ชีสบอลแสนอร่อย หอมกลิ่นพิซซ่า
เอาใจคนรักชีสด้วยชีสบอลแสนอร่อย ให้คุณเพลิดเพลินกับชีสยืดๆ เยิ้มๆ ที่มาพร้อมกลิ่นพิซซ่าหอมๆ ตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ชิ้นเดียวไม่เคยพอ
วิธีรับประทาน
• นำชีสบอลลงทอดในน้ำมันปริมาณมากที่ไฟปานกลางหรืออุณหภูมิประมาณ 170-175 องศาเซลเซียส จนเป็นสีเหลืองทอง จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาทอดตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
สเต็กไก่ทอดกรุบกรอบ สอดไส้ชีสหอมกรุ่น
สำหรับใครที่มองหาอาหารพร้อมทานไว้เติมสต็อกช่องแช่แข็งที่บ้าน เราขอแนะนำสเต็กไก่ทอดสอดไส้ชีสเยิ้มๆ หอมกรุ่นให้คุณได้ลิ้มลอง มั่นใจในความอร่อยด้วยเนื้อไก่คุณภาพดีคัดสรรจากโรงงานที่ได้มาตรฐานส่งออก นำมาสอดไส้ชีสเค็มๆ มันๆ แล้วคลุกกับเกล็ดขนมปังด้านนอก เพียงทอดไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ ราดด้วยซอสทงคัตสึอีกนิด รับประทานคู่กับผักสลัดและข้าวสวยร้อนๆ แค่นี้ก็ได้เมนูเด็ดประจำบ้านเพิ่มแล้วค่ะ
วิธีรับประทาน
• นำสเต๊กลงทอดในน้ำมันปริมาณมากที่ไฟปานกลางหรืออุณหภูมิประมาณ 170-175 องศาเซลเซียส จนเป็นสีเหลืองทองทั้งสองด้าน จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาทอดตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
สะดวก อร่อย พร้อมทานในไม่กี่นาที
"ปลาทูน่าย่าง" เคลือบด้วยซอสเทอริยากิ รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น อร่อย หอมหวานจากซอสเทอริยากิที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่น ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับรสชาติอร่อยกลมกล่อมในทุกคำ และได้สัมผัสรสชาติญี่ปุ่นแท้ๆไม่ต้องออกไปไหน แค่เพียงอุ่นและก็พร้อมทานแล้วค่ะ!
♥ ไม่ต้องรอนาน แค่เพียงอุ่นหรืออบ คุณก็ได้สัมผัสความอร่อยของปลาทูน่าย่างแท้ๆ เคลือบซอสเทอริยากิหวานเข้มข้น
♥ สะดวกสุดๆ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็พร้อมทานอร่อยที่บ้าน
♥ เหมือนทานที่ร้านญี่ปุ่น ไม่ต้องออกไปไหนก็ได้ลิ้มรสอาหารระดับพรีเมียม
วิธีการปรุง
1. ฉีกซองนำนำสินค้าออกจากถุง แยกถาดแต่ละชิ้นปลา ตามรอยปรุ
2. อุ่นด้วยไมโครเวฟ (ถุงผลิตภัณฑ์ไม่สามารถใช้กับไมโคเวฟได้)
• 0.50 - 1.50 นาที กำลังไฟ 500 วัตต์
• 0.40 - 1.40 นาที กำลังไฟ 600 วัตต์
3. รับประทานให้อร่อยค่ะ จะอร่อยยิ่งขึ้นเมื่อทานคู่กับ ข้าวญี่ปุ่น และซุปมิโซะ
มิโซะออร์แกนิค รสกลมกล่อม เข้มข้น
Maru-Yu Mutenka Miso จากแบรนด์ฮิคาริ-มิโซะ เป็นมิโซะที่ผลิตโดยใช้ถั่วเหลืองและข้าวออร์แกนิค 100% และเนื่องจากมีการใช้เมล็ดถั่วเหลืองปริมาณมากร่วมกับระยะเวลาการหมักอันยาวนาน จึงทำให้ได้รสเค็มและอูมามิที่สมดุล ผสานความเผ็ดร้อนฝาดลิ้นเล็กน้อยพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นสูตรวีแกนและปราศจากกลูเตน ผู้ที่ทานมังสวิรัติจึงสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ สามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น หมักเนื้อสเต๊ก หรือมิโซะราเมนก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
ทำไมต้อง สึบูไก? เปิดความลับ "หอยสังข์ญี่ปุ่น" วัตถุดิบตัวลับที่นักรีวิวทั่วโลกยกนิ้วให้
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับหอยเชลล์หรือหอยแมลงภู่ แต่ถ้าพูดถึง "หอยสังข์ญี่ปุ่น" คือความลับความอร่อยของเมนูอาหารทะเลสไตล์เอเชียตะวันออก โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและเกาหลี ด้วยเนื้อสัมผัสที่มีความ "กรุบเด้ง" เป็นพิเศษและรสชาติที่หวานอ่อนๆ ทำให้มันกลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมที่มักจะถูกถามหาเสมอในร้านซูชิและร้านอาหารญี่ปุ่นระดับสูง เสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนติดใจคือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากเนื้อสัมผัสที่นุ่มนิ่มของหอยชนิดอื่น สึบูไกของเราผ่านกระบวนการล้างทำความสะอาดและสไลด์มาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ชิ้นที่สวยงามและรับประทานง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารทะเลที่เน้นสัมผัสการเคี้ยว ไม่ว่าจะทานแบบสดเป็นซาซิมิเพื่อให้ได้รสหวานดั้งเดิม หรือจะนำไปผ่านความร้อนเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอม ก็อร่อยจนหยุดไม่ได้
ถ้าคุณกำลังมองหาวัตถุดิบซีฟู้ดที่ “แตกต่างแต่เข้าถึงง่าย” นื้อหอยสังข์ญี่ปุ่นคือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม! เราคัดสรรและแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อคงคุณภาพสูงสุด ทำให้คุณสามารถนำไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมเยอะ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือทำกินเองที่บ้านก็สะดวกสุดๆ จุดเด่นอีกอย่างคือความ “อเนกประสงค์” จะทำเมนูญี่ปุ่นอย่างซูชิ ซาชิมิ หรือจะเอาไปดัดแปลงทำเมนูผัด ต้ม ยำ ก็ยังคงความอร่อยได้ครบ รสชาติไม่กลบเครื่องปรุง แถมยังช่วยเพิ่มมิติให้จานอาหารดูพรีเมียมขึ้นทันที พูดง่ายๆ คือ วัตถุดิบเดียว แต่อัปเกรดเมนูได้ทั้งร้าน
เมนูแนะนำ :
การเตรียม: ควรละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือแช่น้ำทั้งถุงพลาสติกก่อนนำไปปรุงอาหาร
• สายลวกจิ้ม: ลวกในน้ำเดือดเพียง 10-20 วินาที ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน
• สายญี่ปุ่น: วางบนข้าวซูชิ หรือทานเป็นซาซิมิ (หากละลายแล้วทานทันที) จิ้มโชยุและวาซาบิ
