อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ทำไมต้องแซลมอนรมควัน Latitude 45 ? สัมผัสความต่างของแซลมอนรมควันระดับโลก
Latitude 45 คือแบรนด์แซลมอนรมควันที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพและความพิถีพิถัน โดยคัดสรรปลาจากฟาร์มในประเทศชิลี ณ พิกัดละติจูด 45 องศาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดที่สุดในโลก กระแสน้ำที่เย็นจัดนี้เองที่ช่วยให้แซลมอนสะสมไขมันและ Omega-3 ได้ดีกว่าปกติ ส่งผลให้เนื้อปลามีความนุ่มละมุน ลายไขมันแทรกสวยงาม และมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ Atlantic Salmon จนได้เนื้อที่แน่น สีสีสดสวยธรรมชาติ
ความพิเศษที่เหนือกว่าคือหลักการ "รมควันสดภายใน 24 ชั่วโมง" ซึ่งแตกต่างจากแซลมอนรมควันทั่วไปที่มักใช้ปลาแช่แข็งมาแปรรูป แต่ Latitude 45 เลือกใช้ปลาที่เพิ่งขึ้นจากน้ำ (Fresh, never frozen) เข้าสู่กระบวนการรมควันทันทีภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อล็อคความสดใหม่ไว้ให้ถึงมือคุณ วิธีนี้ช่วยรักษาโครงสร้างกล้ามเนื้อปลาไม่ให้ถูกทำลายจากเกล็ดน้ำแข็ง ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อสัมผัสที่ 'เด้ง' และ 'ฉ่ำ' ราวกับทานปลาสด แต่ได้ความหอมกรุ่นจากการรมควันไม้ธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สัมผัสประสบการณ์การทานที่สะดวกและพรีเมียม
ด้วยเนื้อปลาแซลมอนรมควันชนิดพร้อมรับประทานที่ผ่านการคัดเกรดอย่างดี :
• การตัดสไลซ์ : หั่นสไลซ์บางสม่ำเสมอขนาด 2.5-3.0 มม.
• ขนาดบรรจุ : ในแพ็ค จำนวน 40-42 ชิ้นโดยประมาณ โดยจัดเรียงเป็นระเบียบบนแผ่นกระดาษรอง ทำให้หยิบใช้งานง่าย เนื้อปลาไม่ติดกันเป็นก้อน
• ความเป็นธรรมชาติ: เนื้อปลาอาจพบส่วนเนื้อสีน้ำตาล (Brown meat) เล็กน้อยตามธรรมชาติของชิ้นปลา ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมไขมันและสารอาหารที่มีประโยชน์สูง
สารอาหารที่มากกว่าแค่ความอร่อย
แซลมอนรมควัน Latitude 45 ไม่ใช่แค่เมนูหรู แต่เป็น Superfood สำหรับคนรักสุขภาพ:
• High Protein: โปรตีนสูงถึง 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
• Rich in Omega-3 (DHA/EPA): มีสูงถึง 800 มก. ซึ่งช่วยในเรื่องการทำงานของสมอง
ลดการอักเสบ และบำรุงหัวใจ
• Vitamin D: เสริมสร้างกระดูกและภูมิคุ้มกัน (ซึ่งเป็นวิตามินที่หาได้ยากจากอาหารทั่วไป)
รสชาติที่ลงตัว.. พร้อมทาน
• หอมกลิ่นรมควันไม้ธรรมชาติ กลิ่นชัดแต่สุภาพ ไม่แรง ไม่กลบกลิ่นปลา
• รสนุ่มละมุน เค็มอ่อน ๆ กำลังดี ปรุงรสน้อย ดึงรสหวานธรรมชาติของเนื้อแซลมอนออกมา
• เนื้อแน่น แต่นุ่มลิ้น ไม่แห้ง ไขมันแทรกพอดี ละลายในปาก เคี้ยวแล้วไม่กระด้าง
• รสชาติกลมกล่อม ทานเปล่าอร่อย ไม่จำเป็นต้องปรุงเพิ่ม แต่เข้ากันดีกับเลมอน ครีมชีส หรือผักสด
มาตรฐาน BAP และ Halal
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความปลอดภัยทางอาหารสูงสุด
• Halal Certified: ผ่านการตรวจสอบตามหลักศาสนอิสลาม ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
“น้ำส้มสายชูแดง” หรือ Akazu (อากาสึ) เป็นวัตถุดิบชั้นสูงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศญี่ปุ่น กำเนิดขึ้นในสมัยเอโดะ จากการนำกากสาเกมาหมักบ่มนานถึง 3 ปี จนได้น้ำส้มสายชูสีแดงเข้มที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเชฟซูชินิยมนำมาปรุงรสข้าวเพื่อช่วยถนอมอาหารและขับรสชาติของวัตถุดิบสดให้อร่อยยิ่งขึ้น
ปัจจุบันภูมิปัญญาดั้งเดิมนี้ถูกนำมาต่อยอดเป็น ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง สูตร 2 ที่พัฒนาปรับรสชาติให้นุ่มนวลและกลมกล่อมยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่ม Fiber (ไฟเบอร์) ที่ช่วยให้เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย กระจายตัวได้ดีในปาก และนุ่มละมุน ให้เนื้อสัมผัสราวกับเชฟระดับมืออาชีพมาปั้นเองกับมือ ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับทั้งครัวเรือนและร้านอาหาร เพียงนำไปผสมกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ ก็พร้อมเสิร์ฟทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม ช่วยให้เม็ดข้าวนุ่ม เงางาม หอมละมุน พร้อมมอบรสชาติหวานอมเปรี้ยวและกลมกล่อมด้วยอูมามิที่เป็นเอกลักษณ์ของ Akazu ช่วยชูรสชาติของปลาสดและวัตถุดิบพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นแซลมอน ทูน่า หรือโฮตาเตะ ได้อย่างโดดเด่น ให้คุณสร้างสรรค์เมนูซูชิคุณภาพระดับร้านโอมากาเสะได้ง่าย ๆ สะดวก รวดเร็ว และอร่อยเป๊ะแบบมืออาชีพ!
