พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก
สนุกกับการทำทาโกะยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
ชวนคุณมาสนุกและอิ่มอร่อยกับทาโกะยากิแบบง่ายๆ ด้วย Otafuku Takoyaki Kodawari Set ที่มีเคล็ดลับความอร่อยจาก 4 ส่วนผสมพิเศษ ได้แก่
1. แป้งทาโกะยากิสูตรพิเศษของโอตาฟุกุ กรอบนอกนุ่มใน
2. การผสมผสานกันระหว่างผงหมึกซูรุเมะ 100% และแป้งหมึกเทมปุระกรุบกรอบ ให้รสชาติที่เข้มข้นและล้ำลึก
3. สาหร่ายที่ผลิตในญี่ปุ่น 100% มีสีเขียวสดและกลิ่นหอมของทะเล เพิ่มสัมผัสให้ครบเครื่อง
4. เพิ่มสีสันด้วยขิงแดงดองให้สีสันที่น่ารับประทานและรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
เพียงเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมก็มาอร่อยกันได้เลยค่ะ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาแซลมอน และกำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพดีที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนโคโฮ (Coho Salmon) จากแบรนด์ไอเซน (AYSEN) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนี่คือปลาที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดและได้รับการรับรองคุณภาพ ทำให้คุณมั่นใจในความสดใหม่และรสชาติแบบพรีเมียม
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน คืออะไร?
ปลาแซลมอนโคโฮเป็นปลาแซลมอนอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปลาจากแบรนด์ไอเซน มาจากฟาร์มเลี้ยงในประเทศชิลี ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไอเซน (Aysén) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพสูง เนื้อปลามีสีส้มอมแดงเข้มคล้ายแซลมอนซ็อกอาย (Sockeye Salmon) แต่มีจุดเด่นคือ มีไขมันแทรกน้อยกว่าแซลมอนแอตแลนติก ทำให้เนื้อสัมผัสมีความแน่น ไม่เลี่ยน และเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือรักสุขภาพ
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน ดียังไง?
• ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ: ด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มีแคลอรีต่ำ และยังคงอุดมไปด้วย Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
• คุณภาพระดับซาชิมิ (Sashimi Quality): ปลาแซลมอนของเราได้รับการแปรรูปภายใน 8 ชั่วโมงหลังการจับ และทำทุกขั้นตอนในห้องคุมอุณหภูมิ ทำให้มั่นใจในความสดใหม่และคุณภาพที่เหมาะสำหรับการนำไปทำซาชิมิ
• Trim C: คือมาตรฐานการแล่ปลาที่มีการตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยมีการนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างปลาบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone) ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปทำอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องมาเสียเวลาเลาะก้างเอง
เมนูแนะนำ
เนื้อปลาแซลมอนโคโฮ Trim C เหมาะสำหรับทำอาหารได้หลากหลายเมนู
• ซาชิมิ หรือ ซูชิ: ด้วยคุณภาพระดับซาชิมิ จึงสามารถหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อทานแบบดิบได้อย่างปลอดภัย
• สเต๊กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือทอดในกระทะ จะได้เนื้อที่แน่นและหนังกรอบ
• ปลาแซลมอนอบ: นำไปอบในเตาอบพร้อมกับเครื่องเทศที่คุณชื่นชอบ
• เมนูอื่น ๆ: นำไปประกอบเมนูผัด หรือยำแบบไทย ๆ ก็อร่อยเข้ากัน
วิธีเตรียมปลา
1. นำปลาออกจากช่องแช่แข็ง และนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อละลายน้ำแข็ง
2. เมื่อปลาละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถนำไปล้างและซับน้ำให้แห้ง
3. หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ แล้วนำไปประกอบอาหารได้ทันที
สัมผัสความอร่อยจากทะเลชิลีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ปลาแซลมอนคุณภาพเยี่ยมที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพในครัวของคุณ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
มาทำไก่ทอดคาราอาเกะสไตล์จีนกันเถอะ!
Weipa karaage ko ปรับสูตรจากสูตรคาราอาเกะเดิมๆ ให้ออกมาเป็นสไตล์จีน มีรสของกระเทียม ความสไปซี่จากเครื่องเทศ และกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสมเข้ากับเนื้อไก่แล้วนำไปทอด ก็จะได้ลิ้มรสคาราอาเกะที่กรอบอร่อยอย่างไม่จำเจ
ส่วนผสม
- แป้งคาราอาเกะ 1 ซอง
- น้ำเปล่า 80 มล.
