นัตโตะวีแกนจากญี่ปุ่น อร่อยง่าย ได้สุขภาพ
ทำไมต้องถั่วเหลือง จากฮอกไกโด ?
หัวใจสำคัญของนัตโตะกล่องนี้คือ การเลือกใช้ถั่วเหลืองสายพันธุ์ "Yukishizuka" (ゆきしずか) ซึ่งเป็นถั่วเหลืองเมล็ดเล็ก ชื่อดังจากฮอกไกโด จากข้อมูลทางการเกษตรของญี่ปุ่นระบุว่า ถั่วสายพันธุ์นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อการทำนัตโตะโดยเฉพาะ เพราะเมล็ดที่เล็กจะช่วยให้จุลินทรีย์สามารถย่อยสลายและสร้างความหนืดได้ทั่วถึงทุกอณูเมล็ด ส่งผลให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มนวลและมีความหวานของถั่วตามธรรมชาติที่ชัดเจนกว่าถั่วเมล็ดใหญ่
"ยามะวาซาบิ" มนต์เสน่ห์ความเผ็ดฉุนสีขาว
ความพิเศษที่ไม่เหมือนใครของผลิตภัณฑ์นี้คือซอสปรุงรสที่ใช้ "ยามะวาซาบิ"หรือ ฮอร์สแรดิช สีขาวที่เป็นของขึ้นชื่อแห่งฤดูหนาวในฮอกไกโด
• ความต่าง: ยามะวาซาบิจะมีความเผ็ดร้อนที่พุ่งขึ้นจมูกและจางหายไปอย่างรวดเร็ว ต่างจากวาซาบิสีเขียวทั่วไป
• รสชาติ: เมื่อนำมาผสมกับนัตโตะ ความฉุนนี้จะช่วยตัดกลิ่นเฉพาะตัวของถั่วเน่าได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ทานง่ายและให้ความรู้สึกสดชื่นในทุกคำ
มาตรฐาน "นัตโตะวีแกน" ที่ทั่วโลกยอมรับ
โดยปกติแล้ว ซอสนัตโตะทั่วไปมักจะมีส่วนผสมของ "โบนิโตะดาชิ" (สารสกัดจากปลาโอแห้ง) แต่ มารุคิน ฟู้ด ได้พัฒนาสูตรที่ปราศจากเนื้อสัตว์ 100% โดยได้รับตราสัญลักษณ์ Vegan Certified จาก VegeProject Japan ซึ่งเป็นองค์กรรับรองมาตรฐานมังสวิรัติที่เข้มงวดที่สุดในญี่ปุ่น เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งตัวถั่วและซอสปรุงรสทำจากพืชและวัตถุดิบธรรมชาติเท่านั้น
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
เซ็น
เติมความสดชื่อคลายร้อน ไปกับ มุกิฉะ
อาหารเพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่น ที่กินง่ายและอร่อยลงตัว
สำหรับใครที่อยากลองทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือเนื้อสัมผัส เราขอแนะนำ นัตโตะ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรเม็ดเล็กพิเศษ เพราะนี่คือตัวเลือกที่ถูกใจคนญี่ปุ่นและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่ ที่สำคัญคือมาพร้อมกับคุณประโยชน์ด้านสุขภาพแบบเต็มๆ
นัตโตะคือเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น เป็นถั่วเหลืองหมักที่อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติกและเอนไซม์ นัตโตะไคเนส ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น และยังดีต่อสุขภาพหัวใจ รวมถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย
จุดเด่น
• เม็ดเล็ก เคี้ยวง่าย: นัตโตะของฮามานะสึเป็นแบบเม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu) ทำให้เนื้อสัมผัสมีความละเอียดกว่าแบบเม็ดใหญ่ และผสมเข้ากับซอสได้ง่ายกว่า ถูกปากคนที่ไม่คุ้นเคยกับความเหนียวของนัตโตะ
• รสชาติกลมกล่อมลงตัว: นัตโตะถ้วยนี้มาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่ให้รสอูมามิ ทำให้รสชาติของถั่วเหลืองหมักมีความกลมกล่อมและอร่อยยิ่งขึ้น เพียงแค่เติมซอสและมัสตาร์ดที่มาในแพ็กเกจ ก็พร้อมทานได้ทันที
• คุณภาพญี่ปุ่นแท้ๆ: สินค้านี้ถูกนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสะอาดในกระบวนการผลิต ทำให้คุณมั่นใจได้ว่านัตโตะที่คุณทานนั้น สดใหม่และได้มาตรฐาน
วิธีทำความอร่อยง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นนิยมทาน นัตโตะ ในมื้อเช้า เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ไปตลอดวัน วิธีทานก็ง่ายมากๆ
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. เปิดฝาและเทซอสกับมัสตาร์ดที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนเกิดฟองและความเหนียวเป็นเส้นใย
4. ตักวางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือจะทานคู่กับไข่แดงและต้นหอมซอยก็อร่อยลงตัว
คล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหน นัตโตะฮามานะสึ ก็พร้อมเป็นสุดยอดอาหารสุขภาพที่ทำให้คุณรู้สึกดีได้ทุกวัน ลองสั่งไปชิม แล้วคุณจะติดใจกับความอร่อยที่มีประโยชน์ต่อร่างกายถ้วยนี้เลย!"
