นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซอสครีมต้มยำมันกุ้ง (แบบแห้ง)
• ถึงเครื่องต้มยำพร้อมรสชาติมันกุ้งเข้มข้น รสเปรี้ยว เผ็ดจัดจ้าน ผสานเส้นคุณภาพเหนียวนุ่มของนิสชิน ในรูปแบบแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกุ้งอบแห้ง ไข่อบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
นัตโตะ พร้อมซอสสูตรพิเศษจากซากุระ
ฮามานะสึ นัตโตะ ได้คัดสรรเมล็ดถั่วเหลืองที่มีคุณภาพจากฮอกไกโด เป็นแบบเม็ดเล็กมาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆของซากุระ ทำให้การทานนัตโตะง่ายขึ้น
นัตโตะเป็นอาหารที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยในเรื่องของกระดูก ดีต่อสุขภาพหัวใจ ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และยังมีโปรไบโอติกที่ช่วยในการย่อย ทำให้กระเพาะและลำไส้ของเราทำงานได้ดีขึ้น ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานนัตโตะเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในมื้อเช้า เพียงแค่มีข้าวสวยร้อนๆ โปะด้วยนัตโตะและราดด้วยโชยุสักหน่อยก็พร้อมอร่อยได้ทันที ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่คุณไม่ควรพลาด
อร่อยได้ง่ายๆ ด้วยเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น!
สาหร่ายทะเลปรุงรสด้วยกลิ่นหอมของใบชิโซะและใบชิโสะสีเขียว สามารถใช้เป็นส่วนผสมในข้าวปั้น เป็นกับข้าวหรือโจ๊ก โรยบนสลัด หรือรับประทานเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย หรือใช้สร้างสรรค์เมนูอื่นๆ ทั้งปรุงสุกและพร้อมรับประทานได้หลากหลายวิธี ทำให้สะดวกและประหยัดเวลา พร้อมเสิร์ฟ
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
เหนื่อยล้ามาทั้งวัน ชาร์จความสดชื่นขั้นสุดด้วยพลังส้มยูสุไซตรัสขวดนี้
บอกลาความเหนื่อยล้าแล้วมาเติมความสดชื่นขั้นสุดบอกเลยว่าฉีกกฎน้ำส้มสายชูแบบเดิมๆไปเลย
• ความหอมสดชื่นจากธรรมชาติ 100%: ผสานพลังความเปรี้ยวอมหวานจากน้ำส้มยูสุ ร่วมกับน้ำส้มและน้ำองุ่นขาวเข้มข้น ให้กลิ่นอโรมาที่หอมเตะจมูกตั้งแต่เปิดขวด
• เปรี้ยวละมุนด้วยเบสข้าวญี่ปุ่น: เลือกใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นชั้นดี รสชาติจึงมีความนุ่มนวล กลมกล่อม ไม่ฉุนและไม่แสบคอเหมือนน้ำส้มสายชูทั่วไป
• ชาร์จพลังลดความเพลีย: เป็นตัวช่วยชั้นยอดในการฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ดื่มแล้วรู้สึกผ่อนคลาย รีเฟรชร่างกายให้กลับมาสดใสกระปรี้กระเปร่าได้ทันที
ไม่ว่าจะสายเฮลตี้ที่ชอบมิกซ์เป็นเครื่องดื่มโซดาคุมน้ำหนัก หรือสายกูร์เมต์ที่ชอบทำน้ำสัดสลัดยูสุโฮมเมดทานเอง บอกเลยว่าขวดนี้ตอบโจทย์ความอร่อยแบบคลีนๆ ได้อย่างไร้ที่ติ
ไอเดียสูตรน้ำสลัดและเมนูสุขภาพ
น้ำสลัดยูสุไซตรัส
ส่วนผสมและอัตราส่วนสำหรับทำน้ำสลัด:
• ฟรุตส์ วินเนการ์ รสยูสุไซตรัส : 20.00%
• น้ำมันรำข้าว : 60.00%
• โชยุ/ซีอิ๊วญี่ปุ่น : 5.00%
• เกลือ : 2.50%
• น้ำส้มยูสุ : 10.00%
• ผิวส้มยูสุ: 2.50%
สมูทตี้ยูสุไซตรัสโยเกิร์ต
ส่วนผสมและสัดส่วนปริมาณต่อแก้ว (น้ำหนักรวม 600 กรัม):
• ฟรุตส์ วินเนการ์ รสยูสุไซตรัส : 150 กรัม
• ส้มแมนดารินแช่แข็ง : 100 กรัม
• น้ำแข็งก้อน : 300 กรัม
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผา เมื่อได้รับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ Size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
“คางปลาบุรี” ความเรียบง่ายอย่างลงตัว
“บุรี” หรือปลา “ฮามาจิ” คือปลาในตระกูล (Yellow Tail) เป็นปลานำเข้าจากญี่ปุ่นชนิดเดียวในโลกที่มีชื่อเรียกหลากหลายไปตามช่วงอายุ จัดเป็นปลาเนื้อขาวที่มีความมันแทรกอยู่ในเนื้อ
“คางปลาบุรี” เป็นเมนูที่พบได้บ่อยในร้านอาหารญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมในงานแต่งงานและงานเฉลิมฉลองอื่นๆ เนื่องจากมีรสชาติอร่อยและเนื้อนุ่มหอม เนื้อใต้คางมีไขมันอยู่มาก ซึ่งทำให้มีรสชาติหวานและเนื้ออร่อย การทำคางปลาบุรี จะใช้วิธีการย่างหรืออบที่ทำให้ผิวเนื้อนอกกรอบและนุ่มอยู่ภายใน มักจะปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยหรือโยชุ หรือเมนูต่างๆอีกมากมาย
วิธีทำคางปลาฮามาจิหรือปลาบุรีย่างเกลือ
1. ตั้งเตาถ่านสำหรับย่าง (ควรตั้งรอประมาณ 45 นาที ไฟจะร้อนพอดี ไม่แรงเกินไป)
2. วางคางปลาบุรีบนตะแกรงย่าง โรยเกลือเล็กน้อย ย่างประมาณ 10 นาที
3. ค่อยๆกลับด้านคางปลา โรยเกลืออีกด้าน แล้วทิ้งไว้อีก 10 นาที กลับด้านทุก 10 นาทีแบบนี้เรื่อยๆ จนสุก (ใช้เวลาทั้งหมด 20-30 นาที แล้วแต่ขนาดของคางปลา)
4. ยกคางปลาฮามาจิลงจาน นำหัวไชเท้าฝอยมาบีบน้ำออก ปั้นเป็นก้อนกลมๆ วางข้างชิ้นปลา พร้อมราดซีอิ๊วบนหัวไชเท้า ก็เสิร์ฟคางปลาบุรีย่างเกลือได้เลย
วิธีการเก็บ
• นำออกมาจากช่องแช่แข็งเฉพาะเท่าที่ต้องการจะประกอบอาหาร ไม่แนะนำให้นำออกมาละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
กุ้งหวานญี่ปุ่น เนื้อเด้ง ใส พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
กุ้งหวานญี่ปุ่น (Ama Ebi) เป็นกุ้งขนาดเล็กสีชมพู เปลือกนิ่ม เป็นกุ้งที่อาศัยอยู่ในน้ำเย็น และต้องเป็นแหล่งน้ำที่สะอาดมากๆ ทำให้กุ้งหวานไม่มีกลิ่นคาว มีรสชาติหวานเป็นเอกลักษณ์ เนื้อนุ่ม ให้รสสัมผัสเด้งกรอบ นิยมทานโดยไม่ปรุงเพื่อสัมผัสรสชาติความหวานของกุ้งมากที่สุด เมนูที่นิยมมากที่สุดคือการทานดิบแบบซูชิ หรือซาชิมิ
แค่นำมาละลายก็พร้อมปรุงเมนูฟักทองได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
HonmonoNippon นำเข้าฟักทองจากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปต้มจนสุกแล้วแช่แข็งทันที เพื่อคงความหวาน มัน อร่อย ตามธรรมชาติของฟักทองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพียงนำออกมาละลายก็พร้อมให้คุณนำไปใส่ในเมนูที่ต้องการได้เลย ไม่ว่าจะเป็น ฟักทองผัดไข่ ฟักทองนึ่งซีอิ๊วสไตล์ญี่ปุ่น สลัดฟักทอง ซุปฟักทอง หรือจะนำมาอุ่นร้อนแล้วรับประทานแบบฟักทองนึ่งก็สะดวกและอร่อย ด้วยเนื้อฟักทองที่ละเอียด แน่น และเนียนนุ่ม พร้อมคุณค่าทางโภชนาการมากมาย ไม่ว่าคุณจะเป็นสาย enjoy eating หรือสายรักสุขภาพ ก็ควรมีติดตู้เย็นไว้เลยค่ะ