เบื่อไหมกับข้าวสวยร้อนๆ แบบเดิมๆ
มาเพิ่มความฟินระดับเจแปนนิสสไตล์ด้วยผักกาดผสมไข่ปลาค็อดดองปรุงรส ความลงตัวที่สมบูรณ์แบบระหว่างผักกาดดองคัดพิเศษเนื้อกรุบกรอบ 100% จากจังหวัดนางาซากิ นำมาผัดคลุกเคล้าอย่างพิถีพิถันกับไข่ปลาเมนไทโกะ(ไข่ปลาค็อดรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม มีความเผ็ดปลายลิ้นนิดๆ และหอมกลิ่นน้ำมันงาอย่างเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะทานคู่กับอะไรก็อร่อย แซ่บ นัว นึกอะไรไม่ออกแค่ตักราดข้าวสวยร้อนๆ หรือทานคู่กับราเมงรสเข้มข้น ก็อร่อยจนหยุดทานไม่ได้! มีติดบ้านไว้ สวมวิญญาณเชฟญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ใน 1 นาที!
วิธีทาน (แบบพร้อมทานทันที)
เนื่องจากสินค้าผ่านการปรุงสุกและผัดคลุกเคล้ามาอย่างดีแล้ว คุณสามารถฉีกซองแล้วทานได้ทันทีโดยไม่ต้องนำไปผ่านความร้อนซ้ำ
• ตักราดข้าวสวยร้อนๆ: เป็นวิธีที่ฟินและคลาสสิกที่สุด รสชาติเค็ม นัว เผ็ดปลายลิ้นของเมนไทโกะจะเข้ากับข้าวสวยได้อย่างลงตัว
• เป็นเครื่องเคียงราเมง: วางโปะบนราเมงชามโปรด ความกรอบและรสเผ็ดจะช่วยตัดเลี่ยนซุปได้เป็นอย่างดี
• กับแกล้มชั้นเลิศ: ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ หรือแกล้มสาเกสไตล์อิซากายะ
ทำไมต้องเลือก "แบบสับ" หลายคนอาจคุ้นเคยกับนัตโตะเมล็ดกลม แต่รู้ไหมคะว่านี่คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่ชอบรสสัมผัสที่นุ่มละมุนและเข้าเนื้อกว่า ด้วยกระบวนการสับถั่วเหลืองก่อนนำไปหมัก ทำให้มีพื้นที่ผิวสัมผัสมากขึ้น จุลินทรีย์บาสิลลัสจึงทำงานได้เต็มที่ ส่งผลให้มีความเหนียวข้นที่เป็นเอกลักษณ์ และกลิ่นที่นุ่มนวลกว่าแบบเมล็ดเต็มค่ะ
จุดเด่นที่ทำให้ใครๆ ก็หลงรัก
• ต้นกำเนิดพรีเมียม: ผลิตและนำเข้าจาก ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (แบรนด์ฮามานะสึ ฟู้ด) มั่นใจในคุณภาพมาตรฐานโลก
• เนื้อสัมผัสพิเศษ: นุ่มหนึบ เคี้ยวเพลิน เข้ากับเครื่องปรุงได้ง่ายกว่าเดิม เหมาะมากสำหรับคลุกข้าวหรือทำเมนูสร้างสรรค์
• คุ้มค่าจุใจ: ขนาดใหญ่ 500 กรัม เหมาะสำหรับครอบครัวหรือสายสุขภาพที่ทานเป็นประจำ
• สดใหม่เสมอ: เก็บรักษาด้วยการแช่แข็งที่ -18°C เพื่อล็อกความสดและรสชาติเหมือนเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ จากโรงงาน
ประโยชน์ดีๆ ในทุกคำ
• ระบบขับถ่ายดีเยี่ยม: มีจุลินทรีย์ Bacillus Natto ช่วยปรับสมดุลลำไส้และเสริมภูมิคุ้มกัน
• บำรุงหัวใจ: มีเอนไซม์ Nattokinase ช่วยในการหมุนเวียนโลหิต
• โปรตีนสูง: ทำจากถั่วเหลืองธรรมชาติแท้ 99.9% สารอาหารเน้นๆ
เคล็ดลับความอร่อยฉบับแม่บ้านญี่ปุ่น
• วิธีเตรียม: นำออกมาละลายในช่องธรรมดาหรือวางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องจนนิ่ม
• วิธีทาน: ใส่โชยุ มัสตาร์ด หรือต้นหอมซอย แล้วใช้ตะเกียบ "คนแรงๆ" จนเกิดเส้นใยเหนียวนุ่ม ยิ่งคนเยอะยิ่งฟิน!
• เมนูแนะนำ: ราดบนข้าวสวยร้อนๆ กินคู่กับไข่ดิบเกรดทานได้หรือกิมจิ หรือจะเอาไปทำไส้ซูชิและไข่เจียวนัตโตะก็อร่อยล้ำค่ะ
นัตโตะแบบสับ... อร่อยง่าย เข้าเนื้อ ได้รสญี่ปุ่นแท้ สุขภาพดีเริ่มต้นได้ที่มื้ออาหารของคุณค่ะ
ทำไมต้องถั่วหมัก "ทสึยุดาคุ นัตโตะ"ต้นตำรับความอร่อยจากคุมาโมโตะที่อยากให้คุณได้ลอง!!!
คำว่า "ทสึยุดาคุ" ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง "ซอสชุ่มฉ่ำ" ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดของสินค้าตัวนี้ ต่างจากนัตโตะทั่วไปที่มีซอสเพียงเล็กน้อย แต่มารุคินจัดเต็มด้วยซอสปรุงรสรสคาชิปริมาณถึง 12 กรัมต่อหนึ่งถ้วย เพื่อมอบสัมผัสที่นุ่มละมุน ลื่นคอ และรสชาติที่กลมกล่อมมากกว่าเดิม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักสุขภาพและหลงรักในเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่น ถั่วเหลืองหมัก คือหนึ่งในสุดยอดอาหาร (Superfood) ที่ชาวญี่ปุ่นรับประทานกันมาอย่างยาวนาน แต่สำหรับใครที่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือรสสัมผัสที่ทานยาก ขอแนะนำ "ทสึยุดาคุ นัตโตะ" ตรามารุคิน ฟู้ดส์ นัตโตะที่จะมาเปลี่ยนความคิดเดิมๆ ของคุณให้กลายเป็นความประทับใจ
ความพิถีพิถันจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ
หัวใจสำคัญที่ทำให้รสชาติของนัตโตะกล่องนี้โดดเด่น คือส่วนประกอบของซอสปรุงรสที่มีความซับซ้อนและลุ่มลึก:
• สารสกัดจากทะเลและขุนเขา: ผสมผสานน้ำซุปจากปลาบินย่าง (Yaki-Ago), ปลาโบนิโตะ, สาหร่ายคอมบุ, หอยเชลล์ และเห็ดชิทาเกะ
• ถั่วเหลืองพรีเมียม: เลือกใช้ถั่วเหลืองคุณภาพที่ผ่านการจัดการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างดี (IP Handling) หมักจนได้เส้นใยที่ยืดและนัวที่สุด
คุณค่าทางโภชนาการที่มากกว่าแค่ความอร่อย
ในทุกๆ คำที่คุณทาน คือการเติมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย:
• โปรตีนสูง: ใน 1 ถ้วย (52 กรัม) ให้โปรตีนสูงถึง 7.2 กรัม แต่ให้พลังงานเพียง 83 กิโลแคลอรีเท่านั้น
• เอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase): ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตและสุขภาพของหัวใจ
• โปรไบโอติกส์: ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
ยกญี่ปุ่นมาไว้ที่บ้าน! สัมผัสความเข้มข้นฉบับออริจินัลกับ "มิโซะแดงออร์แกนิก" แบรนด์ Hikari Miso
เบื่อไหมกับซุปมิโซะรสชาติจืดชืดแบบเดิมๆ อัปเกรดความอร่อยและสัมผัสรสชาติอาหารญี่ปุ่นแท้แบบดั้งเดิมให้มื้ออาหารของคุณด้วยมิโซะแดงออร์แกนิกคุณภาพพรีเมียมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม เต็มรสอูมามิแท้ๆ คัดสรรจากถั่วเหลืองและข้าวที่ผ่านการรับรองออร์แกนิก 100% ผ่านกระบวนการหมักบ่มตามธรรมชาติที่ยาวนานกว่า จนได้มิโซะสีแดงเข้ม เนื้อสัมผัสเนียนละเอียด และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
รังสรรค์เมนูอร่อยได้หลากหลาย:
เหมาะมากสำหรับการปรุงซุปมิโซะ, ซอสหมักเนื้อ, น้ำซุปราเมง, ซอสผัด หรือเมนูญี่ปุ่นหลากหลายประเภท ช่วยเพิ่มมิติของรสชาติลุ่มลึกแบบอูมามิ ให้กับอาหารทุกจานได้อย่างลงตัว โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องปรุงจำนวนมาก
สายสุขภาพต้องเลิฟ สายกินต้องฟิน:
เพราะนอกจากจะอร่อยแล้วยังได้ประโยชน์เต็มๆ คำ ใส่ใจในคุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต การันตีด้วยมาตรฐานออร์แกนิกระดับสากล USDA และไม่มีกลูเตน สุขภาพดีได้ทุกวัน เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบคู่ครัวที่คนรักการทำอาหารญี่ปุ่นและใส่ใจในสุขภาพห้ามพลาด
จะมื้อไหนๆก็อร่อยมั่นใจได้เสมอ
มิโซะแดงเหมาะมากสำหรับเมนูที่ต้องการรสชาติเข้มข้นชัดเจน:
• ใช้ทำซุป : เหมาะสำหรับซุปมิโซะใส่หอยลาย, ซุปหมูสามชั้น หรือ ซุปราเมนรส
• ใช้เป็นซอสหมักและผัด : นำไปผสมกับสาเก มิริน น้ำตาล เพื่อทำซอสหมักปลา หรือ ผัดกับมะเขือยาวและหมูสับ
• วิธีการใช้ที่ถูกต้อง: เพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารและกลิ่นหอม ไม่ควรต้มมิโซะให้เดือดพล่านนานๆ
แนะนำให้ละลายมิโซะในน้ำอุ่นหรือน้ำซุปต่างหาก แล้วเทใส่หม้อในขั้นตอนสุดท้ายก่อนปิดไฟ
เปรี้ยวสดชื่น เคล็ดลับความอร่อยระดับพรีเมียมที่เชฟญี่ปุ่นไม่เคยบอกคุณ!
ยูสุ เป็นผลไม้ตระกูลซิตรัสที่มีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในจังหวัดโคจิและโทคุชิมะ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยูสุที่ขึ้นชื่อที่สุดในประเทศ นิยมใช้ยูสุในอาหารระดับพรีเมียม เปลือกยูสุมีรสเปรี้ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ถูกนำมาหั่นเป็นเส้นอย่างประณีตและนำมาแช่แข็งในสภาพที่ยังไม่ผ่านความร้อน เพื่อรักษากลิ่นหอมและรสชาติให้สดใหม่ เพื่อคงความหอมสดชื่นราวกับเพิ่งเก็บจากต้น ทำให้สามารถเติมเต็มกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมให้กับทุกจานอาหารได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะนำมาปรุงกับซุปนาเบะ โซบะ ปลาย่าง หรือแม้แต่ทำซอสยูสุปองสึ น้ำสลัด เครื่องดื่ม และของหวาน ก็ยกระดับรสชาติให้นุ่มละมุนและหอมสดชื่นขึ้นทำให้ทุกจานของคุณพิเศษกว่าที่เคย
จุดเด่นสำคัญ:
• กลิ่นหอมแรง : เปลือกยูซุมีความหอมสดชื่นเป็นพิเศษ และการแช่แข็งแบบดิบช่วยล็อคกลิ่นนี้ไว้
• ลดความขม : มีการกำจัดส่วนที่เป็นใยสีขาวด้านในออกอย่างดี ทำให้ได้เฉพาะเปลือกสีเหลืองสดที่มีกลิ่นหอมแต่ไม่ขม
• สะดวกต่อการใช้ : เป็นแบบแช่แข็งที่สามารถ ตักออกมาใช้ได้ตามปริมาณที่ต้องการโดยไม่ต้องละลาย ทำให้ใช้งานง่ายมาก
วิธีใช้ :
• นำออกจากช่องแช่แข็ง และละลายเล็กน้อยก่อนใช้
• โรยบนปลาย่าง โซบะ ซุป หรืออาหารญี่ปุ่นอื่นๆ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่น
• ผสมในเครื่องดื่ม เช่น ชาเขียว ยูซุโซดา หรือม็อกเทลเพื่อรสเปรี้ยวหอม
• ใช้แต่งขนมหวาน เช่น เค้ก ไอศกรีม หรือยูซุมูส เพื่อเพิ่มความละมุน
• แค่เพียงสัมผัสเดียว คุณก็จะได้กลิ่นหอมสดใสแบบญี่ปุ่นแท้ — ความพิเศษที่เชฟและคนรักอาหารญี่ปุ่นทั่วโลกเลือกใช้
แนะนำอาหารที่เข้ากัน :
• ปลาดิบหรือปลาย่างเกลือ (เพิ่มกลิ่นหอมสดชื่น)
• ยำสาหร่ายยูซุ
• สลัดผักยูซุดรสซิ่ง
• ชาเย็นยูซุโซดา
• ยูซุมูสเค้กหรือยูซุมาการอง
ทำความรู้จัก "ปลาบุริ" ราชาแห่งปลาเนื้อขาวฤดูหนาว
ปลาบุริ หรือ ปลาหางเหลือง เป็นปลาที่ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะปลาจากแถบคิวชูและคาโกชิม่าที่มีกระแสน้ำเย็น ทำให้ปลาสะสมไขมันได้ดี เนื้อจึงมีความนุ่มและชุ่มฉ่ำ สำหรับปลาบุริสับ ปรุงรสยูซุ ห่อนี้ ไม่ได้มีดีแค่เนื้อปลา แต่เป็นการนำเนื้อปลาส่วนที่ดีที่สุดมาสับรวมกันแล้วปรุงรสด้วย "ส้มยูซุ" ผลไม้ตระกูลซิตรัสที่เป็นหัวใจของอาหารญี่ปุ่น กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของยูซุจะช่วยชูรสหวานของเนื้อปลาให้เด่นชัดขึ้น เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความมันของปลาและความสดชื่นของผลไม้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสายพรีเมียมแต่ต้องการความสะดวกในการทำทานเองที่บ้าน ความพิเศษคือการคงคุณภาพด้วยการแช่แข็งในอุณหภูมิที่เหมาะสม ทำให้รักษาความสด เนื้อสัมผัส และรสชาติไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอิซากายะ ร้านพรีเมียมเดลิเวอรี่ หรือผู้ที่ต้องการวัตถุดิบคุณภาพระดับร้านอาหารโดยไม่ต้องเตรียมเองทุกขั้นตอน เพียงละลายอย่างถูกวิธี ก็สามารถจัดจานเสิร์ฟได้ทันที สวยงาม สะอาด และได้มาตรฐาน พูดง่าย ๆ คือ “ของดีที่ช่วยให้คุณขายง่ายขึ้น” นั่นเอง
"ยกระดับโอมากาเสะที่บ้านคุณ! พบกับ ปลาบุริสับปรุงรสยูซุ ส่งตรงจากญี่ปุ่น เนื้อปลาบุริคัดเกรดสับละเอียด ผสมผสานกับความหอมสดชื่นของน้ำส้มยูซุแท้ๆ รสชาติกลมกล่อม นุ่มละมุนลิ้น พร้อมทานได้ทันทีเพียงแค่ละลาย"
วิธีทาน / วิธีการทำ
• การเตรียม: นำแพ็คสินค้าออกมาละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือแช่น้ำ (ทั้งถุง) จนเนื้อปลานุ่ม
เมนูแนะนำ:
• Negitoro-style Don: วางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ โรยต้นหอมซอยและสาหร่าย
• Hand Roll (Temaki): ห่อด้วยสาหร่ายแผ่นพร้อมข้าวซูชิ
• Appetizer: ตักวางบนแครกเกอร์ หรือขนมปังฝรั่งเศสอบกรอบ เพื่อทำเป็นคานาเป้สไตล์ฟิวชั่น
เมนูแนะนำคู่เคียง :
• ทานคู่กับ โชยุและวาซาบิ เพื่อรสชาติแบบดั้งเดิม
• ทานคู่กับ เครื่องดื่มเย็นๆ เช่น ชาเขียวร้อน หรือคราฟต์เบียร์เพื่อตัดรส
เครื่องเคียงที่แนะนำ:
• ขิงดอง หรือ หัวไชเท้าขูด จะช่วยเสริมรสชาติยูซุให้ชัดขึ้น
จุดเด่นสินค้า
✔ ใช้ปลาบุรีคุณภาพจากแหล่งผลิตในญี่ปุ่น
✔ ปรุงรสด้วยยูสุแท้ ให้กลิ่นหอมสดชื่น
✔ เนื้อสัมผัสนุ่มแน่น ไม่เละ
✔ สินค้าแช่แข็ง รักษาความสด
✔ ละลายแล้วเสิร์ฟได้ทันที ไม่ต้องปรุงเพิ่ม
ขนมญี่ปุ่นแบบเบาๆ ไม่หวานเลี่ยน และ ได้รสชาติชาเขียวแท้ๆ ต้องไม่พลาด
ใครที่กำลังมองหาของหวานญี่ปุ่นแบบเบาๆทานง่าย และให้ความรู้สึกสดชื่นไม่เหมือนใคร ต้องลอง วาราบิโมจิตัวนี้ ขนมชิ้นเล็กๆนี้จะทำให้วันของคุณสดใสขึ้นแน่นอน วาราบิโมจิเป็นขนมหวานญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ทำจากแป้งวาราบิ(แป้งที่สกัดจากหัววาราบิ) ที่มีจุดเด่นคือ สัมผัสที่นุ่มนิ่มเหมือนเยลลี่ แต่จะมีความเหนียวนุ่มและยืดหยุ่นกว่าโมจิทั่วไป วาราบิโมจิชิ้นนี้พิเศษตรงที่เป็นรสชาเขียวมัทฉะ และถูกนำไปคลุกเคล้ากับผงชาเขียวมัทฉะ หอมๆจนทั่วชิ้น ผงชาเขียวมัทฉะ นั้นมาจากจังหวัดชิซึโอกะซึ่งเป็นแหล่งผลิตชาเขียวคุณภาพเยี่ยมของญี่ปุ่น ทำให้ได้รสชาติเข้มข้น หอมละมุน และมีขมเล็กน้อยแบบเป็นธรรมชาติมาตัดกับความหวานอ่อนๆ ของตัวโมจิได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่าย ทานคู่กับชาเขียวร้อนที่ไม่หวานเลย หรือจะลองทานคู่กับกาแฟดำก็เข้ากันดี รับรองว่าความนุ่มนิ่มและรสชาติชาเขียวแท้ๆ จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นเหมือนได้นั่งพักผ่อนอยู่ในญี่ปุ่น
วิธีทานวาราบิโมจิ :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เมนูทานคู่แนะนำ
วาราบิโมจิรสชาเขียวมีรสชาติมัทฉะเข้มข้น หอม และหวานอ่อนๆ จึงเข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มและของหวานอื่นๆ ดังนี้:
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
คู่กับกาแฟ:
• กาแฟดำเย็น/ร้อน : ความขมของกาแฟจะช่วยดึงความหวานและความหอมของมัทฉะในโมจิออกมา
• ลาเต้: เข้ากันได้ดีกับความนุ่มละมุนของวาราบิโมจิ
คู่กับของหวานอื่น ๆ:
• ท็อปปิ้งไอศกรีม: นำไปวางบนไอศกรีมรสวานิลลา หรือไอศกรีมถั่วแดง เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบ
• พาร์เฟต์สไตล์ญี่ปุ่น: ใช้เป็นส่วนประกอบในพาร์เฟต์หรือน้ำแข็งไส เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเมนู
• เครื่องดื่มสร้างสรรค์: ใช้เป็นท็อปปิ้งในเครื่องดื่มประเภทนมหรือชา เช่น มัทฉะลาเต้ หรือบราวน์ชูการ์
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า ขนมหวานญี่ปุ่นที่หลายๆคนต่างติดใจ
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดง (Kokuto) และคลุกเคล้าผงคินาโกะ รสชาติมีความหวานละมุนลิ้น ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ทำให้แบ่งทานได้สะดวก ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างคู่กับชาร้อนๆ หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
หมูชาชูสไลซ์แช่แข็ง ความอร่อยง่ายๆ ที่ควรมีติดบ้านคุณ
เติมความอร่อยให้อาหารจานโปรดของคุณด้วยหมูชาชูสไลซ์สไตล์ญี่ปุ่น เราคัดสรรมาเฉพาะเนื้อส่วนท้อง (Belly) ที่มีความมันกำลังดี นำมาผ่านกรรมวิธีการหมักอย่างพิถีพิถันจนรสชาติกลมกล่อมเข้าเนื้อตามสไตล์ญี่ปุ่น
สามารถนำไปทำได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นราเมง, ข้าวหน้าหมูชาชู, ข้าวหน้าแกงกะหรี่, หรือเมนูไทยๆ อย่างผัดผัก, ผัดกะเพรา, ต้มยำ ก็อร่อยได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาทานคู่กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบง่ายๆ ช่วยเพิ่มความครบเครื่องในมื้อเร่งรีบของคุณได้เป็นอย่างดีค่ะ
"ไข่กุ้ง" ที่เรากินกัน จริงๆแล้วทำมาจากอะไรกันแน่นะ?
หลายคนอาจคิดว่าเม็ดสีส้มกรุบๆ ที่อยู่บนซูชิคือ ไข่ของกุ้ง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ สิ่งที่เราเรียกกันติดปากว่า "ไข่กุ้ง" แท้จริงคือไข่ปลาแคปลิน (Capelin Roe) หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า เอบิโกะ (Ebiko) ซึ่งเป็นปลาทะเลขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำเย็น เช่น แถบมหาสมุทรอาร์กติก แอตแลนติกเหนือ และบริเวณรอบประเทศญี่ปุ่น ไข่ปลาแคปลินตามธรรมชาติจะมีสีเหลืองอ่อน เม็ดเล็กละเอียด และมีเอกลักษณ์คือ เนื้อสัมผัสกรุบกรอบเมื่อรับประทาน ก่อนนำมาขายหรือใช้ในร้านอาหารญี่ปุ่น จะผ่านการปรุงรสด้วยโชยุ มิริน และเกลือ เพื่อเพิ่มความกลมกล่อม พร้อมแต่งสีให้เป็นสีส้มสดใส จนกลายเป็น "ไข่กุ้ง" ที่เราคุ้นเคย เหมาะสำหรับโรยหน้าซูชิ ข้าวปั้น หรือเมนูต่างๆ ให้ดูน่ากินยิ่งขึ้น
ประโยชน์และสารอาหารดีๆใน "ไข่กุ้ง" (Ebiko)
เห็นเม็ดเล็กๆแบบนี้ แต่คุณประโยชน์ไม่เล็ก เพราะเป็นไข่ปลาที่มาจากทะเลน้ำลึก จึงอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง
• โปรตีนสูง: ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
• กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3): ดีต่อการทำงานของสมองและช่วยบำรุงหัวใจ
• วิตามินและแร่ธาตุ: มีวิตามินบี 12 และฟอสฟอรัส ที่ช่วยส่งเสริมระบบประสาทและกระดูกให้แข็งแรง
ขั้นตอนการละลาย (Defrosting) อย่างถูกวิธี
• นำกล่องไข่กุ้ง ออกจากช่องแช่แข็ง แล้วย้ายมาใส่ในช่องแช่เย็นธรรมดา ล่วงหน้าประมาณ 8–12 ชั่วโมง หรือ 1 คืนก่อนใช้งาน วิธีนี้จะช่วยให้เนื้อสัมผัสยังคงความกรุบกรอบ เม็ดไข่ปลาไม่แตกเลอะ และไม่เสียรสชาติ (ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟโดยตรงเพื่อละลาย เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสเสีย)
หวานละมุน หอมรมควัน ฟินทุกคำไปกับแซลมอนรมควัน แคนดี้ ไบต์ส
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้พิเศษด้วยแซลมอนรมควัน แคนดี้ ไบต์ส (Smoked Salmon Candy Bites) แซลมอนแอตแลนติกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ที่ผ่านการรมควันอย่างพิถีพิถัน พร้อมเคลือบรสหวานเล็กน้อย รสชาติกลมกล่อมสไตล์ Candy ให้ได้ทั้งความหอมของควันไม้และความนุ่มของเนื้อปลาในทุกคำ
ผลิตจากแซลมอนแอตแลนติกคุณภาพ จากแหล่งน้ำเย็นบริสุทธิ์ในแคว้นปาตาโกเนีย ประเทศชิลี รมควันจากปลาแซลมอนสดภายใน 24 ชั่วโมงหลังการจับ เพื่อคงความสดใหม่และรสชาติที่ดีที่สุด
Latitude 45 ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ BAP ระดับ 4 ดาว (4-Star Certified)
จุดเด่นสินค้า
• แซลมอนรมควันรสแคนดี้ (Candy Flavored Smoked Salmon) ปรุงสุกพร้อมรับประทาน
• พร้อมรับประทาน (Ready to Eat)
• ผลิตจากปลาแซลมอนแอตแลนติกที่เลี้ยงในฟาร์ม (Farm-Raised)
• รมควันจากปลาแซลมอนสดทุกครั้ง เพื่อคงรสชาติและคุณภาพ
• อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินดี
• ให้โปรตีนสูง 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
• ไม่มีก้าง และไม่มีหนัง (Skinless & Boneless)
• ปราศจากกลูเตน (Gluten-Free)
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ 4-Star BAP (Best Aquaculture Practices)
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
สัมผัสความฟินระดับพรีเมียม ส่งตรงจากญี่ปุ่นกับ "โมจิครีม รสพีชขาว" คำโต
หากคุณกำลังมองหาขนมหวานที่จะช่วยเยียวยาหัวใจในวันเหนื่อยล้า หรืออยากดื่มด่ำกับรสชาติละมุนนุ่มลึกสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ต้องไม่พลาดสัมผัสสุดพิเศษจาก ขนมโมจิระดับพรีเมียมที่ผสานศาสตร์แห่งความนุ่มของแป้งโมจิสูตรดั้งเดิม เข้ากับความหวานฉ่ำสดชื่นของ "ลูกพีชขาว" (White Peach) ผลไม้ยอดนิยมของญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ในทุกๆคำที่กัดลงไป จะพบกับความตื่นตาตื่นใจถึง 3 เลเยอร์ เริ่มต้นด้วยแป้งโมจิสีขาวนวลที่เหนียวนุ่ม ยืดหยุ่นกำลังดี ถัดมาคือรสสัมผัสเนียนละมุนของถั่วกวนรสพีชขาว ที่ให้ความหวานกลมกล่อมแบบดั้งเดิม และเซอร์ไพรส์ขั้นสุดด้วยไส้แยมพีชขาวเข้มข้นที่ผสมเนื้อพีชแท้ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา เหมือนได้ทานผลพีชสดในสวนญี่ปุ่น เป็นความอร่อยที่ลงตัว ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่ายคู่กับชาแก้วโปรดที่จะเปลี่ยนวันธรรมดาของคุณให้กลายเป็นวันสุดพิเศษ
วิธีเก็บรักษา
เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
• ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
• หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
• หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
ทูน่าพรีเมียมที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน
สำหรับคนที่หลงรักเมนูซาชิมิ และกำลังมองหาทูน่าคุณภาพดีที่พร้อมทานได้ทันที ทูน่าซาคุ (Tuna Saku) เกรด AAA คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ เพราะนี่คือเนื้อปลาที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีที่สุด เพื่อให้คุณได้สัมผัสความสดใหม่ในทุกคำจากทะเลอินโด-แปซิฟิก
ทูน่าซาคุ คือ เนื้อปลาทูน่าที่ถูกแล่มาเป็นบล็อกทรงสี่เหลี่ยมอย่างดี พร้อมให้คุณนำไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิได้อย่างง่ายดาย ส่วน เกรด AAA คือการรับประกันคุณภาพสูงสุดของปลาทูน่า โดยพิจารณาจากสีเนื้อที่แดงสด เนื้อที่แน่น และมีปริมาณไขมันที่สมดุล ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มละมุนลิ้น
ความสดใหม่จากแหล่งน้ำชั้นยอด: ทูน่าของเรามาจากมหาสมุทรอินโด-แปซิฟิก ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาทูน่าที่มีความสมบูรณ์และบริสุทธิ์ ทำให้ปลาเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ และมีเนื้อที่แน่น พร้อมรสชาติที่สะอาด
คุณภาพสูงสุดของทูน่า: ด้วยเกรด AAA ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับประทานเนื้อทูน่าที่ดีที่สุด ทั้งในเรื่องของสีสันที่สวยงามและรสชาติที่ไม่เป็นรองใคร
ความสะดวกที่มาพร้อมความอร่อย: รูปแบบซาคุถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการใช้งานโดยเฉพาะ คุณสามารถนำไปหั่นเป็นซาชิมิ ซูชิ หรือโปเกะโบลว์ได้ทันที
อุดมด้วยประโยชน์: เนื้อทูน่าเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยม และอุดมไปด้วยกรดไขมัน Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
เมนูที่แนะนำ
ซาชิมิ: เมนูยอดนิยมที่ทำได้ง่ายที่สุด เพียงแค่นำไปหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ก็พร้อมทาน
ซูชิ/นิกิริ: นำชิ้นทูน่าไปวางบนข้าวปั้นซูชิ เพื่อความอร่อยแบบเต็มคำ
ทูน่าทาทากิ: นำเนื้อทูน่าไปจี่บนกระทะให้ผิวสุกเล็กน้อย แต่ด้านในยังคงดิบอยู่
โปเกะโบลว์: หั่นเป็นลูกเต๋าแล้วนำไปผสมกับเครื่องปรุงที่คุณชอบ พร้อมผักและข้าวสวย
วิธีใช้งานเบื้องต้น
สินค้ามาในรูปแบบแช่แข็ง:
- นำเนื้อทูน่าออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
- นำไปพักในตู้เย็นช่องปกติประมาณ 6-8 ชั่วโมง หรือจนกว่าเนื้อปลาจะนิ่มลง
- นำเนื้อปลาออกมาจากตู้เย็น และซับน้ำที่เกาะอยู่ให้แห้งก่อนนำไปใช้งาน
ไม่ว่าจะเป็นมื้อพิเศษหรือมื้อธรรมดา “ทูน่าซาคุ” นี้ ก็พร้อมยกระดับความอร่อยให้คุณได้สัมผัสความสุขแบบพรีเมียมในทุก ๆ คำ
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
นัตโตะ พร้อมซอสสูตรพิเศษจากซากุระ
ฮามานะสึ นัตโตะ ได้คัดสรรเมล็ดถั่วเหลืองที่มีคุณภาพจากฮอกไกโด เป็นแบบเม็ดเล็กมาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆของซากุระ ทำให้การทานนัตโตะง่ายขึ้น
นัตโตะเป็นอาหารที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยในเรื่องของกระดูก ดีต่อสุขภาพหัวใจ ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และยังมีโปรไบโอติกที่ช่วยในการย่อย ทำให้กระเพาะและลำไส้ของเราทำงานได้ดีขึ้น ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานนัตโตะเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในมื้อเช้า เพียงแค่มีข้าวสวยร้อนๆ โปะด้วยนัตโตะและราดด้วยโชยุสักหน่อยก็พร้อมอร่อยได้ทันที ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่คุณไม่ควรพลาด
สุดยอดขนมญี่ปุ่นคลายร้อน! อร่อยง่าย ๆ แค่คลายความเย็น
วาราบิโมจิ คือขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มละลาย ผสานความหวานลึกของน้ำตาลทรายแดง และกลิ่นหอมของถั่วเหลืองคั่ว เป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล หัวใจสำคัญของวาราบิโมจิอยู่ที่ “แป้งวาราบิ” ซึ่งได้จากรากของพืชตระกูลเฟิร์นญี่ปุ่น เมื่อนำมาผ่านกระบวนการนวดอย่างพิถีพิถัน จะได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม หนึบ เด้งและละลายในปาก แตกต่างจากโมจิทั่วไปที่ทำจากข้าวเหนียว ด้วยความอ่อนโยนของเนื้อแป้ง จึงให้สัมผัสที่ละเอียดและพรีเมียมยิ่งกว่า ความพิเศษอีกขั้นอยู่ที่การใช้น้ำตาลทรายแดงจากโอกินาว่า หรือ “คุโระซาโตะ” ซึ่งไม่ได้ใช้เป็นแค่น้ำเชื่อมราดเท่านั้น แต่ถูกนวดผสมเข้าไปในเนื้อวาราบิโมจิตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ทำให้ขนมมีสีน้ำตาลอ่อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอ้อย และรสหวานที่ลึก กลมกล่อม ไม่ฉูดฉาด ซึมซับอยู่ในทุกคำที่กัด และที่ขาดไม่ได้ของวาราบิโมจิ นั่นคือการโรย “คินาโกะ”หรือผงถั่วเหลืองคั่วอย่างดี ที่มีกลิ่นหอมถั่วคั่ว และ รสสัมผัสที่นุ่มนวล มันๆ ซึ่งช่วยเสริมให้รสหวานของน้ำตาลทรายแดงมีความสมดุล หอมละมุน และลุ่มลึกยิ่งขึ้น
วิธีทานวาราบิโมจิแบบอร่อย :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
เมนูทานคู่แนะนำ :
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
วาราบิโมจิ คือขนมที่หลอมรวมวัตถุดิบธรรมชาติและศิลปะการทำขนมของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างลงตัว ละมุนในทุกคำ นุ่มหนึบทุกสัมผัส หวานหอมอย่างมีระดับ
ใครที่กำลังมองหามื้อด่วนแต่ไม่อยากละทิ้งความพรีเมียม ต้องลองแฮมเบิร์กสเต็กสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่รวมความเด็ดของเนื้อวัวแองกัสและเนื้อหมูเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตัวเนื้อมีความนุ่มเด้ง ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซอสรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นเนยและเครื่องเทศแบบเน้นๆ ความปังคือเป็นอาหารแช่แข็งที่ตอบโจทย์ชีวิตเร่งรีบมาก เพราะใช้ถุงนวัตกรรมพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเข้าไมโครเวฟได้โดยตรง ไม่ต้องฉีกซอง ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ แค่วางหงายด้าน THIS SIDE UP ขึ้นแล้วกดเวฟ ความร้อนจะช่วยอบไอน้ำอยู่ข้างใน ทำให้เนื้อยังคงความนุ่มชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งกระด้างเหมือนแฮมเบิร์กทั่วไป แค่ 5 นาที ก็ได้ทานสเต็กแฮมเบิร์กร้อน ๆ เหมือนมีเชฟญี่ปุ่นมาปรุงให้ทานถึงบ้าน ตัวแฮมเบิร์กใช้เนื้อวัวผสมเนื้อหมู ปรุงรสแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ให้สัมผัสนุ่มฉ่ำ เคี้ยวเต็มคำ พร้อมซอสสูตรเข้มข้นที่มีส่วนผสมของมะเขือเทศและหัวหอม เพิ่มความหอมหวานและกลมกล่อมแบบลงตัว จะกินกับข้าวสวยร้อน ๆ มันบด สลัด หรือไข่ออนเซ็นก็เข้ากันสุด ๆ เป็นเมนูที่ช่วยเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้าน
วิธีอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ
• ห้ามเปิดบรรจุภัณฑ์: นำถุงผลิตภัณฑ์ออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องฉีกหรือตัดถุง)
• วางให้ถูกด้าน: วางด้านหลังถุงที่มีข้อความ "THIS SIDE UP / วางด้านนี้ลงเข้าเวฟได้เลย" หงายขึ้น บนจานที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้
• ตั้งเวลาเวฟ: ใช้ความร้อน 800 วัตต์ เป็นเวลา 5 นาที (ระหว่างอุ่น ถุงจะพองตัวขึ้นจากแรงดันไอน้ำและจะค่อย ๆ ระบายออกทางช่อง Steam Outlet เป็นเรื่องปกติ)
• พร้อมเสิร์ฟ: เมื่อเสร็จแล้ว ปล่อยให้ถุงยุบตัวลงสักครู่ จับจานอย่างระมัดระวังเนื่องจากมีความร้อนสูง นำออกมาตัดซอง เทใส่จานพร้อมทานได้ทันที
เมนูแนะนำ
• แฮมเบิร์กสเต็กดั้งเดิม: ทานคู่กับผักลวก มันบด หรือเฟรนช์ฟรายส์
• ข้าวหน้าแฮมเบิร์กไข่ดาว: วางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ โปะด้วยไข่ดาวเยิ้ม ๆ สไตล์โยโกฮาม่า
• ชีสแฮมเบิร์ก: วางแผ่นชีสลงบนเนื้อแฮมเบิร์กทันทีหลังเวฟเสร็จ ให้ความร้อนละลายชีสเยิ้ม ๆ
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ที่ชาวญี่ปุ่นหลงรัก
“อิคุระ” คือไข่ปลาแซลมอน เป็นวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่ชาวญี่ปุ่นนิยมใช้ในอาหารมานานหลายศตวรรษ ด้วยเม็ดไข่สีส้มใสที่ระยิบระยับเหมือนอัญมณี และรสชาติกลมกล่อมเค็มนุ่มติดหวานละมุนในแบบทะเลเหนือแท้ ๆ ไข่ปลาแซลมอนถูกหมักด้วยโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้นอีกระดับ ทั้งหอม ทั้งนัว ลักษณะเม็ดโตใส เนื้อสัมผัสเด้งดึ๋ง แตกโพละในปาก พร้อมรสชาติอูมามิจากโชยุชั้นดี แค่โรยบนข้าวสวยร้อนๆ ก็เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้เป็นเมนูระดับภัตตาคารได้ทันที เหมาะกับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด ตั้งแต่ด้ง ซูชิ ไปจนถึงเมนูสไตล์ฟิวชัน ไข่ปลาแซลมอนกล่องนี้ ยังเหมาะกับคนรักอาหารญี่ปุ่นที่อยากสนุกกับการทำอาหารเองที่บ้าน แค่เปิดกล่อง ก็พร้อมเสิร์ฟความพรีเมียมในไม่กี่วินาที และยังเต็มไปด้วยโอเมก้า-3 ช่วยบำรุงสมองและหัวใจอีกด้วย ถ้าคุณกำลังมองหาวัตถุดิบระดับร้านอาหาร บอกเลยว่า “อิคุระ” คือคำตอบที่ใช่ อร่อย ทานง่าย พรีเมียม ทานได้ทุกโอกาส
ไข่ปลาแซลมอนหมักโชยุคืออะไร?
• คือไข่ของปลาแซลมอน (Salmon Roe) ที่ผ่านกระบวนการทำความสะอาดและนำไป หมักในน้ำซอสโชยุปรุงรสสูตรพิเศษ ของญี่ปุ่น ทำให้ไข่ปลามีรสเค็มกลมกล่อมและอูมามิ (รสชาติอร่อยล้ำลึก) โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม
• ทำไมต้องหมักโชยุ : การหมักโชยุเป็นการถนอมอาหารและเพิ่มรสชาติแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ทำให้ได้รสชาติที่ลงตัวที่สุด พร้อมรับประทานได้เลยทันทีที่ละลายน้ำแข็ง
• Ikura ต่างจาก Mentaiko อย่างไร : Ikura คือไข่ปลาแซลมอนเม็ดใหญ่ สีส้มแดงใส รสชาติเค็มกลมกล่อม แตกโพละในปาก ส่วน Mentaiko (เมนไทโกะ) คือไข่ปลาค็อดหรือปลา Pollock ที่มีขนาดเล็กกว่าและมักมีรสเผ็ด
การละลายน้ำแข็ง (สำคัญมาก!)
• วิธีที่ดีที่สุด: ย้ายอิกุระจากช่องแช่แข็งไปไว้ใน ช่องแช่เย็น (ตู้เย็นธรรมดา) ทิ้งไว้ข้ามคืน (ประมาณ 8-12 ชั่วโมง) เพื่อให้ละลายช้าๆ การละลายแบบนี้จะรักษาคุณภาพและเนื้อสัมผัสของไข่ปลาได้ดีที่สุด
• สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ห้ามแช่น้ำร้อน หรือวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพราะจะทำให้ไข่ปลาเสียเนื้อสัมผัสและความสด
วิธีรับประทาน (ง่ายและอร่อย)
• เริ่มต้นง่ายๆ: Ikura Don (ข้าวหน้าอิกุระ) ตักไข่ปลาแซลมอนโรยบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ ที่ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูข้าวเล็กน้อย
• เพิ่มความพรีเมียม: ใช้เป็นท็อปปิ้งบนซูชิ (เช่น Gunkan Maki), แซลมอนซาชิมิ, หรือใช้ผสมกับสลัดญี่ปุ่น
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
จากความพิถีพิถันกลางขุนเขา สู่ขวดนี้ที่สายรักสุขภาพต้องมีติดบ้าน
สายรักสุขภาพที่เสพติดความสดชื่นห้ามพลาด ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม ที่บอกเลยว่าคุ้มค่าและดีต่อร่างกายมากๆ แวบแรกที่เห็นนึกว่าเป็นน้ำส้มสายชูทั่วไป แต่พอได้อ่านฉลากและลองทานดูแล้วคือว้าวมาก เพราะขวดนี้ผสานคุณค่าจากธรรมชาติไว้แบบเต็มๆ:
• น้ำผลไม้เข้มข้นเน้นๆ: มีส่วนผสมของน้ำทับทิมเข้มข้นสูงถึง 42%
• เบสชั้นเลิศจากญี่ปุ่น: ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้รสชาติมีความเปรี้ยวที่นุ่มนวลอมหวานสดชื่น ไม่เปรี้ยวโดดจนแสบคอ
• 0% น้ำตาลทราย: ที่สำคัญที่สุดคือ "ไม่มีการใส่น้ำตาลเพิ่ม" ความหวานละมุนที่ได้มาจากน้ำผลไม้แท้ๆ และหญ้าหวาน (สตีวิออลไกลโคไซด์) ดีต่อคนควบคุมน้ำหนัก สายคีโต และผู้ป่วยเบาหวานสุดๆ
ดื่มตอนไหนก็เฟรช สุขภาพดีได้ทุกวัน
หลังจากที่ได้ลองดื่มช่วงบ่ายๆ ที่กำลังง่วง หรือดื่มหลังจากไปวิ่งออกกำลังกายเสร็จ จะรู้สึกได้ทันทีเลยว่าร่างกายมันเฟรชขึ้น อาการเหนื่อยล้าหายไป แถมวิเนการ์ยังมีส่วนช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ปรับสมดุลร่างกาย และช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้นมาก ท้องไม่อืด ใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มสุขภาพที่อร่อย ดื่มง่าย ได้ประโยชน์เน้นๆ แนะนำให้มีติดตู้เย็นไว้เลยค่ะ เคล็ดลับความฟิน: นำไปผสมโซดาใส่น้ำแข็งเย็นฉ่ำ บอกเลยว่าอร่อยสดชื่นฟินที่สุด
ไอเดียรังสรรค์เมนูสูตรสดชื่น
ส่วนผสม : อิตาเลียนโซดา น้ำส้มสายชูผลไม้ทับทิม
• ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม : 20 มล.
• น้ำโซดาแช่เย็นจัด : 120 - 150 มล.
• น้ำแข็ง : 1 แก้ว (แนะนำน้ำแข็งก้อนเล็กหรือน้ำแข็งบดจะช่วยให้เย็นฉ่ำยิ่งขึ้น)
ส่วนผสม : สูตรสมูทตีทับทิมมิกซ์เบอร์รีกรีกโยเกิร์ต
• น้ำส้มสายชูรสทับทิม : 150 กรัม (25.00%)
• มิกซ์เบอร์รี (ผลไม้แช่แข็ง) : 100 กรัม (16.67%)
• น้ำแข็ง : 300 กรัม (50.00%)
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม (8.33%)
วิธีทำ : ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนเนียนละเอียด พร้อมเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มผลไม้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น
หอมกลิ่นเบอร์รีและทับทิม พร้อมความนุ่มละมุนจากกรีกโยเกิร์ต
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาแซลมอน และกำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพดีที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนโคโฮ (Coho Salmon) จากแบรนด์ไอเซน (AYSEN) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนี่คือปลาที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดและได้รับการรับรองคุณภาพ ทำให้คุณมั่นใจในความสดใหม่และรสชาติแบบพรีเมียม
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน คืออะไร?
ปลาแซลมอนโคโฮเป็นปลาแซลมอนอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปลาจากแบรนด์ไอเซน มาจากฟาร์มเลี้ยงในประเทศชิลี ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไอเซน (Aysén) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพสูง เนื้อปลามีสีส้มอมแดงเข้มคล้ายแซลมอนซ็อกอาย (Sockeye Salmon) แต่มีจุดเด่นคือ มีไขมันแทรกน้อยกว่าแซลมอนแอตแลนติก ทำให้เนื้อสัมผัสมีความแน่น ไม่เลี่ยน และเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือรักสุขภาพ
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน ดียังไง?
• ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ: ด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มีแคลอรีต่ำ และยังคงอุดมไปด้วย Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
• คุณภาพระดับซาชิมิ (Sashimi Quality): ปลาแซลมอนของเราได้รับการแปรรูปภายใน 8 ชั่วโมงหลังการจับ และทำทุกขั้นตอนในห้องคุมอุณหภูมิ ทำให้มั่นใจในความสดใหม่และคุณภาพที่เหมาะสำหรับการนำไปทำซาชิมิ
• Trim C: คือมาตรฐานการแล่ปลาที่มีการตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยมีการนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างปลาบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone) ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปทำอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องมาเสียเวลาเลาะก้างเอง
เมนูแนะนำ
เนื้อปลาแซลมอนโคโฮ Trim C เหมาะสำหรับทำอาหารได้หลากหลายเมนู
• ซาชิมิ หรือ ซูชิ: ด้วยคุณภาพระดับซาชิมิ จึงสามารถหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อทานแบบดิบได้อย่างปลอดภัย
• สเต๊กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือทอดในกระทะ จะได้เนื้อที่แน่นและหนังกรอบ
• ปลาแซลมอนอบ: นำไปอบในเตาอบพร้อมกับเครื่องเทศที่คุณชื่นชอบ
• เมนูอื่น ๆ: นำไปประกอบเมนูผัด หรือยำแบบไทย ๆ ก็อร่อยเข้ากัน
วิธีเตรียมปลา
1. นำปลาออกจากช่องแช่แข็ง และนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อละลายน้ำแข็ง
2. เมื่อปลาละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถนำไปล้างและซับน้ำให้แห้ง
3. หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ แล้วนำไปประกอบอาหารได้ทันที
สัมผัสความอร่อยจากทะเลชิลีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ปลาแซลมอนคุณภาพเยี่ยมที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพในครัวของคุณ
สัมผัสความอร่อยสไตล์โอกินาว่าแท้ๆ ด้วยการคัดสรรสาหร่ายโมซุกุ คุณภาพเยี่ยมจากท้องทะเล นำมาซอยเป็นเส้นเรียวละเอียด มอบสัมผัสกรุบกรอบ เคี้ยวสนุก แต่นุ่มลื่นละมุนลิ้นในทุกคำ คลุกเคล้าอย่างพิถีพิถันด้วยน้ำปรุงรสสูตรพิเศษที่ผสมผสาน น้ำส้มยูซุแท้ ชูรสชาติเปรี้ยวอมหวานกลมกล่อมลงตัว พร้อมส่งกลิ่นหอมสดชื่นเป็นเอกลักษณ์เตะจมูกทันทีที่เปิดทาน ให้อารมณ์เหมือนบินไปทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศ ความพิเศษของสาหร่ายโมสุกุชุดนี้คือความสะดวกสบาย บรรจุแยกเป็นถ้วยขนาดพกพาสะดวก 60 กรัม ถึง 3 ถ้วยในแพ็คเดียว ผ่านการปรุงรสมาให้เรียบร้อยแล้ว เพียงแค่เปิดฝาก็พร้อมทานได้ทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม เหมาะสำหรับเป็นเมนูคู่โต๊ะอาหารของทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบ มื้อกลางวันแสนอร่อย หรือจะทานเป็นกับแกล้มคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ในช่วงค่ำ ก็ช่วยตัดเลี่ยนและเพิ่มอรรถรสให้อาหารมื้อนั้นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น แถมยังเป็นเมนูแคลอรีต่ำ อร่อยสดชื่นได้ทุกวัน ทานได้อย่างสบายใจไม่ต้องกังวลเรื่องหุ่น
ประโยชน์
• อุดมไปด้วยฟูคอยแดน : สารอาหารเฉพาะในสาหร่ายสีน้ำตาล มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และบำรุงระบบทางเดินอาหาร
• แคลอรีต่ำมาก: เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือดูแลรูปร่าง
• ช่วยในระบบขับถ่าย: มีเส้นใยอาหารสูง ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น
• ปรับสมดุลร่างกาย: รสเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูหมักและยูซุช่วยกระตุ้นการเจริญอาหารและลดความเหนื่อยล้า ของร่างกาย
เมนูแนะนำ
• สลัดโมสุกุซันโชมิ: นำสาหร่ายโมสุกุไปคลุกเคล้ากับแตงกวาสไลด์บางๆ และสาหร่ายวากาเมะ ช่วยเพิ่มความกรุบกรอบคูณสอง
• ท็อปปิ้งเต้าหู้เย็น: ตักสาหร่ายโมสุกุราดบนเต้าหู้คินุ (เต้าหู้เนื้อนุ่ม) โรยต้นหอมซอยเล็กน้อย ได้เมนูสุขภาพสไตล์อิซากายะ
• กับแกล้มรสเด็ด: ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ตอนเย็น ช่วยตัดเลี่ยนจากอาหารจานหลักที่เป็นของทอด หรือเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดี
• ราดหน้าโซเมนเย็น: ใส่เป็นท็อปปิ้งบนเส้นโซเมนหรืออุด้งเย็นเพื่อเพิ่มความลื่นและกลิ่นหอมส้มยูซุ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาแซลมอน และกำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพดีที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนโคโฮ (Coho Salmon) จากแบรนด์ไอเซน (AYSEN) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนี่คือปลาที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดและได้รับการรับรองคุณภาพ ทำให้คุณมั่นใจในความสดใหม่และรสชาติแบบพรีเมียม
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน คืออะไร?
ปลาแซลมอนโคโฮเป็นปลาแซลมอนอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปลาจากแบรนด์ไอเซน มาจากฟาร์มเลี้ยงในประเทศชิลี ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไอเซน (Aysén) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพสูง เนื้อปลามีสีส้มอมแดงเข้มคล้ายแซลมอนซ็อกอาย (Sockeye Salmon) แต่มีจุดเด่นคือ มีไขมันแทรกน้อยกว่าแซลมอนแอตแลนติก ทำให้เนื้อสัมผัสมีความแน่น ไม่เลี่ยน และเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือรักสุขภาพ
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน ดียังไง?
• ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ: ด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มีแคลอรีต่ำ และยังคงอุดมไปด้วย Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
• คุณภาพระดับซาชิมิ (Sashimi Quality): ปลาแซลมอนของเราได้รับการแปรรูปภายใน 8 ชั่วโมงหลังการจับ และทำทุกขั้นตอนในห้องคุมอุณหภูมิ ทำให้มั่นใจในความสดใหม่และคุณภาพที่เหมาะสำหรับการนำไปทำซาชิมิ
• Trim C: คือมาตรฐานการแล่ปลาที่มีการตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยมีการนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างปลาบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone) ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปทำอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องมาเสียเวลาเลาะก้างเอง
เมนูแนะนำ
เนื้อปลาแซลมอนโคโฮ Trim C เหมาะสำหรับทำอาหารได้หลากหลายเมนู
• ซาชิมิ หรือ ซูชิ: ด้วยคุณภาพระดับซาชิมิ จึงสามารถหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อทานแบบดิบได้อย่างปลอดภัย
• สเต๊กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือทอดในกระทะ จะได้เนื้อที่แน่นและหนังกรอบ
• ปลาแซลมอนอบ: นำไปอบในเตาอบพร้อมกับเครื่องเทศที่คุณชื่นชอบ
• เมนูอื่น ๆ: นำไปประกอบเมนูผัด หรือยำแบบไทย ๆ ก็อร่อยเข้ากัน
วิธีเตรียมปลา
1. นำปลาออกจากช่องแช่แข็ง และนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อละลายน้ำแข็ง
2. เมื่อปลาละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถนำไปล้างและซับน้ำให้แห้ง
3. หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ แล้วนำไปประกอบอาหารได้ทันที
สัมผัสความอร่อยจากทะเลชิลีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ปลาแซลมอนคุณภาพเยี่ยมที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพในครัวของคุณ
"โมซุกุ" เคล็ดลับอายุยืนส่งตรงจากโอกินาวะ สู่ถ้วยอร่อยเพื่อสุขภาพในทุกมื้อ
ทราบไหมคะว่าทำไมชาวโอกินาวะถึงได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มคนที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก? หนึ่งในเคล็ดลับที่สืบทอดกันมาคือการทาน "โมซุกุ" (Mozuku) เป็นประจำนั่นเอง สาหร่ายชนิดนี้มีความพิเศษกว่าสาหร่ายทั่วไปตรงที่มีความลื่นนุ่มเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเมือกลื่นๆ นี้อุดมไปด้วย "ฟูคอยแดน" (Fucoidan) และใยอาหารสูงที่มีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและบำรุงระบบขับถ่าย สำหรับสาหร่ายโมซูกุปรุงรสถ้วยนี้ ความพิเศษไม่ได้มีแค่ตัวสาหร่าย แต่ยังอยู่ที่การเลือกใช้ น้ำส้มสายชูข้าวกล้อง ที่ผ่านกระบวนการหมักแบบดั้งเดิม ทำให้ได้รสชาติที่หอมลึก นุ่มนวล มีกรดอะมิโนสูง และให้รสสัมผัสที่กลมกล่อมมากกว่าน้ำส้มสายชูทั่วไป ไม่เปรี้ยวจี๊ดจนเกินไป ทำให้ทานง่ายแม้สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับอาหารญี่ปุ่น
ทำไมคนญี่ปุ่นถึงชอบทานสาหร่ายลื่นๆ ในน้ำส้มสายชู?
หากคุณเคยเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม คุณอาจเคยเห็นถ้วยเล็กๆ นี้ถูกเสิร์ฟเป็นจานแรก นั่นคือภูมิปัญญาในการกิน เพราะรสเปรี้ยวอ่อนๆจะช่วย เปิดต่อมรับรส กระตุ้นน้ำย่อยให้ทำงานได้ดีขึ้น และเมือกของสาหร่ายยังเข้าไปช่วยเคลือบกระเพาะ ลดการดูดซึมน้ำตาลและไขมันจากมื้อหลักได้อีกด้วย เหมาะสำหรับพกไปทานที่ทำงาน หรือใช้เป็นเครื่องเคียงล้างปากระหว่างมื้อก็ลงตัว หรือ สายรักสุขภาพที่อยากเริ่มต้นดูแลตัวเองแบบคลีนๆ กินแล้วจะรู้เลยว่า... ของดีบางอย่าง ไม่ต้องปรุงเยอะก็อร่อยและได้ประโยชน์เต็มคำ
จุดเด่น "โมซุกุโอกินาวะ" ถ้วยโปรดของสายเฮลตี้
• ซูเปอร์ฟู้ด จากโอกินาวะ : ใช้สาหร่ายโมซุกุแท้จากแหล่งธรรมชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและอุดมไปด้วยแร่ธาตุ
• น้ำส้มข้าวกล้องหมัก : ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูดำชั้นดี รสสัมผัสนุ่มนวล หอมกลิ่นข้าวหมัก ไม่เปรี้ยวแหลม
• พลัง "ฟูคอยแดน" สูง : มีสารเมือกลื่นช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ และบำรุงสุขภาพจากภายใน
• แคลอรี่ต่ำ ตัวช่วยคุมน้ำหนัก : ใยอาหารสูง ช่วยให้อิ่มนาน ชะลอการดูดซึมน้ำตาลและไขมัน เหมาะกับคนรักรูปร่าง
เมนูแนะนำ
1. ไข่ลวกซอสโมซุกุ (Mozuku Onsen Egg) เมนูอาหารเช้าหรือมื้อเบาๆ ที่ได้โปรตีนและใยอาหาร
วิธีทำ: เตรียมไข่ลวก (ไข่ออนเซ็น) ใส่ถ้วย แล้วเท โมซุกุ ลงไปท็อปด้านบน
รสชาติ: ความมันของไข่แดงจะตัดกับความเปรี้ยวละมุนของน้ำส้มข้าวกล้องได้อย่างลงตัวมากครับ
2. โซเมนเย็นสดชื่น (Mozuku Somen) เปลี่ยนจากน้ำซุปโซเมนปกติมาเป็นสายสุขภาพ
วิธีทำ: ต้มเส้นโซเมนแล้วล้างน้ำเย็นจนเส้นหนึบ จัดใส่ถ้วยแล้วราดด้วย โมซุกุ
เครื่องเคียง: ทานคู่กับกุ้งต้ม ตัวช่วยเปิดต่อมรับรสในวันที่อากาศร้อนได้ดีเยี่ยม
3. ท็อปปิ้งเต้าหู้เย็น (Mozuku Cold Tofu) เมนูคลีนๆ สำหรับสายเฮลตี้
วิธีทำ: ใช้เต้าหู้คินุ (เต้าหู้อ่อน) แช่เย็นจัด วาง โมซุกุ ลงไปด้านบน โรยด้วยต้นหอมซอยและขิงขูด
ประโยชน์: ได้ทั้งโปรตีนจากถั่วเหลืองและฟูคอยแดนจากสาหร่ายในคำเดียว
เปิดประสบการณ์ความสดชื่นส่งตรงจากทะเลโอกินาวา ด้วย "สาหร่ายโมซุกุปรุงรส ผสมน้ำส้มสายชูหมักจากเลมอน"
หากคุณกำลังมองหาเมนูทานเล่นที่ทั้งอร่อย สดชื่น และดีต่อสุขภาพในเวลาเดียวกัน สาหร่ายโมซุกุธรรมชาติแท้ๆ 100% ที่เก็บเกี่ยวจากแหล่งน้ำทะเลที่ใสสะอาดและอุดมสมบูรณ์ของเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น นำมาผ่านกรรมวิธีที่พิถีพิถัน คลุกเคล้าด้วยน้ำส้มสายชูสูตรพิเศษที่เพิ่มความหอมสดชื่นเป็นพิเศษด้วย "น้ำเลมอนแท้" วามโดดเด่นของสาหร่ายโมซุกุจากโอกินาวาคือเส้นที่หนานุ่ม มีความกรุบกรอบเฉพาะตัว เคี้ยวเพลิน ต่างจากสาหร่ายชนิดอื่น ยิ่งเมื่อผสานเข้ากับรสชาติเปรี้ยวอมหวาน กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมซีตรัสอ่อนๆ ของเลมอน ยิ่งช่วยปลุกความสดชื่นในวันที่เหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี ทานตอนแช่เย็นจัดๆ รสชาติจะยิ่งยอดเยี่ยม
นอกจากความอร่อยที่กินเพลินแล้ว สาหร่ายโมซุกุยังขึ้นชื่อว่าเป็น "Superfood" จากใต้ท้องทะเล ของชาวโอกินาวา (ดินแดนที่ประชากรอายุยืนที่สุดในโลก) เพราะอุดมไปด้วย "ฟูคอยแดน"และใยอาหารสูง แต่ให้แคลอรีที่ต่ำมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือต้องการจานเคียงรสเปรี้ยวเพื่อตัดเลี่ยนในมื้ออาหารหลัก สะดวกสบายในแพ็กเกจแบ่งทาน 3 ถ้วย แกะพลาสติกแล้วพร้อมทานได้ทันที หรือนำไปดัดแปลงทำเมนูแสนอร่อยได้หลากหลาย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพยุคใหม่ที่ไม่มีเวลา แต่อยากได้คุณค่าสารอาหารแบบเต็มๆ
ประโยชน์
• อุดมด้วยสารฟูคอยแดน (Fucoidan): มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
• ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย: มีใยอาหาร (Fiber) ชนิดละลายน้ำสูงมาก ช่วยปรับสมดุลลำไส้และระบบย่อยอาหาร
• แคลอรีต่ำและควบคุมน้ำหนัก: ให้พลังงานต่ำมาก แต่อิ่มท้อง เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมแคลอรี
• บำรุงผิวพรรณและผม: มีแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิดที่ช่วยให้ผิวพรรณสดใสและเส้นผมแข็งแรง
เมนูแนะนำ
• เมนูทานเล่นเรียกน้ำย่อย: ทานเปล่าๆ แบบแช่เย็นจัด เพิ่มความสดชื่นก่อนมื้ออาหาร
• ยำโมซุกุแตงกวาญี่ปุ่น: ใส่แตงกวาญี่ปุ่นสไลด์บางๆ และเนื้อปูอัดลงไปคลุกเคล้า เพิ่มมิติความกรอบและสีสัน
• สลัดสาหร่ายสด: นำไปราดบนผักสลัดแก้ว หรือทานคู่กับสาหร่ายวากาเมะสด
• กับแกล้มสไตล์อิซากายะ: ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ช่วยตัดเลี่ยนรสชาติของทอดหรือเนื้อย่างได้อย่างยอดเยี่ยม
สำหรับคนรักแซลมอนที่มองหาวัตถุดิบคุณภาพสูงสุด พร้อมความสะดวกในการทำอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก (Atlantic Salmon) จากแบรนด์ คุก (Cooke) คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือปลาแซลมอนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในโลก และผ่านการแล่ตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน
คุณภาพจากแหล่งกำเนิด: ชิลี (Chile)
ปลาแซลมอนของ Cooke ได้รับการเลี้ยงในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดของประเทศ ชิลี โดยเฉพาะในเขตไอเซน (Aysén region) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและมีสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์ การเลี้ยงในสภาพธรรมชาติที่ดีเยี่ยมนี้ ทำให้ปลาแซลมอนมีเนื้อที่นุ่ม สีส้มสดใส และมีรสชาติที่สะอาด พร้อมไขมัน (Omega-3) ที่สมดุลตามธรรมชาติ
แบรนด์ Cooke ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และมีการใช้มาตรฐานการเพาะเลี้ยงอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบอาหารทะเลคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
การแล่ Trim-C เพื่อความสมบูรณ์แบบ
Trim-C คือมาตรฐานการแล่ปลาแซลมอนที่การันตีว่าเนื้อปลาของคุณถูกตัดแต่งอย่างพิถีพิถันสูงสุด
ความสะอาดสูงสุด: เนื้อปลาถูกนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone)
พร้อมใช้งานทันที: ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิ ซูชิ หรือนำไปปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเลาะก้างหรือตัดแต่งไขมันส่วนเกินเอง
เมนูอร่อยที่แนะนำ
ด้วยคุณภาพของปลาแซลมอนแอตแลนติกจากชิลี และการตัดแต่งแบบ Trim-C ที่สะอาด ทำให้เนื้อปลาชนิดนี้เหมาะสำหรับทุกเมนู:
ซาชิมิ/ซูชิ: เนื้อปลานุ่ม สีสวย สามารถนำไปหั่นเป็นชิ้นเพื่อสัมผัสความสดใหม่แบบเต็มคำ
สเต็กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือจี่บนกระทะเพื่อดึงรสชาติไขมันธรรมชาติออกมาให้หอมกรุ่น
อบ/เบค: อบพร้อมเครื่องเทศหรือสมุนไพร เพื่อมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ
ไม่ว่าคุณจะทำอาหารในบ้านหรือต้องการวัตถุดิบคุณภาพเพื่อเสิร์ฟในร้านอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก Trim-C จาก Cooke คือทางเลือกที่จะช่วยยกระดับทุกเมนูของคุณให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่ายดาย
วิธีละลายสินค้าแช่แข็ง
❄️ ละลายในตู้เย็น (แนะนำที่สุด)
- วางสินค้าไว้ในช่องธรรมดาของตู้เย็นประมาณ 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาด)
- วิธีนี้ช่วยรักษาคุณภาพและความสดของสินค้าได้ดีที่สุด
❄️ ละลายในน้ำเย็น (สำหรับการเร่งเวลา)
- นำสินค้าทั้งถุงแช่ในน้ำเย็น
- เปลี่ยนน้ำใหม่ทุก 30 นาที จนกว่าสินค้าจะคลายตัว
❄️ ละลายในอุณหภูมิห้อง (เฉพาะบางประเภท)
- วางสินค้าไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 40 นาที
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
เหนื่อยล้ามาทั้งวัน ชาร์จความสดชื่นขั้นสุดด้วยพลังส้มยูสุไซตรัสขวดนี้
บอกลาความเหนื่อยล้าแล้วมาเติมความสดชื่นขั้นสุดบอกเลยว่าฉีกกฎน้ำส้มสายชูแบบเดิมๆไปเลย
• ความหอมสดชื่นจากธรรมชาติ 100%: ผสานพลังความเปรี้ยวอมหวานจากน้ำส้มยูสุ ร่วมกับน้ำส้มและน้ำองุ่นขาวเข้มข้น ให้กลิ่นอโรมาที่หอมเตะจมูกตั้งแต่เปิดขวด
• เปรี้ยวละมุนด้วยเบสข้าวญี่ปุ่น: เลือกใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นชั้นดี รสชาติจึงมีความนุ่มนวล กลมกล่อม ไม่ฉุนและไม่แสบคอเหมือนน้ำส้มสายชูทั่วไป
• ชาร์จพลังลดความเพลีย: เป็นตัวช่วยชั้นยอดในการฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ดื่มแล้วรู้สึกผ่อนคลาย รีเฟรชร่างกายให้กลับมาสดใสกระปรี้กระเปร่าได้ทันที
ไม่ว่าจะสายเฮลตี้ที่ชอบมิกซ์เป็นเครื่องดื่มโซดาคุมน้ำหนัก หรือสายกูร์เมต์ที่ชอบทำน้ำสัดสลัดยูสุโฮมเมดทานเอง บอกเลยว่าขวดนี้ตอบโจทย์ความอร่อยแบบคลีนๆ ได้อย่างไร้ที่ติ
ไอเดียสูตรน้ำสลัดและเมนูสุขภาพ
น้ำสลัดยูสุไซตรัส
ส่วนผสมและอัตราส่วนสำหรับทำน้ำสลัด:
• ฟรุตส์ วินเนการ์ รสยูสุไซตรัส : 20.00%
• น้ำมันรำข้าว : 60.00%
• โชยุ/ซีอิ๊วญี่ปุ่น : 5.00%
• เกลือ : 2.50%
• น้ำส้มยูสุ : 10.00%
• ผิวส้มยูสุ: 2.50%
สมูทตี้ยูสุไซตรัสโยเกิร์ต
ส่วนผสมและสัดส่วนปริมาณต่อแก้ว (น้ำหนักรวม 600 กรัม):
• ฟรุตส์ วินเนการ์ รสยูสุไซตรัส : 150 กรัม
• ส้มแมนดารินแช่แข็ง : 100 กรัม
• น้ำแข็งก้อน : 300 กรัม
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม