ไก่คาราอาเกะ กระเทียมพริกไทยทำง่ายแค่เขย่าแล้วเอาเข้าไมโครเวฟ!
มาทำไก่ทอดในไมโครเวฟกันเถอะ! มีใครอยากลองทำไก่ทอดที่บ้านบ้างไหม? แต่ฉันไม่อยากหมักมัน นอกจากนี้การทอดยังใช้เวลานานและเปลืองน้ำมันอีกด้วย ลองแพ็คนี้สิ! เพียงหั่นไก่เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ผสมหรือเขย่ากับแป้งปรุงรสชุดนี้ จากนั้นเมื่อนำเข้าไมโครเวฟแล้วให้นำออกมาพักไว้สักครู่ ตอนนี้คุณสามารถทำเมนูไก่ทอดแสนอร่อยที่บ้านได้แล้ว。
วิธีการทำ
1. หั่นไก่ (1 ชิ้นมีขนาดประมาณ 4 x 4 ซม. หรือชิ้นละ 30 กรัม)
2. หั่นไก่แล้วเขย่า โรยแป้งให้ทั่ว
3. วางกระดาษรองจาน เอาลงบนจาน ไว้สำหรับวางไก่ วางแยกกันเพื่อไม่ให้ติด
4.ทำความร้อนด้วยไฟฟ้า 600w แล้วตั้งเวลาผ่านหน้าซองด้านหลัง จากนั้นปล่อยให้นั่งสักพัก ขอเพียงแค่สนุกกับเรื่องนี้
ยกระดับมื้อปิ้งย่างของคุณให้ฟินเหมือนนั่งกินที่ร้านดังในญี่ปุ่นด้วยซอสรสโชยุย่างไฟ ซอสพรีเมียมสูตรพิเศษที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี ผสมผสานซีอิ๊วญี่ปุ่นชั้นยอด กลิ่นหอมย่างอันเป็นเอกลักษณ์ และความกลมกล่อมจากเนื้อวัวกับผักเครื่องเทศ ให้รสชาติเข้มข้น หอมฟุ้งติดจมูก เคลือบเนื้อฉ่ำๆ ชวนให้อยากลิ้มลองทุกคำ ทานคู่กับเนื้อย่างร้อนๆ หรือนำไปประยุกต์ทำเมนูผัดก็อร่อยลงตัว ช่วยเปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นมื้อพิเศษได้ง่ายๆที่บ้าน
วิธีรับประทาน
• ใช้เป็นซอสหมัก: หมักเนื้อสัตว์ (เนื้อวัว, หมู, ไก่) กับซอสทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาทีก่อนนำไปย่างหรือทอด
• ใช้เป็นน้ำจิ้ม: เทใส่ถ้วยเพื่อใช้จิ้มเนื้อย่าง บาร์บีคิว หรือชาบูตามชอบ
• ใช้ปรุงรสอาหาร: ใช้เป็นซอสผัดเนื้อสัตว์กับผัก หรือราดบนข้าวหน้าเนื้อเพื่อเพิ่มรสชาติ
เมนูแนะนำ
• เนื้อย่างกระทะร้อนราดซอสซีอิ๊วย่าง
• หมูผัดซอสญี่ปุ่น (Pork Yakiniku)
• ข้าวหน้าเนื้อย่างซอสพรีเมียม
• บาร์บีคิวเสียบไม้ย่างซอส
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ความแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปที่คุณไม่ควรมองข้าม!!
