ถ้าพูดถึงราเมงรสมิโสะ หลายคนจะนึกถึงความหอมของถั่วหมัก ผสมความเค็มมันที่ลึกและกลมกล่อม ราเมงรุ่นนี้ถ่ายทอดรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ชัดเจน ซุปมีความเข้มข้นสไตล์ “โนโกะ” คือไม่จาง ไม่บาง แต่แน่นเต็มคำ เส้นราเมงถูกออกแบบให้มีความหนาและความหนึบเป็นพิเศษ เพื่อให้รับกับซุปมิโสะได้อย่างลงตัว ทุกครั้งที่คีบเส้นขึ้นมา จะสัมผัสได้ถึงความเด้งและเนื้อสัมผัสที่คล้ายเส้นสดในร้านราเมง จุดเด่นคือสามารถปรุงเพิ่มได้ตามสไตล์ของตัวเอง จะใส่หมูชาชู ไข่ออนเซ็น ข้าวโพด หรือเนยเพิ่มความหอมก็ได้ กลายเป็นเมนูระดับร้านดังได้ภายในไม่กี่นาที เหมาะกับคนทำงานที่อยากได้มื้ออร่อยแบบรวดเร็ว นักเรียนที่อยากกินอะไรจริงจัง หรือร้านอาหารที่ต้องการเมนูญี่ปุ่นเพิ่มยอดขายแบบต้นทุนคุมได้ พูดง่ายๆ คือ ถ้าอยากกินราเมงที่ไม่ง้อร้าน นี่คือคำตอบ
วิธีการทำ
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นลงไปต้มนานประมาณ 4 นาที (คอยคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว)
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสมน้ำ: เมื่อเส้นสุก เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเครื่องปรุงก่อน แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
• เสิร์ฟ: นำเส้นลงไปใส่ในชาม คนเบาๆ พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับ: เติมเนื้อหมูชาชู ไข่ต้ม หน่อไม้ และต้นหอมญี่ปุ่น เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบ
บะหมี่รสเล้งแซ่บ เผ็ดแบบจี๊ดจ๊าด ถึงรสชาติพริกเขียว หอมกลิ่นกระดูกหมู อร่อยแซ่บซี๊ด ตามแบบฉบับของเล้งที่คุ้นเคยความพิเศษอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบที่ให้กลิ่นอายเหมือนทานเล้งที่ร้านดัง ความหอมของพริกขี้หนูเขียวลอยเตะจมูกทันทีที่ใส่น้ำร้อน ผสมผสานกับเส้นบะหมี่สีเหลืองทองที่นุ่มเด้งเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ทุกคำที่ทานเข้าไปคือประสบการณ์ความอร่อยที่หยุดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นมื้อดึก มื้อกลางวัน หรือมื้อไหนๆ แค่มีนิสซินซองเขียวติดบ้านไว้ ก็เหมือนมีเชฟมือโปรมาปรุงเล้งแซ่บให้ทานถึงที่
ซอสสเต็กหัวหอมจากเอบาระ คือหนึ่งในเคล็ดลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นนิยมใช้ เพราะรสชาติไม่ได้แค่เค็มหรือหวาน แต่มีความกลมกล่อม จากการผสมผสานของหัวหอมที่ผ่านการปรุงจนหอมละมุน กับโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้ซอสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยขับรสชาติของเนื้อให้โดดเด่นขึ้น สิ่งที่ทำให้ซอสตัวนี้แตกต่างคือ มันไม่ได้กลบรสเนื้อ แต่กลับช่วยดึงรส ของวัตถุดิบออกมาให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวที่มีความฉ่ำ หมูที่นุ่ม หรือไก่ที่หอม ซอสจะเคลือบทุกคำให้มีมิติของรสชาติแบบพอดีๆ ไม่หนักจนเลี่ยน และไม่จางจนรู้สึกขาดอะไรไป สำหรับคนที่ทำอาหารทานเองที่บ้าน ซอสนี้เหมือนเป็นตัวช่วยลัดที่เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้ดูโปรขึ้นทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปรุงซอสเองหลายขั้นตอน แค่ย่างเนื้อให้ได้ระดับความสุกที่ชอบ แล้วราดซอสลงไป ความหอมจะลอยขึ้นทันทีเหมือนยืนอยู่หน้าเตาในร้านอาหารญี่ปุ่น ยิ่งถ้าใครทำร้านอาหารหรือขายเดลิเวอรี่ ซอสแบบซองยังช่วยควบคุมปริมาณได้ง่าย ทำให้รสชาติแต่ละจานคงที่ ลูกค้ากินครั้งไหนก็ได้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจอาหาร และความดีงามไม่ได้หยุดแค่สเต็ก เพราะซอสตัวนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอื่นได้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบิร์ก ข้าวผัด หรือเนื้อย่างกระทะร้อน เรียกได้ว่าซองเดียวแต่ใช้งานได้หลากหลาย ซอสตัวนี้คือคำตอบที่ทั้งง่ายและคุ้มค่า…แบบที่ลองครั้งเดียวแล้วมักจะมีติดบ้านยาวๆ
