หากคุณชอบทานราเมนของนิสชิน นี่คือรสชาติที่คุณห้ามพลาด
นิสชิน (Nissin) ถือเป็นแบรนด์บะหมี่ชื่อดังระดับโลกที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ในซีรีส์ Demae Ramen Bar Noodle นี้ได้นำเสนอราเมงเส้นตรงที่ไม่ผ่านการทอด เมื่อนำมาต้มเพียงไม่กี่นาทีคุณจะได้สัมผัสกับเส้นราเมงเหนียวนุ่มที่เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปรสชาติกลมกล่อม สำหรับห่อสีดำนี้เป็นรสซุปทงคตสึที่เคี่ยวจากกระดูกหมูจนได้รสอูมามิเข้มข้น เพิ่มความหอมด้วยงาและน้ำมันกระเทียมดำที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะวิตามินซี, ซีลีเนียม และโพแทสเซียม ช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือด, ลดความดันโลหิต, ลดน้ำตาลในเลือด, และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น น้ำซุปกลมกล่อมทานคู่กับเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม เพียงเติมเนื้อสัตว์และผักที่ชอบอีกนิดก็อร่อยลงตัวแล้วค่ะ วิธีอร่อยกับ Nissin Bar Ramen 1. ต้มน้ำ 450 มล. ให้เดือด จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไปต้มประมาณ 3 นาที ฉีกซองซุปผง (Soup Base) ใส่ลงในถ้วย 2. เมื่อเส้นสุกได้ที่ ยกลงจากเตา เทน้ำร้อนลงในถ้วยที่เตรียมไว้เพื่อละลายผงซุป จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไป คนให้เข้ากัน 3. ฉีกซองน้ำมันกระเทียมดำ (Black Garlic Oil) ใส่ลงในถ้วย เติมเนื้อสัตว์ ผัก หรือท้อปปิ้งอื่นๆ ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟอร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ผักกาดดองต้มสุกปรุงรสแบบต้นตำรับญี่ปุ่น รสชาติอร่อยกลมกล่อมกำลังพอดี นิยมนำมาทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ, รับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้ม, เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม หรือนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย สะดวกและประหยัดเวลาเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกพร้อมทาน สามารถจัดเสิร์ฟได้ทันที
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yukinkomai จากเมืองนีงาตะ เมืองแห่งข้าว
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่
ใส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่ เป็นสูตรพิเศษที่ผสมกันระหว่าคัสตาร์ดแบบโฮมเมดผสมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่สูตรเข้มข้น อร่อยเข้ากันกับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟูเข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมาณจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว จะทานเป็นขนมทานเล่น หรือทานคู่กับของหวานอื่นๆเช่นไอสกรีมรสโปรดก็เข้ากั๊นเข้ากัน
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมชาเขียว
ไส้ครีมชาเขียวผลิตจาก “อุจิมัทฉะ” ที่เรียกได้ว่าเป็นชาเขียวเกรดที่ดีที่สุด ผสมผสานเข้ากับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟู เข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมานจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้คัสตาร์ดครีม
ไส้คัสตาร์ดผสมวิปครีมที่ผสมกันในสัดส่วนที่บาลานซ์ลงตัว ความหอมหวานจากคัสตาร์ดและความนุ่มนวลของวิปครีม เข้ากับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความนุ่มฟู เข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมานจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ ที่อัดแน่นไปด้วยไส้คัสตาร์ดครีมและครีมช็อคโกแลต
ไส้ข้างในเป็นส่วนผสมของโฮมเมดคัสตาร์ดเข้ากับครีมช็อกโกแลตสดสูตรเข้มข้น พร้อมกับโกโก้รวมกันมาในเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟู เข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมานจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่
ใส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่ เป็นสูตรพิเศษที่ผสมกันระหว่าคัสตาร์ดแบบโฮมเมดผสมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่สูตรเข้มข้น อร่อยเข้ากันกับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟูเข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมาณจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว จะทานเป็นขนมทานเล่น หรือทานคู่กับของหวานอื่นๆเช่นไอสกรีมรสโปรดก็เข้ากั๊นเข้ากัน
"ชูรสชาติราเมงให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยหน่อไม้เมนมะ"
ช่วงฤดูฝนถือเป็นช่วงที่หน่อไม้อร่อยที่สุด เพราะมีรสชาติหวาน กรอบ อวบน้ำ เราจึงได้คัดเลือกหน่อไม้ในฤดูกาลนี้นำมาต้มจนสุกและปรุงรสโชยุเข้มข้นจนเต็มไปด้วยรสชาติอูมามิในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้มีเนื้อนิ่มกรอบ ไม่เละหรือกระด้าง หอมกลิ่นน้ำมันงาและถั่วเหลือง เหมาะสำหรับเป็นเครื่องโรยหน้าอาหารในเมนูราเมง อุด้ง และบะหมี่ญี่ปุ่นแบบอื่นๆ, ใส่ในข้าวผัด, ใช้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือเป็นกับแกล้มก็อร่อยไม่แพ้กัน สะดวกและประหยัดเวลามากยิ่งขึ้นเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกสำเร็จ ทำให้การทานหน่อไม้อร่อยๆ เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนค่ะ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Koshihikari จากจังหวัดนีงาตะ
เป็นพันธุ์ข้าวที่คนญี่ปุ่นนิยมปลูกและรับประทานมากที่สุด เพราะมีรสชาตินุ่มละมุน รสหวาน และเคี้ยวหนึบ จนถูกขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า “ข้าวจากแดนสวรรค์ ” เมื่อหุงจนสุกเม็ดข้าวจะขาวเงางามคล้ายอัญมณี มีความเหนียวเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ แม้จะทิ้งไว้จนเย็นข้าวยังคงมีรสชาติดี นิยมนำมาใช้ทำเมนูซูชิ
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่านคนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆคนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
1. เก็บในที่แห้งและเย็น
2. ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
3. หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
1. คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
2. ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
3. ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์