คุณสมบัติและประโยชน์
• ช่วยให้ข้าวแตกตัวและกระจายตัวในปาก
• น้ำส้มซูชิช่วยควบคุมโครงสร้างข้าว ไม่ใช่แค่รสชาติ (ชะลอการแข็งตัวของข้าว)
• รักษาความอร่อยของข้าวได้นานขึ้น
• ช่วยให้คุณภาพซูชิสม่ำเสมอ แม้เก็บเย็น
• ยกระดับประสบการณ์การกิน
• สนับสนุนซูชิมืออาชีพ
• คุณภาพสม่ำเสมอและเป็นพันธมิตรของคุณภาพข้าว
ขั้นตอนการทำข้าวซูชิ
• หุงข้าวญี่ปุ่นให้สุกตามปกติ
• ขณะที่ข้าวสุกยังร้อนๆ ให้ตักข้าวใส่ชาม(หากเป็นอ่างไม้สำหรับผสมข้าวซูชิจะดียิ่งขึ้น)
• เท ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง ลงบนข้าวร้อนๆ
(สัดส่วนแนะนำ: ซอสประมาณ 10-15% ของน้ำหนักข้าวสุก หรือปรับตามความชอบ)
• ใช้ทัพพีพัด/ตัดข้าวเบาๆ ในแนวเฉียง เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อข้าวอย่างทั่วถึงโดยไม่ทำให้เม็ดข้าวบดขยี้
• พัดให้ข้าวเย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง ก่อนนำไปปั้นซูชิ หรือทำข้าวหน้าต่างๆ
คำแนะนำ
• เก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และพ้นจากแสงแดด
• หลังจากเปิดขวดแล้ว ควรเก็บแช่ในตู้เย็น
• ผลิตภัณฑ์อาจมีตะกอนจากวัตถุดิบ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
ใครเป็นสายชีสบอกเลยว่าต้องมีกรี๊ด! นิสชิน มินิ คัพ รสครีมมีชีส หลังเปิดฝาคือกลิ่นชีสหอมละมุนตีขึ้นจมูกเลย ตัวน้ำซุปเมื่อโดนน้ำร้อนจะกลายเป็นสีเหลืองทอง ดูมีความครีมมี่ข้นกำลังดี รสชาติออกหวานมัน เค็มปลายนิดๆ เหมือนเรากำลังทานพาสต้าซอสครีมในเวอร์ชันบะหมี่ ไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้คือ ลูกชิ้นแผ่นลายโดราเอมอน ที่ลอยเด่นอยู่บนซุปชีส ช่วยสร้างความตื่นเต้นในทุกคำที่ตัก เป็นอะไรที่เข้ากันมาก เส้นบะหมี่ขนาดมินิเหนียวนุ่มอุ้มน้ำซุปชีสได้ดีสุดๆ ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากรสหมูแดงแบบเดิม มาลองรสชีสนี้ดูครับ แล้วจะรู้ว่าความฟินระดับพรีเมียมในถ้วยเล็กๆ มีอยู่จริง!
วิธีต้มแบบ "เน้นความเข้มข้น"
วิธีนี้จะช่วยให้ซุปชีสไม่ใสจนเกินไป และเส้นจะนุ่มหนึบกำลังดี
• เปิดฝาและเตรียม: เปิดฝาฟอยล์ออกแค่ครึ่งเดียว หยิบซองเครื่องปรุง (ถ้ามี) ออกมาเทใส่บนเส้น
• เติมน้ำร้อน "ต่ำกว่าขีด": เคล็ดลับของรสชีสคือ อย่าใส่น้ำเยอะเกินไป ให้เติมน้ำร้อนลงไปต่ำกว่าขีดในถ้วยประมาณ 0.5 เซนติเมตร
เพื่อให้น้ำซุปมีความข้นคล้ายซอสคาโบนาร่า
• ปิดฝารอ 3 นาที: ปิดฝาให้สนิทเพื่อให้ความร้อนระอุจนเส้นนุ่มถึงใจ
"คนให้ทั่ว" คือหัวใจ: เมื่อครบ 3 นาที ให้เปิดฝาแล้วใช้ตะเกียบคนแรงๆ ประมาณ 15-20 วินาที เพื่อให้ผงชีสแตกตัวและผสมกับน้ำร้อนจนกลายเป็นเนื้อครีมข้นๆ ลูกชิ้นโดราเอมอนจะลอยขึ้นมาพร้อมทานแล้วค่ะ
ดองผักให้อร่อยในพริบตา! ด้วย Asazuke no Moto จาก Ebara
Asazuke no Moto จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) เป็นน้ำปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับการทำผักดองสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ และรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “อาซาซึเกะ” (Asazuke) ด้วยรสชาติที่เค็มเล็กน้อย หวานนิดๆ และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ น้ำปรุงนี้ช่วยเสริมรสชาติให้ผักดองอร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เวลานานหรือขั้นตอนยุ่งยาก ผักดองที่ได้จะมีความกรอบ สดชื่น และยังคงรสชาติของผักไว้ได้อย่างดี
Asazuke no Moto จึงกลายเป็นตัวช่วยคู่ครัวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เพราะสามารถใช้ดองผักได้หลากหลายชนิดตามใจชอบ แค่มีผักกับน้ำปรุง ก็ได้เมนูเครื่องเคียงแบบญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและสดใหม่ในไม่กี่นาที!
