เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
ดองผักง่ายๆสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมด้วย Nukazuke no moto จาก Ebara
Nukazuke no moto จากแบรนด์ Ebara ซอสสำหรับดองผักหรือน้ำหมักสำเร็จรูปสำหรับทำ "นุกะซึเกะ" หรือผักดองสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ที่จะช่วยให้การดองผักเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ต้องเตรียมรำข้าวหรือหมักเองให้ยุ่งยากอีกต่อไป เพียงแค่นำผักมาหมักในซอสนี้ ใช้เวลาเพียง 30–60 นาที ก็ได้ผักดองรสกลมกล่อม กรอบอร่อย พร้อมกลิ่นหอมหวานจากรำข้าว ผสานรสอูมามิจากสาหร่ายทะเลและเครื่องเทศนานาชนิด ที่ช่วยเสริมรสชาติของผักให้โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ ในแบบฉบับ "นุกะซึเกะ" แท้ๆ!
ผักที่เหมาะสำหรับการหมัก เช่น แตงกวา แครอท หัวไชเท้า มะเขือม่วง และผักชนิดอื่นๆ อีกมากมาย
วิธีใช้
• หั่นผักที่ต้องการหมักเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ลงในถุงซิปล็อก
• เทน้ำซอส "Nukazuke no moto" ลงไปให้พอท่วมผัก
• ไล่อากาศออกจากถุงให้มากที่สุด ปิดปากถุงให้แน่น แล้วขยำเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
• นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30–60 นาที จากนั้นนำผักออกมา (ไม่ต้องล้างน้ำ) เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟทันที
ทำไมต้อง "ผักสีม่วง" ความลับสุขภาพดีที่ดื่มได้จากคาโกเมะ
ในยุคที่ความเร่งรีบกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ประโยคที่ว่า "กินผักให้ครบ 5 สี" ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้นทุกที โดยเฉพาะ "ผักสีม่วง" ที่ไม่ได้หาทานได้ง่ายๆ ในร้านอาหารตามสั่งทั่วไป หลายคนจึงละเลยการเติมสารอาหารกลุ่มนี้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่วันนี้คาโกเมะ แบรนด์น้ำผักอันดับ 1 จากญี่ปุ่น ได้ย่อเอาคุณค่าของผักและผลไม้ถึง 26 ชนิด มาไว้ในขวดเดียวภายใต้คอนเซปต์น้ำผักผลไม้สีม่วงที่ดื่มง่ายจนคุณลืมไปเลยว่ากำลังกินผักอยู่!
พลังแห่งสีม่วง: มากกว่าแค่สีสัน แต่คือ "เกราะป้องกัน" ร่างกาย
สีม่วงเข้มที่เราเห็นในขวดนี้ ไม่ใช่สีสังเคราะห์ แต่เป็นสีธรรมชาติ 100% ที่มาจากกลุ่ม โพลีฟีนอล และ แอนโทไซยานิน สารสกัดล้ำค่าจากธรรมชาติที่มีอยู่ในแครอทม่วง, มันเทศม่วง, กะหล่ำปลีม่วง และเหล่าเบอร์รี่หลากชนิด สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้มีหน้าที่สำคัญในการเป็น "เกราะป้องกัน" ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการถูกทำลายนอกจากนี้ยังมี เบต้า-แคโรทีนจากแครอท ที่ทางคาโกเมะ เผยข้อมูลที่น่าทึ่งว่ามันมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ สูงกว่าวิตามินอีถึง 80 เท่า! ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อการดูแลดวงตาและช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใส
สูตรลับ 70:30 สมดุลที่ลงตัวระหว่าง "ประโยชน์" และ "รสชาติ"
หลายคนกลัวน้ำผักเพราะกลิ่นเหม็นเขียว แต่คาโกเมะ สูตรนี้ใช้อัตราส่วนทองคำคือ ผัก 70% และ ผลไม้ 30%
• ผัก 20 ชนิด: นำทัพโดยแครอท (สารพัดสี), กะหล่ำปลีม่วง, บร็อกโคลี, ผักโขม, และแม้แต่ผักที่หาทานยากอย่าง หน่อไม้ฝรั่ง หรือ เครส (Watercress)
• ผลไม้ 6 ชนิด: นำโดย องุ่นม่วง, แอปเปิ้ล, บลูเบอร์รี่, และเลมอน เพื่อช่วยตัดรสให้มีความเปรี้ยวหวานสดชื่น
คุณสมบัติเด่น
• สูตรใหม่ อัปเกรดความเฮลตี้: ผัก 70% + ผลไม้ 30%
• น้ำตาลน้อยลง แต่รสชาติยังคงความฟรุตตี้! (อร่อยสดชื่นเหมือนเดิม)
• รวมคุณประโยชน์จากผักและผลไม้รวมกว่า 20 ชนิด
• ไม่เติมสารกันเสีย ไม่แต่งสี ไม่เติมน้ำตาลและเกลือ
• มีโพลีฟีนอล ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
ประโยชน์
• รวมผักกว่า 30 ชนิด ในขวดเดียว
• มีใยอาหารจากธรรมชาติ
• วิตามินจากผักและผลไม้ ช่วยดูแลร่างกายโดยรวม
• อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
• เหมาะกับคนทำงาน คนไม่ค่อยทานผัก เด็กโต และผู้ใหญ่
เปลี่ยน "วันเพลียๆ" ให้เป็น "วันเฟรชๆ"
ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์ออฟฟิศที่จ้องหน้าจอนานจนตาล้า (ซึ่งวิตามินเอช่วยได้!), คนที่ชอบออกกำลังกายและต้องการการฟื้นฟูร่างกาย หรือแม้แต่คนที่ไม่ชอบทานผักสดขวดนี้คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
ข้าวญี่ปุ่นจากเมืองฮอกไกโด เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์
ชวนคุณมาชิมข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ปลูกที่เมืองฮอกไกโด เมืองที่ธรรมชาติสวยงาม น้ำใสสะอาด ข้าวที่ได้มีรสชาติหวาน นุ่ม เหนียว เคี้ยวเพลิน เหมาะกับทำอาหารญี่ปุ่นอย่างเมนูข้าวซูชิ ข้าวปั้นโอนิกิริ มาลองชิมความแตกต่างของรสชาติข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ กันค่ะ หากสนใจทำเมนูข้าวซูชิ เรามีน้ำส้มปรุงรสข้าว และสาหร่ายสำหรับห่อข้าว ขายด้วยนะคะ
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบา ๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
1. เก็บในที่แห้งและเย็น
2. ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
3. หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
1. คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
2. ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
3. ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
สัมผัสความหอมละมุนของชาโฮจิฉะสายพันธุ์ยาบุกิตะ
ชาโฮจิฉะ (ชาเขียวคั่ว) จากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) รสละมุน ดื่มง่าย ผลิตจากใบชาคุณภาพดีสายพันธุ์ “ยาบุกิตะ” (Yabukita) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของต้นชา Camellia ที่มีถิ่นกำเนิดในจังหวัดชิซูโอกะ ขึ้นชื่อว่าเป็นชาคุณภาพสูงที่ให้รสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนเสน่ห์ของชาเขียวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จึงได้ชาโฮจิฉะที่หอมละมุน ดื่มง่าย เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหารว่างจานโปรด หรือจิบเพื่อเติมความผ่อนคลาย
วิธีชงดื่ม
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
ชวนคุณมาลองชิมชาจากเมืองยาคุชิมะ
เมืองยะกุชิมะ (Yakushima) เป็นเกาะเขตร้อนนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของคิวชู บนเกาะจะปกคลุมไปด้วยป่าสนและต้นไม้เก่าแก่ บางต้นมีอายุมากกว่า 100 ปี!! เมืองยากุชิมะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 1993 ด้วยอากาศที่บริสุทธิ์สภาพแวดล้อมเหมาะกับการปลูกชา เพราะอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร ใบชาที่ได้จะมีรสชาติกลมกล่อม และหอมมาก หากท่านไหนที่อยากลองรสสัมผัสใหม่ๆแนะนำค่ะ
วิธีชงชาให้ได้รสชาติแบบดั้งเดิม
1. นำชาออกจากกล่อง 1 ถุง ต่อ 1 ถ้วย
2. ต้มน้ำให้ร้อน เทน้ำลงไปในถ้วย แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที หรือ 1 นาที
3. แกว่งถุงชาเบาๆ และนำออกจากถ้วย
ไก่คาราอาเกะ กระเทียมพริกไทยทำง่ายแค่เขย่าแล้วเอาเข้าไมโครเวฟ!
มาทำไก่ทอดในไมโครเวฟกันเถอะ! มีใครอยากลองทำไก่ทอดที่บ้านบ้างไหม? แต่ฉันไม่อยากหมักมัน นอกจากนี้การทอดยังใช้เวลานานและเปลืองน้ำมันอีกด้วย ลองแพ็คนี้สิ! เพียงหั่นไก่เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ผสมหรือเขย่ากับแป้งปรุงรสชุดนี้ จากนั้นเมื่อนำเข้าไมโครเวฟแล้วให้นำออกมาพักไว้สักครู่ ตอนนี้คุณสามารถทำเมนูไก่ทอดแสนอร่อยที่บ้านได้แล้ว。
วิธีการทำ
1. หั่นไก่ (1 ชิ้นมีขนาดประมาณ 4 x 4 ซม. หรือชิ้นละ 30 กรัม)
2. หั่นไก่แล้วเขย่า โรยแป้งให้ทั่ว
3. วางกระดาษรองจาน เอาลงบนจาน ไว้สำหรับวางไก่ วางแยกกันเพื่อไม่ให้ติด
4.ทำความร้อนด้วยไฟฟ้า 600w แล้วตั้งเวลาผ่านหน้าซองด้านหลัง จากนั้นปล่อยให้นั่งสักพัก ขอเพียงแค่สนุกกับเรื่องนี้
น้ำซุปเข้มข้น ซัปโปโรโชยุราเมง อร่อย กลมกลม ในแบบของญี่ปุ่นแท้ๆ
ฟินกับเมนูราเมงได้ง่ายๆที่บ้าน ด้วยซุปซัปโปโรโชยุราเมง รสชาติอันเข้มข้นที่ได้จากโชยุหมักแบบธรรมชาติ ผสานกับกลิ่นหอมของผักเครื่องเทศที่ผัดจนหอมกรุ่น จากแบรนด์ Bellfoods เพียงผสมน้ำซุปเข้มข้นเข้ากับน้ำร้อนแล้วใส่เส้นพร้อมกับเครื่องเคียงที่ชอบลงไป เพียงเท่านี้ราเมงแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
วิธีรับประทาน
• ผสมน้ำซุป 1 ซอง กับน้ำร้อน 300 มล. คนให้เข้ากัน ใส่เส้นราเมงและเครื่องเคียงตามชอบ
• หากต้องการรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น สามารถลดปริมาณน้ำร้อนลงได้ตามต้องการ
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ความแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปที่คุณไม่ควรมองข้าม!!
หอม ละมุน เอกลักษณ์แบบชาญี่ปุ่นแท้ด้วย "ยาบูกิตะ เบลนด์"
ยาบูกิตะ (Yabukita) เป็นสายพันธุ์ของต้นชา หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “ชะโนะกิ” (Chanoki) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในจังหวัดชิซูโอกะ ขึ้นชื่อว่าเป็นสายพันธุ์ชาคุณภาพสูง ให้รสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนเสน่ห์ของชาเขียวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นมาตรฐานของชาเขียวญี่ปุ่นทั้งในด้านรสชาติและความหอม
ทางแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ได้นำใบชายาบุกิตะมาพัฒนาให้เข้ากับรสนิยมของผู้บริโภคยุคใหม่ จนเกิดเป็น “ยาบูกิตะ เบลนด์” (Yabukita Blend) ชารสหอมละมุน ดื่มง่าย เหมาะทั้งสำหรับจิบคู่กับของว่างจานโปรด หรือดื่มเพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายได้อย่างลงตัว
วิธีชงดื่ม
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
สัมผัสรสชาติชาเขียวแบบดั้งเดิมจากเมืองชิซูโอกะได้แล้ววันนี้
สัมผัสความหอมละมุนอย่างลงตัวไปกับ "ชาเก็นไมฉะผสานมัทฉะ" จากแบรนด์ ฮาราดะ
ดื่มด่ำไปกับความหอมละมุนของ ‘เก็นไมฉะ ผสานมัทฉะ’ ชาเขียวเบลนด์พิเศษจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่ผสมผสานความสดชื่นของมัทฉะพรีเมียมเข้ากับความหอมกรุ่นของข้าวคั่วอย่างลงตัว พร้อมทั้งรังสรรค์ความกลมกล่อมจากใบชายาบุกิตะ (Yabukita) สายพันธุ์ยอดนิยมของญี่ปุ่น เกิดเป็นชาเขียวกลิ่นละมุนทำให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้ดื่ม
ยาบูกิตะ (Yabukita) เป็นชาสายพันธุ์ยอดนิยมและปลูกมากที่สุดในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมอ่อนละมุนและรสชาติที่สมดุล จนได้รับการยกย่องให้เป็น “มาตรฐานแห่งชาเขียวญี่ปุ่น”
วิธีชงแบบร้อน:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบเย็น:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เติมน้ำเย็น 120 มล. แช่ไว้ประมาณ 3 นาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
ชอบทานซุปมิโซะมั้ยคะ การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
ดองผักให้อร่อยในพริบตา! ด้วย Asazuke no Moto จาก Ebara
Asazuke no Moto จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) เป็นน้ำปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับการทำผักดองสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ และรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “อาซาซึเกะ” (Asazuke) ด้วยรสชาติที่เค็มเล็กน้อย หวานนิดๆ และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ น้ำปรุงนี้ช่วยเสริมรสชาติให้ผักดองอร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เวลานานหรือขั้นตอนยุ่งยาก ผักดองที่ได้จะมีความกรอบ สดชื่น และยังคงรสชาติของผักไว้ได้อย่างดี
Asazuke no Moto จึงกลายเป็นตัวช่วยคู่ครัวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เพราะสามารถใช้ดองผักได้หลากหลายชนิดตามใจชอบ แค่มีผักกับน้ำปรุง ก็ได้เมนูเครื่องเคียงแบบญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและสดใหม่ในไม่กี่นาที!
วิธีใช้
• หั่นผักที่ต้องการหมักเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ลงในถุงซิปล็อก
• เทน้ำปรุงรส "Asazuke no Moto" ลงไปให้ทั่วผัก (ปริมาณการใช้ 100 มล. ต่อผัก 200 กรัม)
• ไล่อากาศออกจากถุงให้มากที่สุด ปิดปากถุงให้แน่น แล้วขยำเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
• นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 หรือนานกว่านั้นตามความชอบ
• จากนั้นนำผักออกมา บีบน้ำส่วนเกินออก (โดยไม่ต้องล้างน้ำเปล่า)เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟทันที
เพิ่มความอร่อยของทุกเมนูผัดแบบง่ายๆ แค่มีขวดนี้!
มาทำราเมงสไตล์ญี่ปุ่นกันเถอะ
ลูกอมรามุเนะรสโคล่า สดชื่น หวานอมเปรี้ยว
ลูกอมรามุเนะยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครด้วยเนื้อสัมผัสแบบผงเบา
ละลายในปากได้อย่างรวดเร็ว มาพร้อมรสโคล่าสุดซ่าที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังดื่มโคล่าจริงๆ
สดชื่น หวานอมเปรี้ยว อมเพลินจนหยุดไม่อยู่!
ราเมนอร่อยๆ พร้อมเสิร์ฟถึงบ้าน
ซอสอเนกประสงค์ ที่มีติดครัวเกือบทุกบ้านในญี่ปุ่น!!!
ซอสชูโน หรือ Chunou Sauce คือซอสที่มีรสชาติและความเข้มข้นอยู่ระหว่างซอสทงคัตสึ และ วูสเตอร์ซอส สามารถใช้ทำได้หลากหลายเมนูตั้งแต่เมนูของทอด ทงคัตสึ ไข่เจียวแบบญี่ปุ่น โอโคโนมิยากิ หรือเป็นส่วนผสมลับในสตูว์ เรียกได้ว่ามีขวดเดียวทำได้เกือบครบทุกเมนูค่ะ
ซอสพิซซ่าญี่ปุ่นที่พัฒนาสูตรร่วมกับลูกค้ากว่า 1,000 ราย
ราเมนรสทงคตสึช่วยเพิ่มความชุ่มฉ่ำในหัวใจ
เพลิดเพลินกับรสชาติขององุ่นในรูปแบบกัมมี่รูปหัวใจสุด cute
Pure Gummy เป็นหนึ่งในกัมมี่ยอดนิยมจากแบรนด์ Kanro (คันโระ) ด้วยรูปทรงหัวใจแสนน่ารัก มาพร้อมกับรสชาติหวานอมเปรี้ยวของน้ำผลไม้เข้มข้นและสัมผัสนุ่มหนึบหนับ เคี้ยวเพลิน ไม่เพียงแค่อร่อยและชุ่มฉ่ำ แต่ยังประกอบด้วยวิตามินซีและคอลลาเจน บรรจุมาในแพ็กเกจแบบซิปล็อก สามารถพกพาหรือแบ่งรับประทานได้ง่ายค่ะ
เพลิดเพลินกับรสชาติขององุ่นมัสคัตในรูปแบบกัมมี่รูปหัวใจสุด cute
Pure Gummy เป็นหนึ่งในกัมมี่ยอดนิยมจากแบรนด์ Kanro (คันโระ) ด้วยรูปทรงหัวใจแสนน่ารัก มาพร้อมกับรสชาติหวานอมเปรี้ยวของน้ำผลไม้เข้มข้นและสัมผัสนุ่มหนึบหนับ เคี้ยวเพลิน ไม่เพียงแค่อร่อยและชุ่มฉ่ำ แต่ยังประกอบด้วยวิตามินซีและคอลลาเจน บรรจุมาในแพ็กเกจแบบซิปล็อก สามารถพกพาหรือแบ่งรับประทานได้ง่ายค่ะ
เพลิดเพลินกับรสชาติของเลมอนในรูปแบบกัมมี่รูปหัวใจสุด cute
Pure Gummy เป็นหนึ่งในกัมมี่ยอดนิยมจากแบรนด์ Kanro (คันโระ) ด้วยรูปทรงหัวใจแสนน่ารัก มาพร้อมกับรสชาติหวานอมเปรี้ยวของน้ำผลไม้เข้มข้นและสัมผัสนุ่มหนึบหนับ เคี้ยวเพลิน ไม่เพียงแค่อร่อยและชุ่มฉ่ำ แต่ยังประกอบด้วยวิตามินซีและคอลลาเจน บรรจุมาในแพ็กเกจแบบซิปล็อก สามารถพกพาหรือแบ่งรับประทานได้ง่ายค่ะ
มาสัมผัสรสชาติของวาซาบิแท้ๆ กันค่ะ!!
ทารามิ เยลลี่รสแอปเปิล
เยลลี่พร้อมดื่มในรูปแบบซองพกพาสะดวก ผสมด้วยน้ำผลไม้รสแอปเปิลหวานอมเปรี้ยวสดชื่น แคลอรี่ต่ำ ใยอาหารสูง แม้แต่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักก็ยังสามารถทานได้โดยไม่ต้องกังวล ยิ่งแช่เย็นยิ่งชื่นใจ มีติดตู้เย็นไว้ฟินแน่นอน
เซมเบ้แผ่นบางรสกุ้ง
เซมเบ้แผ่นบางกรอบผสมเนื้อกุ้งทอดจนได้ที่ ยิ่งทานยิ่งเพลิน หมดห่อแบบไม่รู้ตัว 1 ห่อ มี 3 แพ็ค