ซอสเกี๊ยวซ่า (Gyoza Sauce) แบรนด์ เบลฟู้ดส์ (Bell Foods) เป็นเครื่องปรุงรสสำเร็จรูปที่คิดค้นขึ้นเพื่อใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับเกี๊ยวซ่าโดยเฉพาะ เป็นที่ทราบกันดีว่า เกี๊ยวซ่าในประเทศญี่ปุ่นมักจะรับประทานคู่กับน้ำจิ้มที่มีส่วนผสมหลักของโชยุ (Shoyu) หรือซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำส้มสายชู (Vinegar) และน้ำมันพริกเผาญี่ปุ่นที่เรียกว่ารายุ (Rāyu) แต่สำหรับซอสเกี๊ยวซ่าของเบลฟู้ดส์นี้ ได้ถูกปรุงรสชาติมาอย่างพิถีพิถันจากส่วนผสมที่ลงตัว เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
จุดเด่นของซอสเกี๊ยวซ่าเบลฟู้ดส์คือการผสมผสานรสชาติที่สมดุลระหว่างความเค็ม อมเปรี้ยว และเผ็ดเล็กน้อย โดยรสชาติที่โดดเด่นมาจากโชยุญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ ผสมกับความเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูหมัก และความเผ็ดหอมของน้ำมันรายุ ซึ่งช่วยเติมเต็มรสอูมามิของเกี๊ยวซ่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์นี้จึงมีความสะดวกอย่างยิ่ง เพราะไม่ต้องเสียเวลาผสมโชยุ น้ำส้มสายชู และรายุเอง ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับเกี๊ยวซ่ารสชาติดีได้ทันที
แม้ซอสนี้จะถูกออกแบบมาสำหรับเกี๊ยวซ่า แต่ด้วยรสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อม ก็สามารถนำไปใช้เป็นน้ำจิ้มหรือน้ำราดสำหรับอาหารประเภทอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว เช่น น้ำจิ้มสำหรับสเต็กแฮมเบิร์ก (Hamburg Steak) หรือใช้เป็นซอสสำหรับราดเต้าหู้เย็น (Hiyayakko) เพื่อเพิ่มรสชาติที่สดชื่น
วิธีใช้ซอสเกี๊ยวซ่า
1. จัดเรียงเกี๊ยวซ่าที่ทอดหรือนึ่งเสร็จแล้วลงในจาน
2. เทซอสเกี๊ยวซ่าลงในถ้วยเล็ก ๆ
3. จิ้มเกี๊ยวซ่ากับซอส และรับประทานได้ทันที
ลองเปิดประสบการณ์รสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ ด้วยซอสเกี๊ยวซ่าสำเร็จรูปขวดนี้ ที่จะช่วยให้การทำเกี๊ยวซ่าที่บ้านของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
หากคุณชอบทานราเมนของนิสชิน นี่คือรสชาติที่คุณห้ามพลาด
นิสชิน (Nissin) ถือเป็นแบรนด์บะหมี่ชื่อดังระดับโลกที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ในซีรีส์ Demae Ramen Bar Noodle นี้ได้นำเสนอราเมงเส้นตรงที่ไม่ผ่านการทอด เมื่อนำมาต้มเพียงไม่กี่นาทีคุณจะได้สัมผัสกับเส้นราเมงเหนียวนุ่มที่เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปรสชาติกลมกล่อม สำหรับห่อสีดำนี้เป็นรสซุปทงคตสึที่เคี่ยวจากกระดูกหมูจนได้รสอูมามิเข้มข้น เพิ่มความหอมด้วยงาและน้ำมันกระเทียมดำที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะวิตามินซี, ซีลีเนียม และโพแทสเซียม ช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือด, ลดความดันโลหิต, ลดน้ำตาลในเลือด, และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น น้ำซุปกลมกล่อมทานคู่กับเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม เพียงเติมเนื้อสัตว์และผักที่ชอบอีกนิดก็อร่อยลงตัวแล้วค่ะ วิธีอร่อยกับ Nissin Bar Ramen 1. ต้มน้ำ 450 มล. ให้เดือด จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไปต้มประมาณ 3 นาที ฉีกซองซุปผง (Soup Base) ใส่ลงในถ้วย 2. เมื่อเส้นสุกได้ที่ ยกลงจากเตา เทน้ำร้อนลงในถ้วยที่เตรียมไว้เพื่อละลายผงซุป จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไป คนให้เข้ากัน 3. ฉีกซองน้ำมันกระเทียมดำ (Black Garlic Oil) ใส่ลงในถ้วย เติมเนื้อสัตว์ ผัก หรือท้อปปิ้งอื่นๆ ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
