Bull-Dog Sauce has a history spanning over 100 years and is considered one of Japan’s representative condiments.
ซอสเกี๊ยวซ่า (Gyoza Sauce) แบรนด์ เบลฟู้ดส์ (Bell Foods) เป็นเครื่องปรุงรสสำเร็จรูปที่คิดค้นขึ้นเพื่อใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับเกี๊ยวซ่าโดยเฉพาะ เป็นที่ทราบกันดีว่า เกี๊ยวซ่าในประเทศญี่ปุ่นมักจะรับประทานคู่กับน้ำจิ้มที่มีส่วนผสมหลักของโชยุ (Shoyu) หรือซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำส้มสายชู (Vinegar) และน้ำมันพริกเผาญี่ปุ่นที่เรียกว่ารายุ (Rāyu) แต่สำหรับซอสเกี๊ยวซ่าของเบลฟู้ดส์นี้ ได้ถูกปรุงรสชาติมาอย่างพิถีพิถันจากส่วนผสมที่ลงตัว เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
จุดเด่นของซอสเกี๊ยวซ่าเบลฟู้ดส์คือการผสมผสานรสชาติที่สมดุลระหว่างความเค็ม อมเปรี้ยว และเผ็ดเล็กน้อย โดยรสชาติที่โดดเด่นมาจากโชยุญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ ผสมกับความเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูหมัก และความเผ็ดหอมของน้ำมันรายุ ซึ่งช่วยเติมเต็มรสอูมามิของเกี๊ยวซ่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์นี้จึงมีความสะดวกอย่างยิ่ง เพราะไม่ต้องเสียเวลาผสมโชยุ น้ำส้มสายชู และรายุเอง ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับเกี๊ยวซ่ารสชาติดีได้ทันที
แม้ซอสนี้จะถูกออกแบบมาสำหรับเกี๊ยวซ่า แต่ด้วยรสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อม ก็สามารถนำไปใช้เป็นน้ำจิ้มหรือน้ำราดสำหรับอาหารประเภทอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว เช่น น้ำจิ้มสำหรับสเต็กแฮมเบิร์ก (Hamburg Steak) หรือใช้เป็นซอสสำหรับราดเต้าหู้เย็น (Hiyayakko) เพื่อเพิ่มรสชาติที่สดชื่น
วิธีใช้ซอสเกี๊ยวซ่า
1. จัดเรียงเกี๊ยวซ่าที่ทอดหรือนึ่งเสร็จแล้วลงในจาน
2. เทซอสเกี๊ยวซ่าลงในถ้วยเล็ก ๆ
3. จิ้มเกี๊ยวซ่ากับซอส และรับประทานได้ทันที
ลองเปิดประสบการณ์รสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ ด้วยซอสเกี๊ยวซ่าสำเร็จรูปขวดนี้ ที่จะช่วยให้การทำเกี๊ยวซ่าที่บ้านของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ซอสคู่ครัวของสายปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น
คุณเองก็ทำสเต็กฉ่ำซอสแสนอร่อยได้ง่ายๆ ถ้ามีขวดนี้
ขอแนะนำน้ำแร่ธรรมชาติจากแหล่งน้ำคุณภาพของประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านการรังสรรค์จากธรรมชาติอย่างพิถีพิถัน ให้รสสัมผัสที่นุ่มนวลและสดชื่น เหมาะกับการดื่มในทุกวันค่ะ
ผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติ (Natural Mineral Water) ชิ้นนี้มาจากแบรนด์ ไอริส โอยามะ (Iris Ohyama) ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศญี่ปุ่นในฐานะแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าคุณภาพหลากหลายประเภท แหล่งกำเนิดของน้ำแร่นี้คือบริเวณรอบ ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ในจังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) น้ำซึมซาบผ่านชั้นหินใต้ดินของภูเขาไฟฟูจิเป็นเวลานานหลายปี ทำให้เกิดการกรองตามธรรมชาติอย่างช้า ๆ และดูดซับแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาด้วย
จุดเด่นของน้ำแร่จาก ไอริส โอยามะ คือการคงรสชาติดั้งเดิมของน้ำที่ผ่านการกรองจากชั้นหินใต้ดินของภูเขาไฟฟูจิไว้ให้ได้มากที่สุด น้ำแร่นี้จัดเป็น น้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีค่าความกระด้าง (Hardness) อยู่ในระดับต่ำ (โดยทั่วไปประมาณ $50 \text{ mg/L}$) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของน้ำดื่มในประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีรสชาติที่ ดื่มง่าย นุ่มละมุน และไม่มีรสชาติที่รู้สึกหนักลิ้นหรือบาดคอ
นอกจากความนุ่มนวลของรสชาติแล้ว น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มักพบในน้ำที่มาจากแหล่งน้ำภูเขาไฟ และเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการดูแลสุขภาพในญี่ปุ่น การดื่มน้ำแร่นี้จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มแร่ธาตุธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายในแต่ละวันได้อย่างง่ายดายค่ะ
ความนุ่มนวลเป็นพิเศษ: จัดเป็นน้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีรสชาติเป็นกลาง ทำให้ดื่มง่ายและไม่ทำให้รสชาติของอาหารหรือเครื่องดื่มที่นำไปผสมเปลี่ยนไป
แร่ธาตุจากธรรมชาติ: อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ถูกดูดซับผ่านชั้นหินของภูเขาไฟฟูจิ เช่น วานาเดียม ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติในแหล่งกำเนิด
ความบริสุทธิ์ของแหล่งน้ำ: มาจากแหล่งน้ำบาดาลธรรมชาติบริเวณภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำแร่ที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ
ลองเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดชื่นและบริสุทธิ์จากแหล่งน้ำธรรมชาติของญี่ปุ่นดูสิคะ น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจินี้ จะช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินกับรสชาติของน้ำแบบญี่ปุ่นแท้ ที่สามารถเติมเต็มความสุขเล็ก ๆ ให้กับชีวิตประจำวันของคุณได้ค่ะ
ขอแนะนำน้ำแร่ธรรมชาติจากแหล่งน้ำคุณภาพของประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านการรังสรรค์จากธรรมชาติอย่างพิถีพิถัน ให้รสสัมผัสที่นุ่มนวลและสดชื่น เหมาะกับการดื่มในทุกวันค่ะ
ผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติ (Natural Mineral Water) ชิ้นนี้มาจากแบรนด์ ไอริส โอยามะ (Iris Ohyama) ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศญี่ปุ่นในฐานะแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าคุณภาพหลากหลายประเภท แหล่งกำเนิดของน้ำแร่นี้คือบริเวณรอบ ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ในจังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) น้ำซึมซาบผ่านชั้นหินใต้ดินของภูเขาไฟฟูจิเป็นเวลานานหลายปี ทำให้เกิดการกรองตามธรรมชาติอย่างช้า ๆ และดูดซับแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาด้วย
จุดเด่นของน้ำแร่จาก ไอริส โอยามะ คือการคงรสชาติดั้งเดิมของน้ำที่ผ่านการกรองจากชั้นหินใต้ดินของภูเขาไฟฟูจิไว้ให้ได้มากที่สุด น้ำแร่นี้จัดเป็น น้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีค่าความกระด้าง (Hardness) อยู่ในระดับต่ำ (โดยทั่วไปประมาณ $50 \text{ mg/L}$) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของน้ำดื่มในประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีรสชาติที่ ดื่มง่าย นุ่มละมุน และไม่มีรสชาติที่รู้สึกหนักลิ้นหรือบาดคอ
นอกจากความนุ่มนวลของรสชาติแล้ว น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มักพบในน้ำที่มาจากแหล่งน้ำภูเขาไฟ และเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการดูแลสุขภาพในญี่ปุ่น การดื่มน้ำแร่นี้จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มแร่ธาตุธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายในแต่ละวันได้อย่างง่ายดายค่ะ
ความนุ่มนวลเป็นพิเศษ: จัดเป็นน้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีรสชาติเป็นกลาง ทำให้ดื่มง่ายและไม่ทำให้รสชาติของอาหารหรือเครื่องดื่มที่นำไปผสมเปลี่ยนไป
แร่ธาตุจากธรรมชาติ: อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ถูกดูดซับผ่านชั้นหินของภูเขาไฟฟูจิ เช่น วานาเดียม ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติในแหล่งกำเนิด
ความบริสุทธิ์ของแหล่งน้ำ: มาจากแหล่งน้ำบาดาลธรรมชาติบริเวณภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำแร่ที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ
ลองเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดชื่นและบริสุทธิ์จากแหล่งน้ำธรรมชาติของญี่ปุ่นดูสิคะ น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจินี้ จะช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินกับรสชาติของน้ำแบบญี่ปุ่นแท้ ที่สามารถเติมเต็มความสุขเล็ก ๆ ให้กับชีวิตประจำวันของคุณได้ค่ะ
ขอแนะนำน้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซ (Sparkling Natural Mineral Water) จากประเทศญี่ปุ่น ที่มอบความซ่าอันทรงพลัง พร้อมกับรสสัมผัสที่อ่อนนุ่ม เป็นการผสมผสานที่ลงตัวที่คุณสามารถเพลิดเพลินได้ทุกเมื่อค่ะ
ผลิตภัณฑ์นี้คือ น้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซ (Sparkling Water) จากแบรนด์ Iris Ohyama (ไอริส โอฮิยามะ) ซึ่งใช้น้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากแหล่งน้ำบาดาลบริเวณ ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ในจังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) น้ำแร่จากแหล่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องความบริสุทธิ์และรสชาติที่เป็นกลาง เนื่องจากผ่านการกรองตามธรรมชาติจากชั้นหินภูเขาไฟใต้ดินมาอย่างยาวนาน
จุดเด่นสำคัญของน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้คือการอัดก๊าซคาร์บอนิก (Carbonation) ในระดับที่สูง ทำให้ได้ ความซ่าที่ "เข้มข้นและทรงพลัง" (Strong Sparkling) ซึ่งจะมอบความรู้สึกสดชื่นและซาบซ่าทันทีที่ดื่ม แต่ในขณะเดียวกันยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่นุ่มนวลและดื่มง่ายตามแบบฉบับของ น้ำอ่อน (Soft Water) สไตล์ญี่ปุ่น นอกจากนี้ น้ำแร่ยังเป็นแบบ ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแคลอรี่ และไม่มีสารปรุงแต่ง (Sugar-free, Zero Calories, No Preservatives) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นแต่ดีต่อสุขภาพค่ะ
น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เป็นที่ต้องการในหมู่ผู้ที่ดูแลสุขภาพในญี่ปุ่น การดื่มน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้จึงไม่เพียงแต่ให้ความสดชื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกวิธีหนึ่งในการได้รับแร่ธาตุธรรมชาติจากแหล่งกำเนิดที่บริสุทธิ์อีกด้วย
ความซ่าที่โดนใจ: อัดก๊าซในระดับสูง (Strong Sparkling) เพื่อมอบความซาบซ่าและสดชื่นแบบเต็มที่
รสสัมผัสอ่อนนุ่ม: ใช้ฐานเป็นน้ำแร่ธรรมชาติแบบน้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีรสชาติเป็นกลางและนุ่มละมุน ดื่มง่าย ไม่บาดคอ
ส่วนผสมธรรมชาติ 100%: ผลิตจากน้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิ ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแคลอรี่ และไม่มีสารปรุงแต่ง
อุดมด้วยแร่ธาตุ: มีแร่ธาตุตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งพบได้ในแหล่งน้ำภูเขาไฟ
ลองเปิดประสบการณ์ความสดชื่นแบบญี่ปุ่นแท้ ที่คุณก็สามารถเพลิดเพลินได้ง่าย ๆ ที่บ้านด้วยน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้ดูนะคะ จะดื่มเปล่า ๆ หรือนำไปเป็นส่วนผสมก็อร่อยสดชื่นค่ะ
ซอสอเนกประสงค์ ที่มีติดครัวเกือบทุกบ้านในญี่ปุ่น!!!
ซอสชูโน หรือ Chunou Sauce คือซอสที่มีรสชาติและความเข้มข้นอยู่ระหว่างซอสทงคัตสึ และ วูสเตอร์ซอส สามารถใช้ทำได้หลากหลายเมนูตั้งแต่เมนูของทอด ทงคัตสึ ไข่เจียวแบบญี่ปุ่น โอโคโนมิยากิ หรือเป็นส่วนผสมลับในสตูว์ เรียกได้ว่ามีขวดเดียวทำได้เกือบครบทุกเมนูค่ะ
หากตามหาซอส หรือน้ำจิ้มเมนูปิ้งย่าง แนะนำค่ะ เพราะอร่อยมากกกกก
ซอสปรุงรสเมนูผัดและย่าง บูลโกกิ รสหวานเผ็ด หอม อร่อย ครบรส ในขวดเดียว!
ซอสสูตรพิเศษที่ใช้ซอสถั่วเหลืองหมักธรรมชาติเป็นเบสหลัก ผสานกลิ่นหอมจากกระเทียม ขิง และต้นหอมอย่างลงตัว เติมความสดชื่นด้วยรสผลไม้จากแอปเปิ้ลและลูกแพร์ จนได้รสชาติหวาน เผ็ดเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมละมุน ที่ชวนให้อยากลิ้มลองทุกครั้งที่ได้กลิ่น
สะดวก อร่อย พร้อมทานในไม่กี่นาที
"ปลาทูน่าย่าง" เคลือบด้วยซอสเทอริยากิ รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น อร่อย หอมหวานจากซอสเทอริยากิที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่น ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับรสชาติอร่อยกลมกล่อมในทุกคำ และได้สัมผัสรสชาติญี่ปุ่นแท้ๆไม่ต้องออกไปไหน แค่เพียงอุ่นและก็พร้อมทานแล้วค่ะ!
♥ ไม่ต้องรอนาน แค่เพียงอุ่นหรืออบ คุณก็ได้สัมผัสความอร่อยของปลาทูน่าย่างแท้ๆ เคลือบซอสเทอริยากิหวานเข้มข้น
♥ สะดวกสุดๆ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็พร้อมทานอร่อยที่บ้าน
♥ เหมือนทานที่ร้านญี่ปุ่น ไม่ต้องออกไปไหนก็ได้ลิ้มรสอาหารระดับพรีเมียม
วิธีการปรุง
1. ฉีกซองนำนำสินค้าออกจากถุง แยกถาดแต่ละชิ้นปลา ตามรอยปรุ
2. อุ่นด้วยไมโครเวฟ (ถุงผลิตภัณฑ์ไม่สามารถใช้กับไมโคเวฟได้)
• 0.50 - 1.50 นาที กำลังไฟ 500 วัตต์
• 0.40 - 1.40 นาที กำลังไฟ 600 วัตต์
3. รับประทานให้อร่อยค่ะ จะอร่อยยิ่งขึ้นเมื่อทานคู่กับ ข้าวญี่ปุ่น และซุปมิโซะ
น้ำแร่บริสุทธิ์ จากเทือกเขาโคกะ เมืองกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น
ผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติจากแหล่งน้ำบริสุทธิ์ที่กักเก็บอยู่ในชั้นใต้ดินกลางป่าบริสุทธิ์ ของจังหวัดกิฟุจังหวัดกิฟุขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติ มีแหล่งน้ำสะอาด ติดหนึ่งในสามแหล่งออนเซ็นที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น อุดมด้วยแร่ธาตุที่จำเป็น มีค่า pH 7.4 ใกล้เคียงกับค่าออสโมซิสในร่างกาย ช่วยรักษาความสมดุลของปริมาณน้ำในร่างกาย ด้วยวิธีการบรรจุเก็บแบบพิเศษที่ไม่ใช้ความร้อน ทำให้ประโยชน์และแร่ธาตุต่างๆ คงอยู่ครบถ้วน เมื่อดื่มจะรู้สึกถึงความหวานของน้ำแม้อยู่ในอุณหภูมิปกติเป็นน้ำแร่ชนิดเบา ทำให้สามารถดื่มได้ทุกวัน
น้ำแร่ที่ได้รับรางวัลระดับโลก
• Winner of the Monde Selection (2008 - 2017)
• 3-star award winning of the iTQi Excellent Taste Award (2010 - 2017)
คราฟ มิโซะ ทำเมนูไหนก็อร่อยยย!
คราฟ มิโซะ นามะ โคจิ จากแบรนด์ Hikari ตัวมิโซะทำจากข้าวบาร์เลย์ออร์แกนิก และถั่วเหลืองออร์แกนิก มีรสชาติหวานกลมกล่อมและมีกลิ่นหอมของบาร์เลย์ ไม่ว่าจะประยุกต์ใช้กับเมนูไหนก็อร่อยอย่างลงตัวค่ะ
เหนียวนุ่ม นุ่มหนึบ สูตรต้นตำหรับจากญี่ปุ่น แบบเดียวกับที่ใช้ตามร้านราเมนชื่อดัง
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ส่งตรงถึงบ้านคุณ กับเส้นราเมนสดสูตรต้นตำรับแท้จากประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากแป้งสาลีและไข่ไก่คุณภาพดี ให้เส้นสีเหลืองนวลสวย เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม หนึบหนับ เคี้ยวเพลินทุกคำ ผลิตด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถัน โดยไม่เติมสารกันบูด เพื่อคงความสดใหม่และให้คุณมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยทุกครั้งที่รับประทาน ไม่ว่าจะทำรับประทานเองที่บ้าน หรือใช้ประกอบอาหารสำหรับร้าน ก็ให้รสชาติอร่อยเหมือนเชฟญี่ปุ่นปรุงสดใหม่ สามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลาย ทั้งราเมนน้ำ ราเมนแห้ง ราเมนเย็น ยากิโซบะ หรือเมนูผัดเส้นต่างๆ ใช้งานสะดวก ต้มสุกง่ายภายในไม่กี่นาที ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ทันที
วิธีเตรียมเส้น
ขั้นเตรียมเส้นก่อนลวก : ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นให้สางเส้นให้ไม่ติดกันก่อนลวก (ไม่ควรนำเส้นไปจุ่มน้ำเพื่อล้างแป้งก่อนลวก จะทำให้เส้นเหนียวติดกัน) และให้ใช้ตะเกียบกวนเส้นให้กระจายตัวในน้ำเล็กน้อยขณะลวกเส้น
เวลาในการลวกตามแต่ละเมนู:
- เมนูราเมน ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2-3 นาที
- เมนูบะหมี่เย็น ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2:45-3:15 นาที แล้วนำเส้นไปจุ่มในนำเย็นก่อนเสิร์ฟ
- เมนูยากิโซบะ ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 1:30-1:45 นาที
การเก็บรักษา: เก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0-5 °C หลังจากเปิดซองแล้วควรทานให้หมดภายใน 7 วัน (จุดน้ำตาลในเนื้อแป้งเป็นส่วนของรำข้าวสาลี ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค)
เมนูแนะนำ
• ทงคัตสึราเมน / โชยุราเมน: เส้นราเมนเหนียวนุ่มในน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นหรือซุปโชยุหอมกรุ่น
• ซารุ ราเมน (บะหมี่เย็นญี่ปุ่น): เส้นราเมนลวกสุกจุ่มน้ำเย็น ทานคู่กับซอสซารุโชยุเย็นๆ โรยต้นหอมและวาซาบิ
• ยากิโซบะ: นำเส้นไปผัดกับซอสยากิโซบะรสเข้มข้น ใส่กะหล่ำปลี หมูสามชั้น และโรยสาหร่าย
พลาดไม่ได้เลยจริงๆสำหรับชีสเลิฟเวอร์กับซอสสเต๊กสูตรนี้ จากเบลฟู้ด
อร่อยกับสเต็กซอสรสชีส จากเบลฟู้ด ที่จะให้คุณได้ลิ้มรสความนัวจากชีส ที่เข้ากันได้ดีสุดๆกับสเต็กจานโปรดของคุณ ไม่ว่าจะใช้เป็นซอสทานกับเฟรนช์ฟรายส์ หรือเมนูทอดอื่นๆก็ยังได้ แค่นึกถึงความหอมและความหนุบหนับของชีสแสนอร่อย ก็ชวนให้ท้องร้องแล้ว~
เปรี้ยว เค็ม หอม คือนิยามรสชาติของซอสขวดนี้!!
เรามีซอสจากแบรนด์ Shibanuma ที่เป็นแบรนด์ผลิตซอสมาตั้งแต่ปี 1688 และได้รับความนิยมมากในหมู่คนญี่ปุ่น สำหรับซอสถั่วเหลืองที่รังสรรโดยเชฟผู้มีใจรักและทักษะ เพื่อให้ออกมาเข้ากับอาหารมากที่สุด โดยเริ่มจากการคัดถั่วเหลืองชั้นดี หมักในน้ำซุปที่สกัดจากปลาโบนิโตะ เพิ่มรสเปรี้ยวและหอมด้วยส้มยูสุ เพื่อให้กลายเป็นซอสปรุงรสในอาหารหลายชนิด หรือจะราดบนผักสลัด ทำเป็นน้ำจิ้ม
สาหร่ายฮิจิกิ ผสมถั่วเหลืองและแครอทต้มสุกปรุงรส
เป็นหนึ่งในเมนุยอดฮิตของชาวญี่ปุ่น มีเอกลักษณ์เป็นสาหร่ายสีดำโดยธรรมชาติ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำมาผสมกับถั่วเหลือง และแครอท เหมาะสำหรับรับประทานเป็นเครื่องเคียง และยังนิยมนำมาคลุกกับข้าวปั้นโอนิกิริอีกด้วย
คำแนะนำในการเก็บรักษา
• ควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 0-10 องศา
• หลังจากเปิดซองแล้วหากทานไม่หมด แนะนำให้ใส่กล่องปิดให้สนิทและเก็บไว้ในตู้เย็น
• ควรรับประทานให้หมดภายใน 3 วัน หลังจากที่เปิดซอง
ยูซุพอนสึ รสชาติเค็มๆ เปรี้ยวๆ แต่หอมมากๆๆ
เวลาทานชาบูชาบู หลายๆ ท่านจะชอบทานคู่กับซอสพอนสึเพื่อตัดรส วันนี้เรามียูสุพอนสึที่บอกเลยว่าหากได้ลองแล้วจะติดใจค่ะ เราเลือกใช้ซอสถั่วเหลืองหมักหรือโชยุเกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ Shibanuma ที่ยังคงใช้กระบวนการหมักแบบดั้งเดิมในถังไม้ ซอสถั่วเหลืองที่ได้จะมีรสอูมามิ และมีกลิ่นหอมที่ได้จากการหมักแบบช้าๆ แบบไม่โดนความร้อนและกลิ่นหอมของถังไม้ที่ใช้ นำมาผสมกับยูสุแท้ๆ จากเมือง Miyazaki เมืองที่เป็นต้นกำเนิด และได้รับการยอมรับว่ายูสุที่ได้จากเมืองนี้ มีกลิ่นหอม และอร่อยที่สุดในโลก ทำให้ซอสที่ได้มีรสชาติที่ลงตัว ที่สำคัญเรายังไม่ใส่สารกันบูด สารเพิ่มฟอง หรือ ผงชูรส (MSG.) เพื่อให้คุณได้ทานอย่างสบายใจ เป็นซอสที่ทานคู่กับอะไรก็อร่อยค่ะ
คำแนะนำ
• สินค้าอาจเกิดฟองระหว่างขนส่งเนื่องจากเราไม่ได้ใส่สารกันฟอง ไม่มีผลต่อคุณภาพสินค้า
• เมื่อเปิดใช้งานแล้ว แนะนำให้เก็บในตู้เย็น เนื่องจากไม่มีสารกันบูด
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ผักจักรพรรดิ (สลัดต้น) ปรุงรสชาติอ่อนๆ กลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่น ให้คุณสัมผัสความกรุบกรอบอันเป็นเอกลักษณ์ของผักจักรพรรดิที่มาพร้อมกลิ่นหอมของน้ำมันงา รับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้ม เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม หรือนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย สะดวกและประหยัดเวลาเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกพร้อมทาน สามารถจัดเสิร์ฟได้ทันที
คำแนะนำในการเก็บรักษา
• ควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 0-10 องศา
• หลังจากเปิดซองแล้วหากทานไม่หมด แนะนำให้ใส่กล่องปิดให้สนิทและเก็บไว้ในตู้เย็น
• ควรรับประทานให้หมดภายใน 3 วัน หลังจากที่เปิดซอง
ซอสปลาไหลญี่ปุ่นแท้แบรนด์ Nihon Shokken จากญี่ปุ่น ซอสสูตรต้นตำรับ รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพดี ให้รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน และมีความเข้มข้นกำลังดี เหมาะสำหรับปรุงอาหารหลากหลายเมนู โดยเฉพาะเมนูปลาไหลย่าง (Unagi Don) ที่จะช่วยยกระดับความอร่อยให้เหมือนกับรับประทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูหลัก:
• ข้าวหน้าปลาไหล: ราดซอสปลาไหลลงบนปลาไหลย่างที่เตรียมไว้ แล้วเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ และสาหร่าย
• ปลาไหลย่าง: ใช้เป็นซอสสำหรับย่างปลาไหลโดยตรง เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เข้มข้น
เมนูอื่นๆ:
• ข้าวปั้น/ซูชิ: ใช้ราดบนข้าวปั้น หรือซูชิหน้าต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและความเงางาม
• ยากิโทริ: ทาซอสขณะย่าง เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น หอมหวาน
• ผัดผัก/เนื้อสัตว์: ใช้เป็นส่วนผสมในการผัดผัก หรือเนื้อสัตว์ เพื่อเพิ่มรสชาติแบบญี่ปุ่น
• บาร์บีคิวญี่ปุ่น: ใช้เป็นซอสหมัก หรือซอสจิ้มสำหรับเมนูบาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่น
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
พบกับ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon ของจังหวัดคากาว่า ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ความพิเศษของเมนูวัดกันที่ความอร่อยของเส้นค่ะ
วาราบิโมจิ หอมคินาโกะ นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสคินาโกะ จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงคินาโกะหอมๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า ขนมหวานญี่ปุ่นที่หลายๆคนต่างติดใจ
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดง (Kokuto) และคลุกเคล้าผงคินาโกะ รสชาติมีความหวานละมุนลิ้น ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ทำให้แบ่งทานได้สะดวก ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างคู่กับชาร้อนๆ หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
อร่อยได้ง่ายๆ ด้วยเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น!
สาหร่ายทะเลปรุงรสด้วยกลิ่นหอมของใบชิโซะและใบชิโสะสีเขียว สามารถใช้เป็นส่วนผสมในข้าวปั้น เป็นกับข้าวหรือโจ๊ก โรยบนสลัด หรือรับประทานเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย หรือใช้สร้างสรรค์เมนูอื่นๆ ทั้งปรุงสุกและพร้อมรับประทานได้หลากหลายวิธี ทำให้สะดวกและประหยัดเวลา พร้อมเสิร์ฟ
วาราบิโมจิ หอมมัทฉะเข้มข้น นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสชาเขียวมัทฉะ (Matcha Warabi Mochi) จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงมัทฉะเข้มข้นเขาสุดๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ผักกาดดองต้มสุกปรุงรสแบบต้นตำรับญี่ปุ่น รสชาติอร่อยกลมกล่อมกำลังพอดี นิยมนำมาทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ, รับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้ม, เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม หรือนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย สะดวกและประหยัดเวลาเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกพร้อมทาน สามารถจัดเสิร์ฟได้ทันที
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
"ชูรสชาติราเมงให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยหน่อไม้เมนมะ"
ช่วงฤดูฝนถือเป็นช่วงที่หน่อไม้อร่อยที่สุด เพราะมีรสชาติหวาน กรอบ อวบน้ำ เราจึงได้คัดเลือกหน่อไม้ในฤดูกาลนี้นำมาต้มจนสุกและปรุงรสโชยุเข้มข้นจนเต็มไปด้วยรสชาติอูมามิในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้มีเนื้อนิ่มกรอบ ไม่เละหรือกระด้าง หอมกลิ่นน้ำมันงาและถั่วเหลือง เหมาะสำหรับเป็นเครื่องโรยหน้าอาหารในเมนูราเมง อุด้ง และบะหมี่ญี่ปุ่นแบบอื่นๆ, ใส่ในข้าวผัด, ใช้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือเป็นกับแกล้มก็อร่อยไม่แพ้กัน สะดวกและประหยัดเวลามากยิ่งขึ้นเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกสำเร็จ ทำให้การทานหน่อไม้อร่อยๆ เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนค่ะ
หากพูดถึงเมนูทานเล่นยอดฮิตที่ต้องมีติดโต๊ะเมื่อไปร้านอาหารญี่ปุ่นหรือร้านอิซากายะ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง “ทาโกะวาซาบิ” เมนูเคี้ยวเพลินที่โดดเด่นด้วยเนื้อปลาหมึกยักษ์หั่นพอดีคำ เนื้อหนึบเด้งและกรุบกรับ คลุกเคล้ากับซอสปรุงรสและวาซาบิแท้ๆ ให้รสชาติเผ็ดหอมขึ้นจมูกเล็กน้อยอย่างเป็นเอกลักษณ์ พร้อมความกลมกล่อมที่ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย เติมบรรยากาศอิซากายะให้มื้ออาหารที่บ้านได้ง่ายๆ เพียงละลายน้ำแข็งก็พร้อมรับประทานทันที เหมาะสำหรับเป็นเมนูทานเล่น กับแกล้มคู่เครื่องดื่ม หรือเสิร์ฟในปาร์ตี้กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ให้คุณสัมผัสความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องรอไปร้าน
วิธีละลายที่ถูกต้อง (เพื่อเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด)
เนื่องจากสินค้ามีขนาด 1 กก. ไม่แนะนำให้ละลายพร้อมกันทั้งถุง หากทานไม่หมดในครั้งเดียว
• ตัดแบ่งขณะยังแข็ง: ใช้มีดสะอาดตัดแบ่งถุงทาโกะวาซาบิออกมาเฉพาะปริมาณที่จะทานในมื้อนั้น
• ใส่ช่องธรรมดา: แบ่งใส่ถ้วยมีฝาปิด แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาข้ามคืน เพื่อให้ละลายช้าๆ เนื้อหมึกจะไม่เสียความเด้ง
• ละลายด่วน: นำใส่ถุงซิปล็อกปิดให้สนิท แช่ในน้ำอุณหภูมิห้อง 15-20 นาที (ห้ามนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด)
• การเก็บส่วนที่เหลือ: รีบนำส่วนที่เหลือเก็บเข้าช่องแช่แข็งทันที (-18°C) ห้ามปล่อยให้ละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งซ้ำ
เพราะจะทำให้หมึกเหนียวและคาวครับ
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yukinkomai จากเมืองนีงาตะ เมืองแห่งข้าว
ชูรสชาติราเมงให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยหน่อไม้เมนมะกันค่ะ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย