สดชื่นไปกับน้ำส้มยูซุแท้ 100%
หลายๆ คนคงคุ้นหูกับชื่อยูซุกันใช่ไหมคะ ผลไม้ตระกูลส้มที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากประเทศญี่ปุ่น ผลสีเหลืองคล้ายเลมอนแต่ผิวจะมีความขรุขระมากกว่า เปลือกค่อนข้างหนา เม็ดใหญ่ เนื้อน้อย น้ำเยอะ จึงเป็นส้มที่ไม่นิยมรับประทานเนื้อ แต่มักจะใช้ประโยชน์จากน้ำและน้ำมันผิวส้มมากกว่า ความพิเศษของยูซุอีกอย่างหนึ่งก็คือการรักษาความเปรี้ยวและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ได้ในอุณหภูมิสูง จึงนิยมนำมาประกอบอาหาร มิกซ์กับเครื่องดื่ม เช่น กาแฟ โซดา หรือไอศกรีมยูซุ ช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวและความหอมสดชื่นแบบส้มยูซุให้เมนูต่างๆ สำหรับน้ำส้มยูซุขวดนี้เราใช้ส้มยูซุนำเข้าจากเมืองมิยาซากิ ประเทศญี่ปุ่น มาคั้นและบรรจุด้วยกรรมวิธีที่ได้มาตรฐาน ทำให้การทำเมนูยูซุของคุณสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้นค่ะ
เปิดประสบการณ์ความสดชื่นส่งตรงจากทะเลโอกินาวา ด้วย "สาหร่ายโมซุกุปรุงรส ผสมน้ำส้มสายชูหมักจากเลมอน"
หากคุณกำลังมองหาเมนูทานเล่นที่ทั้งอร่อย สดชื่น และดีต่อสุขภาพในเวลาเดียวกัน สาหร่ายโมซุกุธรรมชาติแท้ๆ 100% ที่เก็บเกี่ยวจากแหล่งน้ำทะเลที่ใสสะอาดและอุดมสมบูรณ์ของเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น นำมาผ่านกรรมวิธีที่พิถีพิถัน คลุกเคล้าด้วยน้ำส้มสายชูสูตรพิเศษที่เพิ่มความหอมสดชื่นเป็นพิเศษด้วย "น้ำเลมอนแท้" วามโดดเด่นของสาหร่ายโมซุกุจากโอกินาวาคือเส้นที่หนานุ่ม มีความกรุบกรอบเฉพาะตัว เคี้ยวเพลิน ต่างจากสาหร่ายชนิดอื่น ยิ่งเมื่อผสานเข้ากับรสชาติเปรี้ยวอมหวาน กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมซีตรัสอ่อนๆ ของเลมอน ยิ่งช่วยปลุกความสดชื่นในวันที่เหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี ทานตอนแช่เย็นจัดๆ รสชาติจะยิ่งยอดเยี่ยม
นอกจากความอร่อยที่กินเพลินแล้ว สาหร่ายโมซุกุยังขึ้นชื่อว่าเป็น "Superfood" จากใต้ท้องทะเล ของชาวโอกินาวา (ดินแดนที่ประชากรอายุยืนที่สุดในโลก) เพราะอุดมไปด้วย "ฟูคอยแดน"และใยอาหารสูง แต่ให้แคลอรีที่ต่ำมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือต้องการจานเคียงรสเปรี้ยวเพื่อตัดเลี่ยนในมื้ออาหารหลัก สะดวกสบายในแพ็กเกจแบ่งทาน 3 ถ้วย แกะพลาสติกแล้วพร้อมทานได้ทันที หรือนำไปดัดแปลงทำเมนูแสนอร่อยได้หลากหลาย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพยุคใหม่ที่ไม่มีเวลา แต่อยากได้คุณค่าสารอาหารแบบเต็มๆ
ประโยชน์
• อุดมด้วยสารฟูคอยแดน (Fucoidan): มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
• ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย: มีใยอาหาร (Fiber) ชนิดละลายน้ำสูงมาก ช่วยปรับสมดุลลำไส้และระบบย่อยอาหาร
• แคลอรีต่ำและควบคุมน้ำหนัก: ให้พลังงานต่ำมาก แต่อิ่มท้อง เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมแคลอรี
• บำรุงผิวพรรณและผม: มีแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิดที่ช่วยให้ผิวพรรณสดใสและเส้นผมแข็งแรง
เมนูแนะนำ
• เมนูทานเล่นเรียกน้ำย่อย: ทานเปล่าๆ แบบแช่เย็นจัด เพิ่มความสดชื่นก่อนมื้ออาหาร
• ยำโมซุกุแตงกวาญี่ปุ่น: ใส่แตงกวาญี่ปุ่นสไลด์บางๆ และเนื้อปูอัดลงไปคลุกเคล้า เพิ่มมิติความกรอบและสีสัน
• สลัดสาหร่ายสด: นำไปราดบนผักสลัดแก้ว หรือทานคู่กับสาหร่ายวากาเมะสด
• กับแกล้มสไตล์อิซากายะ: ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ช่วยตัดเลี่ยนรสชาติของทอดหรือเนื้อย่างได้อย่างยอดเยี่ยม
เปรี้ยวสดชื่น เคล็ดลับความอร่อยระดับพรีเมียมที่เชฟญี่ปุ่นไม่เคยบอกคุณ!
ยูสุ เป็นผลไม้ตระกูลซิตรัสที่มีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในจังหวัดโคจิและโทคุชิมะ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยูสุที่ขึ้นชื่อที่สุดในประเทศ นิยมใช้ยูสุในอาหารระดับพรีเมียม เปลือกยูสุมีรสเปรี้ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ถูกนำมาหั่นเป็นเส้นอย่างประณีตและนำมาแช่แข็งในสภาพที่ยังไม่ผ่านความร้อน เพื่อรักษากลิ่นหอมและรสชาติให้สดใหม่ เพื่อคงความหอมสดชื่นราวกับเพิ่งเก็บจากต้น ทำให้สามารถเติมเต็มกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมให้กับทุกจานอาหารได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะนำมาปรุงกับซุปนาเบะ โซบะ ปลาย่าง หรือแม้แต่ทำซอสยูสุปองสึ น้ำสลัด เครื่องดื่ม และของหวาน ก็ยกระดับรสชาติให้นุ่มละมุนและหอมสดชื่นขึ้นทำให้ทุกจานของคุณพิเศษกว่าที่เคย
จุดเด่นสำคัญ:
• กลิ่นหอมแรง : เปลือกยูซุมีความหอมสดชื่นเป็นพิเศษ และการแช่แข็งแบบดิบช่วยล็อคกลิ่นนี้ไว้
• ลดความขม : มีการกำจัดส่วนที่เป็นใยสีขาวด้านในออกอย่างดี ทำให้ได้เฉพาะเปลือกสีเหลืองสดที่มีกลิ่นหอมแต่ไม่ขม
• สะดวกต่อการใช้ : เป็นแบบแช่แข็งที่สามารถ ตักออกมาใช้ได้ตามปริมาณที่ต้องการโดยไม่ต้องละลาย ทำให้ใช้งานง่ายมาก
วิธีใช้ :
• นำออกจากช่องแช่แข็ง และละลายเล็กน้อยก่อนใช้
• โรยบนปลาย่าง โซบะ ซุป หรืออาหารญี่ปุ่นอื่นๆ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่น
• ผสมในเครื่องดื่ม เช่น ชาเขียว ยูซุโซดา หรือม็อกเทลเพื่อรสเปรี้ยวหอม
• ใช้แต่งขนมหวาน เช่น เค้ก ไอศกรีม หรือยูซุมูส เพื่อเพิ่มความละมุน
• แค่เพียงสัมผัสเดียว คุณก็จะได้กลิ่นหอมสดใสแบบญี่ปุ่นแท้ — ความพิเศษที่เชฟและคนรักอาหารญี่ปุ่นทั่วโลกเลือกใช้
แนะนำอาหารที่เข้ากัน :
• ปลาดิบหรือปลาย่างเกลือ (เพิ่มกลิ่นหอมสดชื่น)
• ยำสาหร่ายยูซุ
• สลัดผักยูซุดรสซิ่ง
• ชาเย็นยูซุโซดา
• ยูซุมูสเค้กหรือยูซุมาการอง
เปิดมิติใหม่แห่งความสดชื่น เสริมสุขภาพดีจากท้องทะเลโอกินาว่า
เคยไหมที่รู้สึกเหนื่อยล้าระหว่างวัน หรืออยากทานอะไรที่ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าแต่ยังคงรักสุขภาพ เคล็ดลับความอ่อนเยาว์และอายุยืนของชาวโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น กับ"สาหร่ายโมซุกุปรุงรส" ที่คัดสรรสาหร่ายเส้นใยละเอียด นุ่มลื่นเป็นเอกลักษณ์ ส่งตรงจากแหล่งน้ำทะเลที่บริสุทธิ์ของเกาะโอกินาว่า ความพิเศษของแพ็คนี้คือความผสมผสานที่ลงตัวระหว่างรสสัมผัสกรุบกรอบ นุ่มลื่นคอของสาหร่ายโมซุกุแท้ๆ คลุกเคล้ามาในน้ำซอสปรุงรสที่ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (Apple Vinegar) รสชาติหวานอมเปรี้ยวอย่างกลมกล่อม มีกลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ ของแอปเปิ้ลที่ไม่ฉุนจนเกินไป ช่วยดับกลิ่นคาวทะเลได้อย่างหมดจด ทานแล้วรู้สึกสดชื่นทันทีในคำแรก
นอกจากความอร่อยที่กินเพลินแล้ว สาหร่ายโมซุกุยังขึ้นชื่อว่าเป็น "Superfood" จากใต้ท้องทะเล เพราะอุดมไปด้วยสารฟูคอยแดน และใยอาหารสูงที่มีส่วนช่วยในระบบขับถ่ายและการสร้างภูมิคุ้มกัน แถมพกพาสะดวก จะทานเป็นเครื่องเคียงเรียกน้ำย่อย เมนูทานเล่นลดน้ำหนัก หรือนำไปดัดแปลงทำเมนูแสนอร่อยได้หลากหลาย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพยุคใหม่ที่ไม่มีเวลา แต่อยากได้คุณค่าสารอาหารแบบเต็มๆ
ประโยชน์
• ช่วยในการขับถ่ายและระบบย่อยอาหาร: โมซุกุอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและสารฟูคอยแดน ที่มีส่วนช่วยปรับสมดุลลำไส้
• แคลอรีต่ำ เหมาะสำหรับควบคุมน้ำหนัก: เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมอาหาร แต่ยังต้องการความอร่อยสดชื่น
• รีเฟรชร่างกาย : น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลช่วยลดความเหนื่อยล้า กระตุ้นระบบเผาผลาญ และช่วยให้เจริญอาหาร
• อุดมด้วยแร่ธาตุจากทะเล: มีวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
วิธีรับประทาน / วิธีใช้
• การเตรียมก่อนทาน: นำสินค้าออกจากช่องแช่แข็ง (-18°C) มาละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือแช่ในน้ำเย็นจนละลาย
• วิธีรับประทาน: เมื่อละลายแล้ว สามารถเปิดบรรจุภัณฑ์ แล้วเทใส่ถ้วยรับประทานแบบเย็นๆ ได้ทันที
เมนูแนะนำ
• โมซุกุสลัดสไตล์ญี่ปุ่น: เป็นท็อปปิ้งบนแตงกวาสไลด์บางๆ, ทูน่า หรือปูอัด เพิ่มความสดชื่นสองเท่า
• เต้าหู้เย็น: ราดสาหร่ายโมซุกุลงบนเต้าหู้คินุ (เต้าหู้อ่อนญี่ปุ่น) แช่เย็น โรยต้นหอมซอยเล็กน้อย
• ยำซีฟู้ด: นำไปผสมกับกุ้งลวกหรือปลาหมึก ลิ้มรสความเปรี้ยวหวานเข้ากันได้ดีกับอาหารทะเล
• ทานคู่กับข้าวสวยหรือบะหมี่เย็น: ใช้เป็นเครื่องเคียงตัดเลี่ยนในมื้ออาหารหลัก หรือทานคู่กับโซเมน/ซารุโซบะ
ไข่หอยเม่นทะเลแช่แข็ง
อูนิ (Uni) หรือไข่หอยเม่น วัตถุดิบจากทะเลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื้ออูนิจะมีความนุ่มละมุน มีความครีมมี่ กลมกล่อม ละลายในปาก จนเปรียบเทียบได้ว่าเป็น "เนยแห่งท้องทะเล" หากคุณเป็นคนที่ชอบกลิ่นของทะเลและเนื้อสัมผัสที่ละมุนลิ้น อูนิเป็นหนึ่งในสิ่งที่แนะนำให้ลองทานค่ะ
เมนูแนะนำ
• พาสต้าซอสอูนิ : ครีมซอสที่ทำจากอูนิ ใส่ในพาสต้าเพื่อเพิ่มความเข้มข้นและรสชาติที่มีความหรูหรา
• อูนิไข่ตุ๋น : อูนิสามารถวางบนหน้าหรือผสมในไข่ตุ๋นญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มความหอมมัน