- เนื้อไก่ 400-500กรัม
วิธีทำ
1. นำแป้ง และ น้ำ มาผสมและคนให้เข้ากัน
2. หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นนำไปชุบกับแป้งที่ผสมเตรียมไว้
3. ตั้งกระทะและน้ำมัน อุณหภูมิ 165-175 องศา
4. นำไก่ที่ชุปแป้งลงไปทอด ประมาน 3-4 นาที แล้วจึงนำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
เพลิดเพลินกับแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแท้ๆ แบบเต็มรสชาติได้ง่ายๆ แค่อุ่น
เคอร์รี ยะ (Curry-ya) เป็นซีรีส์แกงกะหรี่พร้อมทานจากแบรนด์ House ที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่นมากว่า 19 ปี ด้วยรสชาติอันกลมกล่อมเข้มข้นจากเครื่องเทศถึง 29 ชนิด กระบวนการผลิตที่พิถีพิถันกว่า 3 ขั้นตอน ส่วนผสมและระดับความเผ็ดอันหลากหลาย ทำให้คุณสามารถอร่อยกับแกงกะหรี่แบบเต็มรสชาติเหมือนสั่งจากร้านอาหารได้ง่ายๆ ที่บ้าน
สำหรับกล่องสีส้มรสไก่นี้ มีความเผ็ดระดับ 3 (จาก 5 ระดับ) ภายในซองบรรจุมาแบบครบเครื่องทั้งเนื้อไก่ แครอท และมันฝรั่ง เพียงอุ่นด้วยไมโครเวฟหรือน้ำร้อนไม่กี่นาทีแล้วเสิร์ฟกับข้าวญี่ปุ่น หรือจะนำไปทำเมนูอื่นๆ อย่างข้าวแกงกะหรี่อบชีส, ยากิโซบะแกงกะหรี่, อุด้งแกงกะหรี่ หรือกราแตงแกงกะหรี่ก็ได้เช่นกันค่ะ
วิธีรับประทาน
• อุ่นโดยไมโครเวฟ
1. เปิดฝากล่องตรงรอยประ โดยไม่ต้องฉีกปากซองแกงกะหรี่ออก
2. นำกล่องที่บรรจุซองแกงกะหรี่เข้าไมโครเวฟ โดยให้รูที่อยู่มุมซองอยู่ด้านบน
3. อุ่นโดยใช้กำลังไฟและเวลาดังนี้
• กำลังไฟ 500 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที 50 วินาที
• กำลังไฟ 600 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที 20 วินาที
• กำลังไฟ 700 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที
4. นำออกจากไมโครเวฟ ฉีกซอง เทใส่ชามที่เตรียมไว้ พร้อมรับประทาน
• อุ่นโดยการต้มในน้ำร้อน
1. เปิดฝากล่องแล้วนำซองแกงกะหรี่ออกมา
2. ใส่น้ำในหม้อ โดยกะปริมาณให้ท่วมซองแกงกะหรี่ ต้มน้ำให้เดือด
3. นำซองแกงกะหรี่ลงไปแช่ในน้ำเดือด ต้มต่อประมาณ 3-5 นาที
4. นำซองแกงกะหรี่ออกจากหม้อ ฉีกซอง เทใส่ชามที่เตรียมไว้ พร้อมรับประทาน
** ควรฉีกซองด้วยความระมัดระวัง เพราะซอสแกงกะหรี่บางส่วนอาจกระเด็นหรือมีไอน้ำร้อนออกมาได้ **
ชอบทานซุปมิโซะมั้ยคะ การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!
มิโซะออร์แกนิค รสกลมกล่อม เข้มข้น
Maru-Yu Mutenka Miso จากแบรนด์ฮิคาริ-มิโซะ เป็นมิโซะที่ผลิตโดยใช้ถั่วเหลืองและข้าวออร์แกนิค 100% และเนื่องจากมีการใช้เมล็ดถั่วเหลืองปริมาณมากร่วมกับระยะเวลาการหมักอันยาวนาน จึงทำให้ได้รสเค็มและอูมามิที่สมดุล ผสานความเผ็ดร้อนฝาดลิ้นเล็กน้อยพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นสูตรวีแกนและปราศจากกลูเตน ผู้ที่ทานมังสวิรัติจึงสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ สามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น หมักเนื้อสเต๊ก หรือมิโซะราเมนก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
สัมผัสความหอมละมุนของชาเขียวอูจิแท้จากเกียวโต... ในรูปแบบไดฟุกุครีมสุดพรีเมียมจากญี่ปุ่น
คนรักชาเขียวและหลงใหลในขนมญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่พลาด โมจิสอดไส้ครีมรสชาเขียวอูจิ ที่คัดสรรชาเขียวคุณภาพจากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต แหล่งผลิตมัทฉะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติกลมกล่อม มีความขมนิดๆตามเอกลักษณ์ของมัทฉะแท้ ตัดกับความหวานกำลังดี จึงให้รสชาติที่ลงตัว ไม่หวานจนเกินไป
แป้งโมจิผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น ให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น เคี้ยวเพลิน ห่อหุ้มไส้ถั่วกวนผสมชาเขียวที่หอมเข้มข้น ก่อนจะซ่อนครีมนมสดเนียนนุ่มไว้ตรงกลาง เพิ่มความละมุนทุกคำที่รับประทาน พร้อมเมล็ดถั่วแดงเม็ดเล็กที่ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอร่อยในทุกคำ การแช่แข็งทันทีหลังการผลิต จึงช่วยรักษาความสดใหม่ เนื้อสัมผัส และรสชาติของโมจิไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เพียงนำออกจากช่องแช่แข็งพักไว้ประมาณ 10–15 นาที ก็พร้อมอร่อยได้ทันที ให้สัมผัสนุ่มละมุนเหมือนเพิ่งทำสดใหม่ เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของหวานหลังอาหาร ของว่างระหว่างวัน หรือเสิร์ฟคู่ชาเขียว ชาร้อน กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ เพิ่มความพิเศษให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน เหมือนได้ลิ้มรสขนมจากร้านดังในญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเดินทางไกล
วิธีรับประทาน
เนื่องจากเป็นสินค้าแช่เยือกแข็ง เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดควรปฏิบัติดังนี้:
• นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง
• วางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 15 - 20 นาที หรือนำมาไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแป้งและครีมสดคลายตัวนุ่มนิ่มพอดี
• รับประทานทันทีขณะที่ยังมีความเย็นอยู่เล็กน้อย เพื่อสัมผัสไอศกรีมครีมสดและมัทฉะสุดละมุน
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
บอกลาเช้าที่น่าเบื่อของคุณด้วยแพนเค้กแสนอร่อย
เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยมีวันที่เร่งรีบจนไม่มีเวลาทำอาหารเช้ากันใช่ไหมคะ ปัญหานี้จะหมดไปเพียงแค่มีมินิแพนเค้กห่อนี้ติดช่องแช่แข็งเอาไว้ คุณก็จะได้ทานแพนเค้กเนื้อเนียนนุ่มพร้อมกลิ่นเนยหอมกรุ่น และรสชาติหวานนิดๆ โดยไม่ต้องมานั่งผสมแป้งเองให้เสียเวลา มาในขนาดมินิ น้ำหนักชิ้นละประมาณ 20 กรัม อิ่มพอดีๆ ไม่ว่าจะทานคู่กับวิปครีม ผลไม้สด ราดน้ำผึ้ง ทาแยม หรือจะประยุกต์เป็นเมนูอื่นๆ ก็ง่าย สะดวก อร่อยได้ทั้งครอบครัวค่ะ
วิธีอร่อยกับมินิแพนเค้ก
• รับประทานแบบอุณหภูมิปกติ: นำแพนเค้กออกจากช่องแช่แข็ง ตั้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที
• รับประทานแบบอุ่น: นำแพนเค้กออกมาใส่ภาชนะสำหรับนำเข้าไมโครเวฟ ใช้เวลาอุ่นประมาณ 1-2 นาที (ขึ้นอยู่กับกำลังไฟของไมโครเวฟ)
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ความแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปที่คุณไม่ควรมองข้าม!!
มาลองชิมไก่ทอดทัตสึตะอาเกะสไตล์ญี่ปุ่นกันค่ะ
เมนูไก่ทอดเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆ คน เนื้อไก่นุ่มๆ ชุ่มฉ่ำ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้แป้งกรอบๆ แค่คิดก็ฟินแล้วใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งเมนูไก่ชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่นนี่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นมื้อหลักหรือเอาไว้เป็นของทานเล่นก็เคี้ยวเพลินไม่ต่างกัน
เราขอแนะนำไก่ทอดทัตสึตะอาเกะรสชาติเยี่ยมเกรดส่งออก ทำจากสะโพกไก่เนื้อนุ่ม นำมาปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองสูตรพิเศษให้อร่อยกลมกล่อม เพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วยกลิ่นหอมจากกระเทียมและขิงที่ผสานเข้ากันเป็นอย่างดี เคลือบด้วยแป้งที่ไม่หนาจนเกินไป ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ไม่เลี่ยน ไม่ว่าจะอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ นำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือทอดในน้ำมันร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ ค่ะ
เจลลี่ใสผสมเนื้อส้ม อร่อย สดชื่น
เจลลี่เนื้อเนียนใส ชุ่มฉ่ำ รสส้มมิคัง ผสมผสานความอร่อยของน้ำส้มและเนื้อส้มมิคังชิ้นใหญ่จุใจ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นผลไม้ สดชื่น ทานง่าย ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์จากเนื้อผลไม้แบบเต็มๆ
ส้มมิคัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ส้มหวานญี่ปุ่น" เป็นผลไม้ยอดนิยมจากแดนอาทิตย์อุทัย ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติหวานฉ่ำ เนื้อสัมผัสชุ่มฉ่ำ ไร้เมล็ด ทานง่าย และอุดมไปด้วยสารอาหารและประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ดังนี้
1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ส้มมิคังอุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
2. ต้านอนุมูลอิสระ: ส้มมิคังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย
3. ดีต่อระบบย่อยอาหาร: ส้มมิคังมีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
4. บำรุงผิวพรรณ: วิตามินซีในส้มมิคังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอริ้วรอย และช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์
5. บำรุงสายตา: ส้มมิคังมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา
6. บำรุงกระดูก: ส้มมิคังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน
7. บำรุงระบบประสาท: ส้มมิคังมีวิตามินบีรวม ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
8. ลดความดันโลหิต: โพแทสเซียมในส้มมิคังช่วยลดความดันโลหิต เหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
9. ป้องกันนิ่วในไต: ใยอาหารในส้มมิคังช่วยชะล้างของเสียในไต ป้องกันการเกิดนิ่วในไต
10. เพิ่มพลังงาน: ส้มมิคังมีน้ำตาลธรรมชาติ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย คลายความอ่อนเพลีย
11. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ: ส้มมิคังมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
12. ป้องกันโรคโลหิตจาง: ส้มมิคังมีธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
ผสานความอร่อยของมันฝรั่งและฟักทองฮอกไกโดเนื้อเนียน เหนียวนุ่ม กรอบอร่อยกำลังพอดี
โคร็อกเกะจากแบรนด์ซันมารูโกะห่อนี้ ผลิตโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพดีอย่างมันฝรั่งบารอน (だんしゃく, Danshaku) และฟักทองฮอกไกโด ทำให้ได้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม รสชาติหวานมันกลมกล่อมกำลังพอดี นำมาคลุกแป้งและเกล็ดขนมปังแล้วทอดจนเหลืองกรอบ ปราศจากสารเคมีแต่งกลิ่น สี และวัตถุกันเสีย อร่อยง่ายๆ เพียงอุ่นในไมโครเวฟ เสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส นิยมจัดใส่เบนโตะเป็นอาหารกลางวันของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รับประทานเป็นของว่าง หรือรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็เข้ากันได้ดีค่ะ
สำหรับคนรักแซลมอนที่มองหาวัตถุดิบคุณภาพสูงสุด พร้อมความสะดวกในการทำอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก (Atlantic Salmon) จากแบรนด์ คุก (Cooke) คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือปลาแซลมอนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในโลก และผ่านการแล่ตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน
คุณภาพจากแหล่งกำเนิด: ชิลี (Chile)