วิธีใช้
• หั่นผักที่ต้องการหมักเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ลงในถุงซิปล็อก
• เทน้ำปรุงรส "Asazuke no Moto" ลงไปให้ทั่วผัก (ปริมาณการใช้ 100 มล. ต่อผัก 200 กรัม)
• ไล่อากาศออกจากถุงให้มากที่สุด ปิดปากถุงให้แน่น แล้วขยำเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
• นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 หรือนานกว่านั้นตามความชอบ
• จากนั้นนำผักออกมา บีบน้ำส่วนเกินออก (โดยไม่ต้องล้างน้ำเปล่า)เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟทันที
ใครเป็นสายชีสบอกเลยว่าต้องมีกรี๊ด! นิสชิน มินิ คัพ รสครีมมีชีส หลังเปิดฝาคือกลิ่นชีสหอมละมุนตีขึ้นจมูกเลย ตัวน้ำซุปเมื่อโดนน้ำร้อนจะกลายเป็นสีเหลืองทอง ดูมีความครีมมี่ข้นกำลังดี รสชาติออกหวานมัน เค็มปลายนิดๆ เหมือนเรากำลังทานพาสต้าซอสครีมในเวอร์ชันบะหมี่ ไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้คือ ลูกชิ้นแผ่นลายโดราเอมอน ที่ลอยเด่นอยู่บนซุปชีส ช่วยสร้างความตื่นเต้นในทุกคำที่ตัก เป็นอะไรที่เข้ากันมาก เส้นบะหมี่ขนาดมินิเหนียวนุ่มอุ้มน้ำซุปชีสได้ดีสุดๆ ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากรสหมูแดงแบบเดิม มาลองรสชีสนี้ดูครับ แล้วจะรู้ว่าความฟินระดับพรีเมียมในถ้วยเล็กๆ มีอยู่จริง!
วิธีต้มแบบ "เน้นความเข้มข้น"
วิธีนี้จะช่วยให้ซุปชีสไม่ใสจนเกินไป และเส้นจะนุ่มหนึบกำลังดี
• เปิดฝาและเตรียม: เปิดฝาฟอยล์ออกแค่ครึ่งเดียว หยิบซองเครื่องปรุง (ถ้ามี) ออกมาเทใส่บนเส้น
• เติมน้ำร้อน "ต่ำกว่าขีด": เคล็ดลับของรสชีสคือ อย่าใส่น้ำเยอะเกินไป ให้เติมน้ำร้อนลงไปต่ำกว่าขีดในถ้วยประมาณ 0.5 เซนติเมตร
เพื่อให้น้ำซุปมีความข้นคล้ายซอสคาโบนาร่า
• ปิดฝารอ 3 นาที: ปิดฝาให้สนิทเพื่อให้ความร้อนระอุจนเส้นนุ่มถึงใจ
"คนให้ทั่ว" คือหัวใจ: เมื่อครบ 3 นาที ให้เปิดฝาแล้วใช้ตะเกียบคนแรงๆ ประมาณ 15-20 วินาที เพื่อให้ผงชีสแตกตัวและผสมกับน้ำร้อนจนกลายเป็นเนื้อครีมข้นๆ ลูกชิ้นโดราเอมอนจะลอยขึ้นมาพร้อมทานแล้วค่ะ
“เมกมิลค์ สโนว์” นมโคแท้จากฮอกไกโด หอม อร่อย เข้มข้น ต้องลอง!!
สำหรับคนรักอาหารรสจัดจ้านและหลงใหลในความท้าทาย "นิสชิน รสเอ็กซ์ตรีมไก่เผ็ด (แบบแห้ง)" คือคำตอบที่จะมาปลุกต่อมรับรสของคุณให้ตื่นตัว ผลิตภัณฑ์นี้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสไตล์แห้งรสเผ็ดร้อน โดยชูจุดเด่นด้วยการใช้พริกปีศาจ (Ghost Pepper) มาช่วยยกระดับความเผ็ดให้ถึงขีดสุดแบบคูณสอง
ความพิเศษไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ความเผ็ดร้อนเท่านั้น แต่ตัวเส้นบะหมี่ของนิสชินยังถูกพัฒนาให้มีความหนาเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ เมื่อนำไปต้มในเวลาที่เหมาะสม เส้นจะสามารถดูดซับน้ำซอสไก่เผ็ดรสชาติเข้มข้นได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ทุกคำที่ทานได้รับรสชาติที่กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศ และเผ็ดซี้ดสะใจอย่างเท่าเทียม เหมาะมากสำหรับเป็นเมนูคลายเครียดในวันลุย ๆ หรือจะพกติดตัวไปแคมปิ้ง เพิ่มสีสันให้มื้ออาหารกับกลุ่มเพื่อนก็สนุกไม่แพ้กัน
วิธีการทำ (แบบแห้ง)
• ต้มเส้น: นำบะหมี่ใส่ลงในน้ำเดือดปริมาณ 400 มล. ต้มทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อให้เส้นเหนียวนุ่มได้ที่
• เทน้ำออก: เทน้ำร้อนออก โดยเหลือส่วนที่เป็นน้ำไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ (เพื่อช่วยให้คลุกซอสได้ง่ายและไม่แห้ง)
• คลุกเคล้า: ใส่ผงปรุงรสและน้ำมันซอสไก่เผ็ดที่ให้มาในซอง คลุกเคล้าให้เข้ากันดี พร้อมเสิร์ฟความอร่อย
พบกับ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon ของจังหวัดคากาว่า ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ความพิเศษของเมนูวัดกันที่ความอร่อยของเส้นค่ะ
โซบะชาเขียว 1 ใน เมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก
เติมความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ ด้วย “ซอสโอโรชิ โนะ ทาเระ” จาก Ebara (เอบาระ)
ถ้าคุณชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์ร้านปิ้งย่างหรือร้านอิซากายะ ซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดบ้าน ซอสปรุงรสผสมหัวไชเท้าญี่ปุ่น ที่โดดเด่นด้วยรสชาติหอมกลมกล่อมจากโชยุ ผสานกับหัวไชเท้าขูดละเอียด ให้รสสดชื่น ตัดเลี่ยนได้ดี กินแล้วไม่หนักปาก
เหมาะมากสำหรับราดบนเนื้อย่าง หมูย่าง ปลาแซลมอนย่าง หรือแม้แต่ไก่ทอดคาราอาเกะ ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ทันที อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นซอสหมัก ซอสจิ้ม หรือคลุกกับเส้นและผักต่างๆ ได้แบบสารพัดเมนู ใช้ง่าย อร่อยไว เหมือนมีเชฟญี่ปุ่นมาทำให้กินที่บ้าน
วิธีการใช้ / วิธีการทำ
• ซอสขวดนี้ใช้งานง่ายมาก "แค่ราดก็อร่อย" ไม่ต้องปรุงเพิ่ม (ควรเขย่าขวดก่อนใช้เพื่อให้เนื้อหัวไชเท้ากระจายตัว)
• วิธีใช้เป็นน้ำราด/น้ำจิ้ม: ใช้ราดบนสเต็กหมู, สเต็กเนื้อ, หมูทอดทงคัตสึ, หรือใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง (Yakiniku) เมนูชาบูและหมูกระทะ
แนะนำเมนูทำง่าย "หมูผัดซอสไชเท้าขูด" (สำหรับ 2 ที่):
• หั่นเนื้อสัตว์เป็นชิ้นพอดีคำ และหั่นหัวหอมใหญ่ขนาดประมาณ 3 มม.
• ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน ใส่หมู 150 กรัม และหัวหอมใหญ่ 200 กรัม ลงไปผัดจนสุก
• เทซอส Ebara Oroshi no tare ลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากันอย่างรวดเร็วพร้อมเสิร์ฟ
แนะนำเมนูอร่อย
• ข้าวหน้าเนื้อย่างซอสโอโรชิ
• ปลาแซลมอนย่างซีอิ๊วญี่ปุ่น
• สเต๊กหมูซอสหัวไชเท้า
• เห็ดผัดซอสญี่ปุ่น
• อุด้งเย็นราดซอสโอโรชิ
สำหรับคนที่ชอบทานปลาไหลญี่ปุ่นย่างซีอิ๊ว มาทางนี้ค่ะ
ที่ประเทศญี่ปุ่น จะมีเทศกาลวันทานปลาไหล ในช่วงฤดูร้อน เพราะเชื่อว่าหากทานในช่วงเวลานี้จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดทั้งปี เพราะปลาไหลอุดมด้วยคุณค่าทางอาหาร ช่วยให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียจากอากาศที่ร้อน วันนี้เรามีปลาไหลน้ำจืดสายพันธุ์ญี่ปุ่น ที่เนื้อนุ่มแน่น คัดเฉพาะไซส์ใหญ่พิเศษ นำมาย่างจนมีกลิ่นหอม ทาด้วยซีอิ๊วรสชาติเค็มๆ หวานๆ ตามสูตรลับเฉพาะของทางแบรนด์ ยิ่งทาน ยิ่งอร่อย ที่สำคัญราคาไม่แพง!! เพราะราคานี้ ท่านจะได้ทานปลาไหล 1 ตัว!!! ที่สำคัญทำง่ายมาก เพียงแค่ฉีกซอง อุ่นร้อนในไมโครเวฟ เพื่อความอร่อยยิ่งขึ้น ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น เนื้อนุ่มเคี้ยวหนุบ ยิ่งอร่อยค่ะ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาแซลมอน และกำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพดีที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนโคโฮ (Coho Salmon) จากแบรนด์ไอเซน (AYSEN) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนี่คือปลาที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดและได้รับการรับรองคุณภาพ ทำให้คุณมั่นใจในความสดใหม่และรสชาติแบบพรีเมียม
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน คืออะไร?
ปลาแซลมอนโคโฮเป็นปลาแซลมอนอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปลาจากแบรนด์ไอเซน มาจากฟาร์มเลี้ยงในประเทศชิลี ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไอเซน (Aysén) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพสูง เนื้อปลามีสีส้มอมแดงเข้มคล้ายแซลมอนซ็อกอาย (Sockeye Salmon) แต่มีจุดเด่นคือ มีไขมันแทรกน้อยกว่าแซลมอนแอตแลนติก ทำให้เนื้อสัมผัสมีความแน่น ไม่เลี่ยน และเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือรักสุขภาพ
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน ดียังไง?
• ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ: ด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มีแคลอรีต่ำ และยังคงอุดมไปด้วย Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
• คุณภาพระดับซาชิมิ (Sashimi Quality): ปลาแซลมอนของเราได้รับการแปรรูปภายใน 8 ชั่วโมงหลังการจับ และทำทุกขั้นตอนในห้องคุมอุณหภูมิ ทำให้มั่นใจในความสดใหม่และคุณภาพที่เหมาะสำหรับการนำไปทำซาชิมิ
• Trim C: คือมาตรฐานการแล่ปลาที่มีการตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยมีการนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างปลาบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone) ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปทำอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องมาเสียเวลาเลาะก้างเอง
เมนูแนะนำ
เนื้อปลาแซลมอนโคโฮ Trim C เหมาะสำหรับทำอาหารได้หลากหลายเมนู
• ซาชิมิ หรือ ซูชิ: ด้วยคุณภาพระดับซาชิมิ จึงสามารถหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อทานแบบดิบได้อย่างปลอดภัย
• สเต๊กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือทอดในกระทะ จะได้เนื้อที่แน่นและหนังกรอบ
• ปลาแซลมอนอบ: นำไปอบในเตาอบพร้อมกับเครื่องเทศที่คุณชื่นชอบ
• เมนูอื่น ๆ: นำไปประกอบเมนูผัด หรือยำแบบไทย ๆ ก็อร่อยเข้ากัน
วิธีเตรียมปลา
1. นำปลาออกจากช่องแช่แข็ง และนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อละลายน้ำแข็ง
2. เมื่อปลาละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถนำไปล้างและซับน้ำให้แห้ง
3. หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ แล้วนำไปประกอบอาหารได้ทันที
สัมผัสความอร่อยจากทะเลชิลีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ปลาแซลมอนคุณภาพเยี่ยมที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพในครัวของคุณ
มาทำไก่ทอดคาราอาเกะสไตล์จีนกันเถอะ!