หอม ละมุน เอกลักษณ์แบบชาญี่ปุ่นแท้ด้วย "ยาบูกิตะ เบลนด์"
ยาบูกิตะ (Yabukita) เป็นสายพันธุ์ของต้นชา หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “ชะโนะกิ” (Chanoki) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในจังหวัดชิซูโอกะ ขึ้นชื่อว่าเป็นสายพันธุ์ชาคุณภาพสูง ให้รสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนเสน่ห์ของชาเขียวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นมาตรฐานของชาเขียวญี่ปุ่นทั้งในด้านรสชาติและความหอม
ทางแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ได้นำใบชายาบุกิตะมาพัฒนาให้เข้ากับรสนิยมของผู้บริโภคยุคใหม่ จนเกิดเป็น “ยาบูกิตะ เบลนด์” (Yabukita Blend) ชารสหอมละมุน ดื่มง่าย เหมาะทั้งสำหรับจิบคู่กับของว่างจานโปรด หรือดื่มเพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายได้อย่างลงตัว
วิธีชงดื่ม
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
สัมผัสรสชาติชาเขียวแบบดั้งเดิมจากเมืองชิซูโอกะได้แล้ววันนี้
สัมผัสความหอมละมุนอย่างลงตัวไปกับ "ชาเก็นไมฉะผสานมัทฉะ" จากแบรนด์ ฮาราดะ
ดื่มด่ำไปกับความหอมละมุนของ ‘เก็นไมฉะ ผสานมัทฉะ’ ชาเขียวเบลนด์พิเศษจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่ผสมผสานความสดชื่นของมัทฉะพรีเมียมเข้ากับความหอมกรุ่นของข้าวคั่วอย่างลงตัว พร้อมทั้งรังสรรค์ความกลมกล่อมจากใบชายาบุกิตะ (Yabukita) สายพันธุ์ยอดนิยมของญี่ปุ่น เกิดเป็นชาเขียวกลิ่นละมุนทำให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้ดื่ม
ยาบูกิตะ (Yabukita) เป็นชาสายพันธุ์ยอดนิยมและปลูกมากที่สุดในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมอ่อนละมุนและรสชาติที่สมดุล จนได้รับการยกย่องให้เป็น “มาตรฐานแห่งชาเขียวญี่ปุ่น”
วิธีชงแบบร้อน:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบเย็น:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เติมน้ำเย็น 120 มล. แช่ไว้ประมาณ 3 นาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
น้ำสลัดปราศจากน้ำมัน อร่อยง่าย ได้ประโยชน์
น้ำสลัดสไตล์ญี่ปุ่น แบบไร้น้ำมัน แคลลอรี่ต่ำ เหมาะกับคนควมคุมน้ำหนัก
น้ำสลัดปราศจากน้ำมัน อร่อยง่าย ได้ประโยชน์
เอาใจคนไม่กินเผ็ดกับซอสปิ้งย่างรสเผ็ดน้อยรสหวานนวล
มาตามคำเรียกร้องสำหรับซอสปิ้งย่างรสเผ็ดกลาง
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผา เมื่อได้รับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
ดองผักให้อร่อยในพริบตา! ด้วย Asazuke no Moto จาก Ebara
Asazuke no Moto จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) เป็นน้ำปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับการทำผักดองสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ และรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “อาซาซึเกะ” (Asazuke) ด้วยรสชาติที่เค็มเล็กน้อย หวานนิดๆ และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ น้ำปรุงนี้ช่วยเสริมรสชาติให้ผักดองอร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เวลานานหรือขั้นตอนยุ่งยาก ผักดองที่ได้จะมีความกรอบ สดชื่น และยังคงรสชาติของผักไว้ได้อย่างดี
Asazuke no Moto จึงกลายเป็นตัวช่วยคู่ครัวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เพราะสามารถใช้ดองผักได้หลากหลายชนิดตามใจชอบ แค่มีผักกับน้ำปรุง ก็ได้เมนูเครื่องเคียงแบบญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและสดใหม่ในไม่กี่นาที!
วิธีใช้
• หั่นผักที่ต้องการหมักเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ลงในถุงซิปล็อก
• เทน้ำปรุงรส "Asazuke no Moto" ลงไปให้ทั่วผัก (ปริมาณการใช้ 100 มล. ต่อผัก 200 กรัม)
• ไล่อากาศออกจากถุงให้มากที่สุด ปิดปากถุงให้แน่น แล้วขยำเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
• นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 หรือนานกว่านั้นตามความชอบ
• จากนั้นนำผักออกมา บีบน้ำส่วนเกินออก (โดยไม่ต้องล้างน้ำเปล่า)เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟทันที
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ Size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
ชวนชิมซอสทงคัตสึในตำนานที่ผลิตมากว่า 100 ปี!!!
ชวนชิมซอสทงคัตสึในตำนานที่ผลิตมากว่า 100 ปี!!!
น้ำสลัดรสแครอทผสมหัวหอมและกระเทียม
น้ำสลัดที่ผ่านการนำวัตถุดิบมาผสมผสานกันอย่างลงตัว
จาก แบรนด์ Bull-Dog ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำซอส
เบสมาจากแอปเปิ้ลวิเนการ์ และปรุงรสสไตล์ตะวันตก
เพิ่มความครีมมี่ด้วยรสชาติเข้มข้นจากหอมใหญ่ แครอท และกระเทียม
เคล็ดลับความอร่อยฉบับแม่บ้านญี่ปุ่น: ข้าวผัดปูที่ไม่ต้องแกะปูเอง
ถ้าคุณเคยหลงรักข้าวผัดญี่ปุ่น ที่หอมกลิ่นกระทะ รสชาติกลมกล่อมลงตัว แต่ทำเองทีไรก็ไม่เหมือนกินที่ร้านสักที… นี่คือคำตอบที่จะเปลี่ยนห้องครัวของคุณให้กลายเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศ! ผงปรุงรสข้าวผัดปูยอดฮิตจากนากาทานิเอ็น เคล็ดลับความอร่อยฉบับแม่บ้านญี่ปุ่นที่ทำให้การทำข้าวผัดเป็นเรื่องง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาแกะปูเอง ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานเครื่องปรุงรสต้นตำรับ ทั้งความหอมของโชยุและรสชาติเข้มข้นจากวัตถุดิบคุณภาพ ช่วยเคลือบเม็ดข้าวให้มันวาว ร่วนสวย และมีมิติรสชาติที่เค็มหวานกำลังดีแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบ มื้อดึกที่ต้องการความฟิน หรือจะใช้เป็นสูตรลับประจำร้านเพื่อควบคุมมาตรฐานความอร่อยให้คงที่ ช่วยลดเวลาและเพิ่มความประทับใจให้ทุกจานได้ระดับมืออาชีพ เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวที่จะสนุกกับการทำอาหารและอร่อยไปพร้อมกัน พูดง่ายๆ คือ… ซองเดียวจบเรื่องความอร่อย ให้รสชาติต้นตำรับส่งตรงจากญี่ปุ่นถึงจานคุณ!
วิธีการทำ
แบบที่ 1: ข้าวผัดมาตรฐาน (ใช้กระทะ)
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใช้ไฟกลาง เทไข่ไก่ที่ตีแล้ว 1 ฟองลงไปผัดพอสุก
• ใส่ข้าวสวย (ประมาณ 250 กรัม) ลงไปผัดให้เข้ากับไข่ประมาณ 1 นาที
• โรยผงปรุงรส 1 ซองเล็กให้ทั่ว แล้วผัดเร็วๆ ด้วยไฟกลางอีกประมาณ 1 นาที 30 วินาที พร้อมเสิร์ฟ
แบบที่ 2: เมนูข้าวอบสไตล์ปาเอญ่า (ใช้หม้อหุงข้าว)
• ซาวข้าว 2 ถ้วยตวง เติมน้ำในปริมาณปกติเหมือนหุงข้าวสวย
• ใส่ผงปรุงรส 3 ซอง, อาหารทะเลแช่แข็ง (200 กรัม), พริกหยวกหั่นเต๋า ลงไปในหม้อแล้วกดหุงปกติ
• เมื่อข้าวสุก ราดน้ำมันมะกอกเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นร้านข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นระดับพรีเมียมด้วย เครื่องแกงกะหรี่ก้อนสำหรับงานร้านอาหารและธุรกิจอาหารจากประเทศญี่ปุ่น ให้รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น หอมเครื่องเทศ พร้อมความละมุนจากการผสานรสชาติของเครื่องเทศและความหวานจากผักอย่างลงตัว มาพร้อมกับความเผ็ดระดับ 3 (เผ็ดน้อย-ปานกลาง) จึงเหมาะกับผู้บริโภคส่วนใหญ่ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งแกงกะหรี่เนื้อ หมู ไก่ ซีฟู้ด หรือประยุกต์เป็นซอสสำหรับเมนูทอดต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ บรรจุภัณฑ์ขนาด 1 กิโลกรัม คุ้มค่า เหมาะสำหรับ ครอบครัวใหญ่ ร้านอาหาร โรงแรม ร้านอาหารญี่ปุ่น อร่อยทานง่าย ถูกปากทุกคนในแน่นอน
วิธีทำ (สำหรับ 50 ที่)
• ผัดวัตถุดิบ: เตรียมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ นำไปผัดกับน้ำมันพร้อมกระเทียมและหอม ประมาณ 3-5 นาที
• เติมน้ำ : ประมาณ 6-7 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวต่อด้วยไฟกลาง ประมาณ 20-30 นาที จนส่วนผสมนุ่มได้ที่
• ใส่ก้อนแกงกะหรี่: ปิดไฟชั่วคราว นำก้อนแกงกะหรี่ (หันชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่าย) ใส่ลงไปในหม้อ คนให้ละลายจนหมด
• เคี่ยวจนข้น: เปิดไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 10-15 นาที จนน้ำแกงงวดและข้นเหนียวตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
เมนูแนะนำจากแกงกะหรี่กล่องนี้
• ข้าวแกงกะหรี่หมูทอดคัตสึ: เมนูคลาสสิก ข้าวสวยร้อนๆ ท็อปด้วยหมูชุบแป้งทอดกรอบๆ ราดซสแกงกะหรี่เข้มข้น
• อุด้งแกงกะหรี่: นำซุปแกงกะหรี่ไปเจือจางด้วยน้ำซุปดาชิเล็กน้อย ราดบนเส้นอุด้งเหนียวนุ่ม
• ข้าวห่อไข่ราดซอสแกงกะหรี่: เพิ่มความหรูหราละมุนละไมด้วยไข่ข้นลาวา
• ขนมปังไส้แกงกะหรี่: นำซอสแกงกะหรี่ที่เหลือไปทำเป็นไส้ขนมปังแล้วนำไปชุบเกล็ดขนมปังทอด
สัมผัสความอร่อยระดับตำนานส่งตรงจากญี่ปุ่นกับ แกงกะหรี่ก้อนสูตรต้นตำรับที่ครองใจคนทุกเพศทุกวัย ด้วยเอกลักษณ์ความกลมกล่อมที่ไม่เหมือนใครจากการผสานคุณค่าของ "แอปเปิ้ลและน้ำผึ้งธรรมชาติ" ให้รสชาติที่หวานละมุน นุ่มนวล เผ็ดน้อย (ระดับ 1) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็กๆ ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่ชอบรสชาติกลมกล่อมไม่จัดจ้าน มาในขนาดจุใจสูตรพิเศษสำหรับร้านค้าหรือครอบครัวใหญ่ ช่วยให้การรังสรรค์เมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นจานโปรดของคุณเป็นเรื่องง่ายและอร่อยคงที่ในทุกๆจาน
บรรจุขนาด 1 กิโลกรัม โดยแบ่งเป็น 2 แพ็ก แพ็กละ 500 กรัม สูตรพิเศษสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านครอบครัวใหญ่ หรือผู้ประกอบการร้านอาหารและคาเฟ่ แกะใช้สะดวก เก็บรักษาง่าย ช่วยให้การรังสรรค์เมนูโปรดของคุณเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะทำทานกี่ครั้ง รสชาติก็เข้มข้น หอม อร่อยคงที่เหมือนมีเชฟญี่ปุ่นมาปรุงให้ถึงบ้าน
วิธีทำ (สำหรับ 50 ที่)
• ผัดวัตถุดิบ: เตรียมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ นำไปผัดกับน้ำมันพร้อมกระเทียมและหอม ประมาณ 3-5 นาที
• เติมน้ำ : ประมาณ 6-7 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวต่อด้วยไฟกลาง ประมาณ 20-30 นาที จนส่วนผสมนุ่มได้ที่
• ใส่ก้อนแกงกะหรี่: ปิดไฟชั่วคราว นำก้อนแกงกะหรี่ (หันชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่าย) ใส่ลงหม้อ คนให้ละลายจนหมด
