เติมเต็มรสชาติอาหารญี่ปุ่นด้วยความหอมของปลาแห้งสไลซ์ต้นตำรับ
Kezuribushi (เคซึริบุชิ) หรือปลาแห้งสไลซ์ เป็นวัตถุดิบคู่ครัวญี่ปุ่นที่ขาดไม่ได้ ผ่านกระบวนการรมควันและอบแห้ง ก่อนนำมาสไลซ์เป็นแผ่นบาง ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวและรสอูมามิเข้มข้น
เหมาะสำหรับต้มน้ำซุปดาชิ ซึ่งเป็นพื้นฐานของเมนูญี่ปุ่นหลากหลายชนิด เช่น ซุปมิโซะ อุด้ง โซบะ ชาบู และโอเด้ง นอกจากนี้ยังสามารถโรยหน้าทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ เต้าหู้เย็น ข้าวสวย หรือสลัด เพื่อเพิ่มความหอมและรสชาติให้อาหารทุกจานอร่อยยิ่งขึ้น
สามารถใช้ได้หลากหลายเมนู
• ใช้ต้มน้ำซุปดาชิ (Dashi)
• โรยหน้าข้าว ซุป อุด้ง ราเมน
• โรยหน้าทาโกะยากิ และโอโคโนมิยากิ
• โรยหน้าสลัดหรือเต้าหู้เย็น เพิ่มกลิ่นหอมและรสอูมามิ
คำแนะนำในการเก็บรักษา
• เมื่อเปิดใช้แล้ว ควรปิดถุงให้สนิท
" Perfect for Topping and Making Dashi Soup "
มิโซะออร์แกนิค รสกลมกล่อม เข้มข้น
Maru-Yu Mutenka Miso จากแบรนด์ฮิคาริ-มิโซะ เป็นมิโซะที่ผลิตโดยใช้ถั่วเหลืองและข้าวออร์แกนิค 100% และเนื่องจากมีการใช้เมล็ดถั่วเหลืองปริมาณมากร่วมกับระยะเวลาการหมักอันยาวนาน จึงทำให้ได้รสเค็มและอูมามิที่สมดุล ผสานความเผ็ดร้อนฝาดลิ้นเล็กน้อยพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นสูตรวีแกนและปราศจากกลูเตน ผู้ที่ทานมังสวิรัติจึงสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ สามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น หมักเนื้อสเต๊ก หรือมิโซะราเมนก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
มิโซะรสชาติกลมกล่อม ทำเมนูไหนก็ง่าย
HonmonoNippon ได้นำเข้ามิโซะจากแบรนด์ Hikari แบรนด์ผลิตมิโซะอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น! โดยมิโซะตัวนี้ได้ผ่านการรับรองว่าเป็นสินค้าออร์แกนิค เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้ถั่วเหลืองออร์แกนิค และข้าวที่ปลูกแบบออร์แกนิค นำมาหมักโดยใช้สัดส่วนถั่วเหลืองปริมาณมาก และใช้ระยะเวลาในการหมักที่นาน จนเกิดรสชาติอูมามิจากธรรมชาติ มีรสที่สมดุล มีกลิ่นหอมมาก และที่สำคัญมิโซะตัวนี้ยังไม่ผสมดาชิ เพื่อให้คุณได้นำไปใช้งานได้ทันที แบบไม่ต้องผสมน้ำซุปดาชิเพิ่ม ลดขั้นตอนการทำอาหารให้สั้นลง หากอยากได้มิโซะคุณภาพดีๆ ที่สำคัญยังเป็นออร์แกนิค 100% เลือกใช้ตัวนี้เลยค่ะ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
ขอแนะนำน้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซ (Sparkling Natural Mineral Water) จากประเทศญี่ปุ่น ที่มอบความซ่าอันทรงพลัง พร้อมกับรสสัมผัสที่อ่อนนุ่ม เป็นการผสมผสานที่ลงตัวที่คุณสามารถเพลิดเพลินได้ทุกเมื่อค่ะ
ผลิตภัณฑ์นี้คือ น้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซ (Sparkling Water) จากแบรนด์ Iris Ohyama (ไอริส โอฮิยามะ) ซึ่งใช้น้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากแหล่งน้ำบาดาลบริเวณ ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ในจังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) น้ำแร่จากแหล่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องความบริสุทธิ์และรสชาติที่เป็นกลาง เนื่องจากผ่านการกรองตามธรรมชาติจากชั้นหินภูเขาไฟใต้ดินมาอย่างยาวนาน
