นำถุงชาออก (อาจจะบีบเบา ๆ ก่อนนำออก) และพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบน้ำ(สกัดเย็น) :
1. ใส่ถุงชา 1-2 ซอง ลงในขวดหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท
2. เติมน้ำเย็นอุณหภูมิห้อง หรือ น้ำเย็นจัด ปริมาณประมาณ 300-500 มิลลิลิตร
3. ปิดฝาแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น
4. รอเวลาทิ้งไว้ให้สกัดเย็นเป็นเวลา 3-6 ชั่วโมง หรืออาจจะแช่ข้ามคืน 8-12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
(หากแช่นานเกิน 12 ชั่วโมง อาจเริ่มมีรสฝาดออกมาบ้าง)
5. เมื่อได้ความเข้มข้นที่ต้องการแล้ว ให้นำถุงชาออก พร้อมดื่มได้ทันที
ข้อดีของการสกัดเย็น:
รสชาติ : รสชาตินุ่มนวล หวาน อูมามิเด่นชัด และมีรสขมฝาดน้อยมาก
คาเฟอีน : ระดับคาเฟอีนจะต่ำกว่าการชงแบบร้อน
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
เติมความสดชื่อคลายร้อน ไปกับ มุกิฉะ
ชาเขียวแบบใบจากเมือง Kagoshima