"บิดแล้วเท" จบใน 1 นาที! เคล็ดลับทำอุด้งเมนไทโกะฉบับแม่บ้านมือโปร!
ความพิเศษของซีรีส์ ปุจิโตะ (Puchitto) คือซอสมาในรูปแบบ “ถ้วยเล็ก” ขนาดกะทัดรัดใช้งานง่าย ใน 1 ถุง บรรจุ 4 ถ้วย (สำหรับ 4 ที่) ถือเป็นนวัตกรรมที่แม่บ้านญี่ปุ่นชื่นชอบมาก เพราะเพียงแค่ “บิดแล้วเท” ก็ใช้งานได้ทันที ไม่เลอะมือและไม่ต้องกังวลเรื่องการตวงปริมาณ
ตัวซอสให้รสชาติเมนไทโกะแท้ๆ ภายในมีเนื้อไข่ปลาค็อดปรุงรส (Mentaiko) ผสมอยู่จริง ให้สัมผัสกรุบเล็กน้อย พร้อมรสเค็มเผ็ดอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทเมนโกะ สูตรนี้ผสานเนยมาอย่างลงตัว ช่วยเพิ่มความนวล กลมกล่อม และเข้ากันได้ดีกับความเค็มของไข่ปลาอย่างพอดี จะนำไปคลุกกับเส้นอุด้งร้อนๆ หรือจะทำเป็นอุด้งเย็นคลุกซอสในวันที่อากาศร้อนก็อร่อยอย่างลงตัวค่ะ
ไอเดียเมนู "ทำง่าย แต่อร่อย"
• Mentaiko Udon : ต้มเส้นอุด้งให้สุก แกะซอส 1 ถ้วยเล็ก เทลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็ทานได้เลยค่ะ
• Mentaiko Pasta : ใช้แทนซอสพาสต้าได้เลยค่ะ โรยไข่กุ้งเพิ่มอีกนิด รับรองว่าต้องขอเบิ้ลแน่นอน
• Mentaiko Rice : ถ้าวันไหนไม่มีเส้น ลองเทคลุกกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้ววางไข่ดาวทับด้านบน เป็นเมนูเร่งด่วนที่รสชาติไม่ธรรมดาเลยค่ะ
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นความท้าทายสุดซี้ด! ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประเภทเส้นเมนูแห้งชั้นเลิศ ที่มาพร้อมกับเส้นบะหมี่หนานุ่ม หนึบหนับตามตำรับนิสชิน คลุกเคล้าเข้ากันได้อย่างดีเยี่ยมกับซอสไก่เผ็ดเกาหลีสูตรเข้มข้น รสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศโชยเตะจมูกตั้งแต่คำแรกที่คลุก ตัวซอสสีแดงเข้มเคลือบเส้นแบบเน้นๆ ทุกคำที่เคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มเด้งและความแซ่บซี๊ดจนหยุดไม่ได้ อร่อยง่าย สะดวกสุดๆ ในรูปแบบถ้วยคัพพกพา จะมื้อด่วน มื้อดึก หรือจัดปาร์ตี้ท้าความเผ็ดกับกลุ่มเพื่อนก็ฟินได้ทุกที่ เพียงเติมน้ำร้อน 3-4 นาที เทน้ำออก แล้วเทซอสคลุกเคล้าก็พร้อมทานทันที! ยิ่งเพิ่มท็อปปิ้งด้วยชีสเยิ้มๆ ไข่ต้มยางมะตูม หรือทานแกล้มกับกิมจิกรอบๆ บอกเลยว่าอร่อยยกระดับความฟินเหมือนบินไปกินที่กรุงโซล สายกินเส้นและสาวก K-Food ต้องมีติดบ้านไว้แล้ว
ขั้นตอนการทำ
1. ต้มเส้น: ต้มน้ำให้เดือดจัด จากนั้นนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที
2. รินน้ำออก: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รินน้ำออกจนแห้งสนิท แนะนำให้เหลือเนื้อน้ำไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
เพื่อให้คลุกเคล้าซอสได้ง่ายขึ้น ซอสจะเคลือบเส้นได้ฉ่ำวาว ไม่แห้งติดกันเกินไป
3. คลุกเคล้าซอส: ฉีกซองเครื่องปรุงรสใส่ลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันกับเส้นจนทั่ว
4. พร้อมเสิร์ฟ: จัดใส่จาน พร้อมฟินกับความเผ็ดซี๊ดระดับพรีเมียม
คุณเองก็ทำสเต็กฉ่ำซอสแสนอร่อยได้ง่ายๆ ถ้ามีขวดนี้
มาเซะโซบะไต้หวัน เส้นเหนียวนุ่ม รสชาติเข้มข้น!
มาเซะโซบะไต้หวัน (Taiwan Mazesoba) เมนูแสนอร่อยขึ้นชื่อจากเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทำจากเส้นโซบะเหนียวนุ่มนำมาคลุกเคล้ากับซอสไข่แดงรสเผ็ดร้อนกำลังดี โรยหน้าด้วยสาหร่ายฝอย กระเทียม และปลาป่น ที่ช่วยเสริมรสชาติให้กลมกล่อมและมีกลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น
วิธีรับประทาน
1. เปิดฝาออกถึงเส้นที่กำหนด นำซองเครื่องปรุงทั้งหมดออกมา
2. ฉีกซองผักอบแห้ง (ซองสีส้ม) ใส่ลงในถ้วย เทน้ำร้อนลงไป 540 มล. หรือจนถึงเส้นบอกระดับภายในถ้วย ปิดฝาแล้วรอประมาณ 4 นาที หรือจนกว่าเส้นนุ่มตามระดับที่ต้องการ
3. เปิดฝาตรงมุมด้านที่มีสัญลักษณ์เพื่อเทน้ำออก
4. เปิดฝา ฉีกซองซอสเทลงไปในถ้วยแล้วคนให้เข้ากัน โรยหน้าด้วยฟุริคาเคะ พร้อมรับประทาน
เพลิดเพลินไปกับ การทำขนมหวานแสนอร่อย กับแป้ง Hot cake mix
เอาใจสำหรับคนที่ชอบทานแพนเค้ก เราขอแนะนำ แป้ง Hot cake mix จากแบรนด์ Showa เพีงแค่ห่อเดียวก็ทำให้คุณได้ทานแพนเค้กที่นุ่มฟูแสนอร่อยแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถนำไปทำคุ๊กกี้อบกรอบ หรือขนมไทยากิสไตล์ญปุ่นได้อีกด้วยยยย
ส่วนผสม (สำหรับ 4 ชิ้น)
• ฮอตเค้กมิกซ์ 1 ซอง (200 กรัม)
• ไข่ไก่ 1 ฟอง
• นมสด หรือ น้ำ 140 มิลลิลิตร (3/4 ถ้วยตวง)
* หมายเหตุ: หากไม่ต้องการใช้ไข่ไก่ ให้ใช้นมสด 210 มิลลิลิตรแทน
วิธีทำ
• เตรียมส่วนผสม: ตอกไข่ใส่ชาม ตามด้วยนมสด (หรือน้ำ) คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่ฮอทเค้กมิกซ์ลงไป คนให้เข้ากัน
• เตรียมกระทะ: ตั้งกระทะไฟกลาง เมื่อน้ำมันร้อนแล้วก็ลดไฟลง แล้วใช้ผ้าชุบน้ำมันทาบนกระทะให้ทั่ว
• เทแป้ง: ตักแป้งที่ผสมไว้ประมาณ 1/4 ส่วน (สำหรับทำ 1 ชิ้น) เทลงบนกระทะ ประมาณ 3 นาที หรือจนมีฟองขึ้นมาด้านบนแล้วค่อยกลับด้านอีกประมาณ 3 นาที หรือจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
มาทำไก่ทอดคาราอาเกะสไตล์จีนกันเถอะ!