• สายผัด: นำไปทำผัดฉ่า, ผัดกะเพรา หรือผัดน้ำมันหอย เนื้อหอยจะดูดซับรสชาติเครื่องปรุงได้ดีมาก
• สายยำ: ใส่ในยำรวมมิตร หรือพล่า เพิ่มเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวสนุกให้กับจานยำ
รสชาติแห่งความอบอุ่นจากหัวใจญี่ปุ่นถึงบ้านคุณ
ถ้าพูดถึงขนมญี่ปุ่นที่เรียบง่ายแต่กินแล้วอบอุ่นใจ “โอฮากิ (Ohagi)” คือหนึ่งในเมนูที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเปลี่ยนผ่านฤดูกาล ขนมชนิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของหวานธรรมดา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนในการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ
ความพิเศษของ โอฮากิ คินาโกะ (Ohagi Kinako) ถุงนี้ อยู่ที่การผสมผสานที่ลงตัวในทุกสัมผัส:
• ข้าวเหนียวญี่ปุ่น: เคี่ยวจนนุ่มหนึบกำลังดี ให้เนื้อสัมผัสที่เคี้ยวสนุก
• ไส้ถั่วแดงกวน: ซ่อนอยู่ด้านในด้วยรสชาติหวานละมุน กลมกล่อม ไม่เลี่ยน
• ผงคินาโกะ (Kinako): ปิดท้ายด้วยการโรยผงถั่วเหลืองคั่วบดละเอียดคุณภาพเยี่ยม ที่ให้กลิ่นหอมนวลเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เสน่ห์ของโอฮากิอยู่ที่ความ "เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง" เป็นขนมที่ให้พลังงานและดีต่อใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทานคู่กับน้ำชาร้อนๆ ในยามบ่าย เพื่อสร้างช่วงเวลาที่ผ่อนคลายและพิเศษยิ่งขึ้น มาในรูปแบบแช่แข็งที่คงความสดใหม่แบบต้นตำรับ สะดวกสบายเพียงแค่ละลายในอุณหภูมิห้อง ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ที่ต้องการเมนูขนมหวานพรีเมียม หรือสายหวานที่อยากมีขนมดีๆ ติดตู้เย็นไว้เติมความสุขได้ทุกเวลาครับ
วิธีทาน / วิธีการใช้
• การเตรียม: นำขนมออกจากช่องแช่แข็งมาวางละลายในอุณหภูมิห้องประมาณ 1-2 ชั่วโมง (จนเนื้อข้าวเหนียวนุ่มลง)
• ข้อแนะนำ: ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟด้วยไฟแรง เพราะอาจทำให้ข้าวเหนียวแฉะหรือเสียรูปทรง
• ไอเดียความอร่อย:
- ทานคู่กับ ชาเขียวร้อน หรือ มัทฉะ เพื่อตัดรสหวาน
- เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาเพื่อทำเป็นเมนูของหวานฟิวชัน
- จัดใส่จานสวยงามสำหรับรับรองแขกในงานเลี้ยง
แนะนำอาหาร
• ชาเขียวมัทฉะ
• โฮจิฉะ (ชาเขียวคั่ว)
• ไอศกรีมวานิลลา
• เซ็ตเบนโตะญี่ปุ่นปิดท้ายด้วยของหวาน
หนึ่งในเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
ครีบหอยเชลล์ เหมาะสำหรับเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย อาหารทานเล่น หรือเป็นหน้าซูชิ
วิธีรับประทาน
• นำสินค้าตามปริมาณที่ต้องการรับประทานมาไว้ที่ช่องละลายน้ำแข็งในตู้เย็นประมาณ 8-9 ชั่วโมง หรือวางไว้ที่อุณหภูมิปกติประมาณ 40-50 นาที เมื่อน้ำแข็งละลายแล้วสามารถนำไปรับประทาน
• แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
เมล็ดถั่วแระญี่ปุ่นพร้อมทาน อาหารว่างสารพัดประโยชน์
หลายท่านคงชื่นชอบการรับประทานถั่วแระญี่ปุ่นกันใช่ไหมคะ เพราะนอกจากจะอร่อยแล้วถั่วแระญี่ปุ่นยังอุดมไปด้วยโปรตีน, แร่ธาตุ, วิตามิน, ใยอาหาร, ไขมันดี และสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย เราคัดเลือกถั่วแระญี่ปุ่นคุณภาพดีมาแกะจนเหลือแต่เมล็ด แล้วนำไปแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อรักษารสชาติ ความสดใหม่ และคงคุณค่าของสารอาหารต่างๆ ไว้ให้ได้มากที่สุด เพียงนำมาละลายหรืออุ่นด้วยไมโครเวฟไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นของว่าง, เครื่องเคียง, ใส่ในสลัด หรือปรุงเมนูอื่นๆ ก็อร่อยค่ะ
“คางปลาบุรี” ความเรียบง่ายอย่างลงตัว
“บุรี” หรือปลา “ฮามาจิ” คือปลาในตระกูล (Yellow Tail) เป็นปลานำเข้าจากญี่ปุ่นชนิดเดียวในโลกที่มีชื่อเรียกหลากหลายไปตามช่วงอายุ จัดเป็นปลาเนื้อขาวที่มีความมันแทรกอยู่ในเนื้อ
“คางปลาบุรี” เป็นเมนูที่พบได้บ่อยในร้านอาหารญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมในงานแต่งงานและงานเฉลิมฉลองอื่นๆ เนื่องจากมีรสชาติอร่อยและเนื้อนุ่มหอม เนื้อใต้คางมีไขมันอยู่มาก ซึ่งทำให้มีรสชาติหวานและเนื้ออร่อย การทำคางปลาบุรี จะใช้วิธีการย่างหรืออบที่ทำให้ผิวเนื้อนอกกรอบและนุ่มอยู่ภายใน มักจะปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยหรือโยชุ หรือเมนูต่างๆอีกมากมาย
วิธีทำคางปลาฮามาจิหรือปลาบุรีย่างเกลือ
1. ตั้งเตาถ่านสำหรับย่าง (ควรตั้งรอประมาณ 45 นาที ไฟจะร้อนพอดี ไม่แรงเกินไป)
2. วางคางปลาบุรีบนตะแกรงย่าง โรยเกลือเล็กน้อย ย่างประมาณ 10 นาที
3. ค่อยๆกลับด้านคางปลา โรยเกลืออีกด้าน แล้วทิ้งไว้อีก 10 นาที กลับด้านทุก 10 นาทีแบบนี้เรื่อยๆ จนสุก (ใช้เวลาทั้งหมด 20-30 นาที แล้วแต่ขนาดของคางปลา)
4. ยกคางปลาฮามาจิลงจาน นำหัวไชเท้าฝอยมาบีบน้ำออก ปั้นเป็นก้อนกลมๆ วางข้างชิ้นปลา พร้อมราดซีอิ๊วบนหัวไชเท้า ก็เสิร์ฟคางปลาบุรีย่างเกลือได้เลย
วิธีการเก็บ
• นำออกมาจากช่องแช่แข็งเฉพาะเท่าที่ต้องการจะประกอบอาหาร ไม่แนะนำให้นำออกมาละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
กุ้งหวานญี่ปุ่น เนื้อเด้ง ใส พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
กุ้งหวานญี่ปุ่น (Ama Ebi) เป็นกุ้งขนาดเล็กสีชมพู เปลือกนิ่ม เป็นกุ้งที่อาศัยอยู่ในน้ำเย็น และต้องเป็นแหล่งน้ำที่สะอาดมากๆ ทำให้กุ้งหวานไม่มีกลิ่นคาว มีรสชาติหวานเป็นเอกลักษณ์ เนื้อนุ่ม ให้รสสัมผัสเด้งกรอบ นิยมทานโดยไม่ปรุงเพื่อสัมผัสรสชาติความหวานของกุ้งมากที่สุด เมนูที่นิยมมากที่สุดคือการทานดิบแบบซูชิ หรือซาชิมิ
ทูน่าพรีเมียมที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน
สำหรับคนที่หลงรักเมนูซาชิมิ และกำลังมองหาทูน่าคุณภาพดีที่พร้อมทานได้ทันที ทูน่าซาคุ (Tuna Saku) เกรด AAA คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ เพราะนี่คือเนื้อปลาที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีที่สุด เพื่อให้คุณได้สัมผัสความสดใหม่ในทุกคำจากทะเลอินโด-แปซิฟิก
ทูน่าซาคุ คือ เนื้อปลาทูน่าที่ถูกแล่มาเป็นบล็อกทรงสี่เหลี่ยมอย่างดี พร้อมให้คุณนำไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิได้อย่างง่ายดาย ส่วน เกรด AAA คือการรับประกันคุณภาพสูงสุดของปลาทูน่า โดยพิจารณาจากสีเนื้อที่แดงสด เนื้อที่แน่น และมีปริมาณไขมันที่สมดุล ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มละมุนลิ้น
ความสดใหม่จากแหล่งน้ำชั้นยอด: ทูน่าของเรามาจากมหาสมุทรอินโด-แปซิฟิก ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาทูน่าที่มีความสมบูรณ์และบริสุทธิ์ ทำให้ปลาเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ และมีเนื้อที่แน่น พร้อมรสชาติที่สะอาด
คุณภาพสูงสุดของทูน่า: ด้วยเกรด AAA ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับประทานเนื้อทูน่าที่ดีที่สุด ทั้งในเรื่องของสีสันที่สวยงามและรสชาติที่ไม่เป็นรองใคร
ความสะดวกที่มาพร้อมความอร่อย: รูปแบบซาคุถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการใช้งานโดยเฉพาะ คุณสามารถนำไปหั่นเป็นซาชิมิ ซูชิ หรือโปเกะโบลว์ได้ทันที
อุดมด้วยประโยชน์: เนื้อทูน่าเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยม และอุดมไปด้วยกรดไขมัน Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
เมนูที่แนะนำ
ซาชิมิ: เมนูยอดนิยมที่ทำได้ง่ายที่สุด เพียงแค่นำไปหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ก็พร้อมทาน
ซูชิ/นิกิริ: นำชิ้นทูน่าไปวางบนข้าวปั้นซูชิ เพื่อความอร่อยแบบเต็มคำ
ทูน่าทาทากิ: นำเนื้อทูน่าไปจี่บนกระทะให้ผิวสุกเล็กน้อย แต่ด้านในยังคงดิบอยู่
โปเกะโบลว์: หั่นเป็นลูกเต๋าแล้วนำไปผสมกับเครื่องปรุงที่คุณชอบ พร้อมผักและข้าวสวย
วิธีใช้งานเบื้องต้น
สินค้ามาในรูปแบบแช่แข็ง:
- นำเนื้อทูน่าออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
- นำไปพักในตู้เย็นช่องปกติประมาณ 6-8 ชั่วโมง หรือจนกว่าเนื้อปลาจะนิ่มลง
- นำเนื้อปลาออกมาจากตู้เย็น และซับน้ำที่เกาะอยู่ให้แห้งก่อนนำไปใช้งาน
ไม่ว่าจะเป็นมื้อพิเศษหรือมื้อธรรมดา “ทูน่าซาคุ” นี้ ก็พร้อมยกระดับความอร่อยให้คุณได้สัมผัสความสุขแบบพรีเมียมในทุก ๆ คำ
ซานุกิ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น
Sanuki Udon ของจังหวัดคากาว่า ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ความพิเศษของเมนูวัดกันที่ความอร่อยของเส้นค่ะ
เส้นซานุกิอุด้งผลิตจากแป้งสาลีที่ปลูกจากจังหวัด Kagawa ด้วยวิธีการปลูกแบบดั้งเดิมทำให้เนื้อสัมผัสที่ได้มีความเหนียว นุ่ม เคี้ยวหนึบต่างจากแป้งสาลีชนิดอื่น ด้วยความอร่อยของเส้นซานุกิไม่ว่าจะใช้ทำเป็นเมนูไหนก็อร่อยถูกใจแน่นอนค่ะ
เส้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในคนญี่ปุ่น
อุด้ง ถือเป็นเมนูเส้นยอดนิยมชนิดหนึ่งของชาวญี่ปุ่น ทำมาจากแป้งสาลี มีลักษณะเป็นเส้นหนา ยาว มีสีขาว สามารถทานได้ทั้งร้อนและเย็น มีรสชาติเหนียว นุ่ม เวลาเคี้ยวเส้นจะเด้ง ทำให้เป็นที่นิยมทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ที่ชาวญี่ปุ่นหลงรัก
“อิคุระ” คือไข่ปลาแซลมอน เป็นวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่ชาวญี่ปุ่นนิยมใช้ในอาหารมานานหลายศตวรรษ ด้วยเม็ดไข่สีส้มใสที่ระยิบระยับเหมือนอัญมณี และรสชาติกลมกล่อมเค็มนุ่มติดหวานละมุนในแบบทะเลเหนือแท้ ๆ ไข่ปลาแซลมอนถูกหมักด้วยโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้นอีกระดับ ทั้งหอม ทั้งนัว ลักษณะเม็ดโตใส เนื้อสัมผัสเด้งดึ๋ง แตกโพละในปาก พร้อมรสชาติอูมามิจากโชยุชั้นดี แค่โรยบนข้าวสวยร้อนๆ ก็เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้เป็นเมนูระดับภัตตาคารได้ทันที เหมาะกับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด ตั้งแต่ด้ง ซูชิ ไปจนถึงเมนูสไตล์ฟิวชัน ไข่ปลาแซลมอนกล่องนี้ ยังเหมาะกับคนรักอาหารญี่ปุ่นที่อยากสนุกกับการทำอาหารเองที่บ้าน แค่เปิดกล่อง ก็พร้อมเสิร์ฟความพรีเมียมในไม่กี่วินาที และยังเต็มไปด้วยโอเมก้า-3 ช่วยบำรุงสมองและหัวใจอีกด้วย ถ้าคุณกำลังมองหาวัตถุดิบระดับร้านอาหาร บอกเลยว่า “อิคุระ” คือคำตอบที่ใช่ อร่อย ทานง่าย พรีเมียม ทานได้ทุกโอกาส
ไข่ปลาแซลมอนหมักโชยุคืออะไร?
• คือไข่ของปลาแซลมอน (Salmon Roe) ที่ผ่านกระบวนการทำความสะอาดและนำไป หมักในน้ำซอสโชยุปรุงรสสูตรพิเศษ ของญี่ปุ่น ทำให้ไข่ปลามีรสเค็มกลมกล่อมและอูมามิ (รสชาติอร่อยล้ำลึก) โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม
• ทำไมต้องหมักโชยุ : การหมักโชยุเป็นการถนอมอาหารและเพิ่มรสชาติแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ทำให้ได้รสชาติที่ลงตัวที่สุด พร้อมรับประทานได้เลยทันทีที่ละลายน้ำแข็ง
• Ikura ต่างจาก Mentaiko อย่างไร : Ikura คือไข่ปลาแซลมอนเม็ดใหญ่ สีส้มแดงใส รสชาติเค็มกลมกล่อม แตกโพละในปาก ส่วน Mentaiko (เมนไทโกะ) คือไข่ปลาค็อดหรือปลา Pollock ที่มีขนาดเล็กกว่าและมักมีรสเผ็ด
การละลายน้ำแข็ง (สำคัญมาก!)
• วิธีที่ดีที่สุด: ย้ายอิกุระจากช่องแช่แข็งไปไว้ใน ช่องแช่เย็น (ตู้เย็นธรรมดา) ทิ้งไว้ข้ามคืน (ประมาณ 8-12 ชั่วโมง) เพื่อให้ละลายช้าๆ การละลายแบบนี้จะรักษาคุณภาพและเนื้อสัมผัสของไข่ปลาได้ดีที่สุด
• สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ห้ามแช่น้ำร้อน หรือวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพราะจะทำให้ไข่ปลาเสียเนื้อสัมผัสและความสด
วิธีรับประทาน (ง่ายและอร่อย)
• เริ่มต้นง่ายๆ: Ikura Don (ข้าวหน้าอิกุระ) ตักไข่ปลาแซลมอนโรยบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ ที่ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูข้าวเล็กน้อย
• เพิ่มความพรีเมียม: ใช้เป็นท็อปปิ้งบนซูชิ (เช่น Gunkan Maki), แซลมอนซาชิมิ, หรือใช้ผสมกับสลัดญี่ปุ่น
เมนูสุดฮิตจากญี่ปุ่น มาแล้วค่ะ
คร็อกเก้ (Croquette) หรือ โคร็อกเกะ (コロッケ) ถือเป็นอาหารยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นอกจากในญี่ปุ่นแล้ว เมนูนี้ยังฮิตมากในเกาหลีใต้อีกด้วย
วันนี้เราได้นำเข้าโคร็อกเกะจากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่แค่เพียงใช้ไมโครเวฟก็สามารถทานได้ทันที โคร็อกเกะห่อนี้ได้ใช้วัตถุดิบจากฮอกไกโด เริ่มตั้งแต่เนื้อปู นม เนย ครีม ที่ทำจากนมฮอกไกโด จนได้ครีมซอสที่รสชาติเข้มข้น หอมมัน คลุกด้วยเกร็ดขนมปังญี่ปุ่น รสชาติแบบกรอบนอก ด้านในหอมมันเข้มข้น อร่อยมากๆ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
แค่ปั้นและวาง ซูชิกุ้งแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
กุ้งแดงอาร์เจนตินาเป็นกุ้งที่พบได้มากในทะเลแถบอเมริกาใต้ มีเนื้อกรอบ แน่น หวานอร่อยตามธรรมชาติ จึงนิยมนำมาใช้ทำเมนูซาชิมิหรือซูชิ วันนี้คุณสามารถอร่อยกับกุ้งแดงอาร์เจนตินาได้ง่ายๆ ที่เราจัดมาให้ในรูปแบบแช่แข็ง สะดวกและง่ายดายเพียงแค่นำมาละลายก็พร้อมปรุงเมนูโปรดของคุณได้ทันที โดยไม่ต้องแกะและผ่าเองให้ยุ่งยากค่ะ
วิธีรับประทาน
• นำสินค้าตามปริมาณที่ต้องการรับประทานมาไว้ที่ช่องละลายน้ำแข็งในตู้เย็นประมาณ 8-9 ชั่วโมง หรือวางไว้ที่อุณหภูมิปกติประมาณ 40-50 นาที เมื่อน้ำแข็งละลายแล้วสามารถนำไปปรุงเมนูที่ต้องการได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
หิวเมื่อไหร่ แค่เวฟก็สุดฟิน!
เนื้อไก่นุ่มๆทอด กรอบนอก ฉ่ำใน กับซอสมายองเนส และ ราดด้วยซอสเทอริยากิหวานเผ็ด(เล็กน้อย) สูตรพิเศษแบบญี่ปุ่นแท้ๆ การอุ่นอาหารก็แสนจะง่าย เพียงนำออกมาวางไว้อุณหภูมิห้อง 20 นาที และ นำอาหารเข้าไมโครเวฟ แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟ และยังเข้ากันได้ดีกับข้าว และ มีรูปทรงสะดวกทำให้ใส่กล่องข้าวได้ง่าย เหมาะสำหรับกล่องอาหารกลางวัน และยังเป็นเครื่องเคียงที่รวดเร็วอีกด้วยค่ะ ✨
♨️ วิธีการอุ่นด้วยไมโครเวฟ
ฉีกซองแล้วนำผลิตภัณฑ์ออกจากถุงแล้วนำไปวางบนถาดในไมโคเวฟ ตามจำนวนชิ้น ดังนี้
⏱️เวลาที่ใช้ในการอุ่น:
• ไมโครเวฟ 500 W :
1 ชิ้น ประมาณ 20 วินาที
2 ชิ้น ประมาณ 40 วินาที
3 ชิ้น ประมาณ 50 วินาที
• ไมโครเวฟ 600 W :
1 ชิ้น ประมาณ 20 วินาที
2 ชิ้น ประมาณ 30 วินาที
3 ชิ้น ประมาณ 40 วินาที
(พักไว้สักครู่ก่อนทาน เพราะไส้ด้านในอาจร้อนมาก)
กรอบนอก นุ่มใน กัดแล้วหยุดไม่ได้
อาหารทานเล่นยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่ผสมผสานรสชาติของเนื้อปลา ปลาหมึก และเผือกได้อย่างลงตัว กัดคำแรกสัมผัสได้ถึงความกรอบนอกนุ่มใน พร้อมรสชาติกลมกล่อม หอมขิงและซอสญี่ปุ่น สูตรเฉพาะของอาจิโนะโมะโต๊ะ เหมาะสำหรับทุกมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นกับข้าว อาหารทานเล่น ใส่ในกล่องเบนโตะเพิ่มสีสันให้อาหารกลางวัน หรือทานคู่ข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยกลมกล่อม เสิร์ฟคู่กับซอสโชยุ มายองเนสญี่ปุ่น หรือซอสพริกก็เข้ากันสุด ๆ ถูกใจทุกคนในครอบครัวแน่นอน
วิธีการปรุงอาหาร
• นำสินค้าที่แช่แข็งออกมาตัดถาดออกและวางไว้ที่ขอบจานหมุน โดยไม่ต้องห่อพลาสติก และอุ่นให้ร้อน
• หากไม่มีจานหมุน (turntable) ให้วางไว้ตรงกลางของเตาไมโครเวฟ
• หลังจากการปรุงอาหาร หากยังเย็นอยู่ ให้อุ่นเพิ่มทีละ 10 วินาทีจนกว่าจะอุ่นได้ที่
คำแนะนำสำหรับเตาไมโครเวฟ:
กำลังไฟ 500 วัตต์ 600 วัตต์
1 ชิ้น ประมาณ 40 วินาที ประมาณ 40 วินาที
2 ชิ้น ประมาณ 1 นาที ประมาณ 50 วินาที
4 ชิ้น ประมาณ 1.20 นาที ประมาณ 1.10 นาที
5 ชิ้น ประมาณ 1.50 นาที ประมาณ 1.40 นาที
ปูอัดแท่งเกรดพรีเมียม อร่อยเต็มคำ
ปูอัดแท่งเกรดพรีเมียม ผลิตจากปลาเนื้อขาวคุณภาพดีบดละเอียด ผสมเข้ากับแป้งและเครื่องปรุงรสจนได้ปูอัดเนื้อนุ่มแน่น เกาะตัวเป็นเส้นสวยงาม ไม่เละหรือแข็งกระด้างจนเกินไป รสชาติหวานนิดๆ เค็มหน่อยๆ มีกลิ่นปูชัดเจน ไม่ว่าจะรับประทานกับโชยุและวาซาบิแบบญี่ปุ่น หรือจับคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บก็อร่อยลงตัว นอกจากนี้ยังสามารถนำไปทำสลัดโรลหรือเมนูอื่นๆ ที่คุณชื่นชอบได้อีกด้วย
เนื้อหวานธรรมชาติ แน่น เด้ง มาพร้อมเปลือกสวย ส่งตรงถึงจานคุณ
ทำไมต้องหอยเชลล์ จากฮอกไกโด?
เพราะนี่คือวัตถุดิบที่คนญี่ปุ่นภูมิใจที่สุด ด้วยการเติบโตอย่างช้าๆ ในน้ำทะเลที่เย็นจัดและสะอาด ทำให้ "โฮตาเตะ" มีเนื้อที่แน่น เด้ง และหวานธรรมชาติแบบอูมามิ แตกต่างจากหอยทั่วไปตรงที่เนื้อไม่เละและไม่หดตัวง่ายเมื่อโดนความร้อน ทำให้เนื้อหอยยังคงความฉ่ำ ไม่หดตัวง่าย และหอมกลิ่นไอทะเลชัดเจน คัดสรรไซส์พิเศษและใช้เทคโนโลยีแช่แข็งอย่างรวดเร็ว(Quick Freeze) ทันทีหลังจับ เพื่อล็อกความสดและความหวานให้เหมือนเพิ่งขึ้นจากทะเล มาพร้อมเปลือกที่ช่วยยกระดับให้จานอาหารดูพรีเมียมทันที ไม่ว่าจะย่างเนย อบชีส หรือนึ่งซีอิ๊ว ก็อร่อยได้ง่ายๆ แค่เพียงมีติดบ้านไว้
จุดเด่น :
รสชาติ: หวานธรรมชาติ เนื้อนุ่มเด้ง ไม่เละ และไม่หดตัวง่ายมื่อโดนความร้อน
ความสด: สดใหม่ด้วยระบบแช่แข็งอย่างรวดเร็ว(Quick Freeze) ทันทีหลังจับทันที เพื่อคงคุณภาพสูงสุด
ภาพลักษณ์: เสิร์ฟบนเปลือกดูสวยงาม เพิ่มมูลค่าให้มื้ออาหาร
สุขภาพ: โปรตีนสูง ไขมันต่ำ อุดมด้วยแร่ธาตุ
วิธีเตรียม
• นำหอยออกจากช่องแช่แข็ง แช่ในตู้เย็นประมาณ 6–8 ชั่วโมง หรือแช่น้ำเย็น (ทั้งถุง) จนน้ำแข็งละลาย
(ไม่แนะนำให้ใช้น้ำอุ่น เพราะเนื้อจะเสียสัมผัส)
• เปิดเปลือก ใช้มีดแซะเบาๆ เปิดเปลือก แยกเนื้อหอยออก ล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างรวดเร็ว
• จัดเตรียมก่อนปรุง ซับน้ำให้แห้งเล็กน้อย เพื่อให้ย่างหรืออบได้หอม ไม่แฉะ
เมนูแนะนำ
ด้วยความที่เป็นหอยเชลล์ครึ่งฝา จึงทำอาหารได้หลากหลายและพรีเมียมสุดๆ:
• ย่างเนยกระเทียม: โรยกระเทียมสับ เนย และต้นหอม ย่างบนเตาถ่านให้หอมฟุ้ง
• อบชีส: วางชีสเน้นๆ บนเนื้อหอยแล้วเข้าเตาอบจนสีเหลืองทอง
• ย่างซอสโชยุ: รสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เพียงเหยาะโชยุและมิรินเล็กน้อยตอนย่าง
• นึ่งซีอิ๊ว: สไตล์เหลาจีน ใส่ขิงและเส้นหมี่ก็อร่อยไปอีกแบบ
ถ้าคุณมองหาวัตถุดิบที่ "หวาน เด้ง ดูดี" และสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่คำแรก... หอยเชลล์ฮอกไกโดคือคำตอบที่ใช่ที่สุด
ผสานความอร่อยของมันฝรั่งและฟักทองฮอกไกโดเนื้อเนียน เหนียวนุ่ม กรอบอร่อยกำลังพอดี
โคร็อกเกะจากแบรนด์ซันมารูโกะห่อนี้ ผลิตโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพดีอย่างมันฝรั่งบารอน (だんしゃく, Danshaku) และฟักทองฮอกไกโด ทำให้ได้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม รสชาติหวานมันกลมกล่อมกำลังพอดี นำมาคลุกแป้งและเกล็ดขนมปังแล้วทอดจนเหลืองกรอบ ปราศจากสารเคมีแต่งกลิ่น สี และวัตถุกันเสีย อร่อยง่ายๆ เพียงอุ่นในไมโครเวฟ เสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส นิยมจัดใส่เบนโตะเป็นอาหารกลางวันของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รับประทานเป็นของว่าง หรือรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็เข้ากันได้ดีค่ะ
สำหรับคนที่ชอบทานปลาไหลญี่ปุ่นย่างซีอิ๊ว มาทางนี้ค่ะ
ที่ประเทศญี่ปุ่น จะมีเทศกาลวันทานปลาไหล ในช่วงฤดูร้อน เพราะเชื่อว่าหากทานในช่วงเวลานี้จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดทั้งปี เพราะปลาไหลอุดมด้วยคุณค่าทางอาหาร ช่วยให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียจากอากาศที่ร้อน วันนี้เรามีปลาไหลน้ำจืดสายพันธุ์ญี่ปุ่น ที่เนื้อนุ่มแน่น คัดเฉพาะไซส์ใหญ่พิเศษ นำมาย่างจนมีกลิ่นหอม ทาด้วยซีอิ๊วรสชาติเค็มๆ หวานๆ ตามสูตรลับเฉพาะของทางแบรนด์ ยิ่งทาน ยิ่งอร่อย ที่สำคัญราคาไม่แพง!! เพราะราคานี้ ท่านจะได้ทานปลาไหล 1 ตัว!!! ที่สำคัญทำง่ายมาก เพียงแค่ฉีกซอง อุ่นร้อนในไมโครเวฟ เพื่อความอร่อยยิ่งขึ้น ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น เนื้อนุ่มเคี้ยวหนุบ ยิ่งอร่อยค่ะ
มาลองชิมไก่ทอดทัตสึตะอาเกะสไตล์ญี่ปุ่นกันค่ะ
เมนูไก่ทอดเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆ คน เนื้อไก่นุ่มๆ ชุ่มฉ่ำ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้แป้งกรอบๆ แค่คิดก็ฟินแล้วใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งเมนูไก่ชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่นนี่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นมื้อหลักหรือเอาไว้เป็นของทานเล่นก็เคี้ยวเพลินไม่ต่างกัน
เราขอแนะนำไก่ทอดทัตสึตะอาเกะรสชาติเยี่ยมเกรดส่งออก ทำจากสะโพกไก่เนื้อนุ่ม นำมาปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองสูตรพิเศษให้อร่อยกลมกล่อม เพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วยกลิ่นหอมจากกระเทียมและขิงที่ผสานเข้ากันเป็นอย่างดี เคลือบด้วยแป้งที่ไม่หนาจนเกินไป ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ไม่เลี่ยน ไม่ว่าจะอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ นำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือทอดในน้ำมันร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ ค่ะ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาแซลมอน และกำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพดีที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนโคโฮ (Coho Salmon) จากแบรนด์ไอเซน (AYSEN) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนี่คือปลาที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดและได้รับการรับรองคุณภาพ ทำให้คุณมั่นใจในความสดใหม่และรสชาติแบบพรีเมียม
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน คืออะไร?
ปลาแซลมอนโคโฮเป็นปลาแซลมอนอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปลาจากแบรนด์ไอเซน มาจากฟาร์มเลี้ยงในประเทศชิลี ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไอเซน (Aysén) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพสูง เนื้อปลามีสีส้มอมแดงเข้มคล้ายแซลมอนซ็อกอาย (Sockeye Salmon) แต่มีจุดเด่นคือ มีไขมันแทรกน้อยกว่าแซลมอนแอตแลนติก ทำให้เนื้อสัมผัสมีความแน่น ไม่เลี่ยน และเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือรักสุขภาพ
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน ดียังไง?
• ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ: ด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มีแคลอรีต่ำ และยังคงอุดมไปด้วย Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
• คุณภาพระดับซาชิมิ (Sashimi Quality): ปลาแซลมอนของเราได้รับการแปรรูปภายใน 8 ชั่วโมงหลังการจับ และทำทุกขั้นตอนในห้องคุมอุณหภูมิ ทำให้มั่นใจในความสดใหม่และคุณภาพที่เหมาะสำหรับการนำไปทำซาชิมิ
• Trim C: คือมาตรฐานการแล่ปลาที่มีการตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยมีการนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างปลาบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone) ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปทำอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องมาเสียเวลาเลาะก้างเอง
เมนูแนะนำ
เนื้อปลาแซลมอนโคโฮ Trim C เหมาะสำหรับทำอาหารได้หลากหลายเมนู
• ซาชิมิ หรือ ซูชิ: ด้วยคุณภาพระดับซาชิมิ จึงสามารถหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อทานแบบดิบได้อย่างปลอดภัย
• สเต๊กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือทอดในกระทะ จะได้เนื้อที่แน่นและหนังกรอบ
• ปลาแซลมอนอบ: นำไปอบในเตาอบพร้อมกับเครื่องเทศที่คุณชื่นชอบ
• เมนูอื่น ๆ: นำไปประกอบเมนูผัด หรือยำแบบไทย ๆ ก็อร่อยเข้ากัน
วิธีเตรียมปลา
1. นำปลาออกจากช่องแช่แข็ง และนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อละลายน้ำแข็ง
2. เมื่อปลาละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถนำไปล้างและซับน้ำให้แห้ง
3. หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ แล้วนำไปประกอบอาหารได้ทันที
สัมผัสความอร่อยจากทะเลชิลีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ปลาแซลมอนคุณภาพเยี่ยมที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพในครัวของคุณ
สำหรับคนรักแซลมอนที่มองหาวัตถุดิบคุณภาพสูงสุด พร้อมความสะดวกในการทำอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก (Atlantic Salmon) จากแบรนด์ คุก (Cooke) คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือปลาแซลมอนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในโลก และผ่านการแล่ตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน
คุณภาพจากแหล่งกำเนิด: ชิลี (Chile)
ปลาแซลมอนของ Cooke ได้รับการเลี้ยงในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดของประเทศ ชิลี โดยเฉพาะในเขตไอเซน (Aysén region) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและมีสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์ การเลี้ยงในสภาพธรรมชาติที่ดีเยี่ยมนี้ ทำให้ปลาแซลมอนมีเนื้อที่นุ่ม สีส้มสดใส และมีรสชาติที่สะอาด พร้อมไขมัน (Omega-3) ที่สมดุลตามธรรมชาติ
แบรนด์ Cooke ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และมีการใช้มาตรฐานการเพาะเลี้ยงอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบอาหารทะเลคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
การแล่ Trim-C เพื่อความสมบูรณ์แบบ
Trim-C คือมาตรฐานการแล่ปลาแซลมอนที่การันตีว่าเนื้อปลาของคุณถูกตัดแต่งอย่างพิถีพิถันสูงสุด
ความสะอาดสูงสุด: เนื้อปลาถูกนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone)
พร้อมใช้งานทันที: ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิ ซูชิ หรือนำไปปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเลาะก้างหรือตัดแต่งไขมันส่วนเกินเอง
เมนูอร่อยที่แนะนำ
ด้วยคุณภาพของปลาแซลมอนแอตแลนติกจากชิลี และการตัดแต่งแบบ Trim-C ที่สะอาด ทำให้เนื้อปลาชนิดนี้เหมาะสำหรับทุกเมนู:
ซาชิมิ/ซูชิ: เนื้อปลานุ่ม สีสวย สามารถนำไปหั่นเป็นชิ้นเพื่อสัมผัสความสดใหม่แบบเต็มคำ
สเต็กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือจี่บนกระทะเพื่อดึงรสชาติไขมันธรรมชาติออกมาให้หอมกรุ่น
อบ/เบค: อบพร้อมเครื่องเทศหรือสมุนไพร เพื่อมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ
ไม่ว่าคุณจะทำอาหารในบ้านหรือต้องการวัตถุดิบคุณภาพเพื่อเสิร์ฟในร้านอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก Trim-C จาก Cooke คือทางเลือกที่จะช่วยยกระดับทุกเมนูของคุณให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่ายดาย
วิธีละลายสินค้าแช่แข็ง
❄️ ละลายในตู้เย็น (แนะนำที่สุด)
- วางสินค้าไว้ในช่องธรรมดาของตู้เย็นประมาณ 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาด)
- วิธีนี้ช่วยรักษาคุณภาพและความสดของสินค้าได้ดีที่สุด
❄️ ละลายในน้ำเย็น (สำหรับการเร่งเวลา)
- นำสินค้าทั้งถุงแช่ในน้ำเย็น
- เปลี่ยนน้ำใหม่ทุก 30 นาที จนกว่าสินค้าจะคลายตัว
❄️ ละลายในอุณหภูมิห้อง (เฉพาะบางประเภท)
- วางสินค้าไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 40 นาที
Are you looking for a side dish or an appetizer to go with your favorite beverage?
The flavor of the “Kimchi Seasoned Scallop Rim” is acidic, salty, and a little bit sweet. When chewed, it has a crunchy texture. This is delicious and perfect for serving as an appetizer, a side dish, or with your favorite glass. Additionally, it can be used as a sushi topping and as a side dish in bento. This is another menu that is recommended for your home.
ขอเชิญคุณมาสัมผัส "รสชาติใหม่" ของวาซาบิ ที่แตกต่างจากวาซาบิบดแบบเดิม ๆ ค่ะ นี่คือประสบการณ์ของความเผ็ดซ่าที่มาพร้อมกับเนื้อสัมผัสกรุบกรอบในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่คุณไม่ควรพลาดเลยนะคะ
คิซามิ วาซาบิ (Kizami Wasabi) แปลตรงตัวว่า วาซาบิสับ (Chopped Wasabi) เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเอา ก้านและหัววาซาบิแท้ (Hon Wasabi) มาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ หยาบ ๆ แทนการนำไปบดละเอียดแบบที่เราคุ้นเคยกันค่ะ จากนั้นจึงนำไปปรุงรสด้วย โชยุ (Shoyu) และเครื่องปรุงอื่น ๆ ในสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อให้ได้วาซาบิที่มีรสชาติกลมกล่อม มีความเผ็ดซ่าที่ลงตัว และมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของวาซาบิแท้ Kinjirushi เป็นแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านวาซาบิที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนานในประเทศญี่ปุ่น โดยผลิตภัณฑ์ "คิซามิ วาซาบิ รสโชยุ" นี้ เป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและมีชื่อเสียงในเรื่องรสชาติที่เข้มข้นจัดจ้าน ทำให้สามารถนำไปใช้ร่วมกับอาหารได้หลากหลายประเภทมากขึ้น
จุดเด่นสำคัญของ คิซามิ วาซาบิ คือ เนื้อสัมผัสแบบ "กรุบกรอบ" (Shakishaki) จากชิ้นส่วนของก้านวาซาบิที่ถูกสับหยาบ ๆ ซึ่งให้ความสนุกและมิติใหม่ในการรับประทาน ไม่เหมือนวาซาบิแบบบดที่เป็นเนื้อครีม และด้วยการปรุงรสด้วยโชยุ ทำให้วาซาบิชนิดนี้มีรส อูมามิ (Umami) แทรกอยู่ จึงสามารถใช้เป็นเครื่องปรุงรสหรือเครื่องเคียงได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมโชยุเพิ่ม ความเผ็ดซ่าของวาซาบิถูกปรุงให้อยู่ในระดับที่กำลังดี สามารถคงความเผ็ดซ่า (Tsuun) ที่ตีขึ้นจมูกได้ยาวนาน และยังให้กลิ่นหอมที่สดชื่นของวาซาบิแท้อีกด้วยค่ะ
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
1.ทานคู่กับเนื้อวัว: เหมาะสำหรับทานคู่กับสเต็กหรือเนื้อย่างวากิว (Wagyu) เพียงแค่แตะวาซาบิเล็กน้อยบนชิ้นเนื้อ ก็จะได้รสชาติที่ลงตัวและเพิ่มความหอมสดชื่น
2.สำหรับเมนูซูชิ/ซาชิมิ: ใช้แทนวาซาบิแบบบด เพื่อเพิ่มความจัดจ้านและรสสัมผัสกรุบ ๆ
3.ท็อปปิ้งอาหาร: โรยบนข้าวหน้าปลาดิบ (Chirashi-don), ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon), เต้าหู้เย็น (Hiyayakko), หรือไข่ตุ๋นแบบญี่ปุ่น (Chawanmushi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
1.นำสินค้าออกมาจากช่องแช่แข็งในปริมาณที่ต้องการใช้
2.ปล่อยให้ละลายน้ำแข็งตามธรรมชาติในอุณหภูมิห้อง หรือในตู้เย็น (ใช้เวลา 10-20 นาที)
3.เมื่อละลายแล้ว สามารถเปิดซองและตักวาซาบิพร้อมปรุงรสแล้วมาใช้เป็นเครื่องเคียงได้ทันทีค่ะ
หลังเปิดซองแล้ว ควรกดซิปล็อกปิดปากถุงให้แน่น และเก็บในช่องแช่แข็งตามเดิมเพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของวาซาบิค่ะ
***ข้อควรระวัง: ไม่ควรนำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ
ลองเพิ่ม คิซามิ วาซาบิ เข้าไปในมื้ออาหารของคุณดูสิคะ แล้วคุณจะได้เพลิดเพลินกับรสชาติและเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นแท้ ที่จะช่วยยกระดับเมนูโปรดของคุณให้พิเศษยิ่งขึ้นได้ที่บ้านค่ะ
ขนมญี่ปุ่นแบบเบาๆ ไม่หวานเลี่ยน และ ได้รสชาติชาเขียวแท้ๆ ต้องไม่พลาด
ใครที่กำลังมองหาของหวานญี่ปุ่นแบบเบาๆทานง่าย และให้ความรู้สึกสดชื่นไม่เหมือนใคร ต้องลอง วาราบิโมจิตัวนี้ ขนมชิ้นเล็กๆนี้จะทำให้วันของคุณสดใสขึ้นแน่นอน วาราบิโมจิเป็นขนมหวานญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ทำจากแป้งวาราบิ(แป้งที่สกัดจากหัววาราบิ) ที่มีจุดเด่นคือ สัมผัสที่นุ่มนิ่มเหมือนเยลลี่ แต่จะมีความเหนียวนุ่มและยืดหยุ่นกว่าโมจิทั่วไป วาราบิโมจิชิ้นนี้พิเศษตรงที่เป็นรสชาเขียวมัทฉะ และถูกนำไปคลุกเคล้ากับผงชาเขียวมัทฉะ หอมๆจนทั่วชิ้น ผงชาเขียวมัทฉะ นั้นมาจากจังหวัดชิซึโอกะซึ่งเป็นแหล่งผลิตชาเขียวคุณภาพเยี่ยมของญี่ปุ่น ทำให้ได้รสชาติเข้มข้น หอมละมุน และมีขมเล็กน้อยแบบเป็นธรรมชาติมาตัดกับความหวานอ่อนๆ ของตัวโมจิได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่าย ทานคู่กับชาเขียวร้อนที่ไม่หวานเลย หรือจะลองทานคู่กับกาแฟดำก็เข้ากันดี รับรองว่าความนุ่มนิ่มและรสชาติชาเขียวแท้ๆ จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นเหมือนได้นั่งพักผ่อนอยู่ในญี่ปุ่น
วิธีทานวาราบิโมจิ :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เมนูทานคู่แนะนำ
วาราบิโมจิรสชาเขียวมีรสชาติมัทฉะเข้มข้น หอม และหวานอ่อนๆ จึงเข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มและของหวานอื่นๆ ดังนี้:
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
คู่กับกาแฟ:
• กาแฟดำเย็น/ร้อน : ความขมของกาแฟจะช่วยดึงความหวานและความหอมของมัทฉะในโมจิออกมา
• ลาเต้: เข้ากันได้ดีกับความนุ่มละมุนของวาราบิโมจิ
คู่กับของหวานอื่น ๆ:
• ท็อปปิ้งไอศกรีม: นำไปวางบนไอศกรีมรสวานิลลา หรือไอศกรีมถั่วแดง เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบ
• พาร์เฟต์สไตล์ญี่ปุ่น: ใช้เป็นส่วนประกอบในพาร์เฟต์หรือน้ำแข็งไส เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเมนู
• เครื่องดื่มสร้างสรรค์: ใช้เป็นท็อปปิ้งในเครื่องดื่มประเภทนมหรือชา เช่น มัทฉะลาเต้ หรือบราวน์ชูการ์
ไส้กรอกอาราบิกิ เนื้อแน่น ฉ่ำ เด้ง สไตล์ญี่ปุ่นแท้
ไส้กรอกอาราบิกิ ไส้กรอกยอดนิยมของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสด้านในที่ทำจากเนื้อหมูบดหยาบ ทำให้ยังคงความชุ่มฉ่ำและรสชาติของเนื้อหมูได้อย่างเต็มที่ ทุกคำที่เคี้ยวให้ความรู้สึกเนื้อแน่น เต็มคำ ขณะที่หนังด้านนอกกรอบเล็กน้อยและหอมกลิ่นรมควันชวนกิน ไส้กรอกอาราบิกิห่อนี้ผลิตจาก หมูอนามัย ปราศจากสารเร่งเนื้อแดง ปรุงรสด้วยซอสจากแบรนด์ Nihon Shokken แบรนด์ผู้ผลิตซอสอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ช่วยดึงรสชาติของเนื้อหมูให้อร่อย กลมกล่อมแบบต้นตำรับ เหมาะสำหรับเสิร์ฟเป็นเมนูหลัก เครื่องเคียง หรือของทานเล่น ที่ใครได้ลองก็มักเผลอสั่งซ้ำโดยไม่รู้ตัว
วิธีก่อนปรุง
• นำไส้กรอกออกจากช่องแช่แข็ง
• ละลายน้ำแข็ง โดยแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางในอุณหภูมิห้องจนคลายตัว ไม่จำเป็นต้องล้างน้ำ เพียงซับให้แห้งก่อนนำไปปรุง
• สามารถนำไป ย่าง ทอด อบ หรือ ต้ม ได้ทันที
วิธีรับประทาน
ไส้กรอกอาราบิกิ พร้อมอร่อยได้หลายสไตล์ :
• ย่าง : ย่างบนกระทะหรือเตาถ่าน ไฟกลาง กลิ้งไปมาให้ผิวตึง หอมฉ่ำ กรอบนอกนุ่มใน
• ทอด : ทอดด้วยไฟกลาง ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเพิ่ม ไขมันจากไส้กรอกจะออกมาเอง หอมแบบไม่ง้อซอส
• อบลมร้อน / อบเตาอบ : อุณหภูมิประมาณ 170–180°C ประมาณ 8–10 นาที เหมาะกับทำหลายชิ้นพร้อมกัน
• ต้ม / ลวก : ต้มในน้ำร้อน (ไม่เดือดจัด) 3–5 นาที แล้วนำไปย่างหรือทอดต่อ เพิ่มความฉ่ำแบบขั้นสุด
แนะนำ: เสิร์ฟคู่มัสตาร์ด ซอสมะเขือเทศ หรือซอสญี่ปุ่น จะยิ่งดึงรสชาติให้อร่อยขึ้นอีกระดับ
เมนูแนะนำ
• อาราบิกิย่างเนยเสียบไม้
• ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น + ไส้กรอกอาราบิกิ
• ไส้กรอกอาราบิกิผัดเนยกระเทียม
• สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งอาราบิกิ
• สลัดไส้กรอกอาราบิกิย่าง
สุดยอดขนมญี่ปุ่นคลายร้อน! อร่อยง่าย ๆ แค่คลายความเย็น
วาราบิโมจิ คือขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มละลาย ผสานความหวานลึกของน้ำตาลทรายแดง และกลิ่นหอมของถั่วเหลืองคั่ว เป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล หัวใจสำคัญของวาราบิโมจิอยู่ที่ “แป้งวาราบิ” ซึ่งได้จากรากของพืชตระกูลเฟิร์นญี่ปุ่น เมื่อนำมาผ่านกระบวนการนวดอย่างพิถีพิถัน จะได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม หนึบ เด้งและละลายในปาก แตกต่างจากโมจิทั่วไปที่ทำจากข้าวเหนียว ด้วยความอ่อนโยนของเนื้อแป้ง จึงให้สัมผัสที่ละเอียดและพรีเมียมยิ่งกว่า ความพิเศษอีกขั้นอยู่ที่การใช้น้ำตาลทรายแดงจากโอกินาว่า หรือ “คุโระซาโตะ” ซึ่งไม่ได้ใช้เป็นแค่น้ำเชื่อมราดเท่านั้น แต่ถูกนวดผสมเข้าไปในเนื้อวาราบิโมจิตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ทำให้ขนมมีสีน้ำตาลอ่อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอ้อย และรสหวานที่ลึก กลมกล่อม ไม่ฉูดฉาด ซึมซับอยู่ในทุกคำที่กัด และที่ขาดไม่ได้ของวาราบิโมจิ นั่นคือการโรย “คินาโกะ”หรือผงถั่วเหลืองคั่วอย่างดี ที่มีกลิ่นหอมถั่วคั่ว และ รสสัมผัสที่นุ่มนวล มันๆ ซึ่งช่วยเสริมให้รสหวานของน้ำตาลทรายแดงมีความสมดุล หอมละมุน และลุ่มลึกยิ่งขึ้น
วิธีทานวาราบิโมจิแบบอร่อย :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
เมนูทานคู่แนะนำ :
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
วาราบิโมจิ คือขนมที่หลอมรวมวัตถุดิบธรรมชาติและศิลปะการทำขนมของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างลงตัว ละมุนในทุกคำ นุ่มหนึบทุกสัมผัส หวานหอมอย่างมีระดับ
ทำไมต้องแซลมอนรมควัน Latitude 45 ? สัมผัสความต่างของแซลมอนรมควันระดับโลก
Latitude 45 คือแบรนด์แซลมอนรมควันที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพและความพิถีพิถัน โดยคัดสรรปลาจากฟาร์มในประเทศชิลี ณ พิกัดละติจูด 45 องศาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดที่สุดในโลก กระแสน้ำที่เย็นจัดนี้เองที่ช่วยให้แซลมอนสะสมไขมันและ Omega-3 ได้ดีกว่าปกติ ส่งผลให้เนื้อปลามีความนุ่มละมุน ลายไขมันแทรกสวยงาม และมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ Atlantic Salmon จนได้เนื้อที่แน่น สีสีสดสวยธรรมชาติ
ความพิเศษที่เหนือกว่าคือหลักการ "รมควันสดภายใน 24 ชั่วโมง" ซึ่งแตกต่างจากแซลมอนรมควันทั่วไปที่มักใช้ปลาแช่แข็งมาแปรรูป แต่ Latitude 45 เลือกใช้ปลาที่เพิ่งขึ้นจากน้ำ (Fresh, never frozen) เข้าสู่กระบวนการรมควันทันทีภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อล็อคความสดใหม่ไว้ให้ถึงมือคุณ วิธีนี้ช่วยรักษาโครงสร้างกล้ามเนื้อปลาไม่ให้ถูกทำลายจากเกล็ดน้ำแข็ง ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อสัมผัสที่ 'เด้ง' และ 'ฉ่ำ' ราวกับทานปลาสด แต่ได้ความหอมกรุ่นจากการรมควันไม้ธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สัมผัสประสบการณ์การทานที่สะดวกและพรีเมียม
ด้วยเนื้อปลาแซลมอนรมควันชนิดพร้อมรับประทานที่ผ่านการคัดเกรดอย่างดี :
• การตัดสไลซ์ : หั่นสไลซ์บางสม่ำเสมอขนาด 2.5-3.0 มม.
• ขนาดบรรจุ : ในแพ็ค จำนวน 40-42 ชิ้นโดยประมาณ โดยจัดเรียงเป็นระเบียบบนแผ่นกระดาษรอง ทำให้หยิบใช้งานง่าย เนื้อปลาไม่ติดกันเป็นก้อน
• ความเป็นธรรมชาติ: เนื้อปลาอาจพบส่วนเนื้อสีน้ำตาล (Brown meat) เล็กน้อยตามธรรมชาติของชิ้นปลา ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมไขมันและสารอาหารที่มีประโยชน์สูง
สารอาหารที่มากกว่าแค่ความอร่อย
แซลมอนรมควัน Latitude 45 ไม่ใช่แค่เมนูหรู แต่เป็น Superfood สำหรับคนรักสุขภาพ:
• High Protein: โปรตีนสูงถึง 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
• Rich in Omega-3 (DHA/EPA): มีสูงถึง 800 มก. ซึ่งช่วยในเรื่องการทำงานของสมอง
ลดการอักเสบ และบำรุงหัวใจ
• Vitamin D: เสริมสร้างกระดูกและภูมิคุ้มกัน (ซึ่งเป็นวิตามินที่หาได้ยากจากอาหารทั่วไป)
รสชาติที่ลงตัว.. พร้อมทาน
• หอมกลิ่นรมควันไม้ธรรมชาติ กลิ่นชัดแต่สุภาพ ไม่แรง ไม่กลบกลิ่นปลา
• รสนุ่มละมุน เค็มอ่อน ๆ กำลังดี ปรุงรสน้อย ดึงรสหวานธรรมชาติของเนื้อแซลมอนออกมา
• เนื้อแน่น แต่นุ่มลิ้น ไม่แห้ง ไขมันแทรกพอดี ละลายในปาก เคี้ยวแล้วไม่กระด้าง
• รสชาติกลมกล่อม ทานเปล่าอร่อย ไม่จำเป็นต้องปรุงเพิ่ม แต่เข้ากันดีกับเลมอน ครีมชีส หรือผักสด
มาตรฐาน BAP และ Halal
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความปลอดภัยทางอาหารสูงสุด
• Halal Certified: ผ่านการตรวจสอบตามหลักศาสนอิสลาม ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"