ไก่คาราอาเกะ กระเทียมพริกไทยทำง่ายแค่เขย่าแล้วเอาเข้าไมโครเวฟ!
มาทำไก่ทอดในไมโครเวฟกันเถอะ! มีใครอยากลองทำไก่ทอดที่บ้านบ้างไหม? แต่ฉันไม่อยากหมักมัน นอกจากนี้การทอดยังใช้เวลานานและเปลืองน้ำมันอีกด้วย ลองแพ็คนี้สิ! เพียงหั่นไก่เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ผสมหรือเขย่ากับแป้งปรุงรสชุดนี้ จากนั้นเมื่อนำเข้าไมโครเวฟแล้วให้นำออกมาพักไว้สักครู่ ตอนนี้คุณสามารถทำเมนูไก่ทอดแสนอร่อยที่บ้านได้แล้ว。
วิธีการทำ
1. หั่นไก่ (1 ชิ้นมีขนาดประมาณ 4 x 4 ซม. หรือชิ้นละ 30 กรัม)
2. หั่นไก่แล้วเขย่า โรยแป้งให้ทั่ว
3. วางกระดาษรองจาน เอาลงบนจาน ไว้สำหรับวางไก่ วางแยกกันเพื่อไม่ให้ติด
4.ทำความร้อนด้วยไฟฟ้า 600w แล้วตั้งเวลาผ่านหน้าซองด้านหลัง จากนั้นปล่อยให้นั่งสักพัก ขอเพียงแค่สนุกกับเรื่องนี้
มาลองชิมไก่ทอดทัตสึตะอาเกะสไตล์ญี่ปุ่นกันค่ะ
เมนูไก่ทอดเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆ คน เนื้อไก่นุ่มๆ ชุ่มฉ่ำ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้แป้งกรอบๆ แค่คิดก็ฟินแล้วใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งเมนูไก่ชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่นนี่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นมื้อหลักหรือเอาไว้เป็นของทานเล่นก็เคี้ยวเพลินไม่ต่างกัน
เราขอแนะนำไก่ทอดทัตสึตะอาเกะรสชาติเยี่ยมเกรดส่งออก ทำจากสะโพกไก่เนื้อนุ่ม นำมาปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองสูตรพิเศษให้อร่อยกลมกล่อม เพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วยกลิ่นหอมจากกระเทียมและขิงที่ผสานเข้ากันเป็นอย่างดี เคลือบด้วยแป้งที่ไม่หนาจนเกินไป ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ไม่เลี่ยน ไม่ว่าจะอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ นำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือทอดในน้ำมันร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ ค่ะ
ยกระดับมื้อปิ้งย่างของคุณให้ฟินเหมือนนั่งกินที่ร้านดังในญี่ปุ่นด้วยซอสรสโชยุย่างไฟ ซอสพรีเมียมสูตรพิเศษที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี ผสมผสานซีอิ๊วญี่ปุ่นชั้นยอด กลิ่นหอมย่างอันเป็นเอกลักษณ์ และความกลมกล่อมจากเนื้อวัวกับผักเครื่องเทศ ให้รสชาติเข้มข้น หอมฟุ้งติดจมูก เคลือบเนื้อฉ่ำๆ ชวนให้อยากลิ้มลองทุกคำ ทานคู่กับเนื้อย่างร้อนๆ หรือนำไปประยุกต์ทำเมนูผัดก็อร่อยลงตัว ช่วยเปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นมื้อพิเศษได้ง่ายๆที่บ้าน
วิธีรับประทาน
• ใช้เป็นซอสหมัก: หมักเนื้อสัตว์ (เนื้อวัว, หมู, ไก่) กับซอสทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาทีก่อนนำไปย่างหรือทอด
• ใช้เป็นน้ำจิ้ม: เทใส่ถ้วยเพื่อใช้จิ้มเนื้อย่าง บาร์บีคิว หรือชาบูตามชอบ
• ใช้ปรุงรสอาหาร: ใช้เป็นซอสผัดเนื้อสัตว์กับผัก หรือราดบนข้าวหน้าเนื้อเพื่อเพิ่มรสชาติ
เมนูแนะนำ
• เนื้อย่างกระทะร้อนราดซอสซีอิ๊วย่าง
• หมูผัดซอสญี่ปุ่น (Pork Yakiniku)
• ข้าวหน้าเนื้อย่างซอสพรีเมียม
• บาร์บีคิวเสียบไม้ย่างซอส
หอม ละมุน เอกลักษณ์แบบชาญี่ปุ่นแท้ด้วย "ยาบูกิตะ เบลนด์"
ยาบูกิตะ (Yabukita) เป็นสายพันธุ์ของต้นชา หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “ชะโนะกิ” (Chanoki) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในจังหวัดชิซูโอกะ ขึ้นชื่อว่าเป็นสายพันธุ์ชาคุณภาพสูง ให้รสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนเสน่ห์ของชาเขียวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นมาตรฐานของชาเขียวญี่ปุ่นทั้งในด้านรสชาติและความหอม
ทางแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ได้นำใบชายาบุกิตะมาพัฒนาให้เข้ากับรสนิยมของผู้บริโภคยุคใหม่ จนเกิดเป็น “ยาบูกิตะ เบลนด์” (Yabukita Blend) ชารสหอมละมุน ดื่มง่าย เหมาะทั้งสำหรับจิบคู่กับของว่างจานโปรด หรือดื่มเพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายได้อย่างลงตัว
วิธีชงดื่ม
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ความแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปที่คุณไม่ควรมองข้าม!!