จุดเด่นสำคัญของน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้คือการอัดก๊าซคาร์บอนิก (Carbonation) ในระดับที่สูง ทำให้ได้ ความซ่าที่ "เข้มข้นและทรงพลัง" (Strong Sparkling) ซึ่งจะมอบความรู้สึกสดชื่นและซาบซ่าทันทีที่ดื่ม แต่ในขณะเดียวกันยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่นุ่มนวลและดื่มง่ายตามแบบฉบับของ น้ำอ่อน (Soft Water) สไตล์ญี่ปุ่น นอกจากนี้ น้ำแร่ยังเป็นแบบ ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแคลอรี่ และไม่มีสารปรุงแต่ง (Sugar-free, Zero Calories, No Preservatives) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นแต่ดีต่อสุขภาพค่ะ
น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เป็นที่ต้องการในหมู่ผู้ที่ดูแลสุขภาพในญี่ปุ่น การดื่มน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้จึงไม่เพียงแต่ให้ความสดชื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกวิธีหนึ่งในการได้รับแร่ธาตุธรรมชาติจากแหล่งกำเนิดที่บริสุทธิ์อีกด้วย
ความซ่าที่โดนใจ: อัดก๊าซในระดับสูง (Strong Sparkling) เพื่อมอบความซาบซ่าและสดชื่นแบบเต็มที่
รสสัมผัสอ่อนนุ่ม: ใช้ฐานเป็นน้ำแร่ธรรมชาติแบบน้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีรสชาติเป็นกลางและนุ่มละมุน ดื่มง่าย ไม่บาดคอ
ส่วนผสมธรรมชาติ 100%: ผลิตจากน้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิ ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแคลอรี่ และไม่มีสารปรุงแต่ง
อุดมด้วยแร่ธาตุ: มีแร่ธาตุตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งพบได้ในแหล่งน้ำภูเขาไฟ
ลองเปิดประสบการณ์ความสดชื่นแบบญี่ปุ่นแท้ ที่คุณก็สามารถเพลิดเพลินได้ง่าย ๆ ที่บ้านด้วยน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้ดูนะคะ จะดื่มเปล่า ๆ หรือนำไปเป็นส่วนผสมก็อร่อยสดชื่นค่ะ
ชวนคุณมาลองชิมชาจากเมืองยาคุชิมะ
เมืองยะกุชิมะ (Yakushima) เป็นเกาะเขตร้อนนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของคิวชู บนเกาะจะปกคลุมไปด้วยป่าสนและต้นไม้เก่าแก่ บางต้นมีอายุมากกว่า 100 ปี!! เมืองยากุชิมะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 1993 ด้วยอากาศที่บริสุทธิ์สภาพแวดล้อมเหมาะกับการปลูกชา เพราะอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร ใบชาที่ได้จะมีรสชาติกลมกล่อม และหอมมาก หากท่านไหนที่อยากลองรสสัมผัสใหม่ๆแนะนำค่ะ
วิธีชงชาให้ได้รสชาติแบบดั้งเดิม
1. นำชาออกจากกล่อง 1 ถุง ต่อ 1 ถ้วย
2. ต้มน้ำให้ร้อน เทน้ำลงไปในถ้วย แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที หรือ 1 นาที
3. แกว่งถุงชาเบาๆ และนำออกจากถ้วย
ทาโกะยากิสำเร็จรูป สะดวก อร่อย แบบมืออาชีพ
ทาโกะยากิสำเร็จรูปแช่แข็ง ลูกใหญ่ เนื้อแน่น น้ำหนักต่อลูกประมาณ 20 กรัม ด้านในสอดไส้ด้วยหนวดหมึกยักษ์ชิ้นใหญ่เต็มคำ เพียงนำออกมาละลายแล้วเข้าเตาไมโครเวฟ, อบในเตาอบ, ทอดในหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือทอดบนกระทะที่ใส่น้ำมันเพียงเล็กน้อย จัดเสิร์ฟโดยโรยหน้าด้วยคัตสึโอะบุชิ (ปลาแห้งญี่ปุ่น), สาหร่ายอาโอโนริ, ราดซอสทาโกะยากิและมายองเนส เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทาน ประหยัดเวลาแบบสุดๆ ค่ะ
เคยลองทานถั่วเน่าญี่ปุ่น (นัตโตะ) หรือยังคะ?