Weipa karaage ko ปรับสูตรจากสูตรคาราอาเกะเดิมๆ ให้ออกมาเป็นสไตล์จีน มีรสของกระเทียม ความสไปซี่จากเครื่องเทศ และกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสมเข้ากับเนื้อไก่แล้วนำไปทอด ก็จะได้ลิ้มรสคาราอาเกะที่กรอบอร่อยอย่างไม่จำเจ
ส่วนผสม
- แป้งคาราอาเกะ 1 ซอง
- น้ำเปล่า 80 มล.
- เนื้อไก่ 400-500กรัม
วิธีทำ
1. นำแป้ง และ น้ำ มาผสมและคนให้เข้ากัน
2. หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นนำไปชุบกับแป้งที่ผสมเตรียมไว้
3. ตั้งกระทะและน้ำมัน อุณหภูมิ 165-175 องศา
4. นำไก่ที่ชุปแป้งลงไปทอด ประมาน 3-4 นาที แล้วจึงนำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
เยลลี่รสผลไม้แสนอร่อยขวัญใจเด็กๆ
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นความท้าทายสุดซี้ด! ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประเภทเส้นเมนูแห้งชั้นเลิศ ที่มาพร้อมกับเส้นบะหมี่หนานุ่ม หนึบหนับตามตำรับนิสชิน คลุกเคล้าเข้ากันได้อย่างดีเยี่ยมกับซอสไก่เผ็ดเกาหลีสูตรเข้มข้น รสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศโชยเตะจมูกตั้งแต่คำแรกที่คลุก ตัวซอสสีแดงเข้มเคลือบเส้นแบบเน้นๆ ทุกคำที่เคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มเด้งและความแซ่บซี๊ดจนหยุดไม่ได้ อร่อยง่าย สะดวกสุดๆ ในรูปแบบถ้วยคัพพกพา จะมื้อด่วน มื้อดึก หรือจัดปาร์ตี้ท้าความเผ็ดกับกลุ่มเพื่อนก็ฟินได้ทุกที่ เพียงเติมน้ำร้อน 3-4 นาที เทน้ำออก แล้วเทซอสคลุกเคล้าก็พร้อมทานทันที! ยิ่งเพิ่มท็อปปิ้งด้วยชีสเยิ้มๆ ไข่ต้มยางมะตูม หรือทานแกล้มกับกิมจิกรอบๆ บอกเลยว่าอร่อยยกระดับความฟินเหมือนบินไปกินที่กรุงโซล สายกินเส้นและสาวก K-Food ต้องมีติดบ้านไว้แล้ว
วิธีทานง่าย 3 ขั้นตอน
• เติมน้ำร้อนจนถึงระดับเส้นขอบด้านในถ้วย ปิดฝารอประมาณ 3-4 นาที เพื่อให้เส้นเหนียวนุ่มได้ที่
• เปิดช่องรินน้ำบนฝา เพื่อเทน้ำร้อนออกให้หมด
• ฉีกซองซอสไก่เผ็ดเกาหลีและเครื่องปรุงเทลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันดี พร้อมทานทันที
อินานิวะ อุด้ง 1 ใน 3 สุดยอดอุด้งของญี่ปุ่น
เส้นอุด้ง จากอากิตะ เป็นสินค้าขึ้นชื่อประจำจังหวัด ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น "อุด้งเส้นแห้งดึงมือ" อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น มีลักษณะเด่นคือเส้นบางกว่าอุด้งทั่วไป และมีความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ เนื่องจากผ่านกระบวนการนวดและยืดเส้นด้วยมือแบบดั้งเดิม ทำให้ได้สัมผัสที่นุ่มลื่นและเคี้ยวหนึบ นิยมทานแบบเย็นจุ่มกับซุปโชยุเข้มข้น หรือ แบบร้อนในน้ำซุปดาชิหอมกลมกล่อม
วิธีรับประทาน อินานิวะ อุด้ง
1. ต้มน้ำให้เดือด เตรียมน้ำ 1 ลิตร ต่อเส้นอุด้ง 80-100 กรัม รอให้น้ำเดือด
2. ใส่เส้นลงในน้ำ ค่อยๆ วางเส้นลงในน้ำเดือด
3. ใช้ตะเกียบคนเส้นอุด้งเบาๆ เป็นรูปเลขแปด เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกันขณะต้ม
4. ตรวจสอบสีของเส้นอุด้ง ต้มจนเส้นลายเป็นสีขาวขุ่น ปรับเวลาในการต้มตามเนื้อสัมผัสที่ต้องการ
ต้มนานขึ้นเพื่อให้เส้นนิ่มขึ้น หรือลดเวลาลงเพื่อให้เส้นแข็งขึ้น < เวลาโดยประมาณ >
• อุด้ง : 3 นาที / ฮิมูกิ: 2 นาที
• โซเมน : 90 วินาที / ข้าวต้มเส้น 4-5 นาที
5. เมื่อต้มเสร็จแล้ว ให้รีบนำใส่กระชอนแล้วล้างด้วยน้ำเย็นให้สะอาดเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นสุกเกินไป
คิริโมจิเหนียวนุ่มหนึบหนับ อร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่น