เปลี่ยนผักธรรมดาให้กลายเป็นเมนูอร่อยแบบญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ด้วย Otafuku Rakkyozu น้ำส้มสายชูปรุงรสสูตรสำเร็จจากประเทศญี่ปุ่น ที่ผสานรสชาติหวาน กลมกล่อม และอมเปรี้ยว มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ต้องปรุงเพิ่มก็สามารถนำไปดองผักได้ทันที เหมาะสำหรับดองหัวหอม หัวไชเท้า แตงกวา กะหล่ำปลี แครอท หรือผักนานาชนิด ง่ายและประหยัดเวลา โดยไม่ต้องต้มหรือผสมน้ำตาลและเกลือเพิ่ม ให้ได้รสชาติสดชื่น กรอบ อร่อย และช่วยเพิ่มมิติให้กับทุกมื้ออาหาร นอกจากนี้ยังสามารถนำไปทำน้ำสลัด ซอส หรือเมนูหมักต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ผลิตโดย Otafuku แบรนด์เครื่องปรุงชื่อดังของญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ยาวนานในการผลิตซอสและเครื่องปรุงคุณภาพ รสชาติสไตล์ต้นตำรับที่ครัวญี่ปุ่นไว้วางใจ หมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นหรือเมนูเพื่อสุขภาพ
วิธีรับประทาน
• สำหรับเมนูดอง: หั่นผักที่ต้องการ (แตงกวา หัวหอม แครอท) ใส่ภาชนะ จากนั้นเทน้ำส้มสายชูโอตาฟุกุให้ท่วมผัก
ปิดฝาแล้วนำไปแช่ตู้เย็น ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นไป (หรือข้ามคืนเพื่อความเข้มข้น) ก็พร้อมรับประทาน
• สำหรับเมนูราด/น้ำสลัด: สามารถเทราดบนผักสด หรือเนื้อสัตว์ลวกพ่นเพื่อเพิ่มรสชาติกลมกล่อมได้ทันที
ข้อแนะนำ: หลังจากเปิดใช้งานแล้ว ควรปิดฝาให้สนิทและเก็บไว้ในตู้เย็น
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
เหนื่อยๆหรือหิวดึกๆ ต้องเยียวยาด้วยนิสชินรสซุปเกาหลี ฮอตแอนด์สไปซี่ ซองนี้เท่านั้น! ทันทีที่ฉีกซอง กลิ่นหอมกรุ่นของพริกเกาหลีและเครื่องเทศสูตรลับก็โชยมาแตะจมูกชวนน้ำลายสอ ทีเด็ดอยู่ที่ เส้นบะหมี่สีเหลืองทอง หนานุ่ม เหนียวหนึบหนับ สไตล์เกาหลีแท้ๆ ยิ่งตอนต้มในน้ำซุปสีแดงเข้มข้น ควันร้อนๆ โชยฟุ้ง บอกเลยว่าใจสั่น! เมื่อสูดเส้นฉ่ำซุปเข้าปาก สัมผัสแรกคือความเหนียวนุ่มสู้ฟัน ตามด้วยรสชาติซุปเผ็ดร้อนกำลังดี กลมกล่อม เข้มข้น ซดร้อนๆ โล่งคอ อยากฟินขั้นสุดลองตอกไข่เยิ้มๆ วางชีสแผ่นหนา หรือแกล้มกิมจิกรอบๆ ยกร้านหม้อไฟเกาหลีพรีเมียมมาไว้ที่บ้านคุณ อร่อยจัดเต็มจนหยดสุดท้าย แซ่บถึงใจจนหยุดกินไม่ได้จริงๆ
วิธีทำง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน
1. ต้มน้ำให้เดือด: ตั้งน้ำสะอาดประมาณ 400 มล. ให้เดือดพล่าน
2. ต้มเส้นให้หนึบ: ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 3-4 นาที
(เคล็ดลับ: ใช้ตะเกียบคีบเส้นยกขึ้นมาสัมผัสอากาศบ่อยๆ จะช่วยให้เส้นเหนียวนุ่ม เด้งสู้ฟันยิ่งขึ้น)
3. ใส่เครื่องปรุง: เทผงซุปเกาหลีฮอตแอนด์สไปซี่ลงไป คนให้เข้ากันจนละลาย ปิดไฟพร้อมยกเสิร์ฟ
อุด้งหนานุ่ม น้ำซุปเข้มข้น อร่อยเต็มคำ
หากจะกล่าวถึง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่เป็นมากกว่าแค่ความสะดวกสบาย ต้องยกให้ "นิสชิน" แบรนด์ผู้สร้างตำนานแห่งวงการอาหารจากญี่ปุ่น ที่ริเริ่มคิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นเป็นเจ้าแรกของโลกตั้งแต่ปี 1958 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอคุณภาพที่ดีที่สุด นิสชินจึงเป็นที่ยอมรับและครองใจผู้คนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยมาตรฐานญี่ปุ่นที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอน
วันนี้เราขอชวนคุณมาลิ้มลองอีกหนึ่งรสชาติคลาสสิกที่ได้รับความนิยมอย่างสูง นั่นคือ นิสชิน โบวล์ รสน้ำมันงา ที่จะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์
• ความหอมกรุ่นของน้ำมันงาชั้นดี: สิ่งที่ทำให้รสชาตินี้โดดเด่นคือ กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำมันงา ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ผสมผสานลงในน้ำซุปได้อย่างลงตัว สร้างสรรค์รสชาติที่กลมกล่อม ละมุนลิ้น และชวนให้รู้สึกอบอุ่นในทุกๆ คำที่ได้ลิ้มลอง
• เส้นบะหมี่ญี่ปุ่นเหนียวนุ่ม: สัมผัสถึงความพิเศษของเส้นบะหมี่สูตรเฉพาะของนิสชิน ที่มีความ เหนียวนุ่มกำลังพอดี ไม่เละง่าย ให้คุณได้เพลิดเพลินกับการเคี้ยวได้อย่างเต็มที่ รับรสชาติของน้ำซุปได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องการมื้อด่วน มื้อเบาๆ หรือแค่ความอร่อยง่ายๆ ยามท้องร้องยามดึก นิสชิน โบวล์ รสน้ำมันงา คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่พร้อมมอบความอิ่มอร่อยลงตัวให้คุณได้อย่างรวดเร็ว
ให้ทุกมื้อของคุณพิเศษขึ้นด้วยรสชาติที่คุณจะต้องหลงรัก!
เพียงเปิดฝา เติมน้ำร้อน แล้วรอเพียงไม่กี่นาที ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นที่คุ้นเคยก็พร้อมเสิร์ฟตรงหน้าคุณ
1. เปิดฝาจนถึงเส้นประ ใส่ผงซุปและเครื่องปรุงอบแห้งลงในถ้วย
2. เติมน้ำร้อนลงไปจนถึงเส้นบอกระดับภายในถ้วย ปิดฝาแล้วรอประมาณ 3 นาที
3. เปิดฝาแล้วใส่น้ำมันปรุงรส คนให้เข้ากัน พร้อมรับประทานค่ะ
สาหร่ายเกรดพรีเมี่ยม ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้านเลือกใช้
เพลิดเพลินไปกับเนื้อสัมผัสของซุปกระดูกหมูเข้มข้นสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม
เพลิดเพลินกับราเมนรสโชยุในสไตล์โตเกียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่
ใส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่ เป็นสูตรพิเศษที่ผสมกันระหว่าคัสตาร์ดแบบโฮมเมดผสมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่สูตรเข้มข้น อร่อยเข้ากันกับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟูเข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมาณจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว จะทานเป็นขนมทานเล่น หรือทานคู่กับของหวานอื่นๆเช่นไอสกรีมรสโปรดก็เข้ากั๊นเข้ากัน
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ ที่อัดแน่นไปด้วยไส้คัสตาร์ดครีมและครีมช็อคโกแลต
ไส้ข้างในเป็นส่วนผสมของโฮมเมดคัสตาร์ดเข้ากับครีมช็อกโกแลตสดสูตรเข้มข้น พร้อมกับโกโก้รวมกันมาในเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟู เข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมานจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้คัสตาร์ดครีม
ไส้คัสตาร์ดผสมวิปครีมที่ผสมกันในสัดส่วนที่บาลานซ์ลงตัว ความหอมหวานจากคัสตาร์ดและความนุ่มนวลของวิปครีม เข้ากับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความนุ่มฟู เข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมานจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่
ใส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่ เป็นสูตรพิเศษที่ผสมกันระหว่าคัสตาร์ดแบบโฮมเมดผสมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่สูตรเข้มข้น อร่อยเข้ากันกับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟูเข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมาณจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว จะทานเป็นขนมทานเล่น หรือทานคู่กับของหวานอื่นๆเช่นไอสกรีมรสโปรดก็เข้ากั๊นเข้ากัน
เมื่อนึกถึง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่เป็นมากกว่าแค่อาหารมื้อด่วน แต่คือตำนานแห่งวงการอาหาร ชื่อของ "นิสชิน" ต้องเป็นอันดับแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึงอย่างแน่นอน ด้วยจุดเริ่มต้นจากญี่ปุ่นในปี 1958 นิสชินคือผู้บุกเบิกและผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายแรกของโลก ที่ได้ปฏิวัติวิถีการกินของผู้คนทั่วโลกไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยปรัชญาที่มุ่งมั่นนำเสนอแต่สิ่งที่ดีที่สุด นิสชินจึงยืนหยัดด้วยคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์สไตล์ญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้
วันนี้เราขอชวนคุณมาสัมผัสความอร่อยลึกซึ้งของราเมนยอดนิยม นิสชิน โบวล์ รสซุปทงคตสึ ที่พร้อมมอบประสบการณ์ความหอม มัน เข้มข้นถึงใจ
• ซุปทงคตสึเข้มข้น หอมมัน: เอกลักษณ์โดดเด่นของรสชาตินี้คือ น้ำซุปทงคตสึ ที่ผ่านการเคี่ยวอย่างพิถีพิถันจนได้ความเข้มข้น หอมมัน กลมกล่อมลึกซึ้งในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ ให้รสชาติที่ละมุนลิ้น
• เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม ตามแบบฉบับนิสชิน: สัมผัสถึงความพิเศษของเส้นบะหมี่ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องของนิสชิน ที่มีความ เหนียวนุ่มกำลังดี ให้คุณได้สัมผัสถึงเนื้อสัมผัสของเส้นที่เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปเข้มข้น
ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่คุณต้องการมื้อที่อิ่มอร่อย มื้อที่ต้องการความสะดวกสบาย หรือแม้แต่ช่วงเวลาพักผ่อนที่อยากได้อะไรทานง่ายๆ แต่ได้รสชาติเต็มๆ นิสชิน โบวล์ รสซุปทงคตสึ คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ ด้วยปริมาณที่กำลังพอดี อิ่ม อร่อยได้ไม่ว่าจะเวลาไหน
มาลิ้มลองความอร่อยเข้มข้นของนิสชิน รสซุปทงคตสึ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมบะหมี่ถ้วยนี้ถึงเป็นที่รักของใครหลายคน!
เพียงเปิดฝา เติมน้ำร้อน แล้วรอเพียงไม่กี่นาที ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นที่คุ้นเคยก็พร้อมเสิร์ฟตรงหน้าคุณ
1. เปิดฝาจนถึงเส้นประ ใส่ผงซุปและเครื่องปรุงอบแห้งลงในถ้วย
2. เติมน้ำร้อนลงไปจนถึงเส้นบอกระดับภายในถ้วย ปิดฝาแล้วรอประมาณ 3 นาที
3. เปิดฝาแล้วใส่น้ำมันปรุงรส คนให้เข้ากัน พร้อมรับประทานค่ะ
รสชาติแห่งความอบอุ่นจากหัวใจญี่ปุ่นถึงบ้านคุณ
ถ้าพูดถึงขนมญี่ปุ่นที่เรียบง่ายแต่กินแล้วอบอุ่นใจ “โอฮากิ (Ohagi)” คือหนึ่งในเมนูที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเปลี่ยนผ่านฤดูกาล ขนมชนิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของหวานธรรมดา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนในการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ
ความพิเศษของ โอฮากิ คินาโกะ (Ohagi Kinako) ถุงนี้ อยู่ที่การผสมผสานที่ลงตัวในทุกสัมผัส:
• ข้าวเหนียวญี่ปุ่น: เคี่ยวจนนุ่มหนึบกำลังดี ให้เนื้อสัมผัสที่เคี้ยวสนุก
• ไส้ถั่วแดงกวน: ซ่อนอยู่ด้านในด้วยรสชาติหวานละมุน กลมกล่อม ไม่เลี่ยน
• ผงคินาโกะ (Kinako): ปิดท้ายด้วยการโรยผงถั่วเหลืองคั่วบดละเอียดคุณภาพเยี่ยม ที่ให้กลิ่นหอมนวลเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เสน่ห์ของโอฮากิอยู่ที่ความ "เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง" เป็นขนมที่ให้พลังงานและดีต่อใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทานคู่กับน้ำชาร้อนๆ ในยามบ่าย เพื่อสร้างช่วงเวลาที่ผ่อนคลายและพิเศษยิ่งขึ้น มาในรูปแบบแช่แข็งที่คงความสดใหม่แบบต้นตำรับ สะดวกสบายเพียงแค่ละลายในอุณหภูมิห้อง ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ที่ต้องการเมนูขนมหวานพรีเมียม หรือสายหวานที่อยากมีขนมดีๆ ติดตู้เย็นไว้เติมความสุขได้ทุกเวลาครับ
วิธีทาน / วิธีการใช้
• การเตรียม: นำขนมออกจากช่องแช่แข็งมาวางละลายในอุณหภูมิห้องประมาณ 1-2 ชั่วโมง (จนเนื้อข้าวเหนียวนุ่มลง)
• ข้อแนะนำ: ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟด้วยไฟแรง เพราะอาจทำให้ข้าวเหนียวแฉะหรือเสียรูปทรง
• ไอเดียความอร่อย:
- ทานคู่กับ ชาเขียวร้อน หรือ มัทฉะ เพื่อตัดรสหวาน
- เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาเพื่อทำเป็นเมนูของหวานฟิวชัน
- จัดใส่จานสวยงามสำหรับรับรองแขกในงานเลี้ยง
แนะนำอาหาร
• ชาเขียวมัทฉะ
• โฮจิฉะ (ชาเขียวคั่ว)
• ไอศกรีมวานิลลา
• เซ็ตเบนโตะญี่ปุ่นปิดท้ายด้วยของหวาน
เบื่อไหมกับการอยากกินเมนูผัดผักสไตล์จีนรสชาติเข้มข้น แต่ต้องมานั่งตวงซอสหอยนางรม โชยุ เหล้าจีน และน้ำมันงาให้วุ่นวาย แถมปรุงกี่ครั้งรสชาติก็ไม่เคยเหมือนเดิม?
เปลี่ยนครัวที่บ้านให้กลายเป็นเหลาอาหารจีนสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ด้วยซอสปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับเมนู “ชินเจาโรสุ” หรือเนื้อผัดพริกหวานยอดฮิตจากญี่ปุ่น เพียงแค่ผัดเนื้อสัตว์กับพริกหวานและหน่อไม้ แล้วเติมซอสลงไป ก็ได้กลิ่นหอมเข้มข้นของน้ำมันหอย โชยุ และเครื่องเทศสไตล์จีนที่เคลือบทุกชิ้นอย่างลงตัว รสชาติกลมกล่อม เค็มหวานพอดี อร่อยเหมือนเชฟภัตตาคารทำเอง ไม่ว่าจะทำมื้อเย็นง่ายๆ ให้ครอบครัว หรือเตรียมข้าวกล่อง Bento ไปทำงาน ซอสขวดนี้ก็ช่วยเปลี่ยนวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นเมนูสุดพิเศษได้ในไม่กี่นาที ✨
วิธีการทำ
ส่วนผสมสำหรับ 3 ท่าน (ใช้ซอสประมาณครึ่งขวด หรือ 115 กรัม)
• เนื้อวัวหรือเนื้อหมูเส้น 200 กรัม
• พริกหวานหั่นเส้น 180 กรัม (ประมาณ 6 ลูกกลาง)
• หน่อไม้ต้มหั่นเส้น 200 กรัม
• น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการทำ
• หั่นเนื้อสัตว์ พริกหวาน และหน่อไม้ต้ม ให้เป็นเส้นๆ เตรียมไว้
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชให้ร้อน นำเนื้อสัตว์ลงไปผัดจนสุก ตามด้วยพริกหวานและหน่อไม้ ผัดให้เข้ากัน
• เมื่อผักเริ่มนิ่มและสุกได้ที่ ให้เทซอสลงไปประมาณครึ่งขวด (115 กรัม)
• ผัดคลุกเคล้าให้ซอสเคลือบจนทั่วและเดือดเล็กน้อย พร้อมตักเสิร์ฟร้อนๆ
หากคุณชอบทานราเมนของนิสชิน นี่คือรสชาติที่คุณห้ามพลาด
อร่อยกับข้าวหน้าหมูสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
ราเมนรสชาติ signature จากแบรนด์นิสชิน
ยากิโซบะรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ อร่อย เข้มข้น
วาราบิโมจิ...ความนุ่มหนึบที่ละลายในปาก สัมผัสรสชาติญี่ปุ่นดั้งเดิมแท้ๆ ที่คุณต้องหลงรัก
หากคุณกำลังมองหาขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ขอแนะนำ "วาราบิโมจิ โรยผงถั่วเหลือง" ขนมดั้งเดิมที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นแป้งที่สกัดจากรากของต้นวาราบิ (เฟิร์นชนิดหนึ่ง) ผสมกับน้ำและน้ำตาล แล้วนำไปกวนจนได้เนื้อสัมผัสใส เงา และ นุ่มเด้ง แต่ยังคงความยืดหยุ่นและความหนึบหนับแบบโมจิ ทำให้เป็นขนมที่ละลายในปาก ขนมนี้ถูกคลุกเคล้าอย่างพิถีพิถันด้วย ผงถั่วเหลืองคินาโกะ (Kinako) ที่ผ่านการคั่วจนหอมกรุ่น ให้รสชาติถั่วอันเข้มข้นที่เข้ากันได้ดีกับความหวานอ่อนๆ และราดด้วย คุโรมิสึ หรือน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายดำ(จากน้ำตาลทรายดำโอกินาวา) เพื่อเพิ่มรสชาติอันกลมกล่อม เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่าย ทานคู่กับชาเขียวร้อนๆ หรือจะเสิร์ฟเป็นของหวานปิดท้ายมื้ออาหาร ก็อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีเตรียมก่อนรับประทาน
• นำออกจากช่องแช่แข็ง
- นำวาราบิโมจิออกจากช่องแช่แข็ง โดยยังไม่แกะห่อ ปล่อยให้น้ำแข็งคลายตัวเองตามธรรมชาติ
• รอให้ละลายที่อุณหภูมิห้อง
ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30–60 นาที (ขึ้นอยู่กับขนาดและอุณหภูมิห้อง)
- เนื้อโมจิควรนุ่ม เด้ง และเย็นกำลังดี
- ไม่ควรเร่งโดยการนำเข้าไมโครเวฟ เพราะจะทำให้เนื้อเสียสัมผัส
• จัดเสิร์ฟ
- เมื่อละลายแล้ว สามารถแกะห่อ จัดลงจาน และ โรยผงคินาโกะ (Kinako) หรือราดซอสคุโระมิตสึ (Kuromitsu) ตามชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
เอาใจสายแซ่บ ด้วยซุปทงคตสึกลมกล่อมผสานความเผ็ดร้อนจากเครื่องเทศ
อิ่มอร่อยกับราเมนรสเนื้อสไตล์ฮ่องกง ง่ายๆ ใน 3 นาที
สาหร่ายวากะเมะได้รับการยกย่องในญี่ปุ่นว่าเป็น "ผักแห่งท้องทะเล" เนื่องจากอุดมไปด้วยแร่ธาตุและเติบโตในกระแสน้ำทะเลอันบริสุทธิ์ แบรนด์ คาเนตะ (Kaneta) ตั้งใจพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบ แต่ยังคงต้องการอาหารที่มีคุณภาพและรสชาติดี โดยการนำสาหร่ายสดมาตัดแต่งให้ได้ขนาดมาตรฐานที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทาน จากนั้นนำไปอบแห้งอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้สาหร่ายที่สะอาด ปลอดภัย และคืนตัวได้อย่างรวดเร็วเหมือนพึ่งเก็บมาจากทะเล
ความพิเศษของสาหร่ายซองนี้คือความสะดวกสบายขั้นสุด เพียงแค่หยิบออกมาแช่น้ำธรรมดา 4-5 นาที หรือนำไปผ่านน้ำร้อนเพียงครู่เดียว สาหร่ายแห้งจะค่อยๆ แผ่ขยายตัวคืนรูปกลับมาเป็นสาหร่ายวากะเมะสีเขียวสดใสที่มีความนุ่มแต่แฝงไปด้วยความกรุบเด้งเคี้ยวสนุก พร้อมเสิร์ฟลงในถ้วยซุปหรือจานสลัดของคุณได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งหั่นอีกต่อไป ตอบโจทย์แม่บ้านยุคใหม่และผู้ที่รักสุขภาพอย่างแท้จริง
วิธีใช้ / วิธีรับประทาน
• หยิบสาหร่ายอบแห้งในปริมาณที่ต้องการใส่ลงในถ้วย
• เติมน้ำสะอาด ทิ้งไว้ประมาณ 4-5 นาที เพื่อให้สาหร่ายขยายตัวและคืนรูปเต็มที่
• บีบน้ำออกเบาๆ ให้แห้งหมาด พร้อมนำไปประกอบอาหารหรือเสิร์ฟได้ทันที
ข้อควรระวัง: สาหร่ายจะขยายตัวขึ้นอีกหลายเท่าหลังจากแช่น้ำ ควรใส่ในปริมาณที่พอเหมาะ
เมนูแนะนำ
• ซุปมิโซะ : ใส่สาหร่ายวากะเมะลงในซุปมิโซะร้อนๆ ตอนสุดท้ายก่อนยกลง เพื่อความกลมกล่อม
• ท็อปปิ้งบะหมี่สำเร็จรูป/อุด้ง/ราเมน: โรยใส่ในชามเส้นเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารและสีสันให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น
• สลัดสาหร่ายวากะเมะ: ผสมกับแตงกวาญี่ปุ่นสไลด์ ราดด้วยน้ำสลัดงาญี่ปุ่นหรือน้ำส้มสายชูหมัก ได้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น
วิธีการเก็บรักษา
• ปิดซิปให้แน่น: ปิดถุงซิปล็อกให้สนิททันทีหลังใช้งาน ป้องกันลมและความชื้นเข้า
• เก็บที่แห้งและเย็น: วางในที่แห้ง พ้นแสงแดด และห่างจากความร้อนหรือเตาไฟ
• แยกจากของกลิ่นแรง: หลีกเลี่ยงการวางใกล้ของกลิ่นฉุน เพราะสาหร่ายดูดกลิ่นง่ายมาก
• แช่น้ำแล้วใช้ไม่หมด: บีบน้ำให้หมาด ใส่กล่องปิดสนิท แช่ตู้เย็นช่องธรรมดา และควรทานให้หมดภายใน 1-2 วัน
เมื่อนึกถึง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่เป็นมากกว่าแค่อาหารมื้อด่วน แต่คือตำนานแห่งวงการอาหาร ชื่อของ "นิสชิน" ต้องเป็นอันดับแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึงอย่างแน่นอน ด้วยจุดเริ่มต้นจากญี่ปุ่นในปี 1958 นิสชินคือผู้บุกเบิกและผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายแรกของโลก ที่ได้ปฏิวัติวิถีการกินของผู้คนทั่วโลกไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยปรัชญาที่มุ่งมั่นนำเสนอแต่สิ่งที่ดีที่สุด นิสชินจึงยืนหยัดด้วยคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์สไตล์ญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้
วันนี้เราขอชวนคุณมาลิ้มลองอีกหนึ่งรสชาติคลาสสิกที่ครองใจคนทั่วโลก นั่นคือ นิสชิน โบวล์ รสไก่ ในขนาด 103 กรัม ที่พร้อมมอบความอร่อยกลมกล่อมในแบบที่คุ้นเคย
• น้ำซุปไก่หอมกรุ่น กลมกล่อม: เอกลักษณ์ของรสชาตินี้คือน้ำซุปที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถันจนได้ความหอมของไก่และเครื่องปรุงรสในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ ให้รสชาติที่ กลมกล่อม นุ่มนวล และอบอุ่นในทุกคำ เป็นรสชาติที่ทานง่าย อร่อยได้ทุกคน
• เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม ตามแบบฉบับนิสชิน: สัมผัสถึงความพิเศษของเส้นบะหมี่ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องของนิสชิน ที่มีความ เหนียวนุ่มกำลังดี ไม่เละง่าย ให้คุณได้สัมผัสถึงเนื้อสัมผัสของเส้นที่เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปเข้มข้น
ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่คุณต้องการมื้อที่อิ่มอร่อย มื้อที่ต้องการความสะดวกสบาย หรือแม้แต่ช่วงเวลาพักผ่อนที่อยากได้อะไรทานง่ายๆ แต่ได้รสชาติเต็มๆ นิสชิน โบวล์ รสไก่ ในขนาด 103 กรัม คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ ด้วยปริมาณที่กำลังพอดี อิ่มอร่อยได้ไม่ว่าจะเวลาไหน
เพียงเปิดฝา เติมน้ำร้อน แล้วรอเพียงไม่กี่นาที ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นที่คุ้นเคยก็พร้อมเสิร์ฟตรงหน้าคุณ
1. เปิดฝาจนถึงเส้นประ ใส่ผงซุปและเครื่องปรุงอบแห้งลงในถ้วย
2. เติมน้ำร้อนลงไปจนถึงเส้นบอกระดับภายในถ้วย ปิดฝาแล้วรอประมาณ 3 นาที
3. เปิดฝาแล้วใส่น้ำมันปรุงรส คนให้เข้ากัน พร้อมรับประทานค่ะ
มาลิ้มลองความอร่อยกลมกล่อมของนิสชิน รสไก่ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมบะหมี่ถ้วยนี้ถึงเป็นที่รักของใครหลายคน!
สายกินห้ามพลาดกับเมนูสุดฟิน ที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาของคุณให้พิเศษขึ้น สัมผัสความอร่อยเต็มๆคำกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความกรอบนอกจากเกล็ดขนมปังสีทอง และความนุ่มในของครีมซอสสูตรเข้มข้น รสชาติหวานมัน กลมกล่อม ละมุนลิ้น ผสานเนื้อกุ้งเด้งๆ ด้านในที่เข้ากันได้อย่างลงตัว กินกี่ทีก็ไม่เบื่อ แถมสะดวกสุดๆ เพียงหยิบออกจากตู้เย็นแล้วนำทอดด้วยกระทะ หรือถ้าอยากได้ความกรอบฟูขั้นสุด เพียงอุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันแปบเดียว ก็จะได้โคร็อกเกะร้อนๆ เหมือนเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ จะทานเล่นเป็นของว่างยามบ่ายจิ้มซอสทงคัตสึหรือมายองเนสก็เคี้ยวเพลิน หรือจะนำไปวางท็อปบนข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นร้อนๆ ทำเป็นมื้อหลักก็อร่อยฟินอิ่มท้อง ยิ่งทานตอนร้อนๆ ครีมซอสข้างในเยิ้มๆ บอกเลยว่าฟินมากๆ แค่มีโคร็อกเกะกล่องนี้ติดตู้เย็นไว้ก็อุ่นใจ อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีอร่อยกับ "โคร็อกเกะครีมกุ้ง" (ทำง่าย สะดวก รวดเร็ว)
เนื่องจากเป็นสินค้าอาหารพร้อมทานแช่แข็ง สามารถเลือกอุ่นร้อนได้ตามความสะดวก 2 รูปแบบ
แบบทอดด้วยกระทะ
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วม ใช้ไฟปานกลางจนน้ำมันร้อน
• นำโคร็อกเกะลงไปทอดซ้ำสั้น ๆ ประมาณ 1 - 2 นาที จนเกล็ดขนมปังฟูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสม่ำเสมอ
• ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ จะได้รสสัมผัสที่กรอบฟูฉ่ำ ตามแบบฉบับโคร็อกเกะดั้งเดิมในร้านอาหารญี่ปุ่น
แบบหม้อทอดไร้น้ำมัน
• นำโคร็อกเกะครีมกุ้งออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องทำละลาย)
• ใส่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 180°C เป็นเวลาประมาณ 8 - 10 นาที
• พลิกกลับด้านในนาทีที่ 5 เพื่อให้เกล็ดขนมปังกรอบสีเหลืองทองเท่ากันทั้งสองด้าน แป้งด้านนอกจะกรอบกรุบเหมือนทอดใหม่ ๆ แต่ไร้น้ำมันส่วนเกิน ส่วนครีมซอสด้านในละมุนเยิ้มสะใจ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
หากพูดถึงเมนูเส้นที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น หนึ่งในเมนูที่หลายคนรู้จักคือ วุ้นเส้นผัดซอส เมนูนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารจีน แต่ถูกปรับรสชาติให้กลมกล่อมและเข้ากับสไตล์การกินของชาวญี่ปุ่น จึงมีรสเผ็ดกำลังดี หอมเครื่องเทศ และมีความกลมกล่อมมากขึ้น วุ้นเส้นที่ใช้มีความเหนียวนุ่ม ดูดซับซอสได้ดี ทำให้ทุกคำเต็มไปด้วยรสชาติของซอสหมาล่าที่เข้มข้น ภายในซองมีทั้งวุ้นเส้นและซอสปรุงรสพร้อมเครื่องปรุงต่าง ๆ ทำให้สะดวกในการทำ เพียงเติมน้ำแล้วเคี่ยวไม่กี่นาที ก็ได้เมนูวุ้นเส้นผัดซอสหอม ๆ ที่อร่อยเหมือนทำจากร้านอาหาร เมนูนี้ยังสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย เช่น ใส่หมูสับ เต้าหู้ เห็ด หรือผักต่าง ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและทำให้มื้ออาหารสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับทั้งคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น คนรักเมนูเส้น และคนที่ต้องการเมนูง่าย ๆ แต่รสชาติอร่อยระดับพรีเมียม 1 ซองสามารถทำทานได้ถึง 3 ที่ สามารถเพิ่มคุณค่าทางอาหารและรสชาติให้ดียิ่งขึ้น โดยการเติม ผักสด (เช่น ต้นหอมญี่ปุ่น), เนื้อสัตว์เพิ่มเติม (เช่น หมูสับหรือกุ้ง) หรือเสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ จะเข้ากันดี
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
วิธีทำด้วยกระทะ :
• เตรียมเห็ดหูหนู, หน่อไม้, หมูสับ, แครอทและพริก ในปริมาณที่พอดีกับซอสในซอง
• เตรียมน้ำสะอาด 400 มล. ฉีกซองวุ้นเส้นแห้งเทลงไป คนเฉยๆ จนเดือด
• ใส่ วุ้นเส้น ลงไป ต้มประมาณ 2 นาทีจนวุ้นเส้นเริ่มคลายตัว
• ให้ใส่วัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงในกระทะ คนเบา จนทุกอย่างสุกจากนั้นฉีกซองซอสมาโบะ ปรุงรสชนิดเผ็ดเข้มข้นเทลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นเคี่ยวต่อประมาณ 3-5 นาที ตักใส่จานพร้อมรับประทาน
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น,
เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น, เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ในรูปแบบที่ง่ายกว่าเดิม ซุปหูฉลามสูตรนี้เน้นความลงตัวของ "ซอสโชยุ" และน้ำซุปสกัดจากโครงไก่และหมู ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ตามแบบฉบับอาหารกวางตุ้งแท้ๆ เนื้อซุปมีความข้นกำลังดี เมื่อทานคู่กับหูฉลามและเห็ดหูหนูจะให้สัมผัสที่กรุบกรอบและนุ่มละมุนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับเป็นเมนูบำรุงร่างกายหรืออาหารจานพิเศษสำหรับครอบครัว หากพูดถึงเมนูระดับตำนานที่ครองใจเหล่านักชิมมาอย่างยาวนาน "ซุปหูฉลาม" คือหนึ่งในลิสต์อันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และการเคี่ยวน้ำซุปที่ต้องใช้ความพิถีพิถันขั้นสูง แต่จะดีแค่ไหน... ถ้าเราสามารถยกเอาบรรยากาศและรสชาติระดับภัตตาคารหรูจากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ที่โต๊ะอาหารในบ้านได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที ซุปหูฉลามเข้มข้นซองนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ซุปกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่ส่งตรงมาจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งที่มีการคัดสรรวัตถุดิบจากทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะหูฉลามที่ผ่านการคัดไซส์และคุณภาพอย่างละเอียด ผสมผสานกับภูมิปัญญาการปรุงอาหารสไตล์กวางตุ้งที่เน้นการดึงรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด
วิธีการปรุงอาหาร
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
*** นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ข้าวต้ม ชะวันมูชิ และบะหมี่เกี๊ยว
เคล็ดลับความอร่อย
• ตัดเลี่ยน: แนะนำให้เหยาะ จิ๊กโฉ่ว (ซอสเปรี้ยว) และ พริกไทยขาว เล็กน้อย จะช่วยชูรสชาติโชยุให้เด่นชัดและกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• เพิ่มเครื่อง: สามารถเติมเนื้อปูแกะ, กุ้งสับ หรือเห็ดหอมซอยลงไปต้มพร้อมซุป เพื่อเพิ่มความหรูหราและเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้นครับ
สายเผ็ด สายชีส เตรียมฟินให้สุดกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่รวมความเผ็ดร้อนสไตล์เกาหลีและความหอมมันของชีสไว้ในชามเดียวอย่างลงตัว เพียงต้มเส้นแล้วคลุกกับซอส ก็ได้สัมผัสเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มที่เคลือบด้วยซอสไก่เผ็ดรสเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศสไตล์เกาหลี ช่วยปลุกความอยากอาหารได้ตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง ก่อนจะตามมาด้วยความนัวร์ละมุนของชีสที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ยิ่งกินยิ่งเพลิน เพราะทุกคำเต็มไปด้วยความเผ็ดกำลังดี ผสานความหอมมันแบบพอดี ไม่เผ็ดจนเกินไป และไม่เลี่ยนจนเกินเหตุ กลายเป็นรสชาติที่ลงตัวจนอยากคีบต่อแบบไม่รู้ตัว เพิ่มความอร่อยได้อีกขั้นด้วยไข่ออนเซ็น ไข่ดาวเยิ้ม ๆ ชีสยืด หรือไก่ทอดกรอบสไตล์เกาหลี รับรองว่าฟินเหมือนได้นั่งกินร้านดังโดยไม่ต้องออกจากบ้าน เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน มื้อเย็น หรือมื้อดึกยามหิวก็อร่อยสะใจทุกเวลา
ขั้นตอนการทำ (สูตรแห้งเข้มข้น)
• ต้มเส้น: ต้มน้ำสะอาดประมาณ 400-500 มล. ให้เดือดจัด จากนั้นนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที (สามารถปรับเวลาได้ตามความชอบว่าชอบเส้นนุ่มระดับไหน)
• รินน้ำออก: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รินน้ำออก แต่ห้ามรินออกจนแห้งสนิท แนะนำให้เหลือน้ำขลุกขลิกไว้ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ เพื่อช่วยให้ผงปรุงรสและชีสละลายเคลือบเส้นได้เนียนนุ่ม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• คลุกเคล้าความอร่อย: ใส่ผงปรุงรสไก่เผ็ดและผงชีสลงไป จากนั้นคนคลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นอย่างรวดเร็วในขณะที่เส้นยังร้อน ๆ
ทริคอัปเกรดความฟิน (สูตรเด็กหอสูตรพรีเมียม)
• สายชีสเลิฟเวอร์: หลังจากคลุกซอสเสร็จแล้ว ให้วาง ชีสแผ่น หรือโรย มอสซาเรลล่าชีส ไว้ด้านบน แล้วนำเข้าไมโครเวฟไฟกลางประมาณ 30 วินาที ให้ชีสเยิ้มละลาย คลุกแล้วยืดสะใจมาก
• เพิ่มท็อปปิ้ง: แนะนำให้ทานคู่กับ ไข่ลวก/ไข่ต้มยางมะตูม, ไส้กรอก, ไก่ป็อป หรือสาหร่ายแผ่นอบกรอบ จะช่วยตัดรสเผ็ดและเพิ่มสารอาหารให้อิ่มอร่อยยิ่งขึ้น!
"ไข่กุ้ง" ที่เรากินกัน จริงๆแล้วทำมาจากอะไรกันแน่นะ?
หลายคนอาจคิดว่าเม็ดสีส้มกรุบๆ ที่อยู่บนซูชิคือ ไข่ของกุ้ง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ สิ่งที่เราเรียกกันติดปากว่า "ไข่กุ้ง" แท้จริงคือไข่ปลาแคปลิน (Capelin Roe) หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า เอบิโกะ (Ebiko) ซึ่งเป็นปลาทะเลขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำเย็น เช่น แถบมหาสมุทรอาร์กติก แอตแลนติกเหนือ และบริเวณรอบประเทศญี่ปุ่น ไข่ปลาแคปลินตามธรรมชาติจะมีสีเหลืองอ่อน เม็ดเล็กละเอียด และมีเอกลักษณ์คือ เนื้อสัมผัสกรุบกรอบเมื่อรับประทาน ก่อนนำมาขายหรือใช้ในร้านอาหารญี่ปุ่น จะผ่านการปรุงรสด้วยโชยุ มิริน และเกลือ เพื่อเพิ่มความกลมกล่อม พร้อมแต่งสีให้เป็นสีส้มสดใส จนกลายเป็น "ไข่กุ้ง" ที่เราคุ้นเคย เหมาะสำหรับโรยหน้าซูชิ ข้าวปั้น หรือเมนูต่างๆ ให้ดูน่ากินยิ่งขึ้น
ประโยชน์และสารอาหารดีๆใน "ไข่กุ้ง" (Ebiko)
เห็นเม็ดเล็กๆแบบนี้ แต่คุณประโยชน์ไม่เล็ก เพราะเป็นไข่ปลาที่มาจากทะเลน้ำลึก จึงอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง
• โปรตีนสูง: ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
• กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3): ดีต่อการทำงานของสมองและช่วยบำรุงหัวใจ
• วิตามินและแร่ธาตุ: มีวิตามินบี 12 และฟอสฟอรัส ที่ช่วยส่งเสริมระบบประสาทและกระดูกให้แข็งแรง
ขั้นตอนการละลาย (Defrosting) อย่างถูกวิธี
• นำกล่องไข่กุ้ง ออกจากช่องแช่แข็ง แล้วย้ายมาใส่ในช่องแช่เย็นธรรมดา ล่วงหน้าประมาณ 8–12 ชั่วโมง หรือ 1 คืนก่อนใช้งาน วิธีนี้จะช่วยให้เนื้อสัมผัสยังคงความกรุบกรอบ เม็ดไข่ปลาไม่แตกเลอะ และไม่เสียรสชาติ (ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟโดยตรงเพื่อละลาย เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสเสีย)
เปลี่ยนความเหนื่อยล้า เป็นความซ่าสดชื่นด้วย น้ำแร่สปาร์คกลิ้ง กลิ่นเลมอน น้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซจากญี่ปุ่น เคยไหม? ที่รู้สึกเพลียระหว่างวันจนอยากหาอะไรดื่มให้ชื่นใจ แต่ก็กังวลเรื่องน้ำตาลและแคลอรี ขอแนะนำ น้ำแร่สปาร์คกลิ้ง กลิ่นเลมอน น้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซ (Sparkling Water) ภายใต้แบรนด์ Iris Ohyama ที่ไม่ได้มีดีแค่ความซ่า แต่คือการส่งมอบความบริสุทธิ์จากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ในมือคุณ
ทำไมต้อง น้ำแร่สปาร์คกลิ้ง กลิ่นเลมอน?
• แหล่งน้ำที่บริสุทธิ์: หัวใจสำคัญของขวดนี้คือ "น้ำแร่ธรรมชาติ" สูงถึง 98.9% ที่ผลิตจากโรงงานในญี่ปุ่น (Tosu Daiichi) มั่นใจได้ในมาตรฐานการผลิตที่สะอาดและปลอดภัยระดับสากล
• ความสดชื่นที่แตกต่าง: ด้วยการผสมผสานกลิ่นเลมอนที่หอมละมุนเข้ากับความซ่าของก๊าซบริสุทธิ์ ทำให้ทุกคำที่ดื่มช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัว ทิ้งความสดชื่นไว้ในลำคอโดยไม่ทิ้งคราบน้ำตาล
• ทางเลือกที่ดีที่สุดของคนรักสุขภาพ:
- 0 Sugar: ไม่มีน้ำตาล
- 0 Calories: ไม่ให้พลังงาน
- 0 Fat: ไม่มีไขมัน
- ดื่มได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นช่วงลดน้ำหนัก หรือผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ความซ่าที่ "มิกซ์" ได้กับทุกไลฟ์สไตล์
ไม่ใช่แค่การดื่มเปล่าๆ เพื่อดับกระหาย แต่น้ำแร่สปาร์คกลิ้ง กลิ่นเลมอน คือไอเทมติดบ้านที่ทำหน้าที่ได้หลากหลาย:
1. สาย Fresh: แช่เย็นจัดๆ แล้วเปิดดื่มทันทีหลังออกกำลังกาย หรือหลังมื้ออาหารหนักๆ ช่วยให้รู้สึกเบาสบายท้อง
2. สาย Creative: ใช้เป็น Mixer ผสมกับน้ำผลไม้สด หรือไซรัปผลไม้เพื่อทำอิตาเลียนโซดาแบบโฮมเมด ที่ให้กลิ่นเลมอนหอม
3. สาย Work from Home: วางไว้ข้างคอมพิวเตอร์ จิบระหว่างทำงานช่วยให้สมองสดชื่น แทนการดื่มกาแฟหรือน้ำหวานได้เป็นอย่างดี
สัมผัสประสบการณ์ความซ่าระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ ในขนาด 500 มล. ที่พกพาไปได้ทุกที่
อร่อยกับ ชิโอะ ยากิโซบะ แบบง่ายๆ ใน 3 นาที