สดชื่นไปกับน้ำส้มยูซุแท้ 100%
หลายๆ คนคงคุ้นหูกับชื่อยูซุกันใช่ไหมคะ ผลไม้ตระกูลส้มที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากประเทศญี่ปุ่น ผลสีเหลืองคล้ายเลมอนแต่ผิวจะมีความขรุขระมากกว่า เปลือกค่อนข้างหนา เม็ดใหญ่ เนื้อน้อย น้ำเยอะ จึงเป็นส้มที่ไม่นิยมรับประทานเนื้อ แต่มักจะใช้ประโยชน์จากน้ำและน้ำมันผิวส้มมากกว่า ความพิเศษของยูซุอีกอย่างหนึ่งก็คือการรักษาความเปรี้ยวและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ได้ในอุณหภูมิสูง จึงนิยมนำมาประกอบอาหาร มิกซ์กับเครื่องดื่ม เช่น กาแฟ โซดา หรือไอศกรีมยูซุ ช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวและความหอมสดชื่นแบบส้มยูซุให้เมนูต่างๆ สำหรับน้ำส้มยูซุขวดนี้เราใช้ส้มยูซุนำเข้าจากเมืองมิยาซากิ ประเทศญี่ปุ่น มาคั้นและบรรจุด้วยกรรมวิธีที่ได้มาตรฐาน ทำให้การทำเมนูยูซุของคุณสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้นค่ะ
เพิ่มเสน่ห์ให้ทุกเมนู ด้วยยูสุซองนี้!
ยูสุคือผลไม้สัญลักษณ์ของความหอมสดชื่นในอาหารญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นซุป เครื่องจิ้ม หรืออาหารย่าง หลายร้านอาหารระดับพรีเมียมเลือกใช้เพราะกลิ่นหอมโดดเด่นแบบที่มะนาวทั่วไปให้ไม่ได้
สินค้านี้คือยูซุหั่นสไลด์ แช่แข็งจากญี่ปุ่นแท้ ที่ผ่านกระบวนการแช่แข็งรวดเร็ว (Ice Cut) เพื่อเก็บความหอมให้เหมือนเพิ่งหั่นจากผลสด คุณจึงได้สัมผัสกลิ่นหอมฟุ้งและสัมผัสแบบธรรมชาติในทุกเมนู
ใช้ง่าย เพียงเปิดถุงแล้วตักใช้ได้ทันที จะโรยบนหม้อไฟ ปรุงน้ำสลัด หรือใส่ในน้ำผึ้งยูสุ ก็ได้ความหอมแบบญี่ปุ่นแท้ มอบความหรูให้จานอาหารมื้อโปรดของคุณ
จุดเด่น
• กลิ่นหอมเฉพาะตัวของยูซุ เพิ่มมิติให้ทุกเมนู
• ใช้ได้ทั้งอาหารร้อน–อาหารเย็น
• กระปุกเดียวทำได้ทั้งคาว–หวาน–เครื่องดื่ม
เมนูแนะนำ
• นาเบะญี่ปุ่น – โรยยูสุท้ายสุด กลิ่นหอมฟุ้งทันที
• ปลาย่างเกลือ – กลิ่นยูสุช่วยตัดความมันได้ดีมาก
• สลัดน้ำส้มยูสุ – ผสมกับโชยุ น้ำมันงา หอมอร่อย
• ยูสุชีสเค้ก – ให้ความหอมสดชื่น ไม่หวานเลี่ยน
• ยูสุโซดา / ยูสุน้ำผึ้ง – ได้กลิ่นเปรี้ยวหอมแบบธรรมชาติ
ประโยชน์
• ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้จานอาหาร
• กลิ่นหอมช่วยให้รสอาหาร “บาลานซ์ขึ้น”
• มีวิตามิน C สูงตามธรรมชาติของยูสุ
• ใช้เพิ่มคุณค่าทางกลิ่นและรสในเมนูแบบไม่ต้องปรุงเยอะ
เปรี้ยวสดชื่น เคล็ดลับความอร่อยระดับพรีเมียมที่เชฟญี่ปุ่นไม่เคยบอกคุณ!