สัมผัสความหอมละมุนอย่างลงตัวไปกับ "ชาเก็นไมฉะผสานมัทฉะ" จากแบรนด์ ฮาราดะ
ดื่มด่ำไปกับความหอมละมุนของ ‘เก็นไมฉะ ผสานมัทฉะ’ ชาเขียวเบลนด์พิเศษจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่ผสมผสานความสดชื่นของมัทฉะพรีเมียมเข้ากับความหอมกรุ่นของข้าวคั่วอย่างลงตัว พร้อมทั้งรังสรรค์ความกลมกล่อมจากใบชายาบุกิตะ (Yabukita) สายพันธุ์ยอดนิยมของญี่ปุ่น เกิดเป็นชาเขียวกลิ่นละมุนทำให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้ดื่ม
ยาบูกิตะ (Yabukita) เป็นชาสายพันธุ์ยอดนิยมและปลูกมากที่สุดในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมอ่อนละมุนและรสชาติที่สมดุล จนได้รับการยกย่องให้เป็น “มาตรฐานแห่งชาเขียวญี่ปุ่น”
วิธีชงแบบร้อน:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบเย็น:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เติมน้ำเย็น 120 มล. แช่ไว้ประมาณ 3 นาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
สัมผัสรสชาติชาเขียวแบบดั้งเดิมจากเมืองชิซูโอกะได้แล้ววันนี้
เบื่อกับเมนูเดิมๆหรือยัง ชวนมาสัมผัสความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นกับ แมงกะพรุนปรุงรส ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมาให้คุณอิ่มอร่อยได้ทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม
• รสชาติและสัมผัส : แมงกะพรุนเนื้อแน่นคุณภาพดี คลุกเคล้าด้วยน้ำมันงาหอมกรุ่นและเครื่องปรุงรสกลมกล่อม
ให้รสชาติเค็มหวานกำลังดี หอมกลิ่นน้ำมันงาชัดเจน พร้อมเพิ่มสีสันและความจัดจ้านด้วยพริกซอยละเอียด
ตัวเนื้อแมงกะพรุนมีความกรุบกรอบ เคี้ยวเพลิน ทานแล้วต้องติดใจ
• สะดวกและคุ้มค่า: สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องผ่านความร้อนหรือปรุงเพิ่ม ช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมอาหาร
• ประโยชน์เน้นๆ: ทานเล่นเป็นกับแกล้มหรือเครื่องเคียงช่วยเพิ่มความเจริญอาหาร พร้อมสัมผัสกรุบกรอบ
ที่ช่วยกระตุ้นการเคี้ยว เพิ่มความสนุกในการทานอาหาร
• ปรับประยุกต์ได้หลากหลาย: จะทานเป็นเครื่องเคียง ทานเล่น หรือนำไปยำรวมกับผักและเนื้อสัตว์
เพื่อเป็นวัตถุดิบเสริมในเมนูต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารและทำให้มื้ออาหารของคุณน่ารับประทานยิ่งขึ้น
วิธีรับประทาน
• วิธีละลาย: ย้ายจากช่องแช่แข็งมาไว้ที่ช่องตู้เย็นปกติเพื่อ,ปล่อยให้ละลายช้าๆ หรือสามารถนำมารับประทานได้ทันทีหลังจากสินค้าคลายความเย็น
• ควรระวัง: เมื่อละลายแล้วควรเก็บไว้ในตู้เย็น (อุณหภูมิต่ำกว่า 10°C) และควรรับประทานให้หมดภายใน 30 วัน และห้ามนำกลับไปแช่แข็งซ้ำอีกครั้ง
• การปรุง: ไม่จำเป็นต้องผ่านความร้อน สามารถเปิดซองแล้วทานได้ทันที
น้ำสลัดปราศจากน้ำมัน อร่อยง่าย ได้ประโยชน์
น้ำสลัดสไตล์ญี่ปุ่น แบบไร้น้ำมัน แคลลอรี่ต่ำ เหมาะกับคนควมคุมน้ำหนัก
น้ำสลัดปราศจากน้ำมัน อร่อยง่าย ได้ประโยชน์
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
เอาใจคนไม่กินเผ็ดกับซอสปิ้งย่างรสเผ็ดน้อยรสหวานนวล
มาตามคำเรียกร้องสำหรับซอสปิ้งย่างรสเผ็ดกลาง
วาราบิโมจิ หอมคินาโกะ นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสคินาโกะ จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงคินาโกะหอมๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า ขนมหวานญี่ปุ่นที่หลายๆคนต่างติดใจ
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดง (Kokuto) และคลุกเคล้าผงคินาโกะ รสชาติมีความหวานละมุนลิ้น ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ทำให้แบ่งทานได้สะดวก ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างคู่กับชาร้อนๆ หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผา เมื่อได้รับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
ดองผักให้อร่อยในพริบตา! ด้วย Asazuke no Moto จาก Ebara
Asazuke no Moto จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) เป็นน้ำปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับการทำผักดองสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ และรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “อาซาซึเกะ” (Asazuke) ด้วยรสชาติที่เค็มเล็กน้อย หวานนิดๆ และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ น้ำปรุงนี้ช่วยเสริมรสชาติให้ผักดองอร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เวลานานหรือขั้นตอนยุ่งยาก ผักดองที่ได้จะมีความกรอบ สดชื่น และยังคงรสชาติของผักไว้ได้อย่างดี
Asazuke no Moto จึงกลายเป็นตัวช่วยคู่ครัวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เพราะสามารถใช้ดองผักได้หลากหลายชนิดตามใจชอบ แค่มีผักกับน้ำปรุง ก็ได้เมนูเครื่องเคียงแบบญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและสดใหม่ในไม่กี่นาที!
วิธีใช้
• หั่นผักที่ต้องการหมักเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ลงในถุงซิปล็อก
• เทน้ำปรุงรส "Asazuke no Moto" ลงไปให้ทั่วผัก (ปริมาณการใช้ 100 มล. ต่อผัก 200 กรัม)
• ไล่อากาศออกจากถุงให้มากที่สุด ปิดปากถุงให้แน่น แล้วขยำเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
• นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 หรือนานกว่านั้นตามความชอบ
• จากนั้นนำผักออกมา บีบน้ำส่วนเกินออก (โดยไม่ต้องล้างน้ำเปล่า)เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟทันที
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ Size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
วาราบิโมจิ หอมมัทฉะเข้มข้น นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสชาเขียวมัทฉะ (Matcha Warabi Mochi) จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงมัทฉะเข้มข้นเขาสุดๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
ชวนชิมซอสทงคัตสึในตำนานที่ผลิตมากว่า 100 ปี!!!
ชวนชิมซอสทงคัตสึในตำนานที่ผลิตมากว่า 100 ปี!!!
ความสดจากทะเล สู่เมนูอาหารจานเด็ดของคุณ
หอยเชลล์แช่แข็ง 2S จากโคบายาชิ เป็นตัวแทนของความสดจากทะเลสู่จานของคุณ แต่ละชิ้นมีขนาด 2S (ประมาณ 20–30 กรัมต่อชิ้น) พอดีคำ ทำให้ปรุงง่ายและทานสะดวก ทำให้ทุกเมนูดูพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นเมนูซาชิมิสดๆ ย่างเนยบนกระทะร้อน หรือผัดกับผักและซอสสไตล์ฟิวชัน หอยเชลล์ทุกชิ้นถูก แช่แข็งทันทีหลังจับจากทะเล รักษาความสดใหม่และรสชาติอร่อยตามธรรมชาติ ได้คุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยโปรตีน ไขมันต่ำ ดีต่อสุขภาพหัวใจและกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และเชฟมือโปร อยากทำอาหารญี่ปุ่นพรีเมียม หรือเมนูยุโรปฟิวชันก็ง่าย เพียงละลายน้ำแข็ง ปรุงรส แล้วเพลิดเพลินกับรสหวานจากทะเลได้ทันที
วิธีทาน
• ซาชิมิ: ละลายน้ำแข็ง ทานสดพร้อมซอสโชย
• ย่างเนย: โรยเกลือ พริกไทย ย่างบนกระทะร้อน ๆ
• ผัดกับผัก / พาสต้า: ใช้หอยเชลล์ผัดกับกระเทียมและผัก หรือใส่พาสต้าซีฟู้ด
• เมนูฟิวชัน: สลัดซีฟู้ด, ซุปครีมหอยเชลล์
แนะนำอาหาร
• จับคู่กับไวน์ขาว, ซอสเนยกระเทียม หรือสลัดสด
• ใช้ในอาหารญี่ปุ่น เช่น ซูชิ, ซาชิมิ, ย่างบนเตาถ่าน
• ทำเป็นอาหารฝรั่ง: พาสต้า, สตูว์, หรือสลัดซีฟู้ด
“คางปลาบุรี” ความเรียบง่ายอย่างลงตัว
“บุรี” หรือปลา “ฮามาจิ” คือปลาในตระกูล (Yellow Tail) เป็นปลานำเข้าจากญี่ปุ่นชนิดเดียวในโลกที่มีชื่อเรียกหลากหลายไปตามช่วงอายุ จัดเป็นปลาเนื้อขาวที่มีความมันแทรกอยู่ในเนื้อ
“คางปลาบุรี” เป็นเมนูที่พบได้บ่อยในร้านอาหารญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมในงานแต่งงานและงานเฉลิมฉลองอื่นๆ เนื่องจากมีรสชาติอร่อยและเนื้อนุ่มหอม เนื้อใต้คางมีไขมันอยู่มาก ซึ่งทำให้มีรสชาติหวานและเนื้ออร่อย การทำคางปลาบุรี จะใช้วิธีการย่างหรืออบที่ทำให้ผิวเนื้อนอกกรอบและนุ่มอยู่ภายใน มักจะปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยหรือโยชุ หรือเมนูต่างๆอีกมากมาย
วิธีทำคางปลาฮามาจิหรือปลาบุรีย่างเกลือ
1. ตั้งเตาถ่านสำหรับย่าง (ควรตั้งรอประมาณ 45 นาที ไฟจะร้อนพอดี ไม่แรงเกินไป)
2. วางคางปลาบุรีบนตะแกรงย่าง โรยเกลือเล็กน้อย ย่างประมาณ 10 นาที
3. ค่อยๆกลับด้านคางปลา โรยเกลืออีกด้าน แล้วทิ้งไว้อีก 10 นาที กลับด้านทุก 10 นาทีแบบนี้เรื่อยๆ จนสุก (ใช้เวลาทั้งหมด 20-30 นาที แล้วแต่ขนาดของคางปลา)
4. ยกคางปลาฮามาจิลงจาน นำหัวไชเท้าฝอยมาบีบน้ำออก ปั้นเป็นก้อนกลมๆ วางข้างชิ้นปลา พร้อมราดซีอิ๊วบนหัวไชเท้า ก็เสิร์ฟคางปลาบุรีย่างเกลือได้เลย
วิธีการเก็บ
• นำออกมาจากช่องแช่แข็งเฉพาะเท่าที่ต้องการจะประกอบอาหาร ไม่แนะนำให้นำออกมาละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
น้ำสลัดรสแครอทผสมหัวหอมและกระเทียม
น้ำสลัดที่ผ่านการนำวัตถุดิบมาผสมผสานกันอย่างลงตัว
จาก แบรนด์ Bull-Dog ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำซอส
เบสมาจากแอปเปิ้ลวิเนการ์ และปรุงรสสไตล์ตะวันตก
