ชีสบอลแสนอร่อย หอมกลิ่นพิซซ่า
เอาใจคนรักชีสด้วยชีสบอลแสนอร่อย ให้คุณเพลิดเพลินกับชีสยืดๆ เยิ้มๆ ที่มาพร้อมกลิ่นพิซซ่าหอมๆ ตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ชิ้นเดียวไม่เคยพอ
วิธีรับประทาน
• นำชีสบอลลงทอดในน้ำมันปริมาณมากที่ไฟปานกลางหรืออุณหภูมิประมาณ 170-175 องศาเซลเซียส จนเป็นสีเหลืองทอง จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาทอดตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
สเต็กไก่ทอดกรุบกรอบ สอดไส้ชีสหอมกรุ่น
สำหรับใครที่มองหาอาหารพร้อมทานไว้เติมสต็อกช่องแช่แข็งที่บ้าน เราขอแนะนำสเต็กไก่ทอดสอดไส้ชีสเยิ้มๆ หอมกรุ่นให้คุณได้ลิ้มลอง มั่นใจในความอร่อยด้วยเนื้อไก่คุณภาพดีคัดสรรจากโรงงานที่ได้มาตรฐานส่งออก นำมาสอดไส้ชีสเค็มๆ มันๆ แล้วคลุกกับเกล็ดขนมปังด้านนอก เพียงทอดไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ ราดด้วยซอสทงคัตสึอีกนิด รับประทานคู่กับผักสลัดและข้าวสวยร้อนๆ แค่นี้ก็ได้เมนูเด็ดประจำบ้านเพิ่มแล้วค่ะ
วิธีรับประทาน
• นำสเต๊กลงทอดในน้ำมันปริมาณมากที่ไฟปานกลางหรืออุณหภูมิประมาณ 170-175 องศาเซลเซียส จนเป็นสีเหลืองทองทั้งสองด้าน จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาทอดตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
เมนไทโกะ คือไข่ของปลาคอด หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “ปลาทาระ” มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีส้มอัดแน่นรวมกันเป็นก้อน นิยมนำไปหมักและปรุงรสให้มีความเผ็ดอ่อนๆ กลายเป็นวัตถุดิบยอดฮิตที่อยู่คู่เมนูญี่ปุ่นมายาวนาน ด้วยรสชาติหอมมัน เค็มนัว และสัมผัสของไข่ปลาที่ละเอียดละมุน เมนไทโกะจึงถูกนำไปใช้ในหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ข้าวญี่ปุ่น บะหมี่ หรือเมนูยอดฮิตอย่าง “พาสต้าครีมเมนไทโกะ” เมนไทโกะซอส หรือซอสไข่ปลาพอลล็อคปรุงรส ถุงนี้คือทางลัดของความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้สำหรับคนรักการทำอาหาร เพราะใช้งานง่ายมาก เพียงนำมาละลายก็พร้อมใช้ทันที ไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงหลายอย่างให้ยุ่งยาก ตัวซอสมีความเข้มข้นกำลังดี ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของไข่ปลา รสชาตินัวกลมกล่อมแบบต้นตำรับญี่ปุ่น ช่วยยกระดับทุกเมนูให้อร่อยเหมือนร้านดัง ยิ่งทานคู่ชีส ข้าวร้อนๆ หรือเส้นพาสต้ายิ่งเข้ากันแบบหยุดไม่อยู่ เหมาะทั้งสำหรับร้านอาหาร คาเฟ่ บุฟเฟต์ หรือสายทำอาหารกินเองที่บ้าน เพราะช่วยประหยัดเวลา คุมรสชาติได้ง่าย และสร้างเมนูได้หลากหลายแบบมืออาชีพ
วิธีการใช้
• การเตรียมก่อนรับประทาน (การละลาย): นำซอสออกจากช่องแช่แข็ง แล้ววางละลายในตู้เย็น (ช่องธรรมดา) โดยใช้เวลาประมาณ 5-10 ชั่วโมง ก่อนนำมาปรุงอาหารหรือรับประทาน
*** ข้อควรระวัง: ควรเก็บรักษาในอุณหภูมิแช่แข็ง -18 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า
เมนูแนะนำ:
• เมนูเส้นสุดฮิต: นำไปผัดกับเส้นสปาเก็ตตี้ เติมครีมสดและเนยเล็กน้อย กลายเป็น "สปาเก็ตตี้ซอสครีมเมนไทโกะ"
• เมนูข้าว: บีบซอสท็อปปิ้งบนข้าวสวยร้อนๆ กินคู่กับสาหร่าย หรือทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ
• เมนูขนมปัง: ทาลงบนขนมปังฝรั่งเศส (Baguette) หรือขนมปังโทสต์ แล้วนำไปอบให้หอมกรอบ
• ซอสดิปสุดนัว: ผสมซอสเมนไทโกะกับมายองเนส สำหรับเป็นน้ำจิ้มของทอด เช่น เฟรนช์ฟรายส์, ไก่ทอดคาราอาเกะ หรือท็อปปิ้งบนซูชิและไข่หวาน
เบื่อไหมกับข้าวสวยร้อนๆ แบบเดิมๆ
มาเพิ่มความฟินระดับเจแปนนิสสไตล์ด้วยผักกาดผสมไข่ปลาค็อดดองปรุงรส ความลงตัวที่สมบูรณ์แบบระหว่างผักกาดดองคัดพิเศษเนื้อกรุบกรอบ 100% จากจังหวัดนางาซากิ นำมาผัดคลุกเคล้าอย่างพิถีพิถันกับไข่ปลาเมนไทโกะ(ไข่ปลาค็อดรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม มีความเผ็ดปลายลิ้นนิดๆ และหอมกลิ่นน้ำมันงาอย่างเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะทานคู่กับอะไรก็อร่อย แซ่บ นัว นึกอะไรไม่ออกแค่ตักราดข้าวสวยร้อนๆ หรือทานคู่กับราเมงรสเข้มข้น ก็อร่อยจนหยุดทานไม่ได้! มีติดบ้านไว้ สวมวิญญาณเชฟญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ใน 1 นาที!
วิธีทาน (แบบพร้อมทานทันที)
เนื่องจากสินค้าผ่านการปรุงสุกและผัดคลุกเคล้ามาอย่างดีแล้ว คุณสามารถฉีกซองแล้วทานได้ทันทีโดยไม่ต้องนำไปผ่านความร้อนซ้ำ
• ตักราดข้าวสวยร้อนๆ: เป็นวิธีที่ฟินและคลาสสิกที่สุด รสชาติเค็ม นัว เผ็ดปลายลิ้นของเมนไทโกะจะเข้ากับข้าวสวยได้อย่างลงตัว
• เป็นเครื่องเคียงราเมง: วางโปะบนราเมงชามโปรด ความกรอบและรสเผ็ดจะช่วยตัดเลี่ยนซุปได้เป็นอย่างดี
• กับแกล้มชั้นเลิศ: ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ หรือแกล้มสาเกสไตล์อิซากายะ
สำหรับคนที่ชอบทานปลาไหลญี่ปุ่นย่างซีอิ๊ว มาทางนี้ค่ะ
ที่ประเทศญี่ปุ่น จะมีเทศกาลวันทานปลาไหล ในช่วงฤดูร้อน เพราะเชื่อว่าหากทานในช่วงเวลานี้จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดทั้งปี เพราะปลาไหลอุดมด้วยคุณค่าทางอาหาร ช่วยให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียจากอากาศที่ร้อน วันนี้เรามีปลาไหลน้ำจืดสายพันธุ์ญี่ปุ่น ที่เนื้อนุ่มแน่น คัดเฉพาะไซส์ใหญ่พิเศษ นำมาย่างจนมีกลิ่นหอม ทาด้วยซีอิ๊วรสชาติเค็มๆ หวานๆ ตามสูตรลับเฉพาะของทางแบรนด์ ยิ่งทาน ยิ่งอร่อย ที่สำคัญราคาไม่แพง!! เพราะราคานี้ ท่านจะได้ทานปลาไหล 1 ตัว!!! ที่สำคัญทำง่ายมาก เพียงแค่ฉีกซอง อุ่นร้อนในไมโครเวฟ เพื่อความอร่อยยิ่งขึ้น ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น เนื้อนุ่มเคี้ยวหนุบ ยิ่งอร่อยค่ะ
ทำไมต้องถั่วหมัก "ทสึยุดาคุ นัตโตะ"ต้นตำรับความอร่อยจากคุมาโมโตะที่อยากให้คุณได้ลอง!!!
