อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ผักจักรพรรดิ (สลัดต้น) ปรุงรสชาติอ่อนๆ กลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่น ให้คุณสัมผัสความกรุบกรอบอันเป็นเอกลักษณ์ของผักจักรพรรดิที่มาพร้อมกลิ่นหอมของน้ำมันงา รับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้ม เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม หรือนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย สะดวกและประหยัดเวลาเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกพร้อมทาน สามารถจัดเสิร์ฟได้ทันที
คำแนะนำในการเก็บรักษา
• ควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 0-10 องศา
• หลังจากเปิดซองแล้วหากทานไม่หมด แนะนำให้ใส่กล่องปิดให้สนิทและเก็บไว้ในตู้เย็น
• ควรรับประทานให้หมดภายใน 3 วัน หลังจากที่เปิดซอง
สาหร่ายฮิจิกิ ผสมถั่วเหลืองและแครอทต้มสุกปรุงรส
เป็นหนึ่งในเมนุยอดฮิตของชาวญี่ปุ่น มีเอกลักษณ์เป็นสาหร่ายสีดำโดยธรรมชาติ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำมาผสมกับถั่วเหลือง และแครอท เหมาะสำหรับรับประทานเป็นเครื่องเคียง และยังนิยมนำมาคลุกกับข้าวปั้นโอนิกิริอีกด้วย
คำแนะนำในการเก็บรักษา
• ควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 0-10 องศา
• หลังจากเปิดซองแล้วหากทานไม่หมด แนะนำให้ใส่กล่องปิดให้สนิทและเก็บไว้ในตู้เย็น
• ควรรับประทานให้หมดภายใน 3 วัน หลังจากที่เปิดซอง
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ชูรสชาติราเมงให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยหน่อไม้เมนมะกันค่ะ
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ผักกาดดองต้มสุกปรุงรสแบบต้นตำรับญี่ปุ่น รสชาติอร่อยกลมกล่อมกำลังพอดี นิยมนำมาทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ, รับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้ม, เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม หรือนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย สะดวกและประหยัดเวลาเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกพร้อมทาน สามารถจัดเสิร์ฟได้ทันที
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
อร่อยได้ง่ายๆ ด้วยเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น!
สาหร่ายทะเลปรุงรสด้วยกลิ่นหอมของใบชิโซะและใบชิโสะสีเขียว สามารถใช้เป็นส่วนผสมในข้าวปั้น เป็นกับข้าวหรือโจ๊ก โรยบนสลัด หรือรับประทานเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย หรือใช้สร้างสรรค์เมนูอื่นๆ ทั้งปรุงสุกและพร้อมรับประทานได้หลากหลายวิธี ทำให้สะดวกและประหยัดเวลา พร้อมเสิร์ฟ
เคยลองทานถั่วเน่าญี่ปุ่น (นัตโตะ) หรือยังคะ?
หลายๆ คนที่เคยเดินทางไปญี่ปุ่น เมนูอาหารเช้าเกือบทุกโรงแรมในประเทศญี่ปุ่นต้องมีเสริ์ฟนัตโตะ (Natto) หรือถั่วเหลืองญี่ปุ่นหมัก รู้หรือไม่คะ ว่านัตโตะถือเป็นอาหารสุขภาพที่ชาวญี่ปุ่นต่างยกนิ้วให้ เพราะอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ มีวิตามินบี 12 สารต้านอนุมูลอิสระ และโปรไบโอติกที่ช่วยในการย่อย ทำให้กระเพาะและลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ทำให้นัตโตะถูกยกย่องให้เป็น Super Food
Shindo Fuji Fukuoka Jiman Natto เป็นนัตโตะที่ผลิตจากเมืองฟุกุโอกะ โดยคัดเลือกถั่วเหลืองเม็ดโตของขึ้นชื่อของเมือง นำมาหมักในกรรมวิธีดั้งเดิม จนได้นัตโตะที่มีกลิ่นเฉพาะตัว และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมซอสและมัสตาร์ดให้ได้ทานคู่กัน ใครที่ไม่เคยลอง อยากแนะนำให้เปิดใจค่ะ
สนุกกับการทำโอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
ข้าวญี่ปุ่นพร้อมทาน อร่อยง่ายๆได้ทุกเมนู
สัมผัสความอร่อยของข้าวญี่ปุ่นหุงสำเร็จ จากแบรนด์ ไอริส (IRIS) ผลิตจากข้าวคุณภาพเยี่ยมเมืองอาคิตะ (Akita) ตัวข้าวมีเอกลักษณ์ หอมนุ่ม ละมุนลิ้น พร้อมให้คุณลิ้มลองความอร่อยแท้ๆจากญี่ปุ่น
วิถีอุ่นเพื่อรับประทาน
• เปิดฝาถาดจนถึงบริเวณรอยปะ
• นำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟ ประมาณ 2 นาที (500W / 600W) หรือ 50 วินาที (1000W)
พิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกจนถึงการส่งถึงมือคุณ
• หุงทันทีหลังเก็บเกี่ยว เพื่อรักษาความหอม และรสชาติของข้าวในช่วงที่ดีที่สุด
• ใช้น้ำบริสุทธิ์จากจังหวัดมิยางิ ทำให้ข้าวหอมอร่อยแตกต่างจากข้าวหุงสำเร็จทั่วไป
• ควบคุมอุณหภูมิต่ำ และใช้เทคนิคพิเศษในการเก็บรักษา เพื่อให้ข้าวคงความสดใหม่
• เทคโนโลยีการหุงเฉพาะตัว ช่วยให้ข้าวมีความเงางาม คงความนุ่ม ไม่แข็งกระด้างแม้เปิดทิ้งไว้
**เก็บได้นานถึง 25 เดือน โดยไม่ใช้สารกันบูดหรือสารเคมีใดๆ**
เคยกินขนมพันสาหร่ายทั่วไปแล้วรู้สึกว่าขาดอะไรไปไหมคะ? ต้องลองตัวนี้เลยค่ะ Ume Norimaki จากแบรนด์ยอดฮิตตลอดกาลอย่าง Kameda Seika ที่หยิบเอาเสน่ห์ของ "บ๊วยนันโค" ของดีขึ้นชื่อจากจังหวัดวากายามะ มาผสมผสานกับข้าวอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
ทำไมต้องมีติดบ้าน?
• รสชาติครบรส: สัมผัสแรกคือความกรอบของข้าวอบที่เคลือบซอสโชยุสูตรพิเศษ ตามด้วยรสเปรี้ยวอมหวานนิดๆ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์จากผงบ๊วยแท้ๆ (Kishū Nankō-ume)
• สาหร่ายคุณภาพเยี่ยม: ใช้สาหร่ายแผ่นหนา กรอบ หอมกลิ่นอายทะเล พันรอบตัวขนมมาแบบเน้นๆ
• ความกรอบที่เป็นเอกลักษณ์: ข้าวอบกรอบสไตล์ Okaki ที่เคี้ยวเพลินจนชิ้นเดียวไม่เคยพอ
• ไซส์พอเหมาะ: ขนาด 25 กรัม พกพาง่าย จะใส่กระเป๋าไว้กินเล่นระหว่างวัน หรือแบ่งให้เด็กๆ ทานตอนดูการ์ตูนก็สะดวกค่ะ
ทานคู่กับอะไรก็อร่อย!
• จิบชาร้อน: เข้ากันได้ดีที่สุดกับชาเขียวร้อนๆ ช่วยชูรสบ๊วยให้เด่นขึ้น
• เครื่องดื่มเย็น: เป็นกับแกล้มชั้นเลิศที่เคี้ยวเพลินจนลืมเวลา
• ของว่างยามบ่าย: แก้เซ็งช่วง Work from home ได้ดีเยี่ยม
สัมผัสประสบการณ์โซบะระดับเชฟ เหมือนยกจากร้านดังมาไว้ที่บ้าน!" มารุจัง ซูบาน(ZUBAAAN)! ไม่ใช่แค่โซบะกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่คือนวัตกรรมเส้นที่เหนียวนุ่มและน้ำซุปไก่ที่หอมกรุ่นถึงใจ พลิกโฉมการกินบะหมี่ที่บ้านให้กลายเป็นมื้อพิเศษได้ง่ายๆ ใน 4 นาที
ทำไมต้อง ซูบาน(ZUBAAAN)! ?
ในตลาดโซบะกึ่งสำเร็จรูปที่มีตัวเลือกมากมาย มารุจัง ซูบาน(ZUBAAAN)! ถูกสร้างมาเพื่อทำลายขีดจำกัดเดิมๆ คำว่า "ซูบาน (ZUBAAAN)" ในภาษาญี่ปุ่นสื่อถึงความรู้สึกที่กระทบใจอย่างแรง ซึ่งก็คือรสชาติที่ "เป๊ะ" และ "ชัดเจน" ตั้งแต่คำแรก จุดเด่นที่ทำให้หลายคนหลงรักคือ “ความหอม” ของซุปไก่ที่ชัดเจนตั้งแต่เทน้ำซุปลงชาม เป็นสไตล์ชูกะโซบะแบบดั้งเดิม รสชาติกลมกล่อม ไม่มันจัด ไม่เค็มโดด ซดได้เรื่อยๆ แบบไม่สะดุด เส้นมีความเหนียวนุ่มกำลังดี เมื่อต้มแล้วให้สัมผัสใกล้เคียงเส้นสดในร้านราเมง สามารถเพิ่มเนื้อไก่สไลซ์ ไข่ออนเซ็น ต้นหอม หรือสาหร่าย เพื่อยกระดับเป็นเมนูพรีเมียมได้ทันที สำหรับร้านอาหารหรือสายขายออนไลน์ บอกเลยว่านี่คือสินค้าที่ช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ความ “ญี่ปุ่นแท้” ได้แบบมืออาชีพ แพ็ก 3 ซอง คุ้มค่า ทำกินเองก็อร่อย ทำขายก็กำไรยิ้มๆ
วิธีปรุง
• ต้มน้ำ: ต้มน้ำประมาณ 500 มล. ให้เดือด
• ต้มเส้น: ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 4 นาที (ระหว่างต้มให้ค่อยๆ คนเพื่อให้เส้นแยกตัวไม่ติดกัน)
• เตรียมซุป: เทเครื่องปรุงรสลงในชามรอไว้
• ผสม: เมื่อเส้นสุกแล้ว เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามซุปก่อนเพื่อให้เครื่องปรุงละลาย แล้วจึงใส่เส้นตามลงไป
***** เพิ่มความอร่อย: แนะนำให้เติมเนื้ออกไก่ฉีก, หน่อไม้ดอง (Menma), ต้นหอมญี่ปุ่น หรือไข่ต้มยางมะตูม เพื่ออรรถรสแบบร้านราเมงแท้ๆ
โมจิญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าโมจิเป็นขนมมงคล จะรับประทานเพื่อเฉลิมฉลอง หรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผู้ที่ได้รับประทานโมจิจะได้รับความมงคล มีกินมีใช้ตลอดปี วันนี้เรามีโมจิแบบกึ่งสำเร็จรูปมาให้คุณได้ทำทานเองที่บ้าน แบบไม่ต้องออกแรงทุบข้าวเหนียว เพียงแค่นำไปย่าง หรือต้มแล้วทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่นบด หรือโรยผงถั่วเหลืองคินาโกะ หรือจะนำมาใส่น้ำซุปชาบู รับประกันว่าฟิน ไม่ต่างจากไปกินที่ญี่ปุ่นค่ะ 1 ห่อมีโมจิประมาณ 5 ชิ้น
ข้อแนะนำ : เมื่อเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อคปิดให้สนิท หลีกเลี่ยงความชื้น และเก็บเข้าตู้เย็น
วิธีอุ่น
• ใส่เตาย่างขนาด 1000W ประมาณ 3-4 นาที
• ต้มในน้ำเดือด 3 นาที
• ใส่ไมโครเวฟ 500W ประมาณ 2 นาที
ข้าวญี่ปุ่นพร้อมทาน อร่อยง่ายๆได้ทุกเมนู
สัมผัสความอร่อยของข้าวญี่ปุ่นหุงสำเร็จ จากแบรนด์ ไอริส (IRIS) ผลิตจากข้าวคุณภาพเยี่ยมเมืองอาคิตะ (Akita) ตัวข้าวมีเอกลักษณ์ หอมนุ่ม ละมุนลิ้น พร้อมให้คุณลิ้มลองความอร่อยแท้ๆจากญี่ปุ่น
วิถีอุ่นเพื่อรับประทาน
• เปิดฝาถาดจนถึงบริเวณรอยปะ
• นำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟ ประมาณ 2 นาที (500W / 600W) หรือ 50 วินาที (1000W)
พิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกจนถึงการส่งถึงมือคุณ
• หุงทันทีหลังเก็บเกี่ยว เพื่อรักษาความหอม และรสชาติของข้าวในช่วงที่ดีที่สุด
• ใช้น้ำบริสุทธิ์จากจังหวัดมิยางิ ทำให้ข้าวหอมอร่อยแตกต่างจากข้าวหุงสำเร็จทั่วไป
• ควบคุมอุณหภูมิต่ำ และใช้เทคนิคพิเศษในการเก็บรักษา เพื่อให้ข้าวคงความสดใหม่
• เทคโนโลยีการหุงเฉพาะตัว ช่วยให้ข้าวมีความเงางาม คงความนุ่ม ไม่แข็งกระด้างแม้เปิดทิ้งไว้
**เก็บได้นานถึง 25 เดือน โดยไม่ใช้สารกันบูดหรือสารเคมีใดๆ**
"บิดแล้วเท" จบใน 1 นาที! เคล็ดลับทำอุด้งเมนไทโกะฉบับแม่บ้านมือโปร!
ความพิเศษของซีรีส์ ปุจิโตะ (Puchitto) คือซอสมาในรูปแบบ “ถ้วยเล็ก” ขนาดกะทัดรัดใช้งานง่าย ใน 1 ถุง บรรจุ 4 ถ้วย (สำหรับ 4 ที่) ถือเป็นนวัตกรรมที่แม่บ้านญี่ปุ่นชื่นชอบมาก เพราะเพียงแค่ “บิดแล้วเท” ก็ใช้งานได้ทันที ไม่เลอะมือและไม่ต้องกังวลเรื่องการตวงปริมาณ
ตัวซอสให้รสชาติเมนไทโกะแท้ๆ ภายในมีเนื้อไข่ปลาค็อดปรุงรส (Mentaiko) ผสมอยู่จริง ให้สัมผัสกรุบเล็กน้อย พร้อมรสเค็มเผ็ดอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทเมนโกะ สูตรนี้ผสานเนยมาอย่างลงตัว ช่วยเพิ่มความนวล กลมกล่อม และเข้ากันได้ดีกับความเค็มของไข่ปลาอย่างพอดี จะนำไปคลุกกับเส้นอุด้งร้อนๆ หรือจะทำเป็นอุด้งเย็นคลุกซอสในวันที่อากาศร้อนก็อร่อยอย่างลงตัวค่ะ
ไอเดียเมนู "ทำง่าย แต่อร่อย"
• Mentaiko Udon : ต้มเส้นอุด้งให้สุก แกะซอส 1 ถ้วยเล็ก เทลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็ทานได้เลยค่ะ
• Mentaiko Pasta : ใช้แทนซอสพาสต้าได้เลยค่ะ โรยไข่กุ้งเพิ่มอีกนิด รับรองว่าต้องขอเบิ้ลแน่นอน
• Mentaiko Rice : ถ้าวันไหนไม่มีเส้น ลองเทคลุกกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้ววางไข่ดาวทับด้านบน เป็นเมนูเร่งด่วนที่รสชาติไม่ธรรมดาเลยค่ะ
เบื่อข้าวสวยจืดๆ ไหม เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นข้าวแกงกะหรี่จานโปรดใน 3 วินาที
วันไหนรีบๆ หรือคิดเมนูไม่ออก ข้าวสวยร้อนๆในจานอาจดูน่าเบื่อขึ้นมาทันที แต่ปัญหานั้นจะหมดไปด้วย ผงโรยข้าวรสแกงกะหรี่จากญี่ปุ่น บรรจุในซองลายคุมะมงสุดน่ารัก ที่พร้อมเติมความอร่อยให้ทุกมื้ออย่างง่ายดาย ผงโรยข้าวยอดนิยมสูตรต้นตำรับนี้ผสานความหอมของแกงกะหรี่ญี่ปุ่นเข้ากับสาหร่าย งา และเครื่องปรุงรส ให้รสชาติกลมกล่อม หอมละมุน และมีเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นแท้ ๆ เพียงฉีกซองแล้วโรยบนข้าวสวยร้อนๆ ก็พร้อมอิ่มอร่อยได้ทันที เหมือนได้ลิ้มลองข้าวแกงกะหรี่หอมกรุ่นโดยไม่ต้องเสียเวลาปรุงนาน นอกจากโรยบนข้าวสวยแล้ว ยังสามารถนำไปเพิ่มรสชาติให้กับข้าวปั้น เบนโตะ ไข่ต้ม สลัด บะหมี่ หรือเมนูโปรดอื่น ๆ ได้อีกมากมาย ช่วยเปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้พิเศษขึ้นในทุกคำ แค่โรย...ก็อร่อยแบบญี่ปุ่นได้ทุกวัน
ใครที่เป็นสายอาหารญี่ปุ่นห้ามพลาด เพราะนี่ไม่ใช่ผงโรยข้าวรสชาติธรรมดาทั่วไป แต่เป็นผงโรยข้าวรสกระเทียมน้ำมันพริก ที่รวมเอาเสน่ห์ของเครื่องปรุงยอดฮิตอย่าง "น้ำมันพริกญี่ปุ่น" และ "กระเทียม" มารวมไว้ในซองเดียว รสชาติจะมีความเค็ม หวาน มัน และเผ็ดปลายๆ ตามสไตล์ญี่ปุ่น (ไม่เผ็ดโดดแบบพริกป่นไทย แต่เป็นความเผ็ดหอมละมุน) เนื้อสัมผัสมีความกรอบของกระเทียมและส่วนผสมที่คัดสรรมาอย่างดี เวลาเคี้ยวพร้อมข้าวสวยร้อนๆ จะได้กลิ่นหอมฟุ้งขึ้นจมูก ชวนให้ตักข้าวคำต่อไปไม่หยุด ตัวซองยังออกแบบมาให้ใช้งานง่ายด้วยระบบซิปล็อกที่ปิดสนิท ช่วยคงความสดใหม่และความกรอบเอาไว้ได้เป็นอย่างดี เหมาะมากสำหรับมีติดบ้าน หอพัก หรือออฟฟิศไว้ คิดอะไรไม่ออก แค่หุงข้าวสวยร้อนๆ แล้วโรยผงนี้ลงไป ก็ได้มื้ออร่อยระดับภัตตาคาร
“น้ำส้มสายชูแดง” หรือ Akazu (อากาสึ) เป็นวัตถุดิบชั้นสูงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศญี่ปุ่น กำเนิดขึ้นในสมัยเอโดะ จากการนำกากสาเกมาหมักบ่มนานถึง 3 ปี จนได้น้ำส้มสายชูสีแดงเข้มที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเชฟซูชินิยมนำมาปรุงรสข้าวเพื่อช่วยถนอมอาหารและขับรสชาติของวัตถุดิบสดให้อร่อยยิ่งขึ้น
ปัจจุบันภูมิปัญญาดั้งเดิมนี้ถูกนำมาต่อยอดเป็น ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง สูตร 2 ที่พัฒนาปรับรสชาติให้นุ่มนวลและกลมกล่อมยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่ม Fiber (ไฟเบอร์) ที่ช่วยให้เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย กระจายตัวได้ดีในปาก และนุ่มละมุน ให้เนื้อสัมผัสราวกับเชฟระดับมืออาชีพมาปั้นเองกับมือ ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับทั้งครัวเรือนและร้านอาหาร เพียงนำไปผสมกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ ก็พร้อมเสิร์ฟทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม ช่วยให้เม็ดข้าวนุ่ม เงางาม หอมละมุน พร้อมมอบรสชาติหวานอมเปรี้ยวและกลมกล่อมด้วยอูมามิที่เป็นเอกลักษณ์ของ Akazu ช่วยชูรสชาติของปลาสดและวัตถุดิบพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นแซลมอน ทูน่า หรือโฮตาเตะ ได้อย่างโดดเด่น ให้คุณสร้างสรรค์เมนูซูชิคุณภาพระดับร้านโอมากาเสะได้ง่าย ๆ สะดวก รวดเร็ว และอร่อยเป๊ะแบบมืออาชีพ!
คุณสมบัติและประโยชน์
• ช่วยให้ข้าวแตกตัวและกระจายตัวในปาก
• น้ำส้มซูชิช่วยควบคุมโครงสร้างข้าว ไม่ใช่แค่รสชาติ (ชะลอการแข็งตัวของข้าว)
• รักษาความอร่อยของข้าวได้นานขึ้น
• ช่วยให้คุณภาพซูชิสม่ำเสมอ แม้เก็บเย็น
• ยกระดับประสบการณ์การกิน
• สนับสนุนซูชิมืออาชีพ
• คุณภาพสม่ำเสมอและเป็นพันธมิตรของคุณภาพข้าว
ขั้นตอนการทำข้าวซูชิ
• หุงข้าวญี่ปุ่นให้สุกตามปกติ
• ขณะที่ข้าวสุกยังร้อนๆ ให้ตักข้าวใส่ชาม(หากเป็นอ่างไม้สำหรับผสมข้าวซูชิจะดียิ่งขึ้น)
• เท ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง ลงบนข้าวร้อนๆ
(สัดส่วนแนะนำ: ซอสประมาณ 10-15% ของน้ำหนักข้าวสุก หรือปรับตามความชอบ)
• ใช้ทัพพีพัด/ตัดข้าวเบาๆ ในแนวเฉียง เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อข้าวอย่างทั่วถึงโดยไม่ทำให้เม็ดข้าวบดขยี้
• พัดให้ข้าวเย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง ก่อนนำไปปั้นซูชิ หรือทำข้าวหน้าต่างๆ
คำแนะนำ
• เก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และพ้นจากแสงแดด
• หลังจากเปิดขวดแล้ว ควรเก็บแช่ในตู้เย็น
• ผลิตภัณฑ์อาจมีตะกอนจากวัตถุดิบ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
จากความพิถีพิถันกลางขุนเขา สู่ขวดนี้ที่สายรักสุขภาพต้องมีติดบ้าน
สายรักสุขภาพที่เสพติดความสดชื่นห้ามพลาด ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม ที่บอกเลยว่าคุ้มค่าและดีต่อร่างกายมากๆ แวบแรกที่เห็นนึกว่าเป็นน้ำส้มสายชูทั่วไป แต่พอได้อ่านฉลากและลองทานดูแล้วคือว้าวมาก เพราะขวดนี้ผสานคุณค่าจากธรรมชาติไว้แบบเต็มๆ:
• น้ำผลไม้เข้มข้นเน้นๆ: มีส่วนผสมของน้ำทับทิมเข้มข้นสูงถึง 42%
• เบสชั้นเลิศจากญี่ปุ่น: ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้รสชาติมีความเปรี้ยวที่นุ่มนวลอมหวานสดชื่น ไม่เปรี้ยวโดดจนแสบคอ
• 0% น้ำตาลทราย: ที่สำคัญที่สุดคือ "ไม่มีการใส่น้ำตาลเพิ่ม" ความหวานละมุนที่ได้มาจากน้ำผลไม้แท้ๆ และหญ้าหวาน (สตีวิออลไกลโคไซด์) ดีต่อคนควบคุมน้ำหนัก สายคีโต และผู้ป่วยเบาหวานสุดๆ
ดื่มตอนไหนก็เฟรช สุขภาพดีได้ทุกวัน
หลังจากที่ได้ลองดื่มช่วงบ่ายๆ ที่กำลังง่วง หรือดื่มหลังจากไปวิ่งออกกำลังกายเสร็จ จะรู้สึกได้ทันทีเลยว่าร่างกายมันเฟรชขึ้น อาการเหนื่อยล้าหายไป แถมวิเนการ์ยังมีส่วนช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ปรับสมดุลร่างกาย และช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้นมาก ท้องไม่อืด ใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มสุขภาพที่อร่อย ดื่มง่าย ได้ประโยชน์เน้นๆ แนะนำให้มีติดตู้เย็นไว้เลยค่ะ เคล็ดลับความฟิน: นำไปผสมโซดาใส่น้ำแข็งเย็นฉ่ำ บอกเลยว่าอร่อยสดชื่นฟินที่สุด
ไอเดียรังสรรค์เมนูสูตรสดชื่น
ส่วนผสม : อิตาเลียนโซดา น้ำส้มสายชูผลไม้ทับทิม
• ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม : 20 มล.
• น้ำโซดาแช่เย็นจัด : 120 - 150 มล.
• น้ำแข็ง : 1 แก้ว (แนะนำน้ำแข็งก้อนเล็กหรือน้ำแข็งบดจะช่วยให้เย็นฉ่ำยิ่งขึ้น)
ส่วนผสม : สูตรสมูทตีทับทิมมิกซ์เบอร์รีกรีกโยเกิร์ต
• น้ำส้มสายชูรสทับทิม : 150 กรัม (25.00%)
• มิกซ์เบอร์รี (ผลไม้แช่แข็ง) : 100 กรัม (16.67%)
• น้ำแข็ง : 300 กรัม (50.00%)
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม (8.33%)
วิธีทำ : ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนเนียนละเอียด พร้อมเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มผลไม้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น
หอมกลิ่นเบอร์รีและทับทิม พร้อมความนุ่มละมุนจากกรีกโยเกิร์ต