หลายๆ คนที่เคยเดินทางไปญี่ปุ่น เมนูอาหารเช้าเกือบทุกโรงแรมในประเทศญี่ปุ่นต้องมีเสริ์ฟนัตโตะ (Natto) หรือถั่วเหลืองญี่ปุ่นหมัก รู้หรือไม่คะ ว่านัตโตะถือเป็นอาหารสุขภาพที่ชาวญี่ปุ่นต่างยกนิ้วให้ เพราะอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ มีวิตามินบี 12 สารต้านอนุมูลอิสระ และโปรไบโอติกที่ช่วยในการย่อย ทำให้กระเพาะและลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ทำให้นัตโตะถูกยกย่องให้เป็น Super Food
Okina Natto Fukuoka เป็นนัตโตะที่ผลิตจากเมืองฟุกุโอกะ โดยคัดเลือกถั่วเหลืองของขึ้นชื่อของเมือง นำมาหมักในกรรมวิธีดั้งเดิม จนได้นัตโตะที่มีกลิ่นเฉพาะตัว และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมซอสและมัสตาร์ดให้ได้ทานคู่กัน ใครที่ไม่เคยลอง อยากแนะนำให้เปิดใจค่ะ
ยกญี่ปุ่นมาไว้ที่บ้าน! สัมผัสความเข้มข้นฉบับออริจินัลกับ "มิโซะแดงออร์แกนิก" แบรนด์ Hikari Miso
เบื่อไหมกับซุปมิโซะรสชาติจืดชืดแบบเดิมๆ อัปเกรดความอร่อยและสัมผัสรสชาติอาหารญี่ปุ่นแท้แบบดั้งเดิมให้มื้ออาหารของคุณด้วยมิโซะแดงออร์แกนิกคุณภาพพรีเมียมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม เต็มรสอูมามิแท้ๆ คัดสรรจากถั่วเหลืองและข้าวที่ผ่านการรับรองออร์แกนิก 100% ผ่านกระบวนการหมักบ่มตามธรรมชาติที่ยาวนานกว่า จนได้มิโซะสีแดงเข้ม เนื้อสัมผัสเนียนละเอียด และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
รังสรรค์เมนูอร่อยได้หลากหลาย:
เหมาะมากสำหรับการปรุงซุปมิโซะ, ซอสหมักเนื้อ, น้ำซุปราเมง, ซอสผัด หรือเมนูญี่ปุ่นหลากหลายประเภท ช่วยเพิ่มมิติของรสชาติลุ่มลึกแบบอูมามิ ให้กับอาหารทุกจานได้อย่างลงตัว โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องปรุงจำนวนมาก
สายสุขภาพต้องเลิฟ สายกินต้องฟิน:
เพราะนอกจากจะอร่อยแล้วยังได้ประโยชน์เต็มๆ คำ ใส่ใจในคุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต การันตีด้วยมาตรฐานออร์แกนิกระดับสากล USDA และไม่มีกลูเตน สุขภาพดีได้ทุกวัน เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบคู่ครัวที่คนรักการทำอาหารญี่ปุ่นและใส่ใจในสุขภาพห้ามพลาด
จะมื้อไหนๆก็อร่อยมั่นใจได้เสมอ
มิโซะแดงเหมาะมากสำหรับเมนูที่ต้องการรสชาติเข้มข้นชัดเจน:
• ใช้ทำซุป : เหมาะสำหรับซุปมิโซะใส่หอยลาย, ซุปหมูสามชั้น หรือ ซุปราเมนรส
• ใช้เป็นซอสหมักและผัด : นำไปผสมกับสาเก มิริน น้ำตาล เพื่อทำซอสหมักปลา หรือ ผัดกับมะเขือยาวและหมูสับ
• วิธีการใช้ที่ถูกต้อง: เพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารและกลิ่นหอม ไม่ควรต้มมิโซะให้เดือดพล่านนานๆ
แนะนำให้ละลายมิโซะในน้ำอุ่นหรือน้ำซุปต่างหาก แล้วเทใส่หม้อในขั้นตอนสุดท้ายก่อนปิดไฟ
ดองผักให้อร่อยในพริบตา! ด้วย Asazuke no Moto จาก Ebara
Asazuke no Moto จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) เป็นน้ำปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับการทำผักดองสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ และรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “อาซาซึเกะ” (Asazuke) ด้วยรสชาติที่เค็มเล็กน้อย หวานนิดๆ และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ น้ำปรุงนี้ช่วยเสริมรสชาติให้ผักดองอร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เวลานานหรือขั้นตอนยุ่งยาก ผักดองที่ได้จะมีความกรอบ สดชื่น และยังคงรสชาติของผักไว้ได้อย่างดี
Asazuke no Moto จึงกลายเป็นตัวช่วยคู่ครัวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เพราะสามารถใช้ดองผักได้หลากหลายชนิดตามใจชอบ แค่มีผักกับน้ำปรุง ก็ได้เมนูเครื่องเคียงแบบญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและสดใหม่ในไม่กี่นาที!
วิธีใช้
• หั่นผักที่ต้องการหมักเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ลงในถุงซิปล็อก
• เทน้ำปรุงรส "Asazuke no Moto" ลงไปให้ทั่วผัก (ปริมาณการใช้ 100 มล. ต่อผัก 200 กรัม)
• ไล่อากาศออกจากถุงให้มากที่สุด ปิดปากถุงให้แน่น แล้วขยำเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
• นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 หรือนานกว่านั้นตามความชอบ
• จากนั้นนำผักออกมา บีบน้ำส่วนเกินออก (โดยไม่ต้องล้างน้ำเปล่า)เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟทันที
พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก
สนุกกับการทำโอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
ความสดจากทะเล สู่เมนูอาหารจานเด็ดของคุณ
หอยเชลล์แช่แข็ง 2S จากโคบายาชิ เป็นตัวแทนของความสดจากทะเลสู่จานของคุณ แต่ละชิ้นมีขนาด 2S (ประมาณ 20–30 กรัมต่อชิ้น) พอดีคำ ทำให้ปรุงง่ายและทานสะดวก ทำให้ทุกเมนูดูพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นเมนูซาชิมิสดๆ ย่างเนยบนกระทะร้อน หรือผัดกับผักและซอสสไตล์ฟิวชัน หอยเชลล์ทุกชิ้นถูก แช่แข็งทันทีหลังจับจากทะเล รักษาความสดใหม่และรสชาติอร่อยตามธรรมชาติ ได้คุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยโปรตีน ไขมันต่ำ ดีต่อสุขภาพหัวใจและกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และเชฟมือโปร อยากทำอาหารญี่ปุ่นพรีเมียม หรือเมนูยุโรปฟิวชันก็ง่าย เพียงละลายน้ำแข็ง ปรุงรส แล้วเพลิดเพลินกับรสหวานจากทะเลได้ทันที
วิธีทาน
• ซาชิมิ: ละลายน้ำแข็ง ทานสดพร้อมซอสโชย
• ย่างเนย: โรยเกลือ พริกไทย ย่างบนกระทะร้อน ๆ
• ผัดกับผัก / พาสต้า: ใช้หอยเชลล์ผัดกับกระเทียมและผัก หรือใส่พาสต้าซีฟู้ด
• เมนูฟิวชัน: สลัดซีฟู้ด, ซุปครีมหอยเชลล์
แนะนำอาหาร
• จับคู่กับไวน์ขาว, ซอสเนยกระเทียม หรือสลัดสด
• ใช้ในอาหารญี่ปุ่น เช่น ซูชิ, ซาชิมิ, ย่างบนเตาถ่าน
• ทำเป็นอาหารฝรั่ง: พาสต้า, สตูว์, หรือสลัดซีฟู้ด
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
จากความพิถีพิถันกลางขุนเขา สู่ขวดนี้ที่สายรักสุขภาพต้องมีติดบ้าน
สายรักสุขภาพที่เสพติดความสดชื่นห้ามพลาด ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม ที่บอกเลยว่าคุ้มค่าและดีต่อร่างกายมากๆ แวบแรกที่เห็นนึกว่าเป็นน้ำส้มสายชูทั่วไป แต่พอได้อ่านฉลากและลองทานดูแล้วคือว้าวมาก เพราะขวดนี้ผสานคุณค่าจากธรรมชาติไว้แบบเต็มๆ:
• น้ำผลไม้เข้มข้นเน้นๆ: มีส่วนผสมของน้ำทับทิมเข้มข้นสูงถึง 42%
• เบสชั้นเลิศจากญี่ปุ่น: ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้รสชาติมีความเปรี้ยวที่นุ่มนวลอมหวานสดชื่น ไม่เปรี้ยวโดดจนแสบคอ
• 0% น้ำตาลทราย: ที่สำคัญที่สุดคือ "ไม่มีการใส่น้ำตาลเพิ่ม" ความหวานละมุนที่ได้มาจากน้ำผลไม้แท้ๆ และหญ้าหวาน (สตีวิออลไกลโคไซด์) ดีต่อคนควบคุมน้ำหนัก สายคีโต และผู้ป่วยเบาหวานสุดๆ
ดื่มตอนไหนก็เฟรช สุขภาพดีได้ทุกวัน
หลังจากที่ได้ลองดื่มช่วงบ่ายๆ ที่กำลังง่วง หรือดื่มหลังจากไปวิ่งออกกำลังกายเสร็จ จะรู้สึกได้ทันทีเลยว่าร่างกายมันเฟรชขึ้น อาการเหนื่อยล้าหายไป แถมวิเนการ์ยังมีส่วนช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ปรับสมดุลร่างกาย และช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้นมาก ท้องไม่อืด ใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มสุขภาพที่อร่อย ดื่มง่าย ได้ประโยชน์เน้นๆ แนะนำให้มีติดตู้เย็นไว้เลยค่ะ เคล็ดลับความฟิน: นำไปผสมโซดาใส่น้ำแข็งเย็นฉ่ำ บอกเลยว่าอร่อยสดชื่นฟินที่สุด
ไอเดียรังสรรค์เมนูสูตรสดชื่น
ส่วนผสม : อิตาเลียนโซดา น้ำส้มสายชูผลไม้ทับทิม
• ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม : 20 มล.
• น้ำโซดาแช่เย็นจัด : 120 - 150 มล.
• น้ำแข็ง : 1 แก้ว (แนะนำน้ำแข็งก้อนเล็กหรือน้ำแข็งบดจะช่วยให้เย็นฉ่ำยิ่งขึ้น)
ส่วนผสม : สูตรสมูทตีทับทิมมิกซ์เบอร์รีกรีกโยเกิร์ต
• น้ำส้มสายชูรสทับทิม : 150 กรัม (25.00%)
• มิกซ์เบอร์รี (ผลไม้แช่แข็ง) : 100 กรัม (16.67%)
• น้ำแข็ง : 300 กรัม (50.00%)
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม (8.33%)
วิธีทำ : ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนเนียนละเอียด พร้อมเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มผลไม้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น
หอมกลิ่นเบอร์รีและทับทิม พร้อมความนุ่มละมุนจากกรีกโยเกิร์ต
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
ราเมนรสซีฟู้ดสไตล์เกาหลี ที่ถูกใจของใครหลายๆ คน
นิสชิน (Nissin) ถือเป็นแบรนด์บะหมี่ชื่อดังระดับโลกที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี วันนี้เรานำเข้าราเมนหลากหลายรสชาติมาจากฮ่องกง เพื่อให้คุณได้ลิ้มลองรสชาติที่แตกต่างไปจากที่เคยรับประทาน หนึ่งในราเมนรสเด็ดของนิสชินคือรสสไปซี่ซีฟู้ดห่อนี้ ด้วยน้ำซุปที่ทำจากน้ำสต๊อกอาหารทะเลเข้มข้น เพิ่มรสอูมามิด้วยโชยุ หอมกลิ่นถั่วเหลือง ผสานความเผ็ดร้อนจากพริกและเครื่องเทศจนน้ำซุปแซ่บกลมกล่อม ได้รสชาติของทะเลแบบเต็มๆ เพียงเติมเนื้อสัตว์และผักที่คุณชอบไปอีกนิด เชื่อว่าคุณจะเก็บนิสชินราเมนรสนี้ไว้เป็น 1 ในรสชาติโปรดของคุณแน่นอนค่ะ
วิธีอร่อยกับ Nissin Ramen
1. ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด จากนั้นใส่เส้นราเมนลงไปต้มประมาณ 3 นาที
2. ใส่เครื่องปรุงและซุปลงในชาม เทน้ำร้อนลงไป คนให้ละลายเข้ากันดีแล้วใส่เส้นราเมน
3. เสิร์ฟพร้อมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ
อาหารเพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่น ที่กินง่ายและอร่อยลงตัว
สำหรับใครที่อยากลองทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือเนื้อสัมผัส เราขอแนะนำ นัตโตะ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรเม็ดเล็กพิเศษ เพราะนี่คือตัวเลือกที่ถูกใจคนญี่ปุ่นและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่ ที่สำคัญคือมาพร้อมกับคุณประโยชน์ด้านสุขภาพแบบเต็มๆ
นัตโตะคือเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น เป็นถั่วเหลืองหมักที่อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติกและเอนไซม์ นัตโตะไคเนส ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น และยังดีต่อสุขภาพหัวใจ รวมถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย
จุดเด่น
• เม็ดเล็ก เคี้ยวง่าย: นัตโตะของฮามานะสึเป็นแบบเม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu) ทำให้เนื้อสัมผัสมีความละเอียดกว่าแบบเม็ดใหญ่ และผสมเข้ากับซอสได้ง่ายกว่า ถูกปากคนที่ไม่คุ้นเคยกับความเหนียวของนัตโตะ
• รสชาติกลมกล่อมลงตัว: นัตโตะถ้วยนี้มาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่ให้รสอูมามิ ทำให้รสชาติของถั่วเหลืองหมักมีความกลมกล่อมและอร่อยยิ่งขึ้น เพียงแค่เติมซอสและมัสตาร์ดที่มาในแพ็กเกจ ก็พร้อมทานได้ทันที
• คุณภาพญี่ปุ่นแท้ๆ: สินค้านี้ถูกนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสะอาดในกระบวนการผลิต ทำให้คุณมั่นใจได้ว่านัตโตะที่คุณทานนั้น สดใหม่และได้มาตรฐาน
วิธีทำความอร่อยง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นนิยมทาน นัตโตะ ในมื้อเช้า เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ไปตลอดวัน วิธีทานก็ง่ายมากๆ
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. เปิดฝาและเทซอสกับมัสตาร์ดที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนเกิดฟองและความเหนียวเป็นเส้นใย
4. ตักวางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือจะทานคู่กับไข่แดงและต้นหอมซอยก็อร่อยลงตัว
คล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหน นัตโตะฮามานะสึ ก็พร้อมเป็นสุดยอดอาหารสุขภาพที่ทำให้คุณรู้สึกดีได้ทุกวัน ลองสั่งไปชิม แล้วคุณจะติดใจกับความอร่อยที่มีประโยชน์ต่อร่างกายถ้วยนี้เลย!"