คำว่า "ทสึยุดาคุ" ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง "ซอสชุ่มฉ่ำ" ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดของสินค้าตัวนี้ ต่างจากนัตโตะทั่วไปที่มีซอสเพียงเล็กน้อย แต่มารุคินจัดเต็มด้วยซอสปรุงรสรสคาชิปริมาณถึง 12 กรัมต่อหนึ่งถ้วย เพื่อมอบสัมผัสที่นุ่มละมุน ลื่นคอ และรสชาติที่กลมกล่อมมากกว่าเดิม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักสุขภาพและหลงรักในเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่น ถั่วเหลืองหมัก คือหนึ่งในสุดยอดอาหาร (Superfood) ที่ชาวญี่ปุ่นรับประทานกันมาอย่างยาวนาน แต่สำหรับใครที่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือรสสัมผัสที่ทานยาก ขอแนะนำ "ทสึยุดาคุ นัตโตะ" ตรามารุคิน ฟู้ดส์ นัตโตะที่จะมาเปลี่ยนความคิดเดิมๆ ของคุณให้กลายเป็นความประทับใจ
ความพิถีพิถันจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ
หัวใจสำคัญที่ทำให้รสชาติของนัตโตะกล่องนี้โดดเด่น คือส่วนประกอบของซอสปรุงรสที่มีความซับซ้อนและลุ่มลึก:
• สารสกัดจากทะเลและขุนเขา: ผสมผสานน้ำซุปจากปลาบินย่าง (Yaki-Ago), ปลาโบนิโตะ, สาหร่ายคอมบุ, หอยเชลล์ และเห็ดชิทาเกะ
• ถั่วเหลืองพรีเมียม: เลือกใช้ถั่วเหลืองคุณภาพที่ผ่านการจัดการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างดี (IP Handling) หมักจนได้เส้นใยที่ยืดและนัวที่สุด
คุณค่าทางโภชนาการที่มากกว่าแค่ความอร่อย
ในทุกๆ คำที่คุณทาน คือการเติมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย:
• โปรตีนสูง: ใน 1 ถ้วย (52 กรัม) ให้โปรตีนสูงถึง 7.2 กรัม แต่ให้พลังงานเพียง 83 กิโลแคลอรีเท่านั้น
• เอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase): ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตและสุขภาพของหัวใจ
• โปรไบโอติกส์: ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
ขอเชิญคุณมาสัมผัส "รสชาติใหม่" ของวาซาบิ ที่แตกต่างจากวาซาบิบดแบบเดิม ๆ ค่ะ นี่คือประสบการณ์ของความเผ็ดซ่าที่มาพร้อมกับเนื้อสัมผัสกรุบกรอบในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่คุณไม่ควรพลาดเลยนะคะ
คิซามิ วาซาบิ (Kizami Wasabi) แปลตรงตัวว่า วาซาบิสับ (Chopped Wasabi) เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเอา ก้านและหัววาซาบิแท้ (Hon Wasabi) มาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ หยาบ ๆ แทนการนำไปบดละเอียดแบบที่เราคุ้นเคยกันค่ะ จากนั้นจึงนำไปปรุงรสด้วย โชยุ (Shoyu) และเครื่องปรุงอื่น ๆ ในสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อให้ได้วาซาบิที่มีรสชาติกลมกล่อม มีความเผ็ดซ่าที่ลงตัว และมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของวาซาบิแท้ Kinjirushi เป็นแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านวาซาบิที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนานในประเทศญี่ปุ่น โดยผลิตภัณฑ์ "คิซามิ วาซาบิ รสโชยุ" นี้ เป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและมีชื่อเสียงในเรื่องรสชาติที่เข้มข้นจัดจ้าน ทำให้สามารถนำไปใช้ร่วมกับอาหารได้หลากหลายประเภทมากขึ้น
จุดเด่นสำคัญของ คิซามิ วาซาบิ คือ เนื้อสัมผัสแบบ "กรุบกรอบ" (Shakishaki) จากชิ้นส่วนของก้านวาซาบิที่ถูกสับหยาบ ๆ ซึ่งให้ความสนุกและมิติใหม่ในการรับประทาน ไม่เหมือนวาซาบิแบบบดที่เป็นเนื้อครีม และด้วยการปรุงรสด้วยโชยุ ทำให้วาซาบิชนิดนี้มีรส อูมามิ (Umami) แทรกอยู่ จึงสามารถใช้เป็นเครื่องปรุงรสหรือเครื่องเคียงได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมโชยุเพิ่ม ความเผ็ดซ่าของวาซาบิถูกปรุงให้อยู่ในระดับที่กำลังดี สามารถคงความเผ็ดซ่า (Tsuun) ที่ตีขึ้นจมูกได้ยาวนาน และยังให้กลิ่นหอมที่สดชื่นของวาซาบิแท้อีกด้วยค่ะ
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
1.ทานคู่กับเนื้อวัว: เหมาะสำหรับทานคู่กับสเต็กหรือเนื้อย่างวากิว (Wagyu) เพียงแค่แตะวาซาบิเล็กน้อยบนชิ้นเนื้อ ก็จะได้รสชาติที่ลงตัวและเพิ่มความหอมสดชื่น
2.สำหรับเมนูซูชิ/ซาชิมิ: ใช้แทนวาซาบิแบบบด เพื่อเพิ่มความจัดจ้านและรสสัมผัสกรุบ ๆ
3.ท็อปปิ้งอาหาร: โรยบนข้าวหน้าปลาดิบ (Chirashi-don), ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon), เต้าหู้เย็น (Hiyayakko), หรือไข่ตุ๋นแบบญี่ปุ่น (Chawanmushi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
1.นำสินค้าออกมาจากช่องแช่แข็งในปริมาณที่ต้องการใช้
2.ปล่อยให้ละลายน้ำแข็งตามธรรมชาติในอุณหภูมิห้อง หรือในตู้เย็น (ใช้เวลา 10-20 นาที)
3.เมื่อละลายแล้ว สามารถเปิดซองและตักวาซาบิพร้อมปรุงรสแล้วมาใช้เป็นเครื่องเคียงได้ทันทีค่ะ
หลังเปิดซองแล้ว ควรกดซิปล็อกปิดปากถุงให้แน่น และเก็บในช่องแช่แข็งตามเดิมเพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของวาซาบิค่ะ
***ข้อควรระวัง: ไม่ควรนำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ
ลองเพิ่ม คิซามิ วาซาบิ เข้าไปในมื้ออาหารของคุณดูสิคะ แล้วคุณจะได้เพลิดเพลินกับรสชาติและเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นแท้ ที่จะช่วยยกระดับเมนูโปรดของคุณให้พิเศษยิ่งขึ้นได้ที่บ้านค่ะ
ที่สุดแห่งความหรูหราจากญี่ปุ่น เมื่อ"เกาลัดชิบุคาวะทั้งลูก" อยู่ในแป้งโมจิเหนียวนุ่ม
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงรักขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ขนมชิ้นนี้คือคำตอบที่คุณห้ามพลาด นี่คือโมจิไส้เกาลัดชิบุคาวะคัดพิเศษทั้งลูกระดับไฮเอนด์ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ความพิเศษเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นนอกสุดด้วย "แป้งโมจิฮาบุทาเอะ" ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวญี่ปุ่นคุณภาพเลิศ ผ่านการนวดอย่างพิถีพิถันจนได้เนื้อสัมผัสที่เนียน ละเอียด เหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น และพร้อมที่จะละลายในปากอย่างอ่อนโยน ถัดเข้าไปด้านในคือความกลมกล่อมจากเนื้อเกาลัดบดผสมถั่วกวน สูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีรสชาติหวานละมุนกำลังดี รสชาติหวานมัน ละมุนลิ้น และไฮไลท์ที่ซ่อนอยู่ใจกลางก็คือ "เกาลัดชิบุคาวะคัดพิเศษทั้งลูก (Shibukawa Kuri)" เกาลัดเม็ดโตที่ผ่านกรรมวิธีการเคี่ยวกับน้ำเชื่อมอย่างพิถีพิถันทั้งเปลือกบางชั้นใน (Shibukawa) ทำให้เกาลัดยังคงความนุ่มหนึบ ชุ่มฉ่ำ ไม่แข็งกระด้าง และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ฝาดนิดๆ ปลายลิ้นตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยตัดความหวานของครีมมงบล็องได้อย่างดี เมื่อคุณกัดลงไปพร้อมๆ กันทั้ง 3 ชั้น จะหลอมรวมกลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อม ราวกับคุณกำลังนั่งทานขนมหวานอยู่ในร้านคาเฟ่สุดหรู ณ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้มีกลิ่นอายญี่ปุ่นด้วย เต้าหู้ทอดเนื้อนุ่มฟูที่ผ่านการปรุงรสอย่างกลมกล่อม ให้รสชาติหวานเค็มหอมละมุนแบบสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมผิวสัมผัสที่สามารถซึมซับน้ำปรุงรสได้ดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนำมาห่อข้าวซูชิเป็น " อินาริซูชิ " เมนูยอดนิยมที่ทำได้ง่ายและอร่อยลงตัว หรือจะนำไปใส่ในอุด้ง ข้าวหน้า เมนูต้ม ผัด หรือหั่นเป็นชิ้นเพิ่มลงในเมนูต่างๆ ก็ช่วยเติมทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสให้อาหารน่าสนใจยิ่งขึ้น เปิดซองก็พร้อมนำไปใช้ ช่วยประหยัดเวลา ไม่ต้องทอดหรือปรุงรสเต้าหู้เอง เหมาะทั้งสำหรับทำอาหารรับประทานที่บ้านและใช้เป็นวัตถุดิบในร้านอาหารญี่ปุ่น ให้ทุกมื้ออร่อยง่าย สะดวก และได้รสชาติแบบญี่ปุ่น
วิธีการรับประทาน:
• นำสินค้าออกจากช่องแช่แข็ง มาพักไว้ในอุณหภูมิปกติเพื่อให้คลายความเย็น จากนั้นสามารถเปิดถุงและนำไปใช้งานได้ทันที เช่น นำมาใส่ข้าวญี่ปุ่นปรุงรสเป็นซูชิหน้าอินาริ หรือใช้ประกอบในเมนูเส้นและเมนูซุปต่างๆ
เมนูยอดนิยมจากอินาริเต้าหู้ทอดปรุงรส
• อินาริซูชิ – เมนูยอดฮิต นำเต้าหู้ทอดรสกลมกล่อม ยัดไส้ด้วยข้าวญี่ปุ่นปรุงรสเปรี้ยวหวานกำลังดี
• อุด้งหน้าเต้าหู้ทอด(คิสึเนะอุด้ง) – เสิร์ฟเต้าหู้ทอดชิ้นโตนุ่มฉ่ำน้ำซุป บนเส้นอุด้งเหนียวนุ่มในน้ำซุปดาชิร้อนๆ
• บะหมี่เย็นหรือโซบะ – เพิ่มความสดชื่นด้วยเมนูเส้นเย็น ทานคู่กับเต้าหู้หวานรสชาติเข้ากันอย่างลงตัว
• เต้าหู้ทอดสอดไส้ข้าวปั้นปูอัดมายองเนส – ความอร่อยด้วยการยัดไส้ข้าวคลุกปูอัดและน้ำสลัดครีมมี่เพิ่มความฟิน
• ราเมงซุปโชยุ – เติมเต้าหู้ทอดปรุงรสลงในชามราเม็งร้อนๆ เพื่อให้น้ำซุปซึมเข้าเนื้อเต้าหู้ เพิ่มความอร่อยในทุกคำ
เปรี้ยวสดชื่น เคล็ดลับความอร่อยระดับพรีเมียมที่เชฟญี่ปุ่นไม่เคยบอกคุณ!
ยูสุ เป็นผลไม้ตระกูลซิตรัสที่มีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในจังหวัดโคจิและโทคุชิมะ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยูสุที่ขึ้นชื่อที่สุดในประเทศ นิยมใช้ยูสุในอาหารระดับพรีเมียม เปลือกยูสุมีรสเปรี้ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ถูกนำมาหั่นเป็นเส้นอย่างประณีตและนำมาแช่แข็งในสภาพที่ยังไม่ผ่านความร้อน เพื่อรักษากลิ่นหอมและรสชาติให้สดใหม่ เพื่อคงความหอมสดชื่นราวกับเพิ่งเก็บจากต้น ทำให้สามารถเติมเต็มกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมให้กับทุกจานอาหารได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะนำมาปรุงกับซุปนาเบะ โซบะ ปลาย่าง หรือแม้แต่ทำซอสยูสุปองสึ น้ำสลัด เครื่องดื่ม และของหวาน ก็ยกระดับรสชาติให้นุ่มละมุนและหอมสดชื่นขึ้นทำให้ทุกจานของคุณพิเศษกว่าที่เคย
จุดเด่นสำคัญ:
• กลิ่นหอมแรง : เปลือกยูซุมีความหอมสดชื่นเป็นพิเศษ และการแช่แข็งแบบดิบช่วยล็อคกลิ่นนี้ไว้
• ลดความขม : มีการกำจัดส่วนที่เป็นใยสีขาวด้านในออกอย่างดี ทำให้ได้เฉพาะเปลือกสีเหลืองสดที่มีกลิ่นหอมแต่ไม่ขม
• สะดวกต่อการใช้ : เป็นแบบแช่แข็งที่สามารถ ตักออกมาใช้ได้ตามปริมาณที่ต้องการโดยไม่ต้องละลาย ทำให้ใช้งานง่ายมาก
วิธีใช้ :
• นำออกจากช่องแช่แข็ง และละลายเล็กน้อยก่อนใช้
• โรยบนปลาย่าง โซบะ ซุป หรืออาหารญี่ปุ่นอื่นๆ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่น
• ผสมในเครื่องดื่ม เช่น ชาเขียว ยูซุโซดา หรือม็อกเทลเพื่อรสเปรี้ยวหอม
• ใช้แต่งขนมหวาน เช่น เค้ก ไอศกรีม หรือยูซุมูส เพื่อเพิ่มความละมุน
• แค่เพียงสัมผัสเดียว คุณก็จะได้กลิ่นหอมสดใสแบบญี่ปุ่นแท้ — ความพิเศษที่เชฟและคนรักอาหารญี่ปุ่นทั่วโลกเลือกใช้
แนะนำอาหารที่เข้ากัน :
• ปลาดิบหรือปลาย่างเกลือ (เพิ่มกลิ่นหอมสดชื่น)
• ยำสาหร่ายยูซุ
• สลัดผักยูซุดรสซิ่ง
• ชาเย็นยูซุโซดา
• ยูซุมูสเค้กหรือยูซุมาการอง
ปลาเทราต์รมควัน...วัตถุดิบพรีเมียมที่ครองใจคนรักอาหารทั่วโลก
ปลาเทราต์ (Trout) เป็นปลาน้ำเย็นที่อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาแซลมอน มีเนื้อสีส้มอมชมพู เนื้อนุ่มละเอียด ไขมันแทรกกำลังดี และมีรสชาติหวานธรรมชาติ จึงเป็นปลาที่ได้รับความนิยมในอาหารยุโรปและอาหารฟิวชัน เมื่อผ่านกระบวนการ รมควัน (Smoking Process) ด้วยไม้ธรรมชาติที่คัดสรรเป็นพิเศษ เนื้อปลาจะค่อยๆ ดูดซับกลิ่นหอมอ่อนๆจากควัน ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นแต่ไม่กลบรสหวานของเนื้อปลา พร้อมช่วยรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อปลาไว้ได้เป็นอย่างดี
ปลาเทราต์รมควันสไลด์เป็นวัตถุดิบที่ใช้งานสะดวก เพราะผ่านการสไลด์พร้อมรับประทาน เพียงละลายในตู้เย็นก็สามารถนำไปจัดจานหรือประกอบอาหารได้ทันที เหมาะสำหรับทั้งร้านอาหาร โรงแรม คาเฟ่ และผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารที่บ้าน นอกจากรสชาติที่โดดเด่นแล้ว ปลาเทราต์ยังเป็นแหล่งของ โปรตีนคุณภาพสูง และ กรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นไขมันดีที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพหัวใจ สมอง และระบบต่างๆของร่างกาย จึงเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคสายสุขภาพได้เป็นอย่างดี ด้วยรสชาติที่หอมละมุน เนื้อสัมผัสนุ่มแน่น และความอเนกประสงค์ในการนำไปประกอบอาหาร ปลาเทราต์รมควันจึงสามารถเข้ากันได้กับหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นสลัด แซนด์วิช เบเกิล ซูชิ พาสต้า พิซซ่า หรือจัดเสิร์ฟบนชีสบอร์ด ก็ช่วยเพิ่มความพรีเมียมและสร้างความประทับใจได้ในทุกมื้ออาหาร
จุดเด่นของปลาเทราต์รมควัน
• เนื้อปลาสีส้มสวย เนื้อนุ่มแน่น ไขมันแทรกกำลังดี
• หอมกลิ่นรมควันธรรมชาติ รสชาติกลมกล่อม
• สไลด์พร้อมใช้งาน สะดวก ประหยัดเวลา
• อุดมด้วยโปรตีนและโอเมก้า-3
• เหมาะสำหรับทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารยุโรป และเมนูฟิวชัน
ทำความรู้จัก "ปลาบุริ" ราชาแห่งปลาเนื้อขาวฤดูหนาว
ปลาบุริ หรือ ปลาหางเหลือง เป็นปลาที่ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะปลาจากแถบคิวชูและคาโกชิม่าที่มีกระแสน้ำเย็น ทำให้ปลาสะสมไขมันได้ดี เนื้อจึงมีความนุ่มและชุ่มฉ่ำ สำหรับปลาบุริสับ ปรุงรสยูซุ ห่อนี้ ไม่ได้มีดีแค่เนื้อปลา แต่เป็นการนำเนื้อปลาส่วนที่ดีที่สุดมาสับรวมกันแล้วปรุงรสด้วย "ส้มยูซุ" ผลไม้ตระกูลซิตรัสที่เป็นหัวใจของอาหารญี่ปุ่น กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของยูซุจะช่วยชูรสหวานของเนื้อปลาให้เด่นชัดขึ้น เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความมันของปลาและความสดชื่นของผลไม้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสายพรีเมียมแต่ต้องการความสะดวกในการทำทานเองที่บ้าน ความพิเศษคือการคงคุณภาพด้วยการแช่แข็งในอุณหภูมิที่เหมาะสม ทำให้รักษาความสด เนื้อสัมผัส และรสชาติไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอิซากายะ ร้านพรีเมียมเดลิเวอรี่ หรือผู้ที่ต้องการวัตถุดิบคุณภาพระดับร้านอาหารโดยไม่ต้องเตรียมเองทุกขั้นตอน เพียงละลายอย่างถูกวิธี ก็สามารถจัดจานเสิร์ฟได้ทันที สวยงาม สะอาด และได้มาตรฐาน พูดง่าย ๆ คือ “ของดีที่ช่วยให้คุณขายง่ายขึ้น” นั่นเอง
"ยกระดับโอมากาเสะที่บ้านคุณ! พบกับ ปลาบุริสับปรุงรสยูซุ ส่งตรงจากญี่ปุ่น เนื้อปลาบุริคัดเกรดสับละเอียด ผสมผสานกับความหอมสดชื่นของน้ำส้มยูซุแท้ๆ รสชาติกลมกล่อม นุ่มละมุนลิ้น พร้อมทานได้ทันทีเพียงแค่ละลาย"
วิธีทาน / วิธีการทำ
• การเตรียม: นำแพ็คสินค้าออกมาละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือแช่น้ำ (ทั้งถุง) จนเนื้อปลานุ่ม
เมนูแนะนำ:
• Negitoro-style Don: วางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ โรยต้นหอมซอยและสาหร่าย
• Hand Roll (Temaki): ห่อด้วยสาหร่ายแผ่นพร้อมข้าวซูชิ
• Appetizer: ตักวางบนแครกเกอร์ หรือขนมปังฝรั่งเศสอบกรอบ เพื่อทำเป็นคานาเป้สไตล์ฟิวชั่น
เมนูแนะนำคู่เคียง :
• ทานคู่กับ โชยุและวาซาบิ เพื่อรสชาติแบบดั้งเดิม
• ทานคู่กับ เครื่องดื่มเย็นๆ เช่น ชาเขียวร้อน หรือคราฟต์เบียร์เพื่อตัดรส
เครื่องเคียงที่แนะนำ:
• ขิงดอง หรือ หัวไชเท้าขูด จะช่วยเสริมรสชาติยูซุให้ชัดขึ้น
จุดเด่นสินค้า
✔ ใช้ปลาบุรีคุณภาพจากแหล่งผลิตในญี่ปุ่น
✔ ปรุงรสด้วยยูสุแท้ ให้กลิ่นหอมสดชื่น
✔ เนื้อสัมผัสนุ่มแน่น ไม่เละ
✔ สินค้าแช่แข็ง รักษาความสด
✔ ละลายแล้วเสิร์ฟได้ทันที ไม่ต้องปรุงเพิ่ม
ขนมญี่ปุ่นแบบเบาๆ ไม่หวานเลี่ยน และ ได้รสชาติชาเขียวแท้ๆ ต้องไม่พลาด
ใครที่กำลังมองหาของหวานญี่ปุ่นแบบเบาๆทานง่าย และให้ความรู้สึกสดชื่นไม่เหมือนใคร ต้องลอง วาราบิโมจิตัวนี้ ขนมชิ้นเล็กๆนี้จะทำให้วันของคุณสดใสขึ้นแน่นอน วาราบิโมจิเป็นขนมหวานญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ทำจากแป้งวาราบิ(แป้งที่สกัดจากหัววาราบิ) ที่มีจุดเด่นคือ สัมผัสที่นุ่มนิ่มเหมือนเยลลี่ แต่จะมีความเหนียวนุ่มและยืดหยุ่นกว่าโมจิทั่วไป วาราบิโมจิชิ้นนี้พิเศษตรงที่เป็นรสชาเขียวมัทฉะ และถูกนำไปคลุกเคล้ากับผงชาเขียวมัทฉะ หอมๆจนทั่วชิ้น ผงชาเขียวมัทฉะ นั้นมาจากจังหวัดชิซึโอกะซึ่งเป็นแหล่งผลิตชาเขียวคุณภาพเยี่ยมของญี่ปุ่น ทำให้ได้รสชาติเข้มข้น หอมละมุน และมีขมเล็กน้อยแบบเป็นธรรมชาติมาตัดกับความหวานอ่อนๆ ของตัวโมจิได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่าย ทานคู่กับชาเขียวร้อนที่ไม่หวานเลย หรือจะลองทานคู่กับกาแฟดำก็เข้ากันดี รับรองว่าความนุ่มนิ่มและรสชาติชาเขียวแท้ๆ จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นเหมือนได้นั่งพักผ่อนอยู่ในญี่ปุ่น
วิธีทานวาราบิโมจิ :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เมนูทานคู่แนะนำ
วาราบิโมจิรสชาเขียวมีรสชาติมัทฉะเข้มข้น หอม และหวานอ่อนๆ จึงเข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มและของหวานอื่นๆ ดังนี้:
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
คู่กับกาแฟ:
• กาแฟดำเย็น/ร้อน : ความขมของกาแฟจะช่วยดึงความหวานและความหอมของมัทฉะในโมจิออกมา
• ลาเต้: เข้ากันได้ดีกับความนุ่มละมุนของวาราบิโมจิ
คู่กับของหวานอื่น ๆ:
• ท็อปปิ้งไอศกรีม: นำไปวางบนไอศกรีมรสวานิลลา หรือไอศกรีมถั่วแดง เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบ
• พาร์เฟต์สไตล์ญี่ปุ่น: ใช้เป็นส่วนประกอบในพาร์เฟต์หรือน้ำแข็งไส เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเมนู
• เครื่องดื่มสร้างสรรค์: ใช้เป็นท็อปปิ้งในเครื่องดื่มประเภทนมหรือชา เช่น มัทฉะลาเต้ หรือบราวน์ชูการ์
สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยรูปแบบใหม่ ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นที่จะทำให้คนรักของหวานต้องใจละลาย การผสมผสานที่ลงตัวที่สุดระหว่างศาสตร์แห่งขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นและความทันสมัยสไตล์โมเดิร์น ความพิเศษเริ่มต้นตั้งแต่แป้งโมจิชั้นนอกสุด ที่ทางแบรนด์เลือกใช้ แป้งฮาบุทาเอะ (Habutae Powder) ที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น 100% ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเนียนนุ่ม ยืดหยุ่น และให้เนื้อสัมผัสที่บางเบาละมุนลิ้น โอบอุ้มไส้ด้านในที่อัดแน่นไปด้วย "ช็อกโกแลต" หรือถั่วกวนผสมช็อกโกแลตสูตรเข้มข้น รสชาติหวานกำลังดี และไฮไลท์สำคัญคือกล้วยหอมชิ้นโตเต็มคำ ที่อยู่ตรงใจกลาง มอบรสสัมผัสที่ตัดกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความเหนียวนุ่ม ความครีมมี่เข้มข้น และความหอมสดชื่นจากผลไม้แท้ๆ ไม่ว่าคุณจะเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน หรือกำลังมองหาของว่างมาเติมเต็มความสุขในบ่ายวันหยุด ขนมชิ้นนี้คือคำตอบที่จะเปลี่ยนทุกคำให้กลายเป็นรอยยิ้ม ทานคู่กับชาอุ่นๆ หรือกาแฟแก้วโปรด บอกเลยว่าฟินจนฉุดไม่อยู่แน่นอน
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
ลองจินตนาการถึงการกัดลงไปบนแป้งโมจินุ่มยืด แล้วเจอกับส้มแมนดารินทั้งลูกที่หวานฉ่ำน้ำกระจายเต็มปากดูไหม นี่ไม่ใช่แค่ขนมหวานธรรมดาแต่มันคือ โมจิส้มสุดหรูระดับพรีเมียม ประเทศญี่ปุ่น ที่จะเปลี่ยนนิยามการทานขนมหวานของคุณ ความพิเศษของโมจินี้เริ่มตั้งแต่ตัว แป้งโมจิฮาบุทาเอะ (Habutae Mochi) ที่ผลิตจากแป้งข้าวเหนียวญี่ปุ่นชั้นเลิศ ให้สัมผัสที่เนียน นุ่ม เหนียว และละลายในปากอย่างนุ่มนวล ถัดมาคือชั้นของ ถั่วกวนสีขาว (Shiro-an) สูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีรสชาติหวานละมุนกำลังดี ทำหน้าที่ช่วยตัดและชูรสชาติของหัวใจหลักอย่าง "ส้มแมนดารินคัดพิเศษทั้งลูก" ที่ซ่อนอยู่ด้านใน เมื่อส่วนผสมทั้งสามอย่างนี้รวมกันในปาก ความเปรี้ยวอมหวานตามธรรมชาติของส้มจะผสมผสานกับความหวานละมุนของถั่วกวนและแป้งเหนียวนุ่ม เกิดเป็นรสสัมผัสที่สดชื่น อร่อยจนหยุดทานไม่ได้ หากคุณกำลังมองหาขนมหวานแสนอร่อยที่จะช่วยบูสพลังความสดชื่นในบ่ายวันทำงาน หรืออยากมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับคนที่คุณรัก
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า ขนมหวานญี่ปุ่นที่หลายๆคนต่างติดใจ
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดง (Kokuto) และคลุกเคล้าผงคินาโกะ รสชาติมีความหวานละมุนลิ้น ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ทำให้แบ่งทานได้สะดวก ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างคู่กับชาร้อนๆ หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
ทำไมต้อง สึบูไก? เปิดความลับ "หอยสังข์ญี่ปุ่น" วัตถุดิบตัวลับที่นักรีวิวทั่วโลกยกนิ้วให้
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับหอยเชลล์หรือหอยแมลงภู่ แต่ถ้าพูดถึง "หอยสังข์ญี่ปุ่น" คือความลับความอร่อยของเมนูอาหารทะเลสไตล์เอเชียตะวันออก โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและเกาหลี ด้วยเนื้อสัมผัสที่มีความ "กรุบเด้ง" เป็นพิเศษและรสชาติที่หวานอ่อนๆ ทำให้มันกลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมที่มักจะถูกถามหาเสมอในร้านซูชิและร้านอาหารญี่ปุ่นระดับสูง เสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนติดใจคือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากเนื้อสัมผัสที่นุ่มนิ่มของหอยชนิดอื่น สึบูไกของเราผ่านกระบวนการล้างทำความสะอาดและสไลด์มาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ชิ้นที่สวยงามและรับประทานง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารทะเลที่เน้นสัมผัสการเคี้ยว ไม่ว่าจะทานแบบสดเป็นซาซิมิเพื่อให้ได้รสหวานดั้งเดิม หรือจะนำไปผ่านความร้อนเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอม ก็อร่อยจนหยุดไม่ได้
ถ้าคุณกำลังมองหาวัตถุดิบซีฟู้ดที่ “แตกต่างแต่เข้าถึงง่าย” นื้อหอยสังข์ญี่ปุ่นคือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม! เราคัดสรรและแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อคงคุณภาพสูงสุด ทำให้คุณสามารถนำไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมเยอะ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือทำกินเองที่บ้านก็สะดวกสุดๆ จุดเด่นอีกอย่างคือความ “อเนกประสงค์” จะทำเมนูญี่ปุ่นอย่างซูชิ ซาชิมิ หรือจะเอาไปดัดแปลงทำเมนูผัด ต้ม ยำ ก็ยังคงความอร่อยได้ครบ รสชาติไม่กลบเครื่องปรุง แถมยังช่วยเพิ่มมิติให้จานอาหารดูพรีเมียมขึ้นทันที พูดง่ายๆ คือ วัตถุดิบเดียว แต่อัปเกรดเมนูได้ทั้งร้าน
เมนูแนะนำ :
การเตรียม: ควรละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือแช่น้ำทั้งถุงพลาสติกก่อนนำไปปรุงอาหาร
• สายลวกจิ้ม: ลวกในน้ำเดือดเพียง 10-20 วินาที ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน
• สายญี่ปุ่น: วางบนข้าวซูชิ หรือทานเป็นซาซิมิ (หากละลายแล้วทานทันที) จิ้มโชยุและวาซาบิ
• สายผัด: นำไปทำผัดฉ่า, ผัดกะเพรา หรือผัดน้ำมันหอย เนื้อหอยจะดูดซับรสชาติเครื่องปรุงได้ดีมาก
• สายยำ: ใส่ในยำรวมมิตร หรือพล่า เพิ่มเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวสนุกให้กับจานยำ
หมูชาชูสไลซ์แช่แข็ง ความอร่อยง่ายๆ ที่ควรมีติดบ้านคุณ
เติมความอร่อยให้อาหารจานโปรดของคุณด้วยหมูชาชูสไลซ์สไตล์ญี่ปุ่น เราคัดสรรมาเฉพาะเนื้อส่วนท้อง (Belly) ที่มีความมันกำลังดี นำมาผ่านกรรมวิธีการหมักอย่างพิถีพิถันจนรสชาติกลมกล่อมเข้าเนื้อตามสไตล์ญี่ปุ่น
สามารถนำไปทำได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นราเมง, ข้าวหน้าหมูชาชู, ข้าวหน้าแกงกะหรี่, หรือเมนูไทยๆ อย่างผัดผัก, ผัดกะเพรา, ต้มยำ ก็อร่อยได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาทานคู่กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบง่ายๆ ช่วยเพิ่มความครบเครื่องในมื้อเร่งรีบของคุณได้เป็นอย่างดีค่ะ
"ไข่กุ้ง" ที่เรากินกัน จริงๆแล้วทำมาจากอะไรกันแน่นะ?
หลายคนอาจคิดว่าเม็ดสีส้มกรุบๆ ที่อยู่บนซูชิคือ ไข่ของกุ้ง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ สิ่งที่เราเรียกกันติดปากว่า "ไข่กุ้ง" แท้จริงคือไข่ปลาแคปลิน (Capelin Roe) หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า เอบิโกะ (Ebiko) ซึ่งเป็นปลาทะเลขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำเย็น เช่น แถบมหาสมุทรอาร์กติก แอตแลนติกเหนือ และบริเวณรอบประเทศญี่ปุ่น ไข่ปลาแคปลินตามธรรมชาติจะมีสีเหลืองอ่อน เม็ดเล็กละเอียด และมีเอกลักษณ์คือ เนื้อสัมผัสกรุบกรอบเมื่อรับประทาน ก่อนนำมาขายหรือใช้ในร้านอาหารญี่ปุ่น จะผ่านการปรุงรสด้วยโชยุ มิริน และเกลือ เพื่อเพิ่มความกลมกล่อม พร้อมแต่งสีให้เป็นสีส้มสดใส จนกลายเป็น "ไข่กุ้ง" ที่เราคุ้นเคย เหมาะสำหรับโรยหน้าซูชิ ข้าวปั้น หรือเมนูต่างๆ ให้ดูน่ากินยิ่งขึ้น
ประโยชน์และสารอาหารดีๆใน "ไข่กุ้ง" (Ebiko)
เห็นเม็ดเล็กๆแบบนี้ แต่คุณประโยชน์ไม่เล็ก เพราะเป็นไข่ปลาที่มาจากทะเลน้ำลึก จึงอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง
• โปรตีนสูง: ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
• กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3): ดีต่อการทำงานของสมองและช่วยบำรุงหัวใจ
• วิตามินและแร่ธาตุ: มีวิตามินบี 12 และฟอสฟอรัส ที่ช่วยส่งเสริมระบบประสาทและกระดูกให้แข็งแรง
ขั้นตอนการละลายอย่างถูกวิธี
• นำกล่องไข่กุ้ง ออกจากช่องแช่แข็ง แล้วย้ายมาใส่ในช่องแช่เย็นธรรมดา ล่วงหน้าประมาณ 8–12 ชั่วโมง หรือ 1 คืนก่อนใช้งาน วิธีนี้จะช่วยให้เนื้อสัมผัสยังคงความกรุบกรอบ เม็ดไข่ปลาไม่แตกเลอะ และไม่เสียรสชาติ (ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟโดยตรงเพื่อละลาย เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสเสีย)
หวานละมุน หอมรมควัน ฟินทุกคำไปกับแซลมอนรมควัน แคนดี้ ไบต์ส
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้พิเศษด้วยแซลมอนรมควัน แคนดี้ ไบต์ส (Smoked Salmon Candy Bites) แซลมอนแอตแลนติกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ที่ผ่านการรมควันอย่างพิถีพิถัน พร้อมเคลือบรสหวานเล็กน้อย รสชาติกลมกล่อมสไตล์ Candy ให้ได้ทั้งความหอมของควันไม้และความนุ่มของเนื้อปลาในทุกคำ
ผลิตจากแซลมอนแอตแลนติกคุณภาพ จากแหล่งน้ำเย็นบริสุทธิ์ในแคว้นปาตาโกเนีย ประเทศชิลี รมควันจากปลาแซลมอนสดภายใน 24 ชั่วโมงหลังการจับ เพื่อคงความสดใหม่และรสชาติที่ดีที่สุด
Latitude 45 ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ BAP ระดับ 4 ดาว (4-Star Certified)
จุดเด่นสินค้า
• แซลมอนรมควันรสแคนดี้ (Candy Flavored Smoked Salmon) ปรุงสุกพร้อมรับประทาน
• พร้อมรับประทาน (Ready to Eat)
• ผลิตจากปลาแซลมอนแอตแลนติกที่เลี้ยงในฟาร์ม (Farm-Raised)
• รมควันจากปลาแซลมอนสดทุกครั้ง เพื่อคงรสชาติและคุณภาพ
• อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินดี
• ให้โปรตีนสูง 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
• ไม่มีก้าง และไม่มีหนัง (Skinless & Boneless)
• ปราศจากกลูเตน (Gluten-Free)
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ 4-Star BAP (Best Aquaculture Practices)
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
สัมผัสความฟินระดับพรีเมียม ส่งตรงจากญี่ปุ่นกับ "โมจิครีม รสพีชขาว" คำโต
หากคุณกำลังมองหาขนมหวานที่จะช่วยเยียวยาหัวใจในวันเหนื่อยล้า หรืออยากดื่มด่ำกับรสชาติละมุนนุ่มลึกสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ต้องไม่พลาดสัมผัสสุดพิเศษจาก ขนมโมจิระดับพรีเมียมที่ผสานศาสตร์แห่งความนุ่มของแป้งโมจิสูตรดั้งเดิม เข้ากับความหวานฉ่ำสดชื่นของ "ลูกพีชขาว" (White Peach) ผลไม้ยอดนิยมของญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ในทุกๆคำที่กัดลงไป จะพบกับความตื่นตาตื่นใจถึง 3 เลเยอร์ เริ่มต้นด้วยแป้งโมจิสีขาวนวลที่เหนียวนุ่ม ยืดหยุ่นกำลังดี ถัดมาคือรสสัมผัสเนียนละมุนของถั่วกวนรสพีชขาว ที่ให้ความหวานกลมกล่อมแบบดั้งเดิม และเซอร์ไพรส์ขั้นสุดด้วยไส้แยมพีชขาวเข้มข้นที่ผสมเนื้อพีชแท้ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา เหมือนได้ทานผลพีชสดในสวนญี่ปุ่น เป็นความอร่อยที่ลงตัว ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่ายคู่กับชาแก้วโปรดที่จะเปลี่ยนวันธรรมดาของคุณให้กลายเป็นวันสุดพิเศษ
วิธีเก็บรักษา
เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
• ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
• หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
• หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
ทูน่าพรีเมียมที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน
สำหรับคนที่หลงรักเมนูซาชิมิ และกำลังมองหาทูน่าคุณภาพดีที่พร้อมทานได้ทันที ทูน่าซาคุ (Tuna Saku) เกรด AAA คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ เพราะนี่คือเนื้อปลาที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีที่สุด เพื่อให้คุณได้สัมผัสความสดใหม่ในทุกคำจากทะเลอินโด-แปซิฟิก
ทูน่าซาคุ คือ เนื้อปลาทูน่าที่ถูกแล่มาเป็นบล็อกทรงสี่เหลี่ยมอย่างดี พร้อมให้คุณนำไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิได้อย่างง่ายดาย ส่วน เกรด AAA คือการรับประกันคุณภาพสูงสุดของปลาทูน่า โดยพิจารณาจากสีเนื้อที่แดงสด เนื้อที่แน่น และมีปริมาณไขมันที่สมดุล ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มละมุนลิ้น
ความสดใหม่จากแหล่งน้ำชั้นยอด: ทูน่าของเรามาจากมหาสมุทรอินโด-แปซิฟิก ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาทูน่าที่มีความสมบูรณ์และบริสุทธิ์ ทำให้ปลาเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ และมีเนื้อที่แน่น พร้อมรสชาติที่สะอาด
คุณภาพสูงสุดของทูน่า: ด้วยเกรด AAA ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับประทานเนื้อทูน่าที่ดีที่สุด ทั้งในเรื่องของสีสันที่สวยงามและรสชาติที่ไม่เป็นรองใคร
ความสะดวกที่มาพร้อมความอร่อย: รูปแบบซาคุถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการใช้งานโดยเฉพาะ คุณสามารถนำไปหั่นเป็นซาชิมิ ซูชิ หรือโปเกะโบลว์ได้ทันที
อุดมด้วยประโยชน์: เนื้อทูน่าเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยม และอุดมไปด้วยกรดไขมัน Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
เมนูที่แนะนำ
ซาชิมิ: เมนูยอดนิยมที่ทำได้ง่ายที่สุด เพียงแค่นำไปหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ก็พร้อมทาน
ซูชิ/นิกิริ: นำชิ้นทูน่าไปวางบนข้าวปั้นซูชิ เพื่อความอร่อยแบบเต็มคำ
ทูน่าทาทากิ: นำเนื้อทูน่าไปจี่บนกระทะให้ผิวสุกเล็กน้อย แต่ด้านในยังคงดิบอยู่
โปเกะโบลว์: หั่นเป็นลูกเต๋าแล้วนำไปผสมกับเครื่องปรุงที่คุณชอบ พร้อมผักและข้าวสวย
วิธีใช้งานเบื้องต้น
สินค้ามาในรูปแบบแช่แข็ง:
- นำเนื้อทูน่าออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
- นำไปพักในตู้เย็นช่องปกติประมาณ 6-8 ชั่วโมง หรือจนกว่าเนื้อปลาจะนิ่มลง
- นำเนื้อปลาออกมาจากตู้เย็น และซับน้ำที่เกาะอยู่ให้แห้งก่อนนำไปใช้งาน
ไม่ว่าจะเป็นมื้อพิเศษหรือมื้อธรรมดา “ทูน่าซาคุ” นี้ ก็พร้อมยกระดับความอร่อยให้คุณได้สัมผัสความสุขแบบพรีเมียมในทุก ๆ คำ
นัตโตะ พร้อมซอสสูตรพิเศษจากซากุระ
ฮามานะสึ นัตโตะ ได้คัดสรรเมล็ดถั่วเหลืองที่มีคุณภาพจากฮอกไกโด เป็นแบบเม็ดเล็กมาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆของซากุระ ทำให้การทานนัตโตะง่ายขึ้น
นัตโตะเป็นอาหารที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยในเรื่องของกระดูก ดีต่อสุขภาพหัวใจ ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และยังมีโปรไบโอติกที่ช่วยในการย่อย ทำให้กระเพาะและลำไส้ของเราทำงานได้ดีขึ้น ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานนัตโตะเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในมื้อเช้า เพียงแค่มีข้าวสวยร้อนๆ โปะด้วยนัตโตะและราดด้วยโชยุสักหน่อยก็พร้อมอร่อยได้ทันที ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่คุณไม่ควรพลาด
แซลมอนรมควันสไตล์ดั้งเดิม พร้อมรับประทาน สัมผัสรสชาติพรีเมียมในทุกคำ
Latitude 45 Smoked Atlantic Salmon Traditional แซลมอนรมควันผลิตจากปลาแซลมอนสดคุณภาพ โดยนำเข้าสู่กระบวนการรมควันภายใน 24 ชั่วโมงหลังการจับขึ้นจากน้ำ เพื่อคงความสดและคุณภาพของเนื้อปลาไว้ได้อย่างดีที่สุด
ทุกชิ้นผ่านการ หมักแห้งด้วยเกลือ (Dry Brine) พร้อมตัดแต่งและนำส่วนเนื้อสีเข้มออกอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้เนื้อปลาแซลมอนที่สะอาด สีสวย และเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน จากนั้นนำมารมควันด้วย ไม้โอ๊กธรรมชาติจากประเทศชิลี (Chilean Oak) และวัตถุดิบพื้นเมืองที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างสมดุลที่ลงตัวระหว่างระยะเวลาการรมควัน กลิ่นหอมของไม้ และรสชาติอันกลมกล่อม ทำให้ได้แซลมอนรมควันที่มีกลิ่นหอมละมุน เนื้อเนียนนุ่ม และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับขนมปัง เบเกิล สลัด หรือเมนูอาหารจานโปรดต่างๆ ได้อย่างลงตัว
Latitude 45 ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ BAP ระดับ 4 ดาว (4-Star Certified)
คุณสมบัติเด่นของสินค้า
• ไม่ต้องปรุงหรือเตรียมอาหารเพิ่มเติม เปิดซองพร้อมรับประทานได้ทันที
• รมควันจากปลาแซลมอนสด ไม่ใช่ปลาแช่แข็ง
• อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินดี
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน 4-Star BAP (Best Aquaculture Practices)
• ปราศจากกลูเตน (Gluten Free)
• เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมแทน Lox (ปลาแซลมอนหมักเกลือแบบดั้งเดิม)
มาตรฐาน BAP
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความ
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
สัมผัสความหอมละมุนของชาเขียวอูจิแท้จากเกียวโต... ในรูปแบบไดฟุกุครีมสุดพรีเมียมจากญี่ปุ่น
คนรักชาเขียวและหลงใหลในขนมญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่พลาด โมจิสอดไส้ครีมรสชาเขียวอูจิ ที่คัดสรรชาเขียวคุณภาพจากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต แหล่งผลิตมัทฉะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติกลมกล่อม มีความขมนิดๆตามเอกลักษณ์ของมัทฉะแท้ ตัดกับความหวานกำลังดี จึงให้รสชาติที่ลงตัว ไม่หวานจนเกินไป
แป้งโมจิผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น ให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น เคี้ยวเพลิน ห่อหุ้มไส้ถั่วกวนผสมชาเขียวที่หอมเข้มข้น ก่อนจะซ่อนครีมนมสดเนียนนุ่มไว้ตรงกลาง เพิ่มความละมุนทุกคำที่รับประทาน พร้อมเมล็ดถั่วแดงเม็ดเล็กที่ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอร่อยในทุกคำ การแช่แข็งทันทีหลังการผลิต จึงช่วยรักษาความสดใหม่ เนื้อสัมผัส และรสชาติของโมจิไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เพียงนำออกจากช่องแช่แข็งพักไว้ประมาณ 10–15 นาที ก็พร้อมอร่อยได้ทันที ให้สัมผัสนุ่มละมุนเหมือนเพิ่งทำสดใหม่ เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของหวานหลังอาหาร ของว่างระหว่างวัน หรือเสิร์ฟคู่ชาเขียว ชาร้อน กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ เพิ่มความพิเศษให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน เหมือนได้ลิ้มรสขนมจากร้านดังในญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเดินทางไกล
วิธีรับประทาน
เนื่องจากเป็นสินค้าแช่เยือกแข็ง เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดควรปฏิบัติดังนี้:
• นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง
• วางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 15 - 20 นาที หรือนำมาไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแป้งและครีมสดคลายตัวนุ่มนิ่มพอดี
• รับประทานทันทีขณะที่ยังมีความเย็นอยู่เล็กน้อย เพื่อสัมผัสไอศกรีมครีมสดและมัทฉะสุดละมุน
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
สุดยอดขนมญี่ปุ่นคลายร้อน! อร่อยง่าย ๆ แค่คลายความเย็น
วาราบิโมจิ คือขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มละลาย ผสานความหวานลึกของน้ำตาลทรายแดง และกลิ่นหอมของถั่วเหลืองคั่ว เป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล หัวใจสำคัญของวาราบิโมจิอยู่ที่ “แป้งวาราบิ” ซึ่งได้จากรากของพืชตระกูลเฟิร์นญี่ปุ่น เมื่อนำมาผ่านกระบวนการนวดอย่างพิถีพิถัน จะได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม หนึบ เด้งและละลายในปาก แตกต่างจากโมจิทั่วไปที่ทำจากข้าวเหนียว ด้วยความอ่อนโยนของเนื้อแป้ง จึงให้สัมผัสที่ละเอียดและพรีเมียมยิ่งกว่า ความพิเศษอีกขั้นอยู่ที่การใช้น้ำตาลทรายแดงจากโอกินาว่า หรือ “คุโระซาโตะ” ซึ่งไม่ได้ใช้เป็นแค่น้ำเชื่อมราดเท่านั้น แต่ถูกนวดผสมเข้าไปในเนื้อวาราบิโมจิตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ทำให้ขนมมีสีน้ำตาลอ่อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอ้อย และรสหวานที่ลึก กลมกล่อม ไม่ฉูดฉาด ซึมซับอยู่ในทุกคำที่กัด และที่ขาดไม่ได้ของวาราบิโมจิ นั่นคือการโรย “คินาโกะ”หรือผงถั่วเหลืองคั่วอย่างดี ที่มีกลิ่นหอมถั่วคั่ว และ รสสัมผัสที่นุ่มนวล มันๆ ซึ่งช่วยเสริมให้รสหวานของน้ำตาลทรายแดงมีความสมดุล หอมละมุน และลุ่มลึกยิ่งขึ้น
วิธีทานวาราบิโมจิแบบอร่อย :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
เมนูทานคู่แนะนำ :
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
วาราบิโมจิ คือขนมที่หลอมรวมวัตถุดิบธรรมชาติและศิลปะการทำขนมของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างลงตัว ละมุนในทุกคำ นุ่มหนึบทุกสัมผัส หวานหอมอย่างมีระดับ
เติมความอร่อยให้มื้ออาหารด้วย ปลาไหลย่างปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่นที่ให้กลิ่นหอมชวนรับประทาน พร้อมรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมจากซอสซีอิ๊ว เนื้อปลานุ่มเข้มข้น หอมซอส และเข้ากันได้ดีกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ เพียงนำออกจากบรรจุภัณฑ์ วางบนภาชนะที่ใช้กับไมโครเวฟได้ คลุมด้วยกระดาษหรือพลาสติกสำหรับอาหาร แล้วอุ่นด้วยกำลังไฟสูงประมาณ 2–3 นาที หรือจนร้อนทั่วถึง ก็พร้อมเสิร์ฟทันที จะรับประทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น ทำเป็นข้าวหน้าปลาไหล หรือเพิ่มในเมนูซูชิก็อร่อยลงตัว เหมาะสำหรับทำรับประทานเองที่บ้านหรือใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น สะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมปลาไหลเองให้วุ่นวาย
วิธีอุ่นด้วยไมโครเวฟ
1. นำปลาไหลออกจากบรรจุภัณฑ์
2. วางบนภาชนะที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้
3. คลุมด้วยพลาสติกแรปที่ใช้กับไมโครเวฟหรือฝาครอบได้
4. อุ่นด้วยกำลังไฟสูงประมาณ 2–3 นาที หรือจนกว่าปลาไหลจะร้อนทั่วถึง
5. นำออกและเสิร์ฟทันที
***** การเก็บรักษา: เก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18°C
เมนูแนะนำ
- ข้าวหน้าปลาไหลย่างซีอิ๊ว (Unadon / Unaju)
- ข้าวปั้นหน้าปลาไหลย่าง (Unagi Nigiri)
- ซูชิโรลหน้าปลาไหลย่าง
- สลัดปลาไหลย่างซอสญี่ปุ่น
ใครที่กำลังมองหามื้อด่วนแต่ไม่อยากละทิ้งความพรีเมียม ต้องลองแฮมเบิร์กสเต็กสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่รวมความเด็ดของเนื้อวัวแองกัสและเนื้อหมูเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตัวเนื้อมีความนุ่มเด้ง ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซอสรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นเนยและเครื่องเทศแบบเน้นๆ ความปังคือเป็นอาหารแช่แข็งที่ตอบโจทย์ชีวิตเร่งรีบมาก เพราะใช้ถุงนวัตกรรมพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเข้าไมโครเวฟได้โดยตรง ไม่ต้องฉีกซอง ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ แค่วางหงายด้าน THIS SIDE UP ขึ้นแล้วกดเวฟ ความร้อนจะช่วยอบไอน้ำอยู่ข้างใน ทำให้เนื้อยังคงความนุ่มชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งกระด้างเหมือนแฮมเบิร์กทั่วไป แค่ 5 นาที ก็ได้ทานสเต็กแฮมเบิร์กร้อน ๆ เหมือนมีเชฟญี่ปุ่นมาปรุงให้ทานถึงบ้าน ตัวแฮมเบิร์กใช้เนื้อวัวผสมเนื้อหมู ปรุงรสแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ให้สัมผัสนุ่มฉ่ำ เคี้ยวเต็มคำ พร้อมซอสสูตรเข้มข้นที่มีส่วนผสมของมะเขือเทศและหัวหอม เพิ่มความหอมหวานและกลมกล่อมแบบลงตัว จะกินกับข้าวสวยร้อน ๆ มันบด สลัด หรือไข่ออนเซ็นก็เข้ากันสุด ๆ เป็นเมนูที่ช่วยเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้าน
วิธีอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ
• ห้ามเปิดบรรจุภัณฑ์: นำถุงผลิตภัณฑ์ออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องฉีกหรือตัดถุง)
• วางให้ถูกด้าน: วางด้านหลังถุงที่มีข้อความ "THIS SIDE UP / วางด้านนี้ลงเข้าเวฟได้เลย" หงายขึ้น บนจานที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้
• ตั้งเวลาเวฟ: ใช้ความร้อน 800 วัตต์ เป็นเวลา 5 นาที (ระหว่างอุ่น ถุงจะพองตัวขึ้นจากแรงดันไอน้ำและจะค่อย ๆ ระบายออกทางช่อง Steam Outlet เป็นเรื่องปกติ)
• พร้อมเสิร์ฟ: เมื่อเสร็จแล้ว ปล่อยให้ถุงยุบตัวลงสักครู่ จับจานอย่างระมัดระวังเนื่องจากมีความร้อนสูง นำออกมาตัดซอง เทใส่จานพร้อมทานได้ทันที
เมนูแนะนำ
• แฮมเบิร์กสเต็กดั้งเดิม: ทานคู่กับผักลวก มันบด หรือเฟรนช์ฟรายส์
• ข้าวหน้าแฮมเบิร์กไข่ดาว: วางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ โปะด้วยไข่ดาวเยิ้ม ๆ สไตล์โยโกฮาม่า
• ชีสแฮมเบิร์ก: วางแผ่นชีสลงบนเนื้อแฮมเบิร์กทันทีหลังเวฟเสร็จ ให้ความร้อนละลายชีสเยิ้ม ๆ
เส้นโซบะแช่แข็งคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากแป้งบัควีทผสมแป้งสาลี คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น เพื่อให้ได้เส้นโซบะที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของบัควีท สีเส้นน้ำตาลธรรมชาติ และเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี จากนั้นจึงแช่แข็งทันทีหลังการผลิตเพื่อคงความสดใหม่ รสชาติ และคุณภาพของเส้นไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงนำไปลวกในน้ำเดือดประมาณ 1–2 นาที ก็พร้อมรับประทาน เหมาะสำหรับทั้งเมนูโซบะเย็น โซบะน้ำซุปร้อน รวมถึงเมนูฟิวชันต่าง ๆ สามารถรับประทานคู่กับเทมปุระ เนื้อย่าง หรือผักนานาชนิดได้อย่างลงตัว ให้คุณสัมผัสรสชาติของโซบะต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ได้ง่าย ๆ ที่บ้านในทุกมื้ออาหาร
วิธีรับประทาน / วิธีใช้ :
สามารถปรุงได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น โดยไม่ต้องละลายน้ำแข็งล่วงหน้า
แบบร้อน (Kake Soba):
• ต้มน้ำในหม้อใบใหญ่ให้เดือดจัด ใส่เส้นโซบะแช่แข็งลงไปทั้งก้อน
• ใช้ไฟแรงต้มประมาณ 30 วินาที พร้อมใช้ตะเกียบคลี่เส้นให้กระจายตัวเบาๆ จากนั้นตักขึ้นสะเด็ดน้ำ
• นำเส้นใส่ชาม ราดด้วยน้ำซุปร้อนๆ เติมท็อปปิ้งตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
แบบเย็น (Zaru Soba):
• ต้มน้ำให้เดือดจัด ใส่เส้นโซบะแช่แข็งลงไป
• ใช้ไฟแรงต้มประมาณ 1 นาที จากนั้นตักเส้นขึ้นแช่ในน้ำเย็นจัดทันที (ประมาณ 1-2 นาที) เพื่อให้เส้นรัดตัวและเหนียวนุ่ม
• สะเด็ดน้ำให้แห้ง จัดใส่จาน ทานคู่กับซอสซึยุเย็น ต้นหอมซอย และวาซาบิ
สัมผัสเสน่ห์ของวัตถุดิบสไตล์ญี่ปุ่นที่หลายคนหลงรัก กับไข่ปลาแซลมอนปรุงรสโชยุ หรือ อิคุระ (Ikura) ไข่ปลาสีส้มแดงสด เม็ดกลมสวย เรียงตัวแน่นอย่างน่ารับประทาน พร้อมสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ของไข่ปลา เมื่อกัดลงไปจะสัมผัสได้ถึงความ เด้ง ฉ่ำ และแตกเบา ๆในปาก ก่อนส่งต่อรสชาติกลมกล่อมจากน้ำหมักโชยุที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับไข่ปลาได้อย่างลงตัว จุดเด่นคือการนำไข่ปลาแซลมอนมาปรุงรสด้วยโชยุ ทำให้ได้รสชาติที่มีความเค็มกลมกล่อมและช่วยชูรสของไข่ปลาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เมื่อรับประทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ รสชาติของไข่ปลาจะช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับข้าวอย่างลงตัว หรือหากนำไปจับคู่กับแซลมอนสด ทูน่า ไข่หวาน หรือวัตถุดิบทะเลชนิดอื่น ก็สามารถสร้างเป็นเมนูข้าวหน้าสไตล์ญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและดูพรีเมียมได้ง่าย ๆ
อิคุระ (Ikura) ถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับอาหารญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน ด้วยสีสันที่สวยสะดุดตาและรสชาติที่มีเอกลักษณ์ จึงมักถูกนำมาใช้เป็นทั้งวัตถุดิบหลักและท็อปปิ้งในเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ซูชิ ข้าวหน้าญี่ปุ่น กุนคังซูชิ ข้าวปั้น หรือเมนูซาชิมิ เพียงเพิ่มไข่ปลาแซลมอนลงบนอาหาร ก็ช่วยทำให้จานธรรมดาดูมีสีสันและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ประโยชน์
• โอเมก้า-3 สูง: ช่วยบำรุงสมอง หัวใจ และระบบประสาท
• โปรตีนและวิตามิน: อุดมไปด้วยวิตามิน A, D และ B12 ช่วยบำรุงสายตาและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
• สารต้านอนุมูลอิสระ: มีแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ช่วยบำรุงผิวพรรณ
วิธีใช้ / วิธีรับประทาน
• การละลายน้ำแข็ง (สำคัญมาก)
- วิธีที่ดีที่สุด: ย้ายอิกุระจากช่องแช่แข็งไปไว้ใน ช่องแช่เย็น (ตู้เย็นธรรมดา) ทิ้งไว้ข้ามคืน (ประมาณ 8-12 ชั่วโมง) เพื่อให้ละลายช้าๆ การละลายแบบนี้จะรักษาคุณภาพและเนื้อสัมผัสของไข่ปลาได้ดีที่สุด
- สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ห้ามแช่น้ำร้อน หรือวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพราะจะทำให้ไข่ปลาเสียเนื้อสัมผัสและความสด
• การจัดเสิร์ฟและรับประทาน:
- ทานสดได้ทันที: เมื่อละลายแล้ว สามารถตักรับประทานได้ทันที ไม่ต้องนำไปผ่านความร้อนหรือไมโครเวฟ (เพราะความร้อนจะทำให้ไข่สุก แข็ง และเสียรสชาติ)
- รับประทานคู่กับเครื่องเคียง: ตักราดบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ, ทานคู่กับสาหร่ายอบกรอบ, วาซาบิ, ขิงดอง หรือเหยาะโชยุเพิ่มตามชอบ
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
จากความพิถีพิถันกลางขุนเขา สู่ขวดนี้ที่สายรักสุขภาพต้องมีติดบ้าน
สายรักสุขภาพที่เสพติดความสดชื่นห้ามพลาด ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม ที่บอกเลยว่าคุ้มค่าและดีต่อร่างกายมากๆ แวบแรกที่เห็นนึกว่าเป็นน้ำส้มสายชูทั่วไป แต่พอได้อ่านฉลากและลองทานดูแล้วคือว้าวมาก เพราะขวดนี้ผสานคุณค่าจากธรรมชาติไว้แบบเต็มๆ:
• น้ำผลไม้เข้มข้นเน้นๆ: มีส่วนผสมของน้ำทับทิมเข้มข้นสูงถึง 42%
• เบสชั้นเลิศจากญี่ปุ่น: ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้รสชาติมีความเปรี้ยวที่นุ่มนวลอมหวานสดชื่น ไม่เปรี้ยวโดดจนแสบคอ
• 0% น้ำตาลทราย: ที่สำคัญที่สุดคือ "ไม่มีการใส่น้ำตาลเพิ่ม" ความหวานละมุนที่ได้มาจากน้ำผลไม้แท้ๆ และหญ้าหวาน (สตีวิออลไกลโคไซด์) ดีต่อคนควบคุมน้ำหนัก สายคีโต และผู้ป่วยเบาหวานสุดๆ
ดื่มตอนไหนก็เฟรช สุขภาพดีได้ทุกวัน
หลังจากที่ได้ลองดื่มช่วงบ่ายๆ ที่กำลังง่วง หรือดื่มหลังจากไปวิ่งออกกำลังกายเสร็จ จะรู้สึกได้ทันทีเลยว่าร่างกายมันเฟรชขึ้น อาการเหนื่อยล้าหายไป แถมวิเนการ์ยังมีส่วนช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ปรับสมดุลร่างกาย และช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้นมาก ท้องไม่อืด ใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มสุขภาพที่อร่อย ดื่มง่าย ได้ประโยชน์เน้นๆ แนะนำให้มีติดตู้เย็นไว้เลยค่ะ เคล็ดลับความฟิน: นำไปผสมโซดาใส่น้ำแข็งเย็นฉ่ำ บอกเลยว่าอร่อยสดชื่นฟินที่สุด
ไอเดียรังสรรค์เมนูสูตรสดชื่น
ส่วนผสม : อิตาเลียนโซดา น้ำส้มสายชูผลไม้ทับทิม
• ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม : 20 มล.
• น้ำโซดาแช่เย็นจัด : 120 - 150 มล.
• น้ำแข็ง : 1 แก้ว (แนะนำน้ำแข็งก้อนเล็กหรือน้ำแข็งบดจะช่วยให้เย็นฉ่ำยิ่งขึ้น)
ส่วนผสม : สูตรสมูทตีทับทิมมิกซ์เบอร์รีกรีกโยเกิร์ต
• น้ำส้มสายชูรสทับทิม : 150 กรัม (25.00%)
• มิกซ์เบอร์รี (ผลไม้แช่แข็ง) : 100 กรัม (16.67%)
• น้ำแข็ง : 300 กรัม (50.00%)
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม (8.33%)
วิธีทำ : ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนเนียนละเอียด พร้อมเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มผลไม้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น
หอมกลิ่นเบอร์รีและทับทิม พร้อมความนุ่มละมุนจากกรีกโยเกิร์ต
สายกินห้ามพลาดกับเมนูสุดฟิน ที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาของคุณให้พิเศษขึ้น สัมผัสความอร่อยเต็มๆคำกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความกรอบนอกจากเกล็ดขนมปังสีทอง และความนุ่มในของครีมซอสสูตรเข้มข้น รสชาติหวานมัน กลมกล่อม ละมุนลิ้น ผสานเนื้อกุ้งเด้งๆ ด้านในที่เข้ากันได้อย่างลงตัว กินกี่ทีก็ไม่เบื่อ แถมสะดวกสุดๆ เพียงหยิบออกจากตู้เย็นแล้วนำทอดด้วยกระทะ หรือถ้าอยากได้ความกรอบฟูขั้นสุด เพียงอุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันแปบเดียว ก็จะได้โคร็อกเกะร้อนๆ เหมือนเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ จะทานเล่นเป็นของว่างยามบ่ายจิ้มซอสทงคัตสึหรือมายองเนสก็เคี้ยวเพลิน หรือจะนำไปวางท็อปบนข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นร้อนๆ ทำเป็นมื้อหลักก็อร่อยฟินอิ่มท้อง ยิ่งทานตอนร้อนๆ ครีมซอสข้างในเยิ้มๆ บอกเลยว่าฟินมากๆ แค่มีโคร็อกเกะกล่องนี้ติดตู้เย็นไว้ก็อุ่นใจ อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีอร่อยกับ "โคร็อกเกะครีมกุ้ง" (ทำง่าย สะดวก รวดเร็ว)
เนื่องจากเป็นสินค้าอาหารพร้อมทานแช่แข็ง สามารถเลือกอุ่นร้อนได้ตามความสะดวก 2 รูปแบบ
แบบทอดด้วยกระทะ
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วม ใช้ไฟปานกลางจนน้ำมันร้อน
• นำโคร็อกเกะลงไปทอดซ้ำสั้น ๆ ประมาณ 1 - 2 นาที จนเกล็ดขนมปังฟูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสม่ำเสมอ
• ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ จะได้รสสัมผัสที่กรอบฟูฉ่ำ ตามแบบฉบับโคร็อกเกะดั้งเดิมในร้านอาหารญี่ปุ่น
แบบหม้อทอดไร้น้ำมัน
• นำโคร็อกเกะครีมกุ้งออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องทำละลาย)
• ใส่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 180°C เป็นเวลาประมาณ 8 - 10 นาที
• พลิกกลับด้านในนาทีที่ 5 เพื่อให้เกล็ดขนมปังกรอบสีเหลืองทองเท่ากันทั้งสองด้าน แป้งด้านนอกจะกรอบกรุบเหมือนทอดใหม่ ๆ แต่ไร้น้ำมันส่วนเกิน ส่วนครีมซอสด้านในละมุนเยิ้มสะใจ
สัมผัสความอร่อยสไตล์โอกินาว่าแท้ๆ ด้วยการคัดสรรสาหร่ายโมซุกุ คุณภาพเยี่ยมจากท้องทะเล นำมาซอยเป็นเส้นเรียวละเอียด มอบสัมผัสกรุบกรอบ เคี้ยวสนุก แต่นุ่มลื่นละมุนลิ้นในทุกคำ คลุกเคล้าอย่างพิถีพิถันด้วยน้ำปรุงรสสูตรพิเศษที่ผสมผสาน น้ำส้มยูซุแท้ ชูรสชาติเปรี้ยวอมหวานกลมกล่อมลงตัว พร้อมส่งกลิ่นหอมสดชื่นเป็นเอกลักษณ์เตะจมูกทันทีที่เปิดทาน ให้อารมณ์เหมือนบินไปทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศ ความพิเศษของสาหร่ายโมสุกุชุดนี้คือความสะดวกสบาย บรรจุแยกเป็นถ้วยขนาดพกพาสะดวก 60 กรัม ถึง 3 ถ้วยในแพ็คเดียว ผ่านการปรุงรสมาให้เรียบร้อยแล้ว เพียงแค่เปิดฝาก็พร้อมทานได้ทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม เหมาะสำหรับเป็นเมนูคู่โต๊ะอาหารของทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบ มื้อกลางวันแสนอร่อย หรือจะทานเป็นกับแกล้มคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ในช่วงค่ำ ก็ช่วยตัดเลี่ยนและเพิ่มอรรถรสให้อาหารมื้อนั้นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น แถมยังเป็นเมนูแคลอรีต่ำ อร่อยสดชื่นได้ทุกวัน ทานได้อย่างสบายใจไม่ต้องกังวลเรื่องหุ่น
ประโยชน์
• อุดมไปด้วยฟูคอยแดน : สารอาหารเฉพาะในสาหร่ายสีน้ำตาล มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และบำรุงระบบทางเดินอาหาร
• แคลอรีต่ำมาก: เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือดูแลรูปร่าง
• ช่วยในระบบขับถ่าย: มีเส้นใยอาหารสูง ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น
• ปรับสมดุลร่างกาย: รสเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูหมักและยูซุช่วยกระตุ้นการเจริญอาหารและลดความเหนื่อยล้า ของร่างกาย
เมนูแนะนำ
• สลัดโมสุกุซันโชมิ: นำสาหร่ายโมสุกุไปคลุกเคล้ากับแตงกวาสไลด์บางๆ และสาหร่ายวากาเมะ ช่วยเพิ่มความกรุบกรอบคูณสอง
• ท็อปปิ้งเต้าหู้เย็น: ตักสาหร่ายโมสุกุราดบนเต้าหู้คินุ (เต้าหู้เนื้อนุ่ม) โรยต้นหอมซอยเล็กน้อย ได้เมนูสุขภาพสไตล์อิซากายะ
• กับแกล้มรสเด็ด: ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ตอนเย็น ช่วยตัดเลี่ยนจากอาหารจานหลักที่เป็นของทอด หรือเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดี
• ราดหน้าโซเมนเย็น: ใส่เป็นท็อปปิ้งบนเส้นโซเมนหรืออุด้งเย็นเพื่อเพิ่มความลื่นและกลิ่นหอมส้มยูซุ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาแซลมอน และกำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพดีที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนโคโฮ (Coho Salmon) จากแบรนด์ไอเซน (AYSEN) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนี่คือปลาที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดและได้รับการรับรองคุณภาพ ทำให้คุณมั่นใจในความสดใหม่และรสชาติแบบพรีเมียม
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน คืออะไร?
ปลาแซลมอนโคโฮเป็นปลาแซลมอนอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปลาจากแบรนด์ไอเซน มาจากฟาร์มเลี้ยงในประเทศชิลี ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไอเซน (Aysén) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพสูง เนื้อปลามีสีส้มอมแดงเข้มคล้ายแซลมอนซ็อกอาย (Sockeye Salmon) แต่มีจุดเด่นคือ มีไขมันแทรกน้อยกว่าแซลมอนแอตแลนติก ทำให้เนื้อสัมผัสมีความแน่น ไม่เลี่ยน และเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือรักสุขภาพ
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน ดียังไง?
• ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ: ด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มีแคลอรีต่ำ และยังคงอุดมไปด้วย Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
• คุณภาพระดับซาชิมิ (Sashimi Quality): ปลาแซลมอนของเราได้รับการแปรรูปภายใน 8 ชั่วโมงหลังการจับ และทำทุกขั้นตอนในห้องคุมอุณหภูมิ ทำให้มั่นใจในความสดใหม่และคุณภาพที่เหมาะสำหรับการนำไปทำซาชิมิ
• Trim C: คือมาตรฐานการแล่ปลาที่มีการตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยมีการนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างปลาบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone) ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปทำอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องมาเสียเวลาเลาะก้างเอง
เมนูแนะนำ
เนื้อปลาแซลมอนโคโฮ Trim C เหมาะสำหรับทำอาหารได้หลากหลายเมนู
• ซาชิมิ หรือ ซูชิ: ด้วยคุณภาพระดับซาชิมิ จึงสามารถหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อทานแบบดิบได้อย่างปลอดภัย
• สเต๊กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือทอดในกระทะ จะได้เนื้อที่แน่นและหนังกรอบ
• ปลาแซลมอนอบ: นำไปอบในเตาอบพร้อมกับเครื่องเทศที่คุณชื่นชอบ
• เมนูอื่น ๆ: นำไปประกอบเมนูผัด หรือยำแบบไทย ๆ ก็อร่อยเข้ากัน
วิธีเตรียมปลา
1. นำปลาออกจากช่องแช่แข็ง และนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อละลายน้ำแข็ง
2. เมื่อปลาละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถนำไปล้างและซับน้ำให้แห้ง
3. หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ แล้วนำไปประกอบอาหารได้ทันที
สัมผัสความอร่อยจากทะเลชิลีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ปลาแซลมอนคุณภาพเยี่ยมที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพในครัวของคุณ
เปิดประสบการณ์ความสดชื่นส่งตรงจากทะเลโอกินาวา ด้วย "สาหร่ายโมซุกุปรุงรส ผสมน้ำส้มสายชูหมักจากเลมอน"
หากคุณกำลังมองหาเมนูทานเล่นที่ทั้งอร่อย สดชื่น และดีต่อสุขภาพในเวลาเดียวกัน สาหร่ายโมซุกุธรรมชาติแท้ๆ 100% ที่เก็บเกี่ยวจากแหล่งน้ำทะเลที่ใสสะอาดและอุดมสมบูรณ์ของเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น นำมาผ่านกรรมวิธีที่พิถีพิถัน คลุกเคล้าด้วยน้ำส้มสายชูสูตรพิเศษที่เพิ่มความหอมสดชื่นเป็นพิเศษด้วย "น้ำเลมอนแท้" วามโดดเด่นของสาหร่ายโมซุกุจากโอกินาวาคือเส้นที่หนานุ่ม มีความกรุบกรอบเฉพาะตัว เคี้ยวเพลิน ต่างจากสาหร่ายชนิดอื่น ยิ่งเมื่อผสานเข้ากับรสชาติเปรี้ยวอมหวาน กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมซีตรัสอ่อนๆ ของเลมอน ยิ่งช่วยปลุกความสดชื่นในวันที่เหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี ทานตอนแช่เย็นจัดๆ รสชาติจะยิ่งยอดเยี่ยม
นอกจากความอร่อยที่กินเพลินแล้ว สาหร่ายโมซุกุยังขึ้นชื่อว่าเป็น "Superfood" จากใต้ท้องทะเล ของชาวโอกินาวา (ดินแดนที่ประชากรอายุยืนที่สุดในโลก) เพราะอุดมไปด้วย "ฟูคอยแดน"และใยอาหารสูง แต่ให้แคลอรีที่ต่ำมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือต้องการจานเคียงรสเปรี้ยวเพื่อตัดเลี่ยนในมื้ออาหารหลัก สะดวกสบายในแพ็กเกจแบ่งทาน 3 ถ้วย แกะพลาสติกแล้วพร้อมทานได้ทันที หรือนำไปดัดแปลงทำเมนูแสนอร่อยได้หลากหลาย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพยุคใหม่ที่ไม่มีเวลา แต่อยากได้คุณค่าสารอาหารแบบเต็มๆ
ประโยชน์
• อุดมด้วยสารฟูคอยแดน (Fucoidan): มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
• ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย: มีใยอาหาร (Fiber) ชนิดละลายน้ำสูงมาก ช่วยปรับสมดุลลำไส้และระบบย่อยอาหาร
• แคลอรีต่ำและควบคุมน้ำหนัก: ให้พลังงานต่ำมาก แต่อิ่มท้อง เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมแคลอรี
• บำรุงผิวพรรณและผม: มีแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิดที่ช่วยให้ผิวพรรณสดใสและเส้นผมแข็งแรง
เมนูแนะนำ
• เมนูทานเล่นเรียกน้ำย่อย: ทานเปล่าๆ แบบแช่เย็นจัด เพิ่มความสดชื่นก่อนมื้ออาหาร
• ยำโมซุกุแตงกวาญี่ปุ่น: ใส่แตงกวาญี่ปุ่นสไลด์บางๆ และเนื้อปูอัดลงไปคลุกเคล้า เพิ่มมิติความกรอบและสีสัน
• สลัดสาหร่ายสด: นำไปราดบนผักสลัดแก้ว หรือทานคู่กับสาหร่ายวากาเมะสด
• กับแกล้มสไตล์อิซากายะ: ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ช่วยตัดเลี่ยนรสชาติของทอดหรือเนื้อย่างได้อย่างยอดเยี่ยม
นัตโตะรสบ๊วยสดชื่น ที่ทำให้คุณตกหลุมรักได้ง่ายขึ้น
สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลกับกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ หรือผู้ที่ทานนัตโตะอยู่แล้วแต่อยากได้รสชาติใหม่ ๆ ที่ทานง่ายและอร่อยสดชื่น เราขอแนะนำ นัตโตะบ๊วย ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรพิเศษจากญี่ปุ่น ที่จะทำให้ประสบการณ์ทานนัตโตะของคุณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความลับของความอร่อยที่ลงตัว นัตโตะบ๊วยถ้วยนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความอร่อยที่ทานง่ายที่สุด
• รสชาติไม่จำเจ: จุดเด่นคือการใช้ ซอสบ๊วย (Ume) ที่ทำจากบ๊วยบดพิเศษ ช่วยเพิ่มความเปรี้ยวอมหวานและความหอมสดชื่น (香り爽やか) เข้ามาตัดกับกลิ่นของถั่วเหลืองหมักได้อย่างลงตัว ทำให้ทานง่ายกว่านัตโตะทั่วไปมาก
• ถั่วคุณภาพดีจากฮอกไกโด: คัดสรรถั่วเหลืองเม็ดเล็ก (Kotsubu Daizu) คุณภาพเยี่ยมจาก ฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและคุณภาพของวัตถุดิบ ทำให้ถั่วมีความอร่อยในตัวและสัมผัสที่เนียนนุ่มกำลังดี
• สุขภาพดีเต็มถ้วย: แม้จะรสชาติดีกว่าเดิม แต่คุณค่าทางอาหารยังครบถ้วน! นัตโตะ อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติก วิตามิน K2 และเอนไซม์นัตโตะไคเนส ที่ช่วยเรื่องการย่อยอาหารและบำรุงหัวใจให้แข็งแรง
วิธีทำความอร่อยง่าย ๆ
นัตโตะบ๊วยฮามานะสึ พร้อมเป็นมื้ออร่อยของคุณในทุกเช้า:
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. แกะซอง นัตโตะ และเทซอสบ๊วยที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วจนเกิดฟองและเส้นใยเหนียว ๆ
4. ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ ได้ทันที! ความเปรี้ยวอมหวานของบ๊วยจะช่วยเปิดต่อมรับรสและทำให้ข้าวอร่อยขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ทำไมต้องคนเยอะขนาดนั้น?
การคนนัตโตะจะช่วยกระตุ้นการสร้างใยเมือกเหนียวๆ ซึ่งเป็นตัวการของความอร่อยและสุขภาพดี ใยเหล่านี้คือกรดกลูตามิก ซึ่งเป็นแหล่งของรสอูมามิหรือรสชาติกลมกล่อม ยิ่งคนมาก ใยยิ่งเยอะ รสชาติก็จะยิ่งนุ่มละมุนลิ้น และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น
ลองทำตามดูนะคะ รับรองว่า นัตโตะรสบ๊วย ถ้วยนี้จะอร่อยฟู เหนียวได้ที่ ถูกใจแน่นอนค่ะ!