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• สเต็กเนื้อ/หมู/ไก่: ย่างเนื้อสัตว์ที่ชอบจนสุก พักเนื้อไว้ แล้วราดซอสจากถ้วยได้ทันที
• แฮมเบิร์ก: เนื้อบดปั้นก้อนย่างฉ่ำๆ ราดซอสนี้จะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้ดีมาก
• ปลาแซลมอนย่าง: ราดซอสนี้บนแซลมอนย่างเกลือ จะได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่น
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมหัวใหญ่ในกระทะ พอสุกแล้วเทซอส ลงไปคลุกให้เข้ากัน วางบนข้าวสวยร้อนๆ
• ข้าวหน้าหมูทอด: ใช้ราดแทนซสทงคัตสึแบบเดิมๆ สำหรับคนที่ชอบรสชาติที่หอมสดชื่นจากหอมหัวใหญ่
• หมูผัดหอมหัวใหญ่: ใช้ซอสนี้เป็นเบสในการผัดหมูสไลด์ เพิ่มต้นหอมญี่ปุ่นหรือพริกหยวก อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม
หากคุณเป็นสายทำอาหารที่หลงรักในรสชาติของอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง แต่กังวลเรื่องการเตรียมเครื่องปรุงที่ซับซ้อน ทั้งน้ำมันหอย ซีอิ๊ว เหล้าจีน และการคุมสมดุลรสชาติ Ebara แบรนด์เครื่องปรุงชั้นนำจากญี่ปุ่น ได้คิดค้นนวัตกรรมที่จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นด้วยซอสซีรีส์ "Petit" (พุจิ) ที่ย่อส่วนความอร่อยระดับภัตตาคารมาไว้ในถ้วยจิ๋วเพียงถ้วยเดียว
ทำไมต้อง "ชิงเยาโรซู" (Chin-jao Rosu)
เมนูเนื้อผัดพริกหยวก หรือ ชิงเยาโรซู คือเมนูยอดฮิตในครัวเรือนและร้านอาหารทั่วญี่ปุ่น จุดเด่นคือความกรอบของพริกหยวก ความนุ่มของเนื้อเส้น และรสชาติที่เค็มหวานกลมกล่อม จากซอสหอยนางรมผสานสารสกัดหอยเชลล์ หอม นัว แบบร้านดัง ซึ่งซอสของ Ebara นี้ได้ถอดรหัสความอร่อยนั้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
วิธีปรุงให้เหมือนมือโปร : เพื่อให้ได้รสสัมผัสที่ยอดเยี่ยมที่สุด
• การเตรียม: หั่นเนื้อและพริกหยวกให้เป็นเส้นยาวๆ ขนาดเท่าๆ กัน (หากชอบหน่อไม้เส้น สามารถเพิ่มลงไปได้)
• การผัด: ตั้งน้ำมันให้ร้อนจัด นำเนื้อลงไปผัดจนสีเริ่มเปลี่ยน 70-80% จากนั้นตามด้วยผักที่เตรียมไว้
• การปรุง: เมื่อผักเริ่มสลด ให้กดฝาซอส Ebara Petit แล้วเทลงไปทันที เร่งไฟแรงแล้วคลุกเคล้าเร็วๆ (ประมาณ 30 วินาที - 1 นาที) เพื่อให้ซอสเคลือบเงาไปบนชิ้นเนื้อ
• พร้อมเสิร์ฟ: ตักขึ้นใส่จาน ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ หรือข้าวหอมมะลิก็เข้ากันได้ดีเยี่ยม
แนะนำเมนูอาหาร
1. หมูสามชั้นผัดบล็อกโคลี่และเห็ดหอม
• ได้ความหวานจากบล็อกโคลี่และความหอมของเห็ดหอม ซึ่งเข้ากับเบสซอสหอยนางรมในแคปซูลได้ดี
2. ข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่น
• ปกติข้าวหน้าเนื้อจะใช้โชยุและมิริน ถ้าใช้ซอสตัวนี้จะได้ความหอมแบบอาหารจีน เข้ากับข้าวสวยร้อนๆ ได้ดีมาก
3. เต้าหู้ทรงเครื่องน้ำแดง
• เปลี่ยนจากเต้าหู้มาโปแบบเผ็ด มาเป็นแบบกลมกล่อมหอมกลิ่นหอยเชลล์
4. เส้นใหญ่ผัดซอสฮ่องกง
• เมนูนี้เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบทานก๋วยเตี๋ยวผัด
5. ผัดผักรวมมิตรทะเล
• เป็นเมนูเบสิกที่อร่อยขึ้นทันทีเพราะความ "อูมามิ" จากหอยเชลล์ในซอส
บะหมี่รสเล้งแซ่บ เผ็ดแบบจี๊ดจ๊าด ถึงรสชาติพริกเขียว หอมกลิ่นกระดูกหมู อร่อยแซ่บซี๊ด ตามแบบฉบับของเล้งที่คุ้นเคยความพิเศษอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบที่ให้กลิ่นอายเหมือนทานเล้งที่ร้านดัง ความหอมของพริกขี้หนูเขียวลอยเตะจมูกทันทีที่ใส่น้ำร้อน ผสมผสานกับเส้นบะหมี่สีเหลืองทองที่นุ่มเด้งเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ทุกคำที่ทานเข้าไปคือประสบการณ์ความอร่อยที่หยุดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นมื้อดึก มื้อกลางวัน หรือมื้อไหนๆ แค่มีนิสซินซองเขียวติดบ้านไว้ ก็เหมือนมีเชฟมือโปรมาปรุงเล้งแซ่บให้ทานถึงที่
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
เติมความสดชื่อคลายร้อน ไปกับ มุกิฉะ