• เคี่ยวจนข้น: เปิดไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 10-15 นาที จนน้ำแกงงวดและข้นเหนียวตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
ไอเดียสร้างสรรค์เมนูจากแกงกะหรี่กล่องนี้
นอกจากจะราดข้าวสวยทานคู่กับหมูทอดทงคัตสึแล้ว แกงกะหรี่สูตรนี้ยังสามารถนำไปดัดแปลงทำเมนูอื่นๆ เช่น:
• อุด้งแกงกะหรี่ญี่ปุ่น: ซดน้ำร้อนๆ เส้นหนึบหนับ
• ข้าวโตเกียวชีสแกงกะหรี่อบ: โรยชีสเยิ้มๆ แล้วนำเข้าเตาอบ
• พายแกงกะหรี่: เมนูทานเล่นสไตล์คาเฟ่
หากคุณเป็นสายทำอาหารที่หลงรักในรสชาติของอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง แต่กังวลเรื่องการเตรียมเครื่องปรุงที่ซับซ้อน ทั้งน้ำมันหอย ซีอิ๊ว เหล้าจีน และการคุมสมดุลรสชาติ Ebara แบรนด์เครื่องปรุงชั้นนำจากญี่ปุ่น ได้คิดค้นนวัตกรรมที่จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นด้วยซอสซีรีส์ "Petit" (พุจิ) ที่ย่อส่วนความอร่อยระดับภัตตาคารมาไว้ในถ้วยจิ๋วเพียงถ้วยเดียว
ทำไมต้อง "ชิงเยาโรซู" (Chin-jao Rosu)
เมนูเนื้อผัดพริกหยวก หรือ ชิงเยาโรซู คือเมนูยอดฮิตในครัวเรือนและร้านอาหารทั่วญี่ปุ่น จุดเด่นคือความกรอบของพริกหยวก ความนุ่มของเนื้อเส้น และรสชาติที่เค็มหวานกลมกล่อม จากซอสหอยนางรมผสานสารสกัดหอยเชลล์ หอม นัว แบบร้านดัง ซึ่งซอสของ Ebara นี้ได้ถอดรหัสความอร่อยนั้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
วิธีปรุงให้เหมือนมือโปร : เพื่อให้ได้รสสัมผัสที่ยอดเยี่ยมที่สุด
• การเตรียม: หั่นเนื้อและพริกหยวกให้เป็นเส้นยาวๆ ขนาดเท่าๆ กัน (หากชอบหน่อไม้เส้น สามารถเพิ่มลงไปได้)
• การผัด: ตั้งน้ำมันให้ร้อนจัด นำเนื้อลงไปผัดจนสีเริ่มเปลี่ยน 70-80% จากนั้นตามด้วยผักที่เตรียมไว้
• การปรุง: เมื่อผักเริ่มสลด ให้กดฝาซอส Ebara Petit แล้วเทลงไปทันที เร่งไฟแรงแล้วคลุกเคล้าเร็วๆ (ประมาณ 30 วินาที - 1 นาที) เพื่อให้ซอสเคลือบเงาไปบนชิ้นเนื้อ
• พร้อมเสิร์ฟ: ตักขึ้นใส่จาน ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ หรือข้าวหอมมะลิก็เข้ากันได้ดีเยี่ยม
แนะนำเมนูอาหาร
1. หมูสามชั้นผัดบล็อกโคลี่และเห็ดหอม
• ได้ความหวานจากบล็อกโคลี่และความหอมของเห็ดหอม ซึ่งเข้ากับเบสซอสหอยนางรมในแคปซูลได้ดี
2. ข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่น
• ปกติข้าวหน้าเนื้อจะใช้โชยุและมิริน ถ้าใช้ซอสตัวนี้จะได้ความหอมแบบอาหารจีน เข้ากับข้าวสวยร้อนๆ ได้ดีมาก
3. เต้าหู้ทรงเครื่องน้ำแดง
• เปลี่ยนจากเต้าหู้มาโปแบบเผ็ด มาเป็นแบบกลมกล่อมหอมกลิ่นหอยเชลล์
4. เส้นใหญ่ผัดซอสฮ่องกง
• เมนูนี้เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบทานก๋วยเตี๋ยวผัด
5. ผัดผักรวมมิตรทะเล
• เป็นเมนูเบสิกที่อร่อยขึ้นทันทีเพราะความ "อูมามิ" จากหอยเชลล์ในซอส
เติมความอร่อยแบบญี่ปุ่นให้ทุกมื้อด้วย ข้าวญี่ปุ่นพันธุ์นานะสึโบชิ (Nanatsuboshi) เป็นสายพันธุ์ข้าวที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น โดยมีจุดเด่นที่เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย หลังหุงให้เนื้อสัมผัสนุ่ม มีความเหนียวและความชุ่มฉ่ำในระดับที่เหมาะกับอาหารญี่ปุ่น จึงสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายเมนู ตั้งแต่ข้าวสวยรับประทานคู่กับอาหารต่าง ๆ ไปจนถึงข้าวปั้น ซูชิ ข้าวหน้าเนื้อ และข้าวแกงกะหรี่ อีกหนึ่งจุดเด่นคือรูปแบบ ข้าวไม่ต้องซาว ที่ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมข้าวก่อนหุง ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาซาวข้าวหลายรอบ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและน้ำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจร้านอาหารที่ต้องเตรียมข้าวจำนวนมากในแต่ละวัน เมื่อหุงสุกแล้วสามารถเสิร์ฟเป็นข้าวญี่ปุ่นเนื้อนุ่ม หรือใช้เป็นส่วนประกอบของเมนูยอดนิยมได้ทันที เหมาะสำหรับการใช้งานในครัวร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านซูชิ ร้านอาหารเดลิเวอรี โรงแรม คาเฟ่ และ ธุรกิจที่ต้องการข้าวญี่ปุ่นคุณภาพดีสำหรับเสิร์ฟลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้ทุกจานมีรสชาติและสัมผัสแบบญี่ปุ่นที่ลงตัว
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่น ให้เหนียวนุ่มเรียงเม็ดสวย มีขั้นตอนง่ายๆ
อัตราส่วนสัดส่วน
• ข้าว 1 ส่วน ต่อ น้ำ 1.2 ถึง 1.3 ส่วน
(เช่น ข้าว 1 ถ้วย ต่อน้ำ 1 ถ้วยครึ่งโดยประมาณ หรือเติมน้ำให้มากกว่าการหุงข้าวทั่วไปเล็กน้อย)
ขั้นตอนการหุง
• ไม่ต้องซาวน้ำ: ตวงข้าวใส่หม้อได้ทันทีโดยไม่ต้องล้างน้ำ
• ตวงน้ำตามสัดส่วน: เทน้ำสะอาดลงไปตามอัตราส่วนที่กำหนด
• แช่ข้าว: ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ในน้ำ 30 ถึง 60 นาที เพื่อให้แกนข้าวดูดซึมน้ำได้เต็มที่
• กดสวิตช์หุง: กดปุ่มหุงข้าวตามปกติ (หากมีโหมดข้าวญี่ปุ่นหรือ Musenmai ให้เลือกโหมดนั้น)
• ระอุข้าว: เมื่อหม้อดีดขัดขึ้นอุ่น ให้ ปิดฝาทิ้งไว้ต่ออีก 10 ถึง 15 นาที ห้ามเพิ่งเปิดฝา
• พลิกข้าว: เปิดฝาแล้วใช้ทัพพีคุ้ยพลิกข้าวเบาๆ จากล่างขึ้นบน เพื่อระบายความชื้นส่วนเกิน
*** หากต้องการให้นุ่มขึ้นหรือเป็นแกน สามารถ ปรับลดหรือเพิ่มปริมาณน้ำ ในการหุงครั้งต่อไปได้ตามความชอบ
เมนูแนะนำ
• ข้าวกล่องเบนโตะ (Bento): ข้าวพันธุ์นี้โดดเด่นมากเมื่อทานแบบเย็น เพราะเนื้อข้าวจะไม่แข็งกระด้าง
• ข้าวปั้นโอนิกิริ (Onigiri): ข้าวมีความเหนียวเกาะตัวกันได้ดี ปั้นง่าย เหมาะกับไส้แซลมอนหรือบ๊วยดอง
• ซูชิและข้าวหน้าปลาดิบ (Sushi & Chirashi Don): เม็ดข้าวอมน้ำส้มสายชูสำหรับทำซูชิได้ดี ไม่แฉะจนเกินไป
• ข้าวหน้าหมูทอดคัตสึด้ง (Katsudon): ข้าวเนื้อหนึบสู้ฟันเข้ากันได้ดีกับน้ำซอสชุ่มๆ และไข่ข้น
• ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น (Japanese Curry): ซอสแกงกะหรี่เข้มข้นจะเคลือบตัวเม็ดข้าวได้อย่างทั่วถึง
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
เพิ่มความอร่อยของทุกเมนูผัดแบบง่ายๆ แค่มีขวดนี้!
