เส้นเหนียวนุ่ม ซุปจัดจ้าน อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
แมงกะพรุนยำในซอสกิมจิในสไตล์ญี่ปุ่น
แมงกะพรุนยำในซอสกิมจิหนึ่งในเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เหมาะสำหรับเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย, อาหารทานเล่น หรือเป็นหน้าซูชิ
ซอสเดียวจบ! เปลี่ยนเนื้อย่างธรรมดาให้เป็นยากินิคุสไตล์ญี่ปุ่น
ซอสยากินิคุรสโชยุ โดดเด่นด้วยรสชาติอูมามิจากซอสถั่วเหลืองที่ผ่านการหมักอย่างยาวนาน ให้รสเข้มข้นกลมกล่อม ผสานความหวานจากแอปเปิลและความหอมนุ่มละมุนจากน้ำผึ้ง เติมเต็มด้วยกลิ่นหอมของกระเทียมและน้ำมันงา ทำให้ได้รสชาติหวาน เค็ม หอม อย่างลงตัว
วิธีใช้ (Tsuke-dare):
ใช้เป็นซอสจิ้มสำหรับเนื้อย่าง เพื่อช่วยดึงความหวานของเนื้อออกมาให้เด่นชัดยิ่งขึ้น หรือใช้เป็นซอสผัด โดยนำเนื้อไปผัดในกระทะ แล้วเติมซอสลงไปคลุกเคล้าให้ซึมเข้าเนื้อ เพิ่มรสชาติให้อร่อยเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
แค่ปั้นและวาง ซูชิกุ้งแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
กุ้งแดงอาร์เจนตินาเป็นกุ้งที่พบได้มากในทะเลแถบอเมริกาใต้ มีเนื้อกรอบ แน่น หวานอร่อยตามธรรมชาติ จึงนิยมนำมาใช้ทำเมนูซาชิมิหรือซูชิ วันนี้คุณสามารถอร่อยกับกุ้งแดงอาร์เจนตินาได้ง่ายๆ ที่เราจัดมาให้ในรูปแบบแช่แข็ง สะดวกและง่ายดายเพียงแค่นำมาละลายก็พร้อมปรุงเมนูโปรดของคุณได้ทันที โดยไม่ต้องแกะและผ่าเองให้ยุ่งยากค่ะ
วิธีรับประทาน
• นำสินค้าตามปริมาณที่ต้องการรับประทานมาไว้ที่ช่องละลายน้ำแข็งในตู้เย็นประมาณ 8-9 ชั่วโมง หรือวางไว้ที่อุณหภูมิปกติประมาณ 40-50 นาที เมื่อน้ำแข็งละลายแล้วสามารถนำไปปรุงเมนูที่ต้องการได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
โชยุเข้มข้น เพิ่มความอร่อยให้ซาชิมิจานโปรดของคุณ
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นเมนูร้านดังได้ง่ายๆ ด้วยซอสผัดเต้าหู้สไตล์จีนจากเอบาระ ที่รวมรสชาติเข้มข้นไว้ในซองเดียว ทั้งเผ็ด หอม กลมกล่อม แบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม แค่มีเต้าหู้ เติมซอส แล้วผัดประมาณ 3 นาที ก็ได้เมนู “หมาโผโต้วฟู” ร้อนๆ พร้อมเสิร์ฟทันที เหมาะสำหรับวันที่อยากกินของอร่อย แต่ไม่อยากเสียเวลาทำหลายขั้นตอน รสเผ็ดระดับกลาง กินง่าย ถูกปากทั้งมือใหม่และสายกินจริงจัง จะเพิ่มหมูสับ เนื้อ หรือผักก็เข้ากันหมด ง่าย อร่อย เร็ว จบในซองเดียว
วัตถุดิบที่ต้องเตรียม (สำหรับ 1 ที่)
• ซอสพอร์ชัน: 1 ถ้วย
• น้ำเปล่า: 40 มล.
• เต้าหู้ (หั่นเต๋า 1.5 ซม.): 150 - 200 กรัม
วิธีการทำ
• ใส่ซอส, เต้าหู้ และน้ำลงในกระทะ จากนั้นค่อยๆ คนให้เข้ากันจนเริ่มเดือด
• ต้มต่ออีกประมาณ 3 นาทีพร้อมกับคนไปเรื่อยๆ เมื่อซอสเริ่มมีความเหนียวข้นถือว่าเสร็จเรียบร้อย
*** เคล็ดลับความอร่อย: หากเพิ่ม หมูสับ และ ต้นหอมญี่ปุ่นลงไปด้วย จะช่วยให้รสชาติอร่อยและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ข้อควรระวัง/คำแนะนำ
• การเก็บรักษา: สามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องได้ แต่หากเปิดถ้วยซอสแล้วต้องใช้ให้หมดในครั้งเดียว
• ข้อควรระวัง: ระวังขอบบาดมือ, เขย่าถ้วยก่อนเปิด, ระวังซอสกระเด็นขณะเปิด และระวังความร้อนขณะปรุง
• ลักษณะผลิตภัณฑ์: อาจมีการลอยตัวหรือตกตะกอนของส่วนผสม หรือมีการแยกชั้นของซอส
ซึ่งไม่มีผลต่อคุณภาพของสินค้า ต้องปรุงผ่านความร้อนก่อนรับประทานเสมอ
กรอบนอก นุ่มใน กัดแล้วหยุดไม่ได้
อาหารทานเล่นยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่ผสมผสานรสชาติของเนื้อปลา ปลาหมึก และเผือกได้อย่างลงตัว กัดคำแรกสัมผัสได้ถึงความกรอบนอกนุ่มใน พร้อมรสชาติกลมกล่อม หอมขิงและซอสญี่ปุ่น สูตรเฉพาะของอาจิโนะโมะโต๊ะ เหมาะสำหรับทุกมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นกับข้าว อาหารทานเล่น ใส่ในกล่องเบนโตะเพิ่มสีสันให้อาหารกลางวัน หรือทานคู่ข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยกลมกล่อม เสิร์ฟคู่กับซอสโชยุ มายองเนสญี่ปุ่น หรือซอสพริกก็เข้ากันสุด ๆ ถูกใจทุกคนในครอบครัวแน่นอน
วิธีการปรุงอาหาร
• นำสินค้าที่แช่แข็งออกมาตัดถาดออกและวางไว้ที่ขอบจานหมุน โดยไม่ต้องห่อพลาสติก และอุ่นให้ร้อน
• หากไม่มีจานหมุน (turntable) ให้วางไว้ตรงกลางของเตาไมโครเวฟ
• หลังจากการปรุงอาหาร หากยังเย็นอยู่ ให้อุ่นเพิ่มทีละ 10 วินาทีจนกว่าจะอุ่นได้ที่
คำแนะนำสำหรับเตาไมโครเวฟ:
กำลังไฟ 500 วัตต์ 600 วัตต์
1 ชิ้น ประมาณ 40 วินาที ประมาณ 40 วินาที
2 ชิ้น ประมาณ 1 นาที ประมาณ 50 วินาที
4 ชิ้น ประมาณ 1.20 นาที ประมาณ 1.10 นาที
5 ชิ้น ประมาณ 1.50 นาที ประมาณ 1.40 นาที
หิวเมื่อไหร่ แค่เวฟก็สุดฟิน!
เนื้อไก่นุ่มๆทอด กรอบนอก ฉ่ำใน กับซอสมายองเนส และ ราดด้วยซอสเทอริยากิหวานเผ็ด(เล็กน้อย) สูตรพิเศษแบบญี่ปุ่นแท้ๆ การอุ่นอาหารก็แสนจะง่าย เพียงนำออกมาวางไว้อุณหภูมิห้อง 20 นาที และ นำอาหารเข้าไมโครเวฟ แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟ และยังเข้ากันได้ดีกับข้าว และ มีรูปทรงสะดวกทำให้ใส่กล่องข้าวได้ง่าย เหมาะสำหรับกล่องอาหารกลางวัน และยังเป็นเครื่องเคียงที่รวดเร็วอีกด้วยค่ะ ✨
♨️ วิธีการอุ่นด้วยไมโครเวฟ
ฉีกซองแล้วนำผลิตภัณฑ์ออกจากถุงแล้วนำไปวางบนถาดในไมโคเวฟ ตามจำนวนชิ้น ดังนี้
⏱️เวลาที่ใช้ในการอุ่น:
• ไมโครเวฟ 500 W :
1 ชิ้น ประมาณ 20 วินาที
2 ชิ้น ประมาณ 40 วินาที
3 ชิ้น ประมาณ 50 วินาที
• ไมโครเวฟ 600 W :
1 ชิ้น ประมาณ 20 วินาที
2 ชิ้น ประมาณ 30 วินาที
3 ชิ้น ประมาณ 40 วินาที
(พักไว้สักครู่ก่อนทาน เพราะไส้ด้านในอาจร้อนมาก)
ราเมนสไตล์อิเคอิ จากเมืองโยโกฮาม่า ซุปกลมกล่อม เส้นนุ่มอร่อย!
ราเมนรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของราเมนสไตล์อิเคอิ (Iekei)จากเมืองโยโกฮาม่า (Yokohama) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีน้ำซุปที่ผสมผสานระหว่างน้ำซุปกระดูกหมู โชยุ และเบสซุปไก่ ทำให้ตัวซุปมีรสชาติที่กลมกล่อมอย่างเป็นเอกลักษณ์ ตัวเส้นทำจากข้าวสาลีที่มีคุณภาพ ทำให้เส้นนุ่มและเข้ากันได้อย่างลงตัวกับน้ำซุป มาพร้อมทอปปิ้ง สาหร่าย ชาชู และต้นหอม เป็นอีกหนึ่งถ้วยราเมนที่คุณไม่ควรพลาด!
ลิ้มรสขนมสไตล์ดั้งเดิมของญี่ปปุ่น
ไดฟุกุสอดไส้ครีมถั่วแดงกวน เป็นการผสมผสานที่ลงตัวของแป้งโมจิ ซื่งผลิตจากข้าวที่ปลูกในญี่ปุ่นนำมานวดจนออกมาเป็นแป้งไดฟุกุที่มีความหนานุ่มเหนียวกำลังดี ส่วนตัวไส้อังโกะได้มาจากถั่วแดงนำมากวนให้เนื้อมีความเหนียวนิดๆ และเพิ่มไส้ครีมที่มีความหวานมันกลมกล่อม เข้ากันดีกับความนุ่มของตัวแป้งไดฟุกุชั้นนอก ให้คุณได้ลิ้มรสของขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมง่ายๆ ได้ที่บ้าน
วิธีอร่อยกับ Daifuku
แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือไว้ในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• รับประทานแบบอุณหภูมิปกติ:
นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 40-50 นาที ก็พร้อมรับประทานค่ะ
• รับประทานแบบอุ่น:
แกะซองของสินค้าออก และฉีกถาดของขนมแยกออกเป็นชิ้นๆ วางกระจายให้ห่างกันในไมโครเวฟ ใช้ความร้อน 500W หรือ 600W ใช้เวลาประมาณ 20 – 30 วินาที (ไม่ควรใช้ความร้อนเกิน 700W)
ลิ้มรสขนมสไตล์ดั้งเดิมของญี่ปปุ่น
ขนมวาราบิโมจิผสมน้ำตาลทายแดงจากโอกินาวะ เพื่อเพิ่มความหวานนวลลิ้น พร้อมสอดไส้ด้วย โคชิอัง ถั่วแดงกวนบดละเอียดจนกลายเป็นเนื้อครีม และปิดท้ายโรยด้วยผงคินาโกะ ผงถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่น ให้คุณได้ลิ้มรสของขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ง่ายๆได้ที่บ้านค่ะ
วิธีอร่อยกับ Warabimochi
แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือไว้ในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• รับประทานแบอุณหภูมิปกติ :
นำวาราบิโมจิออกจากช่องแช่แข็ง วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 40-50 นาที ก็พร้อมรับประทานค่ะ
• รับประทานแบบอุ่น :
แกะซองของสินค้าออก และฉีกถาดของขนมแยกออกเป็นชิ้นๆ วางกระจายให้ห่างกันในไมโครเวฟ ใช้ความร้อน 500W หรือ 600W ใช้เวลาประมาณ 20 – 30 วินาที (ไม่ควรใช้ความร้อนเกิน 700W)
ลิ้มรสขนมสไตล์ดั้งเดิมของญี่ปปุ่น
ขนมโอฮากิเคลือบด้วยผงคินาโกะ สอดใส้ถั่งแดงกวน แป้งโอฮากิจากข้าวที่ปลูกในญี่ปุ่น นำมาปั้นสอดใส้ด้วยอังโกะจากถั่วแดงที่คัดสรรค์มาอย่างดี นำมากวนให้เนื้อมีความเหนียวนิดๆ และเคลือบด้วยผงคินาโกะ ผงถั่วเหลือง จนออกมาเป็นคินาโกะ โอฮากิชิ้นนี้ ให้คุณได้ลิ้มรสชาติของขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมง่ายๆได้ที่บ้านค่ะ
วิธีอร่อยกับ โอฮากิ
แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือไว้ในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• รับประทานแบบอุณหภูมิปกติ:
นำโอฮากิออกจากช่องแช่แข็ง วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 40-50 นาที ก็พร้อมรับประทานค่ะ
• รับประทานแบบอุ่น:
แกะซองของสินค้าออก และฉีกถาดของขนมแยกออกเป็นชิ้นๆ วางกระจายให้ห่างกันในไมโครเวฟ ใช้ความร้อน 500W หรือ 600W ใช้เวลาประมาณ 20 - 30 วินาที (ไม่ควรใช้ความร้อนเกิน 700W)
กินเหมือนบรรยากาศในร้าน ซุปเข้มข้น เส้นเหนียวหนึบ
คิริโมจิเหนียวนุ่มหนึบหนับ อร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่น
คิริโมจิ (Kirimochi) จากแบรนด์มิวาบิ (Miwabi) ทำจากข้าวเหนียวคุณภาพดีนำมานึ่งจนสุกแล้วตำให้เนื้อเนียนละเอียด ทำเป็นชิ้นทรงสี่เหลี่ยมขนาดกำลังพอดี บรรจุเป็นห่อเล็กๆ แบบแยกชิ้นแบ่งรับประทานได้ง่าย เมื่อนำไปต้มหรือย่างเนื้อโมจิด้านในจะมีความเหนียวนุ่มหนึบหนับ นิยมรับประทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่น, ผงถั่วเหลืองคินาโกะ, น้ำเชื่อมคุโรมิตสึ หรือใส่ในหม้อไฟ นอกจากนี้คิริโมจิยังถือว่าเป็นขนมมงคลตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น จึงมักจะรับประทานในช่วงเทศกาลปีใหม่และพิธีมงคลต่างๆ ค่ะ
วิธีรับประทาน (สามารถเลือกทำได้ 4 วิธี)
• อบโดยใส่โมจิครั้งละ 2-3 ชิ้นในเตาอบขนาด 1,000 วัตต์ ตั้งเวลาประมาณ 3-4 นาที แล้วนำออกจากเตามาวางไว้ด้านนอก 1-2 นาที เพื่อให้โมจินุ่มขึ้น
• ย่างบนกระทะด้วยไฟอ่อนประมาณ 5-7 นาที หมั่นกลับด้านเป็นระยะจนผิวโมจิมีสีตามต้องการ
• ต้มน้ำให้ร้อนแล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ใส่โมจิลงไปต้มต่อประมาณ 3 นาที
• อุ่นในไมโครเวฟ 500 วัตต์ โดยใส่โมจิ 2 ลูกในภาชนะทรงลึกที่ใช้สำหรับไมโครเวฟ เติมน้ำลงไปเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 2.30 นาที
** หมายเหตุ : กำลังไฟ ระยะเวลา และจำนวนชิ้นของโมจิเป็นข้อมูลที่แนะนำโดยประมาณ อาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ **
วิธีการเก็บรักษา
• หลีกเลี่ยงการเก็บในที่แสงแดดส่องถึงหรือที่ร้อนชื้น
• หลังเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อกและเก็บในตู้เย็น
• หยดน้ำในถุงสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างการจัดเก็บ
ถ้าพูดถึงราเมงสายเข้ม “โชยุผสมน้ำมันหมู” คือรสที่สายฮาร์ดคอร์ต้องลอง เพราะความหอมมันของไขมันหมูจะช่วยดึงรสเค็มหวานของโชยุให้ลึกขึ้นอีกระดับ ไม่ใช่แค่เค็ม แต่เป็นความกลมกล่อมที่เคลือบเส้นทุกเส้น ZUBAAN! สูตรนี้ออกแบบมาให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนึบพอดี ไม่เละง่าย ซุปเข้มข้นแบบที่เรียกว่า “กินแล้วรู้เลยว่ามีของ” ใครชอบเติมหมูชาชู ไข่ต้มยางมะตูม หรือสาหร่าย รับรองว่าซุปจะยิ่งพุ่ง แพ็กขนาด 3 ซอง เหมาะทั้งสำหรับครอบครัว หรือร้านอาหารที่อยากมีเมนูเสริมแบบทำเร็ว ขายไว กำไรชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเร่งด่วนหรือเดลิเวอรี่ บางวันชีวิตก็ต้องการอะไรที่ง่าย แต่ไม่ธรรมดา…ราเมงถ้วยนี้ตอบโจทย์แบบไม่ต้องบินไปญี่ปุ่น
วิธีการทำ
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นลงไปต้มนานประมาณ 4 นาที (คอยคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว)
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสมน้ำ: เมื่อเส้นสุก เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเครื่องปรุงก่อน แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
• เสิร์ฟ: นำเส้นลงไปใส่ในชาม คนเบาๆ พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับ: เติมเนื้อหมูชาชู ไข่ต้ม หน่อไม้ และต้นหอมญี่ปุ่น เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบ
มื้อด่วนที่ไม่ธรรมดา อร่อยฟินเหมือนกินที่ร้าน!" เบื่อไหมกับบะหมี่รสหมูสับแบบเดิม ๆ? เปิดประสบการณ์ความอร่อยเข้มข้นถึงใจกับ นิสชิน รสหมูสับ ซุปหมูสับแท้ ๆ ที่หอมกรุ่นกลิ่นเครื่องเทศและน้ำมันเจียว ยิ่งซด ยิ่งฟิน มาพร้อมกับ "เส้นนิสชิน" อันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งเหนียว คลุกเคล้าเข้าเนื้อ น้ำซุปซึมเข้าเส้นแบบเต็มคำ ไม่ว่าจะมื้อดึก มื้อรีบ หรือมื้อไหน ๆ แค่มีนิสชินรสหมูสับติดบ้านไว้ ก็เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่าย ๆ ใน 3 นาที
วิธีรับประทาน 2 วิธีง่าย ๆ
วิธีที่ 1: ต้มในน้ำเดือด (แนะนำ เพื่อความเหนียวนุ่มของเส้น)
• ต้มน้ำ: ต้มน้ำสะอาดประมาณ 350-400 มิลลิลิตร ให้เดือดจัด
• ต้มเส้น: ใส่บะหมี่ลงไปต้มประมาณ 3 นาที (หากชอบเส้นหนึบ ๆ สามารถลดเหลือ 2.30 นาทีได้ครับ)
• ใส่เครื่องปรุง: ปิดไฟ แล้วเทผงปรุงรสและน้ำมันเจียวลงไปในหม้อ คนให้เข้ากัน
• พร้อมเสิร์ฟ: เทใส่ชาม สามารถเพิ่มหมูสับลวก ไข่ต้ม หรือผักตามชอบเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารได้เลยครับ
วิธีที่ 2: ชงในน้ำเดือด (วิธีด่วน สะดวก)
• เตรียมใส่ชาม: แกะบะหมี่และเครื่องปรุงทุกซองใส่ลงในชาม
• เติมน้ำร้อน: เทน้ำเดือดประมาณ 350-400 มิลลิลิตร ลงไปให้ท่วมเส้น
• รอเส้นนุ่ม: ปิดฝาชามทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที
• คนให้เข้ากัน: เปิดฝา คนให้เครื่องปรุงละลายเข้าเนื้อ พร้อมทานครับ
ทริคเพิ่มความอร่อย: บะหมี่นิสชินรสหมูสับจะมีความหอมซุปหมูและเครื่องเทศอยู่แล้ว ถ้าเหยาะพริกไทยป่นเพิ่มอีกนิด หรือใส่ต้นหอมซอยลงไปหน่อย จะยิ่งหอมชวนทานมากยิ่งขึ้น
ทำไมสเต็กในร้านญี่ปุ่นถึงหอมเย้ายวนจนหยุดกินไม่ได้ ความลับอยู่ที่ “ซอส” ซอสสเต็กกระเทียมสูตรนี้โดดเด่นด้วยความหอมของกระเทียม ผสานความเค็มกลมกล่อมของโชยุ ให้รสชาติที่ลึกและมีมิติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่างฉ่ำๆ หรือหมูสเต็กนุ่มๆ เพียงราดซอสลงไปก็ช่วยดึงรสชาติให้โดดเด่นขึ้นทันที เหมาะทั้งสำหรับทำกินเองที่บ้าน หรือเพิ่มมูลค่าให้เมนูในร้านของคุณแบบง่ายๆ พูดง่ายๆ คือมีซองนี้ติดครัวไว้ ชีวิตการทำอาหารจะง่ายขึ้นเยอะและอร่อยขึ้นแบบไม่ต้องพยายามมาก
หากคุณกำลังมองหาเคล็ดลับที่จะทำให้สเต็กจานพิเศษของคุณสมบูรณ์แบบ ซอสสเต็ก รสกระเทียมนี้ คือคำตอบ ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของโชยุชั้นดีและกระเทียมคั่วที่ให้กลิ่นหอมเย้ายวนใจ พร้อมจุดเด่นเรื่อง “ความสะดวก” ใน 1 ซองใหญ่ที่บรรจุซอสแบบถ้วยย่อย 4 ถ้วย ช่วยให้คุมรสชาติได้เป๊ะทุกครั้ง ไม่ว่าจะทำกินเองหรือเสิร์ฟลูกค้า ก็อร่อยได้มาตรฐานเดียวกับร้านอาหารญี่ปุ่น โดยไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงให้วุ่นวาย
วิธีปรุงสเต็กให้อร่อย
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกจากตู้เย็นพักไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30 นาที เพื่อให้ความร้อนเข้าถึงเนื้อได้สม่ำเสมอเวลาทอด
2. การทอด: ตั้งกระทะให้ร้อนจัดด้วยไฟแรง นำเนื้อลงจี่ เมื่อเริ่มเห็นน้ำเนื้อซึมขึ้นมาที่ด้านบน ให้พลิกกลับด้านแล้วย่างต่อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. การใช้ซอส: จัดเนื้อใส่จาน "ก่อนรับประทาน" ให้หักถ้วยซอสราดลงบนเนื้อโดยตรง (ไม่ต้องนำซอสไปผัดในกระทะ เพื่อรักษาความหอมของกระเทียม)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
นอกจากสเต็กเนื้อวัวแล้ว ยังสามารถนำไปปรับใช้กับเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย:
• สเต็กหมูหรือไก่: เพิ่มความหอมกรุ่นให้เนื้อขาว
• ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon): ราดบนเนื้อผัดหัวหอมทานกับข้าวสวยร้อนๆ
• แฮมเบิร์ก (Hamburger Steak): เพิ่มความชุ่มฉ่ำให้เนื้อบดปั้นก้อน
• ผัดผักรวมมิตรกระเทียมโชยุ: ใช้เป็นซอสปรุงรสจานด่วน
น้ำซุปเข้มข้น ซัปโปโรโชยุราเมง อร่อย กลมกลม ในแบบของญี่ปุ่นแท้ๆ
ฟินกับเมนูราเมงได้ง่ายๆที่บ้าน ด้วยซุปซัปโปโรโชยุราเมง รสชาติอันเข้มข้นที่ได้จากโชยุหมักแบบธรรมชาติ ผสานกับกลิ่นหอมของผักเครื่องเทศที่ผัดจนหอมกรุ่น จากแบรนด์ Bellfoods เพียงผสมน้ำซุปเข้มข้นเข้ากับน้ำร้อนแล้วใส่เส้นพร้อมกับเครื่องเคียงที่ชอบลงไป เพียงเท่านี้ราเมงแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
วิธีรับประทาน
• ผสมน้ำซุป 1 ซอง กับน้ำร้อน 300 มล. คนให้เข้ากัน ใส่เส้นราเมงและเครื่องเคียงตามชอบ
• หากต้องการรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น สามารถลดปริมาณน้ำร้อนลงได้ตามต้องการ
เบื่อไหมกับการอยากกินเมนูผัดผักสไตล์จีนรสชาติเข้มข้น แต่ต้องมานั่งตวงซอสหอยนางรม โชยุ เหล้าจีน และน้ำมันงาให้วุ่นวาย แถมปรุงกี่ครั้งรสชาติก็ไม่เคยเหมือนเดิม?
เปลี่ยนครัวที่บ้านให้กลายเป็นเหลาอาหารจีนสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ด้วยซอสปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับเมนู “ชินเจาโรสุ” หรือเนื้อผัดพริกหวานยอดฮิตจากญี่ปุ่น เพียงแค่ผัดเนื้อสัตว์กับพริกหวานและหน่อไม้ แล้วเติมซอสลงไป ก็ได้กลิ่นหอมเข้มข้นของน้ำมันหอย โชยุ และเครื่องเทศสไตล์จีนที่เคลือบทุกชิ้นอย่างลงตัว รสชาติกลมกล่อม เค็มหวานพอดี อร่อยเหมือนเชฟภัตตาคารทำเอง ไม่ว่าจะทำมื้อเย็นง่ายๆ ให้ครอบครัว หรือเตรียมข้าวกล่อง Bento ไปทำงาน ซอสขวดนี้ก็ช่วยเปลี่ยนวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นเมนูสุดพิเศษได้ในไม่กี่นาที ✨
วิธีการทำ
ส่วนผสมสำหรับ 3 ท่าน (ใช้ซอสประมาณครึ่งขวด หรือ 115 กรัม)
• เนื้อวัวหรือเนื้อหมูเส้น 200 กรัม
• พริกหวานหั่นเส้น 180 กรัม (ประมาณ 6 ลูกกลาง)
• หน่อไม้ต้มหั่นเส้น 200 กรัม
• น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการทำ
• หั่นเนื้อสัตว์ พริกหวาน และหน่อไม้ต้ม ให้เป็นเส้นๆ เตรียมไว้
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชให้ร้อน นำเนื้อสัตว์ลงไปผัดจนสุก ตามด้วยพริกหวานและหน่อไม้ ผัดให้เข้ากัน
• เมื่อผักเริ่มนิ่มและสุกได้ที่ ให้เทซอสลงไปประมาณครึ่งขวด (115 กรัม)
• ผัดคลุกเคล้าให้ซอสเคลือบจนทั่วและเดือดเล็กน้อย พร้อมตักเสิร์ฟร้อนๆ
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการทำสเต็กกินเองที่บ้าน แต่เบื่อปัญหาซอสขวดใหญ่ที่เปิดแล้วใช้ไม่หมดจนเสียรสชาติ เอบาระ ซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวไชเท้า คือคำตอบที่คุณตามหา ด้วยแนวคิด "Freshness in every pod" หรือความสดใหม่ในทุกถ้วย ทำให้ซอสตัวนี้โดดเด่นกว่าใคร รสชาติ ซอสโชยุสไตล์ญี่ปุ่น ที่ผสมกับหัวไชเท้าขูดละเอียด เมื่อราดลงบนเนื้อที่ร้อนๆ กลิ่นหอมของโชยุและมิรินจะพุ่งขึ้นมาทันที ความเปรี้ยวเบาๆ จากน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลและน้ำส้มโอ ช่วยชูรสหวานของเนื้อให้เด่นชัดขึ้น เป็นรสชาติแบบ "วากิวสไตล์" ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมกันมากที่สุด นอกจากจะใช้ราดสเต็กแล้ว ยังประยุกต์เป็นน้ำจิ้มเนื้อย่าง หรือราดปลาย่างก็อร่อยไม่แพ้กัน พกพาสะดวก จะไปแคมป์ปิ้ง หรือจัดปาร์ตี้สเต็กที่คอนโด ก็สะดวกสบายไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ นี่คือไอเทมลับที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษในพริบตา
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• แฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่น (Wafu Hambagu) วางใบชิโซะหรือวางไชเท้าขูดเพิ่มด้านบน แล้วราดด้วยซอส 1 ถ้วย ความเปรี้ยวหวานของซอสจะช่วยลดความมันของเนื้อบดได้ดีมาก
• สลัดหมูชาบู (Pork Shabu Salad) ใช้ซอสราดเป็นน้ำสลัดได้เลย รสชาติจะเบากว่าน้ำสลัดครีม เหมาะสำหรับคนที่คุมน้ำหนัก
• ปลาซาบะหรือปลาแซลมอนย่างเกลือ ราดซอสลงไปข้างๆ หรือราดบนตัวปลา รสเปรี้ยวจากน้ำส้มโอในซอสจะช่วยดับคาวปลาและชูรสหวานของเนื้อปลาได้ยอดเยี่ยม
• เต้าหู้เย็นทรงเครื่อง (Hiyayakko) ราดซอสลงไปแทนโชยุธรรมดา เนื้อไชเท้าในซอสจะเข้าไปเกาะกับตัวเต้าหู้ ทำให้ได้รสสัมผัสที่เข้มข้นกว่าเดิม
• ข้าวหน้าเนื้อย่าง (Gyudon Style) ราดซอสลงไปคลุกกับเนื้อขณะอยู่ในกระทะแป๊บเดียว หรือราดสดๆ บนข้าว รสชาติโชยุและกลิ่นหอมของหัวหอมในซอสจะซึมเข้าเนื้อ
ซอสเกี๊ยวซ่า (Gyoza Sauce) แบรนด์ เบลฟู้ดส์ (Bell Foods) เป็นเครื่องปรุงรสสำเร็จรูปที่คิดค้นขึ้นเพื่อใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับเกี๊ยวซ่าโดยเฉพาะ เป็นที่ทราบกันดีว่า เกี๊ยวซ่าในประเทศญี่ปุ่นมักจะรับประทานคู่กับน้ำจิ้มที่มีส่วนผสมหลักของโชยุ (Shoyu) หรือซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำส้มสายชู (Vinegar) และน้ำมันพริกเผาญี่ปุ่นที่เรียกว่ารายุ (Rāyu) แต่สำหรับซอสเกี๊ยวซ่าของเบลฟู้ดส์นี้ ได้ถูกปรุงรสชาติมาอย่างพิถีพิถันจากส่วนผสมที่ลงตัว เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
จุดเด่นของซอสเกี๊ยวซ่าเบลฟู้ดส์คือการผสมผสานรสชาติที่สมดุลระหว่างความเค็ม อมเปรี้ยว และเผ็ดเล็กน้อย โดยรสชาติที่โดดเด่นมาจากโชยุญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ ผสมกับความเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูหมัก และความเผ็ดหอมของน้ำมันรายุ ซึ่งช่วยเติมเต็มรสอูมามิของเกี๊ยวซ่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์นี้จึงมีความสะดวกอย่างยิ่ง เพราะไม่ต้องเสียเวลาผสมโชยุ น้ำส้มสายชู และรายุเอง ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับเกี๊ยวซ่ารสชาติดีได้ทันที
แม้ซอสนี้จะถูกออกแบบมาสำหรับเกี๊ยวซ่า แต่ด้วยรสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อม ก็สามารถนำไปใช้เป็นน้ำจิ้มหรือน้ำราดสำหรับอาหารประเภทอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว เช่น น้ำจิ้มสำหรับสเต็กแฮมเบิร์ก (Hamburg Steak) หรือใช้เป็นซอสสำหรับราดเต้าหู้เย็น (Hiyayakko) เพื่อเพิ่มรสชาติที่สดชื่น
วิธีใช้ซอสเกี๊ยวซ่า
1. จัดเรียงเกี๊ยวซ่าที่ทอดหรือนึ่งเสร็จแล้วลงในจาน
2. เทซอสเกี๊ยวซ่าลงในถ้วยเล็ก ๆ
3. จิ้มเกี๊ยวซ่ากับซอส และรับประทานได้ทันที
ลองเปิดประสบการณ์รสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ ด้วยซอสเกี๊ยวซ่าสำเร็จรูปขวดนี้ ที่จะช่วยให้การทำเกี๊ยวซ่าที่บ้านของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ใครที่ชอบทานสาหร่าย ห่อนี้คุ้มมากค่ะ
ทำไมต้องแซลมอนรมควัน Latitude 45 ? สัมผัสความต่างของแซลมอนรมควันระดับโลก
Latitude 45 คือแบรนด์แซลมอนรมควันที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพและความพิถีพิถัน โดยคัดสรรปลาจากฟาร์มในประเทศชิลี ณ พิกัดละติจูด 45 องศาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดที่สุดในโลก กระแสน้ำที่เย็นจัดนี้เองที่ช่วยให้แซลมอนสะสมไขมันและ Omega-3 ได้ดีกว่าปกติ ส่งผลให้เนื้อปลามีความนุ่มละมุน ลายไขมันแทรกสวยงาม และมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ Atlantic Salmon จนได้เนื้อที่แน่น สีสีสดสวยธรรมชาติ
ความพิเศษที่เหนือกว่าคือหลักการ "รมควันสดภายใน 24 ชั่วโมง" ซึ่งแตกต่างจากแซลมอนรมควันทั่วไปที่มักใช้ปลาแช่แข็งมาแปรรูป แต่ Latitude 45 เลือกใช้ปลาที่เพิ่งขึ้นจากน้ำ (Fresh, never frozen) เข้าสู่กระบวนการรมควันทันทีภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อล็อคความสดใหม่ไว้ให้ถึงมือคุณ วิธีนี้ช่วยรักษาโครงสร้างกล้ามเนื้อปลาไม่ให้ถูกทำลายจากเกล็ดน้ำแข็ง ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อสัมผัสที่ 'เด้ง' และ 'ฉ่ำ' ราวกับทานปลาสด แต่ได้ความหอมกรุ่นจากการรมควันไม้ธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สัมผัสประสบการณ์การทานที่สะดวกและพรีเมียม
ด้วยเนื้อปลาแซลมอนรมควันชนิดพร้อมรับประทานที่ผ่านการคัดเกรดอย่างดี :
• การตัดสไลซ์ : หั่นสไลซ์บางสม่ำเสมอขนาด 2.5-3.0 มม.
• ขนาดบรรจุ : ในแพ็ค จำนวน 40-42 ชิ้นโดยประมาณ โดยจัดเรียงเป็นระเบียบบนแผ่นกระดาษรอง ทำให้หยิบใช้งานง่าย เนื้อปลาไม่ติดกันเป็นก้อน
• ความเป็นธรรมชาติ: เนื้อปลาอาจพบส่วนเนื้อสีน้ำตาล (Brown meat) เล็กน้อยตามธรรมชาติของชิ้นปลา ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมไขมันและสารอาหารที่มีประโยชน์สูง
สารอาหารที่มากกว่าแค่ความอร่อย
แซลมอนรมควัน Latitude 45 ไม่ใช่แค่เมนูหรู แต่เป็น Superfood สำหรับคนรักสุขภาพ:
• High Protein: โปรตีนสูงถึง 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
• Rich in Omega-3 (DHA/EPA): มีสูงถึง 800 มก. ซึ่งช่วยในเรื่องการทำงานของสมอง
ลดการอักเสบ และบำรุงหัวใจ
• Vitamin D: เสริมสร้างกระดูกและภูมิคุ้มกัน (ซึ่งเป็นวิตามินที่หาได้ยากจากอาหารทั่วไป)
รสชาติที่ลงตัว.. พร้อมทาน
• หอมกลิ่นรมควันไม้ธรรมชาติ กลิ่นชัดแต่สุภาพ ไม่แรง ไม่กลบกลิ่นปลา
• รสนุ่มละมุน เค็มอ่อน ๆ กำลังดี ปรุงรสน้อย ดึงรสหวานธรรมชาติของเนื้อแซลมอนออกมา
• เนื้อแน่น แต่นุ่มลิ้น ไม่แห้ง ไขมันแทรกพอดี ละลายในปาก เคี้ยวแล้วไม่กระด้าง
• รสชาติกลมกล่อม ทานเปล่าอร่อย ไม่จำเป็นต้องปรุงเพิ่ม แต่เข้ากันดีกับเลมอน ครีมชีส หรือผักสด
มาตรฐาน BAP และ Halal
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความปลอดภัยทางอาหารสูงสุด
• Halal Certified: ผ่านการตรวจสอบตามหลักศาสนอิสลาม ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
สัมผัสตำนานความอร่อยจากญี่ปุ่น... ซุปหูฉลามเข้มข้นสไตล์เสฉวน
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อสุดหรูระดับภัตตาคารง่ายๆ ที่บ้านคุณ! ด้วยซุปหูฉลามแท้ที่คัดสรรวัตถุดิบจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ แหล่งหูฉลามอันดับ 1 ของญี่ปุ่นที่ทั่วโลกยอมรับ มาในสูตรสไตล์เสฉวน ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมน้ำมันงา และมีความเผ็ดปลายลิ้นเบาๆ จากโต้วปั้นเจี้ยว (เต้าเจี้ยวพริก) ช่วยชูรสให้ทานสนุกและไม่เลี่ยน
จุดเด่นที่คุณต้องลอง:
• จุดเด่น : หูฉลามแท้จากเมืองเคะเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหูฉลามที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น
• รสชาติ : สูตรเสฉวน ที่มีความหอมของเครื่องเทศและโต้วปั้นเจี้ยว ให้รสชาติเผ็ดนิดๆ กลมกล่อมลุ่มลึก
• คอลลาเจน : มีคอลลาเจนสูงถึง 2,800 มิลลิกรัม ช่วยบำรุงผิวพรรณและข้อต่อในชามเดียว
• คุณภาพพรีเมียม : ใช้เทคโนโลยี Retort Pouch คงความสดและสารอาหารครบถ้วนโดยไม่ใส่วัตถุกันเสีย
• ความคุ้มค่า : 1 ซอง ขนาด 200 กรัม เป็นสูตรเข้มข้น สามารถทำทานได้ถึง 3-4 คน
วิธีทำง่ายๆ ใน 5 นาที :
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
เคล็ดลับความอร่อย
• จิ๊กโฉ่ว (Black Vinegar): เหยาะจิ๊กโฉ่วลงไปเล็กน้อยตอนจะทาน ความเปรี้ยวของมันจะไปตัดเลี่ยนและดึงรสหวานของหูฉลามให้เด่นชัดขึ้น
• พริกไทยขาวป่น: แนะนำให้ใช้พริกไทยขาวแท้ป่นละเอียด โรยหน้าก่อนเสิร์ฟเพื่อเพิ่มความร้อนแรงแบบนุ่มนวล
• น้ำมันพริกรายู (Layu): เนื่องจากเป็นซุปสไตล์เสฉวน การหยดน้ำมันพริกญี่ปุ่นลงไปสัก 2-3 หยดจะช่วยเพิ่มสีสันและกลิ่นหอมที่เย้ายวนใจ
• โรยหน้าด้วยผักชีหรือต้นหอมซอย: ความสดของผักสีเขียวจะช่วยตัดรสเข้มข้นของซุปทำให้ทานได้คล่องคอขึ้น
• ทานคู่กับข้าวกรอบ: ลองทานคู่กับข้าวตังหรือข้าวพอง(Okaki) จะได้มิติการทานที่สนุกขึ้นจากความกรอบที่ชุ่มไปด้วยน้ำซุป
"ความอร่อยระดับเชฟญี่ปุ่น ในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง... อิ่ม อร่อย และได้ผิวสวยไปพร้อมกัน!"
เพิ่มรสชาติอูมามิให้ทุกเมนู! ด้วยผงซุปกึ่งสำเร็จรูปคอมบุดาชิ จากแบรนด์ มารุโตโมะ
ดาชิ เป็นน้ำซุปที่ใช้ในการทำอาหารญี่ปุ่นหลากหลายชนิด โดยเฉพาะอาหารประเภทน้ำซุปต่างๆ เช่น มิโซะซุป ราเมง อุด้ง ซุปชาบู เป็นต้น ทางแบรนด์ได้คัดสรรสาหร่ายทะเลในช่วงที่อร่อยที่สุด ป่นเป็นผงเพื่อให้ละลายน้ำได้ง่าย ทำให้น้ำซุปดาชินี้มีรสชาติเข้มข้น และได้ความอูมามิจากสาหร่ายคอมบุอย่างลงตัว
วิธีใช้
• ผงดาชิ 4 กรัม ต่อ น้ำ 600 มล. สำหรับทำซุปมิโซะ (สำหรับ 4 ที่)
• ผงดาชิ 4 กรัม ต่อ น้ำ 400 มล. สำหรับทำซุปราเมง (สำหรับ 2 ที่)
ถ้าพูดถึงราเมงสายเข้มข้น ต้องยกให้สไตล์โยโกฮาม่า หรือที่เรียกว่า “อิเอะเค” จุดเด่นคือการรวมความหอมมันของซุปกระดูกหมูเข้ากับความเค็มกลมกล่อมของโชยุ กลายเป็นน้ำซุปที่มีมิติ รสลึก ซดแล้วหยุดยาก มารุจัง ราเมงกึ่งสำเร็จรูป รสซุปกระดูกหมู(ผสมโชยุ) สไตล์โยโกฮาม่า ถ่ายทอดเอกลักษณ์นั้นมาในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูปที่ยังคงความหนักแน่นของรสชาติ เส้นมีความเหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน เข้ากับซุปที่เคี่ยวมาอย่างเข้มข้น ความพิเศษอยู่ที่ความบาลานซ์ ไม่เค็มโดด ไม่มันเลี่ยน แต่มีความกลมกล่อมแบบราเมงร้านดังในญี่ปุ่น เพิ่มท็อปปิ้งอย่างหมูชาชู ไข่ต้มยางมะตูม สาหร่าย หรือผักโขม ก็ยกระดับเป็นเมนูพรีเมียมได้ทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ฟีล “ราเมงร้านดัง” แต่เวลาจำกัด หรืออยากสต็อกของดีติดบ้านไว้ เวลาหิวเมื่อไหร่ก็จัดได้เลย ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องแต่งตัว แค่ต้มน้ำก็พร้อมฟิน
วิธีการทำ
• เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด ควรทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ:
• ต้มน้ำประมาณ 500 มล. ให้เดือด
• ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 5 นาที (หรือตามความชอบของระดับความนุ่มเส้น) ระหว่างต้มให้คอยคนเส้นเบาๆ
• เตรียมซุปโดยการเทเครื่องปรุงลงในชามรอไว้
• เมื่อเส้นได้ที่ ให้เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเพื่อละลายเครื่องปรุงก่อน แล้วจึงใส่เส้นตามลงไป
Tips: เติมหมูชาชู ผักโขมลวก และสาหร่ายแผ่น เพื่อความอร่อยแบบอูมามิ
คุณเองก็ทำกุ้งเทมปุระได้ง่ายๆ แค่มีกุ้งยืดห่อนี้
Nobashi Ebi หรือกุ้งยืด ทำมาจากกุ้งขาว size 16/20 แกะเปลือกและเอาหัวกุ้งออกเรียบร้อยแล้ว พร้อมยืดลำตัวยาวให้สะดวกสำหรับนำไปทำกุ้งเทมปุระหรือเมนูอื่นๆ ที่คุณต้องการ สะอาด ถูกหลักอนามัย บรรจุแพ็คละ 20 ตัวค่ะ
ความอร่อยระดับตำนานที่ถูกใจคุณหนูๆ และทุกคนในครอบครัว! นิสชิน มินิ คัพ โดราเอมอน รสไก่ผสมข้าวโพด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยเล็กขนาดมินิ พกพาง่าย อิ่มอร่อยได้ทุกที่ มาพร้อมกับลายโดราเอมอนสุดน่ารัก น้ำซุปหอมกรุ่นรสไก่กลมกล่อม เพิ่มความหวานละมุนจากข้าวโพดแท้ๆ เส้นเหนียวนุ่มตามฉบับนิสชิน จัดมาให้เต็มๆ แพ็ก 3 ถ้วย คุ้มค่า ทานง่าย อร่อยฟินกันได้ทั้งบ้าน ของดีแบบนี้ต้องมีติดบ้านไว้แล้ว
วิธีต้ม (ใส่ตัวช่วยให้เส้นนุ่ม)
วิธีนี้จะทำให้เส้นได้รับความร้อนสม่ำเสมอและเหนียวนุ่มที่สุด
• เปิดฝา: เปิดฝาออกเพียงครึ่งเดียว แล้วหยิบซองเครื่องปรุง (ถ้ามี) ออกมาเทใส่ลงไปบนเส้น
• เติมน้ำร้อน: เทน้ำร้อนเดือดลงไปให้ถึง "ขีดด้านในถ้วย" (อย่าใส่เลยขีด เพราะน้ำซุปจะจืดเกินไป)
• ปิดฝารอ: ปิดฝากลับให้สนิท รอประมาณ 3 นาที
• คนให้เข้ากัน: เปิดฝาออก ใช้ตะเกียบคนให้เครื่องปรุงละลายและเส้นกระจายตัว ลูกชิ้นโดราเอมอนจะลอยขึ้นมาโชว์หน้าพอดี พร้อมทานค่ะ
หากคุณกำลังมองหาเมนูที่ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบ แต่ยังไม่ยอมละทิ้งคุณภาพและรสชาติที่ยอดเยี่ยม “ไรซ์ เบอร์เกอร์ ไส้หัวหอมผสมถั่วเหลือง ปรุงรสยากี้สุกี้” จากอายิโนะโมะโต๊ะ ไรซ์ คือคำตอบที่ใช่ที่สุด นี่ไม่ใช่เบอร์เกอร์ขนมปังแบบทั่วไป แต่เราใช้ "ข้าวญี่ปุ่นแท้" นำมาขึ้นรูปและย่างจนหอมกรุ่น ความพิเศษอยู่ที่ซอสสุกี้ยากิที่ให้รสหวานเค็มกลมกล่อมแบบญี่ปุ่น สอดไส้ด้วยสุกี้ยากี้รสเข้มข้น ผสมผสานถั่วเหลืองและหัวหอมที่เคี่ยวจนเข้าเนื้อแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
ทำไมต้องคุณต้องลองชิ้นนี้ :
• ข้าวญี่ปุ่นแท้: ไม่ใช้ขนมปัง แต่ใช้ข้าวญี่ปุ่นคัดเกรด ย่างจนหอมกรุ่น ได้สัมผัสเหนียวนุ่มที่เป็นเอกลักษณ์
• ไส้สุกี้ยากี้เข้มข้น: ไส้แน่นๆ ที่ผัดกับซอสถั่วเหลืองและหัวหอมใหญ่จนเข้าเนื้อ ให้รสชาติ "หวานเค็ม" กลมกล่อม
• ความอร่อย: ถึงจะแช่แข็ง แต่เมื่อผ่านไมโครเวฟ ข้าวจะกลับมานุ่มหนึบเหมือนเพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆ พร้อมกลิ่นหอมฟุ้งที่ชวนหิว
วิธีอุ่นด้วยไมโครเวฟ
ไม่ต้องละลายน้ำแข็ง เพียงแกะซองเล็กน้อยหรือเจาะรู วางเข้าไมโครเวฟได้เลย
เวลาอุ่น
• 600 W : 2 นาที 30 วินาที
• 800 W : 2 นาที 10 วินาที
• 1100 W : 1 นาที 40 วินาที
แนะนำ : อุ่นเสร็จ พักไว้ 30–60 วินาที แล้วค่อยทาน จะนุ่มฉ่ำกำลังดี
ทริคเพิ่มความอร่อย: เอาไปจี่กระทะต่อ 1 นาที ข้าวจะหอมกรอบขึ้นอีกระดับ! ????
มาลองชิมไก่ทอดทัตสึตะอาเกะสไตล์ญี่ปุ่นกันค่ะ
เมนูไก่ทอดเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆ คน เนื้อไก่นุ่มๆ ชุ่มฉ่ำ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้แป้งกรอบๆ แค่คิดก็ฟินแล้วใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งเมนูไก่ชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่นนี่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นมื้อหลักหรือเอาไว้เป็นของทานเล่นก็เคี้ยวเพลินไม่ต่างกัน
เราขอแนะนำไก่ทอดทัตสึตะอาเกะรสชาติเยี่ยมเกรดส่งออก ทำจากสะโพกไก่เนื้อนุ่ม นำมาปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองสูตรพิเศษให้อร่อยกลมกล่อม เพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วยกลิ่นหอมจากกระเทียมและขิงที่ผสานเข้ากันเป็นอย่างดี เคลือบด้วยแป้งที่ไม่หนาจนเกินไป ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ไม่เลี่ยน ไม่ว่าจะอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ นำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือทอดในน้ำมันร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ ค่ะ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
ทำพิซซ่าญี่ปุ่นใครว่ายาก
แป้งสำเร็จรูปจากแบรนด์ Nippn ห่อนี้ เรานำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้คุณสามารถทำพิซซ่าญี่ปุ่น หรือ โอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของเรา ทำให้พิซซ่าญี่ปุ่นของคุณนุ่ม ฟู ไม่แห้งกระด้าง อร่อยในแบบต้นฉบับแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 4 ที่
วิธีทำ
1. ใส่แป้งโอโคโนมิยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง ขิงสับละเอียดนิดหน่อย และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง หมู ฯลฯ)
2. นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน (200C) เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย ก่อนตักแป้งโอโคโนมิยากิครึ่งหนึ่งออกเป็นทรงกลม ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที ให้ใส่กระหล่ำปลี และไส้ที่ชอบ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
3. พลิกอีกด้านอย่างระมัดระวังและปิดฝากระทะ ทิ้งไว้อีกประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นเปิดฝากระทะ ทิ้งไว้ 1 นาที
4. ตักใส่จาน พร้อมราดซอสโอโคโนมิยากิ มายองเนส และเกล็ดปลาโบนิโตะ
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผา เมื่อได้รับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ Size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส