เยลลี่รสผลไม้แสนอร่อยขวัญใจเด็กๆ
สายหวานสายเจลลี่ต้องห้ามพลาดสิ่งนี้! วันนี้ได้ลองโออิซูมิ วุ้นคาราจีแนนสำเร็จรูป รสสตรอว์เบอร์รี่ บอกเลยว่าประทับใจตั้งแต่แพ็กเกจลายน้องเพนกวินกินน้ำแข็งใส น่ารักจนใจเจ็บ! พอแกะลองทานฉีกซองปุ๊บ กลิ่นหอมของสตรอว์เบอร์รี่เตะจมูกทันที ตัวเนื้อวุ้นทำจากคาราจีแนน นุ่มเด้งดึ๋งกำลังดี ไม่เหลวเกินไป รสชาติหวานอมเปรี้ยวกลมกล่อม ไม่หวานเลี่ยน แนะนำเลยว่าให้เอาไปแช่ช่องฟรีซก่อนทาน จะได้ฟีลลิ่งเนื้อไอศกรีมเกล็ดหิมะผสมวุ้นหนึบหนับ ใครกำลังมองหาขนมทานเล่นไว้ดับร้อนแบบฟินๆ ต้องรีบไปลองด่วนๆ เลยจ้า
ความพิเศษที่ไม่เหมือนเจลลี่ทั่วไปคือ คุณสามารถเพลิดเพลินกับโออิซูมิได้ตามชอบถึง 2 สไตล์
• สัมผัสเด้งดึ๋งชุ่มฉ่ำ : เมื่อแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา จะได้วุ้นคาราจีแนนที่เนียนลื่น ชุ่มฉ่ำ ละมุนลิ้น เคี้ยวสนุกชื่นใจ
• สัมผัสเกล็ดหิมะนุ่มหนึบ : เมื่อแช่ในช่องแข็ง เนื้อเจลลี่จะเปลี่ยนสภาพเป็นไอศกรีมเกล็ดน้ำแข็งใส ที่เนื้อนุ่มหนึบหนับไม่แข็งเป็นก้อนกระด้าง ให้ความเย็นฉ่ำสะใจเหมือนทานบิงซูในคาเฟ่
การเก็บรักษา: ควรเก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อนโดยตรง หากเปิดซองใหญ่แล้วแนะนำให้เก็บซองย่อยที่เหลือไว้ในตู้เย็น เพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติของสินค้า
ไอเทมของว่างสุดพรีเมียมลายน้องกระต่าย ที่ดีไซน์มาเพื่อตอบโจทย์คนรักขนมญี่ปุ่นและผู้ที่มองหาความรีเฟรชในระหว่างวัน ตัววุ้นทำจากคาราจีแนนคุณภาพดี ให้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม ยืดหยุ่น และเด้งสู้ฟัน ผสานอย่างลงตัวกับรสชาติโยเกิร์ตแท้สไตล์นิปปอน ที่ให้ความหอมละมุน กลมกล่อม หวานกำลังดีและอมเปรี้ยวปลายลิ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยตัดเลี่ยนและปลุกความสดชื่นให้ร่างกายได้ทันที
ความพิเศษที่ไม่เหมือนเจลลี่ทั่วไปคือ คุณสามารถเพลิดเพลินกับโออิซูมิได้ตามชอบถึง 2 สไตล์
• สัมผัสเด้งดึ๋งชุ่มฉ่ำ : เมื่อแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา จะได้วุ้นคาราจีแนนที่เนียนลื่น ชุ่มฉ่ำ ละมุนลิ้น เคี้ยวสนุกชื่นใจ
• สัมผัสเกล็ดหิมะนุ่มหนึบ : เมื่อแช่ในช่องแข็ง เนื้อเจลลี่จะเปลี่ยนสภาพเป็นไอศกรีมเกล็ดน้ำแข็งใส ที่เนื้อนุ่มหนึบหนับไม่แข็งเป็นก้อนกระด้าง ให้ความเย็นฉ่ำสะใจเหมือนทานบิงซูในคาเฟ่
การเก็บรักษา: ควรเก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อนโดยตรง หากเปิดซองใหญ่แล้วแนะนำให้เก็บซองย่อยที่เหลือไว้ในตู้เย็น เพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติของสินค้า
หากคุณกำลังมองหาขนมเย็นๆ ที่ให้ความสดชื่นแบบไม่เหมือนใคร ต้องลองโคราเซเตะ วุ้นคาราจีแนน รสโคล่า เยลลี่โคลาแช่แข็งยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่เปลี่ยนรสชาติของเครื่องดื่มโคลาให้กลายเป็นของว่างแสนสนุก เมื่อแช่ฟรีซจนได้ที่ เนื้อเยลลี่จะมีความหนึบและเย็นจัดคล้ายเกล็ดน้ำแข็งละเอียด ให้สัมผัสสดชื่นเต็มคำ พร้อมกลิ่นหอมหวานของโคลาสไตล์ญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์ ยิ่งทานในวันที่อากาศร้อนยิ่งฟิน ตัวซองออกแบบให้บีบรับประทานได้สะดวก ไม่ต้องใช้ช้อน ไม่เลอะมือ เหมาะทั้งสำหรับเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ จะทานเล่นที่บ้าน พกไปโรงเรียน ที่ทำงาน หรือทริปท่องเที่ยวก็สะดวก หรือแบ่งกันอร่อยทั้งครอบครัว เป็นอีกหนึ่งขนมนำเข้าจากญี่ปุ่นที่สายขนมและสายของหวานไม่ควรพลาด
