ยกระดับมื้ออาหารของคุณให้เหมือนยกร้านซูชิมาไว้ที่บ้านด้วย หมึกยักษ์ต้ม หั่นสไลซ์สำเร็จพร้อมทาน แล่มาอย่างสวยงามพอดีคำ ให้เนื้อสัมผัสสดเด้ง เคี้ยวสนุก นุ่มกำลังดี ไม่เหนียวและคงรสหวานตามธรรมชาติ ด้วยวิธีต้มและแล่สไลซ์อย่างประณีตเพื่อความสะดวกในการรังสรรค์เมนูสไตล์ญี่ปุ่น ไม่ต้องเสียเวลาต้มหรือหั่นเอง เพียงคลายเย็นละลายน้ำแข็ง ก็นำไปวางบนข้าวซูชิ หรือแตะวาซาบิโชยุทำเป็นซาซิมิก็ฟินได้ทันที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านซูชิ หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารทานเองที่บ้าน ช่วยลดเวลาเตรียมวัตถุดิบได้อย่างยอดเยี่ยม แถมยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ ทั้งโปรตีนสูง ไขมันต่ำ เหมาะกับสายรักสุขภาพ มีทอรีนช่วยบำรุงระบบประสาทและสายตา พร้อมแร่ธาตุสำคัญอย่างวิตามิน B12, ธาตุเหล็ก, ซีลีเนียม และสังกะสี อร่อย สะดวก และได้ประโยชน์ครบในแพ็คเดียว
วิธีทำละลาย
• วิธีแนะนำ: นำแพ็คหมึกยักษ์ออกจากช่องแช่แข็ง ลงมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา ล่วงหน้าประมาณ 8–12 ชั่วโมง หรือข้ามคืน ให้เนื้อหมึกค่อยๆ คลายเย็น จะช่วยรักษาเนื้อสัมผัสความเด้งและรสชาติหวานตามธรรมชาติไว้ได้ดีที่สุด
• วิธีเร่งด่วน: นำแพ็คหมึกยักษ์ (โดยที่ยังไม่ต้องแกะถุงสุญญากาศ) ไปแช่ในน้ำอุณหภูมิห้องประมาณ 15–20 นาที จนกว่าเนื้อหมึกจะคลายเย็น (ห้ามใช้น้ำร้อน และไม่ควรแกะหมึกสัมผัสน้ำโดยตรง เพราะจะทำให้เสียรสชาติ)
*** ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้ละลายด้วยไมโครเวฟ หรือนำไปต้มซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อหมึกสุกเกินไป (จนเหนียวและแข็งกระด้าง)
เมนูแนะนำ
• ซูชิหน้าหมึกยักษ์ (Tako Sushi): วางบนข้าวปั้นซูชิทาโชยุนิดๆ
• ซาซิมิหมึกยักษ์ (Tako Sashimi): ทานสดคู่กับวาซาบิและโชยุ
• ยำหมึกยักษ์สไตล์ญี่ปุ่น (Tako Su): ยำหมึกยักษ์ใส่น้ำส้มสายชูชูอิและแตงกวา
• ทาโกะยากิ / สลัดหมึกยักษ์: ใช้เป็นท็อปปิ้งสลัดผัดสดชื่น
ถ้าพูดถึงอาหารสุขภาพยอดฮิตของญี่ปุ่น “นัตโตะ” คือตัวท็อปที่คนรักสุขภาพทั่วโลกยอมใจ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งกลิ่นและสัมผัสเหนียวนุ่ม ไม่ใช่แค่ของกินเล่นธรรมดา แต่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงจากถั่วเหลืองหมัก อัดแน่นด้วยจุลินทรีย์ดีที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ และยังมีวิตามินสำคัญอย่างวิตามิน K2 สำหรับรุ่นนี้เป็นแบบ “เม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu)” ทำให้เคี้ยวง่าย เนื้อเนียน คลุกซอสได้เข้ากันมากขึ้น เหมาะทั้งมือใหม่ที่อยากลองและสายกินตัวจริง มาพร้อมซอสปรุงรสและมัสตาร์ดในชุด แค่ฉีก เท คลุก ก็ได้รสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นทันที จะกินกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือดัดแปลงเมนูก็อร่อยลงตัว
นัตโตะโอฮาโย่ จากจังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ใช้ถั่วเหลืองคุณภาพดี ผ่านการนึ่งจนได้ความนุ่มพอดี ก่อนนำไปหมักด้วยจุลินทรีย์ Bacillus subtilis จนเกิดเป็นเส้นใยเหนียวนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นแหล่งของสารอาหารสำคัญอย่างเอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase) ที่ช่วยสนับสนุนระบบไหลเวียนโลหิต รวมถึงโพรไบโอติกส์ที่ดีต่อระบบขับถ่าย จุดเด่นอีกอย่างคือรสชาติที่กลมกล่อม ด้วยซอสโชยุผสมสารสกัดจากปลาโบนิโตะและหอยเชลล์ รวมถึงวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างเห็ดหอม ช่วยเพิ่มความอูมามิ (Umami) และลดกลิ่นเฉพาะตัวของนัตโตะ ทำให้ทานง่ายขึ้น แม้สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มลอง พูดง่าย ๆ คือนี่คือซูเปอร์ฟู้ดญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อย กินง่าย และดูแลสุขภาพได้ในคำเดียว
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น