สุดยอดเกลือจากญี่ปุ่น เค็มน้อย อร่อยมาก
เติมรสอูมามิให้อาหารจานโปรดของคุณแบบง่ายๆ ด้วย Shio Konbu
ชิโอะคอมบุ (Shio Konbu) จากแบรนด์ Kurakon ผลิตโดยใช้สาหร่ายคอมบุของฮอกไกโดนำมาหั่นเป็นเส้นแล้วเคี่ยวอย่างพิถีพิถันด้วยโชยุ เกลือ และเครื่องปรุงอื่นๆ แล้วนำมาตากแห้ง เกิดเป็นรสชาติที่สมดุลทั้งความเค็มและความหวาน พร้อมกลิ่นหอมเข้มข้นจากท้องทะเล ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะรับประทานเป็นเครื่องเคียงกับข้าวร้อนๆ เสิร์ฟเป็นของทานเล่น หรือใช้เป็นส่วนผสมในเมนูต่างๆ อย่างโอชาสึเกะ, โอนิกิริ, ทามาโกะยากิ, สลัด, พาสต้า หรือข้าวผัด ก็ช่วยเสริมรสอูมามิให้แต่ละเมนูได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุ, วิตามิน, แคลเซียม, และใยอาหารจากสาหร่ายคอมบุอีกด้วย
Bull-Dog Sauce has a history spanning over 100 years and is considered one of Japan’s representative condiments.
สัมผัสประสบการณ์ชาเขียวคุณภาพพรีเมียมจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่คัดสรรผงมัทฉะบริสุทธิ์ 100% มาจากแหล่งปลูกชาชั้นเลิศในจังหวัด ชิซูโอกะ (Shizuoka) ประเทศญี่ปุ่น ผงมัทฉะ นี้จะมอบรสชาติที่เข้มข้น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และสามารถใช้งานได้หลากหลายในทุกเมนู
ความโดดเด่นของมัทฉะจากชิซูโอกะ
แหล่งกำเนิดคุณภาพสูง: จังหวัดชิซูโอกะตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ มีสภาพอากาศที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการปลูกชาเขียว จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา"
ผงชาเขียวแท้ 100%: ผลิตจากใบชาเขียวคุณภาพดี โดยไม่มีการผสมสารแต่งกลิ่น สี หรือน้ำตาลใดๆ ทำให้คุณได้รับรสชาติและกลิ่นหอมของชาเขียวแท้แบบเต็มที่
รสชาติเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์: ด้วยคุณภาพของใบชาที่คัดเลือกมาอย่างดี มัทฉะนี้จึงมีรสชาติ อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นอย่างสมดุล ไม่ขมจนเกินไป และมีกลิ่นหอมสดชื่น
มัทฉะเพื่อไลฟ์สไตล์ที่ดี
มัทฉะ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะนอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
สารต้านอนุมูลอิสระสูง: มัทฉะเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกาย
ช่วยเพิ่มความสดชื่นและมีสมาธิ: มีสารคาเฟอีนและ L-Theanine ทำงานร่วมกัน ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีสมาธิ แต่ให้ความรู้สึกสงบ
ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถนำไปทำเครื่องดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น เช่น มัทฉะลาเต้, สมูทตี้ รวมถึงใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในการทำเบเกอรี่ ขนมหวาน และไอศกรีม
วิธีการเตรียมมัทฉะเบื้องต้น
1. ใช้ผงมัทฉะประมาณ 1-2 กรัม (ประมาณ 1 ช้อนชา) ลงในถ้วย
2. เติมน้ำร้อน (อุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส) 60-70 มล.