ความพิเศษที่ไม่เหมือนเจลลี่ทั่วไปคือ คุณสามารถเพลิดเพลินกับโออิซูมิได้ตามชอบถึง 2 สไตล์
• สัมผัสเด้งดึ๋งชุ่มฉ่ำ : เมื่อแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา จะได้วุ้นคาราจีแนนที่เนียนลื่น ชุ่มฉ่ำ ละมุนลิ้น เคี้ยวสนุกชื่นใจ
• สัมผัสเกล็ดหิมะนุ่มหนึบ : เมื่อแช่ในช่องแข็ง เนื้อเจลลี่จะเปลี่ยนสภาพเป็นไอศกรีมเกล็ดน้ำแข็งใส ที่เนื้อนุ่มหนึบหนับไม่แข็งเป็นก้อนกระด้าง ให้ความเย็นฉ่ำสะใจเหมือนทานบิงซูในคาเฟ่
การเก็บรักษา: ควรเก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อนโดยตรง หากเปิดซองใหญ่แล้วแนะนำให้เก็บซองย่อยที่เหลือไว้ในตู้เย็น เพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติของสินค้า
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
มันฝรั่งทอดกรอบชนิดแท่งที่ยกระดับของว่างธรรมดาให้ดูพรีเมียมขึ้นทันที ผลิตจากมันฝรั่งคุณภาพจากฮอกไกโด แหล่งวัตถุดิบชื่อดังของญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวานธรรมชาติและเนื้อแน่นเป็นพิเศษ ผ่านกระบวนการทอดจนได้ความกรอบกำลังดี ไม่แข็ง ไม่อมน้ำมัน จากนั้นคลุกเคล้ารสทรัฟเฟิลที่ให้กลิ่นหอมละมุนแบบมีระดับ หอมชัดแต่ไม่แรงเกินไป ทำให้ทานง่าย กินได้เรื่อย ๆ แบบไม่เลี่ยน ทันทีที่เปิดซอง จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นทรัฟเฟิลหอม ๆ ชวนให้อยากลองทันที กัดคำแรกได้ความกรอบแน่น เค็มมันพอดีคำ ผสานกลิ่นทรัฟเฟิลที่ติดปลายลิ้นอย่างลงตัว พกพาสะดวก เหมาะสำหรับทานเล่นระหว่างวัน ทานคู่ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มต่าง ๆ รวมถึงจัดเสิร์ฟเป็นของว่างในร้านอาหาร คาเฟ่ หรือวางจำหน่ายเป็นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้หน้าร้าน สแน็คเล็ก ๆ แต่รสชาติและภาพลักษณ์ไม่เล็กตาม เพราะบางครั้งความพรีเมียม ก็เริ่มจากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เลือกสรรอย่างตั้งใจ
เสน่ห์ของ "ทรัฟเฟิลดำ"
จุดเด่นที่สุดคือกลิ่นครับ ทรัฟเฟิลดำถูกยกย่องว่าเป็น "เพชรแห่งห้องเครื่อง" เพราะมีกลิ่นหอมลุ่มลึกที่เป็นเอกลักษณ์
• รสสัมผัสแรก: เมื่อเปิดซอง กลิ่นทรัฟเฟิลจะเตะจมูกทันที
• รสชาติ: จะมีความเค็มบางๆ นัวๆ เสริมด้วยความหอมมันของมันฝรั่งแท้ๆ
• ความรู้สึก: เป็นขนมที่ให้ฟีล "พรีเมียม" เหมาะสำหรับกินเล่นตอนดูซีรีส์ หรือจะทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ก็เข้ากันได้ดีมาก
สายขนมญี่ปุ่นต้องกรีดร้อง! ตัวนี้คือเด็ดมาก เป็นมันฝรั่งแท่งที่รสชาติ "ตะโกน" ว่าอูนิ! กลิ่นหอมฟุ้งตั้งแต่เปิดซอง รสชาติมีความมันๆ นัวๆ ของไข่หอยเม่น ผสมกับความหวานธรรมชาติของมันฝรั่งฮอกไกโด
ขึ้นชื่อเรื่องความหอมมันละมุนแบบธรรมชาติ มันฝรั่งทอดกรอบชนิดแท่งรสไข่หอยเม่นนี้ นำแรงบันดาลใจจากรสชาติทะเลญี่ปุ่นมาผสมผสานกับมันฝรั่งคุณภาพดีจากฮอกไกโด ผ่านกระบวนการทอดจนได้เนื้อสัมผัสกรอบแน่น เคี้ยวเพลินทุกคำ รสชาติจะไม่จัดจ้านเกินไป แต่ค่อย ๆ เผยความหอมและความมันละมุน ทำให้กินเพลินแบบไม่รู้ตัว เหมาะกับคนที่ชอบของทานเล่นแนวพรีเมียม หรืออยากเพิ่มไลน์สินค้านำเข้าที่แตกต่างจากตลาดทั่วไป เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นขนมที่ดูธรรมดา แต่รสชาติไม่ธรรมดาเลย
"ยกระดับความนัว... ด้วยคู่หูที่ลงตัว"
• สายดื่ม: เข้ากันได้ดีที่สุดกับ เบียร์คราฟต์เย็นฉ่ำ หรือ ไวน์ขาว (Chardonnay) เพราะความซ่าและรสเปรี้ยวจางๆ ของเครื่องดื่มจะช่วยตัดเลี่ยน และชูรสสัมผัสหอมมันของอูนิให้เด่นชัดขึ้น ราวกับนั่งทานอยู่ในบาร์หรูที่ญี่ปุ่น
• สายละมุน: ทานคู่กับ ชาเขียวร้อน (Genmaicha) ที่มีกลิ่นข้าวคั่ว จะช่วยเสริมกลิ่นอายธรรมชาติของมันฝรั่งฮอกไกโดให้หอมฟุ้งกระจายเต็มปาก
• สายสร้างสรรค์: ลองดิปกับ มายองเนสผสมวาซาบิ เล็กน้อย เพื่อเพิ่มความจี๊ดจ๊าดและดึงรสชาติ "อูมิ" (รสทะเล) ให้กลมกล่อมยิ่งขึ้นไปอีกขั้น
อร่อย หอม เข้มข้น ไปกับนมโคแท้จากฮอกไกโด
เชื่อว่าหลายท่านคงรู้จักเมืองฮอกไกโดกันใช่ไหมคะ เมืองฮอกไกโดเป็นเมืองทางภาคเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งอาหาร น้ำ และมีอากาศอันบริสุทธิ์ที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้ผลผลิตจากเมืองนี้มีความสดใหม่และอร่อยสุดๆ ซึ่งหนึ่งในสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากของฮอกไกโดก็คือ “นมฮอกไกโด” นั่นเองค่ะ
นมฮอกไกโด เป็นนมที่มีความหอมมัน รสชาติเข้มข้น ทำให้ไม่ว่าจะดื่มแบบธรรมดาหรือนำไปทำอาหาร ขนม ผสมเครื่องดื่มอื่นๆ หรือทำไอศกรีม ก็จะช่วยชูรสชาติให้เมนูนั้นๆ มีความหอมมันกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ทุกท่านสามารถลองชิมรสชาตินมฮอกไกโดของแท้ นำเข้าจากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่ Honmono Nippon ค่ะ
ข้อแนะนำ
• กรุณาเขย่าก่อนดื่ม เนื่องจากตัวนมมีแคลเซียมและแร่ธาตุต่างๆ จึงอาจมีการตกตะกอนได้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติจากการผลิต
• หากยังไม่เปิดกล่อง สามารถเก็บในอุณหภูมิปกติได้
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว หากรับประทานไม่หมดควรปิดให้สนิทและเก็บในตู้เย็น (อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส)
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว ควรรับประทานให้หมดภายใน 7 วัน
• ห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง เนื่องจากเนื้อสัมผัสของนมอาจเปลี่ยนไป
สุดยอดนัตโตะจากถั่วเหลืองซุซึมารุ คุณภาพระดับพรีเมียม
สำหรับคนรักสุขภาพและผู้ที่อยากลิ้มลองรสชาติ นัตโตะ (Natto) แบบต้นตำรับแท้ ๆ เราขอแนะนำ นัตโตะ จากแบรนด์ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรพิเศษจาก ฮอกไกโด เพราะนี่คือสุดยอดถั่วเหลืองหมักที่มาพร้อมความอร่อยแบบธรรมชาติและคุณค่าที่ล้ำเลิศ
ความลับของนัตโตะฮอกไกโด
ความพิเศษของนัตโตะถ้วยนี้อยู่ที่การคัดสรร ถั่วเหลืองเม็ดเล็ก สายพันธุ์ ""ซูซูมารุ"" (Suzumaru) ซึ่งเป็นถั่วเหลืองคุณภาพสูงที่ปลูกในเมืองมุคาวะ จังหวัดฮอกไกโด ถั่วที่เติบโตในสภาพอากาศที่บริสุทธิ์ของฮอกไกโดนี้ ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มนวลและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผ่านกระบวนการหมักแบบดั้งเดิม จึงได้นัตโตะที่มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี
ทำไมต้องนัตโตะสูตรนี้?
ถั่วเหลืองซูซูมารุ: การเลือกใช้ถั่วเหลืองสายพันธุ์นี้ เป็นการการันตีคุณภาพและความใส่ใจในวัตถุดิบ ทำให้ได้รสอูมามิที่เข้มข้น และเนื้อสัมผัสที่เนียนกว่า
เม็ดเล็ก ทานง่าย: ถั่วแบบเม็ดเล็กทำให้ง่ายต่อการคลุกเคล้ากับซอส และทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ได้อย่างลงตัว เป็นรูปแบบที่คนญี่ปุ่นนิยมทานมากที่สุด
ประโยชน์เต็มถ้วย: นัตโตะยังเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติกที่ดีต่อลำไส้ และเอนไซม์นัตโตะไคเนสที่ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้คุณได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพดีในทุก ๆ คำ
พร้อมทาน สะดวกสุด ๆ: ในแพ็กเกจมีทั้งซอส (Tare) และมัสตาร์ด (Karashi) มาให้พร้อมสรรพ คุณไม่ต้องหาเครื่องปรุงเพิ่ม ก็อร่อยได้ทันที
วิธีเตรียมและอร่อยกับนัตโตะ
สินค้าจัดส่งแบบแช่แข็ง เพื่อรักษาความสดใหม่ ดังนั้นควรเตรียมสินค้าตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนการเตรียม:
1. นำ นัตโตะ ออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
2. พักไว้ที่อุณหภูมิห้องสักครู่ เพื่อให้คลายความเย็นจนนิ่มลง หรือนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดา
3. เมื่อถั่วละลายและนิ่มแล้ว จึงนำมาทาน
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ให้นัตโตะฮอกไกโดเป็นอาหารเช้าหรือมื้อเสริมเพื่อสุขภาพของคุณ แล้วคุณจะค้นพบความลับของการมีสุขภาพดีสไตล์คนญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านเลย
อาหารเพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่น ที่กินง่ายและอร่อยลงตัว
สำหรับใครที่อยากลองทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือเนื้อสัมผัส เราขอแนะนำ นัตโตะ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรเม็ดเล็กพิเศษ เพราะนี่คือตัวเลือกที่ถูกใจคนญี่ปุ่นและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่ ที่สำคัญคือมาพร้อมกับคุณประโยชน์ด้านสุขภาพแบบเต็มๆ
นัตโตะคือเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น เป็นถั่วเหลืองหมักที่อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติกและเอนไซม์ นัตโตะไคเนส ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น และยังดีต่อสุขภาพหัวใจ รวมถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย
จุดเด่น
• เม็ดเล็ก เคี้ยวง่าย: นัตโตะของฮามานะสึเป็นแบบเม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu) ทำให้เนื้อสัมผัสมีความละเอียดกว่าแบบเม็ดใหญ่ และผสมเข้ากับซอสได้ง่ายกว่า ถูกปากคนที่ไม่คุ้นเคยกับความเหนียวของนัตโตะ
• รสชาติกลมกล่อมลงตัว: นัตโตะถ้วยนี้มาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่ให้รสอูมามิ ทำให้รสชาติของถั่วเหลืองหมักมีความกลมกล่อมและอร่อยยิ่งขึ้น เพียงแค่เติมซอสและมัสตาร์ดที่มาในแพ็กเกจ ก็พร้อมทานได้ทันที
• คุณภาพญี่ปุ่นแท้ๆ: สินค้านี้ถูกนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสะอาดในกระบวนการผลิต ทำให้คุณมั่นใจได้ว่านัตโตะที่คุณทานนั้น สดใหม่และได้มาตรฐาน
วิธีทำความอร่อยง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นนิยมทาน นัตโตะ ในมื้อเช้า เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ไปตลอดวัน วิธีทานก็ง่ายมากๆ
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. เปิดฝาและเทซอสกับมัสตาร์ดที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนเกิดฟองและความเหนียวเป็นเส้นใย
4. ตักวางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือจะทานคู่กับไข่แดงและต้นหอมซอยก็อร่อยลงตัว
คล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหน นัตโตะฮามานะสึ ก็พร้อมเป็นสุดยอดอาหารสุขภาพที่ทำให้คุณรู้สึกดีได้ทุกวัน ลองสั่งไปชิม แล้วคุณจะติดใจกับความอร่อยที่มีประโยชน์ต่อร่างกายถ้วยนี้เลย!"