สุดยอดนัตโตะจากถั่วเหลืองซุซึมารุ คุณภาพระดับพรีเมียม
สำหรับคนรักสุขภาพและผู้ที่อยากลิ้มลองรสชาติ นัตโตะ (Natto) แบบต้นตำรับแท้ ๆ เราขอแนะนำ นัตโตะ จากแบรนด์ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรพิเศษจาก ฮอกไกโด เพราะนี่คือสุดยอดถั่วเหลืองหมักที่มาพร้อมความอร่อยแบบธรรมชาติและคุณค่าที่ล้ำเลิศ
ความลับของนัตโตะฮอกไกโด
ความพิเศษของนัตโตะถ้วยนี้อยู่ที่การคัดสรร ถั่วเหลืองเม็ดเล็ก สายพันธุ์ ""ซูซูมารุ"" (Suzumaru) ซึ่งเป็นถั่วเหลืองคุณภาพสูงที่ปลูกในเมืองมุคาวะ จังหวัดฮอกไกโด ถั่วที่เติบโตในสภาพอากาศที่บริสุทธิ์ของฮอกไกโดนี้ ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มนวลและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผ่านกระบวนการหมักแบบดั้งเดิม จึงได้นัตโตะที่มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี
ทำไมต้องนัตโตะสูตรนี้?
ถั่วเหลืองซูซูมารุ: การเลือกใช้ถั่วเหลืองสายพันธุ์นี้ เป็นการการันตีคุณภาพและความใส่ใจในวัตถุดิบ ทำให้ได้รสอูมามิที่เข้มข้น และเนื้อสัมผัสที่เนียนกว่า
เม็ดเล็ก ทานง่าย: ถั่วแบบเม็ดเล็กทำให้ง่ายต่อการคลุกเคล้ากับซอส และทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ได้อย่างลงตัว เป็นรูปแบบที่คนญี่ปุ่นนิยมทานมากที่สุด
ประโยชน์เต็มถ้วย: นัตโตะยังเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติกที่ดีต่อลำไส้ และเอนไซม์นัตโตะไคเนสที่ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้คุณได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพดีในทุก ๆ คำ
พร้อมทาน สะดวกสุด ๆ: ในแพ็กเกจมีทั้งซอส (Tare) และมัสตาร์ด (Karashi) มาให้พร้อมสรรพ คุณไม่ต้องหาเครื่องปรุงเพิ่ม ก็อร่อยได้ทันที
วิธีเตรียมและอร่อยกับนัตโตะ
สินค้าจัดส่งแบบแช่แข็ง เพื่อรักษาความสดใหม่ ดังนั้นควรเตรียมสินค้าตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนการเตรียม:
1. นำ นัตโตะ ออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
2. พักไว้ที่อุณหภูมิห้องสักครู่ เพื่อให้คลายความเย็นจนนิ่มลง หรือนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดา
3. เมื่อถั่วละลายและนิ่มแล้ว จึงนำมาทาน
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ให้นัตโตะฮอกไกโดเป็นอาหารเช้าหรือมื้อเสริมเพื่อสุขภาพของคุณ แล้วคุณจะค้นพบความลับของการมีสุขภาพดีสไตล์คนญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านเลย
ซานุกิ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น
Sanuki Udon ของจังหวัดคากาว่า ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ความพิเศษของเมนูวัดกันที่ความอร่อยของเส้นค่ะ
เส้นซานุกิอุด้งผลิตจากแป้งสาลีที่ปลูกจากจังหวัด Kagawa ด้วยวิธีการปลูกแบบดั้งเดิมทำให้เนื้อสัมผัสที่ได้มีความเหนียว นุ่ม เคี้ยวหนึบต่างจากแป้งสาลีชนิดอื่น ด้วยความอร่อยของเส้นซานุกิไม่ว่าจะใช้ทำเป็นเมนูไหนก็อร่อยถูกใจแน่นอนค่ะ
“คางปลาบุรี” ความเรียบง่ายอย่างลงตัว
“บุรี” หรือปลา “ฮามาจิ” คือปลาในตระกูล (Yellow Tail) เป็นปลานำเข้าจากญี่ปุ่นชนิดเดียวในโลกที่มีชื่อเรียกหลากหลายไปตามช่วงอายุ จัดเป็นปลาเนื้อขาวที่มีความมันแทรกอยู่ในเนื้อ
“คางปลาบุรี” เป็นเมนูที่พบได้บ่อยในร้านอาหารญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมในงานแต่งงานและงานเฉลิมฉลองอื่นๆ เนื่องจากมีรสชาติอร่อยและเนื้อนุ่มหอม เนื้อใต้คางมีไขมันอยู่มาก ซึ่งทำให้มีรสชาติหวานและเนื้ออร่อย การทำคางปลาบุรี จะใช้วิธีการย่างหรืออบที่ทำให้ผิวเนื้อนอกกรอบและนุ่มอยู่ภายใน มักจะปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยหรือโยชุ หรือเมนูต่างๆอีกมากมาย
วิธีทำคางปลาฮามาจิหรือปลาบุรีย่างเกลือ
1. ตั้งเตาถ่านสำหรับย่าง (ควรตั้งรอประมาณ 45 นาที ไฟจะร้อนพอดี ไม่แรงเกินไป)
2. วางคางปลาบุรีบนตะแกรงย่าง โรยเกลือเล็กน้อย ย่างประมาณ 10 นาที
3. ค่อยๆกลับด้านคางปลา โรยเกลืออีกด้าน แล้วทิ้งไว้อีก 10 นาที กลับด้านทุก 10 นาทีแบบนี้เรื่อยๆ จนสุก (ใช้เวลาทั้งหมด 20-30 นาที แล้วแต่ขนาดของคางปลา)
4. ยกคางปลาฮามาจิลงจาน นำหัวไชเท้าฝอยมาบีบน้ำออก ปั้นเป็นก้อนกลมๆ วางข้างชิ้นปลา พร้อมราดซีอิ๊วบนหัวไชเท้า ก็เสิร์ฟคางปลาบุรีย่างเกลือได้เลย
วิธีการเก็บ
• นำออกมาจากช่องแช่แข็งเฉพาะเท่าที่ต้องการจะประกอบอาหาร ไม่แนะนำให้นำออกมาละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
เส้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในคนญี่ปุ่น
อุด้ง ถือเป็นเมนูเส้นยอดนิยมชนิดหนึ่งของชาวญี่ปุ่น ทำมาจากแป้งสาลี มีลักษณะเป็นเส้นหนา ยาว มีสีขาว สามารถทานได้ทั้งร้อนและเย็น มีรสชาติเหนียว นุ่ม เวลาเคี้ยวเส้นจะเด้ง ทำให้เป็นที่นิยมทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
ความอร่อยสดชื่นแบบญี่ปุ่น ที่ลงตัวด้วยซอสยูสุพอนซึ
ถ้าคุณชอบรสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นเลม่อนญี่ปุ่นอย่างยูซุ ต้องไม่พลาด นัตโตะรสชาติใหม่จากแบรนด์ฮามานะสึ เพราะนี่คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างถั่วเหลืองหมักเพื่อสุขภาพ กับซอสยูสุพอนซึที่ให้ความรู้สึกสดชื่นไม่เหมือนใคร ทำให้ทานง่ายและอร่อยจนหยุดไม่ได้
นัตโตะถ้วยนี้ถูกยกระดับความอร่อยขึ้นไปอีกขั้นด้วยซอสยูสุพอนซึสูตรพิเศษ :
• ความสดชื่นของยูซุ: จุดเด่นคือ ซอสปอนซุรสยูซุ ที่มีรสเปรี้ยวอมหวานและกลิ่นหอมของยูซุที่สดชื่นมากๆ ทำให้ความรู้สึกหนัก ๆ ของนัตโตะเปลี่ยนไป กลายเป็นรสชาติที่สว่างและเบา ทานได้เรื่อย ๆ
• ถั่วเหลืองเม็ดเล็กคุณภาพ: นัตโตะใช้ถั่วเหลืองเม็ดเล็ก (Kotsubu Daizu) คุณภาพดีจาก ฮอกไกโด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตถั่วชั้นเยี่ยม ทำให้ถั่วมีความเนียนนุ่มและคลุกเคล้ากับซอสได้อย่างง่ายดาย
• ทานง่ายแม้เป็นมือใหม่: รสเปรี้ยวหอมของยูซุช่วยตัดกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของนัตโตะได้เป็นอย่างดี ทำให้เป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นลองทาน
• ประโยชน์เต็มถ้วย: นัตโตะ เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม และเต็มไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่างโปรไบโอติก วิตามิน K2 และเอนไซม์นัตโตะไคเนส ที่ช่วยดูแลสุขภาพลำไส้และระบบไหลเวียนโลหิต
วิธีเตรียมและอร่อยกับนัตโตะ
สินค้าจัดส่งแบบแช่แข็ง เพื่อรักษาความสดใหม่ ดังนั้นควรเตรียมสินค้าตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนการเตรียม:
1. นำนัตโตะ ออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
2. พักไว้ที่อุณหภูมิห้องสักครู่ เพื่อให้คลายความเย็นจนนิ่มลง หรือนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดา
3. เมื่อถั่วละลายและนิ่มแล้ว จึงนำมาทาน