มาทำราเมงสไตล์ญี่ปุ่นกันเถอะ
ลูกอมรามุเนะรสโคล่า สดชื่น หวานอมเปรี้ยว
ลูกอมรามุเนะยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครด้วยเนื้อสัมผัสแบบผงเบา
ละลายในปากได้อย่างรวดเร็ว มาพร้อมรสโคล่าสุดซ่าที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังดื่มโคล่าจริงๆ
สดชื่น หวานอมเปรี้ยว อมเพลินจนหยุดไม่อยู่!
ซอสพิซซ่าญี่ปุ่นที่พัฒนาสูตรร่วมกับลูกค้ากว่า 1,000 ราย
มาสัมผัสรสชาติของวาซาบิแท้ๆ กันค่ะ!!
เพลิดเพลินกับรสชาติขององุ่นในรูปแบบกัมมี่รูปหัวใจสุด cute
Pure Gummy เป็นหนึ่งในกัมมี่ยอดนิยมจากแบรนด์ Kanro (คันโระ) ด้วยรูปทรงหัวใจแสนน่ารัก มาพร้อมกับรสชาติหวานอมเปรี้ยวของน้ำผลไม้เข้มข้นและสัมผัสนุ่มหนึบหนับ เคี้ยวเพลิน ไม่เพียงแค่อร่อยและชุ่มฉ่ำ แต่ยังประกอบด้วยวิตามินซีและคอลลาเจน บรรจุมาในแพ็กเกจแบบซิปล็อก สามารถพกพาหรือแบ่งรับประทานได้ง่ายค่ะ
เพลิดเพลินกับรสชาติขององุ่นมัสคัตในรูปแบบกัมมี่รูปหัวใจสุด cute
Pure Gummy เป็นหนึ่งในกัมมี่ยอดนิยมจากแบรนด์ Kanro (คันโระ) ด้วยรูปทรงหัวใจแสนน่ารัก มาพร้อมกับรสชาติหวานอมเปรี้ยวของน้ำผลไม้เข้มข้นและสัมผัสนุ่มหนึบหนับ เคี้ยวเพลิน ไม่เพียงแค่อร่อยและชุ่มฉ่ำ แต่ยังประกอบด้วยวิตามินซีและคอลลาเจน บรรจุมาในแพ็กเกจแบบซิปล็อก สามารถพกพาหรือแบ่งรับประทานได้ง่ายค่ะ
เพลิดเพลินกับรสชาติของเลมอนในรูปแบบกัมมี่รูปหัวใจสุด cute
Pure Gummy เป็นหนึ่งในกัมมี่ยอดนิยมจากแบรนด์ Kanro (คันโระ) ด้วยรูปทรงหัวใจแสนน่ารัก มาพร้อมกับรสชาติหวานอมเปรี้ยวของน้ำผลไม้เข้มข้นและสัมผัสนุ่มหนึบหนับ เคี้ยวเพลิน ไม่เพียงแค่อร่อยและชุ่มฉ่ำ แต่ยังประกอบด้วยวิตามินซีและคอลลาเจน บรรจุมาในแพ็กเกจแบบซิปล็อก สามารถพกพาหรือแบ่งรับประทานได้ง่ายค่ะ