• ข้าวหน้าทะเล (Kaisen Don) : เป็นข้าวหน้าซีฟู้ดที่มักใส่อูนิพร้อมกับอาหารทะเลสดอื่นๆ
• ซุป : บางครั้งอูนิจะถูกนำมาใช้ในซุป เพื่อเพิ่มความหอมและรสอูมามิของน้ำซุป
สัมผัสความอร่อยสไตล์โอกินาว่าแท้ๆ ด้วยการคัดสรรสาหร่ายโมซุกุ คุณภาพเยี่ยมจากท้องทะเล นำมาซอยเป็นเส้นเรียวละเอียด มอบสัมผัสกรุบกรอบ เคี้ยวสนุก แต่นุ่มลื่นละมุนลิ้นในทุกคำ คลุกเคล้าอย่างพิถีพิถันด้วยน้ำปรุงรสสูตรพิเศษที่ผสมผสาน น้ำส้มยูซุแท้ ชูรสชาติเปรี้ยวอมหวานกลมกล่อมลงตัว พร้อมส่งกลิ่นหอมสดชื่นเป็นเอกลักษณ์เตะจมูกทันทีที่เปิดทาน ให้อารมณ์เหมือนบินไปทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศ ความพิเศษของสาหร่ายโมสุกุชุดนี้คือความสะดวกสบาย บรรจุแยกเป็นถ้วยขนาดพกพาสะดวก 60 กรัม ถึง 3 ถ้วยในแพ็คเดียว ผ่านการปรุงรสมาให้เรียบร้อยแล้ว เพียงแค่เปิดฝาก็พร้อมทานได้ทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม เหมาะสำหรับเป็นเมนูคู่โต๊ะอาหารของทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบ มื้อกลางวันแสนอร่อย หรือจะทานเป็นกับแกล้มคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ในช่วงค่ำ ก็ช่วยตัดเลี่ยนและเพิ่มอรรถรสให้อาหารมื้อนั้นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น แถมยังเป็นเมนูแคลอรีต่ำ อร่อยสดชื่นได้ทุกวัน ทานได้อย่างสบายใจไม่ต้องกังวลเรื่องหุ่น
ประโยชน์
• อุดมไปด้วยฟูคอยแดน : สารอาหารเฉพาะในสาหร่ายสีน้ำตาล มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และบำรุงระบบทางเดินอาหาร
• แคลอรีต่ำมาก: เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือดูแลรูปร่าง
• ช่วยในระบบขับถ่าย: มีเส้นใยอาหารสูง ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น
• ปรับสมดุลร่างกาย: รสเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูหมักและยูซุช่วยกระตุ้นการเจริญอาหารและลดความเหนื่อยล้า ของร่างกาย
เมนูแนะนำ
• สลัดโมสุกุซันโชมิ: นำสาหร่ายโมสุกุไปคลุกเคล้ากับแตงกวาสไลด์บางๆ และสาหร่ายวากาเมะ ช่วยเพิ่มความกรุบกรอบคูณสอง
• ท็อปปิ้งเต้าหู้เย็น: ตักสาหร่ายโมสุกุราดบนเต้าหู้คินุ (เต้าหู้เนื้อนุ่ม) โรยต้นหอมซอยเล็กน้อย ได้เมนูสุขภาพสไตล์อิซากายะ
• กับแกล้มรสเด็ด: ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ตอนเย็น ช่วยตัดเลี่ยนจากอาหารจานหลักที่เป็นของทอด หรือเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดี
• ราดหน้าโซเมนเย็น: ใส่เป็นท็อปปิ้งบนเส้นโซเมนหรืออุด้งเย็นเพื่อเพิ่มความลื่นและกลิ่นหอมส้มยูซุ
กุ้งหวานญี่ปุ่น เนื้อเด้ง ใส พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
กุ้งหวานญี่ปุ่น (Ama Ebi) เป็นกุ้งขนาดเล็กสีชมพู เปลือกนิ่ม เป็นกุ้งที่อาศัยอยู่ในน้ำเย็น และต้องเป็นแหล่งน้ำที่สะอาดมากๆ ทำให้กุ้งหวานไม่มีกลิ่นคาว มีรสชาติหวานเป็นเอกลักษณ์ เนื้อนุ่ม ให้รสสัมผัสเด้งกรอบ นิยมทานโดยไม่ปรุงเพื่อสัมผัสรสชาติความหวานของกุ้งมากที่สุด เมนูที่นิยมมากที่สุดคือการทานดิบแบบซูชิ หรือซาชิมิ
สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยรูปแบบใหม่ ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นที่จะทำให้คนรักของหวานต้องใจละลาย การผสมผสานที่ลงตัวที่สุดระหว่างศาสตร์แห่งขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นและความทันสมัยสไตล์โมเดิร์น ความพิเศษเริ่มต้นตั้งแต่แป้งโมจิชั้นนอกสุด ที่ทางแบรนด์เลือกใช้ แป้งฮาบุทาเอะ (Habutae Powder) ที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น 100% ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเนียนนุ่ม ยืดหยุ่น และให้เนื้อสัมผัสที่บางเบาละมุนลิ้น โอบอุ้มไส้ด้านในที่อัดแน่นไปด้วย "ช็อกโกแลต" หรือถั่วกวนผสมช็อกโกแลตสูตรเข้มข้น รสชาติหวานกำลังดี และไฮไลท์สำคัญคือกล้วยหอมชิ้นโตเต็มคำ ที่อยู่ตรงใจกลาง มอบรสสัมผัสที่ตัดกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความเหนียวนุ่ม ความครีมมี่เข้มข้น และความหอมสดชื่นจากผลไม้แท้ๆ ไม่ว่าคุณจะเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน หรือกำลังมองหาของว่างมาเติมเต็มความสุขในบ่ายวันหยุด ขนมชิ้นนี้คือคำตอบที่จะเปลี่ยนทุกคำให้กลายเป็นรอยยิ้ม ทานคู่กับชาอุ่นๆ หรือกาแฟแก้วโปรด บอกเลยว่าฟินจนฉุดไม่อยู่แน่นอน
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
กรอบนอก นุ่มใน อร่อยง่าย แค่ทอดหรืออบก็พร้อมเสิร์ฟ
หมูสับชุบเกล็ดขนมปัง เป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมของอาหารญี่ปุ่นสายโฮมคุกกิ้ง ด้วยเนื้อสัมผัสที่กรอบนอกแต่นุ่มฉ่ำด้านใน ชิ้นพอดีคำ ชุบเกล็ดขนมปังกรอบฟูสไตล์ญี่ปุ่น ผสานรสชาติหมูที่ปรุงมาอย่างพอดี ทำให้เป็นเมนูที่กินง่าย เด็กก็ชอบ ผู้ใหญ่ก็โดน เวอร์ชันแช่แข็งนี้ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยาก แค่หยิบออกจากช่องฟรีซก็พร้อมปรุงทันที เหมาะกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่อยากได้ “ความอร่อยแบบไม่เสียเวลา”
วิธีการทำ : ทอด
• นำหมูชุบแป้งทอดออกจากช่องแช่แข็ง ไม่ต้องละลาย
• ตั้งน้ำมันให้ร้อนประมาณ 170–180°C
• ใส่หมูลงทอด ใช้เวลาประมาณ 3–4 นาที
• กลับด้านจนสีเหลืองทอง กรอบสวย
• ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ
วิธีการทำ : อบลมร้อน / หม้อทอดไร้น้ำมัน
• วางหมูชุบแป้งทอดลงบนตะแกรงหรือถาด
• ตั้งอุณหภูมิ 180°C อบประมาณ 10–12 นาที
• กลับด้านระหว่างอบ 1 ครั้ง เพื่อความกรอบทั่วถึง
• นำออก เสิร์ฟร้อนๆ กรอบนอก นุ่มใน
แนะนำอาหาร
• ข้าวหมูชุบแป้งทอด (Minced Pork Cutlet Rice)
• ข้าวกล่องหมูชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่น
• เบอร์เกอร์หมูชุบแป้งทอด
• หมูชุบแป้งทอดกับสลัดงา
• แกงกะหรี่ญี่ปุ่นหมูชุบแป้งทอด
• หมูชุบแป้งทอด หั่นชิ้น เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม
• หมูชุบแป้งทอด + เบียร์เย็นๆ (เมนูอิซากายะขายดี)
แซลมอนรมควันสไตล์ดั้งเดิม พร้อมรับประทาน สัมผัสรสชาติพรีเมียมในทุกคำ
Latitude 45 Smoked Atlantic Salmon Traditional แซลมอนรมควันผลิตจากปลาแซลมอนสดคุณภาพ โดยนำเข้าสู่กระบวนการรมควันภายใน 24 ชั่วโมงหลังการจับขึ้นจากน้ำ เพื่อคงความสดและคุณภาพของเนื้อปลาไว้ได้อย่างดีที่สุด
ทุกชิ้นผ่านการ หมักแห้งด้วยเกลือ (Dry Brine) พร้อมตัดแต่งและนำส่วนเนื้อสีเข้มออกอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้เนื้อปลาแซลมอนที่สะอาด สีสวย และเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน จากนั้นนำมารมควันด้วย ไม้โอ๊กธรรมชาติจากประเทศชิลี (Chilean Oak) และวัตถุดิบพื้นเมืองที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างสมดุลที่ลงตัวระหว่างระยะเวลาการรมควัน กลิ่นหอมของไม้ และรสชาติอันกลมกล่อม ทำให้ได้แซลมอนรมควันที่มีกลิ่นหอมละมุน เนื้อเนียนนุ่ม และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับขนมปัง เบเกิล สลัด หรือเมนูอาหารจานโปรดต่างๆ ได้อย่างลงตัว
Latitude 45 ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ BAP ระดับ 4 ดาว (4-Star Certified)
คุณสมบัติเด่นของสินค้า
• ไม่ต้องปรุงหรือเตรียมอาหารเพิ่มเติม เปิดซองพร้อมรับประทานได้ทันที
• รมควันจากปลาแซลมอนสด ไม่ใช่ปลาแช่แข็ง
• อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินดี
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน 4-Star BAP (Best Aquaculture Practices)
• ปราศจากกลูเตน (Gluten Free)
• เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมแทน Lox (ปลาแซลมอนหมักเกลือแบบดั้งเดิม)
มาตรฐาน BAP
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความ
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
คร็อกเก้ครีมปู จากฮอกไกโด
คร็อกเก้ หรือชื่อภาษาญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคยคือโคร็อกเกะ สำหรับใครที่ชอบทานคร็อกเก้ ขอแนะนำโคร็อกเกะครีมปูที่ตัวไส้ด้านในทำมาจากเนื้อปูหิมะ ปรุงรสมาได้อย่างอร่อยลงตัว ยิ่งได้ทานตอนร้อนๆ ยิ่งฟิน หากใครชอบทานคร็อกเก้แนะนำให้มีติดบ้านไว้เลยค่ะ
ปลาฮอกเกะชุปแป้งทอด เมนูทานง่ายๆได้ที่บ้าน
ปลาฮอกเกะชุปแป้งทอด จากฮอกไกโด เนื้อแน่น จุ๊ยซี่ อร่อยเพลินตั้งแต่คำแรก อร่อยแบบไม่ต้องจิ้มอะไรก็ได้ หรือสามารถจิ้มซอสได้ตามที่ชอบเลยค่ะ
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
เหนื่อยล้ามาทั้งวัน ชาร์จความสดชื่นขั้นสุดด้วยพลังส้มยูสุไซตรัสขวดนี้
บอกลาความเหนื่อยล้าแล้วมาเติมความสดชื่นขั้นสุดบอกเลยว่าฉีกกฎน้ำส้มสายชูแบบเดิมๆไปเลย
• ความหอมสดชื่นจากธรรมชาติ 100%: ผสานพลังความเปรี้ยวอมหวานจากน้ำส้มยูสุ ร่วมกับน้ำส้มและน้ำองุ่นขาวเข้มข้น ให้กลิ่นอโรมาที่หอมเตะจมูกตั้งแต่เปิดขวด
• เปรี้ยวละมุนด้วยเบสข้าวญี่ปุ่น: เลือกใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นชั้นดี รสชาติจึงมีความนุ่มนวล กลมกล่อม ไม่ฉุนและไม่แสบคอเหมือนน้ำส้มสายชูทั่วไป
• ชาร์จพลังลดความเพลีย: เป็นตัวช่วยชั้นยอดในการฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ดื่มแล้วรู้สึกผ่อนคลาย รีเฟรชร่างกายให้กลับมาสดใสกระปรี้กระเปร่าได้ทันที
ไม่ว่าจะสายเฮลตี้ที่ชอบมิกซ์เป็นเครื่องดื่มโซดาคุมน้ำหนัก หรือสายกูร์เมต์ที่ชอบทำน้ำสัดสลัดยูสุโฮมเมดทานเอง บอกเลยว่าขวดนี้ตอบโจทย์ความอร่อยแบบคลีนๆ ได้อย่างไร้ที่ติ
ไอเดียสูตรน้ำสลัดและเมนูสุขภาพ
น้ำสลัดยูสุไซตรัส
ส่วนผสมและอัตราส่วนสำหรับทำน้ำสลัด:
• ฟรุตส์ วินเนการ์ รสยูสุไซตรัส : 20.00%
• น้ำมันรำข้าว : 60.00%
• โชยุ/ซีอิ๊วญี่ปุ่น : 5.00%
• เกลือ : 2.50%
• น้ำส้มยูสุ : 10.00%
• ผิวส้มยูสุ: 2.50%
สมูทตี้ยูสุไซตรัสโยเกิร์ต
ส่วนผสมและสัดส่วนปริมาณต่อแก้ว (น้ำหนักรวม 600 กรัม):
• ฟรุตส์ วินเนการ์ รสยูสุไซตรัส : 150 กรัม
• ส้มแมนดารินแช่แข็ง : 100 กรัม
• น้ำแข็งก้อน : 300 กรัม
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม
เบื่อไหมกับข้าวสวยร้อนๆ แบบเดิมๆ
มาเพิ่มความฟินระดับเจแปนนิสสไตล์ด้วยผักกาดผสมไข่ปลาค็อดดองปรุงรส ความลงตัวที่สมบูรณ์แบบระหว่างผักกาดดองคัดพิเศษเนื้อกรุบกรอบ 100% จากจังหวัดนางาซากิ นำมาผัดคลุกเคล้าอย่างพิถีพิถันกับไข่ปลาเมนไทโกะ(ไข่ปลาค็อดรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม มีความเผ็ดปลายลิ้นนิดๆ และหอมกลิ่นน้ำมันงาอย่างเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะทานคู่กับอะไรก็อร่อย แซ่บ นัว นึกอะไรไม่ออกแค่ตักราดข้าวสวยร้อนๆ หรือทานคู่กับราเมงรสเข้มข้น ก็อร่อยจนหยุดทานไม่ได้! มีติดบ้านไว้ สวมวิญญาณเชฟญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ใน 1 นาที!
วิธีทาน (แบบพร้อมทานทันที)
เนื่องจากสินค้าผ่านการปรุงสุกและผัดคลุกเคล้ามาอย่างดีแล้ว คุณสามารถฉีกซองแล้วทานได้ทันทีโดยไม่ต้องนำไปผ่านความร้อนซ้ำ
• ตักราดข้าวสวยร้อนๆ: เป็นวิธีที่ฟินและคลาสสิกที่สุด รสชาติเค็ม นัว เผ็ดปลายลิ้นของเมนไทโกะจะเข้ากับข้าวสวยได้อย่างลงตัว
• เป็นเครื่องเคียงราเมง: วางโปะบนราเมงชามโปรด ความกรอบและรสเผ็ดจะช่วยตัดเลี่ยนซุปได้เป็นอย่างดี
• กับแกล้มชั้นเลิศ: ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ หรือแกล้มสาเกสไตล์อิซากายะ
มิโซะออร์แกนิค รสกลมกล่อม เข้มข้น
Maru-Yu Mutenka Miso จากแบรนด์ฮิคาริ-มิโซะ เป็นมิโซะที่ผลิตโดยใช้ถั่วเหลืองและข้าวออร์แกนิค 100% และเนื่องจากมีการใช้เมล็ดถั่วเหลืองปริมาณมากร่วมกับระยะเวลาการหมักอันยาวนาน จึงทำให้ได้รสเค็มและอูมามิที่สมดุล ผสานความเผ็ดร้อนฝาดลิ้นเล็กน้อยพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นสูตรวีแกนและปราศจากกลูเตน ผู้ที่ทานมังสวิรัติจึงสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ สามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น หมักเนื้อสเต๊ก หรือมิโซะราเมนก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
มิโซะรสชาติกลมกล่อม ทำเมนูไหนก็ง่าย
HonmonoNippon ได้นำเข้ามิโซะจากแบรนด์ Hikari แบรนด์ผลิตมิโซะอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น! โดยมิโซะตัวนี้ได้ผ่านการรับรองว่าเป็นสินค้าออร์แกนิค เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้ถั่วเหลืองออร์แกนิค และข้าวที่ปลูกแบบออร์แกนิค นำมาหมักโดยใช้สัดส่วนถั่วเหลืองปริมาณมาก และใช้ระยะเวลาในการหมักที่นาน จนเกิดรสชาติอูมามิจากธรรมชาติ มีรสที่สมดุล มีกลิ่นหอมมาก และที่สำคัญมิโซะตัวนี้ยังไม่ผสมดาชิ เพื่อให้คุณได้นำไปใช้งานได้ทันที แบบไม่ต้องผสมน้ำซุปดาชิเพิ่ม ลดขั้นตอนการทำอาหารให้สั้นลง หากอยากได้มิโซะคุณภาพดีๆ ที่สำคัญยังเป็นออร์แกนิค 100% เลือกใช้ตัวนี้เลยค่ะ
สายกินห้ามพลาดกับเมนูสุดฟิน ที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาของคุณให้พิเศษขึ้น สัมผัสความอร่อยเต็มๆคำกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความกรอบนอกจากเกล็ดขนมปังสีทอง และความนุ่มในของครีมซอสสูตรเข้มข้น รสชาติหวานมัน กลมกล่อม ละมุนลิ้น ผสานเนื้อกุ้งเด้งๆ ด้านในที่เข้ากันได้อย่างลงตัว กินกี่ทีก็ไม่เบื่อ แถมสะดวกสุดๆ เพียงหยิบออกจากตู้เย็นแล้วนำทอดด้วยกระทะ หรือถ้าอยากได้ความกรอบฟูขั้นสุด เพียงอุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันแปบเดียว ก็จะได้โคร็อกเกะร้อนๆ เหมือนเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ จะทานเล่นเป็นของว่างยามบ่ายจิ้มซอสทงคัตสึหรือมายองเนสก็เคี้ยวเพลิน หรือจะนำไปวางท็อปบนข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นร้อนๆ ทำเป็นมื้อหลักก็อร่อยฟินอิ่มท้อง ยิ่งทานตอนร้อนๆ ครีมซอสข้างในเยิ้มๆ บอกเลยว่าฟินมากๆ แค่มีโคร็อกเกะกล่องนี้ติดตู้เย็นไว้ก็อุ่นใจ อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีอร่อยกับ "โคร็อกเกะครีมกุ้ง" (ทำง่าย สะดวก รวดเร็ว)
เนื่องจากเป็นสินค้าอาหารพร้อมทานแช่แข็ง สามารถเลือกอุ่นร้อนได้ตามความสะดวก 2 รูปแบบ
แบบทอดด้วยกระทะ
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วม ใช้ไฟปานกลางจนน้ำมันร้อน
• นำโคร็อกเกะลงไปทอดซ้ำสั้น ๆ ประมาณ 1 - 2 นาที จนเกล็ดขนมปังฟูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสม่ำเสมอ
• ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ จะได้รสสัมผัสที่กรอบฟูฉ่ำ ตามแบบฉบับโคร็อกเกะดั้งเดิมในร้านอาหารญี่ปุ่น
แบบหม้อทอดไร้น้ำมัน
• นำโคร็อกเกะครีมกุ้งออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องทำละลาย)
• ใส่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 180°C เป็นเวลาประมาณ 8 - 10 นาที
• พลิกกลับด้านในนาทีที่ 5 เพื่อให้เกล็ดขนมปังกรอบสีเหลืองทองเท่ากันทั้งสองด้าน แป้งด้านนอกจะกรอบกรุบเหมือนทอดใหม่ ๆ แต่ไร้น้ำมันส่วนเกิน ส่วนครีมซอสด้านในละมุนเยิ้มสะใจ
ไส้กรอกอาราบิกิ เนื้อแน่น ฉ่ำ เด้ง สไตล์ญี่ปุ่นแท้
ไส้กรอกอาราบิกิ ไส้กรอกยอดนิยมของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสด้านในที่ทำจากเนื้อหมูบดหยาบ ทำให้ยังคงความชุ่มฉ่ำและรสชาติของเนื้อหมูได้อย่างเต็มที่ ทุกคำที่เคี้ยวให้ความรู้สึกเนื้อแน่น เต็มคำ ขณะที่หนังด้านนอกกรอบเล็กน้อยและหอมกลิ่นรมควันชวนกิน ไส้กรอกอาราบิกิห่อนี้ผลิตจาก หมูอนามัย ปราศจากสารเร่งเนื้อแดง ปรุงรสด้วยซอสจากแบรนด์ Nihon Shokken แบรนด์ผู้ผลิตซอสอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ช่วยดึงรสชาติของเนื้อหมูให้อร่อย กลมกล่อมแบบต้นตำรับ เหมาะสำหรับเสิร์ฟเป็นเมนูหลัก เครื่องเคียง หรือของทานเล่น ที่ใครได้ลองก็มักเผลอสั่งซ้ำโดยไม่รู้ตัว
วิธีก่อนปรุง
• นำไส้กรอกออกจากช่องแช่แข็ง
• ละลายน้ำแข็ง โดยแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางในอุณหภูมิห้องจนคลายตัว ไม่จำเป็นต้องล้างน้ำ เพียงซับให้แห้งก่อนนำไปปรุง
• สามารถนำไป ย่าง ทอด อบ หรือ ต้ม ได้ทันที
วิธีรับประทาน
ไส้กรอกอาราบิกิ พร้อมอร่อยได้หลายสไตล์ :
• ย่าง : ย่างบนกระทะหรือเตาถ่าน ไฟกลาง กลิ้งไปมาให้ผิวตึง หอมฉ่ำ กรอบนอกนุ่มใน
• ทอด : ทอดด้วยไฟกลาง ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเพิ่ม ไขมันจากไส้กรอกจะออกมาเอง หอมแบบไม่ง้อซอส
• อบลมร้อน / อบเตาอบ : อุณหภูมิประมาณ 170–180°C ประมาณ 8–10 นาที เหมาะกับทำหลายชิ้นพร้อมกัน
• ต้ม / ลวก : ต้มในน้ำร้อน (ไม่เดือดจัด) 3–5 นาที แล้วนำไปย่างหรือทอดต่อ เพิ่มความฉ่ำแบบขั้นสุด
แนะนำ: เสิร์ฟคู่มัสตาร์ด ซอสมะเขือเทศ หรือซอสญี่ปุ่น จะยิ่งดึงรสชาติให้อร่อยขึ้นอีกระดับ
เมนูแนะนำ
• อาราบิกิย่างเนยเสียบไม้
• ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น + ไส้กรอกอาราบิกิ
• ไส้กรอกอาราบิกิผัดเนยกระเทียม
• สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งอาราบิกิ
• สลัดไส้กรอกอาราบิกิย่าง
นัตโตะวีแกนจากญี่ปุ่น อร่อยง่าย ได้สุขภาพ
ทำไมต้องถั่วเหลือง จากฮอกไกโด ?
หัวใจสำคัญของนัตโตะกล่องนี้คือ การเลือกใช้ถั่วเหลืองสายพันธุ์ "Yukishizuka" (ゆきしずか) ซึ่งเป็นถั่วเหลืองเมล็ดเล็ก ชื่อดังจากฮอกไกโด จากข้อมูลทางการเกษตรของญี่ปุ่นระบุว่า ถั่วสายพันธุ์นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อการทำนัตโตะโดยเฉพาะ เพราะเมล็ดที่เล็กจะช่วยให้จุลินทรีย์สามารถย่อยสลายและสร้างความหนืดได้ทั่วถึงทุกอณูเมล็ด ส่งผลให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มนวลและมีความหวานของถั่วตามธรรมชาติที่ชัดเจนกว่าถั่วเมล็ดใหญ่
"ยามะวาซาบิ" มนต์เสน่ห์ความเผ็ดฉุนสีขาว
ความพิเศษที่ไม่เหมือนใครของผลิตภัณฑ์นี้คือซอสปรุงรสที่ใช้ "ยามะวาซาบิ"หรือ ฮอร์สแรดิช สีขาวที่เป็นของขึ้นชื่อแห่งฤดูหนาวในฮอกไกโด
• ความต่าง: ยามะวาซาบิจะมีความเผ็ดร้อนที่พุ่งขึ้นจมูกและจางหายไปอย่างรวดเร็ว ต่างจากวาซาบิสีเขียวทั่วไป
• รสชาติ: เมื่อนำมาผสมกับนัตโตะ ความฉุนนี้จะช่วยตัดกลิ่นเฉพาะตัวของถั่วเน่าได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ทานง่ายและให้ความรู้สึกสดชื่นในทุกคำ
มาตรฐาน "นัตโตะวีแกน" ที่ทั่วโลกยอมรับ
โดยปกติแล้ว ซอสนัตโตะทั่วไปมักจะมีส่วนผสมของ "โบนิโตะดาชิ" (สารสกัดจากปลาโอแห้ง) แต่ มารุคิน ฟู้ด ได้พัฒนาสูตรที่ปราศจากเนื้อสัตว์ 100% โดยได้รับตราสัญลักษณ์ Vegan Certified จาก VegeProject Japan ซึ่งเป็นองค์กรรับรองมาตรฐานมังสวิรัติที่เข้มงวดที่สุดในญี่ปุ่น เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งตัวถั่วและซอสปรุงรสทำจากพืชและวัตถุดิบธรรมชาติเท่านั้น
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
เซ็น
เมล็ดถั่วแระญี่ปุ่นพร้อมทาน อาหารว่างสารพัดประโยชน์
หลายท่านคงชื่นชอบการรับประทานถั่วแระญี่ปุ่นกันใช่ไหมคะ เพราะนอกจากจะอร่อยแล้วถั่วแระญี่ปุ่นยังอุดมไปด้วยโปรตีน, แร่ธาตุ, วิตามิน, ใยอาหาร, ไขมันดี และสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย เราคัดเลือกถั่วแระญี่ปุ่นคุณภาพดีมาแกะจนเหลือแต่เมล็ด แล้วนำไปแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อรักษารสชาติ ความสดใหม่ และคงคุณค่าของสารอาหารต่างๆ ไว้ให้ได้มากที่สุด เพียงนำมาละลายหรืออุ่นด้วยไมโครเวฟไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นของว่าง, เครื่องเคียง, ใส่ในสลัด หรือปรุงเมนูอื่นๆ ก็อร่อยค่ะ
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
ยกญี่ปุ่นมาไว้ที่บ้าน! สัมผัสความเข้มข้นฉบับออริจินัลกับ "มิโซะแดงออร์แกนิก" แบรนด์ Hikari Miso
เบื่อไหมกับซุปมิโซะรสชาติจืดชืดแบบเดิมๆ อัปเกรดความอร่อยและสัมผัสรสชาติอาหารญี่ปุ่นแท้แบบดั้งเดิมให้มื้ออาหารของคุณด้วยมิโซะแดงออร์แกนิกคุณภาพพรีเมียมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม เต็มรสอูมามิแท้ๆ คัดสรรจากถั่วเหลืองและข้าวที่ผ่านการรับรองออร์แกนิก 100% ผ่านกระบวนการหมักบ่มตามธรรมชาติที่ยาวนานกว่า จนได้มิโซะสีแดงเข้ม เนื้อสัมผัสเนียนละเอียด และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
รังสรรค์เมนูอร่อยได้หลากหลาย:
เหมาะมากสำหรับการปรุงซุปมิโซะ, ซอสหมักเนื้อ, น้ำซุปราเมง, ซอสผัด หรือเมนูญี่ปุ่นหลากหลายประเภท ช่วยเพิ่มมิติของรสชาติลุ่มลึกแบบอูมามิ ให้กับอาหารทุกจานได้อย่างลงตัว โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องปรุงจำนวนมาก
สายสุขภาพต้องเลิฟ สายกินต้องฟิน:
เพราะนอกจากจะอร่อยแล้วยังได้ประโยชน์เต็มๆ คำ ใส่ใจในคุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต การันตีด้วยมาตรฐานออร์แกนิกระดับสากล USDA และไม่มีกลูเตน สุขภาพดีได้ทุกวัน เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบคู่ครัวที่คนรักการทำอาหารญี่ปุ่นและใส่ใจในสุขภาพห้ามพลาด
จะมื้อไหนๆก็อร่อยมั่นใจได้เสมอ
มิโซะแดงเหมาะมากสำหรับเมนูที่ต้องการรสชาติเข้มข้นชัดเจน:
• ใช้ทำซุป : เหมาะสำหรับซุปมิโซะใส่หอยลาย, ซุปหมูสามชั้น หรือ ซุปราเมนรส
• ใช้เป็นซอสหมักและผัด : นำไปผสมกับสาเก มิริน น้ำตาล เพื่อทำซอสหมักปลา หรือ ผัดกับมะเขือยาวและหมูสับ
• วิธีการใช้ที่ถูกต้อง: เพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารและกลิ่นหอม ไม่ควรต้มมิโซะให้เดือดพล่านนานๆ
แนะนำให้ละลายมิโซะในน้ำอุ่นหรือน้ำซุปต่างหาก แล้วเทใส่หม้อในขั้นตอนสุดท้ายก่อนปิดไฟ
“คางปลาบุรี” ความเรียบง่ายอย่างลงตัว
“บุรี” หรือปลา “ฮามาจิ” คือปลาในตระกูล (Yellow Tail) เป็นปลานำเข้าจากญี่ปุ่นชนิดเดียวในโลกที่มีชื่อเรียกหลากหลายไปตามช่วงอายุ จัดเป็นปลาเนื้อขาวที่มีความมันแทรกอยู่ในเนื้อ
“คางปลาบุรี” เป็นเมนูที่พบได้บ่อยในร้านอาหารญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมในงานแต่งงานและงานเฉลิมฉลองอื่นๆ เนื่องจากมีรสชาติอร่อยและเนื้อนุ่มหอม เนื้อใต้คางมีไขมันอยู่มาก ซึ่งทำให้มีรสชาติหวานและเนื้ออร่อย การทำคางปลาบุรี จะใช้วิธีการย่างหรืออบที่ทำให้ผิวเนื้อนอกกรอบและนุ่มอยู่ภายใน มักจะปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยหรือโยชุ หรือเมนูต่างๆอีกมากมาย
วิธีทำคางปลาฮามาจิหรือปลาบุรีย่างเกลือ
1. ตั้งเตาถ่านสำหรับย่าง (ควรตั้งรอประมาณ 45 นาที ไฟจะร้อนพอดี ไม่แรงเกินไป)
2. วางคางปลาบุรีบนตะแกรงย่าง โรยเกลือเล็กน้อย ย่างประมาณ 10 นาที
3. ค่อยๆกลับด้านคางปลา โรยเกลืออีกด้าน แล้วทิ้งไว้อีก 10 นาที กลับด้านทุก 10 นาทีแบบนี้เรื่อยๆ จนสุก (ใช้เวลาทั้งหมด 20-30 นาที แล้วแต่ขนาดของคางปลา)
4. ยกคางปลาฮามาจิลงจาน นำหัวไชเท้าฝอยมาบีบน้ำออก ปั้นเป็นก้อนกลมๆ วางข้างชิ้นปลา พร้อมราดซีอิ๊วบนหัวไชเท้า ก็เสิร์ฟคางปลาบุรีย่างเกลือได้เลย
วิธีการเก็บ
• นำออกมาจากช่องแช่แข็งเฉพาะเท่าที่ต้องการจะประกอบอาหาร ไม่แนะนำให้นำออกมาละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
ถ้าพูดถึงอาหารสุขภาพยอดฮิตของญี่ปุ่น “นัตโตะ” คือตัวท็อปที่คนรักสุขภาพทั่วโลกยอมใจ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งกลิ่นและสัมผัสเหนียวนุ่ม ไม่ใช่แค่ของกินเล่นธรรมดา แต่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงจากถั่วเหลืองหมัก อัดแน่นด้วยจุลินทรีย์ดีที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ และยังมีวิตามินสำคัญอย่างวิตามิน K2 สำหรับรุ่นนี้เป็นแบบ “เม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu)” ทำให้เคี้ยวง่าย เนื้อเนียน คลุกซอสได้เข้ากันมากขึ้น เหมาะทั้งมือใหม่ที่อยากลองและสายกินตัวจริง มาพร้อมซอสปรุงรสและมัสตาร์ดในชุด แค่ฉีก เท คลุก ก็ได้รสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นทันที จะกินกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือดัดแปลงเมนูก็อร่อยลงตัว
นัตโตะโอฮาโย่ จากจังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ใช้ถั่วเหลืองคุณภาพดี ผ่านการนึ่งจนได้ความนุ่มพอดี ก่อนนำไปหมักด้วยจุลินทรีย์ Bacillus subtilis จนเกิดเป็นเส้นใยเหนียวนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นแหล่งของสารอาหารสำคัญอย่างเอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase) ที่ช่วยสนับสนุนระบบไหลเวียนโลหิต รวมถึงโพรไบโอติกส์ที่ดีต่อระบบขับถ่าย จุดเด่นอีกอย่างคือรสชาติที่กลมกล่อม ด้วยซอสโชยุผสมสารสกัดจากปลาโบนิโตะและหอยเชลล์ รวมถึงวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างเห็ดหอม ช่วยเพิ่มความอูมามิ (Umami) และลดกลิ่นเฉพาะตัวของนัตโตะ ทำให้ทานง่ายขึ้น แม้สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มลอง พูดง่าย ๆ คือนี่คือซูเปอร์ฟู้ดญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อย กินง่าย และดูแลสุขภาพได้ในคำเดียว
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
จากความพิถีพิถันกลางขุนเขา สู่ขวดนี้ที่สายรักสุขภาพต้องมีติดบ้าน
สายรักสุขภาพที่เสพติดความสดชื่นห้ามพลาด ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม ที่บอกเลยว่าคุ้มค่าและดีต่อร่างกายมากๆ แวบแรกที่เห็นนึกว่าเป็นน้ำส้มสายชูทั่วไป แต่พอได้อ่านฉลากและลองทานดูแล้วคือว้าวมาก เพราะขวดนี้ผสานคุณค่าจากธรรมชาติไว้แบบเต็มๆ:
• น้ำผลไม้เข้มข้นเน้นๆ: มีส่วนผสมของน้ำทับทิมเข้มข้นสูงถึง 42%
• เบสชั้นเลิศจากญี่ปุ่น: ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้รสชาติมีความเปรี้ยวที่นุ่มนวลอมหวานสดชื่น ไม่เปรี้ยวโดดจนแสบคอ
• 0% น้ำตาลทราย: ที่สำคัญที่สุดคือ "ไม่มีการใส่น้ำตาลเพิ่ม" ความหวานละมุนที่ได้มาจากน้ำผลไม้แท้ๆ และหญ้าหวาน (สตีวิออลไกลโคไซด์) ดีต่อคนควบคุมน้ำหนัก สายคีโต และผู้ป่วยเบาหวานสุดๆ
ดื่มตอนไหนก็เฟรช สุขภาพดีได้ทุกวัน
หลังจากที่ได้ลองดื่มช่วงบ่ายๆ ที่กำลังง่วง หรือดื่มหลังจากไปวิ่งออกกำลังกายเสร็จ จะรู้สึกได้ทันทีเลยว่าร่างกายมันเฟรชขึ้น อาการเหนื่อยล้าหายไป แถมวิเนการ์ยังมีส่วนช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ปรับสมดุลร่างกาย และช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้นมาก ท้องไม่อืด ใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มสุขภาพที่อร่อย ดื่มง่าย ได้ประโยชน์เน้นๆ แนะนำให้มีติดตู้เย็นไว้เลยค่ะ เคล็ดลับความฟิน: นำไปผสมโซดาใส่น้ำแข็งเย็นฉ่ำ บอกเลยว่าอร่อยสดชื่นฟินที่สุด
ไอเดียรังสรรค์เมนูสูตรสดชื่น
ส่วนผสม : อิตาเลียนโซดา น้ำส้มสายชูผลไม้ทับทิม
• ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม : 20 มล.
• น้ำโซดาแช่เย็นจัด : 120 - 150 มล.
• น้ำแข็ง : 1 แก้ว (แนะนำน้ำแข็งก้อนเล็กหรือน้ำแข็งบดจะช่วยให้เย็นฉ่ำยิ่งขึ้น)
ส่วนผสม : สูตรสมูทตีทับทิมมิกซ์เบอร์รีกรีกโยเกิร์ต
• น้ำส้มสายชูรสทับทิม : 150 กรัม (25.00%)
• มิกซ์เบอร์รี (ผลไม้แช่แข็ง) : 100 กรัม (16.67%)
• น้ำแข็ง : 300 กรัม (50.00%)
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม (8.33%)
วิธีทำ : ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนเนียนละเอียด พร้อมเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มผลไม้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น
หอมกลิ่นเบอร์รีและทับทิม พร้อมความนุ่มละมุนจากกรีกโยเกิร์ต
ทำไมต้องถั่วหมัก "ทสึยุดาคุ นัตโตะ"ต้นตำรับความอร่อยจากคุมาโมโตะที่อยากให้คุณได้ลอง!!!
คำว่า "ทสึยุดาคุ" ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง "ซอสชุ่มฉ่ำ" ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดของสินค้าตัวนี้ ต่างจากนัตโตะทั่วไปที่มีซอสเพียงเล็กน้อย แต่มารุคินจัดเต็มด้วยซอสปรุงรสรสคาชิปริมาณถึง 12 กรัมต่อหนึ่งถ้วย เพื่อมอบสัมผัสที่นุ่มละมุน ลื่นคอ และรสชาติที่กลมกล่อมมากกว่าเดิม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักสุขภาพและหลงรักในเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่น ถั่วเหลืองหมัก คือหนึ่งในสุดยอดอาหาร (Superfood) ที่ชาวญี่ปุ่นรับประทานกันมาอย่างยาวนาน แต่สำหรับใครที่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือรสสัมผัสที่ทานยาก ขอแนะนำ "ทสึยุดาคุ นัตโตะ" ตรามารุคิน ฟู้ดส์ นัตโตะที่จะมาเปลี่ยนความคิดเดิมๆ ของคุณให้กลายเป็นความประทับใจ
ความพิถีพิถันจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ
หัวใจสำคัญที่ทำให้รสชาติของนัตโตะกล่องนี้โดดเด่น คือส่วนประกอบของซอสปรุงรสที่มีความซับซ้อนและลุ่มลึก:
• สารสกัดจากทะเลและขุนเขา: ผสมผสานน้ำซุปจากปลาบินย่าง (Yaki-Ago), ปลาโบนิโตะ, สาหร่ายคอมบุ, หอยเชลล์ และเห็ดชิทาเกะ
• ถั่วเหลืองพรีเมียม: เลือกใช้ถั่วเหลืองคุณภาพที่ผ่านการจัดการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างดี (IP Handling) หมักจนได้เส้นใยที่ยืดและนัวที่สุด
คุณค่าทางโภชนาการที่มากกว่าแค่ความอร่อย
ในทุกๆ คำที่คุณทาน คือการเติมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย:
• โปรตีนสูง: ใน 1 ถ้วย (52 กรัม) ให้โปรตีนสูงถึง 7.2 กรัม แต่ให้พลังงานเพียง 83 กิโลแคลอรีเท่านั้น
• เอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase): ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตและสุขภาพของหัวใจ
• โปรไบโอติกส์: ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
อาหารเพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่น ที่กินง่ายและอร่อยลงตัว
สำหรับใครที่อยากลองทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือเนื้อสัมผัส เราขอแนะนำ นัตโตะ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรเม็ดเล็กพิเศษ เพราะนี่คือตัวเลือกที่ถูกใจคนญี่ปุ่นและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่ ที่สำคัญคือมาพร้อมกับคุณประโยชน์ด้านสุขภาพแบบเต็มๆ
นัตโตะคือเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น เป็นถั่วเหลืองหมักที่อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติกและเอนไซม์ นัตโตะไคเนส ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น และยังดีต่อสุขภาพหัวใจ รวมถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย
จุดเด่น
• เม็ดเล็ก เคี้ยวง่าย: นัตโตะของฮามานะสึเป็นแบบเม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu) ทำให้เนื้อสัมผัสมีความละเอียดกว่าแบบเม็ดใหญ่ และผสมเข้ากับซอสได้ง่ายกว่า ถูกปากคนที่ไม่คุ้นเคยกับความเหนียวของนัตโตะ
• รสชาติกลมกล่อมลงตัว: นัตโตะถ้วยนี้มาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่ให้รสอูมามิ ทำให้รสชาติของถั่วเหลืองหมักมีความกลมกล่อมและอร่อยยิ่งขึ้น เพียงแค่เติมซอสและมัสตาร์ดที่มาในแพ็กเกจ ก็พร้อมทานได้ทันที
• คุณภาพญี่ปุ่นแท้ๆ: สินค้านี้ถูกนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสะอาดในกระบวนการผลิต ทำให้คุณมั่นใจได้ว่านัตโตะที่คุณทานนั้น สดใหม่และได้มาตรฐาน
วิธีทำความอร่อยง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นนิยมทาน นัตโตะ ในมื้อเช้า เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ไปตลอดวัน วิธีทานก็ง่ายมากๆ
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. เปิดฝาและเทซอสกับมัสตาร์ดที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนเกิดฟองและความเหนียวเป็นเส้นใย
4. ตักวางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือจะทานคู่กับไข่แดงและต้นหอมซอยก็อร่อยลงตัว
คล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหน นัตโตะฮามานะสึ ก็พร้อมเป็นสุดยอดอาหารสุขภาพที่ทำให้คุณรู้สึกดีได้ทุกวัน ลองสั่งไปชิม แล้วคุณจะติดใจกับความอร่อยที่มีประโยชน์ต่อร่างกายถ้วยนี้เลย!"