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ถ้าคุณพร้อมที่จะเปิดรับความอร่อยใหม่ที่ทั้งสดชื่นและดีต่อสุขภาพ ลองให้ นัตโตะซอสยูซุ เป็นตัวเลือกในมื้อต่อไป รับรองว่าถูกใจสายเฮลตี้ที่ชอบรสชาติเปรี้ยวอมหวานอย่างแน่นอน"
แค่ปั้นและวาง ซูชิกุ้งแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
กุ้งแดงอาร์เจนตินาเป็นกุ้งที่พบได้มากในทะเลแถบอเมริกาใต้ มีเนื้อกรอบ แน่น หวานอร่อยตามธรรมชาติ จึงนิยมนำมาใช้ทำเมนูซาชิมิหรือซูชิ วันนี้คุณสามารถอร่อยกับกุ้งแดงอาร์เจนตินาได้ง่ายๆ ที่เราจัดมาให้ในรูปแบบแช่แข็ง สะดวกและง่ายดายเพียงแค่นำมาละลายก็พร้อมปรุงเมนูโปรดของคุณได้ทันที โดยไม่ต้องแกะและผ่าเองให้ยุ่งยากค่ะ
วิธีรับประทาน
• นำสินค้าตามปริมาณที่ต้องการรับประทานมาไว้ที่ช่องละลายน้ำแข็งในตู้เย็นประมาณ 8-9 ชั่วโมง หรือวางไว้ที่อุณหภูมิปกติประมาณ 40-50 นาที เมื่อน้ำแข็งละลายแล้วสามารถนำไปปรุงเมนูที่ต้องการได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
ผสานความอร่อยของมันฝรั่งและฟักทองฮอกไกโดเนื้อเนียน เหนียวนุ่ม กรอบอร่อยกำลังพอดี
โคร็อกเกะจากแบรนด์ซันมารูโกะห่อนี้ ผลิตโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพดีอย่างมันฝรั่งบารอน (だんしゃく, Danshaku) และฟักทองฮอกไกโด ทำให้ได้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม รสชาติหวานมันกลมกล่อมกำลังพอดี นำมาคลุกแป้งและเกล็ดขนมปังแล้วทอดจนเหลืองกรอบ ปราศจากสารเคมีแต่งกลิ่น สี และวัตถุกันเสีย อร่อยง่ายๆ เพียงอุ่นในไมโครเวฟ เสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส นิยมจัดใส่เบนโตะเป็นอาหารกลางวันของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รับประทานเป็นของว่าง หรือรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็เข้ากันได้ดีค่ะ
Are you looking for a side dish or an appetizer to go with your favorite beverage?
The flavor of the “Kimchi Seasoned Scallop Rim” is acidic, salty, and a little bit sweet. When chewed, it has a crunchy texture. This is delicious and perfect for serving as an appetizer, a side dish, or with your favorite glass. Additionally, it can be used as a sushi topping and as a side dish in bento. This is another menu that is recommended for your home.
สัมผัสความอร่อยของแซลมอนรมควันอบสุก จากชิลี
แซลมอนรมควันอบสุกระดับพรีเมียมของเราผลิตจากปลาแซลมอนแอตแลนติกสดคุณภาพเยี่ยมที่คัดสรรด้วยมือ จากแหล่งน้ำธรรมชาติอันบริสุทธิ์ในภูมิภาคปาตาโกเนีย ประเทศชิลี หลังการจับขึ้นจากน้ำเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็เริ่มกระบวนการหมักแบบดั้งเดิมด้วยวัตถุดิบธรรมชาติและรมควันอย่างช้าๆ ตามกรรมวิธีเพื่อให้ได้แซลมอนรมควันที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด รสชาติกลมกล่อม และเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน
ผลิตภัณฑ์นี้บรรจุด้วยเทคโนโลยี Modified Atmosphere Packaging (MAP) หรือ การบรรจุภายใต้บรรยากาศควบคุม เพื่อช่วยคงความสดใหม่ คุณภาพ และรสชาติของผลิตภัณฑ์
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
สายกินห้ามพลาดกับเมนูสุดฟิน ที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาของคุณให้พิเศษขึ้น สัมผัสความอร่อยเต็มๆคำกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความกรอบนอกจากเกล็ดขนมปังสีทอง และความนุ่มในของครีมซอสสูตรเข้มข้น รสชาติหวานมัน กลมกล่อม ละมุนลิ้น ผสานเนื้อกุ้งเด้งๆ ด้านในที่เข้ากันได้อย่างลงตัว กินกี่ทีก็ไม่เบื่อ แถมสะดวกสุดๆ เพียงหยิบออกจากตู้เย็นแล้วนำทอดด้วยกระทะ หรือถ้าอยากได้ความกรอบฟูขั้นสุด เพียงอุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันแปบเดียว ก็จะได้โคร็อกเกะร้อนๆ เหมือนเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ จะทานเล่นเป็นของว่างยามบ่ายจิ้มซอสทงคัตสึหรือมายองเนสก็เคี้ยวเพลิน หรือจะนำไปวางท็อปบนข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นร้อนๆ ทำเป็นมื้อหลักก็อร่อยฟินอิ่มท้อง ยิ่งทานตอนร้อนๆ ครีมซอสข้างในเยิ้มๆ บอกเลยว่าฟินมากๆ แค่มีโคร็อกเกะกล่องนี้ติดตู้เย็นไว้ก็อุ่นใจ อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีอร่อยกับ "โคร็อกเกะครีมกุ้ง" (ทำง่าย สะดวก รวดเร็ว)
เนื่องจากเป็นสินค้าอาหารพร้อมทานแช่แข็ง สามารถเลือกอุ่นร้อนได้ตามความสะดวก 2 รูปแบบ
แบบทอดด้วยกระทะ
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วม ใช้ไฟปานกลางจนน้ำมันร้อน
• นำโคร็อกเกะลงไปทอดซ้ำสั้น ๆ ประมาณ 1 - 2 นาที จนเกล็ดขนมปังฟูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสม่ำเสมอ
• ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ จะได้รสสัมผัสที่กรอบฟูฉ่ำ ตามแบบฉบับโคร็อกเกะดั้งเดิมในร้านอาหารญี่ปุ่น
แบบหม้อทอดไร้น้ำมัน
• นำโคร็อกเกะครีมกุ้งออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องทำละลาย)
• ใส่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 180°C เป็นเวลาประมาณ 8 - 10 นาที
• พลิกกลับด้านในนาทีที่ 5 เพื่อให้เกล็ดขนมปังกรอบสีเหลืองทองเท่ากันทั้งสองด้าน แป้งด้านนอกจะกรอบกรุบเหมือนทอดใหม่ ๆ แต่ไร้น้ำมันส่วนเกิน ส่วนครีมซอสด้านในละมุนเยิ้มสะใจ
ชีสสติ๊กยืดๆ อร่อยเพลินเกินต้าน
มอสซาเรลลาชีสคุณภาพดีนำมาคลุกเกล็ดขนมปังกรุบกรอบ เพียงทอดไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ ให้คุณได้ฟินกับความกรอบอร่อยพร้อมชีสยืดๆ เยิ้มๆ หอมๆ ด้านใน ติดใจแน่นอนค่ะ
วิธีรับประทาน
• นำชีสสติ๊กลงทอดในน้ำมันปริมาณมากที่ไฟปานกลางหรืออุณหภูมิประมาณ 170-175 องศาเซลเซียส จนเป็นสีเหลืองทอง จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาทอดตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
ทำความรู้จัก "ปลาบุริ" ราชาแห่งปลาเนื้อขาวฤดูหนาว
ปลาบุริ หรือ ปลาหางเหลือง เป็นปลาที่ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะปลาจากแถบคิวชูและคาโกชิม่าที่มีกระแสน้ำเย็น ทำให้ปลาสะสมไขมันได้ดี เนื้อจึงมีความนุ่มและชุ่มฉ่ำ สำหรับปลาบุริสับ ปรุงรสยูซุ ห่อนี้ ไม่ได้มีดีแค่เนื้อปลา แต่เป็นการนำเนื้อปลาส่วนที่ดีที่สุดมาสับรวมกันแล้วปรุงรสด้วย "ส้มยูซุ" ผลไม้ตระกูลซิตรัสที่เป็นหัวใจของอาหารญี่ปุ่น กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของยูซุจะช่วยชูรสหวานของเนื้อปลาให้เด่นชัดขึ้น เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความมันของปลาและความสดชื่นของผลไม้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสายพรีเมียมแต่ต้องการความสะดวกในการทำทานเองที่บ้าน ความพิเศษคือการคงคุณภาพด้วยการแช่แข็งในอุณหภูมิที่เหมาะสม ทำให้รักษาความสด เนื้อสัมผัส และรสชาติไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอิซากายะ ร้านพรีเมียมเดลิเวอรี่ หรือผู้ที่ต้องการวัตถุดิบคุณภาพระดับร้านอาหารโดยไม่ต้องเตรียมเองทุกขั้นตอน เพียงละลายอย่างถูกวิธี ก็สามารถจัดจานเสิร์ฟได้ทันที สวยงาม สะอาด และได้มาตรฐาน พูดง่าย ๆ คือ “ของดีที่ช่วยให้คุณขายง่ายขึ้น” นั่นเอง