ปลาแซลมอนของ Cooke ได้รับการเลี้ยงในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดของประเทศ ชิลี โดยเฉพาะในเขตไอเซน (Aysén region) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและมีสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์ การเลี้ยงในสภาพธรรมชาติที่ดีเยี่ยมนี้ ทำให้ปลาแซลมอนมีเนื้อที่นุ่ม สีส้มสดใส และมีรสชาติที่สะอาด พร้อมไขมัน (Omega-3) ที่สมดุลตามธรรมชาติ
แบรนด์ Cooke ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และมีการใช้มาตรฐานการเพาะเลี้ยงอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบอาหารทะเลคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
การแล่ Trim-C เพื่อความสมบูรณ์แบบ
Trim-C คือมาตรฐานการแล่ปลาแซลมอนที่การันตีว่าเนื้อปลาของคุณถูกตัดแต่งอย่างพิถีพิถันสูงสุด
ความสะอาดสูงสุด: เนื้อปลาถูกนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone)
พร้อมใช้งานทันที: ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิ ซูชิ หรือนำไปปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเลาะก้างหรือตัดแต่งไขมันส่วนเกินเอง
เมนูอร่อยที่แนะนำ
ด้วยคุณภาพของปลาแซลมอนแอตแลนติกจากชิลี และการตัดแต่งแบบ Trim-C ที่สะอาด ทำให้เนื้อปลาชนิดนี้เหมาะสำหรับทุกเมนู:
ซาชิมิ/ซูชิ: เนื้อปลานุ่ม สีสวย สามารถนำไปหั่นเป็นชิ้นเพื่อสัมผัสความสดใหม่แบบเต็มคำ
สเต็กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือจี่บนกระทะเพื่อดึงรสชาติไขมันธรรมชาติออกมาให้หอมกรุ่น
อบ/เบค: อบพร้อมเครื่องเทศหรือสมุนไพร เพื่อมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ
ไม่ว่าคุณจะทำอาหารในบ้านหรือต้องการวัตถุดิบคุณภาพเพื่อเสิร์ฟในร้านอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก Trim-C จาก Cooke คือทางเลือกที่จะช่วยยกระดับทุกเมนูของคุณให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่ายดาย
วิธีละลายสินค้าแช่แข็ง
❄️ ละลายในตู้เย็น (แนะนำที่สุด)
- วางสินค้าไว้ในช่องธรรมดาของตู้เย็นประมาณ 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาด)
- วิธีนี้ช่วยรักษาคุณภาพและความสดของสินค้าได้ดีที่สุด
❄️ ละลายในน้ำเย็น (สำหรับการเร่งเวลา)
- นำสินค้าทั้งถุงแช่ในน้ำเย็น
- เปลี่ยนน้ำใหม่ทุก 30 นาที จนกว่าสินค้าจะคลายตัว
❄️ ละลายในอุณหภูมิห้อง (เฉพาะบางประเภท)
- วางสินค้าไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 40 นาที
สัมผัสประสบการณ์ "ความฟินแบบสั่นลิ้น" ที่สายหม่าล่าห้ามพลาด!
เบื่อไหมกับหม่าล่าแบบเดิมๆ? นิสชินขอพาทุกคนไปสัมผัสความซี้ดที่เหนือระดับกับ นิสชิน คัพ นูดเดิล รสหม่าล่า ที่เราถอดรหัสความอร่อยส่งตรงจากมณฑลเสฉวนมาไว้ในถ้วยเดียว ตอกย้ำนิยามความฟิน "อร่อยที่เส้น เข้มที่ซุป" ในทุกคำที่สัมผัส
เริ่มต้นด้วย น้ำซุปเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศ สูตรลับที่ให้รสสัมผัสกลมกล่อม หอมกลิ่นพริกและเครื่องเทศอันเป็นเอกลักษณ์ ให้ความเผ็ดร้อนและอาการ "ชาลิ้น" แบบพอดีๆ ตามฉบับหม่าล่าแท้ๆ สมกับคำว่า "เข้มที่ซุป" อย่างแท้จริง ผสานเข้ากับ เส้นเหนียวนุ่ม คุณภาพนิสชิน เส้นสีเหลืองนวลที่ดูดซับน้ำซุปหม่าล่าได้ดีเยี่ยม เคี้ยวสนุกสู้ฟัน การันตีความ "อร่อยที่เส้น" ในแบบฉบับนิสชินที่ทุกคนไว้ใจ
เติมเต็มความอร่อยให้สมบูรณ์แบบด้วย เครื่องเน้นๆ เต็มคัพ ทั้งเห็ดหอมอบแห้งและกะหล่ำปลีอบแห้ง ที่คืนตัวมานุ่มเด้ง เพิ่มเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวเพลินเหมือนได้นั่งทานหม่าล่าหม้อไฟสดๆ
"แค่เติมน้ำร้อน 3 นาที แล้วเตรียมดื่มด่ำกับความหอมซี้ดสไตล์เสฉวน ที่พร้อมเสิร์ฟความฟินให้คุณได้ทุกเวลา"
ขอเชิญคุณมาสัมผัส "รสชาติใหม่" ของวาซาบิ ที่แตกต่างจากวาซาบิบดแบบเดิม ๆ ค่ะ นี่คือประสบการณ์ของความเผ็ดซ่าที่มาพร้อมกับเนื้อสัมผัสกรุบกรอบในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่คุณไม่ควรพลาดเลยนะคะ
คิซามิ วาซาบิ (Kizami Wasabi) แปลตรงตัวว่า วาซาบิสับ (Chopped Wasabi) เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเอา ก้านและหัววาซาบิแท้ (Hon Wasabi) มาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ หยาบ ๆ แทนการนำไปบดละเอียดแบบที่เราคุ้นเคยกันค่ะ จากนั้นจึงนำไปปรุงรสด้วย โชยุ (Shoyu) และเครื่องปรุงอื่น ๆ ในสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อให้ได้วาซาบิที่มีรสชาติกลมกล่อม มีความเผ็ดซ่าที่ลงตัว และมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของวาซาบิแท้ Kinjirushi เป็นแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านวาซาบิที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนานในประเทศญี่ปุ่น โดยผลิตภัณฑ์ "คิซามิ วาซาบิ รสโชยุ" นี้ เป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและมีชื่อเสียงในเรื่องรสชาติที่เข้มข้นจัดจ้าน ทำให้สามารถนำไปใช้ร่วมกับอาหารได้หลากหลายประเภทมากขึ้น
จุดเด่นสำคัญของ คิซามิ วาซาบิ คือ เนื้อสัมผัสแบบ "กรุบกรอบ" (Shakishaki) จากชิ้นส่วนของก้านวาซาบิที่ถูกสับหยาบ ๆ ซึ่งให้ความสนุกและมิติใหม่ในการรับประทาน ไม่เหมือนวาซาบิแบบบดที่เป็นเนื้อครีม และด้วยการปรุงรสด้วยโชยุ ทำให้วาซาบิชนิดนี้มีรส อูมามิ (Umami) แทรกอยู่ จึงสามารถใช้เป็นเครื่องปรุงรสหรือเครื่องเคียงได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมโชยุเพิ่ม ความเผ็ดซ่าของวาซาบิถูกปรุงให้อยู่ในระดับที่กำลังดี สามารถคงความเผ็ดซ่า (Tsuun) ที่ตีขึ้นจมูกได้ยาวนาน และยังให้กลิ่นหอมที่สดชื่นของวาซาบิแท้อีกด้วยค่ะ
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
1.ทานคู่กับเนื้อวัว: เหมาะสำหรับทานคู่กับสเต็กหรือเนื้อย่างวากิว (Wagyu) เพียงแค่แตะวาซาบิเล็กน้อยบนชิ้นเนื้อ ก็จะได้รสชาติที่ลงตัวและเพิ่มความหอมสดชื่น
2.สำหรับเมนูซูชิ/ซาชิมิ: ใช้แทนวาซาบิแบบบด เพื่อเพิ่มความจัดจ้านและรสสัมผัสกรุบ ๆ
3.ท็อปปิ้งอาหาร: โรยบนข้าวหน้าปลาดิบ (Chirashi-don), ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon), เต้าหู้เย็น (Hiyayakko), หรือไข่ตุ๋นแบบญี่ปุ่น (Chawanmushi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
1.นำสินค้าออกมาจากช่องแช่แข็งในปริมาณที่ต้องการใช้
2.ปล่อยให้ละลายน้ำแข็งตามธรรมชาติในอุณหภูมิห้อง หรือในตู้เย็น (ใช้เวลา 10-20 นาที)
3.เมื่อละลายแล้ว สามารถเปิดซองและตักวาซาบิพร้อมปรุงรสแล้วมาใช้เป็นเครื่องเคียงได้ทันทีค่ะ
หลังเปิดซองแล้ว ควรกดซิปล็อกปิดปากถุงให้แน่น และเก็บในช่องแช่แข็งตามเดิมเพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของวาซาบิค่ะ
***ข้อควรระวัง: ไม่ควรนำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ
ลองเพิ่ม คิซามิ วาซาบิ เข้าไปในมื้ออาหารของคุณดูสิคะ แล้วคุณจะได้เพลิดเพลินกับรสชาติและเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นแท้ ที่จะช่วยยกระดับเมนูโปรดของคุณให้พิเศษยิ่งขึ้นได้ที่บ้านค่ะ
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซอสครีมต้มยำมันกุ้ง (แบบแห้ง)
• ถึงเครื่องต้มยำพร้อมรสชาติมันกุ้งเข้มข้น รสเปรี้ยว เผ็ดจัดจ้าน ผสานเส้นคุณภาพเหนียวนุ่มของนิสชิน ในรูปแบบแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกุ้งอบแห้ง ไข่อบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
เคล็ดลับความอร่อยกับซอสที่มียอดขายอันดับ 1 ของญี่ปุ่น
ทาโกะยากิ หรือขนมครกญี่ปุ่น อาหารว่างติดครัวของชาวคันไซ
ทาโกะยากิมีต้นกำเนิดมาจากเมืองโอซากา หากท่านได้ไปเที่ยวแถบคันไซ ต่างต้องเคยได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน วันนี้เราชวนคุณแก้คิดถึงญี่ปุ่น กับเมนูทำเองได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของแบรนด์ Nippn คุณแค่เตรียมไส้ที่ชอบ และต้องมีกระทะหลุมสำหรับทำทาโกะยากิ เพียงแค่นี้ คุณก็อร่อยตามแบบโอซาก้าแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 40 ลูก
วิธีทำ
1. ใส่แป้งทาโกะยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง ปูอัด ฯลฯ)
2. วอร์มเตาด้วยไฟแรง เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย แล้วค่อยใส่แป้งลงไปครึ่งหลุม ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที ใส่ไส้ทาโกะยากิ กระหล่ำปลี ขิงซอยเล็กน้อยลงในหลุม
3. รอจนแป้งสุกจนร่อนจากกระทะ พยายามพลิกกลับ ค่อยๆ เติมแป้งจนมีลักษณ์เป็นทรงกลมสวยงาม
4. เมื่อแป้งสุกทุกด้าน ให้จัดใส่จาน ราดซอสทาโกะยากิ มายองเนส สาหร่ายผง และปลาคัตสึโอะหั่นฝอย
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
รสชาติแห่งความอบอุ่นจากหัวใจญี่ปุ่นถึงบ้านคุณ
ถ้าพูดถึงขนมญี่ปุ่นที่เรียบง่ายแต่กินแล้วอบอุ่นใจ “โอฮากิ (Ohagi)” คือหนึ่งในเมนูที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเปลี่ยนผ่านฤดูกาล ขนมชนิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของหวานธรรมดา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนในการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ
ความพิเศษของ โอฮากิ คินาโกะ (Ohagi Kinako) ถุงนี้ อยู่ที่การผสมผสานที่ลงตัวในทุกสัมผัส:
• ข้าวเหนียวญี่ปุ่น: เคี่ยวจนนุ่มหนึบกำลังดี ให้เนื้อสัมผัสที่เคี้ยวสนุก
• ไส้ถั่วแดงกวน: ซ่อนอยู่ด้านในด้วยรสชาติหวานละมุน กลมกล่อม ไม่เลี่ยน
• ผงคินาโกะ (Kinako): ปิดท้ายด้วยการโรยผงถั่วเหลืองคั่วบดละเอียดคุณภาพเยี่ยม ที่ให้กลิ่นหอมนวลเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เสน่ห์ของโอฮากิอยู่ที่ความ "เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง" เป็นขนมที่ให้พลังงานและดีต่อใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทานคู่กับน้ำชาร้อนๆ ในยามบ่าย เพื่อสร้างช่วงเวลาที่ผ่อนคลายและพิเศษยิ่งขึ้น มาในรูปแบบแช่แข็งที่คงความสดใหม่แบบต้นตำรับ สะดวกสบายเพียงแค่ละลายในอุณหภูมิห้อง ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ที่ต้องการเมนูขนมหวานพรีเมียม หรือสายหวานที่อยากมีขนมดีๆ ติดตู้เย็นไว้เติมความสุขได้ทุกเวลาครับ
วิธีทาน / วิธีการใช้
• การเตรียม: นำขนมออกจากช่องแช่แข็งมาวางละลายในอุณหภูมิห้องประมาณ 1-2 ชั่วโมง (จนเนื้อข้าวเหนียวนุ่มลง)
• ข้อแนะนำ: ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟด้วยไฟแรง เพราะอาจทำให้ข้าวเหนียวแฉะหรือเสียรูปทรง
• ไอเดียความอร่อย:
- ทานคู่กับ ชาเขียวร้อน หรือ มัทฉะ เพื่อตัดรสหวาน
- เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาเพื่อทำเป็นเมนูของหวานฟิวชัน
- จัดใส่จานสวยงามสำหรับรับรองแขกในงานเลี้ยง
แนะนำอาหาร
• ชาเขียวมัทฉะ
• โฮจิฉะ (ชาเขียวคั่ว)
• ไอศกรีมวานิลลา
• เซ็ตเบนโตะญี่ปุ่นปิดท้ายด้วยของหวาน
ทำพิซซ่าญี่ปุ่นใครว่ายาก
แป้งสำเร็จรูปจากแบรนด์ Nippn ห่อนี้ เรานำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้คุณสามารถทำพิซซ่าญี่ปุ่น หรือ โอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของเรา ทำให้พิซซ่าญี่ปุ่นของคุณนุ่ม ฟู ไม่แห้งกระด้าง อร่อยในแบบต้นฉบับแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 4 ที่
วิธีทำ
1. ใส่แป้งโอโคโนมิยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง ขิงสับละเอียดนิดหน่อย และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง หมู ฯลฯ)
2. นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน (200C) เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย ก่อนตักแป้งโอโคโนมิยากิครึ่งหนึ่งออกเป็นทรงกลม ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที ให้ใส่กระหล่ำปลี และไส้ที่ชอบ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
3. พลิกอีกด้านอย่างระมัดระวังและปิดฝากระทะ ทิ้งไว้อีกประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นเปิดฝากระทะ ทิ้งไว้ 1 นาที
4. ตักใส่จาน พร้อมราดซอสโอโคโนมิยากิ มายองเนส และเกล็ดปลาโบนิโตะ
ลิ้มรสชาติโชยุพรีเมี่ยมที่หมักในถังไม้แบบดั้งเดิมนานกว่า 1 ปี
โชยุ จากแบรนด์ ทาเคซัน (Takesan) โชยุพรีเมี่ยมที่หมักในถังไม้แบบดั้งเดิมนานกว่า 1 ปี ผ่านกระบวนการผลิตที่เน้นความสดใหม่ ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ จึงทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นและกลิ่นหอมของถั่วเหลืองตามธรรมชาติ ซึ่งได้เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ถั่วเหลืองเต็มเมล็ด ข้าวสาลี และเกลือทะเล ที่คัดสรรค์มาอย่างดี ผลิตจากเกาะโชโดะชิมะ (Shodoshima) เป็นแหล่งผลิตซอสถั่วเหลืองที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ด้วยกลิ่นหอมและรสชาติที่เข้มข้นของโชยุขวดนี้ทำให้ใช้ปรุงอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ซอสจิ้มซูชิ ซาซิมิ และเมนูประเภทตุ๋นต่างๆ
เพิ่มความสดชื่นแบบไร้คาเฟอีน ด้วยชาข้าวบาร์เลย์จากญี่ปุ่น
สำหรับคนที่ต้องการความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แต่ไม่อยากรับประทานเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เราขอแนะนำมูกิฉะหรือชาข้าวบาร์เลย์ค่ะ ชาชนิดนี้แท้จริงแล้วไม่มีส่วนผสมของใบชา แต่ผลิตขึ้นจากเมล็ดข้าวบาร์เลย์ที่นำมาคั่วบดแล้วบรรจุใส่ซองชา เพื่อนำมาชงกับน้ำร้อนหรือน้ำเย็น
ฮอนมะ มอน มูกิฉะห่อนี้ โดดเด่นด้วยการใช้ข้าวบาร์เลย์ชนิดเปลือกล่อน อิจิบังโบชิ (Ichibanbochi) จากจังหวัดคางาวะ 100% จึงทำให้มีรสชาติกลมกล่อม ไม่ขมฝาดเหมือนชาอื่นๆ และมาพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ น้ำชามีสีเหลืองทอง ให้ความรู้สึกสดชื่น ชุ่มคอ ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมดื่มมูกิฉะในฤดูร้อน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยทีเดียวค่ะ
วิธีการชงแบบร้อน
• ต้มน้ำ 1.5 ลิตรให้เดือด ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง แล้วต้มต่อไปอีกประมาณ 3-5 นาที จากนั้นยกลงจากเตา สามารถดื่มแบบร้อนหรือนำไปแช่เย็นก่อนดื่มก็ได้ค่ะ
วิธีการชงแบบเย็น
• ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง ลงในน้ำเย็น 1 ลิตร แล้วนำไปแช่เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมดื่มค่ะ
ชวนคุณมาลิ้มลองยากิโซบะรูปแบบใหม่ๆ อย่างยากิอุด้งห่อนี้ค่ะ
หลายๆ คนคงถูกใจในรสชาติอันเข้มข้นของบะหมี่ผัดสไตล์ญี่ปุ่นอย่างยากิโซบะกันใช่ไหมคะ แต่หากคุณเบื่อสัมผัสในแบบเดิมๆ ของเส้นโซบะ และอยากจะลองเส้นบะหมี่ที่ออกไปในทางหนานุ่มแทนบ้าง เราขอแนะนำเมนูยากิอุด้งค่ะ เมนูนี้ถือเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างซอสผัดรสชาติเข้มข้นกับเส้นอุด้งเหนียวนุ่ม หนึบหนับ ให้คุณอิ่มอร่อยได้ง่ายๆ แค่เทเส้นและซอสลงไปผัดกับเนื้อสัตว์หรือผักที่ชอบ เพียงไม่นานก็พร้อมเสิร์ฟค่ะ
วิธีอร่อยกับยากิอุด้ง (สำหรับ 1 ที่)
1. เทน้ำมันลงในกระทะเล็กน้อย พอน้ำมันเริ่มร้อน ใส่เนื้อสัตว์และผักลงไปผัดจนสุก
2. เทเส้นอุด้งลงไป ผัดจนเส้นเริ่มคลายตัว เทซอสที่อยู่ในซองลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. ตักใส่จาน ยากิอุด้งแสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
(หากต้องการให้เส้นนิ่มยิ่งขึ้น สามารถเติมน้ำได้เล็กน้อย)
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
เพลิดเพลินกับแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแท้ๆ แบบเต็มรสชาติได้ง่ายๆ แค่อุ่น
สนุกกับการทำโอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
"ไข่กุ้ง" ที่เรากินกัน จริงๆแล้วทำมาจากอะไรกันแน่นะ?
หลายคนอาจคิดว่าเม็ดสีส้มกรุบๆ ที่อยู่บนซูชิคือ ไข่ของกุ้ง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ สิ่งที่เราเรียกกันติดปากว่า "ไข่กุ้ง" แท้จริงคือไข่ปลาแคปลิน (Capelin Roe) หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า เอบิโกะ (Ebiko) ซึ่งเป็นปลาทะเลขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำเย็น เช่น แถบมหาสมุทรอาร์กติก แอตแลนติกเหนือ และบริเวณรอบประเทศญี่ปุ่น ไข่ปลาแคปลินตามธรรมชาติจะมีสีเหลืองอ่อน เม็ดเล็กละเอียด และมีเอกลักษณ์คือ เนื้อสัมผัสกรุบกรอบเมื่อรับประทาน ก่อนนำมาขายหรือใช้ในร้านอาหารญี่ปุ่น จะผ่านการปรุงรสด้วยโชยุ มิริน และเกลือ เพื่อเพิ่มความกลมกล่อม พร้อมแต่งสีให้เป็นสีส้มสดใส จนกลายเป็น "ไข่กุ้ง" ที่เราคุ้นเคย เหมาะสำหรับโรยหน้าซูชิ ข้าวปั้น หรือเมนูต่างๆ ให้ดูน่ากินยิ่งขึ้น
ประโยชน์และสารอาหารดีๆใน "ไข่กุ้ง" (Ebiko)
เห็นเม็ดเล็กๆแบบนี้ แต่คุณประโยชน์ไม่เล็ก เพราะเป็นไข่ปลาที่มาจากทะเลน้ำลึก จึงอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง
• โปรตีนสูง: ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
• กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3): ดีต่อการทำงานของสมองและช่วยบำรุงหัวใจ
• วิตามินและแร่ธาตุ: มีวิตามินบี 12 และฟอสฟอรัส ที่ช่วยส่งเสริมระบบประสาทและกระดูกให้แข็งแรง
ขั้นตอนการละลาย (Defrosting) อย่างถูกวิธี
• นำกล่องไข่กุ้ง ออกจากช่องแช่แข็ง แล้วย้ายมาใส่ในช่องแช่เย็นธรรมดา ล่วงหน้าประมาณ 8–12 ชั่วโมง หรือ 1 คืนก่อนใช้งาน วิธีนี้จะช่วยให้เนื้อสัมผัสยังคงความกรุบกรอบ เม็ดไข่ปลาไม่แตกเลอะ และไม่เสียรสชาติ (ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟโดยตรงเพื่อละลาย เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสเสีย)
อินานิวะ อุด้ง 1 ใน 3 สุดยอดอุด้งของญี่ปุ่น
เส้นอุด้ง จากอากิตะ เป็นสินค้าขึ้นชื่อประจำจังหวัด ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น "อุด้งเส้นแห้งดึงมือ" อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น มีลักษณะเด่นคือเส้นบางกว่าอุด้งทั่วไป และมีความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ เนื่องจากผ่านกระบวนการนวดและยืดเส้นด้วยมือแบบดั้งเดิม ทำให้ได้สัมผัสที่นุ่มลื่นและเคี้ยวหนึบ นิยมทานแบบเย็นจุ่มกับซุปโชยุเข้มข้น หรือ แบบร้อนในน้ำซุปดาชิหอมกลมกล่อม
วิธีรับประทาน อินานิวะ อุด้ง
1. ต้มน้ำให้เดือด เตรียมน้ำ 1 ลิตร ต่อเส้นอุด้ง 80-100 กรัม รอให้น้ำเดือด
2. ใส่เส้นลงในน้ำ ค่อยๆ วางเส้นลงในน้ำเดือด
3. ใช้ตะเกียบคนเส้นอุด้งเบาๆ เป็นรูปเลขแปด เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกันขณะต้ม
4. ตรวจสอบสีของเส้นอุด้ง ต้มจนเส้นลายเป็นสีขาวขุ่น ปรับเวลาในการต้มตามเนื้อสัมผัสที่ต้องการ
ต้มนานขึ้นเพื่อให้เส้นนิ่มขึ้น หรือลดเวลาลงเพื่อให้เส้นแข็งขึ้น < เวลาโดยประมาณ >
• อุด้ง : 3 นาที / ฮิมูกิ: 2 นาที
• โซเมน : 90 วินาที / ข้าวต้มเส้น 4-5 นาที
5. เมื่อต้มเสร็จแล้ว ให้รีบนำใส่กระชอนแล้วล้างด้วยน้ำเย็นให้สะอาดเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นสุกเกินไป
ไก่คาราอาเกะ กระเทียมพริกไทยทำง่ายแค่เขย่าแล้วเอาเข้าไมโครเวฟ!
มาทำไก่ทอดในไมโครเวฟกันเถอะ! มีใครอยากลองทำไก่ทอดที่บ้านบ้างไหม? แต่ฉันไม่อยากหมักมัน นอกจากนี้การทอดยังใช้เวลานานและเปลืองน้ำมันอีกด้วย ลองแพ็คนี้สิ! เพียงหั่นไก่เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ผสมหรือเขย่ากับแป้งปรุงรสชุดนี้ จากนั้นเมื่อนำเข้าไมโครเวฟแล้วให้นำออกมาพักไว้สักครู่ ตอนนี้คุณสามารถทำเมนูไก่ทอดแสนอร่อยที่บ้านได้แล้ว。
วิธีการทำ
1. หั่นไก่ (1 ชิ้นมีขนาดประมาณ 4 x 4 ซม. หรือชิ้นละ 30 กรัม)
2. หั่นไก่แล้วเขย่า โรยแป้งให้ทั่ว
3. วางกระดาษรองจาน เอาลงบนจาน ไว้สำหรับวางไก่ วางแยกกันเพื่อไม่ให้ติด
4.ทำความร้อนด้วยไฟฟ้า 600w แล้วตั้งเวลาผ่านหน้าซองด้านหลัง จากนั้นปล่อยให้นั่งสักพัก ขอเพียงแค่สนุกกับเรื่องนี้
มาทำโอเด้งทานเองที่บ้านกันค่ะ
มาทำขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมกันค่ะ
แป้งวาราบิโมจิ จากแบรนด์ คิง ฟู้ด (King Food) คือผลิตภัณฑ์แป้งทำขนมญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ชื่นชอบในการทำขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น เช่น วาราบิโมจิ โมจิ หรือขนมที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ โดยสามารถปรับสูตรได้ตามแบบเฉพาะของคุณ สำหรับเมนูวาราบิโมจิ หากยิ่งทานคู่กับผงคินาโกะด้วยแล้ว ยิ่งอร่อยในแบบฉบับของญี่ปุ่นแท้ๆเลยค่ะ
วิธีทำ
1. ผสมแป้งวาราบิโมจิ 1 ถุง ต่อน้ำประมาณ 700 cc
2. ตั้งไฟโดยใช้ไฟกลาง เมื่อสีของแป้งเริ่มขุ่นและจับกันเป็นก้อน ให้ลดไฟเป็นไฟอ่อน หมั่นคนให้เข้ากันจนแป้งเริ่มใส
3. เมื่อแป้งใสได้ที่แล้ว ให้เทลงบนภาชนะที่มีลักษณะแบน ค่อยๆใส่น้ำด้านบนแป้งเพื่อให้แป้งเย็นตัวลง แล้วตัดเป็นชิ้นพอดีคำ
วิธีลัด
• ตักแป้งที่เพิ่งกวนเสร็จในขนาดพอดีคำ แล้วใส่ในน้ำเย็นจัด (น้ำผสมน้ำแข็ง) นำมาสะเด็ดน้ำเรียบร้อยแล้ว เพื่อเพิ่มความอร่อยให้โรยผงคินาโกะ หรือผงชาเขียวตามชอบ
วิธีทำด้วยไมโครเวฟ
*แนะนำให้แบ่งทำทีละน้อย*
1. ใช้แป้งวาราบิโมจิ 60 กรัม (สำหรับ 2 เสิร์ฟ) ต่อน้ำ 270 CC
2. ผสมน้ำกับแป้งใส่ในภาชนะที่ใหญ่คนให้เข้ากัน จากนั้นแร็ปปิดฝาด้านบน
3. นำเข้าไมโครเวฟใช้ไฟ 500 วัตต์ ประมาณ 4 นาที นำออกมาคนให้เข้ากัน จากนั้นแร็ปปิดฝาด้านบน เข้าไมโครเวฟอีกครั้ง จนแป้งสุกและมีเนื้อใส
4. นวดให้เข้ากัน หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วทิ้งให้เย็น เพื่อเพิ่มความอร่อยให้โรยผงคินาโกะ หรือผงชาเขียวตามชอบ
(สามารถปรับสูตรได้ตามความต้องการ)
มิโซะะรสชาติกลมกล่อมที่ควรมีติดครัวไว้ทุกบ้าน
HonmonoNippon ได้นำเข้ามิโซะจากแบรนด์ Hikari แบรนด์ผลิตมิโซะอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น! โดยมิโซะนี้ได้คัดสรรเมล็ดถั่วเหลืองคุณภาพดี นำมาหมักและบดจนละเอียด ใช้ระยะเวลาในการหมักที่นาน จนเกิดรสชาติอูมามิ มีรสที่สมดุล มีกลิ่นหอม และยังคุณค่าทางโภชนาการ ยิ่งทานคู่กับเมนูจานโปรด ยิ่งอร่อยอูมามิค่ะ