ถั่วหมัก (นัตโตะ) หนึ่งในเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น
นัตโตะหรือถั่วหมักสไตล์ญี่ปุ่นได้รับการยอมรับว่าเป็น Superfood เพราะอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมายที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี 12 วิตามิน K สารต้านอนุมูลอิสระ และโปรไบโอติกที่ช่วยในการย่อย ทำให้กระเพาะและลำไส้ของเราทำงานได้ดีขึ้น ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานนัตโตะเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในมื้อเช้า เพียงแค่มีข้าวสวยร้อนๆ โปะด้วยนัตโตะและราดด้วยโชยุสักหน่อยก็พร้อมอร่อยได้ทันที ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่คุณไม่ควรพลาด
Daruma เป็นแบรนด์นัตโตะที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานในญี่ปุ่น Hakodate Hikiwari Natto กล่องนี้ทำมาจากถั่วเหลืองที่ปลูกในเมืองฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด นำมาสับหยาบๆ และหมักด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิมซึ่งจะดึงรสชาติตามธรรมชาติของถั่วเหลืองออกมา เป็นนัตโตะที่เหมาะสำหรับทุกคนแม้กระทั่งมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มรับประทาน มาพร้อมซอสและมัสตาร์ดในกล่องค่ะ
วิธีอร่อยกับดารุมะนัตโตะ
1. นำนัตโตะออกจากช่องแช่แข็ง ตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องจนคลายความเย็น ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
2. เทซอสและมัสตาร์ดลงไปบนนัตโตะแล้วคนให้เข้ากัน
3. รับประทานได้ทันทีค่
ถ้าพูดถึงอาหารสุขภาพยอดฮิตของญี่ปุ่น “นัตโตะ” คือตัวท็อปที่คนรักสุขภาพทั่วโลกยอมใจ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งกลิ่นและสัมผัสเหนียวนุ่ม ไม่ใช่แค่ของกินเล่นธรรมดา แต่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงจากถั่วเหลืองหมัก อัดแน่นด้วยจุลินทรีย์ดีที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ และยังมีวิตามินสำคัญอย่างวิตามิน K2 สำหรับรุ่นนี้เป็นแบบ “เม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu)” ทำให้เคี้ยวง่าย เนื้อเนียน คลุกซอสได้เข้ากันมากขึ้น เหมาะทั้งมือใหม่ที่อยากลองและสายกินตัวจริง มาพร้อมซอสปรุงรสและมัสตาร์ดในชุด แค่ฉีก เท คลุก ก็ได้รสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นทันที จะกินกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือดัดแปลงเมนูก็อร่อยลงตัว
นัตโตะโอฮาโย่ จากจังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ใช้ถั่วเหลืองคุณภาพดี ผ่านการนึ่งจนได้ความนุ่มพอดี ก่อนนำไปหมักด้วยจุลินทรีย์ Bacillus subtilis จนเกิดเป็นเส้นใยเหนียวนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นแหล่งของสารอาหารสำคัญอย่างเอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase) ที่ช่วยสนับสนุนระบบไหลเวียนโลหิต รวมถึงโพรไบโอติกส์ที่ดีต่อระบบขับถ่าย จุดเด่นอีกอย่างคือรสชาติที่กลมกล่อม ด้วยซอสโชยุผสมสารสกัดจากปลาโบนิโตะและหอยเชลล์ รวมถึงวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างเห็ดหอม ช่วยเพิ่มความอูมามิ (Umami) และลดกลิ่นเฉพาะตัวของนัตโตะ ทำให้ทานง่ายขึ้น แม้สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มลอง พูดง่าย ๆ คือนี่คือซูเปอร์ฟู้ดญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อย กินง่าย และดูแลสุขภาพได้ในคำเดียว
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
สุดยอดเกลือจากญี่ปุ่น เค็มน้อย อร่อยมาก
เพิ่มรสชาติอูมามิให้ทุกเมนู! ด้วยผงซุปกึ่งสำเร็จรูปคอมบุดาชิ จากแบรนด์ มารุโตโมะ
ดาชิ เป็นน้ำซุปที่ใช้ในการทำอาหารญี่ปุ่นหลากหลายชนิด โดยเฉพาะอาหารประเภทน้ำซุปต่างๆ เช่น มิโซะซุป ราเมง อุด้ง ซุปชาบู เป็นต้น ทางแบรนด์ได้คัดสรรสาหร่ายทะเลในช่วงที่อร่อยที่สุด ป่นเป็นผงเพื่อให้ละลายน้ำได้ง่าย ทำให้น้ำซุปดาชินี้มีรสชาติเข้มข้น และได้ความอูมามิจากสาหร่ายคอมบุอย่างลงตัว
วิธีใช้
• ผงดาชิ 4 กรัม ต่อ น้ำ 600 มล. สำหรับทำซุปมิโซะ (สำหรับ 4 ที่)
• ผงดาชิ 4 กรัม ต่อ น้ำ 400 มล. สำหรับทำซุปราเมง (สำหรับ 2 ที่)
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
นัตโตะ พร้อมซอสสูตรพิเศษจากซากุระ
ฮามานะสึ นัตโตะ ได้คัดสรรเมล็ดถั่วเหลืองที่มีคุณภาพจากฮอกไกโด เป็นแบบเม็ดเล็กมาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆของซากุระ ทำให้การทานนัตโตะง่ายขึ้น
นัตโตะเป็นอาหารที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยในเรื่องของกระดูก ดีต่อสุขภาพหัวใจ ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และยังมีโปรไบโอติกที่ช่วยในการย่อย ทำให้กระเพาะและลำไส้ของเราทำงานได้ดีขึ้น ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานนัตโตะเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในมื้อเช้า เพียงแค่มีข้าวสวยร้อนๆ โปะด้วยนัตโตะและราดด้วยโชยุสักหน่อยก็พร้อมอร่อยได้ทันที ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่คุณไม่ควรพลาด
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
มาทำไก่ทอดคาราอาเกะสไตล์จีนกันเถอะ!
Weipa karaage ko ปรับสูตรจากสูตรคาราอาเกะเดิมๆ ให้ออกมาเป็นสไตล์จีน มีรสของกระเทียม ความสไปซี่จากเครื่องเทศ และกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสมเข้ากับเนื้อไก่แล้วนำไปทอด ก็จะได้ลิ้มรสคาราอาเกะที่กรอบอร่อยอย่างไม่จำเจ
ส่วนผสม
- แป้งคาราอาเกะ 1 ซอง
- น้ำเปล่า 80 มล.
- เนื้อไก่ 400-500กรัม
วิธีทำ
1. นำแป้ง และ น้ำ มาผสมและคนให้เข้ากัน
2. หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นนำไปชุบกับแป้งที่ผสมเตรียมไว้
3. ตั้งกระทะและน้ำมัน อุณหภูมิ 165-175 องศา
4. นำไก่ที่ชุปแป้งลงไปทอด ประมาน 3-4 นาที แล้วจึงนำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
ทำไมเมนูนี้ถึงนิยมในญี่ปุ่น
“มะโบะฮารุซาเมะ” เป็นเมนูวุ้นเส้นผัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารจีน แต่ถูกปรับรสชาติให้เข้ากับสไตล์ญี่ปุ่น จึงมีความหวานกลมกล่อมและทานง่าย เมนูนี้จึงกลายเป็นอาหารยอดนิยมที่มักพบในครัวเรือนญี่ปุ่น เพราะทำง่าย อิ่มท้อง และสามารถปรับสูตรได้หลากหลายตามวัตถุดิบที่มีอยู่ เช่น หมูสับ เต้าหู้ กุ้ง หรือผักต่างๆ
ผลิตภัณฑ์มะโบะฮารุซาเมะ จากแบรนด์นากาทานิเอ็น ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนสามารถทำเมนูนี้ได้อย่างสะดวก ภายในซองมีวุ้นเส้นคุณภาพดีและซอสปรุงรสหวานเข้มข้นที่ผสมผสานเครื่องเทศสไตล์จีนและญี่ปุ่นอย่างลงตัว เมื่อนำไปผัดรวมกับเนื้อสัตว์หรือผัก ซอสจะซึมเข้าเส้นวุ้นใสเหนียวนุ่ม ทำให้ได้รสชาติกลมกล่อม หอมเครื่องเทศเล็กน้อย และหวานกำลังดี เหมาะกับทุกวัย ด้วยความสะดวกและรสชาติที่อร่อยลงตัว จึงทำให้เมนูวุ้นเส้นผัดซอสสไตล์ญี่ปุ่นจานนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะทำเป็นมื้ออาหารง่าย ๆ สำหรับครอบครัว หรือใช้เป็นเมนูเสริมในร้านอาหาร ก็สามารถสร้างความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
• เตรียมเห็ดหูหนู หน่อไม้ หมูสับ แครอท และพริก ในปริมาณพอดีกับซอสในซอง
• ตั้งกระทะใส่น้ำลงไป 400 มล. ฉีกซองวุ้นเส้นแห้งเทลงไป คนเล็กน้อยจนเดือด
• เมื่อเดือด ให้ใส่วัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงในกระทะ คนเบาๆ จนทุกอย่างสุก จากนั้นฉีกซองเครื่องปรุงรสเทลงไป
คนให้เข้ากัน เคี่ยวต่อประมาณ 3–5 นาที ตักใส่จานพร้อมรับประทาน
เคล็ดลับเพิ่มความอร่อย :โรยต้นหอม หรือพริกญี่ปุ่นเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น
มาโบฮารุซาเมะ คือเมนูยอดฮิตที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยการนำเอา "วุ้นเส้น" มาผัดกับ "ซอสมาโบ" (เต้าหู้ทรงเครื่องแบบจีนที่ปรับรสชาติให้เข้ากับลิ้นคนเอเชีย) นากาตานิเอน แบรนด์อาหารชั้นนำจากญี่ปุ่น ได้รังสรรค์สูตรรสเผ็ด นี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนที่ชอบความจัดจ้าน โดยดึงจุดเด่นของเครื่องเทศอย่างฮวาเจียวมาสร้างความหอมและเผ็ดซ่านิดๆ ตัดกับความหวานกลมกล่อมของเนื้อสัตว์และผักนานาชนิด เป็นเมนูที่ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ได้อย่างลงตัว หรือจะทานเดี่ยวๆ เป็นมื้อกลางวันที่เร่งรีบก็อิ่มอร่อยได้ไม่แพ้กัน ทำง่ายในไม่กี่นาที ได้เมนูญี่ปุ่นแท้ ๆ เหมือนทานที่ร้าน
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
วิธีทำด้วยกระทะ :
• เตรียมเห็ดหูหนู, หน่อไม้, หมูสับ, แครอทและพริก ในปริมาณที่พอดีกับซอสในซอง
• เตรียมน้ำสะอาด 400 มล. ฉีกซองวุ้นเส้นแห้งเทลงไป คนเฉยๆ จนเดือด
• ใส่ วุ้นเส้น ลงไป ต้มประมาณ 2 นาทีจนวุ้นเส้นเริ่มคลายตัว
• ให้ใส่วัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงในกระทะ คนเบา จนทุกอย่างสุกจากนั้นฉีกซองซอสมาโบะ
ปรุงรสชนิดเผ็ดเข้มข้นเทลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นเคี่ยวต่อประมาณ 3-5 นาที
ตักใส่จานพร้อมรับประทาน
วิธีทำด้วยไมโครเวฟ:
• นำวุ้นเส้นใส่ชามทนความร้อน เติมน้ำ 300 มล. และเทซอสลงไป
• ปิดฝาหรือคลุมด้วย Wrap นำเข้าไมโครเวฟ (600W) ประมาณ 6 นาที
• นำออกมาคนให้เข้ากัน พร้อมรับประทาน
???? เคล็ดลับเพิ่มความอร่อย :โรยต้นหอม หรือพริกญี่ปุ่นเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น
กุ้งหวานญี่ปุ่น เนื้อเด้ง ใส พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
กุ้งหวานญี่ปุ่น (Ama Ebi) เป็นกุ้งขนาดเล็กสีชมพู เปลือกนิ่ม เป็นกุ้งที่อาศัยอยู่ในน้ำเย็น และต้องเป็นแหล่งน้ำที่สะอาดมากๆ ทำให้กุ้งหวานไม่มีกลิ่นคาว มีรสชาติหวานเป็นเอกลักษณ์ เนื้อนุ่ม ให้รสสัมผัสเด้งกรอบ นิยมทานโดยไม่ปรุงเพื่อสัมผัสรสชาติความหวานของกุ้งมากที่สุด เมนูที่นิยมมากที่สุดคือการทานดิบแบบซูชิ หรือซาชิมิ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาแซลมอน และกำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพดีที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนโคโฮ (Coho Salmon) จากแบรนด์ไอเซน (AYSEN) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนี่คือปลาที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดและได้รับการรับรองคุณภาพ ทำให้คุณมั่นใจในความสดใหม่และรสชาติแบบพรีเมียม
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน คืออะไร?
ปลาแซลมอนโคโฮเป็นปลาแซลมอนอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปลาจากแบรนด์ไอเซน มาจากฟาร์มเลี้ยงในประเทศชิลี ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไอเซน (Aysén) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพสูง เนื้อปลามีสีส้มอมแดงเข้มคล้ายแซลมอนซ็อกอาย (Sockeye Salmon) แต่มีจุดเด่นคือ มีไขมันแทรกน้อยกว่าแซลมอนแอตแลนติก ทำให้เนื้อสัมผัสมีความแน่น ไม่เลี่ยน และเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือรักสุขภาพ
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน ดียังไง?
• ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ: ด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มีแคลอรีต่ำ และยังคงอุดมไปด้วย Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
• คุณภาพระดับซาชิมิ (Sashimi Quality): ปลาแซลมอนของเราได้รับการแปรรูปภายใน 8 ชั่วโมงหลังการจับ และทำทุกขั้นตอนในห้องคุมอุณหภูมิ ทำให้มั่นใจในความสดใหม่และคุณภาพที่เหมาะสำหรับการนำไปทำซาชิมิ
• Trim C: คือมาตรฐานการแล่ปลาที่มีการตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยมีการนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างปลาบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone) ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปทำอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องมาเสียเวลาเลาะก้างเอง
เมนูแนะนำ
เนื้อปลาแซลมอนโคโฮ Trim C เหมาะสำหรับทำอาหารได้หลากหลายเมนู
• ซาชิมิ หรือ ซูชิ: ด้วยคุณภาพระดับซาชิมิ จึงสามารถหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อทานแบบดิบได้อย่างปลอดภัย
• สเต๊กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือทอดในกระทะ จะได้เนื้อที่แน่นและหนังกรอบ
• ปลาแซลมอนอบ: นำไปอบในเตาอบพร้อมกับเครื่องเทศที่คุณชื่นชอบ
• เมนูอื่น ๆ: นำไปประกอบเมนูผัด หรือยำแบบไทย ๆ ก็อร่อยเข้ากัน
วิธีเตรียมปลา
1. นำปลาออกจากช่องแช่แข็ง และนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อละลายน้ำแข็ง
2. เมื่อปลาละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถนำไปล้างและซับน้ำให้แห้ง
3. หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ แล้วนำไปประกอบอาหารได้ทันที
สัมผัสความอร่อยจากทะเลชิลีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ปลาแซลมอนคุณภาพเยี่ยมที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพในครัวของคุณ
หากพูดถึงเมนูเส้นที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น หนึ่งในเมนูที่หลายคนรู้จักคือ วุ้นเส้นผัดซอส เมนูนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารจีน แต่ถูกปรับรสชาติให้กลมกล่อมและเข้ากับสไตล์การกินของชาวญี่ปุ่น จึงมีรสเผ็ดกำลังดี หอมเครื่องเทศ และมีความกลมกล่อมมากขึ้น วุ้นเส้นที่ใช้มีความเหนียวนุ่ม ดูดซับซอสได้ดี ทำให้ทุกคำเต็มไปด้วยรสชาติของซอสหมาล่าที่เข้มข้น ภายในซองมีทั้งวุ้นเส้นและซอสปรุงรสพร้อมเครื่องปรุงต่าง ๆ ทำให้สะดวกในการทำ เพียงเติมน้ำแล้วเคี่ยวไม่กี่นาที ก็ได้เมนูวุ้นเส้นผัดซอสหอม ๆ ที่อร่อยเหมือนทำจากร้านอาหาร เมนูนี้ยังสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย เช่น ใส่หมูสับ เต้าหู้ เห็ด หรือผักต่าง ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและทำให้มื้ออาหารสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับทั้งคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น คนรักเมนูเส้น และคนที่ต้องการเมนูง่าย ๆ แต่รสชาติอร่อยระดับพรีเมียม 1 ซองสามารถทำทานได้ถึง 3 ที่ สามารถเพิ่มคุณค่าทางอาหารและรสชาติให้ดียิ่งขึ้น โดยการเติม ผักสด (เช่น ต้นหอมญี่ปุ่น), เนื้อสัตว์เพิ่มเติม (เช่น หมูสับหรือกุ้ง) หรือเสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ จะเข้ากันดี
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
วิธีทำด้วยกระทะ :
• เตรียมเห็ดหูหนู, หน่อไม้, หมูสับ, แครอทและพริก ในปริมาณที่พอดีกับซอสในซอง
• เตรียมน้ำสะอาด 400 มล. ฉีกซองวุ้นเส้นแห้งเทลงไป คนเฉยๆ จนเดือด
• ใส่ วุ้นเส้น ลงไป ต้มประมาณ 2 นาทีจนวุ้นเส้นเริ่มคลายตัว
• ให้ใส่วัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงในกระทะ คนเบา จนทุกอย่างสุกจากนั้นฉีกซองซอสมาโบะ ปรุงรสชนิดเผ็ดเข้มข้นเทลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นเคี่ยวต่อประมาณ 3-5 นาที ตักใส่จานพร้อมรับประทาน
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาแซลมอน และกำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพดีที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนโคโฮ (Coho Salmon) จากแบรนด์ไอเซน (AYSEN) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนี่คือปลาที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดและได้รับการรับรองคุณภาพ ทำให้คุณมั่นใจในความสดใหม่และรสชาติแบบพรีเมียม
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน คืออะไร?
ปลาแซลมอนโคโฮเป็นปลาแซลมอนอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปลาจากแบรนด์ไอเซน มาจากฟาร์มเลี้ยงในประเทศชิลี ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไอเซน (Aysén) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพสูง เนื้อปลามีสีส้มอมแดงเข้มคล้ายแซลมอนซ็อกอาย (Sockeye Salmon) แต่มีจุดเด่นคือ มีไขมันแทรกน้อยกว่าแซลมอนแอตแลนติก ทำให้เนื้อสัมผัสมีความแน่น ไม่เลี่ยน และเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือรักสุขภาพ
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน ดียังไง?
• ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ: ด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มีแคลอรีต่ำ และยังคงอุดมไปด้วย Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
• คุณภาพระดับซาชิมิ (Sashimi Quality): ปลาแซลมอนของเราได้รับการแปรรูปภายใน 8 ชั่วโมงหลังการจับ และทำทุกขั้นตอนในห้องคุมอุณหภูมิ ทำให้มั่นใจในความสดใหม่และคุณภาพที่เหมาะสำหรับการนำไปทำซาชิมิ
• Trim C: คือมาตรฐานการแล่ปลาที่มีการตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยมีการนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างปลาบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone) ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปทำอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องมาเสียเวลาเลาะก้างเอง
เมนูแนะนำ
เนื้อปลาแซลมอนโคโฮ Trim C เหมาะสำหรับทำอาหารได้หลากหลายเมนู
• ซาชิมิ หรือ ซูชิ: ด้วยคุณภาพระดับซาชิมิ จึงสามารถหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อทานแบบดิบได้อย่างปลอดภัย
• สเต๊กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือทอดในกระทะ จะได้เนื้อที่แน่นและหนังกรอบ
• ปลาแซลมอนอบ: นำไปอบในเตาอบพร้อมกับเครื่องเทศที่คุณชื่นชอบ
• เมนูอื่น ๆ: นำไปประกอบเมนูผัด หรือยำแบบไทย ๆ ก็อร่อยเข้ากัน
วิธีเตรียมปลา
1. นำปลาออกจากช่องแช่แข็ง และนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อละลายน้ำแข็ง
2. เมื่อปลาละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถนำไปล้างและซับน้ำให้แห้ง
3. หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ แล้วนำไปประกอบอาหารได้ทันที
สัมผัสความอร่อยจากทะเลชิลีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ปลาแซลมอนคุณภาพเยี่ยมที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพในครัวของคุณ
สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ในรูปแบบที่ง่ายกว่าเดิม ซุปหูฉลามสูตรนี้เน้นความลงตัวของ "ซอสโชยุ" และน้ำซุปสกัดจากโครงไก่และหมู ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ตามแบบฉบับอาหารกวางตุ้งแท้ๆ เนื้อซุปมีความข้นกำลังดี เมื่อทานคู่กับหูฉลามและเห็ดหูหนูจะให้สัมผัสที่กรุบกรอบและนุ่มละมุนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับเป็นเมนูบำรุงร่างกายหรืออาหารจานพิเศษสำหรับครอบครัว หากพูดถึงเมนูระดับตำนานที่ครองใจเหล่านักชิมมาอย่างยาวนาน "ซุปหูฉลาม" คือหนึ่งในลิสต์อันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และการเคี่ยวน้ำซุปที่ต้องใช้ความพิถีพิถันขั้นสูง แต่จะดีแค่ไหน... ถ้าเราสามารถยกเอาบรรยากาศและรสชาติระดับภัตตาคารหรูจากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ที่โต๊ะอาหารในบ้านได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที ซุปหูฉลามเข้มข้นซองนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ซุปกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่ส่งตรงมาจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งที่มีการคัดสรรวัตถุดิบจากทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะหูฉลามที่ผ่านการคัดไซส์และคุณภาพอย่างละเอียด ผสมผสานกับภูมิปัญญาการปรุงอาหารสไตล์กวางตุ้งที่เน้นการดึงรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด
วิธีการปรุงอาหาร
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
*** นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ข้าวต้ม ชะวันมูชิ และบะหมี่เกี๊ยว
เคล็ดลับความอร่อย
• ตัดเลี่ยน: แนะนำให้เหยาะ จิ๊กโฉ่ว (ซอสเปรี้ยว) และ พริกไทยขาว เล็กน้อย จะช่วยชูรสชาติโชยุให้เด่นชัดและกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• เพิ่มเครื่อง: สามารถเติมเนื้อปูแกะ, กุ้งสับ หรือเห็ดหอมซอยลงไปต้มพร้อมซุป เพื่อเพิ่มความหรูหราและเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้นครับ
สำหรับคนรักแซลมอนที่มองหาวัตถุดิบคุณภาพสูงสุด พร้อมความสะดวกในการทำอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก (Atlantic Salmon) จากแบรนด์ คุก (Cooke) คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือปลาแซลมอนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในโลก และผ่านการแล่ตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน
คุณภาพจากแหล่งกำเนิด: ชิลี (Chile)
ปลาแซลมอนของ Cooke ได้รับการเลี้ยงในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดของประเทศ ชิลี โดยเฉพาะในเขตไอเซน (Aysén region) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและมีสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์ การเลี้ยงในสภาพธรรมชาติที่ดีเยี่ยมนี้ ทำให้ปลาแซลมอนมีเนื้อที่นุ่ม สีส้มสดใส และมีรสชาติที่สะอาด พร้อมไขมัน (Omega-3) ที่สมดุลตามธรรมชาติ
แบรนด์ Cooke ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และมีการใช้มาตรฐานการเพาะเลี้ยงอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบอาหารทะเลคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
การแล่ Trim-C เพื่อความสมบูรณ์แบบ
Trim-C คือมาตรฐานการแล่ปลาแซลมอนที่การันตีว่าเนื้อปลาของคุณถูกตัดแต่งอย่างพิถีพิถันสูงสุด
ความสะอาดสูงสุด: เนื้อปลาถูกนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone)
พร้อมใช้งานทันที: ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิ ซูชิ หรือนำไปปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเลาะก้างหรือตัดแต่งไขมันส่วนเกินเอง
เมนูอร่อยที่แนะนำ
ด้วยคุณภาพของปลาแซลมอนแอตแลนติกจากชิลี และการตัดแต่งแบบ Trim-C ที่สะอาด ทำให้เนื้อปลาชนิดนี้เหมาะสำหรับทุกเมนู:
ซาชิมิ/ซูชิ: เนื้อปลานุ่ม สีสวย สามารถนำไปหั่นเป็นชิ้นเพื่อสัมผัสความสดใหม่แบบเต็มคำ
สเต็กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือจี่บนกระทะเพื่อดึงรสชาติไขมันธรรมชาติออกมาให้หอมกรุ่น
อบ/เบค: อบพร้อมเครื่องเทศหรือสมุนไพร เพื่อมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ
ไม่ว่าคุณจะทำอาหารในบ้านหรือต้องการวัตถุดิบคุณภาพเพื่อเสิร์ฟในร้านอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก Trim-C จาก Cooke คือทางเลือกที่จะช่วยยกระดับทุกเมนูของคุณให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่ายดาย
วิธีละลายสินค้าแช่แข็ง
❄️ ละลายในตู้เย็น (แนะนำที่สุด)
- วางสินค้าไว้ในช่องธรรมดาของตู้เย็นประมาณ 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาด)
- วิธีนี้ช่วยรักษาคุณภาพและความสดของสินค้าได้ดีที่สุด
❄️ ละลายในน้ำเย็น (สำหรับการเร่งเวลา)
- นำสินค้าทั้งถุงแช่ในน้ำเย็น
- เปลี่ยนน้ำใหม่ทุก 30 นาที จนกว่าสินค้าจะคลายตัว
❄️ ละลายในอุณหภูมิห้อง (เฉพาะบางประเภท)
- วางสินค้าไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 40 นาที
สัมผัสตำนานความอร่อยจากญี่ปุ่น... ซุปหูฉลามเข้มข้นสไตล์เสฉวน
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อสุดหรูระดับภัตตาคารง่ายๆ ที่บ้านคุณ! ด้วยซุปหูฉลามแท้ที่คัดสรรวัตถุดิบจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ แหล่งหูฉลามอันดับ 1 ของญี่ปุ่นที่ทั่วโลกยอมรับ มาในสูตรสไตล์เสฉวน ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมน้ำมันงา และมีความเผ็ดปลายลิ้นเบาๆ จากโต้วปั้นเจี้ยว (เต้าเจี้ยวพริก) ช่วยชูรสให้ทานสนุกและไม่เลี่ยน
จุดเด่นที่คุณต้องลอง:
• จุดเด่น : หูฉลามแท้จากเมืองเคะเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหูฉลามที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น
• รสชาติ : สูตรเสฉวน ที่มีความหอมของเครื่องเทศและโต้วปั้นเจี้ยว ให้รสชาติเผ็ดนิดๆ กลมกล่อมลุ่มลึก
• คอลลาเจน : มีคอลลาเจนสูงถึง 2,800 มิลลิกรัม ช่วยบำรุงผิวพรรณและข้อต่อในชามเดียว
• คุณภาพพรีเมียม : ใช้เทคโนโลยี Retort Pouch คงความสดและสารอาหารครบถ้วนโดยไม่ใส่วัตถุกันเสีย
• ความคุ้มค่า : 1 ซอง ขนาด 200 กรัม เป็นสูตรเข้มข้น สามารถทำทานได้ถึง 3-4 คน
วิธีทำง่ายๆ ใน 5 นาที :
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
เคล็ดลับความอร่อย
• จิ๊กโฉ่ว (Black Vinegar): เหยาะจิ๊กโฉ่วลงไปเล็กน้อยตอนจะทาน ความเปรี้ยวของมันจะไปตัดเลี่ยนและดึงรสหวานของหูฉลามให้เด่นชัดขึ้น
• พริกไทยขาวป่น: แนะนำให้ใช้พริกไทยขาวแท้ป่นละเอียด โรยหน้าก่อนเสิร์ฟเพื่อเพิ่มความร้อนแรงแบบนุ่มนวล
• น้ำมันพริกรายู (Layu): เนื่องจากเป็นซุปสไตล์เสฉวน การหยดน้ำมันพริกญี่ปุ่นลงไปสัก 2-3 หยดจะช่วยเพิ่มสีสันและกลิ่นหอมที่เย้ายวนใจ
• โรยหน้าด้วยผักชีหรือต้นหอมซอย: ความสดของผักสีเขียวจะช่วยตัดรสเข้มข้นของซุปทำให้ทานได้คล่องคอขึ้น
• ทานคู่กับข้าวกรอบ: ลองทานคู่กับข้าวตังหรือข้าวพอง(Okaki) จะได้มิติการทานที่สนุกขึ้นจากความกรอบที่ชุ่มไปด้วยน้ำซุป
"ความอร่อยระดับเชฟญี่ปุ่น ในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง... อิ่ม อร่อย และได้ผิวสวยไปพร้อมกัน!"