คิริโมจิ (Kirimochi) จากแบรนด์มิวาบิ (Miwabi) ทำจากข้าวเหนียวคุณภาพดีนำมานึ่งจนสุกแล้วตำให้เนื้อเนียนละเอียด ทำเป็นชิ้นทรงสี่เหลี่ยมขนาดกำลังพอดี บรรจุเป็นห่อเล็กๆ แบบแยกชิ้นแบ่งรับประทานได้ง่าย เมื่อนำไปต้มหรือย่างเนื้อโมจิด้านในจะมีความเหนียวนุ่มหนึบหนับ นิยมรับประทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่น, ผงถั่วเหลืองคินาโกะ, น้ำเชื่อมคุโรมิตสึ หรือใส่ในหม้อไฟ นอกจากนี้คิริโมจิยังถือว่าเป็นขนมมงคลตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น จึงมักจะรับประทานในช่วงเทศกาลปีใหม่และพิธีมงคลต่างๆ ค่ะ
วิธีรับประทาน (สามารถเลือกทำได้ 4 วิธี)
• อบโดยใส่โมจิครั้งละ 2-3 ชิ้นในเตาอบขนาด 1,000 วัตต์ ตั้งเวลาประมาณ 3-4 นาที แล้วนำออกจากเตามาวางไว้ด้านนอก 1-2 นาที เพื่อให้โมจินุ่มขึ้น
• ย่างบนกระทะด้วยไฟอ่อนประมาณ 5-7 นาที หมั่นกลับด้านเป็นระยะจนผิวโมจิมีสีตามต้องการ
• ต้มน้ำให้ร้อนแล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ใส่โมจิลงไปต้มต่อประมาณ 3 นาที
• อุ่นในไมโครเวฟ 500 วัตต์ โดยใส่โมจิ 2 ลูกในภาชนะทรงลึกที่ใช้สำหรับไมโครเวฟ เติมน้ำลงไปเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 2.30 นาที
** หมายเหตุ : กำลังไฟ ระยะเวลา และจำนวนชิ้นของโมจิเป็นข้อมูลที่แนะนำโดยประมาณ อาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ **
วิธีการเก็บรักษา
• หลีกเลี่ยงการเก็บในที่แสงแดดส่องถึงหรือที่ร้อนชื้น
• หลังเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อกและเก็บในตู้เย็น
• หยดน้ำในถุงสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างการจัดเก็บ
เมื่อพูดถึงราเมงที่ครองใจคนทั่วโลก “ทงคตสึ” คือหนึ่งในรสชาติที่โดดเด่นที่สุด ด้วยน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนได้ความเข้มข้น หอมมัน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ZUBAAN! รสซุปทงคตสึ ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อถ่ายทอดรสชาติแบบร้านราเมงญี่ปุ่นสู่ครัวที่บ้านได้อย่างลงตัว ผลิตโดย โตโย ซุยซัน ผู้เชี่ยวชาญด้านบะหมี่และอาหารกึ่งสำเร็จรูปจากญี่ปุ่น เส้นของซูบาน มีความหนาและเหนียวนุ่ม ให้สัมผัสใกล้เคียงเส้นสด เมื่อผสานกับน้ำซุปกระดูกหมูที่กลมกล่อม เค็มมันกำลังดี จึงได้รสชาติที่สมดุล ซดง่าย อิ่มสบาย ความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้อยู่แค่รสชาติ แต่รวมถึงความสะดวกในการปรุง ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็สามารถเสิร์ฟราเมงร้อน ๆ ได้ทันที เหมาะสำหรับมื้อเร่งด่วน มื้อกลางวันในวันทำงาน หรือมื้อค่ำที่ต้องการความอุ่นใจ จะรับประทานแบบดั้งเดิม หรือเพิ่มท็อปปิ้งอย่างหมูชาชู ไข่ออนเซ็น ต้นหอม และสาหร่าย ก็ช่วยยกระดับให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น เพราะบางครั้ง ความสุขก็เรียบง่ายแค่มีราเมงร้อน ๆ สักชามที่รสชาติดีและทำง่ายในบ้านคุณเอง
วิธีทาน
• ต้มน้ำปริมาณ 500 มล. ให้เดือด
• ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 4 นาที (หรือตามความชอบของระดับความนุ่มเส้น)
• ระหว่างรอ ให้เทเครื่องซุปเข้มข้นลงในชามรอไว้
• เมื่อเส้นได้ที่ เทน้ำร้อนลงในชามเพื่อละลายซุปก่อน แล้วจึงใส่เส้นตามลงไป คนให้เข้ากัน
***** เพิ่มความฟินด้วย หมูชาชู, หน่อไม้ดอง (Menma), สาหร่ายแผ่น และไข่ต้มยางมะตูม
ทำพิซซ่าญี่ปุ่นใครว่ายาก
แป้งสำเร็จรูปจากแบรนด์ Nippn ห่อนี้ เรานำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้คุณสามารถทำพิซซ่าญี่ปุ่น หรือ โอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของเรา ทำให้พิซซ่าญี่ปุ่นของคุณนุ่ม ฟู ไม่แห้งกระด้าง อร่อยในแบบต้นฉบับแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 4 ที่
วิธีทำ
1. ใส่แป้งโอโคโนมิยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง ขิงสับละเอียดนิดหน่อย และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง หมู ฯลฯ)
2. นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน (200C) เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย ก่อนตักแป้งโอโคโนมิยากิครึ่งหนึ่งออกเป็นทรงกลม ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที ให้ใส่กระหล่ำปลี และไส้ที่ชอบ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
3. พลิกอีกด้านอย่างระมัดระวังและปิดฝากระทะ ทิ้งไว้อีกประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นเปิดฝากระทะ ทิ้งไว้ 1 นาที
4. ตักใส่จาน พร้อมราดซอสโอโคโนมิยากิ มายองเนส และเกล็ดปลาโบนิโตะ
มาทำขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมกันค่ะ
แป้งวาราบิโมจิ จากแบรนด์ คิง ฟู้ด (King Food) คือผลิตภัณฑ์แป้งทำขนมญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ชื่นชอบในการทำขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น เช่น วาราบิโมจิ โมจิ หรือขนมที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ โดยสามารถปรับสูตรได้ตามแบบเฉพาะของคุณ สำหรับเมนูวาราบิโมจิ หากยิ่งทานคู่กับผงคินาโกะด้วยแล้ว ยิ่งอร่อยในแบบฉบับของญี่ปุ่นแท้ๆเลยค่ะ
วิธีทำ
1. ผสมแป้งวาราบิโมจิ 1 ถุง ต่อน้ำประมาณ 700 cc
2. ตั้งไฟโดยใช้ไฟกลาง เมื่อสีของแป้งเริ่มขุ่นและจับกันเป็นก้อน ให้ลดไฟเป็นไฟอ่อน หมั่นคนให้เข้ากันจนแป้งเริ่มใส
3. เมื่อแป้งใสได้ที่แล้ว ให้เทลงบนภาชนะที่มีลักษณะแบน ค่อยๆใส่น้ำด้านบนแป้งเพื่อให้แป้งเย็นตัวลง แล้วตัดเป็นชิ้นพอดีคำ
วิธีลัด
• ตักแป้งที่เพิ่งกวนเสร็จในขนาดพอดีคำ แล้วใส่ในน้ำเย็นจัด (น้ำผสมน้ำแข็ง) นำมาสะเด็ดน้ำเรียบร้อยแล้ว เพื่อเพิ่มความอร่อยให้โรยผงคินาโกะ หรือผงชาเขียวตามชอบ
วิธีทำด้วยไมโครเวฟ
*แนะนำให้แบ่งทำทีละน้อย*
1. ใช้แป้งวาราบิโมจิ 60 กรัม (สำหรับ 2 เสิร์ฟ) ต่อน้ำ 270 CC
2. ผสมน้ำกับแป้งใส่ในภาชนะที่ใหญ่คนให้เข้ากัน จากนั้นแร็ปปิดฝาด้านบน
3. นำเข้าไมโครเวฟใช้ไฟ 500 วัตต์ ประมาณ 4 นาที นำออกมาคนให้เข้ากัน จากนั้นแร็ปปิดฝาด้านบน เข้าไมโครเวฟอีกครั้ง จนแป้งสุกและมีเนื้อใส
4. นวดให้เข้ากัน หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วทิ้งให้เย็น เพื่อเพิ่มความอร่อยให้โรยผงคินาโกะ หรือผงชาเขียวตามชอบ
(สามารถปรับสูตรได้ตามความต้องการ)
ยกระดับเมนูเส้นแบบเดิมๆ ให้ฟินสะใจยิ่งขึ้นด้วย ซอสยากิโซบะสูตรกระเทียม ซอสเข้มข้นสไตล์ญี่ปุ่นที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นหอมและรสชาติเผ็ดร้อนสะใจของกระเทียมแบบจัดเต็ม สายกระเทียมต้องห้ามพลาดตัวซอสถูกคิดค้นมาเพื่อคนรักกระเทียมโดยเฉพาะ ให้รสชาติที่กลมกล่อม หอมกลิ่นกระเทียมคั่วเตะจมูกแบบเน้นๆ เหมือนยกสตรีทฟู้ดญี่ปุ่นมาไว้ที่บ้าน เพียงแค่มีเส้นยากิโซบะและเนื้อสัตว์กับผักตามชอบ ก็เนรมิตเมนูยากิโซบะรสชาติเข้มข้นจัดจ้าน ทำกินเองก็ง่าย ทำขายก็ปัง อร่อยสะใจในทุกคำที่ได้ลอง
วิธีทำยากิโซบะในกระทะ : ส่วนผสม (สำหรับ 1 ท่าน)
- บะหมี่ยากิโซบะ 1 ลูก
- กะหล่ำปลี (หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า) 100 กรัม
- ถั่วงอก 50 กรัม
- หมูสามชั้น 40 กรัม
- เกล็ดแป้งเทมปุระปลาหมึกโอตาฟุกุ 10 กรัม
- ซอสโอตาฟุกุ ยากิโซบะ 50 กรัม
- สาหร่ายโอตาฟุกุ อาโอโนริ (สาหร่ายสีเขียว)
ขั้นตอนการทำ
1. ผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวก่อน: ตั้งกระทะบนไฟแรง แกะเส้นบะหมี่แล้วใส่ลงในกระทะ ผัดให้ทั่วจนเส้นนุ่มและสุก
2. นำหมูสามชั้นไปผัด: เลื่อนเส้นก๋วยเตี๋ยวไปไว้ด้านข้างของกระทะ แล้วผัดหมูสามชั้นแทน ใส่กะหล่ำปลีลงไป
3. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน: เมื่อกะหล่ำปลีสุกแล้ว ให้นำทุกอย่างมาผสมเข้าด้วยกัน
4. ใส่ส่วนผสมที่เหลือและซอสลงไป: ใส่ถั่วงอก เศษเทมปุระ และซอสยากิโซบะลงไป
5. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันให้ซอสเคลือบทุกอย่าง แล้วผัดจนซอสส่งกลิ่นหอมออกมาก็เป็นอันเสร็จ
6. เสร็จสมบูรณ์: จัดใส่จาน โรยด้วยสาหร่ายแห้ง แล้วก็เสร็จเรียบร้อย!
เมนูแนะนำ
1. ยากิโซบะหมูสไลด์และกุยช่ายสูตรกระเทียม
2. เบคอนผัดซอสกระเทียมญี่ปุ่นสไตล์ยากิโซบะ
3. ซีฟู้ดการ์ลิคยากิโซบะ (ยากิโซบะทะเลกระเทียมเดือด)
4. ไก่ผัดซอสกระเทียมสไตล์อิซากายะ
5. ยากิอุด้งซอสกระเทียมชีสเยิ้ม
เพลิดเพลินกับแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแท้ๆ แบบเต็มรสชาติได้ง่ายๆ แค่อุ่น
เคอร์รี ยะ (Curry-ya) เป็นซีรีส์แกงกะหรี่พร้อมทานจากแบรนด์ House ที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่นมากว่า 19 ปี ด้วยรสชาติอันกลมกล่อมเข้มข้นจากเครื่องเทศถึง 29 ชนิด กระบวนการผลิตที่พิถีพิถันกว่า 3 ขั้นตอน ส่วนผสมและระดับความเผ็ดอันหลากหลาย ทำให้คุณสามารถอร่อยกับแกงกะหรี่แบบเต็มรสชาติเหมือนสั่งจากร้านอาหารได้ง่ายๆ ที่บ้าน
สำหรับกล่องสีส้มรสไก่นี้ มีความเผ็ดระดับ 3 (จาก 5 ระดับ) ภายในซองบรรจุมาแบบครบเครื่องทั้งเนื้อไก่ แครอท และมันฝรั่ง เพียงอุ่นด้วยไมโครเวฟหรือน้ำร้อนไม่กี่นาทีแล้วเสิร์ฟกับข้าวญี่ปุ่น หรือจะนำไปทำเมนูอื่นๆ อย่างข้าวแกงกะหรี่อบชีส, ยากิโซบะแกงกะหรี่, อุด้งแกงกะหรี่ หรือกราแตงแกงกะหรี่ก็ได้เช่นกันค่ะ
วิธีรับประทาน
• อุ่นโดยไมโครเวฟ
1. เปิดฝากล่องตรงรอยประ โดยไม่ต้องฉีกปากซองแกงกะหรี่ออก
2. นำกล่องที่บรรจุซองแกงกะหรี่เข้าไมโครเวฟ โดยให้รูที่อยู่มุมซองอยู่ด้านบน
3. อุ่นโดยใช้กำลังไฟและเวลาดังนี้
• กำลังไฟ 500 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที 50 วินาที
• กำลังไฟ 600 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที 20 วินาที
• กำลังไฟ 700 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที
4. นำออกจากไมโครเวฟ ฉีกซอง เทใส่ชามที่เตรียมไว้ พร้อมรับประทาน
• อุ่นโดยการต้มในน้ำร้อน
1. เปิดฝากล่องแล้วนำซองแกงกะหรี่ออกมา
2. ใส่น้ำในหม้อ โดยกะปริมาณให้ท่วมซองแกงกะหรี่ ต้มน้ำให้เดือด
3. นำซองแกงกะหรี่ลงไปแช่ในน้ำเดือด ต้มต่อประมาณ 3-5 นาที
4. นำซองแกงกะหรี่ออกจากหม้อ ฉีกซอง เทใส่ชามที่เตรียมไว้ พร้อมรับประทาน
** ควรฉีกซองด้วยความระมัดระวัง เพราะซอสแกงกะหรี่บางส่วนอาจกระเด็นหรือมีไอน้ำร้อนออกมาได้ **
โมจิญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าโมจิเป็นขนมมงคล จะรับประทานเพื่อเฉลิมฉลอง หรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผู้ที่ได้รับประทานโมจิจะได้รับความมงคล มีกินมีใช้ตลอดปี วันนี้เรามีโมจิแบบกึ่งสำเร็จรูปมาให้คุณได้ทำทานเองที่บ้าน แบบไม่ต้องออกแรงทุบข้าวเหนียว เพียงแค่นำไปย่าง หรือต้มแล้วทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่นบด หรือโรยผงถั่วเหลืองคินาโกะ หรือจะนำมาใส่น้ำซุปชาบู รับประกันว่าฟิน ไม่ต่างจากไปกินที่ญี่ปุ่นค่ะ 1 ห่อมีโมจิประมาณ 5 ชิ้น
ข้อแนะนำ : เมื่อเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อคปิดให้สนิท หลีกเลี่ยงความชื้น และเก็บเข้าตู้เย็น
วิธีอุ่น
• ใส่เตาย่างขนาด 1000W ประมาณ 3-4 นาที
• ต้มในน้ำเดือด 3 นาที
• ใส่ไมโครเวฟ 500W ประมาณ 2 นาที
เส้นเหนียวนุ่ม ซุปกลมกล่อม อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
สนุกกับการทำโอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
พบกับ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon ของจังหวัดคากาว่า ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ความพิเศษของเมนูวัดกันที่ความอร่อยของเส้นค่ะ
อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช เคล็ดลับความอร่อยจากครัวญี่ปุ่น
"ชิโอะโคโช" (塩こしょう) หรือ เกลือและพริกไทยดำ เป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้ในครัวเรือน เพราะช่วยดึงรสชาติของวัตถุดิบให้อร่อยขึ้นแบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้เครื่องปรุงหลายชนิด อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ไม่ได้เป็นแค่เครื่องปรุงทั่วไป แต่เป็น "ผู้ช่วยเชฟ" ที่ช่วยให้การทำอาหารง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะทำเมนู เนื้อย่าง หมูทอด ไก่ย่าง บาร์บีคิว ซุป หรือแม้แต่อาหารตะวันตก ก็สามารถใช้ได้อย่างลงตัว แค่โรยเบาๆ ก็ได้รสชาติอร่อยแบบมืออาชีพ!
เมนูแนะนำ
♥ สเต๊กเนื้อพริกไทยเกลือ
วัตถุดิบ
- เนื้อสเต๊ก (ริบอาย, สันนอก หรือเนื้อที่ชอบ) 200 กรัม
- เฮ้าส์ อาจิซุเกะ ชิโอะโคโช 1 ช้อนชา
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
- เนย 10 กรัม
- กระเทียมฝานบาง 2-3 กลีบ
วิธีทำ:
1. โรย เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ให้ทั่วเนื้อทั้งสองด้าน
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอก พอร้อน ใส่เนื้อลงไปย่างให้สุกตามต้องการ
3. ใส่เนยและกระเทียมลงไปผัดให้หอม แล้วราดบนเนื้อ
4. เสิร์ฟพร้อมผักย่างหรือมันฝรั่งทอด
♥ ข้าวผัดญี่ปุ่น (ชิโอะยากิเมชิ)
วัตถุดิบ:
- ข้าวสวย 1 ถ้วย
- หมูสับ หรือไก่สับ 50 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช 1 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ:
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดหมูสับจนสุก
2. ตอกไข่ลงไป คนให้เข้ากันแล้วใส่ข้าวสวย
3. โรย เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ผัดให้เข้ากัน
4. โรยต้นหอมซอย แล้วตักเสิร์ฟ
เมนูไหนก็อร่อยขึ้น แค่มีติดครัวไว้! ☺️
การทำน้ำซุปดาชิจะเป็นเรื่องง่ายๆ ใช้เวลาเพียง 5 นาที
สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ในรูปแบบที่ง่ายกว่าเดิม ซุปหูฉลามสูตรนี้เน้นความลงตัวของ "ซอสโชยุ" และน้ำซุปสกัดจากโครงไก่และหมู ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ตามแบบฉบับอาหารกวางตุ้งแท้ๆ เนื้อซุปมีความข้นกำลังดี เมื่อทานคู่กับหูฉลามและเห็ดหูหนูจะให้สัมผัสที่กรุบกรอบและนุ่มละมุนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับเป็นเมนูบำรุงร่างกายหรืออาหารจานพิเศษสำหรับครอบครัว หากพูดถึงเมนูระดับตำนานที่ครองใจเหล่านักชิมมาอย่างยาวนาน "ซุปหูฉลาม" คือหนึ่งในลิสต์อันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และการเคี่ยวน้ำซุปที่ต้องใช้ความพิถีพิถันขั้นสูง แต่จะดีแค่ไหน... ถ้าเราสามารถยกเอาบรรยากาศและรสชาติระดับภัตตาคารหรูจากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ที่โต๊ะอาหารในบ้านได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที ซุปหูฉลามเข้มข้นซองนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ซุปกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่ส่งตรงมาจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งที่มีการคัดสรรวัตถุดิบจากทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะหูฉลามที่ผ่านการคัดไซส์และคุณภาพอย่างละเอียด ผสมผสานกับภูมิปัญญาการปรุงอาหารสไตล์กวางตุ้งที่เน้นการดึงรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด
วิธีการปรุงอาหาร
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
*** นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ข้าวต้ม ชะวันมูชิ และบะหมี่เกี๊ยว
เคล็ดลับความอร่อย
• ตัดเลี่ยน: แนะนำให้เหยาะ จิ๊กโฉ่ว (ซอสเปรี้ยว) และ พริกไทยขาว เล็กน้อย จะช่วยชูรสชาติโชยุให้เด่นชัดและกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• เพิ่มเครื่อง: สามารถเติมเนื้อปูแกะ, กุ้งสับ หรือเห็ดหอมซอยลงไปต้มพร้อมซุป เพื่อเพิ่มความหรูหราและเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้นครับ
ขนมยอดฮิตนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพและผู้ที่ชื่นชอบความสดชื่น เยลลี่พร้อมดื่ม มาพร้อมความหอมหวานของส้มแมนดารินแท้ รสชาติหวานอมเปรี้ยวกลมกล่อม ผสานกับเนื้อเยลลี่บุกนุ่มเด้ง เคี้ยวหนึบเพลิน ให้สัมผัสสไตล์ญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ อิ่มอร่อยได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องแคลอรี เพราะให้พลังงานเพียง 82 กิโลแคลอรี พร้อมบรรจุในซองพร้อมดื่ม พกพาสะดวก เพียงบิดฝาและดูด ก็สามารถเติมความสดชื่นให้ร่างกายและสมองได้ทุกที่ทุกเวลา เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของว่างระหว่างวัน หลังออกกำลังกาย ระหว่างเดินทาง หรือช่วงที่ต้องการเติมพลังเพื่อพร้อมลุยกิจกรรมต่อได้อย่างสดชื่นทุกวัน
วิธีรับประทานแบบแช่แข็ง
1. แช่แข็งโดยใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงขึ้นไป (แช่แข็งไว้นานกว่านั้นก็ไม่มีปัญหา)
2. นำออกจากช่องฟรีซ วางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10–15 นาที
3. นำฝาปิดไว้เช่นเดิม แล้วขยำจนกระทั่งนิ่มลง
4. บีบรับประทานทีละน้อยโดยไม่ต้องดูดเข้าไปแรงๆ
เมนูแนะนำ
• เยลลี่ส้มโซดาซ่าสดชื่น: บีบเยลลี่ลงในแก้ว เติมโซดาเย็นจัดและน้ำแข็ง ได้เครื่องดื่มคลายร้อนฟองฟู่เคี้ยวเพลิน
• ท็อปปิ้งโยเกิร์ต/ไอศกรีม: ใช้เยลลี่พร้อมดื่มบีบราดบนโยเกิร์ต รสธรรมชาติหรือไอศกรีมวานิลลา
เพิ่มเนื้อสัมผัสและรสชาติเปรี้ยวอมหวานให้เมนูของหวานของคุณอร่อยยิ่งขึ้น
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ผักกาดดองต้มสุกปรุงรสแบบต้นตำรับญี่ปุ่น รสชาติอร่อยกลมกล่อมกำลังพอดี นิยมนำมาทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ, รับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้ม, เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม หรือนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย สะดวกและประหยัดเวลาเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกพร้อมทาน สามารถจัดเสิร์ฟได้ทันที
ถ้าพูดถึงราเมงสไตล์ฮากาตะ หลายคนจะนึกถึงน้ำซุปสีขาวนวลที่เคี่ยวกระดูกหมูจนได้ความเข้มข้น หอมมัน และมีรสชาติกลมกล่อมลึกถึงใจ นี่คือเสน่ห์ของทงคตสึราเมง ที่ครองใจคนทั่วโลก ถ่ายทอดเอกลักษณ์นั้นมาไว้ในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูปที่ยังคงคุณภาพและรสชาติใกล้เคียงร้านดัง เส้นราเมงถูกออกแบบให้เหนียวนุ่มและดูดซับน้ำซุปได้ดี ทุกคำที่ซู้ดจึงเต็มไปด้วยความเข้มข้นของซุปกระดูกหมู ความพิเศษคือคุณสามารถสร้างสรรค์ชามราเมงในแบบของตัวเอง เพิ่มหมูชาชู ไข่ออนเซ็น ต้นหอม หรือข้าวโพด ก็ยิ่งยกระดับความอร่อยไปอีกขั้น จากเมนูง่าย ๆ กลายเป็นมื้อพรีเมียมได้ภายในไม่กี่นาที จะเป็นมื้อด่วนหลังเลิกงาน มื้อดึกแก้หิว หรือมื้อวันหยุดสบาย ๆ ราเมงถ้วยนี้ก็พร้อมเติมเต็มความสุขให้คุณแบบไม่ต้องบินไปญี่ปุ่น
วิธีการทาน
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นราเมงลงไป ต้มประมาณ 4 นาที พร้อมคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสม: เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามซุปก่อนเพื่อละลายเครื่องปรุง แล้วจึงตักเส้นตามลงไป
***** เพิ่มความอร่อย: แนะนำให้เติมหมูชาชู, ไข่ต้มยางมะตูม, ต้นหอมซอย และสาหร่าย เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารและความอร่อยยิ่งขึ้น
เติมความสดชื่นระหว่างวันให้ร่างกายด้วยเยลลี่บุกสตรอว์เบอร์รีพรีเมียมจากญี่ปุ่น ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากแบรนด์ทารามิ (Tarami) ที่คัดสรรความอร่อยจากน้ำผลไม้เข้มข้นและผสานเข้ากับเนื้อบุกเคี้ยวหนึบ ให้รสชาติความหวานหอมละมุนของสตรอว์เบอร์รีแบบเต็มคำ ทุกครั้งที่บีบรับประทานจะได้สัมผัสกับความนุ่มเด้ง เคี้ยวเพลินเกินห้ามใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทานขนมขบเคี้ยวแต่ยังคงใส่ใจในเรื่องรูปร่างและสุขภาพ เพราะนอกจากจะช่วยแก้หิวรองท้องยามบ่ายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีใยอาหาร (Dietary Fiber) และ กลูโคส (Glucose) พร้อมพลังงานเพียง 87 kcal ต่อซอง เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาของว่างรสผลไม้ อร่อย สดชื่น และสะดวกในทุกช่วงเวลา
วิธีรับประทานแบบแช่แข็ง
1. แช่แข็งโดยใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงขึ้นไป (แช่แข็งไว้นานกว่านั้นก็ไม่มีปัญหา)
2. นำออกจากช่องฟรีซ วางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10–15 นาที
3. นำฝาปิดไว้เช่นเดิม แล้วขยำจนกระทั่งนิ่มลง
4. บีบรับประทานทีละน้อยโดยไม่ต้องดูดเข้าไปแรงๆ
เมนูแนะนำ
• เยลลี่สตรอว์เบอร์รีแช่เย็นจัด: เพิ่มความสดชื่นขั้นสุด เหมาะสำหรับดับร้อนในช่วงบ่าย
• ท็อปปิ้งโยเกิร์ตหรือสมูทตี้: บีบเยลลี่ราดลงบนกรีกโยเกิร์ตหรือสมูทตี้ผลไม้สด
• ไอศกรีม: ใช้เป็นท็อปปิ้งทานคู่กับไอศกรีมรสวานิลลาหรือรสโยเกิร์ต
ชาที่ดื่มง่าย อร่อยลงตัว จนคนญี่ปุ่นยกให้เป็นชาชั้นเลิศ
ชาเขียวใบชนิดซอง เกียวคุโระ ของญี่ปุ่นทำไมต้อง "ยาบุกิตะ"
หากคุณเป็นผู้หลงใหลในชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ "ยาบุกิตะ" คือ ราชินีแห่งชาเขียวของญี่ปุ่น เป็นระดับชาที่ปลูกด้วยเทคนิคการบังแสงแดดก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้ใบชามีคลอโรฟิลล์สูง อูมามิที่เข้มข้น และความหวานนุ่มนวลที่โดดเด่น ผสานกับกลิ่นหอมละมุนฟุ้งที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยเทคโนโลยีถุงชาตาข่ายแบบใหม่ ทำให้คุณสามารถชงชาเขียวคุณภาพระดับญี่ปุ่นออกมาได้ง่ายๆในทุกแก้ว ไม่ว่าจะชงร้อนเพื่อความผ่อนคลาย หรือ ชงแบบเย็น (สกัดเย็น) เพื่อความสดชื่น เพียงเติมน้ำ ก็พร้อมเสิร์ฟ สะดวก พกพาง่าย ดื่มได้ทุกที่ ทุกเวลา เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มอื่นๆได้ตามสไตล์คุณ
เคล็ดลับการชงแบบร้อน และ แบบเย็น(สกัดเย็น)
ชาเขียวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องชงด้วยน้ำร้อนเสมอไป! ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ลองชงชาเขียวแบบ "น้ำสกัดเย็น" ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก การชงด้วยน้ำเย็นจะช่วยดึงรสอูมามิ และสารคาเทชิน ที่ให้รสหวานออกมาได้มาก ในขณะที่รสขมและคาเฟอีนจะละลายออกมาน้อยลง ทำให้ได้ชาที่มีรสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล และสดชื่นเป็นพิเศษ
วิธีชงแบบร้อน :
1. ต้มน้ำให้เดือด แล้วรอให้น้ำเย็นลงเหลือประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส (หากไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ สามารถต้มน้ำเดือดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที)
2. ใส่ถุงชา 1 ซอง ลงในแก้วหรือถ้วยชา
3. ค่อย ๆ รินน้ำร้อน ประมาณ 150-200 มิลลิลิตร ลงไป
4. แช่ถุงชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (ไม่ควรแช่นานเกินไป เพราะจะทำให้ชามีรสขมฝาด)
5. นำถุงชาออก (อาจจะบีบเบา ๆ ก่อนนำออก) และพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบน้ำ(สกัดเย็น) :
1. ใส่ถุงชา 1-2 ซอง ลงในขวดหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท
2. เติมน้ำเย็นอุณหภูมิห้อง หรือ น้ำเย็นจัด ปริมาณประมาณ 300-500 มิลลิลิตร
3. ปิดฝาแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น
4. รอเวลาทิ้งไว้ให้สกัดเย็นเป็นเวลา 3-6 ชั่วโมง หรืออาจจะแช่ข้ามคืน 8-12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
(หากแช่นานเกิน 12 ชั่วโมง อาจเริ่มมีรสฝาดออกมาบ้าง)
5. เมื่อได้ความเข้มข้นที่ต้องการแล้ว ให้นำถุงชาออก พร้อมดื่มได้ทันที
ข้อดีของการสกัดเย็น:
รสชาติ : รสชาตินุ่มนวล หวาน อูมามิเด่นชัด และมีรสขมฝาดน้อยมาก
คาเฟอีน : ระดับคาเฟอีนจะต่ำกว่าการชงแบบร้อน
เปลี่ยนข้าวสวยธรรมดาให้เป็นข้าวผัดแสนอร่อย ด้วยผงปรุงรสข้าวผัดจาก Nagatanien
สัมผัสความอร่อยง่ายๆ ด้วยผงปรุงรสข้าวผัดรสหมูย่าง จากแบรนด์นากาทานิเอ็น (Nagatanien) ตัวช่วยยอดนิยมที่ทำให้การทำข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น (Chahan) ของคุณไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยรสชาติหมูย่างที่ผสานอย่างลงตัวจากเนื้อหมูอบแห้งแผ่นบาง และเครื่องปรุงสูตรพิเศษ มอบกลิ่นหอมกรุ่นสไตล์กระทะร้อนแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ชวนให้น่ารับประทาน เพียงมีข้าวสวยและไข่ไก่ ก็สามารถรังสรรค์ข้าวผัดเมล็ดร่วนสวย รสชาติกลมกล่อมได้อย่างง่ายดาย ภายในเวลาเพียง 3 นาที เหมาะสำหรับมื้อเร่งรีบที่ยังคงอยากอร่อยแบบจัดเต็ม
ขั้นตอนการทำ (Cooking Instructions)
1. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย จากนั้นใส่ไข่ไก่ 1 ฟองลงไปผัดให้พอสุก
2. ใส่ข้าวสวยประมาณ 250 กรัม ลงไปผัดให้เข้ากับไข่
3. โรยผงปรุงรสข้าวผัดหมูย่าง 1 ซอง ลงไปให้ทั่ว
4. เร่งไฟแรง ผัดให้เข้ากันประมาณ 1-2 นาที จนเมล็ดข้าวร่วนสวยและหอมกรุ่น พร้อมเสิร์ฟ!
เคล็ดลับเพิ่มเติม: เพื่อเพิ่มอรรถรสและสารอาหาร คุณสามารถเติมต้นหอมซอย หรือลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น (Narutomaki) หั่นเต๋าลงไปผัดพร้อมกัน จะช่วยให้ข้าวผัดจานนี้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น
เพลิดเพลินไปกับความสดใหม่ของเส้นอุด้งจาก Ogawa
โซบะชาเขียว 1 ใน เมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
ถ้าพูดถึงราเมงรสมิโสะ หลายคนจะนึกถึงความหอมของถั่วหมัก ผสมความเค็มมันที่ลึกและกลมกล่อม ราเมงรุ่นนี้ถ่ายทอดรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ชัดเจน ซุปมีความเข้มข้นสไตล์ “โนโกะ” คือไม่จาง ไม่บาง แต่แน่นเต็มคำ เส้นราเมงถูกออกแบบให้มีความหนาและความหนึบเป็นพิเศษ เพื่อให้รับกับซุปมิโสะได้อย่างลงตัว ทุกครั้งที่คีบเส้นขึ้นมา จะสัมผัสได้ถึงความเด้งและเนื้อสัมผัสที่คล้ายเส้นสดในร้านราเมง จุดเด่นคือสามารถปรุงเพิ่มได้ตามสไตล์ของตัวเอง จะใส่หมูชาชู ไข่ออนเซ็น ข้าวโพด หรือเนยเพิ่มความหอมก็ได้ กลายเป็นเมนูระดับร้านดังได้ภายในไม่กี่นาที เหมาะกับคนทำงานที่อยากได้มื้ออร่อยแบบรวดเร็ว นักเรียนที่อยากกินอะไรจริงจัง หรือร้านอาหารที่ต้องการเมนูญี่ปุ่นเพิ่มยอดขายแบบต้นทุนคุมได้ พูดง่ายๆ คือ ถ้าอยากกินราเมงที่ไม่ง้อร้าน นี่คือคำตอบ
วิธีการทำ
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นลงไปต้มนานประมาณ 4 นาที (คอยคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว)
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสมน้ำ: เมื่อเส้นสุก เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเครื่องปรุงก่อน แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
• เสิร์ฟ: นำเส้นลงไปใส่ในชาม คนเบาๆ พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับ: เติมเนื้อหมูชาชู ไข่ต้ม หน่อไม้ และต้นหอมญี่ปุ่น เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบ
ถ้าพูดถึงราเมงสายเข้ม “โชยุผสมน้ำมันหมู” คือรสที่สายฮาร์ดคอร์ต้องลอง เพราะความหอมมันของไขมันหมูจะช่วยดึงรสเค็มหวานของโชยุให้ลึกขึ้นอีกระดับ ไม่ใช่แค่เค็ม แต่เป็นความกลมกล่อมที่เคลือบเส้นทุกเส้น ZUBAAN! สูตรนี้ออกแบบมาให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนึบพอดี ไม่เละง่าย ซุปเข้มข้นแบบที่เรียกว่า “กินแล้วรู้เลยว่ามีของ” ใครชอบเติมหมูชาชู ไข่ต้มยางมะตูม หรือสาหร่าย รับรองว่าซุปจะยิ่งพุ่ง แพ็กขนาด 3 ซอง เหมาะทั้งสำหรับครอบครัว หรือร้านอาหารที่อยากมีเมนูเสริมแบบทำเร็ว ขายไว กำไรชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเร่งด่วนหรือเดลิเวอรี่ บางวันชีวิตก็ต้องการอะไรที่ง่าย แต่ไม่ธรรมดา…ราเมงถ้วยนี้ตอบโจทย์แบบไม่ต้องบินไปญี่ปุ่น
วิธีการทำ
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นลงไปต้มนานประมาณ 4 นาที (คอยคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว)
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสมน้ำ: เมื่อเส้นสุก เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเครื่องปรุงก่อน แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
• เสิร์ฟ: นำเส้นลงไปใส่ในชาม คนเบาๆ พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับ: เติมเนื้อหมูชาชู ไข่ต้ม หน่อไม้ และต้นหอมญี่ปุ่น เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบ
ซอสหมูผัดขิงสไตล์ญี่ปุ่น ทำง่ายภายใน 20 นาที
มาทำโอเด้งทานเองที่บ้านกันค่ะ
อร่อยกับข้าวหน้าหมูสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
ทาโกะยากิ หรือขนมครกญี่ปุ่น อาหารว่างติดครัวของชาวคันไซ
ทาโกะยากิมีต้นกำเนิดมาจากเมืองโอซากา หากท่านได้ไปเที่ยวแถบคันไซ ต่างต้องเคยได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน วันนี้เราชวนคุณแก้คิดถึงญี่ปุ่น กับเมนูทำเองได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของแบรนด์ Nippn คุณแค่เตรียมไส้ที่ชอบ และต้องมีกระทะหลุมสำหรับทำทาโกะยากิ เพียงแค่นี้ คุณก็อร่อยตามแบบโอซาก้าแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 40 ลูก
วิธีทำ
1. ใส่แป้งทาโกะยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง ปูอัด ฯลฯ)
2. วอร์มเตาด้วยไฟแรง เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย แล้วค่อยใส่แป้งลงไปครึ่งหลุม ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที ใส่ไส้ทาโกะยากิ กระหล่ำปลี ขิงซอยเล็กน้อยลงในหลุม
3. รอจนแป้งสุกจนร่อนจากกระทะ พยายามพลิกกลับ ค่อยๆ เติมแป้งจนมีลักษณ์เป็นทรงกลมสวยงาม
4. เมื่อแป้งสุกทุกด้าน ให้จัดใส่จาน ราดซอสทาโกะยากิ มายองเนส สาหร่ายผง และปลาคัตสึโอะหั่นฝอย