อร่อยกับมิโซะต้นตำรับจากญี่ปุ่น
จุนเซอิ ชินชูมิโซะ (Junsei Shinshu Miso) จากแบรนด์ฮิคาริมิโซะ (Hikari-Miso) เป็นมิโซะสีเหลืองที่มีความสมดุลอันยอดเยี่ยมระหว่างกลิ่นหอมสดชื่นและรสอูมามิ ชินชูมิโซะถือเป็นมิโซะที่พบเห็นได้ทั่วไปในญี่ปุ่น สามารถเข้ากันได้ดีกับอาหารเกือบทุกประเภทค่ะ
มิโซะหมักแบบดั้งเดิม รสชาติเข้มข้น
อินากะ มิโซะ (Inaka Miso) เดิมทีเป็นมิโซะที่ทำขึ้นเองโดยเกษตรกรในสมัยก่อนของญี่ปุ่น ถือเป็นมิโซะประเภทชินชู มิโซะ (Shinshu Miso) คือมิโซะที่มีสีน้ำตาลเข้มอันเกิดจากกระบวนการหมักเป็นระยะเวลานาน ทำให้ได้รสอูมามิและกลิ่นหอมที่แตกต่าง เข้มข้น ล้ำลึก สามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น หมักเนื้อสเต๊ก หรือมิโซะราเมนก็ได้เช่นกัน อินากะ มิโซะของแบรนด์ฮิคาริมิโซะ (Hikari-Miso) ห่อนี้ เป็นสูตรวีแกนและปราศจากกลูเตน ผู้ที่ทานมังสวิรัติจึงสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจค่ะ
“มิโซะ” เครื่องปรุงรสคู่ครัวที่ขาดไม่ได้ของชาวญี่ปุ่น
มิโซะดาชิ ที่ผลิตจาก ข้าว และ ถั่ว แบบออแกนิค ผสมเข้ากับผงปลาโบนิโต้ เพื่อให้ได้ส่วนผสมที่ลงตัวของรสอูมามิ และกลิ่นหอม เหมาะสำหรับนำไปเป็นเบสของซุปมิโซะแบบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ด้วยกระบวนการหมักอันละเอียดอ่อน ทำให้มิโซะอุดมไปด้วยโพรไบโอติกที่มีประโยชน์ ช่วยให้การดูดซึมสารอาหารและระบบย่อยอาหารดีขึ้น นอกจากนี้ในมิโซะยังมีแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โปรตีน, แคลเซียม, แมกนีเซียม, วิตามินเค หรือแม้กระทั่งสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพแข็งแรง ชะลอการเกิดโรคกระดูกพรุน และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย
จากประโยชน์อันหลากหลายของมิโซะ เราจึงขอแนะนำมิโซะขาวออร์แกนิก (Organic White Miso) จากแบรนด์ฮิคาริมิโซะ (Hikari-Miso) ซึ่งเป็นแบรนด์มิโซะชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น มิโซะสไตล์ชินชูดั้งเดิมที่ทำจากข้าวออร์แกนิกและถั่วเหลือง มีสีเบจสว่าง กลิ่นหอม และรสอูมามิที่กลมกล่อมลงตัว นำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ, แกงกะหรี่ญี่ปุ่น, หมักเนื้อสเต็ก, มิโซะราเมง หรือแม้กระทั่งของหวานอย่างไอศกรีมก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
คราฟ มิโซะ ทำเมนูไหนก็อร่อยยย!
คราฟ มิโซะ นามะ โคจิ จากแบรนด์ Hikari ตัวมิโซะทำจากข้าวบาร์เลย์ออร์แกนิก และถั่วเหลืองออร์แกนิก มีรสชาติหวานกลมกล่อมและมีกลิ่นหอมของบาร์เลย์ ไม่ว่าจะประยุกต์ใช้กับเมนูไหนก็อร่อยอย่างลงตัวค่ะ
ทำไมต้องเลือก "แบบสับ" หลายคนอาจคุ้นเคยกับนัตโตะเมล็ดกลม แต่รู้ไหมคะว่านี่คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่ชอบรสสัมผัสที่นุ่มละมุนและเข้าเนื้อกว่า ด้วยกระบวนการสับถั่วเหลืองก่อนนำไปหมัก ทำให้มีพื้นที่ผิวสัมผัสมากขึ้น จุลินทรีย์บาสิลลัสจึงทำงานได้เต็มที่ ส่งผลให้มีความเหนียวข้นที่เป็นเอกลักษณ์ และกลิ่นที่นุ่มนวลกว่าแบบเมล็ดเต็มค่ะ
จุดเด่นที่ทำให้ใครๆ ก็หลงรัก
• ต้นกำเนิดพรีเมียม: ผลิตและนำเข้าจาก ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (แบรนด์ฮามานะสึ ฟู้ด) มั่นใจในคุณภาพมาตรฐานโลก
• เนื้อสัมผัสพิเศษ: นุ่มหนึบ เคี้ยวเพลิน เข้ากับเครื่องปรุงได้ง่ายกว่าเดิม เหมาะมากสำหรับคลุกข้าวหรือทำเมนูสร้างสรรค์
• คุ้มค่าจุใจ: ขนาดใหญ่ 500 กรัม เหมาะสำหรับครอบครัวหรือสายสุขภาพที่ทานเป็นประจำ
• สดใหม่เสมอ: เก็บรักษาด้วยการแช่แข็งที่ -18°C เพื่อล็อกความสดและรสชาติเหมือนเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ จากโรงงาน
ประโยชน์ดีๆ ในทุกคำ
• ระบบขับถ่ายดีเยี่ยม: มีจุลินทรีย์ Bacillus Natto ช่วยปรับสมดุลลำไส้และเสริมภูมิคุ้มกัน
• บำรุงหัวใจ: มีเอนไซม์ Nattokinase ช่วยในการหมุนเวียนโลหิต
• โปรตีนสูง: ทำจากถั่วเหลืองธรรมชาติแท้ 99.9% สารอาหารเน้นๆ
เคล็ดลับความอร่อยฉบับแม่บ้านญี่ปุ่น
• วิธีเตรียม: นำออกมาละลายในช่องธรรมดาหรือวางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องจนนิ่ม
• วิธีทาน: ใส่โชยุ มัสตาร์ด หรือต้นหอมซอย แล้วใช้ตะเกียบ "คนแรงๆ" จนเกิดเส้นใยเหนียวนุ่ม ยิ่งคนเยอะยิ่งฟิน!
• เมนูแนะนำ: ราดบนข้าวสวยร้อนๆ กินคู่กับไข่ดิบเกรดทานได้หรือกิมจิ หรือจะเอาไปทำไส้ซูชิและไข่เจียวนัตโตะก็อร่อยล้ำค่ะ
นัตโตะแบบสับ... อร่อยง่าย เข้าเนื้อ ได้รสญี่ปุ่นแท้ สุขภาพดีเริ่มต้นได้ที่มื้ออาหารของคุณค่ะ
ถ้าพูดถึงอาหารสุขภาพยอดฮิตของญี่ปุ่น “นัตโตะ” คือตัวท็อปที่คนรักสุขภาพทั่วโลกยอมใจ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งกลิ่นและสัมผัสเหนียวนุ่ม ไม่ใช่แค่ของกินเล่นธรรมดา แต่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงจากถั่วเหลืองหมัก อัดแน่นด้วยจุลินทรีย์ดีที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ และยังมีวิตามินสำคัญอย่างวิตามิน K2 สำหรับรุ่นนี้เป็นแบบ “เม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu)” ทำให้เคี้ยวง่าย เนื้อเนียน คลุกซอสได้เข้ากันมากขึ้น เหมาะทั้งมือใหม่ที่อยากลองและสายกินตัวจริง มาพร้อมซอสปรุงรสและมัสตาร์ดในชุด แค่ฉีก เท คลุก ก็ได้รสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นทันที จะกินกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือดัดแปลงเมนูก็อร่อยลงตัว
นัตโตะโอฮาโย่ จากจังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ใช้ถั่วเหลืองคุณภาพดี ผ่านการนึ่งจนได้ความนุ่มพอดี ก่อนนำไปหมักด้วยจุลินทรีย์ Bacillus subtilis จนเกิดเป็นเส้นใยเหนียวนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นแหล่งของสารอาหารสำคัญอย่างเอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase) ที่ช่วยสนับสนุนระบบไหลเวียนโลหิต รวมถึงโพรไบโอติกส์ที่ดีต่อระบบขับถ่าย จุดเด่นอีกอย่างคือรสชาติที่กลมกล่อม ด้วยซอสโชยุผสมสารสกัดจากปลาโบนิโตะและหอยเชลล์ รวมถึงวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างเห็ดหอม ช่วยเพิ่มความอูมามิ (Umami) และลดกลิ่นเฉพาะตัวของนัตโตะ ทำให้ทานง่ายขึ้น แม้สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มลอง พูดง่าย ๆ คือนี่คือซูเปอร์ฟู้ดญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อย กินง่าย และดูแลสุขภาพได้ในคำเดียว
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
"โมซุกุ" เคล็ดลับอายุยืนส่งตรงจากโอกินาวะ สู่ถ้วยอร่อยเพื่อสุขภาพในทุกมื้อ
ทราบไหมคะว่าทำไมชาวโอกินาวะถึงได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มคนที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก? หนึ่งในเคล็ดลับที่สืบทอดกันมาคือการทาน "โมซุกุ" (Mozuku) เป็นประจำนั่นเอง สาหร่ายชนิดนี้มีความพิเศษกว่าสาหร่ายทั่วไปตรงที่มีความลื่นนุ่มเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเมือกลื่นๆ นี้อุดมไปด้วย "ฟูคอยแดน" (Fucoidan) และใยอาหารสูงที่มีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและบำรุงระบบขับถ่าย สำหรับสาหร่ายโมซูกุปรุงรสถ้วยนี้ ความพิเศษไม่ได้มีแค่ตัวสาหร่าย แต่ยังอยู่ที่การเลือกใช้ น้ำส้มสายชูข้าวกล้อง ที่ผ่านกระบวนการหมักแบบดั้งเดิม ทำให้ได้รสชาติที่หอมลึก นุ่มนวล มีกรดอะมิโนสูง และให้รสสัมผัสที่กลมกล่อมมากกว่าน้ำส้มสายชูทั่วไป ไม่เปรี้ยวจี๊ดจนเกินไป ทำให้ทานง่ายแม้สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับอาหารญี่ปุ่น
ทำไมคนญี่ปุ่นถึงชอบทานสาหร่ายลื่นๆ ในน้ำส้มสายชู?
หากคุณเคยเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม คุณอาจเคยเห็นถ้วยเล็กๆ นี้ถูกเสิร์ฟเป็นจานแรก นั่นคือภูมิปัญญาในการกิน เพราะรสเปรี้ยวอ่อนๆจะช่วย เปิดต่อมรับรส กระตุ้นน้ำย่อยให้ทำงานได้ดีขึ้น และเมือกของสาหร่ายยังเข้าไปช่วยเคลือบกระเพาะ ลดการดูดซึมน้ำตาลและไขมันจากมื้อหลักได้อีกด้วย เหมาะสำหรับพกไปทานที่ทำงาน หรือใช้เป็นเครื่องเคียงล้างปากระหว่างมื้อก็ลงตัว หรือ สายรักสุขภาพที่อยากเริ่มต้นดูแลตัวเองแบบคลีนๆ กินแล้วจะรู้เลยว่า... ของดีบางอย่าง ไม่ต้องปรุงเยอะก็อร่อยและได้ประโยชน์เต็มคำ
จุดเด่น "โมซุกุโอกินาวะ" ถ้วยโปรดของสายเฮลตี้
• ซูเปอร์ฟู้ด จากโอกินาวะ : ใช้สาหร่ายโมซุกุแท้จากแหล่งธรรมชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและอุดมไปด้วยแร่ธาตุ
• น้ำส้มข้าวกล้องหมัก : ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูดำชั้นดี รสสัมผัสนุ่มนวล หอมกลิ่นข้าวหมัก ไม่เปรี้ยวแหลม
• พลัง "ฟูคอยแดน" สูง : มีสารเมือกลื่นช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ และบำรุงสุขภาพจากภายใน
• แคลอรี่ต่ำ ตัวช่วยคุมน้ำหนัก : ใยอาหารสูง ช่วยให้อิ่มนาน ชะลอการดูดซึมน้ำตาลและไขมัน เหมาะกับคนรักรูปร่าง
เมนูแนะนำ
1. ไข่ลวกซอสโมซุกุ (Mozuku Onsen Egg) เมนูอาหารเช้าหรือมื้อเบาๆ ที่ได้โปรตีนและใยอาหาร
วิธีทำ: เตรียมไข่ลวก (ไข่ออนเซ็น) ใส่ถ้วย แล้วเท โมซุกุ ลงไปท็อปด้านบน
รสชาติ: ความมันของไข่แดงจะตัดกับความเปรี้ยวละมุนของน้ำส้มข้าวกล้องได้อย่างลงตัวมากครับ
2. โซเมนเย็นสดชื่น (Mozuku Somen) เปลี่ยนจากน้ำซุปโซเมนปกติมาเป็นสายสุขภาพ
วิธีทำ: ต้มเส้นโซเมนแล้วล้างน้ำเย็นจนเส้นหนึบ จัดใส่ถ้วยแล้วราดด้วย โมซุกุ
เครื่องเคียง: ทานคู่กับกุ้งต้ม ตัวช่วยเปิดต่อมรับรสในวันที่อากาศร้อนได้ดีเยี่ยม
3. ท็อปปิ้งเต้าหู้เย็น (Mozuku Cold Tofu) เมนูคลีนๆ สำหรับสายเฮลตี้
วิธีทำ: ใช้เต้าหู้คินุ (เต้าหู้อ่อน) แช่เย็นจัด วาง โมซุกุ ลงไปด้านบน โรยด้วยต้นหอมซอยและขิงขูด
ประโยชน์: ได้ทั้งโปรตีนจากถั่วเหลืองและฟูคอยแดนจากสาหร่ายในคำเดียว