Weipa karaage ko ปรับสูตรจากสูตรคาราอาเกะเดิมๆ ให้ออกมาเป็นสไตล์จีน มีรสของกระเทียม ความสไปซี่จากเครื่องเทศ และกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสมเข้ากับเนื้อไก่แล้วนำไปทอด ก็จะได้ลิ้มรสคาราอาเกะที่กรอบอร่อยอย่างไม่จำเจ
ส่วนผสม
- แป้งคาราอาเกะ 1 ซอง
- น้ำเปล่า 80 มล.
- เนื้อไก่ 400-500กรัม
วิธีทำ
1. นำแป้ง และ น้ำ มาผสมและคนให้เข้ากัน
2. หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นนำไปชุบกับแป้งที่ผสมเตรียมไว้
3. ตั้งกระทะและน้ำมัน อุณหภูมิ 165-175 องศา
4. นำไก่ที่ชุปแป้งลงไปทอด ประมาน 3-4 นาที แล้วจึงนำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
ซุปสาหร่ายแสนอร่อย อุดมไปด้วยประโยชน์จากหอยชิจิมิ
เพลิดเพลินไปกับซุปใสแสนอร่อยที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการของหอยชิจิมิ (Shijimi Clam) หอยน้ำจืดของญี่ปุ่นที่อุดมไปด้วยแอล-ออร์นิทีน (L-Ornitine) กรดอะมิโนที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ, ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน, กำจัดสารพิษจากตับ, ช่วยล้างสารพิษที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญตามธรรมชาติของร่างกาย เป็นต้น
เพียง 1 ซอง คุณจะได้รับแอล-ออร์นิทีนสูงถึง 25 มก. เทียบเท่ากับการรับประทานหอยชิจิมิถึง 70 ตัว! มาพร้อมสาหร่ายวากาเมะและหัวหอมอบแห้งที่ช่วยเพิ่มความอูมามิให้ซุปกลมกล่อมยิ่งขึ้น ใครที่ต้องการความสดชื่น ทานง่าย สบายท้อง ต้องไม่พลาดถ้วยนี้ค่ะ
สำหรับคนรักอาหารรสจัดจ้านและหลงใหลในความท้าทาย "นิสชิน รสเอ็กซ์ตรีมไก่เผ็ด (แบบแห้ง)" คือคำตอบที่จะมาปลุกต่อมรับรสของคุณให้ตื่นตัว ผลิตภัณฑ์นี้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสไตล์แห้งรสเผ็ดร้อน โดยชูจุดเด่นด้วยการใช้พริกปีศาจ (Ghost Pepper) มาช่วยยกระดับความเผ็ดให้ถึงขีดสุดแบบคูณสอง
ความพิเศษไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ความเผ็ดร้อนเท่านั้น แต่ตัวเส้นบะหมี่ของนิสชินยังถูกพัฒนาให้มีความหนาเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ เมื่อนำไปต้มในเวลาที่เหมาะสม เส้นจะสามารถดูดซับน้ำซอสไก่เผ็ดรสชาติเข้มข้นได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ทุกคำที่ทานได้รับรสชาติที่กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศ และเผ็ดซี้ดสะใจอย่างเท่าเทียม เหมาะมากสำหรับเป็นเมนูคลายเครียดในวันลุย ๆ หรือจะพกติดตัวไปแคมปิ้ง เพิ่มสีสันให้มื้ออาหารกับกลุ่มเพื่อนก็สนุกไม่แพ้กัน
วิธีการทำ (แบบแห้ง)
• ต้มเส้น: นำบะหมี่ใส่ลงในน้ำเดือดปริมาณ 400 มล. ต้มทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อให้เส้นเหนียวนุ่มได้ที่
• เทน้ำออก: เทน้ำร้อนออก โดยเหลือส่วนที่เป็นน้ำไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ (เพื่อช่วยให้คลุกซอสได้ง่ายและไม่แห้ง)
• คลุกเคล้า: ใส่ผงปรุงรสและน้ำมันซอสไก่เผ็ดที่ให้มาในซอง คลุกเคล้าให้เข้ากันดี พร้อมเสิร์ฟความอร่อย
ชอบทานซุปมิโซะมั้ยคะ การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!
สัมผัสความหอมละมุนของชาเขียวอูจิแท้จากเกียวโต... ในรูปแบบไดฟุกุครีมสุดพรีเมียมจากญี่ปุ่น
คนรักชาเขียวและหลงใหลในขนมญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่พลาด โมจิสอดไส้ครีมรสชาเขียวอูจิ ที่คัดสรรชาเขียวคุณภาพจากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต แหล่งผลิตมัทฉะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติกลมกล่อม มีความขมนิดๆตามเอกลักษณ์ของมัทฉะแท้ ตัดกับความหวานกำลังดี จึงให้รสชาติที่ลงตัว ไม่หวานจนเกินไป
แป้งโมจิผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น ให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น เคี้ยวเพลิน ห่อหุ้มไส้ถั่วกวนผสมชาเขียวที่หอมเข้มข้น ก่อนจะซ่อนครีมนมสดเนียนนุ่มไว้ตรงกลาง เพิ่มความละมุนทุกคำที่รับประทาน พร้อมเมล็ดถั่วแดงเม็ดเล็กที่ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอร่อยในทุกคำ การแช่แข็งทันทีหลังการผลิต จึงช่วยรักษาความสดใหม่ เนื้อสัมผัส และรสชาติของโมจิไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เพียงนำออกจากช่องแช่แข็งพักไว้ประมาณ 10–15 นาที ก็พร้อมอร่อยได้ทันที ให้สัมผัสนุ่มละมุนเหมือนเพิ่งทำสดใหม่ เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของหวานหลังอาหาร ของว่างระหว่างวัน หรือเสิร์ฟคู่ชาเขียว ชาร้อน กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ เพิ่มความพิเศษให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน เหมือนได้ลิ้มรสขนมจากร้านดังในญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเดินทางไกล
วิธีรับประทาน
เนื่องจากเป็นสินค้าแช่เยือกแข็ง เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดควรปฏิบัติดังนี้:
• นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง
• วางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 15 - 20 นาที หรือนำมาไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแป้งและครีมสดคลายตัวนุ่มนิ่มพอดี
• รับประทานทันทีขณะที่ยังมีความเย็นอยู่เล็กน้อย เพื่อสัมผัสไอศกรีมครีมสดและมัทฉะสุดละมุน
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
เพลิดเพลินกับแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแท้ๆ แบบเต็มรสชาติได้ง่ายๆ แค่อุ่น
เคอร์รี ยะ (Curry-ya) เป็นซีรีส์แกงกะหรี่พร้อมทานจากแบรนด์ House ที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่นมากว่า 19 ปี ด้วยรสชาติอันกลมกล่อมเข้มข้นจากเครื่องเทศถึง 29 ชนิด กระบวนการผลิตที่พิถีพิถันกว่า 3 ขั้นตอน ส่วนผสมและระดับความเผ็ดอันหลากหลาย ทำให้คุณสามารถอร่อยกับแกงกะหรี่แบบเต็มรสชาติเหมือนสั่งจากร้านอาหารได้ง่ายๆ ที่บ้าน
สำหรับกล่องสีส้มรสไก่นี้ มีความเผ็ดระดับ 3 (จาก 5 ระดับ) ภายในซองบรรจุมาแบบครบเครื่องทั้งเนื้อไก่ แครอท และมันฝรั่ง เพียงอุ่นด้วยไมโครเวฟหรือน้ำร้อนไม่กี่นาทีแล้วเสิร์ฟกับข้าวญี่ปุ่น หรือจะนำไปทำเมนูอื่นๆ อย่างข้าวแกงกะหรี่อบชีส, ยากิโซบะแกงกะหรี่, อุด้งแกงกะหรี่ หรือกราแตงแกงกะหรี่ก็ได้เช่นกันค่ะ
วิธีรับประทาน
• อุ่นโดยไมโครเวฟ
1. เปิดฝากล่องตรงรอยประ โดยไม่ต้องฉีกปากซองแกงกะหรี่ออก
2. นำกล่องที่บรรจุซองแกงกะหรี่เข้าไมโครเวฟ โดยให้รูที่อยู่มุมซองอยู่ด้านบน
3. อุ่นโดยใช้กำลังไฟและเวลาดังนี้
• กำลังไฟ 500 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที 50 วินาที
• กำลังไฟ 600 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที 20 วินาที
• กำลังไฟ 700 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที
4. นำออกจากไมโครเวฟ ฉีกซอง เทใส่ชามที่เตรียมไว้ พร้อมรับประทาน
• อุ่นโดยการต้มในน้ำร้อน
1. เปิดฝากล่องแล้วนำซองแกงกะหรี่ออกมา
2. ใส่น้ำในหม้อ โดยกะปริมาณให้ท่วมซองแกงกะหรี่ ต้มน้ำให้เดือด
3. นำซองแกงกะหรี่ลงไปแช่ในน้ำเดือด ต้มต่อประมาณ 3-5 นาที
4. นำซองแกงกะหรี่ออกจากหม้อ ฉีกซอง เทใส่ชามที่เตรียมไว้ พร้อมรับประทาน
** ควรฉีกซองด้วยความระมัดระวัง เพราะซอสแกงกะหรี่บางส่วนอาจกระเด็นหรือมีไอน้ำร้อนออกมาได้ **
เชิญเพลิดเพลินกับข้าวผัดสไตล์จีนที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบ
ข้าวผัดเป็นข้าวผัดสไตล์จีนอันโด่งดังซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารที่คนญี่ปุ่นมักรับประทาน คุณสามารถทำข้าวผัดแสนอร่อยได้ คุณยังสามารถรับประทานเองที่บ้านได้อีกด้วย เพียงได้ผงปรุงรสข้าวผัดกุ้งยี่ห้อ Nagatanien นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพียงโรยผงปรุงรสลงในถุงเดียวแล้วผสมกับไข่เพื่อลดระยะเวลาในการปรุงและได้ข้าวผัดที่มีรสชาติกลมกล่อม เพิ่มเนื้อสัตว์และผักที่คุณเลือก เท่านี้ก็พร้อมแล้ว
เคล็ดลับการทำข้าวหน้าเนื้อให้อร่อยอยู่นี่แล้ว
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ความแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปที่คุณไม่ควรมองข้าม!!
มาลองชิมไก่ทอดทัตสึตะอาเกะสไตล์ญี่ปุ่นกันค่ะ
เมนูไก่ทอดเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆ คน เนื้อไก่นุ่มๆ ชุ่มฉ่ำ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้แป้งกรอบๆ แค่คิดก็ฟินแล้วใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งเมนูไก่ชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่นนี่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นมื้อหลักหรือเอาไว้เป็นของทานเล่นก็เคี้ยวเพลินไม่ต่างกัน
เราขอแนะนำไก่ทอดทัตสึตะอาเกะรสชาติเยี่ยมเกรดส่งออก ทำจากสะโพกไก่เนื้อนุ่ม นำมาปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองสูตรพิเศษให้อร่อยกลมกล่อม เพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วยกลิ่นหอมจากกระเทียมและขิงที่ผสานเข้ากันเป็นอย่างดี เคลือบด้วยแป้งที่ไม่หนาจนเกินไป ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ไม่เลี่ยน ไม่ว่าจะอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ นำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือทอดในน้ำมันร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ ค่ะ
มาทำราเมงสไตล์ญี่ปุ่นกันเถอะ
ราเมงรสน้ำมันงา เป็นราเมงรสชาติที่ได้รับความนิยมและขายดีติดอันดับในญี่ปุ่น เมื่อปรุงเสร็จจะได้กลิ่นหอมของงาคั่วอย่างชัดเจน น้ำซุปปรุงรสด้วยโชยุ เพื่อเพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้น ควรเติมเนื้อสัตว์และผักตามชอบ 1 แพ็ค บรรจุ 5 ซอง วิธีทำ 1. ใส่น้ำปริมาณ 500ml. ลงหม้อ ต้มให้เดือด เมื่อน้ำเดือดให้ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 3 นาที 2. ใช้น้ำร้อนเล็กน้อยละลายผงซุปลงในชาม หลังจากเส้นได้ที่แล้วนำเส้นใส่ชาม เติมน้ำที่ต้มเส้นลงไปในถ้วย คนให้เข้ากัน 3. เทน้ำมันงาปรุงรสลงไป เสริ์ฟพร้อมเนื้อสัตว์ หรือผักตามชอบ
การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!
ผสานความอร่อยของมันฝรั่งและฟักทองฮอกไกโดเนื้อเนียน เหนียวนุ่ม กรอบอร่อยกำลังพอดี
โคร็อกเกะจากแบรนด์ซันมารูโกะห่อนี้ ผลิตโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพดีอย่างมันฝรั่งบารอน (だんしゃく, Danshaku) และฟักทองฮอกไกโด ทำให้ได้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม รสชาติหวานมันกลมกล่อมกำลังพอดี นำมาคลุกแป้งและเกล็ดขนมปังแล้วทอดจนเหลืองกรอบ ปราศจากสารเคมีแต่งกลิ่น สี และวัตถุกันเสีย อร่อยง่ายๆ เพียงอุ่นในไมโครเวฟ เสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส นิยมจัดใส่เบนโตะเป็นอาหารกลางวันของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รับประทานเป็นของว่าง หรือรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็เข้ากันได้ดีค่ะ
เจลลี่ใสผสมเนื้อส้ม อร่อย สดชื่น
เจลลี่เนื้อเนียนใส ชุ่มฉ่ำ รสส้มมิคัง ผสมผสานความอร่อยของน้ำส้มและเนื้อส้มมิคังชิ้นใหญ่จุใจ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นผลไม้ สดชื่น ทานง่าย ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์จากเนื้อผลไม้แบบเต็มๆ
ส้มมิคัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ส้มหวานญี่ปุ่น" เป็นผลไม้ยอดนิยมจากแดนอาทิตย์อุทัย ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติหวานฉ่ำ เนื้อสัมผัสชุ่มฉ่ำ ไร้เมล็ด ทานง่าย และอุดมไปด้วยสารอาหารและประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ดังนี้
1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ส้มมิคังอุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
2. ต้านอนุมูลอิสระ: ส้มมิคังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย
3. ดีต่อระบบย่อยอาหาร: ส้มมิคังมีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
4. บำรุงผิวพรรณ: วิตามินซีในส้มมิคังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอริ้วรอย และช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์
5. บำรุงสายตา: ส้มมิคังมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา
6. บำรุงกระดูก: ส้มมิคังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน
7. บำรุงระบบประสาท: ส้มมิคังมีวิตามินบีรวม ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
8. ลดความดันโลหิต: โพแทสเซียมในส้มมิคังช่วยลดความดันโลหิต เหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
9. ป้องกันนิ่วในไต: ใยอาหารในส้มมิคังช่วยชะล้างของเสียในไต ป้องกันการเกิดนิ่วในไต
10. เพิ่มพลังงาน: ส้มมิคังมีน้ำตาลธรรมชาติ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย คลายความอ่อนเพลีย
11. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ: ส้มมิคังมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
12. ป้องกันโรคโลหิตจาง: ส้มมิคังมีธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
ชวนคุณมาลองชิมชาจากเมืองยาคุชิมะ
เมืองยะกุชิมะ (Yakushima) เป็นเกาะเขตร้อนนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของคิวชู บนเกาะจะปกคลุมไปด้วยป่าสนและต้นไม้เก่าแก่ บางต้นมีอายุมากกว่า 100 ปี!! เมืองยากุชิมะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 1993 ด้วยอากาศที่บริสุทธิ์สภาพแวดล้อมเหมาะกับการปลูกชา เพราะอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร ใบชาที่ได้จะมีรสชาติกลมกล่อม และหอมมาก หากท่านไหนที่อยากลองรสสัมผัสใหม่ๆแนะนำค่ะ
วิธีชงชาให้ได้รสชาติแบบดั้งเดิม
1. นำชาออกจากกล่อง 1 ถุง ต่อ 1 ถ้วย
2. ต้มน้ำให้ร้อน เทน้ำลงไปในถ้วย แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที หรือ 1 นาที
3. แกว่งถุงชาเบาๆ และนำออกจากถ้วย
เตรียมเนื้อสัตว์และผักให้พร้อม แล้วมาอร่อยกันกับเมนูยากิโซบะ
หนึ่งในเมนูเส้นยอดนิยมของญี่ปุ่นคงจะหนีไม่พ้นยากิโซบะอย่างแน่นอน คุณสามารถอร่อยกับยากิโซบะรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ที่บ้านแค่มี "Itsuki" ห่อนี้ ภายในห่อบรรจุเส้นโซบะหนานุ่มมาพร้อมซอสที่ทำมาจากเครื่องเทศกว่า 10 ชนิดและความเข้มข้นของผักผลไม้ (วูสเตอร์ซอส) รสชาติกลมกล่อมทั้งเค็ม หวาน เผ็ดและเปรี้ยวเล็กน้อย เพียงแค่เตรียมวัตถุดิบอย่างกะหล่ำปลี, แครอท, หอมหัวใหญ่, และเนื้อสัตว์ที่ชอบแล้วนำมาผัดให้เข้ากัน ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทียากิโซบะร้อนๆ ก็พร้อมเสิร์ฟ สะดวกยิ่งขึ้นด้วยการแพ็คเส้นโซบะแบบสูญญากาศและซองซอสแยกกัน 3 ชุดต่อ 1 ห่อ
วิธีทำ (สำหรับ 1 ที่)
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป 1 ช้อนโต๊ะ ผัดเนื้อสัตว์และผักที่ชอบจนสุก
2. คลายเส้นโซบะออกจากกัน ใส่เส้นลงไปผัดให้เข้ากับส่วนผสมอื่นๆ
3. ใส่ซอสลงไปผัดให้เข้ากันจนกว่าเส้นจะสุกและนุ่มตามต้องการ ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
ซุปมิโซะผสมเนื้อหอยชิจิมิ 70 ตัว อร่อย เข้มข้น!!
ซุปมิโซะเป็นเมนูคู่โต๊ะอาหารญี่ปุ่นที่ใครๆ ก็ติดใจ Honmono Nippon นำเข้าซุปมิโซะกึ่งสำเร็จรูปพร้อมทานจากแบรนด์ Nagatanien ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของญี่ปุ่นมาให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง ซุปมิโซะซองนี้ผสมด้วยเนื้อหอยชิจิมิ 70 ตัว ทำให้รสชาติมีความอร่อยอูมามิ แถมสะดวกสบายเพราะมาในรูปแบบผงที่ละลายง่าย ทำอาหารไม่เก่งก็ไม่ใช่ปัญหา แค่เพียงเทใส่ถ้วยแล้วเติมน้ำร้อนลงไป ซุปมิโซะร้อนๆ ก็พร้อมทานแล้วค่ะ
เครื่องแกงกะหรี่ รสชาติกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่น อร่อยง่ายได้ที่บ้าน
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดก้อน ระดับความเผ็ด 3 (เผ็ดปานกลาง) โดดเด่นด้วยการผสานกลิ่นหอมของเครื่องเทศนานาชนิดอย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารก็สามารถรังสรรค์เมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นได้ง่ายๆที่บ้าน ในหนึ่งกล่องปรุงได้ประมาณ 8 ที่ (แบ่งเป็น 2 ก้อน ก้อนละประมาณ 4 ที่)
วิธีทำสำหรับ 8 ที่
• ตั้งไฟใส่น้ำมันพืชและส่วนผสมต่างๆ ที่หั่นเป็นชิ้นๆ ลงในหม้อ ผัดจนสุกและมีกลิ่นหอม
• เติมน้ำ 1 ลิตร และต้มที่ไฟปานกลาง เคี่ยวต่อประมาณ 15 นาที หากเกิดฟองให้ช้อนฟองออก
• ใส่เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดก้อน ลงไป 1 ก้อน (140 กรัม)
• คนให้เครื่องแกงละลาย จากนั้นปิดฝาแล้วเคี่ยวต่ออีกประมาณ 10 นาที เปิดฝาแล้วคน หากแกงกะหรี่น้ำเข้มข้นแล้วให้ปิดไฟ พร้อมรับประทาน
ใครที่ชอบทานสาหร่าย ห่อนี้คุ้มมากค่ะ
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
จากความพิถีพิถันกลางขุนเขา สู่ขวดนี้ที่สายรักสุขภาพต้องมีติดบ้าน
สายรักสุขภาพที่เสพติดความสดชื่นห้ามพลาด ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม ที่บอกเลยว่าคุ้มค่าและดีต่อร่างกายมากๆ แวบแรกที่เห็นนึกว่าเป็นน้ำส้มสายชูทั่วไป แต่พอได้อ่านฉลากและลองทานดูแล้วคือว้าวมาก เพราะขวดนี้ผสานคุณค่าจากธรรมชาติไว้แบบเต็มๆ:
• น้ำผลไม้เข้มข้นเน้นๆ: มีส่วนผสมของน้ำทับทิมเข้มข้นสูงถึง 42%
• เบสชั้นเลิศจากญี่ปุ่น: ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้รสชาติมีความเปรี้ยวที่นุ่มนวลอมหวานสดชื่น ไม่เปรี้ยวโดดจนแสบคอ
• 0% น้ำตาลทราย: ที่สำคัญที่สุดคือ "ไม่มีการใส่น้ำตาลเพิ่ม" ความหวานละมุนที่ได้มาจากน้ำผลไม้แท้ๆ และหญ้าหวาน (สตีวิออลไกลโคไซด์) ดีต่อคนควบคุมน้ำหนัก สายคีโต และผู้ป่วยเบาหวานสุดๆ
ดื่มตอนไหนก็เฟรช สุขภาพดีได้ทุกวัน
หลังจากที่ได้ลองดื่มช่วงบ่ายๆ ที่กำลังง่วง หรือดื่มหลังจากไปวิ่งออกกำลังกายเสร็จ จะรู้สึกได้ทันทีเลยว่าร่างกายมันเฟรชขึ้น อาการเหนื่อยล้าหายไป แถมวิเนการ์ยังมีส่วนช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ปรับสมดุลร่างกาย และช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้นมาก ท้องไม่อืด ใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มสุขภาพที่อร่อย ดื่มง่าย ได้ประโยชน์เน้นๆ แนะนำให้มีติดตู้เย็นไว้เลยค่ะ เคล็ดลับความฟิน: นำไปผสมโซดาใส่น้ำแข็งเย็นฉ่ำ บอกเลยว่าอร่อยสดชื่นฟินที่สุด
ไอเดียรังสรรค์เมนูสูตรสดชื่น
ส่วนผสม : อิตาเลียนโซดา น้ำส้มสายชูผลไม้ทับทิม
• ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม : 20 มล.
• น้ำโซดาแช่เย็นจัด : 120 - 150 มล.
• น้ำแข็ง : 1 แก้ว (แนะนำน้ำแข็งก้อนเล็กหรือน้ำแข็งบดจะช่วยให้เย็นฉ่ำยิ่งขึ้น)
ส่วนผสม : สูตรสมูทตีทับทิมมิกซ์เบอร์รีกรีกโยเกิร์ต
• น้ำส้มสายชูรสทับทิม : 150 กรัม (25.00%)
• มิกซ์เบอร์รี (ผลไม้แช่แข็ง) : 100 กรัม (16.67%)
• น้ำแข็ง : 300 กรัม (50.00%)
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม (8.33%)
วิธีทำ : ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนเนียนละเอียด พร้อมเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มผลไม้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น
หอมกลิ่นเบอร์รีและทับทิม พร้อมความนุ่มละมุนจากกรีกโยเกิร์ต