3. ใช้ไม้ตีชา (Chasen) หรืออุปกรณ์สำหรับตีชา คนหรือตีให้เกิดฟองละเอียดจนผงมัทฉะละลายเข้ากันดี
4. สามารถเติมน้ำร้อนเพิ่ม หรือผสมนมเพื่อทำมัทฉะลาเต้ได้ตามความชอบ
ผงมัทฉะ จากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) จึงเป็นตัวเลือกที่มั่นใจได้ มอบ มัทฉะแท้ ที่มีคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
ข้าวญี่ปุ่นพร้อมทาน อร่อยง่ายๆได้ทุกเมนู
สัมผัสความอร่อยของข้าวญี่ปุ่นหุงสำเร็จ จากแบรนด์ ไอริส (IRIS) ผลิตจากข้าวคุณภาพเยี่ยมเมืองอาคิตะ (Akita) ตัวข้าวมีเอกลักษณ์ หอมนุ่ม ละมุนลิ้น พร้อมให้คุณลิ้มลองความอร่อยแท้ๆจากญี่ปุ่น
วิถีอุ่นเพื่อรับประทาน
• เปิดฝาถาดจนถึงบริเวณรอยปะ
• นำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟ ประมาณ 2 นาที (500W / 600W) หรือ 50 วินาที (1000W)
พิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกจนถึงการส่งถึงมือคุณ
• หุงทันทีหลังเก็บเกี่ยว เพื่อรักษาความหอม และรสชาติของข้าวในช่วงที่ดีที่สุด
• ใช้น้ำบริสุทธิ์จากจังหวัดมิยางิ ทำให้ข้าวหอมอร่อยแตกต่างจากข้าวหุงสำเร็จทั่วไป
• ควบคุมอุณหภูมิต่ำ และใช้เทคนิคพิเศษในการเก็บรักษา เพื่อให้ข้าวคงความสดใหม่
• เทคโนโลยีการหุงเฉพาะตัว ช่วยให้ข้าวมีความเงางาม คงความนุ่ม ไม่แข็งกระด้างแม้เปิดทิ้งไว้
**เก็บได้นานถึง 25 เดือน โดยไม่ใช้สารกันบูดหรือสารเคมีใดๆ**
ซอสเกี๊ยวซ่า (Gyoza Sauce) แบรนด์ เบลฟู้ดส์ (Bell Foods) เป็นเครื่องปรุงรสสำเร็จรูปที่คิดค้นขึ้นเพื่อใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับเกี๊ยวซ่าโดยเฉพาะ เป็นที่ทราบกันดีว่า เกี๊ยวซ่าในประเทศญี่ปุ่นมักจะรับประทานคู่กับน้ำจิ้มที่มีส่วนผสมหลักของโชยุ (Shoyu) หรือซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำส้มสายชู (Vinegar) และน้ำมันพริกเผาญี่ปุ่นที่เรียกว่ารายุ (Rāyu) แต่สำหรับซอสเกี๊ยวซ่าของเบลฟู้ดส์นี้ ได้ถูกปรุงรสชาติมาอย่างพิถีพิถันจากส่วนผสมที่ลงตัว เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
จุดเด่นของซอสเกี๊ยวซ่าเบลฟู้ดส์คือการผสมผสานรสชาติที่สมดุลระหว่างความเค็ม อมเปรี้ยว และเผ็ดเล็กน้อย โดยรสชาติที่โดดเด่นมาจากโชยุญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ ผสมกับความเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูหมัก และความเผ็ดหอมของน้ำมันรายุ ซึ่งช่วยเติมเต็มรสอูมามิของเกี๊ยวซ่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์นี้จึงมีความสะดวกอย่างยิ่ง เพราะไม่ต้องเสียเวลาผสมโชยุ น้ำส้มสายชู และรายุเอง ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับเกี๊ยวซ่ารสชาติดีได้ทันที
แม้ซอสนี้จะถูกออกแบบมาสำหรับเกี๊ยวซ่า แต่ด้วยรสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อม ก็สามารถนำไปใช้เป็นน้ำจิ้มหรือน้ำราดสำหรับอาหารประเภทอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว เช่น น้ำจิ้มสำหรับสเต็กแฮมเบิร์ก (Hamburg Steak) หรือใช้เป็นซอสสำหรับราดเต้าหู้เย็น (Hiyayakko) เพื่อเพิ่มรสชาติที่สดชื่น
วิธีใช้ซอสเกี๊ยวซ่า
1. จัดเรียงเกี๊ยวซ่าที่ทอดหรือนึ่งเสร็จแล้วลงในจาน
2. เทซอสเกี๊ยวซ่าลงในถ้วยเล็ก ๆ
3. จิ้มเกี๊ยวซ่ากับซอส และรับประทานได้ทันที
ลองเปิดประสบการณ์รสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ ด้วยซอสเกี๊ยวซ่าสำเร็จรูปขวดนี้ ที่จะช่วยให้การทำเกี๊ยวซ่าที่บ้านของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ซอสคู่ครัวของสายปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น
คุณเองก็ทำสเต็กฉ่ำซอสแสนอร่อยได้ง่ายๆ ถ้ามีขวดนี้
ไส้กรอกอาราบิกิ เนื้อแน่น ฉ่ำ เด้ง สไตล์ญี่ปุ่นแท้
ไส้กรอกอาราบิกิ ไส้กรอกยอดนิยมของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสด้านในที่ทำจากเนื้อหมูบดหยาบ ทำให้ยังคงความชุ่มฉ่ำและรสชาติของเนื้อหมูได้อย่างเต็มที่ ทุกคำที่เคี้ยวให้ความรู้สึกเนื้อแน่น เต็มคำ ขณะที่หนังด้านนอกกรอบเล็กน้อยและหอมกลิ่นรมควันชวนกิน ไส้กรอกอาราบิกิห่อนี้ผลิตจาก หมูอนามัย ปราศจากสารเร่งเนื้อแดง ปรุงรสด้วยซอสจากแบรนด์ Nihon Shokken แบรนด์ผู้ผลิตซอสอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ช่วยดึงรสชาติของเนื้อหมูให้อร่อย กลมกล่อมแบบต้นตำรับ เหมาะสำหรับเสิร์ฟเป็นเมนูหลัก เครื่องเคียง หรือของทานเล่น ที่ใครได้ลองก็มักเผลอสั่งซ้ำโดยไม่รู้ตัว
วิธีก่อนปรุง
• นำไส้กรอกออกจากช่องแช่แข็ง
• ละลายน้ำแข็ง โดยแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางในอุณหภูมิห้องจนคลายตัว ไม่จำเป็นต้องล้างน้ำ เพียงซับให้แห้งก่อนนำไปปรุง
• สามารถนำไป ย่าง ทอด อบ หรือ ต้ม ได้ทันที
วิธีรับประทาน
ไส้กรอกอาราบิกิ พร้อมอร่อยได้หลายสไตล์ :
• ย่าง : ย่างบนกระทะหรือเตาถ่าน ไฟกลาง กลิ้งไปมาให้ผิวตึง หอมฉ่ำ กรอบนอกนุ่มใน
• ทอด : ทอดด้วยไฟกลาง ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเพิ่ม ไขมันจากไส้กรอกจะออกมาเอง หอมแบบไม่ง้อซอส
• อบลมร้อน / อบเตาอบ : อุณหภูมิประมาณ 170–180°C ประมาณ 8–10 นาที เหมาะกับทำหลายชิ้นพร้อมกัน
• ต้ม / ลวก : ต้มในน้ำร้อน (ไม่เดือดจัด) 3–5 นาที แล้วนำไปย่างหรือทอดต่อ เพิ่มความฉ่ำแบบขั้นสุด
แนะนำ: เสิร์ฟคู่มัสตาร์ด ซอสมะเขือเทศ หรือซอสญี่ปุ่น จะยิ่งดึงรสชาติให้อร่อยขึ้นอีกระดับ
เมนูแนะนำ
• อาราบิกิย่างเนยเสียบไม้
• ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น + ไส้กรอกอาราบิกิ
• ไส้กรอกอาราบิกิผัดเนยกระเทียม
• สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งอาราบิกิ
• สลัดไส้กรอกอาราบิกิย่าง