"ยกระดับโอมากาเสะที่บ้านคุณ! พบกับ ปลาบุริสับปรุงรสยูซุ ส่งตรงจากญี่ปุ่น เนื้อปลาบุริคัดเกรดสับละเอียด ผสมผสานกับความหอมสดชื่นของน้ำส้มยูซุแท้ๆ รสชาติกลมกล่อม นุ่มละมุนลิ้น พร้อมทานได้ทันทีเพียงแค่ละลาย"
วิธีทาน / วิธีการทำ
• การเตรียม: นำแพ็คสินค้าออกมาละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือแช่น้ำ (ทั้งถุง) จนเนื้อปลานุ่ม
เมนูแนะนำ:
• Negitoro-style Don: วางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ โรยต้นหอมซอยและสาหร่าย
• Hand Roll (Temaki): ห่อด้วยสาหร่ายแผ่นพร้อมข้าวซูชิ
• Appetizer: ตักวางบนแครกเกอร์ หรือขนมปังฝรั่งเศสอบกรอบ เพื่อทำเป็นคานาเป้สไตล์ฟิวชั่น
เมนูแนะนำคู่เคียง :
• ทานคู่กับ โชยุและวาซาบิ เพื่อรสชาติแบบดั้งเดิม
• ทานคู่กับ เครื่องดื่มเย็นๆ เช่น ชาเขียวร้อน หรือคราฟต์เบียร์เพื่อตัดรส
เครื่องเคียงที่แนะนำ:
• ขิงดอง หรือ หัวไชเท้าขูด จะช่วยเสริมรสชาติยูซุให้ชัดขึ้น
จุดเด่นสินค้า
✔ ใช้ปลาบุรีคุณภาพจากแหล่งผลิตในญี่ปุ่น
✔ ปรุงรสด้วยยูสุแท้ ให้กลิ่นหอมสดชื่น
✔ เนื้อสัมผัสนุ่มแน่น ไม่เละ
✔ สินค้าแช่แข็ง รักษาความสด
✔ ละลายแล้วเสิร์ฟได้ทันที ไม่ต้องปรุงเพิ่ม
ลองจินตนาการถึงการกัดลงไปบนแป้งโมจินุ่มยืด แล้วเจอกับส้มแมนดารินทั้งลูกที่หวานฉ่ำน้ำกระจายเต็มปากดูไหม นี่ไม่ใช่แค่ขนมหวานธรรมดาแต่มันคือ โมจิส้มสุดหรูระดับพรีเมียม ประเทศญี่ปุ่น ที่จะเปลี่ยนนิยามการทานขนมหวานของคุณ ความพิเศษของโมจินี้เริ่มตั้งแต่ตัว แป้งโมจิฮาบุทาเอะ (Habutae Mochi) ที่ผลิตจากแป้งข้าวเหนียวญี่ปุ่นชั้นเลิศ ให้สัมผัสที่เนียน นุ่ม เหนียว และละลายในปากอย่างนุ่มนวล ถัดมาคือชั้นของ ถั่วกวนสีขาว (Shiro-an) สูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีรสชาติหวานละมุนกำลังดี ทำหน้าที่ช่วยตัดและชูรสชาติของหัวใจหลักอย่าง "ส้มแมนดารินคัดพิเศษทั้งลูก" ที่ซ่อนอยู่ด้านใน เมื่อส่วนผสมทั้งสามอย่างนี้รวมกันในปาก ความเปรี้ยวอมหวานตามธรรมชาติของส้มจะผสมผสานกับความหวานละมุนของถั่วกวนและแป้งเหนียวนุ่ม เกิดเป็นรสสัมผัสที่สดชื่น อร่อยจนหยุดทานไม่ได้ หากคุณกำลังมองหาขนมหวานแสนอร่อยที่จะช่วยบูสพลังความสดชื่นในบ่ายวันทำงาน หรืออยากมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับคนที่คุณรัก
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
มาลองชิมไก่ทอดทัตสึตะอาเกะสไตล์ญี่ปุ่นกันค่ะ
เมนูไก่ทอดเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆ คน เนื้อไก่นุ่มๆ ชุ่มฉ่ำ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้แป้งกรอบๆ แค่คิดก็ฟินแล้วใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งเมนูไก่ชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่นนี่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นมื้อหลักหรือเอาไว้เป็นของทานเล่นก็เคี้ยวเพลินไม่ต่างกัน
เราขอแนะนำไก่ทอดทัตสึตะอาเกะรสชาติเยี่ยมเกรดส่งออก ทำจากสะโพกไก่เนื้อนุ่ม นำมาปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองสูตรพิเศษให้อร่อยกลมกล่อม เพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วยกลิ่นหอมจากกระเทียมและขิงที่ผสานเข้ากันเป็นอย่างดี เคลือบด้วยแป้งที่ไม่หนาจนเกินไป ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ไม่เลี่ยน ไม่ว่าจะอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ นำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือทอดในน้ำมันร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ ค่ะ
ชีสบอลแสนอร่อย หอมกลิ่นพิซซ่า
เอาใจคนรักชีสด้วยชีสบอลแสนอร่อย ให้คุณเพลิดเพลินกับชีสยืดๆ เยิ้มๆ ที่มาพร้อมกลิ่นพิซซ่าหอมๆ ตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ชิ้นเดียวไม่เคยพอ
วิธีรับประทาน
• นำชีสบอลลงทอดในน้ำมันปริมาณมากที่ไฟปานกลางหรืออุณหภูมิประมาณ 170-175 องศาเซลเซียส จนเป็นสีเหลืองทอง จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาทอดตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
สเต็กไก่ทอดกรุบกรอบ สอดไส้ชีสหอมกรุ่น
สำหรับใครที่มองหาอาหารพร้อมทานไว้เติมสต็อกช่องแช่แข็งที่บ้าน เราขอแนะนำสเต็กไก่ทอดสอดไส้ชีสเยิ้มๆ หอมกรุ่นให้คุณได้ลิ้มลอง มั่นใจในความอร่อยด้วยเนื้อไก่คุณภาพดีคัดสรรจากโรงงานที่ได้มาตรฐานส่งออก นำมาสอดไส้ชีสเค็มๆ มันๆ แล้วคลุกกับเกล็ดขนมปังด้านนอก เพียงทอดไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ ราดด้วยซอสทงคัตสึอีกนิด รับประทานคู่กับผักสลัดและข้าวสวยร้อนๆ แค่นี้ก็ได้เมนูเด็ดประจำบ้านเพิ่มแล้วค่ะ
วิธีรับประทาน
• นำสเต๊กลงทอดในน้ำมันปริมาณมากที่ไฟปานกลางหรืออุณหภูมิประมาณ 170-175 องศาเซลเซียส จนเป็นสีเหลืองทองทั้งสองด้าน จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาทอดตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
ที่สุดแห่งความหรูหราจากญี่ปุ่น เมื่อ"เกาลัดชิบุคาวะทั้งลูก" อยู่ในแป้งโมจิเหนียวนุ่ม
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงรักขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ขนมชิ้นนี้คือคำตอบที่คุณห้ามพลาด นี่คือโมจิไส้เกาลัดชิบุคาวะคัดพิเศษทั้งลูกระดับไฮเอนด์ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ความพิเศษเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นนอกสุดด้วย "แป้งโมจิฮาบุทาเอะ" ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวญี่ปุ่นคุณภาพเลิศ ผ่านการนวดอย่างพิถีพิถันจนได้เนื้อสัมผัสที่เนียน ละเอียด เหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น และพร้อมที่จะละลายในปากอย่างอ่อนโยน ถัดเข้าไปด้านในคือความกลมกล่อมจากเนื้อเกาลัดบดผสมถั่วกวน สูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีรสชาติหวานละมุนกำลังดี รสชาติหวานมัน ละมุนลิ้น และไฮไลท์ที่ซ่อนอยู่ใจกลางก็คือ "เกาลัดชิบุคาวะคัดพิเศษทั้งลูก (Shibukawa Kuri)" เกาลัดเม็ดโตที่ผ่านกรรมวิธีการเคี่ยวกับน้ำเชื่อมอย่างพิถีพิถันทั้งเปลือกบางชั้นใน (Shibukawa) ทำให้เกาลัดยังคงความนุ่มหนึบ ชุ่มฉ่ำ ไม่แข็งกระด้าง และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ฝาดนิดๆ ปลายลิ้นตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยตัดความหวานของครีมมงบล็องได้อย่างดี เมื่อคุณกัดลงไปพร้อมๆ กันทั้ง 3 ชั้น จะหลอมรวมกลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อม ราวกับคุณกำลังนั่งทานขนมหวานอยู่ในร้านคาเฟ่สุดหรู ณ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
ทำไมต้อง สึบูไก? เปิดความลับ "หอยสังข์ญี่ปุ่น" วัตถุดิบตัวลับที่นักรีวิวทั่วโลกยกนิ้วให้
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับหอยเชลล์หรือหอยแมลงภู่ แต่ถ้าพูดถึง "หอยสังข์ญี่ปุ่น" คือความลับความอร่อยของเมนูอาหารทะเลสไตล์เอเชียตะวันออก โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและเกาหลี ด้วยเนื้อสัมผัสที่มีความ "กรุบเด้ง" เป็นพิเศษและรสชาติที่หวานอ่อนๆ ทำให้มันกลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมที่มักจะถูกถามหาเสมอในร้านซูชิและร้านอาหารญี่ปุ่นระดับสูง เสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนติดใจคือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากเนื้อสัมผัสที่นุ่มนิ่มของหอยชนิดอื่น สึบูไกของเราผ่านกระบวนการล้างทำความสะอาดและสไลด์มาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ชิ้นที่สวยงามและรับประทานง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารทะเลที่เน้นสัมผัสการเคี้ยว ไม่ว่าจะทานแบบสดเป็นซาซิมิเพื่อให้ได้รสหวานดั้งเดิม หรือจะนำไปผ่านความร้อนเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอม ก็อร่อยจนหยุดไม่ได้
ถ้าคุณกำลังมองหาวัตถุดิบซีฟู้ดที่ “แตกต่างแต่เข้าถึงง่าย” นื้อหอยสังข์ญี่ปุ่นคือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม! เราคัดสรรและแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อคงคุณภาพสูงสุด ทำให้คุณสามารถนำไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมเยอะ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือทำกินเองที่บ้านก็สะดวกสุดๆ จุดเด่นอีกอย่างคือความ “อเนกประสงค์” จะทำเมนูญี่ปุ่นอย่างซูชิ ซาชิมิ หรือจะเอาไปดัดแปลงทำเมนูผัด ต้ม ยำ ก็ยังคงความอร่อยได้ครบ รสชาติไม่กลบเครื่องปรุง แถมยังช่วยเพิ่มมิติให้จานอาหารดูพรีเมียมขึ้นทันที พูดง่ายๆ คือ วัตถุดิบเดียว แต่อัปเกรดเมนูได้ทั้งร้าน
เมนูแนะนำ :
การเตรียม: ควรละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือแช่น้ำทั้งถุงพลาสติกก่อนนำไปปรุงอาหาร
• สายลวกจิ้ม: ลวกในน้ำเดือดเพียง 10-20 วินาที ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน
• สายญี่ปุ่น: วางบนข้าวซูชิ หรือทานเป็นซาซิมิ (หากละลายแล้วทานทันที) จิ้มโชยุและวาซาบิ
• สายผัด: นำไปทำผัดฉ่า, ผัดกะเพรา หรือผัดน้ำมันหอย เนื้อหอยจะดูดซับรสชาติเครื่องปรุงได้ดีมาก
• สายยำ: ใส่ในยำรวมมิตร หรือพล่า เพิ่มเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวสนุกให้กับจานยำ
เมนูสุดฮิตจากญี่ปุ่น มาแล้วค่ะ
คร็อกเก้ (Croquette) หรือ โคร็อกเกะ (コロッケ) ถือเป็นอาหารยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นอกจากในญี่ปุ่นแล้ว เมนูนี้ยังฮิตมากในเกาหลีใต้อีกด้วย
วันนี้เราได้นำเข้าโคร็อกเกะจากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่แค่เพียงใช้ไมโครเวฟก็สามารถทานได้ทันที โคร็อกเกะห่อนี้ได้ใช้วัตถุดิบจากฮอกไกโด เริ่มตั้งแต่เนื้อปู นม เนย ครีม ที่ทำจากนมฮอกไกโด จนได้ครีมซอสที่รสชาติเข้มข้น หอมมัน คลุกด้วยเกร็ดขนมปังญี่ปุ่น รสชาติแบบกรอบนอก ด้านในหอมมันเข้มข้น อร่อยมากๆ
ราชาปูหิมะ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยระดับภัตตาคารถึงบ้านคุณ
"เปิดประสบการณ์รสชาติทะเลลึก! ปูหิมะต้มแช่แข็งนำเข้าจากญี่ปุ่น"
ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ลิ้มรสชาติหวานละมุนของปูหิมะชั้นดีจากแหล่งน้ำบริสุทธิ์ของญี่ปุ่น ปูหิมะต้มแช่แข็งของเราคัดสรรมาจากแหล่งกำเนิดที่ดีที่สุด และผ่านกระบวนการต้มสุกทันทีด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม ก่อนจะถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อ "ล็อก" ความสดหวานและเนื้อสัมผัสที่แน่นเด้งไว้ครบถ้วน ทำให้เนื้อปูหิมะสีขาวอมชมพู รสหวานละมุนและกลิ่นหอมเฉพาะตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มรสซีฟู้ดญี่ปุ่นแท้ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไกล เราเข้าใจดีว่าความสะดวกสบายคือสิ่งสำคัญปูหิมะนี้จึงถูกต้มมาให้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาเตรียมให้ยุ่งยาก เพียงแค่นำมาละลายน้ำแข็ง คุณก็จะได้สัมผัสกับรสชาติปูหิมะที่หวานฉ่ำเหมือนเพิ่งขึ้นมาจากทะเล! ไม่ว่าจะเป็นมื้อพิเศษสำหรับครอบครัว หรือการสร้างสรรค์เมนูอาหารญี่ปุ่นสุดหรู ปูหิมะของเราคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความพรีเมียมและความง่ายในการทำอาหาร เหมาะสมในการมอบประสบการณ์ความอร่อยที่เต็มอิ่มในทุกคำ
วิธีทาน/ วิธีเตรียมง่ายๆ สู่ความอร่อยในพริบตา:
การละลายน้ำแข็ง :
• นำปูหิมะออกจากช่องแช่แข็งและใส่ในภาชนะ
• แนะนำให้ย้ายลงมาละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา (Chill) เป็นเวลา 12-24 ชั่วโมง เพื่อคงคุณภาพเนื้อได้ดีที่สุด
• วิธีเร่งด่วน: สามารถละลายโดยแช่ปูในถุงพลาสติกปิดสนิทลงในน้ำเย็น (ห้ามใช้น้ำอุ่น) ประมาณ 30-60 นาที
วิธีรับประทาน :
• ทานแบบเย็น (ซาชิมิ): เมื่อละลายแล้ว สามารถแกะเนื้อทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดหรือโชยุวาซาบิได้ทันที เพื่อสัมผัสความหวานฉ่ำของเนื้อปู
อุ่นร้อน (เพื่อความหอม):
• นึ่ง: นำไปนึ่งต่อประมาณ 5-7 นาที เพื่อให้ปูอุ่นและหอมกลิ่นทะเล
• ย่าง/อบ: ทาเนยกระเทียมเล็กน้อย แล้วนำไปย่างหรืออบในเตาอบประมาณ 5-10 นาที (ไฟอ่อน) จะได้ปูหิมะเนยกระเทียมรสเลิศ
แนะนำอาหาร
• ปูหิมะนึ่ง/ย่างเนยกระเทียม : ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน
• ซุปมิโซะปูหิมะ : เพิ่มความหอมหวานและเนื้อปูพรีเมียมในซุป
• ข้าวหน้าปูหิมะ : วางเนื้อปูบนข้าวซูชิหรือข้าวญี่ปุ่นสวยงาม โรยไข่ปลา
• สปาเก็ตตี้ซอสครีมปูหิมะ : ใช้เนื้อปูเพิ่มความหรูหราให้กับพาสต้าซอสครีม
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
เมนไทโกะ คือไข่ของปลาคอด หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “ปลาทาระ” มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีส้มอัดแน่นรวมกันเป็นก้อน นิยมนำไปหมักและปรุงรสให้มีความเผ็ดอ่อนๆ กลายเป็นวัตถุดิบยอดฮิตที่อยู่คู่เมนูญี่ปุ่นมายาวนาน ด้วยรสชาติหอมมัน เค็มนัว และสัมผัสของไข่ปลาที่ละเอียดละมุน เมนไทโกะจึงถูกนำไปใช้ในหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ข้าวญี่ปุ่น บะหมี่ หรือเมนูยอดฮิตอย่าง “พาสต้าครีมเมนไทโกะ” เมนไทโกะซอส หรือซอสไข่ปลาพอลล็อคปรุงรส ถุงนี้คือทางลัดของความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้สำหรับคนรักการทำอาหาร เพราะใช้งานง่ายมาก เพียงนำมาละลายก็พร้อมใช้ทันที ไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงหลายอย่างให้ยุ่งยาก ตัวซอสมีความเข้มข้นกำลังดี ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของไข่ปลา รสชาตินัวกลมกล่อมแบบต้นตำรับญี่ปุ่น ช่วยยกระดับทุกเมนูให้อร่อยเหมือนร้านดัง ยิ่งทานคู่ชีส ข้าวร้อนๆ หรือเส้นพาสต้ายิ่งเข้ากันแบบหยุดไม่อยู่ เหมาะทั้งสำหรับร้านอาหาร คาเฟ่ บุฟเฟต์ หรือสายทำอาหารกินเองที่บ้าน เพราะช่วยประหยัดเวลา คุมรสชาติได้ง่าย และสร้างเมนูได้หลากหลายแบบมืออาชีพ