เพิ่มความครีมมี่ด้วยรสชาติเข้มข้นจากหอมใหญ่ แครอท และกระเทียม
วาราบิโมจิ...ความนุ่มหนึบที่ละลายในปาก สัมผัสรสชาติญี่ปุ่นดั้งเดิมแท้ๆ ที่คุณต้องหลงรัก
หากคุณกำลังมองหาขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ขอแนะนำ "วาราบิโมจิ โรยผงถั่วเหลือง" ขนมดั้งเดิมที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นแป้งที่สกัดจากรากของต้นวาราบิ (เฟิร์นชนิดหนึ่ง) ผสมกับน้ำและน้ำตาล แล้วนำไปกวนจนได้เนื้อสัมผัสใส เงา และ นุ่มเด้ง แต่ยังคงความยืดหยุ่นและความหนึบหนับแบบโมจิ ทำให้เป็นขนมที่ละลายในปาก ขนมนี้ถูกคลุกเคล้าอย่างพิถีพิถันด้วย ผงถั่วเหลืองคินาโกะ (Kinako) ที่ผ่านการคั่วจนหอมกรุ่น ให้รสชาติถั่วอันเข้มข้นที่เข้ากันได้ดีกับความหวานอ่อนๆ และราดด้วย คุโรมิสึ หรือน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายดำ(จากน้ำตาลทรายดำโอกินาวา) เพื่อเพิ่มรสชาติอันกลมกล่อม เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่าย ทานคู่กับชาเขียวร้อนๆ หรือจะเสิร์ฟเป็นของหวานปิดท้ายมื้ออาหาร ก็อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีเตรียมก่อนรับประทาน
• นำออกจากช่องแช่แข็ง
- นำวาราบิโมจิออกจากช่องแช่แข็ง โดยยังไม่แกะห่อ ปล่อยให้น้ำแข็งคลายตัวเองตามธรรมชาติ
• รอให้ละลายที่อุณหภูมิห้อง
ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30–60 นาที (ขึ้นอยู่กับขนาดและอุณหภูมิห้อง)
- เนื้อโมจิควรนุ่ม เด้ง และเย็นกำลังดี
- ไม่ควรเร่งโดยการนำเข้าไมโครเวฟ เพราะจะทำให้เนื้อเสียสัมผัส
• จัดเสิร์ฟ
- เมื่อละลายแล้ว สามารถแกะห่อ จัดลงจาน และ โรยผงคินาโกะ (Kinako) หรือราดซอสคุโระมิตสึ (Kuromitsu) ตามชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
ราชาปูหิมะ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยระดับภัตตาคารถึงบ้านคุณ
"เปิดประสบการณ์รสชาติทะเลลึก! ปูหิมะต้มแช่แข็งนำเข้าจากญี่ปุ่น"
ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ลิ้มรสชาติหวานละมุนของปูหิมะชั้นดีจากแหล่งน้ำบริสุทธิ์ของญี่ปุ่น ปูหิมะต้มแช่แข็งของเราคัดสรรมาจากแหล่งกำเนิดที่ดีที่สุด และผ่านกระบวนการต้มสุกทันทีด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม ก่อนจะถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อ "ล็อก" ความสดหวานและเนื้อสัมผัสที่แน่นเด้งไว้ครบถ้วน ทำให้เนื้อปูหิมะสีขาวอมชมพู รสหวานละมุนและกลิ่นหอมเฉพาะตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มรสซีฟู้ดญี่ปุ่นแท้ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไกล เราเข้าใจดีว่าความสะดวกสบายคือสิ่งสำคัญปูหิมะนี้จึงถูกต้มมาให้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาเตรียมให้ยุ่งยาก เพียงแค่นำมาละลายน้ำแข็ง คุณก็จะได้สัมผัสกับรสชาติปูหิมะที่หวานฉ่ำเหมือนเพิ่งขึ้นมาจากทะเล! ไม่ว่าจะเป็นมื้อพิเศษสำหรับครอบครัว หรือการสร้างสรรค์เมนูอาหารญี่ปุ่นสุดหรู ปูหิมะของเราคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความพรีเมียมและความง่ายในการทำอาหาร เหมาะสมในการมอบประสบการณ์ความอร่อยที่เต็มอิ่มในทุกคำ
วิธีทาน/ วิธีเตรียมง่ายๆ สู่ความอร่อยในพริบตา:
การละลายน้ำแข็ง :
• นำปูหิมะออกจากช่องแช่แข็งและใส่ในภาชนะ
• แนะนำให้ย้ายลงมาละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา (Chill) เป็นเวลา 12-24 ชั่วโมง เพื่อคงคุณภาพเนื้อได้ดีที่สุด
• วิธีเร่งด่วน: สามารถละลายโดยแช่ปูในถุงพลาสติกปิดสนิทลงในน้ำเย็น (ห้ามใช้น้ำอุ่น) ประมาณ 30-60 นาที
วิธีรับประทาน :
• ทานแบบเย็น (ซาชิมิ): เมื่อละลายแล้ว สามารถแกะเนื้อทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดหรือโชยุวาซาบิได้ทันที เพื่อสัมผัสความหวานฉ่ำของเนื้อปู
อุ่นร้อน (เพื่อความหอม):
• นึ่ง: นำไปนึ่งต่อประมาณ 5-7 นาที เพื่อให้ปูอุ่นและหอมกลิ่นทะเล
• ย่าง/อบ: ทาเนยกระเทียมเล็กน้อย แล้วนำไปย่างหรืออบในเตาอบประมาณ 5-10 นาที (ไฟอ่อน) จะได้ปูหิมะเนยกระเทียมรสเลิศ
แนะนำอาหาร
• ปูหิมะนึ่ง/ย่างเนยกระเทียม : ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน
• ซุปมิโซะปูหิมะ : เพิ่มความหอมหวานและเนื้อปูพรีเมียมในซุป
• ข้าวหน้าปูหิมะ : วางเนื้อปูบนข้าวซูชิหรือข้าวญี่ปุ่นสวยงาม โรยไข่ปลา
• สปาเก็ตตี้ซอสครีมปูหิมะ : ใช้เนื้อปูเพิ่มความหรูหราให้กับพาสต้าซอสครีม
ราชาปูหิมะ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยระดับภัตตาคารถึงบ้านคุณ
"เปิดประสบการณ์รสชาติทะเลลึก! ปูหิมะต้มแช่แข็งนำเข้าจากญี่ปุ่น"
ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ลิ้มรสชาติหวานละมุนของปูหิมะชั้นดีจากแหล่งน้ำบริสุทธิ์ของญี่ปุ่น ปูหิมะต้มแช่แข็งของเราคัดสรรมาจากแหล่งกำเนิดที่ดีที่สุด และผ่านกระบวนการต้มสุกทันทีด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม ก่อนจะถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อ "ล็อก" ความสดหวานและเนื้อสัมผัสที่แน่นเด้งไว้ครบถ้วน ทำให้เนื้อปูหิมะสีขาวอมชมพู รสหวานละมุนและกลิ่นหอมเฉพาะตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มรสซีฟู้ดญี่ปุ่นแท้ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไกล เราเข้าใจดีว่าความสะดวกสบายคือสิ่งสำคัญปูหิมะนี้จึงถูกต้มมาให้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาเตรียมให้ยุ่งยาก เพียงแค่นำมาละลายน้ำแข็ง คุณก็จะได้สัมผัสกับรสชาติปูหิมะที่หวานฉ่ำเหมือนเพิ่งขึ้นมาจากทะเล! ไม่ว่าจะเป็นมื้อพิเศษสำหรับครอบครัว หรือการสร้างสรรค์เมนูอาหารญี่ปุ่นสุดหรู ปูหิมะของเราคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความพรีเมียมและความง่ายในการทำอาหาร เหมาะสมในการมอบประสบการณ์ความอร่อยที่เต็มอิ่มในทุกคำ
วิธีทาน/ วิธีเตรียมง่ายๆ สู่ความอร่อยในพริบตา:
การละลายน้ำแข็ง :
• นำปูหิมะออกจากช่องแช่แข็งและใส่ในภาชนะ
• แนะนำให้ย้ายลงมาละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา (Chill) เป็นเวลา 12-24 ชั่วโมง เพื่อคงคุณภาพเนื้อได้ดีที่สุด
• วิธีเร่งด่วน: สามารถละลายโดยแช่ปูในถุงพลาสติกปิดสนิทลงในน้ำเย็น (ห้ามใช้น้ำอุ่น) ประมาณ 30-60 นาที
วิธีรับประทาน :
• ทานแบบเย็น (ซาชิมิ): เมื่อละลายแล้ว สามารถแกะเนื้อทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดหรือโชยุวาซาบิได้ทันที เพื่อสัมผัสความหวานฉ่ำของเนื้อปู
อุ่นร้อน (เพื่อความหอม):
• นึ่ง: นำไปนึ่งต่อประมาณ 5-7 นาที เพื่อให้ปูอุ่นและหอมกลิ่นทะเล
• ย่าง/อบ: ทาเนยกระเทียมเล็กน้อย แล้วนำไปย่างหรืออบในเตาอบประมาณ 5-10 นาที (ไฟอ่อน) จะได้ปูหิมะเนยกระเทียมรสเลิศ
แนะนำอาหาร
• ปูหิมะนึ่ง/ย่างเนยกระเทียม : ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน
• ซุปมิโซะปูหิมะ : เพิ่มความหอมหวานและเนื้อปูพรีเมียมในซุป
• ข้าวหน้าปูหิมะ : วางเนื้อปูบนข้าวซูชิหรือข้าวญี่ปุ่นสวยงาม โรยไข่ปลา
• สปาเก็ตตี้ซอสครีมปูหิมะ : ใช้เนื้อปูเพิ่มความหรูหราให้กับพาสต้าซอสครีม
เคล็ดลับความอร่อยฉบับแม่บ้านญี่ปุ่น: ข้าวผัดปูที่ไม่ต้องแกะปูเอง
ถ้าคุณเคยหลงรักข้าวผัดญี่ปุ่น ที่หอมกลิ่นกระทะ รสชาติกลมกล่อมลงตัว แต่ทำเองทีไรก็ไม่เหมือนกินที่ร้านสักที… นี่คือคำตอบที่จะเปลี่ยนห้องครัวของคุณให้กลายเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศ! ผงปรุงรสข้าวผัดปูยอดฮิตจากนากาทานิเอ็น เคล็ดลับความอร่อยฉบับแม่บ้านญี่ปุ่นที่ทำให้การทำข้าวผัดเป็นเรื่องง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาแกะปูเอง ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานเครื่องปรุงรสต้นตำรับ ทั้งความหอมของโชยุและรสชาติเข้มข้นจากวัตถุดิบคุณภาพ ช่วยเคลือบเม็ดข้าวให้มันวาว ร่วนสวย และมีมิติรสชาติที่เค็มหวานกำลังดีแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบ มื้อดึกที่ต้องการความฟิน หรือจะใช้เป็นสูตรลับประจำร้านเพื่อควบคุมมาตรฐานความอร่อยให้คงที่ ช่วยลดเวลาและเพิ่มความประทับใจให้ทุกจานได้ระดับมืออาชีพ เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวที่จะสนุกกับการทำอาหารและอร่อยไปพร้อมกัน พูดง่ายๆ คือ… ซองเดียวจบเรื่องความอร่อย ให้รสชาติต้นตำรับส่งตรงจากญี่ปุ่นถึงจานคุณ!
วิธีการทำ
แบบที่ 1: ข้าวผัดมาตรฐาน (ใช้กระทะ)
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใช้ไฟกลาง เทไข่ไก่ที่ตีแล้ว 1 ฟองลงไปผัดพอสุก
• ใส่ข้าวสวย (ประมาณ 250 กรัม) ลงไปผัดให้เข้ากับไข่ประมาณ 1 นาที
• โรยผงปรุงรส 1 ซองเล็กให้ทั่ว แล้วผัดเร็วๆ ด้วยไฟกลางอีกประมาณ 1 นาที 30 วินาที พร้อมเสิร์ฟ
แบบที่ 2: เมนูข้าวอบสไตล์ปาเอญ่า (ใช้หม้อหุงข้าว)
• ซาวข้าว 2 ถ้วยตวง เติมน้ำในปริมาณปกติเหมือนหุงข้าวสวย
• ใส่ผงปรุงรส 3 ซอง, อาหารทะเลแช่แข็ง (200 กรัม), พริกหยวกหั่นเต๋า ลงไปในหม้อแล้วกดหุงปกติ
• เมื่อข้าวสุก ราดน้ำมันมะกอกเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน
เติมความอร่อยให้มื้ออาหารด้วย ชิกุวะทอดอิโซเบะจาก Nissui ชิกุวะเนื้อปลานุ่มหนึบที่นำมาชุบแป้งผสมสาหร่ายอาโอโนริแล้วทอดจนได้สีเหลืองทอง ให้สัมผัสนุ่มของเนื้อชิกุวะ พร้อมความหอมของสาหร่ายในทุกคำ ด้วยความที่ทอดมาให้เรียบร้อยแล้ว จึงช่วยให้การเตรียมอาหารสะดวกยิ่งขึ้น เพียงนำมาอุ่นก็พร้อมรับประทาน จะเสิร์ฟเป็นของทานเล่น เครื่องเคียง หรือใส่คู่กับอุด้งร้อน ๆ ก็เข้ากันได้ดี หยิบอุ่นเท่าที่ต้องการได้ง่าย เหมาะสำหรับวันที่อยากกินของอร่อยแบบญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเสียเวลาทอดเอง เหมาะสำหรับเป็นของว่าง ท็อปปิ้งบะหมี่ หรือทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรด
วิธีรับประทาน
วิธีอุ่นด้วยไมโครเวฟ
• นำชิกุวะออกจากบรรจุภัณฑ์
• วางชิกุวะบนจานที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้ โดยไม่ต้องคลุมพลาสติกแรป
• อุ่นด้วยไมโครเวฟตามจำนวนชิ้นและกำลังไฟ
กำลังไฟที่ 500W
1 ชิ้น: ประมาณ 20 วินาที
2 ชิ้น: ประมาณ 30 วินาที
4 ชิ้น: ประมาณ 50 วินาที
6 ชิ้น: ประมาณ 1 นาที 10 วินาที
8 ชิ้น: ประมาณ 1 นาที 20 วินาที
(ระยะเวลาอุ่นอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามรุ่นของไมโครเวฟ)
วิธีละลาย: สามารถละลายตามธรรมชาติได้ และควรรับประทานทันทีหลังละลาย ไม่ควรนำกลับไปแช่แข็งซ้ำ
เมนูแนะนำ
• อุด้งชิกุวะทอดอิโซเบะ – วางชิกุวะทอดบนอุด้งร้อน ๆ เพิ่มความอร่อยและความหอม
• ข้าวกล่องญี่ปุ่น – ใช้เป็นเครื่องเคียงคู่กับข้าวและกับข้าวญี่ปุ่น
• ชิกุวะทอดเป็นของทานเล่น – อุ่นแล้วรับประทานคู่กับมายองเนสหรือซอสญี่ปุ่น
• ข้าวปั้นไส้ชิกุวะทอด – หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปเพิ่มในข้าวปั้น
• อุด้งเย็น – หั่นชิกุวะเป็นชิ้นพอดีคำ เสิร์ฟคู่กับอุด้งเย็นและน้ำจิ้มสไตล์ญี่ปุ่น
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นร้านข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นระดับพรีเมียมด้วย เครื่องแกงกะหรี่ก้อนสำหรับงานร้านอาหารและธุรกิจอาหารจากประเทศญี่ปุ่น ให้รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น หอมเครื่องเทศ พร้อมความละมุนจากการผสานรสชาติของเครื่องเทศและความหวานจากผักอย่างลงตัว มาพร้อมกับความเผ็ดระดับ 3 (เผ็ดน้อย-ปานกลาง) จึงเหมาะกับผู้บริโภคส่วนใหญ่ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งแกงกะหรี่เนื้อ หมู ไก่ ซีฟู้ด หรือประยุกต์เป็นซอสสำหรับเมนูทอดต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ บรรจุภัณฑ์ขนาด 1 กิโลกรัม คุ้มค่า เหมาะสำหรับ ครอบครัวใหญ่ ร้านอาหาร โรงแรม ร้านอาหารญี่ปุ่น อร่อยทานง่าย ถูกปากทุกคนในแน่นอน
วิธีทำ (สำหรับ 50 ที่)
• ผัดวัตถุดิบ: เตรียมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ นำไปผัดกับน้ำมันพร้อมกระเทียมและหอม ประมาณ 3-5 นาที
• เติมน้ำ : ประมาณ 6-7 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวต่อด้วยไฟกลาง ประมาณ 20-30 นาที จนส่วนผสมนุ่มได้ที่
• ใส่ก้อนแกงกะหรี่: ปิดไฟชั่วคราว นำก้อนแกงกะหรี่ (หันชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่าย) ใส่ลงไปในหม้อ คนให้ละลายจนหมด
• เคี่ยวจนข้น: เปิดไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 10-15 นาที จนน้ำแกงงวดและข้นเหนียวตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
เมนูแนะนำจากแกงกะหรี่กล่องนี้
• ข้าวแกงกะหรี่หมูทอดคัตสึ: เมนูคลาสสิก ข้าวสวยร้อนๆ ท็อปด้วยหมูชุบแป้งทอดกรอบๆ ราดซสแกงกะหรี่เข้มข้น
• อุด้งแกงกะหรี่: นำซุปแกงกะหรี่ไปเจือจางด้วยน้ำซุปดาชิเล็กน้อย ราดบนเส้นอุด้งเหนียวนุ่ม
• ข้าวห่อไข่ราดซอสแกงกะหรี่: เพิ่มความหรูหราละมุนละไมด้วยไข่ข้นลาวา
• ขนมปังไส้แกงกะหรี่: นำซอสแกงกะหรี่ที่เหลือไปทำเป็นไส้ขนมปังแล้วนำไปชุบเกล็ดขนมปังทอด
สัมผัสความอร่อยระดับตำนานส่งตรงจากญี่ปุ่นกับ แกงกะหรี่ก้อนสูตรต้นตำรับที่ครองใจคนทุกเพศทุกวัย ด้วยเอกลักษณ์ความกลมกล่อมที่ไม่เหมือนใครจากการผสานคุณค่าของ "แอปเปิ้ลและน้ำผึ้งธรรมชาติ" ให้รสชาติที่หวานละมุน นุ่มนวล เผ็ดน้อย (ระดับ 1) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็กๆ ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่ชอบรสชาติกลมกล่อมไม่จัดจ้าน มาในขนาดจุใจสูตรพิเศษสำหรับร้านค้าหรือครอบครัวใหญ่ ช่วยให้การรังสรรค์เมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นจานโปรดของคุณเป็นเรื่องง่ายและอร่อยคงที่ในทุกๆจาน
บรรจุขนาด 1 กิโลกรัม โดยแบ่งเป็น 2 แพ็ก แพ็กละ 500 กรัม สูตรพิเศษสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านครอบครัวใหญ่ หรือผู้ประกอบการร้านอาหารและคาเฟ่ แกะใช้สะดวก เก็บรักษาง่าย ช่วยให้การรังสรรค์เมนูโปรดของคุณเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะทำทานกี่ครั้ง รสชาติก็เข้มข้น หอม อร่อยคงที่เหมือนมีเชฟญี่ปุ่นมาปรุงให้ถึงบ้าน
วิธีทำ (สำหรับ 50 ที่)
• ผัดวัตถุดิบ: เตรียมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ นำไปผัดกับน้ำมันพร้อมกระเทียมและหอม ประมาณ 3-5 นาที
• เติมน้ำ : ประมาณ 6-7 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวต่อด้วยไฟกลาง ประมาณ 20-30 นาที จนส่วนผสมนุ่มได้ที่
• ใส่ก้อนแกงกะหรี่: ปิดไฟชั่วคราว นำก้อนแกงกะหรี่ (หันชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่าย) ใส่ลงหม้อ คนให้ละลายจนหมด
• เคี่ยวจนข้น: เปิดไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 10-15 นาที จนน้ำแกงงวดและข้นเหนียวตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
ไอเดียสร้างสรรค์เมนูจากแกงกะหรี่กล่องนี้
นอกจากจะราดข้าวสวยทานคู่กับหมูทอดทงคัตสึแล้ว แกงกะหรี่สูตรนี้ยังสามารถนำไปดัดแปลงทำเมนูอื่นๆ เช่น:
• อุด้งแกงกะหรี่ญี่ปุ่น: ซดน้ำร้อนๆ เส้นหนึบหนับ
• ข้าวโตเกียวชีสแกงกะหรี่อบ: โรยชีสเยิ้มๆ แล้วนำเข้าเตาอบ
• พายแกงกะหรี่: เมนูทานเล่นสไตล์คาเฟ่
หากคุณเป็นสายทำอาหารที่หลงรักในรสชาติของอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง แต่กังวลเรื่องการเตรียมเครื่องปรุงที่ซับซ้อน ทั้งน้ำมันหอย ซีอิ๊ว เหล้าจีน และการคุมสมดุลรสชาติ Ebara แบรนด์เครื่องปรุงชั้นนำจากญี่ปุ่น ได้คิดค้นนวัตกรรมที่จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นด้วยซอสซีรีส์ "Petit" (พุจิ) ที่ย่อส่วนความอร่อยระดับภัตตาคารมาไว้ในถ้วยจิ๋วเพียงถ้วยเดียว
ทำไมต้อง "ชิงเยาโรซู" (Chin-jao Rosu)
เมนูเนื้อผัดพริกหยวก หรือ ชิงเยาโรซู คือเมนูยอดฮิตในครัวเรือนและร้านอาหารทั่วญี่ปุ่น จุดเด่นคือความกรอบของพริกหยวก ความนุ่มของเนื้อเส้น และรสชาติที่เค็มหวานกลมกล่อม จากซอสหอยนางรมผสานสารสกัดหอยเชลล์ หอม นัว แบบร้านดัง ซึ่งซอสของ Ebara นี้ได้ถอดรหัสความอร่อยนั้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
วิธีปรุงให้เหมือนมือโปร : เพื่อให้ได้รสสัมผัสที่ยอดเยี่ยมที่สุด
• การเตรียม: หั่นเนื้อและพริกหยวกให้เป็นเส้นยาวๆ ขนาดเท่าๆ กัน (หากชอบหน่อไม้เส้น สามารถเพิ่มลงไปได้)
• การผัด: ตั้งน้ำมันให้ร้อนจัด นำเนื้อลงไปผัดจนสีเริ่มเปลี่ยน 70-80% จากนั้นตามด้วยผักที่เตรียมไว้
• การปรุง: เมื่อผักเริ่มสลด ให้กดฝาซอส Ebara Petit แล้วเทลงไปทันที เร่งไฟแรงแล้วคลุกเคล้าเร็วๆ (ประมาณ 30 วินาที - 1 นาที) เพื่อให้ซอสเคลือบเงาไปบนชิ้นเนื้อ
• พร้อมเสิร์ฟ: ตักขึ้นใส่จาน ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ หรือข้าวหอมมะลิก็เข้ากันได้ดีเยี่ยม
แนะนำเมนูอาหาร
1. หมูสามชั้นผัดบล็อกโคลี่และเห็ดหอม
• ได้ความหวานจากบล็อกโคลี่และความหอมของเห็ดหอม ซึ่งเข้ากับเบสซอสหอยนางรมในแคปซูลได้ดี
2. ข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่น
• ปกติข้าวหน้าเนื้อจะใช้โชยุและมิริน ถ้าใช้ซอสตัวนี้จะได้ความหอมแบบอาหารจีน เข้ากับข้าวสวยร้อนๆ ได้ดีมาก
3. เต้าหู้ทรงเครื่องน้ำแดง
• เปลี่ยนจากเต้าหู้มาโปแบบเผ็ด มาเป็นแบบกลมกล่อมหอมกลิ่นหอยเชลล์
4. เส้นใหญ่ผัดซอสฮ่องกง
• เมนูนี้เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบทานก๋วยเตี๋ยวผัด
5. ผัดผักรวมมิตรทะเล
• เป็นเมนูเบสิกที่อร่อยขึ้นทันทีเพราะความ "อูมามิ" จากหอยเชลล์ในซอส
สำหรับคนรักแซลมอนที่มองหาวัตถุดิบคุณภาพสูงสุด พร้อมความสะดวกในการทำอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก (Atlantic Salmon) จากแบรนด์ คุก (Cooke) คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือปลาแซลมอนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในโลก และผ่านการแล่ตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน
คุณภาพจากแหล่งกำเนิด: ชิลี (Chile)
ปลาแซลมอนของ Cooke ได้รับการเลี้ยงในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดของประเทศ ชิลี โดยเฉพาะในเขตไอเซน (Aysén region) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและมีสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์ การเลี้ยงในสภาพธรรมชาติที่ดีเยี่ยมนี้ ทำให้ปลาแซลมอนมีเนื้อที่นุ่ม สีส้มสดใส และมีรสชาติที่สะอาด พร้อมไขมัน (Omega-3) ที่สมดุลตามธรรมชาติ
แบรนด์ Cooke ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และมีการใช้มาตรฐานการเพาะเลี้ยงอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบอาหารทะเลคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
การแล่ Trim-C เพื่อความสมบูรณ์แบบ
Trim-C คือมาตรฐานการแล่ปลาแซลมอนที่การันตีว่าเนื้อปลาของคุณถูกตัดแต่งอย่างพิถีพิถันสูงสุด
ความสะอาดสูงสุด: เนื้อปลาถูกนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone)
พร้อมใช้งานทันที: ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิ ซูชิ หรือนำไปปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเลาะก้างหรือตัดแต่งไขมันส่วนเกินเอง
เมนูอร่อยที่แนะนำ
ด้วยคุณภาพของปลาแซลมอนแอตแลนติกจากชิลี และการตัดแต่งแบบ Trim-C ที่สะอาด ทำให้เนื้อปลาชนิดนี้เหมาะสำหรับทุกเมนู:
ซาชิมิ/ซูชิ: เนื้อปลานุ่ม สีสวย สามารถนำไปหั่นเป็นชิ้นเพื่อสัมผัสความสดใหม่แบบเต็มคำ
สเต็กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือจี่บนกระทะเพื่อดึงรสชาติไขมันธรรมชาติออกมาให้หอมกรุ่น
อบ/เบค: อบพร้อมเครื่องเทศหรือสมุนไพร เพื่อมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ
ไม่ว่าคุณจะทำอาหารในบ้านหรือต้องการวัตถุดิบคุณภาพเพื่อเสิร์ฟในร้านอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก Trim-C จาก Cooke คือทางเลือกที่จะช่วยยกระดับทุกเมนูของคุณให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่ายดาย
วิธีละลายสินค้าแช่แข็ง
❄️ ละลายในตู้เย็น (แนะนำที่สุด)
- วางสินค้าไว้ในช่องธรรมดาของตู้เย็นประมาณ 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาด)
- วิธีนี้ช่วยรักษาคุณภาพและความสดของสินค้าได้ดีที่สุด
❄️ ละลายในน้ำเย็น (สำหรับการเร่งเวลา)
- นำสินค้าทั้งถุงแช่ในน้ำเย็น
- เปลี่ยนน้ำใหม่ทุก 30 นาที จนกว่าสินค้าจะคลายตัว
❄️ ละลายในอุณหภูมิห้อง (เฉพาะบางประเภท)
- วางสินค้าไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 40 นาที