หากแป้งขนมปังคือโครงสร้างที่แข็งแรง แป้งสาลีฮาร์ท (Heart Wheat Flour) จากแบรนด์ นิปปุ่น (Nippn) ก็คือตัวแทนของความอ่อนนุ่มและประณีต แป้งตัวนี้เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มเชฟทำขนมว่าเป็นแป้งเค้กคุณภาพสูง (Soft Flour) ที่มีความละเอียดเป็นพิเศษ ผลิตด้วยมาตรฐานระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เบาและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ความโดดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากแบรน์อื่นๆ คือค่าโปรตีนที่ต่ำเพียง 8.1% และค่าเถ้า (Ash) ที่ต่ำมากเพียง 0.35% ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าเนื้อแป้งมีความบริสุทธิ์สูงมาก ขาวสะอาด และละเอียดลออเป็นเนื้อเดียว ส่งผลให้ขนมที่ได้มีสีสวยสม่ำเสมอและมีเนื้อสัมผัสที่เบาราวกับปุยเมฆ (Fluffy) แป้งชนิดนี้ยังมีความสามารถในการผสมเข้ากับส่วนผสมอื่นได้ง่ายมาก ลดโอกาสการเกิดก้อนแป้ง ทำให้เนื้อขนมเนียนนุ่มจนแทบละลายในปาก
สำหรับเมนูที่ต้องการความนุ่มนวลระดับสูงสุด แป้งนี้คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น
• เค้กไข่ญี่ปุ่น (Japanese Sponge Cake): ที่ต้องการความนุ่ม ฟู และสปริงตัวสวย
• ชิฟฟอนเค้ก (Chiffon Cake): เพื่อเนื้อสัมผัสที่เบาหวิวและเนียนละเอียด
• เทมปุระ (Tempura): หากนำไปผสมสำหรับทอด จะช่วยให้แป้งบางกรอบและไม่อมน้ำมัน
• ขนมไข่ หรือ คุกกี้เนื้อนุ่ม: ที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ
เคล็ดลับที่จะช่วยให้ขนมออกมาสมบูรณ์แบบคือ การร่อนแป้งตราหัวใจก่อนนำไปผสม เพราะความละเอียดสูงของแป้งอาจทำให้เกิดการอัดตัวได้ง่าย การร่อนจะช่วยเพิ่มอากาศให้เนื้อขนมฟูยิ่งขึ้น และควรเก็บรักษาในที่แห้งสนิท หลีกเลี่ยงความชื้นเพื่อรักษาความนุ่มนวลของเนื้อแป้งให้คงที่อยู่เสมอ
เปลี่ยนมื้อขนมธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นความพิเศษ ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันนี้ จะช่วยส่งต่อความสุขผ่านรสสัมผัสที่นุ่มละมุนในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ให้ทุกคนในครอบครัว
ข้าวญี่ปุ่นพร้อมทาน อร่อยง่ายๆได้ทุกเมนู
สัมผัสความอร่อยของข้าวญี่ปุ่นหุงสำเร็จ จากแบรนด์ ไอริส (IRIS) ผลิตจากข้าวคุณภาพเยี่ยมเมืองอาคิตะ (Akita) ตัวข้าวมีเอกลักษณ์ หอมนุ่ม ละมุนลิ้น พร้อมให้คุณลิ้มลองความอร่อยแท้ๆจากญี่ปุ่น
วิถีอุ่นเพื่อรับประทาน
• เปิดฝาถาดจนถึงบริเวณรอยปะ
• นำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟ ประมาณ 2 นาที (500W / 600W) หรือ 50 วินาที (1000W)
พิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกจนถึงการส่งถึงมือคุณ
• หุงทันทีหลังเก็บเกี่ยว เพื่อรักษาความหอม และรสชาติของข้าวในช่วงที่ดีที่สุด
• ใช้น้ำบริสุทธิ์จากจังหวัดมิยางิ ทำให้ข้าวหอมอร่อยแตกต่างจากข้าวหุงสำเร็จทั่วไป
• ควบคุมอุณหภูมิต่ำ และใช้เทคนิคพิเศษในการเก็บรักษา เพื่อให้ข้าวคงความสดใหม่
• เทคโนโลยีการหุงเฉพาะตัว ช่วยให้ข้าวมีความเงางาม คงความนุ่ม ไม่แข็งกระด้างแม้เปิดทิ้งไว้
**เก็บได้นานถึง 25 เดือน โดยไม่ใช้สารกันบูดหรือสารเคมีใดๆ**
อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช เคล็ดลับความอร่อยจากครัวญี่ปุ่น
"ชิโอะโคโช" (塩こしょう) หรือ เกลือและพริกไทยดำ เป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้ในครัวเรือน เพราะช่วยดึงรสชาติของวัตถุดิบให้อร่อยขึ้นแบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้เครื่องปรุงหลายชนิด อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ไม่ได้เป็นแค่เครื่องปรุงทั่วไป แต่เป็น "ผู้ช่วยเชฟ" ที่ช่วยให้การทำอาหารง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะทำเมนู เนื้อย่าง หมูทอด ไก่ย่าง บาร์บีคิว ซุป หรือแม้แต่อาหารตะวันตก ก็สามารถใช้ได้อย่างลงตัว แค่โรยเบาๆ ก็ได้รสชาติอร่อยแบบมืออาชีพ!
เมนูแนะนำ
♥ สเต๊กเนื้อพริกไทยเกลือ
วัตถุดิบ
- เนื้อสเต๊ก (ริบอาย, สันนอก หรือเนื้อที่ชอบ) 200 กรัม
- เฮ้าส์ อาจิซุเกะ ชิโอะโคโช 1 ช้อนชา
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
- เนย 10 กรัม
- กระเทียมฝานบาง 2-3 กลีบ
วิธีทำ:
1. โรย เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ให้ทั่วเนื้อทั้งสองด้าน
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอก พอร้อน ใส่เนื้อลงไปย่างให้สุกตามต้องการ
3. ใส่เนยและกระเทียมลงไปผัดให้หอม แล้วราดบนเนื้อ
4. เสิร์ฟพร้อมผักย่างหรือมันฝรั่งทอด
♥ ข้าวผัดญี่ปุ่น (ชิโอะยากิเมชิ)
วัตถุดิบ:
- ข้าวสวย 1 ถ้วย
- หมูสับ หรือไก่สับ 50 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช 1 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ:
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดหมูสับจนสุก
2. ตอกไข่ลงไป คนให้เข้ากันแล้วใส่ข้าวสวย
3. โรย เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ผัดให้เข้ากัน
4. โรยต้นหอมซอย แล้วตักเสิร์ฟ
เมนูไหนก็อร่อยขึ้น แค่มีติดครัวไว้! ☺️
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
ซอสอเนกประสงค์ ที่มีติดครัวเกือบทุกบ้านในญี่ปุ่น!!!
ซอสชูโน หรือ Chunou Sauce คือซอสที่มีรสชาติและความเข้มข้นอยู่ระหว่างซอสทงคัตสึ และ วูสเตอร์ซอส สามารถใช้ทำได้หลากหลายเมนูตั้งแต่เมนูของทอด ทงคัตสึ ไข่เจียวแบบญี่ปุ่น โอโคโนมิยากิ หรือเป็นส่วนผสมลับในสตูว์ เรียกได้ว่ามีขวดเดียวทำได้เกือบครบทุกเมนูค่ะ
หากตามหาซอส หรือน้ำจิ้มเมนูปิ้งย่าง แนะนำค่ะ เพราะอร่อยมากกกกก
ซอสปรุงรสเมนูผัดและย่าง บูลโกกิ รสหวานเผ็ด หอม อร่อย ครบรส ในขวดเดียว!
ซอสสูตรพิเศษที่ใช้ซอสถั่วเหลืองหมักธรรมชาติเป็นเบสหลัก ผสานกลิ่นหอมจากกระเทียม ขิง และต้นหอมอย่างลงตัว เติมความสดชื่นด้วยรสผลไม้จากแอปเปิ้ลและลูกแพร์ จนได้รสชาติหวาน เผ็ดเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมละมุน ที่ชวนให้อยากลิ้มลองทุกครั้งที่ได้กลิ่น
สะดวก อร่อย พร้อมทานในไม่กี่นาที
"ปลาทูน่าย่าง" เคลือบด้วยซอสเทอริยากิ รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น อร่อย หอมหวานจากซอสเทอริยากิที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่น ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับรสชาติอร่อยกลมกล่อมในทุกคำ และได้สัมผัสรสชาติญี่ปุ่นแท้ๆไม่ต้องออกไปไหน แค่เพียงอุ่นและก็พร้อมทานแล้วค่ะ!
♥ ไม่ต้องรอนาน แค่เพียงอุ่นหรืออบ คุณก็ได้สัมผัสความอร่อยของปลาทูน่าย่างแท้ๆ เคลือบซอสเทอริยากิหวานเข้มข้น
♥ สะดวกสุดๆ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็พร้อมทานอร่อยที่บ้าน
♥ เหมือนทานที่ร้านญี่ปุ่น ไม่ต้องออกไปไหนก็ได้ลิ้มรสอาหารระดับพรีเมียม
วิธีการปรุง
1. ฉีกซองนำนำสินค้าออกจากถุง แยกถาดแต่ละชิ้นปลา ตามรอยปรุ
2. อุ่นด้วยไมโครเวฟ (ถุงผลิตภัณฑ์ไม่สามารถใช้กับไมโคเวฟได้)
• 0.50 - 1.50 นาที กำลังไฟ 500 วัตต์
• 0.40 - 1.40 นาที กำลังไฟ 600 วัตต์
3. รับประทานให้อร่อยค่ะ จะอร่อยยิ่งขึ้นเมื่อทานคู่กับ ข้าวญี่ปุ่น และซุปมิโซะ
พลาดไม่ได้เลยจริงๆสำหรับชีสเลิฟเวอร์กับซอสสเต๊กสูตรนี้ จากเบลฟู้ด
อร่อยกับสเต็กซอสรสชีส จากเบลฟู้ด ที่จะให้คุณได้ลิ้มรสความนัวจากชีส ที่เข้ากันได้ดีสุดๆกับสเต็กจานโปรดของคุณ ไม่ว่าจะใช้เป็นซอสทานกับเฟรนช์ฟรายส์ หรือเมนูทอดอื่นๆก็ยังได้ แค่นึกถึงความหอมและความหนุบหนับของชีสแสนอร่อย ก็ชวนให้ท้องร้องแล้ว~
เปรี้ยว เค็ม หอม คือนิยามรสชาติของซอสขวดนี้!!
เรามีซอสจากแบรนด์ Shibanuma ที่เป็นแบรนด์ผลิตซอสมาตั้งแต่ปี 1688 และได้รับความนิยมมากในหมู่คนญี่ปุ่น สำหรับซอสถั่วเหลืองที่รังสรรโดยเชฟผู้มีใจรักและทักษะ เพื่อให้ออกมาเข้ากับอาหารมากที่สุด โดยเริ่มจากการคัดถั่วเหลืองชั้นดี หมักในน้ำซุปที่สกัดจากปลาโบนิโตะ เพิ่มรสเปรี้ยวและหอมด้วยส้มยูสุ เพื่อให้กลายเป็นซอสปรุงรสในอาหารหลายชนิด หรือจะราดบนผักสลัด ทำเป็นน้ำจิ้ม
ยูซุพอนสึ รสชาติเค็มๆ เปรี้ยวๆ แต่หอมมากๆๆ
เวลาทานชาบูชาบู หลายๆ ท่านจะชอบทานคู่กับซอสพอนสึเพื่อตัดรส วันนี้เรามียูสุพอนสึที่บอกเลยว่าหากได้ลองแล้วจะติดใจค่ะ เราเลือกใช้ซอสถั่วเหลืองหมักหรือโชยุเกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ Shibanuma ที่ยังคงใช้กระบวนการหมักแบบดั้งเดิมในถังไม้ ซอสถั่วเหลืองที่ได้จะมีรสอูมามิ และมีกลิ่นหอมที่ได้จากการหมักแบบช้าๆ แบบไม่โดนความร้อนและกลิ่นหอมของถังไม้ที่ใช้ นำมาผสมกับยูสุแท้ๆ จากเมือง Miyazaki เมืองที่เป็นต้นกำเนิด และได้รับการยอมรับว่ายูสุที่ได้จากเมืองนี้ มีกลิ่นหอม และอร่อยที่สุดในโลก ทำให้ซอสที่ได้มีรสชาติที่ลงตัว ที่สำคัญเรายังไม่ใส่สารกันบูด สารเพิ่มฟอง หรือ ผงชูรส (MSG.) เพื่อให้คุณได้ทานอย่างสบายใจ เป็นซอสที่ทานคู่กับอะไรก็อร่อยค่ะ
คำแนะนำ
• สินค้าอาจเกิดฟองระหว่างขนส่งเนื่องจากเราไม่ได้ใส่สารกันฟอง ไม่มีผลต่อคุณภาพสินค้า
• เมื่อเปิดใช้งานแล้ว แนะนำให้เก็บในตู้เย็น เนื่องจากไม่มีสารกันบูด
ซอสปลาไหลญี่ปุ่นแท้แบรนด์ Nihon Shokken จากญี่ปุ่น ซอสสูตรต้นตำรับ รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพดี ให้รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน และมีความเข้มข้นกำลังดี เหมาะสำหรับปรุงอาหารหลากหลายเมนู โดยเฉพาะเมนูปลาไหลย่าง (Unagi Don) ที่จะช่วยยกระดับความอร่อยให้เหมือนกับรับประทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูหลัก:
• ข้าวหน้าปลาไหล: ราดซอสปลาไหลลงบนปลาไหลย่างที่เตรียมไว้ แล้วเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ และสาหร่าย
• ปลาไหลย่าง: ใช้เป็นซอสสำหรับย่างปลาไหลโดยตรง เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เข้มข้น
เมนูอื่นๆ:
• ข้าวปั้น/ซูชิ: ใช้ราดบนข้าวปั้น หรือซูชิหน้าต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและความเงางาม
• ยากิโทริ: ทาซอสขณะย่าง เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น หอมหวาน
• ผัดผัก/เนื้อสัตว์: ใช้เป็นส่วนผสมในการผัดผัก หรือเนื้อสัตว์ เพื่อเพิ่มรสชาติแบบญี่ปุ่น
• บาร์บีคิวญี่ปุ่น: ใช้เป็นซอสหมัก หรือซอสจิ้มสำหรับเมนูบาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่น
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
ชาเขียวคุณภาพพรีเมี่ยมจากเมืองชิซึโอกะ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา"
จังหวัดชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นแหล่งปลูกชาเขียวชั้นดี เนื่องจากเป็นดินที่อยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ จึงมีความอุดมสมบูรณ์อุดมด้วยแร่ธาตุสำคัญ จนได้รับสมมญานามว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา" ทางแบรนด์ได้คัดเลือกแต่ชาเขียวต้นฤดูเพื่อให้ได้ประโยชน์ และกลิ่นหอมสูงสุด เมื่อนำไปทำเครื่องดื่ม ขนม ไอศครีม จะได้รับกลิ่นชาเขียวชัดเจน รสชาติเข้มข้น เกรดเดียวกับร้านอาหารและเครื่องดื่มระดับพรีเมี่ยมใช้ค่ะ
ชวนชิมซอสทงคัตสึในตำนานที่ผลิตมากว่า 100 ปี!!!