วิธีการใช้
• การเตรียมก่อนรับประทาน (การละลาย): นำซอสออกจากช่องแช่แข็ง แล้ววางละลายในตู้เย็น (ช่องธรรมดา) โดยใช้เวลาประมาณ 5-10 ชั่วโมง ก่อนนำมาปรุงอาหารหรือรับประทาน
*** ข้อควรระวัง: ควรเก็บรักษาในอุณหภูมิแช่แข็ง -18 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า
เมนูแนะนำ:
• เมนูเส้นสุดฮิต: นำไปผัดกับเส้นสปาเก็ตตี้ เติมครีมสดและเนยเล็กน้อย กลายเป็น "สปาเก็ตตี้ซอสครีมเมนไทโกะ"
• เมนูข้าว: บีบซอสท็อปปิ้งบนข้าวสวยร้อนๆ กินคู่กับสาหร่าย หรือทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ
• เมนูขนมปัง: ทาลงบนขนมปังฝรั่งเศส (Baguette) หรือขนมปังโทสต์ แล้วนำไปอบให้หอมกรอบ
• ซอสดิปสุดนัว: ผสมซอสเมนไทโกะกับมายองเนส สำหรับเป็นน้ำจิ้มของทอด เช่น เฟรนช์ฟรายส์, ไก่ทอดคาราอาเกะ หรือท็อปปิ้งบนซูชิและไข่หวาน
ทูน่าพรีเมียมที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน
สำหรับคนที่หลงรักเมนูซาชิมิ และกำลังมองหาทูน่าคุณภาพดีที่พร้อมทานได้ทันที ทูน่าซาคุ (Tuna Saku) เกรด AAA คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ เพราะนี่คือเนื้อปลาที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีที่สุด เพื่อให้คุณได้สัมผัสความสดใหม่ในทุกคำจากทะเลอินโด-แปซิฟิก
ทูน่าซาคุ คือ เนื้อปลาทูน่าที่ถูกแล่มาเป็นบล็อกทรงสี่เหลี่ยมอย่างดี พร้อมให้คุณนำไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิได้อย่างง่ายดาย ส่วน เกรด AAA คือการรับประกันคุณภาพสูงสุดของปลาทูน่า โดยพิจารณาจากสีเนื้อที่แดงสด เนื้อที่แน่น และมีปริมาณไขมันที่สมดุล ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มละมุนลิ้น
ความสดใหม่จากแหล่งน้ำชั้นยอด: ทูน่าของเรามาจากมหาสมุทรอินโด-แปซิฟิก ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาทูน่าที่มีความสมบูรณ์และบริสุทธิ์ ทำให้ปลาเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ และมีเนื้อที่แน่น พร้อมรสชาติที่สะอาด
คุณภาพสูงสุดของทูน่า: ด้วยเกรด AAA ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับประทานเนื้อทูน่าที่ดีที่สุด ทั้งในเรื่องของสีสันที่สวยงามและรสชาติที่ไม่เป็นรองใคร
ความสะดวกที่มาพร้อมความอร่อย: รูปแบบซาคุถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการใช้งานโดยเฉพาะ คุณสามารถนำไปหั่นเป็นซาชิมิ ซูชิ หรือโปเกะโบลว์ได้ทันที
อุดมด้วยประโยชน์: เนื้อทูน่าเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยม และอุดมไปด้วยกรดไขมัน Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
เมนูที่แนะนำ
ซาชิมิ: เมนูยอดนิยมที่ทำได้ง่ายที่สุด เพียงแค่นำไปหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ก็พร้อมทาน
ซูชิ/นิกิริ: นำชิ้นทูน่าไปวางบนข้าวปั้นซูชิ เพื่อความอร่อยแบบเต็มคำ
ทูน่าทาทากิ: นำเนื้อทูน่าไปจี่บนกระทะให้ผิวสุกเล็กน้อย แต่ด้านในยังคงดิบอยู่
โปเกะโบลว์: หั่นเป็นลูกเต๋าแล้วนำไปผสมกับเครื่องปรุงที่คุณชอบ พร้อมผักและข้าวสวย
วิธีใช้งานเบื้องต้น
สินค้ามาในรูปแบบแช่แข็ง:
- นำเนื้อทูน่าออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
- นำไปพักในตู้เย็นช่องปกติประมาณ 6-8 ชั่วโมง หรือจนกว่าเนื้อปลาจะนิ่มลง
- นำเนื้อปลาออกมาจากตู้เย็น และซับน้ำที่เกาะอยู่ให้แห้งก่อนนำไปใช้งาน
ไม่ว่าจะเป็นมื้อพิเศษหรือมื้อธรรมดา “ทูน่าซาคุ” นี้ ก็พร้อมยกระดับความอร่อยให้คุณได้สัมผัสความสุขแบบพรีเมียมในทุก ๆ คำ
ปูอัดแท่งเกรดพรีเมียม อร่อยเต็มคำ
ปูอัดแท่งเกรดพรีเมียม ผลิตจากปลาเนื้อขาวคุณภาพดีบดละเอียด ผสมเข้ากับแป้งและเครื่องปรุงรสจนได้ปูอัดเนื้อนุ่มแน่น เกาะตัวเป็นเส้นสวยงาม ไม่เละหรือแข็งกระด้างจนเกินไป รสชาติหวานนิดๆ เค็มหน่อยๆ มีกลิ่นปูชัดเจน ไม่ว่าจะรับประทานกับโชยุและวาซาบิแบบญี่ปุ่น หรือจับคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บก็อร่อยลงตัว นอกจากนี้ยังสามารถนำไปทำสลัดโรลหรือเมนูอื่นๆ ที่คุณชื่นชอบได้อีกด้วย
สัมผัสความหอมละมุนของชาเขียวอูจิแท้จากเกียวโต... ในรูปแบบไดฟุกุครีมสุดพรีเมียมจากญี่ปุ่น
คนรักชาเขียวและหลงใหลในขนมญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่พลาด โมจิสอดไส้ครีมรสชาเขียวอูจิ ที่คัดสรรชาเขียวคุณภาพจากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต แหล่งผลิตมัทฉะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติกลมกล่อม มีความขมนิดๆตามเอกลักษณ์ของมัทฉะแท้ ตัดกับความหวานกำลังดี จึงให้รสชาติที่ลงตัว ไม่หวานจนเกินไป
แป้งโมจิผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น ให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น เคี้ยวเพลิน ห่อหุ้มไส้ถั่วกวนผสมชาเขียวที่หอมเข้มข้น ก่อนจะซ่อนครีมนมสดเนียนนุ่มไว้ตรงกลาง เพิ่มความละมุนทุกคำที่รับประทาน พร้อมเมล็ดถั่วแดงเม็ดเล็กที่ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอร่อยในทุกคำ การแช่แข็งทันทีหลังการผลิต จึงช่วยรักษาความสดใหม่ เนื้อสัมผัส และรสชาติของโมจิไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เพียงนำออกจากช่องแช่แข็งพักไว้ประมาณ 10–15 นาที ก็พร้อมอร่อยได้ทันที ให้สัมผัสนุ่มละมุนเหมือนเพิ่งทำสดใหม่ เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของหวานหลังอาหาร ของว่างระหว่างวัน หรือเสิร์ฟคู่ชาเขียว ชาร้อน กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ เพิ่มความพิเศษให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน เหมือนได้ลิ้มรสขนมจากร้านดังในญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเดินทางไกล
วิธีรับประทาน
เนื่องจากเป็นสินค้าแช่เยือกแข็ง เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดควรปฏิบัติดังนี้:
• นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง
• วางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 15 - 20 นาที หรือนำมาไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแป้งและครีมสดคลายตัวนุ่มนิ่มพอดี
• รับประทานทันทีขณะที่ยังมีความเย็นอยู่เล็กน้อย เพื่อสัมผัสไอศกรีมครีมสดและมัทฉะสุดละมุน
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
สัมผัสความฟินระดับพรีเมียม ส่งตรงจากญี่ปุ่นกับ "โมจิครีม รสพีชขาว" คำโต
หากคุณกำลังมองหาขนมหวานที่จะช่วยเยียวยาหัวใจในวันเหนื่อยล้า หรืออยากดื่มด่ำกับรสชาติละมุนนุ่มลึกสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ต้องไม่พลาดสัมผัสสุดพิเศษจาก ขนมโมจิระดับพรีเมียมที่ผสานศาสตร์แห่งความนุ่มของแป้งโมจิสูตรดั้งเดิม เข้ากับความหวานฉ่ำสดชื่นของ "ลูกพีชขาว" (White Peach) ผลไม้ยอดนิยมของญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ในทุกๆคำที่กัดลงไป จะพบกับความตื่นตาตื่นใจถึง 3 เลเยอร์ เริ่มต้นด้วยแป้งโมจิสีขาวนวลที่เหนียวนุ่ม ยืดหยุ่นกำลังดี ถัดมาคือรสสัมผัสเนียนละมุนของถั่วกวนรสพีชขาว ที่ให้ความหวานกลมกล่อมแบบดั้งเดิม และเซอร์ไพรส์ขั้นสุดด้วยไส้แยมพีชขาวเข้มข้นที่ผสมเนื้อพีชแท้ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา เหมือนได้ทานผลพีชสดในสวนญี่ปุ่น เป็นความอร่อยที่ลงตัว ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่ายคู่กับชาแก้วโปรดที่จะเปลี่ยนวันธรรมดาของคุณให้กลายเป็นวันสุดพิเศษ
วิธีเก็บรักษา
เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
• ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
• หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
• หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ที่ชาวญี่ปุ่นหลงรัก
“อิคุระ” คือไข่ปลาแซลมอน เป็นวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่ชาวญี่ปุ่นนิยมใช้ในอาหารมานานหลายศตวรรษ ด้วยเม็ดไข่สีส้มใสที่ระยิบระยับเหมือนอัญมณี และรสชาติกลมกล่อมเค็มนุ่มติดหวานละมุนในแบบทะเลเหนือแท้ ๆ ไข่ปลาแซลมอนถูกหมักด้วยโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้นอีกระดับ ทั้งหอม ทั้งนัว ลักษณะเม็ดโตใส เนื้อสัมผัสเด้งดึ๋ง แตกโพละในปาก พร้อมรสชาติอูมามิจากโชยุชั้นดี แค่โรยบนข้าวสวยร้อนๆ ก็เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้เป็นเมนูระดับภัตตาคารได้ทันที เหมาะกับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด ตั้งแต่ด้ง ซูชิ ไปจนถึงเมนูสไตล์ฟิวชัน ไข่ปลาแซลมอนกล่องนี้ ยังเหมาะกับคนรักอาหารญี่ปุ่นที่อยากสนุกกับการทำอาหารเองที่บ้าน แค่เปิดกล่อง ก็พร้อมเสิร์ฟความพรีเมียมในไม่กี่วินาที และยังเต็มไปด้วยโอเมก้า-3 ช่วยบำรุงสมองและหัวใจอีกด้วย ถ้าคุณกำลังมองหาวัตถุดิบระดับร้านอาหาร บอกเลยว่า “อิคุระ” คือคำตอบที่ใช่ อร่อย ทานง่าย พรีเมียม ทานได้ทุกโอกาส
ไข่ปลาแซลมอนหมักโชยุคืออะไร?
• คือไข่ของปลาแซลมอน (Salmon Roe) ที่ผ่านกระบวนการทำความสะอาดและนำไป หมักในน้ำซอสโชยุปรุงรสสูตรพิเศษ ของญี่ปุ่น ทำให้ไข่ปลามีรสเค็มกลมกล่อมและอูมามิ (รสชาติอร่อยล้ำลึก) โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม
• ทำไมต้องหมักโชยุ : การหมักโชยุเป็นการถนอมอาหารและเพิ่มรสชาติแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ทำให้ได้รสชาติที่ลงตัวที่สุด พร้อมรับประทานได้เลยทันทีที่ละลายน้ำแข็ง
• Ikura ต่างจาก Mentaiko อย่างไร : Ikura คือไข่ปลาแซลมอนเม็ดใหญ่ สีส้มแดงใส รสชาติเค็มกลมกล่อม แตกโพละในปาก ส่วน Mentaiko (เมนไทโกะ) คือไข่ปลาค็อดหรือปลา Pollock ที่มีขนาดเล็กกว่าและมักมีรสเผ็ด
การละลายน้ำแข็ง (สำคัญมาก!)
• วิธีที่ดีที่สุด: ย้ายอิกุระจากช่องแช่แข็งไปไว้ใน ช่องแช่เย็น (ตู้เย็นธรรมดา) ทิ้งไว้ข้ามคืน (ประมาณ 8-12 ชั่วโมง) เพื่อให้ละลายช้าๆ การละลายแบบนี้จะรักษาคุณภาพและเนื้อสัมผัสของไข่ปลาได้ดีที่สุด
• สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ห้ามแช่น้ำร้อน หรือวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพราะจะทำให้ไข่ปลาเสียเนื้อสัมผัสและความสด
วิธีรับประทาน (ง่ายและอร่อย)
• เริ่มต้นง่ายๆ: Ikura Don (ข้าวหน้าอิกุระ) ตักไข่ปลาแซลมอนโรยบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ ที่ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูข้าวเล็กน้อย
• เพิ่มความพรีเมียม: ใช้เป็นท็อปปิ้งบนซูชิ (เช่น Gunkan Maki), แซลมอนซาชิมิ, หรือใช้ผสมกับสลัดญี่ปุ่น
เบื่อกับเมนูเดิมๆหรือยัง ชวนมาสัมผัสความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นกับ แมงกะพรุนปรุงรส ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมาให้คุณอิ่มอร่อยได้ทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม
• รสชาติและสัมผัส : แมงกะพรุนเนื้อแน่นคุณภาพดี คลุกเคล้าด้วยน้ำมันงาหอมกรุ่นและเครื่องปรุงรสกลมกล่อม
ให้รสชาติเค็มหวานกำลังดี หอมกลิ่นน้ำมันงาชัดเจน พร้อมเพิ่มสีสันและความจัดจ้านด้วยพริกซอยละเอียด
ตัวเนื้อแมงกะพรุนมีความกรุบกรอบ เคี้ยวเพลิน ทานแล้วต้องติดใจ
• สะดวกและคุ้มค่า: สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องผ่านความร้อนหรือปรุงเพิ่ม ช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมอาหาร
• ประโยชน์เน้นๆ: ทานเล่นเป็นกับแกล้มหรือเครื่องเคียงช่วยเพิ่มความเจริญอาหาร พร้อมสัมผัสกรุบกรอบ
ที่ช่วยกระตุ้นการเคี้ยว เพิ่มความสนุกในการทานอาหาร
• ปรับประยุกต์ได้หลากหลาย: จะทานเป็นเครื่องเคียง ทานเล่น หรือนำไปยำรวมกับผักและเนื้อสัตว์
เพื่อเป็นวัตถุดิบเสริมในเมนูต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารและทำให้มื้ออาหารของคุณน่ารับประทานยิ่งขึ้น
วิธีรับประทาน
• วิธีละลาย: ย้ายจากช่องแช่แข็งมาไว้ที่ช่องตู้เย็นปกติเพื่อ,ปล่อยให้ละลายช้าๆ หรือสามารถนำมารับประทานได้ทันทีหลังจากสินค้าคลายความเย็น
• ควรระวัง: เมื่อละลายแล้วควรเก็บไว้ในตู้เย็น (อุณหภูมิต่ำกว่า 10°C) และควรรับประทานให้หมดภายใน 30 วัน และห้ามนำกลับไปแช่แข็งซ้ำอีกครั้ง
• การปรุง: ไม่จำเป็นต้องผ่านความร้อน สามารถเปิดซองแล้วทานได้ทันที
เติมความอร่อยให้มื้ออาหารด้วย ปลาไหลย่างปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่นที่ให้กลิ่นหอมชวนรับประทาน พร้อมรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมจากซอสซีอิ๊ว เนื้อปลานุ่มเข้มข้น หอมซอส และเข้ากันได้ดีกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ เพียงนำออกจากบรรจุภัณฑ์ วางบนภาชนะที่ใช้กับไมโครเวฟได้ คลุมด้วยกระดาษหรือพลาสติกสำหรับอาหาร แล้วอุ่นด้วยกำลังไฟสูงประมาณ 2–3 นาที หรือจนร้อนทั่วถึง ก็พร้อมเสิร์ฟทันที จะรับประทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น ทำเป็นข้าวหน้าปลาไหล หรือเพิ่มในเมนูซูชิก็อร่อยลงตัว เหมาะสำหรับทำรับประทานเองที่บ้านหรือใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น สะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมปลาไหลเองให้วุ่นวาย
วิธีอุ่นด้วยไมโครเวฟ
1. นำปลาไหลออกจากบรรจุภัณฑ์
2. วางบนภาชนะที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้
3. คลุมด้วยพลาสติกแรปที่ใช้กับไมโครเวฟหรือฝาครอบได้
4. อุ่นด้วยกำลังไฟสูงประมาณ 2–3 นาที หรือจนกว่าปลาไหลจะร้อนทั่วถึง
5. นำออกและเสิร์ฟทันที
***** การเก็บรักษา: เก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18°C
เมนูแนะนำ
- ข้าวหน้าปลาไหลย่างซีอิ๊ว (Unadon / Unaju)
- ข้าวปั้นหน้าปลาไหลย่าง (Unagi Nigiri)
- ซูชิโรลหน้าปลาไหลย่าง
- สลัดปลาไหลย่างซอสญี่ปุ่น
เนื้อหวานธรรมชาติ แน่น เด้ง มาพร้อมเปลือกสวย ส่งตรงถึงจานคุณ
ทำไมต้องหอยเชลล์ จากฮอกไกโด?