ยูสุ เป็นผลไม้ตระกูลซิตรัสที่มีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในจังหวัดโคจิและโทคุชิมะ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยูสุที่ขึ้นชื่อที่สุดในประเทศ นิยมใช้ยูสุในอาหารระดับพรีเมียม เปลือกยูสุมีรสเปรี้ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ถูกนำมาหั่นเป็นเส้นอย่างประณีตและนำมาแช่แข็งในสภาพที่ยังไม่ผ่านความร้อน เพื่อรักษากลิ่นหอมและรสชาติให้สดใหม่ เพื่อคงความหอมสดชื่นราวกับเพิ่งเก็บจากต้น ทำให้สามารถเติมเต็มกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมให้กับทุกจานอาหารได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะนำมาปรุงกับซุปนาเบะ โซบะ ปลาย่าง หรือแม้แต่ทำซอสยูสุปองสึ น้ำสลัด เครื่องดื่ม และของหวาน ก็ยกระดับรสชาติให้นุ่มละมุนและหอมสดชื่นขึ้นทำให้ทุกจานของคุณพิเศษกว่าที่เคย
จุดเด่นสำคัญ:
• กลิ่นหอมแรง : เปลือกยูซุมีความหอมสดชื่นเป็นพิเศษ และการแช่แข็งแบบดิบช่วยล็อคกลิ่นนี้ไว้
• ลดความขม : มีการกำจัดส่วนที่เป็นใยสีขาวด้านในออกอย่างดี ทำให้ได้เฉพาะเปลือกสีเหลืองสดที่มีกลิ่นหอมแต่ไม่ขม
• สะดวกต่อการใช้ : เป็นแบบแช่แข็งที่สามารถ ตักออกมาใช้ได้ตามปริมาณที่ต้องการโดยไม่ต้องละลาย ทำให้ใช้งานง่ายมาก
วิธีใช้ :
• นำออกจากช่องแช่แข็ง และละลายเล็กน้อยก่อนใช้
• โรยบนปลาย่าง โซบะ ซุป หรืออาหารญี่ปุ่นอื่นๆ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่น
• ผสมในเครื่องดื่ม เช่น ชาเขียว ยูซุโซดา หรือม็อกเทลเพื่อรสเปรี้ยวหอม
• ใช้แต่งขนมหวาน เช่น เค้ก ไอศกรีม หรือยูซุมูส เพื่อเพิ่มความละมุน
• แค่เพียงสัมผัสเดียว คุณก็จะได้กลิ่นหอมสดใสแบบญี่ปุ่นแท้ — ความพิเศษที่เชฟและคนรักอาหารญี่ปุ่นทั่วโลกเลือกใช้
แนะนำอาหารที่เข้ากัน :
• ปลาดิบหรือปลาย่างเกลือ (เพิ่มกลิ่นหอมสดชื่น)
• ยำสาหร่ายยูซุ
• สลัดผักยูซุดรสซิ่ง
• ชาเย็นยูซุโซดา
• ยูซุมูสเค้กหรือยูซุมาการอง
ไข่หอยเม่นทะเลแช่แข็ง
อูนิ (Uni) หรือไข่หอยเม่น วัตถุดิบจากทะเลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื้ออูนิจะมีความนุ่มละมุน มีความครีมมี่ กลมกล่อม ละลายในปาก จนเปรียบเทียบได้ว่าเป็น "เนยแห่งท้องทะเล" หากคุณเป็นคนที่ชอบกลิ่นของทะเลและเนื้อสัมผัสที่ละมุนลิ้น อูนิเป็นหนึ่งในสิ่งที่แนะนำให้ลองทานค่ะ
เมนูแนะนำ
• พาสต้าซอสอูนิ : ครีมซอสที่ทำจากอูนิ ใส่ในพาสต้าเพื่อเพิ่มความเข้มข้นและรสชาติที่มีความหรูหรา
• อูนิไข่ตุ๋น : อูนิสามารถวางบนหน้าหรือผสมในไข่ตุ๋นญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มความหอมมัน
• ข้าวหน้าทะเล (Kaisen Don) : เป็นข้าวหน้าซีฟู้ดที่มักใส่อูนิพร้อมกับอาหารทะเลสดอื่นๆ
• ซุป : บางครั้งอูนิจะถูกนำมาใช้ในซุป เพื่อเพิ่มความหอมและรสอูมามิของน้ำซุป
กุ้งหวานญี่ปุ่น เนื้อเด้ง ใส พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
กุ้งหวานญี่ปุ่น (Ama Ebi) เป็นกุ้งขนาดเล็กสีชมพู เปลือกนิ่ม เป็นกุ้งที่อาศัยอยู่ในน้ำเย็น และต้องเป็นแหล่งน้ำที่สะอาดมากๆ ทำให้กุ้งหวานไม่มีกลิ่นคาว มีรสชาติหวานเป็นเอกลักษณ์ เนื้อนุ่ม ให้รสสัมผัสเด้งกรอบ นิยมทานโดยไม่ปรุงเพื่อสัมผัสรสชาติความหวานของกุ้งมากที่สุด เมนูที่นิยมมากที่สุดคือการทานดิบแบบซูชิ หรือซาชิมิ
หนึ่งในอาหารแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น
หมึกร้าญี่ปุ่น หรือ Ika Shiokara ทำจากหมึกคุณภาพดี นำมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ หมักด้วยเกลือ และข้าวสาลี ใส่ในภาชนะปิดสนิทอย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไป รสชาติออกเค็มๆ หนึบๆ เหมาะกับทานเป็นกับแกล้ม ถือเป็นเมนูที่ต้องมีติดไว้ในร้านญี่ปุ่นสไตล์ Izakaya
มิโซะออร์แกนิค รสกลมกล่อม เข้มข้น
Maru-Yu Mutenka Miso จากแบรนด์ฮิคาริ-มิโซะ เป็นมิโซะที่ผลิตโดยใช้ถั่วเหลืองและข้าวออร์แกนิค 100% และเนื่องจากมีการใช้เมล็ดถั่วเหลืองปริมาณมากร่วมกับระยะเวลาการหมักอันยาวนาน จึงทำให้ได้รสเค็มและอูมามิที่สมดุล ผสานความเผ็ดร้อนฝาดลิ้นเล็กน้อยพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นสูตรวีแกนและปราศจากกลูเตน ผู้ที่ทานมังสวิรัติจึงสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ สามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น หมักเนื้อสเต๊ก หรือมิโซะราเมนก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
คร็อกเก้ครีมปู จากฮอกไกโด
คร็อกเก้ หรือชื่อภาษาญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคยคือโคร็อกเกะ สำหรับใครที่ชอบทานคร็อกเก้ ขอแนะนำโคร็อกเกะครีมปูที่ตัวไส้ด้านในทำมาจากเนื้อปูหิมะ ปรุงรสมาได้อย่างอร่อยลงตัว ยิ่งได้ทานตอนร้อนๆ ยิ่งฟิน หากใครชอบทานคร็อกเก้แนะนำให้มีติดบ้านไว้เลยค่ะ
ปลาฮอกเกะชุปแป้งทอด เมนูทานง่ายๆได้ที่บ้าน
ปลาฮอกเกะชุปแป้งทอด จากฮอกไกโด เนื้อแน่น จุ๊ยซี่ อร่อยเพลินตั้งแต่คำแรก อร่อยแบบไม่ต้องจิ้มอะไรก็ได้ หรือสามารถจิ้มซอสได้ตามที่ชอบเลยค่ะ
มิโซะรสชาติกลมกล่อม ทำเมนูไหนก็ง่าย
HonmonoNippon ได้นำเข้ามิโซะจากแบรนด์ Hikari แบรนด์ผลิตมิโซะอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น! โดยมิโซะตัวนี้ได้ผ่านการรับรองว่าเป็นสินค้าออร์แกนิค เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้ถั่วเหลืองออร์แกนิค และข้าวที่ปลูกแบบออร์แกนิค นำมาหมักโดยใช้สัดส่วนถั่วเหลืองปริมาณมาก และใช้ระยะเวลาในการหมักที่นาน จนเกิดรสชาติอูมามิจากธรรมชาติ มีรสที่สมดุล มีกลิ่นหอมมาก และที่สำคัญมิโซะตัวนี้ยังไม่ผสมดาชิ เพื่อให้คุณได้นำไปใช้งานได้ทันที แบบไม่ต้องผสมน้ำซุปดาชิเพิ่ม ลดขั้นตอนการทำอาหารให้สั้นลง หากอยากได้มิโซะคุณภาพดีๆ ที่สำคัญยังเป็นออร์แกนิค 100% เลือกใช้ตัวนี้เลยค่ะ
เมล็ดถั่วแระญี่ปุ่นพร้อมทาน อาหารว่างสารพัดประโยชน์
หลายท่านคงชื่นชอบการรับประทานถั่วแระญี่ปุ่นกันใช่ไหมคะ เพราะนอกจากจะอร่อยแล้วถั่วแระญี่ปุ่นยังอุดมไปด้วยโปรตีน, แร่ธาตุ, วิตามิน, ใยอาหาร, ไขมันดี และสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย เราคัดเลือกถั่วแระญี่ปุ่นคุณภาพดีมาแกะจนเหลือแต่เมล็ด แล้วนำไปแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อรักษารสชาติ ความสดใหม่ และคงคุณค่าของสารอาหารต่างๆ ไว้ให้ได้มากที่สุด เพียงนำมาละลายหรืออุ่นด้วยไมโครเวฟไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นของว่าง, เครื่องเคียง, ใส่ในสลัด หรือปรุงเมนูอื่นๆ ก็อร่อยค่ะ
นัตโตะวีแกนจากญี่ปุ่น อร่อยง่าย ได้สุขภาพ
ทำไมต้องถั่วเหลือง จากฮอกไกโด ?
หัวใจสำคัญของนัตโตะกล่องนี้คือ การเลือกใช้ถั่วเหลืองสายพันธุ์ "Yukishizuka" (ゆきしずか) ซึ่งเป็นถั่วเหลืองเมล็ดเล็ก ชื่อดังจากฮอกไกโด จากข้อมูลทางการเกษตรของญี่ปุ่นระบุว่า ถั่วสายพันธุ์นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อการทำนัตโตะโดยเฉพาะ เพราะเมล็ดที่เล็กจะช่วยให้จุลินทรีย์สามารถย่อยสลายและสร้างความหนืดได้ทั่วถึงทุกอณูเมล็ด ส่งผลให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มนวลและมีความหวานของถั่วตามธรรมชาติที่ชัดเจนกว่าถั่วเมล็ดใหญ่
"ยามะวาซาบิ" มนต์เสน่ห์ความเผ็ดฉุนสีขาว
ความพิเศษที่ไม่เหมือนใครของผลิตภัณฑ์นี้คือซอสปรุงรสที่ใช้ "ยามะวาซาบิ"หรือ ฮอร์สแรดิช สีขาวที่เป็นของขึ้นชื่อแห่งฤดูหนาวในฮอกไกโด
• ความต่าง: ยามะวาซาบิจะมีความเผ็ดร้อนที่พุ่งขึ้นจมูกและจางหายไปอย่างรวดเร็ว ต่างจากวาซาบิสีเขียวทั่วไป
• รสชาติ: เมื่อนำมาผสมกับนัตโตะ ความฉุนนี้จะช่วยตัดกลิ่นเฉพาะตัวของถั่วเน่าได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ทานง่ายและให้ความรู้สึกสดชื่นในทุกคำ
มาตรฐาน "นัตโตะวีแกน" ที่ทั่วโลกยอมรับ
โดยปกติแล้ว ซอสนัตโตะทั่วไปมักจะมีส่วนผสมของ "โบนิโตะดาชิ" (สารสกัดจากปลาโอแห้ง) แต่ มารุคิน ฟู้ด ได้พัฒนาสูตรที่ปราศจากเนื้อสัตว์ 100% โดยได้รับตราสัญลักษณ์ Vegan Certified จาก VegeProject Japan ซึ่งเป็นองค์กรรับรองมาตรฐานมังสวิรัติที่เข้มงวดที่สุดในญี่ปุ่น เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งตัวถั่วและซอสปรุงรสทำจากพืชและวัตถุดิบธรรมชาติเท่านั้น
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
เซ็น
เนื้อหวานธรรมชาติ แน่น เด้ง มาพร้อมเปลือกสวย ส่งตรงถึงจานคุณ
ทำไมต้องหอยเชลล์ จากฮอกไกโด?
เพราะนี่คือวัตถุดิบที่คนญี่ปุ่นภูมิใจที่สุด ด้วยการเติบโตอย่างช้าๆ ในน้ำทะเลที่เย็นจัดและสะอาด ทำให้ "โฮตาเตะ" มีเนื้อที่แน่น เด้ง และหวานธรรมชาติแบบอูมามิ แตกต่างจากหอยทั่วไปตรงที่เนื้อไม่เละและไม่หดตัวง่ายเมื่อโดนความร้อน ทำให้เนื้อหอยยังคงความฉ่ำ ไม่หดตัวง่าย และหอมกลิ่นไอทะเลชัดเจน คัดสรรไซส์พิเศษและใช้เทคโนโลยีแช่แข็งอย่างรวดเร็ว(Quick Freeze) ทันทีหลังจับ เพื่อล็อกความสดและความหวานให้เหมือนเพิ่งขึ้นจากทะเล มาพร้อมเปลือกที่ช่วยยกระดับให้จานอาหารดูพรีเมียมทันที ไม่ว่าจะย่างเนย อบชีส หรือนึ่งซีอิ๊ว ก็อร่อยได้ง่ายๆ แค่เพียงมีติดบ้านไว้
จุดเด่น :
รสชาติ: หวานธรรมชาติ เนื้อนุ่มเด้ง ไม่เละ และไม่หดตัวง่ายมื่อโดนความร้อน
ความสด: สดใหม่ด้วยระบบแช่แข็งอย่างรวดเร็ว(Quick Freeze) ทันทีหลังจับทันที เพื่อคงคุณภาพสูงสุด
ภาพลักษณ์: เสิร์ฟบนเปลือกดูสวยงาม เพิ่มมูลค่าให้มื้ออาหาร
สุขภาพ: โปรตีนสูง ไขมันต่ำ อุดมด้วยแร่ธาตุ
วิธีเตรียม
• นำหอยออกจากช่องแช่แข็ง แช่ในตู้เย็นประมาณ 6–8 ชั่วโมง หรือแช่น้ำเย็น (ทั้งถุง) จนน้ำแข็งละลาย
(ไม่แนะนำให้ใช้น้ำอุ่น เพราะเนื้อจะเสียสัมผัส)
• เปิดเปลือก ใช้มีดแซะเบาๆ เปิดเปลือก แยกเนื้อหอยออก ล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างรวดเร็ว
• จัดเตรียมก่อนปรุง ซับน้ำให้แห้งเล็กน้อย เพื่อให้ย่างหรืออบได้หอม ไม่แฉะ
เมนูแนะนำ
ด้วยความที่เป็นหอยเชลล์ครึ่งฝา จึงทำอาหารได้หลากหลายและพรีเมียมสุดๆ:
• ย่างเนยกระเทียม: โรยกระเทียมสับ เนย และต้นหอม ย่างบนเตาถ่านให้หอมฟุ้ง
• อบชีส: วางชีสเน้นๆ บนเนื้อหอยแล้วเข้าเตาอบจนสีเหลืองทอง
• ย่างซอสโชยุ: รสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เพียงเหยาะโชยุและมิรินเล็กน้อยตอนย่าง
• นึ่งซีอิ๊ว: สไตล์เหลาจีน ใส่ขิงและเส้นหมี่ก็อร่อยไปอีกแบบ
ถ้าคุณมองหาวัตถุดิบที่ "หวาน เด้ง ดูดี" และสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่คำแรก... หอยเชลล์ฮอกไกโดคือคำตอบที่ใช่ที่สุด
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
ถ้าพูดถึงอาหารสุขภาพยอดฮิตของญี่ปุ่น “นัตโตะ” คือตัวท็อปที่คนรักสุขภาพทั่วโลกยอมใจ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งกลิ่นและสัมผัสเหนียวนุ่ม ไม่ใช่แค่ของกินเล่นธรรมดา แต่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงจากถั่วเหลืองหมัก อัดแน่นด้วยจุลินทรีย์ดีที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ และยังมีวิตามินสำคัญอย่างวิตามิน K2 สำหรับรุ่นนี้เป็นแบบ “เม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu)” ทำให้เคี้ยวง่าย เนื้อเนียน คลุกซอสได้เข้ากันมากขึ้น เหมาะทั้งมือใหม่ที่อยากลองและสายกินตัวจริง มาพร้อมซอสปรุงรสและมัสตาร์ดในชุด แค่ฉีก เท คลุก ก็ได้รสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นทันที จะกินกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือดัดแปลงเมนูก็อร่อยลงตัว
นัตโตะโอฮาโย่ จากจังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ใช้ถั่วเหลืองคุณภาพดี ผ่านการนึ่งจนได้ความนุ่มพอดี ก่อนนำไปหมักด้วยจุลินทรีย์ Bacillus subtilis จนเกิดเป็นเส้นใยเหนียวนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นแหล่งของสารอาหารสำคัญอย่างเอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase) ที่ช่วยสนับสนุนระบบไหลเวียนโลหิต รวมถึงโพรไบโอติกส์ที่ดีต่อระบบขับถ่าย จุดเด่นอีกอย่างคือรสชาติที่กลมกล่อม ด้วยซอสโชยุผสมสารสกัดจากปลาโบนิโตะและหอยเชลล์ รวมถึงวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างเห็ดหอม ช่วยเพิ่มความอูมามิ (Umami) และลดกลิ่นเฉพาะตัวของนัตโตะ ทำให้ทานง่ายขึ้น แม้สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มลอง พูดง่าย ๆ คือนี่คือซูเปอร์ฟู้ดญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อย กินง่าย และดูแลสุขภาพได้ในคำเดียว
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
ทำไมต้องถั่วหมัก "ทสึยุดาคุ นัตโตะ"ต้นตำรับความอร่อยจากคุมาโมโตะที่อยากให้คุณได้ลอง!!!
คำว่า "ทสึยุดาคุ" ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง "ซอสชุ่มฉ่ำ" ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดของสินค้าตัวนี้ ต่างจากนัตโตะทั่วไปที่มีซอสเพียงเล็กน้อย แต่มารุคินจัดเต็มด้วยซอสปรุงรสรสคาชิปริมาณถึง 12 กรัมต่อหนึ่งถ้วย เพื่อมอบสัมผัสที่นุ่มละมุน ลื่นคอ และรสชาติที่กลมกล่อมมากกว่าเดิม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักสุขภาพและหลงรักในเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่น ถั่วเหลืองหมัก คือหนึ่งในสุดยอดอาหาร (Superfood) ที่ชาวญี่ปุ่นรับประทานกันมาอย่างยาวนาน แต่สำหรับใครที่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือรสสัมผัสที่ทานยาก ขอแนะนำ "ทสึยุดาคุ นัตโตะ" ตรามารุคิน ฟู้ดส์ นัตโตะที่จะมาเปลี่ยนความคิดเดิมๆ ของคุณให้กลายเป็นความประทับใจ
ความพิถีพิถันจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ
หัวใจสำคัญที่ทำให้รสชาติของนัตโตะกล่องนี้โดดเด่น คือส่วนประกอบของซอสปรุงรสที่มีความซับซ้อนและลุ่มลึก:
• สารสกัดจากทะเลและขุนเขา: ผสมผสานน้ำซุปจากปลาบินย่าง (Yaki-Ago), ปลาโบนิโตะ, สาหร่ายคอมบุ, หอยเชลล์ และเห็ดชิทาเกะ
• ถั่วเหลืองพรีเมียม: เลือกใช้ถั่วเหลืองคุณภาพที่ผ่านการจัดการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างดี (IP Handling) หมักจนได้เส้นใยที่ยืดและนัวที่สุด
คุณค่าทางโภชนาการที่มากกว่าแค่ความอร่อย
ในทุกๆ คำที่คุณทาน คือการเติมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย:
• โปรตีนสูง: ใน 1 ถ้วย (52 กรัม) ให้โปรตีนสูงถึง 7.2 กรัม แต่ให้พลังงานเพียง 83 กิโลแคลอรีเท่านั้น
• เอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase): ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตและสุขภาพของหัวใจ
• โปรไบโอติกส์: ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
ความสดจากทะเล สู่เมนูอาหารจานเด็ดของคุณ
หอยเชลล์แช่แข็ง 2S จากโคบายาชิ เป็นตัวแทนของความสดจากทะเลสู่จานของคุณ แต่ละชิ้นมีขนาด 2S (ประมาณ 20–30 กรัมต่อชิ้น) พอดีคำ ทำให้ปรุงง่ายและทานสะดวก ทำให้ทุกเมนูดูพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นเมนูซาชิมิสดๆ ย่างเนยบนกระทะร้อน หรือผัดกับผักและซอสสไตล์ฟิวชัน หอยเชลล์ทุกชิ้นถูก แช่แข็งทันทีหลังจับจากทะเล รักษาความสดใหม่และรสชาติอร่อยตามธรรมชาติ ได้คุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยโปรตีน ไขมันต่ำ ดีต่อสุขภาพหัวใจและกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และเชฟมือโปร อยากทำอาหารญี่ปุ่นพรีเมียม หรือเมนูยุโรปฟิวชันก็ง่าย เพียงละลายน้ำแข็ง ปรุงรส แล้วเพลิดเพลินกับรสหวานจากทะเลได้ทันที
วิธีทาน
• ซาชิมิ: ละลายน้ำแข็ง ทานสดพร้อมซอสโชย
• ย่างเนย: โรยเกลือ พริกไทย ย่างบนกระทะร้อน ๆ
• ผัดกับผัก / พาสต้า: ใช้หอยเชลล์ผัดกับกระเทียมและผัก หรือใส่พาสต้าซีฟู้ด
• เมนูฟิวชัน: สลัดซีฟู้ด, ซุปครีมหอยเชลล์
แนะนำอาหาร
• จับคู่กับไวน์ขาว, ซอสเนยกระเทียม หรือสลัดสด
• ใช้ในอาหารญี่ปุ่น เช่น ซูชิ, ซาชิมิ, ย่างบนเตาถ่าน
• ทำเป็นอาหารฝรั่ง: พาสต้า, สตูว์, หรือสลัดซีฟู้ด
อาหารเพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่น ที่กินง่ายและอร่อยลงตัว
สำหรับใครที่อยากลองทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือเนื้อสัมผัส เราขอแนะนำ นัตโตะ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรเม็ดเล็กพิเศษ เพราะนี่คือตัวเลือกที่ถูกใจคนญี่ปุ่นและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่ ที่สำคัญคือมาพร้อมกับคุณประโยชน์ด้านสุขภาพแบบเต็มๆ
นัตโตะคือเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น เป็นถั่วเหลืองหมักที่อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติกและเอนไซม์ นัตโตะไคเนส ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น และยังดีต่อสุขภาพหัวใจ รวมถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย
จุดเด่น
• เม็ดเล็ก เคี้ยวง่าย: นัตโตะของฮามานะสึเป็นแบบเม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu) ทำให้เนื้อสัมผัสมีความละเอียดกว่าแบบเม็ดใหญ่ และผสมเข้ากับซอสได้ง่ายกว่า ถูกปากคนที่ไม่คุ้นเคยกับความเหนียวของนัตโตะ
• รสชาติกลมกล่อมลงตัว: นัตโตะถ้วยนี้มาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่ให้รสอูมามิ ทำให้รสชาติของถั่วเหลืองหมักมีความกลมกล่อมและอร่อยยิ่งขึ้น เพียงแค่เติมซอสและมัสตาร์ดที่มาในแพ็กเกจ ก็พร้อมทานได้ทันที
• คุณภาพญี่ปุ่นแท้ๆ: สินค้านี้ถูกนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสะอาดในกระบวนการผลิต ทำให้คุณมั่นใจได้ว่านัตโตะที่คุณทานนั้น สดใหม่และได้มาตรฐาน
วิธีทำความอร่อยง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นนิยมทาน นัตโตะ ในมื้อเช้า เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ไปตลอดวัน วิธีทานก็ง่ายมากๆ
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. เปิดฝาและเทซอสกับมัสตาร์ดที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนเกิดฟองและความเหนียวเป็นเส้นใย
4. ตักวางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือจะทานคู่กับไข่แดงและต้นหอมซอยก็อร่อยลงตัว
คล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหน นัตโตะฮามานะสึ ก็พร้อมเป็นสุดยอดอาหารสุขภาพที่ทำให้คุณรู้สึกดีได้ทุกวัน ลองสั่งไปชิม แล้วคุณจะติดใจกับความอร่อยที่มีประโยชน์ต่อร่างกายถ้วยนี้เลย!"