เพราะนี่คือวัตถุดิบที่คนญี่ปุ่นภูมิใจที่สุด ด้วยการเติบโตอย่างช้าๆ ในน้ำทะเลที่เย็นจัดและสะอาด ทำให้ "โฮตาเตะ" มีเนื้อที่แน่น เด้ง และหวานธรรมชาติแบบอูมามิ แตกต่างจากหอยทั่วไปตรงที่เนื้อไม่เละและไม่หดตัวง่ายเมื่อโดนความร้อน ทำให้เนื้อหอยยังคงความฉ่ำ ไม่หดตัวง่าย และหอมกลิ่นไอทะเลชัดเจน คัดสรรไซส์พิเศษและใช้เทคโนโลยีแช่แข็งอย่างรวดเร็ว(Quick Freeze) ทันทีหลังจับ เพื่อล็อกความสดและความหวานให้เหมือนเพิ่งขึ้นจากทะเล มาพร้อมเปลือกที่ช่วยยกระดับให้จานอาหารดูพรีเมียมทันที ไม่ว่าจะย่างเนย อบชีส หรือนึ่งซีอิ๊ว ก็อร่อยได้ง่ายๆ แค่เพียงมีติดบ้านไว้
จุดเด่น :
รสชาติ: หวานธรรมชาติ เนื้อนุ่มเด้ง ไม่เละ และไม่หดตัวง่ายมื่อโดนความร้อน
ความสด: สดใหม่ด้วยระบบแช่แข็งอย่างรวดเร็ว(Quick Freeze) ทันทีหลังจับทันที เพื่อคงคุณภาพสูงสุด
ภาพลักษณ์: เสิร์ฟบนเปลือกดูสวยงาม เพิ่มมูลค่าให้มื้ออาหาร
สุขภาพ: โปรตีนสูง ไขมันต่ำ อุดมด้วยแร่ธาตุ
วิธีเตรียม
• นำหอยออกจากช่องแช่แข็ง แช่ในตู้เย็นประมาณ 6–8 ชั่วโมง หรือแช่น้ำเย็น (ทั้งถุง) จนน้ำแข็งละลาย
(ไม่แนะนำให้ใช้น้ำอุ่น เพราะเนื้อจะเสียสัมผัส)
• เปิดเปลือก ใช้มีดแซะเบาๆ เปิดเปลือก แยกเนื้อหอยออก ล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างรวดเร็ว
• จัดเตรียมก่อนปรุง ซับน้ำให้แห้งเล็กน้อย เพื่อให้ย่างหรืออบได้หอม ไม่แฉะ
เมนูแนะนำ
ด้วยความที่เป็นหอยเชลล์ครึ่งฝา จึงทำอาหารได้หลากหลายและพรีเมียมสุดๆ:
• ย่างเนยกระเทียม: โรยกระเทียมสับ เนย และต้นหอม ย่างบนเตาถ่านให้หอมฟุ้ง
• อบชีส: วางชีสเน้นๆ บนเนื้อหอยแล้วเข้าเตาอบจนสีเหลืองทอง
• ย่างซอสโชยุ: รสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เพียงเหยาะโชยุและมิรินเล็กน้อยตอนย่าง
• นึ่งซีอิ๊ว: สไตล์เหลาจีน ใส่ขิงและเส้นหมี่ก็อร่อยไปอีกแบบ
ถ้าคุณมองหาวัตถุดิบที่ "หวาน เด้ง ดูดี" และสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่คำแรก... หอยเชลล์ฮอกไกโดคือคำตอบที่ใช่ที่สุด
กรอบนอก นุ่มใน อร่อยง่าย แค่ทอดหรืออบก็พร้อมเสิร์ฟ
หมูสับชุบเกล็ดขนมปัง เป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมของอาหารญี่ปุ่นสายโฮมคุกกิ้ง ด้วยเนื้อสัมผัสที่กรอบนอกแต่นุ่มฉ่ำด้านใน ชิ้นพอดีคำ ชุบเกล็ดขนมปังกรอบฟูสไตล์ญี่ปุ่น ผสานรสชาติหมูที่ปรุงมาอย่างพอดี ทำให้เป็นเมนูที่กินง่าย เด็กก็ชอบ ผู้ใหญ่ก็โดน เวอร์ชันแช่แข็งนี้ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยาก แค่หยิบออกจากช่องฟรีซก็พร้อมปรุงทันที เหมาะกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่อยากได้ “ความอร่อยแบบไม่เสียเวลา”
วิธีการทำ : ทอด
• นำหมูชุบแป้งทอดออกจากช่องแช่แข็ง ไม่ต้องละลาย
• ตั้งน้ำมันให้ร้อนประมาณ 170–180°C
• ใส่หมูลงทอด ใช้เวลาประมาณ 3–4 นาที
• กลับด้านจนสีเหลืองทอง กรอบสวย
• ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ
วิธีการทำ : อบลมร้อน / หม้อทอดไร้น้ำมัน
• วางหมูชุบแป้งทอดลงบนตะแกรงหรือถาด
• ตั้งอุณหภูมิ 180°C อบประมาณ 10–12 นาที
• กลับด้านระหว่างอบ 1 ครั้ง เพื่อความกรอบทั่วถึง
• นำออก เสิร์ฟร้อนๆ กรอบนอก นุ่มใน
แนะนำอาหาร
• ข้าวหมูชุบแป้งทอด (Minced Pork Cutlet Rice)
• ข้าวกล่องหมูชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่น
• เบอร์เกอร์หมูชุบแป้งทอด
• หมูชุบแป้งทอดกับสลัดงา
• แกงกะหรี่ญี่ปุ่นหมูชุบแป้งทอด
• หมูชุบแป้งทอด หั่นชิ้น เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม
• หมูชุบแป้งทอด + เบียร์เย็นๆ (เมนูอิซากายะขายดี)
วาราบิโมจิ...ความนุ่มหนึบที่ละลายในปาก สัมผัสรสชาติญี่ปุ่นดั้งเดิมแท้ๆ ที่คุณต้องหลงรัก
หากคุณกำลังมองหาขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ขอแนะนำ "วาราบิโมจิ โรยผงถั่วเหลือง" ขนมดั้งเดิมที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นแป้งที่สกัดจากรากของต้นวาราบิ (เฟิร์นชนิดหนึ่ง) ผสมกับน้ำและน้ำตาล แล้วนำไปกวนจนได้เนื้อสัมผัสใส เงา และ นุ่มเด้ง แต่ยังคงความยืดหยุ่นและความหนึบหนับแบบโมจิ ทำให้เป็นขนมที่ละลายในปาก ขนมนี้ถูกคลุกเคล้าอย่างพิถีพิถันด้วย ผงถั่วเหลืองคินาโกะ (Kinako) ที่ผ่านการคั่วจนหอมกรุ่น ให้รสชาติถั่วอันเข้มข้นที่เข้ากันได้ดีกับความหวานอ่อนๆ และราดด้วย คุโรมิสึ หรือน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายดำ(จากน้ำตาลทรายดำโอกินาวา) เพื่อเพิ่มรสชาติอันกลมกล่อม เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่าย ทานคู่กับชาเขียวร้อนๆ หรือจะเสิร์ฟเป็นของหวานปิดท้ายมื้ออาหาร ก็อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีเตรียมก่อนรับประทาน
• นำออกจากช่องแช่แข็ง
- นำวาราบิโมจิออกจากช่องแช่แข็ง โดยยังไม่แกะห่อ ปล่อยให้น้ำแข็งคลายตัวเองตามธรรมชาติ
• รอให้ละลายที่อุณหภูมิห้อง
ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30–60 นาที (ขึ้นอยู่กับขนาดและอุณหภูมิห้อง)
- เนื้อโมจิควรนุ่ม เด้ง และเย็นกำลังดี
- ไม่ควรเร่งโดยการนำเข้าไมโครเวฟ เพราะจะทำให้เนื้อเสียสัมผัส
• จัดเสิร์ฟ
- เมื่อละลายแล้ว สามารถแกะห่อ จัดลงจาน และ โรยผงคินาโกะ (Kinako) หรือราดซอสคุโระมิตสึ (Kuromitsu) ตามชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
เส้นโซบะแช่แข็งคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากแป้งบัควีทผสมแป้งสาลี คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น เพื่อให้ได้เส้นโซบะที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของบัควีท สีเส้นน้ำตาลธรรมชาติ และเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี จากนั้นจึงแช่แข็งทันทีหลังการผลิตเพื่อคงความสดใหม่ รสชาติ และคุณภาพของเส้นไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงนำไปลวกในน้ำเดือดประมาณ 1–2 นาที ก็พร้อมรับประทาน เหมาะสำหรับทั้งเมนูโซบะเย็น โซบะน้ำซุปร้อน รวมถึงเมนูฟิวชันต่าง ๆ สามารถรับประทานคู่กับเทมปุระ เนื้อย่าง หรือผักนานาชนิดได้อย่างลงตัว ให้คุณสัมผัสรสชาติของโซบะต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ได้ง่าย ๆ ที่บ้านในทุกมื้ออาหาร
วิธีรับประทาน / วิธีใช้ :
สามารถปรุงได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น โดยไม่ต้องละลายน้ำแข็งล่วงหน้า
แบบร้อน (Kake Soba):
• ต้มน้ำในหม้อใบใหญ่ให้เดือดจัด ใส่เส้นโซบะแช่แข็งลงไปทั้งก้อน
• ใช้ไฟแรงต้มประมาณ 30 วินาที พร้อมใช้ตะเกียบคลี่เส้นให้กระจายตัวเบาๆ จากนั้นตักขึ้นสะเด็ดน้ำ
• นำเส้นใส่ชาม ราดด้วยน้ำซุปร้อนๆ เติมท็อปปิ้งตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
แบบเย็น (Zaru Soba):
• ต้มน้ำให้เดือดจัด ใส่เส้นโซบะแช่แข็งลงไป
• ใช้ไฟแรงต้มประมาณ 1 นาที จากนั้นตักเส้นขึ้นแช่ในน้ำเย็นจัดทันที (ประมาณ 1-2 นาที) เพื่อให้เส้นรัดตัวและเหนียวนุ่ม
• สะเด็ดน้ำให้แห้ง จัดใส่จาน ทานคู่กับซอสซึยุเย็น ต้นหอมซอย และวาซาบิ
หวานละมุน หอมรมควัน ฟินทุกคำไปกับแซลมอนรมควัน แคนดี้ ไบต์ส
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้พิเศษด้วยแซลมอนรมควัน แคนดี้ ไบต์ส (Smoked Salmon Candy Bites) แซลมอนแอตแลนติกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ที่ผ่านการรมควันอย่างพิถีพิถัน พร้อมเคลือบรสหวานเล็กน้อย รสชาติกลมกล่อมสไตล์ Candy ให้ได้ทั้งความหอมของควันไม้และความนุ่มของเนื้อปลาในทุกคำ
ผลิตจากแซลมอนแอตแลนติกคุณภาพ จากแหล่งน้ำเย็นบริสุทธิ์ในแคว้นปาตาโกเนีย ประเทศชิลี รมควันจากปลาแซลมอนสดภายใน 24 ชั่วโมงหลังการจับ เพื่อคงความสดใหม่และรสชาติที่ดีที่สุด
Latitude 45 ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ BAP ระดับ 4 ดาว (4-Star Certified)
จุดเด่นสินค้า
• แซลมอนรมควันรสแคนดี้ (Candy Flavored Smoked Salmon) ปรุงสุกพร้อมรับประทาน
• พร้อมรับประทาน (Ready to Eat)
• ผลิตจากปลาแซลมอนแอตแลนติกที่เลี้ยงในฟาร์ม (Farm-Raised)
• รมควันจากปลาแซลมอนสดทุกครั้ง เพื่อคงรสชาติและคุณภาพ
• อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินดี
• ให้โปรตีนสูง 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
• ไม่มีก้าง และไม่มีหนัง (Skinless & Boneless)
• ปราศจากกลูเตน (Gluten-Free)
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ 4-Star BAP (Best Aquaculture Practices)
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาแซลมอน และกำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพดีที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนโคโฮ (Coho Salmon) จากแบรนด์ไอเซน (AYSEN) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนี่คือปลาที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดและได้รับการรับรองคุณภาพ ทำให้คุณมั่นใจในความสดใหม่และรสชาติแบบพรีเมียม
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน คืออะไร?
ปลาแซลมอนโคโฮเป็นปลาแซลมอนอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปลาจากแบรนด์ไอเซน มาจากฟาร์มเลี้ยงในประเทศชิลี ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไอเซน (Aysén) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพสูง เนื้อปลามีสีส้มอมแดงเข้มคล้ายแซลมอนซ็อกอาย (Sockeye Salmon) แต่มีจุดเด่นคือ มีไขมันแทรกน้อยกว่าแซลมอนแอตแลนติก ทำให้เนื้อสัมผัสมีความแน่น ไม่เลี่ยน และเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือรักสุขภาพ
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน ดียังไง?
• ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ: ด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มีแคลอรีต่ำ และยังคงอุดมไปด้วย Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
• คุณภาพระดับซาชิมิ (Sashimi Quality): ปลาแซลมอนของเราได้รับการแปรรูปภายใน 8 ชั่วโมงหลังการจับ และทำทุกขั้นตอนในห้องคุมอุณหภูมิ ทำให้มั่นใจในความสดใหม่และคุณภาพที่เหมาะสำหรับการนำไปทำซาชิมิ
• Trim C: คือมาตรฐานการแล่ปลาที่มีการตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยมีการนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างปลาบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone) ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปทำอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องมาเสียเวลาเลาะก้างเอง
เมนูแนะนำ
เนื้อปลาแซลมอนโคโฮ Trim C เหมาะสำหรับทำอาหารได้หลากหลายเมนู
• ซาชิมิ หรือ ซูชิ: ด้วยคุณภาพระดับซาชิมิ จึงสามารถหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อทานแบบดิบได้อย่างปลอดภัย
• สเต๊กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือทอดในกระทะ จะได้เนื้อที่แน่นและหนังกรอบ
• ปลาแซลมอนอบ: นำไปอบในเตาอบพร้อมกับเครื่องเทศที่คุณชื่นชอบ
• เมนูอื่น ๆ: นำไปประกอบเมนูผัด หรือยำแบบไทย ๆ ก็อร่อยเข้ากัน
วิธีเตรียมปลา
1. นำปลาออกจากช่องแช่แข็ง และนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อละลายน้ำแข็ง
2. เมื่อปลาละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถนำไปล้างและซับน้ำให้แห้ง
3. หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ แล้วนำไปประกอบอาหารได้ทันที
สัมผัสความอร่อยจากทะเลชิลีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ปลาแซลมอนคุณภาพเยี่ยมที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพในครัวของคุณ