ชิคุวะ (Chikuwa) เป็นหนึ่งในอาหารแปรรูปจากปลาที่ได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นมายาวนาน โดยทำจากเนื้อปลาบดปรุงรส แล้วนำมาขึ้นรูปเป็นทรงท่อและนำไปอบจนหอม เกิดเป็นเนื้อสัมผัสเด้งนุ่มและรสชาติกลมกล่อม เป็นชิคุวะคุณภาพที่ผลิตในญี่ปุ่น ใช้เนื้อปลาเป็นส่วนประกอบหลัก ผ่านกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน ทำให้ได้ลูกชิ้นปลาอบที่มีรสชาติกลมกล่อม เนื้อเด้ง และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จุดเด่นของชิคุวะคือความสามารถในการนำไปใช้ปรุงอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเมนูยอดนิยมอย่าง โอเด้ง ราเมง อุด้ง ผัดผัก เทมปุระ หรือข้าวกล่องเบนโตะ ทำให้เป็นวัตถุดิบที่ทั้งร้านอาหารและคนทำอาหารที่บ้านนิยมใช้ นอกจากนี้ยังสามารถรับประทานได้ง่าย เพียงนำไปอุ่นหรือปรุงเล็กน้อยก็พร้อมเสิร์ฟ เพิ่มความอร่อยให้มื้ออาหารแบบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีการใช้ / เมนูแนะนำ
• เมนูต้ม: ใส่ในโอเด้ง (Oden) หรือแกงจืด จะช่วยให้ชิกุวะดูดซับน้ำซุปจนฉ่ำ
• เมนูผัด/ทอด: หั่นเป็นชิ้นพอดีคำผัดกับผัก หรือนำไปชุบแป้งเทมปุระทอด (Chikuwa Isobeage)
• ทานสด: หั่นแล้วจิ้มกับโชยุและวาซาบิ หรือสอดไส้ด้วยแตงกวา/ชีส เป็นกับแกล้มชั้นเลิศ
ทำไมต้องแซลมอนรมควัน Latitude 45 ? สัมผัสความต่างของแซลมอนรมควันระดับโลก
Latitude 45 คือแบรนด์แซลมอนรมควันที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพและความพิถีพิถัน โดยคัดสรรปลาจากฟาร์มในประเทศชิลี ณ พิกัดละติจูด 45 องศาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดที่สุดในโลก กระแสน้ำที่เย็นจัดนี้เองที่ช่วยให้แซลมอนสะสมไขมันและ Omega-3 ได้ดีกว่าปกติ ส่งผลให้เนื้อปลามีความนุ่มละมุน ลายไขมันแทรกสวยงาม และมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ Atlantic Salmon จนได้เนื้อที่แน่น สีสีสดสวยธรรมชาติ
ความพิเศษที่เหนือกว่าคือหลักการ "รมควันสดภายใน 24 ชั่วโมง" ซึ่งแตกต่างจากแซลมอนรมควันทั่วไปที่มักใช้ปลาแช่แข็งมาแปรรูป แต่ Latitude 45 เลือกใช้ปลาที่เพิ่งขึ้นจากน้ำ (Fresh, never frozen) เข้าสู่กระบวนการรมควันทันทีภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อล็อคความสดใหม่ไว้ให้ถึงมือคุณ วิธีนี้ช่วยรักษาโครงสร้างกล้ามเนื้อปลาไม่ให้ถูกทำลายจากเกล็ดน้ำแข็ง ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อสัมผัสที่ 'เด้ง' และ 'ฉ่ำ' ราวกับทานปลาสด แต่ได้ความหอมกรุ่นจากการรมควันไม้ธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สัมผัสประสบการณ์การทานที่สะดวกและพรีเมียม
ด้วยเนื้อปลาแซลมอนรมควันชนิดพร้อมรับประทานที่ผ่านการคัดเกรดอย่างดี :
• การตัดสไลซ์ : หั่นสไลซ์บางสม่ำเสมอขนาด 2.5-3.0 มม.
• ขนาดบรรจุ : ในแพ็ค จำนวน 40-42 ชิ้นโดยประมาณ โดยจัดเรียงเป็นระเบียบบนแผ่นกระดาษรอง ทำให้หยิบใช้งานง่าย เนื้อปลาไม่ติดกันเป็นก้อน
• ความเป็นธรรมชาติ: เนื้อปลาอาจพบส่วนเนื้อสีน้ำตาล (Brown meat) เล็กน้อยตามธรรมชาติของชิ้นปลา ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมไขมันและสารอาหารที่มีประโยชน์สูง
สารอาหารที่มากกว่าแค่ความอร่อย
แซลมอนรมควัน Latitude 45 ไม่ใช่แค่เมนูหรู แต่เป็น Superfood สำหรับคนรักสุขภาพ:
• High Protein: โปรตีนสูงถึง 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
• Rich in Omega-3 (DHA/EPA): มีสูงถึง 800 มก. ซึ่งช่วยในเรื่องการทำงานของสมอง
ลดการอักเสบ และบำรุงหัวใจ
• Vitamin D: เสริมสร้างกระดูกและภูมิคุ้มกัน (ซึ่งเป็นวิตามินที่หาได้ยากจากอาหารทั่วไป)
รสชาติที่ลงตัว.. พร้อมทาน
• หอมกลิ่นรมควันไม้ธรรมชาติ กลิ่นชัดแต่สุภาพ ไม่แรง ไม่กลบกลิ่นปลา
• รสนุ่มละมุน เค็มอ่อน ๆ กำลังดี ปรุงรสน้อย ดึงรสหวานธรรมชาติของเนื้อแซลมอนออกมา
• เนื้อแน่น แต่นุ่มลิ้น ไม่แห้ง ไขมันแทรกพอดี ละลายในปาก เคี้ยวแล้วไม่กระด้าง
• รสชาติกลมกล่อม ทานเปล่าอร่อย ไม่จำเป็นต้องปรุงเพิ่ม แต่เข้ากันดีกับเลมอน ครีมชีส หรือผักสด
มาตรฐาน BAP และ Halal
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความปลอดภัยทางอาหารสูงสุด
• Halal Certified: ผ่านการตรวจสอบตามหลักศาสนอิสลาม ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
ราชาปูหิมะ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยระดับภัตตาคารถึงบ้านคุณ
"เปิดประสบการณ์รสชาติทะเลลึก! ปูหิมะต้มแช่แข็งนำเข้าจากญี่ปุ่น"
ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ลิ้มรสชาติหวานละมุนของปูหิมะชั้นดีจากแหล่งน้ำบริสุทธิ์ของญี่ปุ่น ปูหิมะต้มแช่แข็งของเราคัดสรรมาจากแหล่งกำเนิดที่ดีที่สุด และผ่านกระบวนการต้มสุกทันทีด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม ก่อนจะถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อ "ล็อก" ความสดหวานและเนื้อสัมผัสที่แน่นเด้งไว้ครบถ้วน ทำให้เนื้อปูหิมะสีขาวอมชมพู รสหวานละมุนและกลิ่นหอมเฉพาะตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มรสซีฟู้ดญี่ปุ่นแท้ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไกล เราเข้าใจดีว่าความสะดวกสบายคือสิ่งสำคัญปูหิมะนี้จึงถูกต้มมาให้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาเตรียมให้ยุ่งยาก เพียงแค่นำมาละลายน้ำแข็ง คุณก็จะได้สัมผัสกับรสชาติปูหิมะที่หวานฉ่ำเหมือนเพิ่งขึ้นมาจากทะเล! ไม่ว่าจะเป็นมื้อพิเศษสำหรับครอบครัว หรือการสร้างสรรค์เมนูอาหารญี่ปุ่นสุดหรู ปูหิมะของเราคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความพรีเมียมและความง่ายในการทำอาหาร เหมาะสมในการมอบประสบการณ์ความอร่อยที่เต็มอิ่มในทุกคำ
วิธีทาน/ วิธีเตรียมง่ายๆ สู่ความอร่อยในพริบตา:
การละลายน้ำแข็ง :
• นำปูหิมะออกจากช่องแช่แข็งและใส่ในภาชนะ
• แนะนำให้ย้ายลงมาละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา (Chill) เป็นเวลา 12-24 ชั่วโมง เพื่อคงคุณภาพเนื้อได้ดีที่สุด
• วิธีเร่งด่วน: สามารถละลายโดยแช่ปูในถุงพลาสติกปิดสนิทลงในน้ำเย็น (ห้ามใช้น้ำอุ่น) ประมาณ 30-60 นาที
วิธีรับประทาน :
• ทานแบบเย็น (ซาชิมิ): เมื่อละลายแล้ว สามารถแกะเนื้อทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดหรือโชยุวาซาบิได้ทันที เพื่อสัมผัสความหวานฉ่ำของเนื้อปู
อุ่นร้อน (เพื่อความหอม):
• นึ่ง: นำไปนึ่งต่อประมาณ 5-7 นาที เพื่อให้ปูอุ่นและหอมกลิ่นทะเล
• ย่าง/อบ: ทาเนยกระเทียมเล็กน้อย แล้วนำไปย่างหรืออบในเตาอบประมาณ 5-10 นาที (ไฟอ่อน) จะได้ปูหิมะเนยกระเทียมรสเลิศ
แนะนำอาหาร
• ปูหิมะนึ่ง/ย่างเนยกระเทียม : ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน
• ซุปมิโซะปูหิมะ : เพิ่มความหอมหวานและเนื้อปูพรีเมียมในซุป
• ข้าวหน้าปูหิมะ : วางเนื้อปูบนข้าวซูชิหรือข้าวญี่ปุ่นสวยงาม โรยไข่ปลา
• สปาเก็ตตี้ซอสครีมปูหิมะ : ใช้เนื้อปูเพิ่มความหรูหราให้กับพาสต้าซอสครีม
ชีสสติ๊กยืดๆ อร่อยเพลินเกินต้าน
มอสซาเรลลาชีสคุณภาพดีนำมาคลุกเกล็ดขนมปังกรุบกรอบ เพียงทอดไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ ให้คุณได้ฟินกับความกรอบอร่อยพร้อมชีสยืดๆ เยิ้มๆ หอมๆ ด้านใน ติดใจแน่นอนค่ะ
วิธีรับประทาน
• นำชีสสติ๊กลงทอดในน้ำมันปริมาณมากที่ไฟปานกลางหรืออุณหภูมิประมาณ 170-175 องศาเซลเซียส จนเป็นสีเหลืองทอง จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาทอดตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
เส้นอุด้ง สไตล์อินานิวะ เส้นเหนียวนุ่ม!!
อินานิวะ อุด้ง (Inaniwa Udon) เป็นอุด้งที่มีชื่อเสียงมากชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น ความพิเศษของตัวเส้นคือเส้นบางเหนียวนุ่ม และมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทำจากแป้งสาลีคุณภาพดี ผ่านกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม ทำให้ได้เส้นอุด้งที่มีคุณภาพ สามารถทำได้ทั้งเมนูอุด้งเย็นและอุด้งร้อน สะดวก และง่ายต่อการทำเมนูอุด้งสไตล์ญี่ปุ่น
วิธีการทาน
1. ซารุอุด้ง (อุด้งเย็น)
• นำเส้นแช่แข็งออกมาวางไว้บนกระชอน
• เปิดน้ำให้ไหลผ่านเส้นอุด้ง เพื่อทำละลาย ประมาณ 2-3 นาที (เวลาของการละลายจะแตกต่างกันไปตามอุณหภูมิของน้ำ)
• รอจนเส้นแยกออกจากกัน เพียงเท่านี้ก็สามารถนำมาเสิร์ฟพร้อมซอส หรือซุปตามความชอบได้เลยค่ะ
2. คาเคะอุด้ง (อุด้งร้อน)
• ละลายเส้นแช่แข็งด้วยน้ำเดือด ประมาณ 1 นาที
• เตรียมน้ำซุปสำหรับทำอุด้งร้อน
• นำเส้นอุด้งที่ละลายแล้วเทใส่ถ้วย จากนั้นเทน้ำซุปที่เตรียมไว้ พร้อมกับท็อปปิ้ง หรือเครื่องเคียงตามความชอบได้เลยค่ะ
หากพูดถึงเมนูโปรดในร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม หลายคนคงนึกถึง "เนกิโทโร่" นื้อปลาทูน่าคุณภาพจากญี่ปุ่น สับละเอียดเนียนนุ่ม ปรุงรสกลมกล่อม พร้อมเสิร์ฟหลังละลาย เหมาะทั้งทำข้าวหน้าปลาดิบ ซูชิ โรล หรือห่อด้วยสาหร่ายกรอบๆ ความลับของความอร่อยที่ทำให้คนรักอาหารญี่ปุ่นหลงใหล ไม่ใช่แค่ความสดของปลาเท่านั้น แต่คือเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มจนแทบละลายในปาก ซึ่งวันนี้เราได้ยกเอาวัตถุดิบระดับเชฟเลือกใช้ ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นมาถึงมือคุณแล้ว
ความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต
เนื้อปลาทูน่าสับปรุงรสแพ็คนี้ผลิตโดยบริษัท Seiki จากจังหวัดคาโกชิม่า ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องมาตรฐานการจัดการอาหารทะเลที่เข้มงวดที่สุดในโลก ทุกแพ็คผ่านการควบคุมอุณหภูมิที่ -18 องศาเซลเซียส ตั้งแต่โรงงานจนถึงมือคุณ เพื่อหยุดเวลาของความสดเอาไว้ให้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีการเสริมวิตามิน C และ E เพื่อช่วยคงสภาพสีของเนื้อปลาให้ดูน่ารับประทานอยู่เสมอ โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีที่เป็นอันตราย
มากกว่าแค่ความอร่อย คือ "ความสะดวก" ที่ตอบโจทย์
จุดเด่นที่ทำให้ทูน่าสับแพ็คนี้ต่างจากเนื้อปลาแล่ชิ้นทั่วไป คือ "รูปแบบถุงบีบ (Piping Bag)" ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสูงสุด:
• ไม่ต้องใช้มีด: ลดการปนเปื้อนจากอุปกรณ์ในครัว
• บีบง่าย: เพียงตัดปลายถุงเล็กน้อย ก็สามารถบีบลงบนหน้าซูชิหรือข้าวได้ทันที
• คุมปริมาณได้: บีบใช้เท่าที่ต้องการแล้วพับปิดเก็บได้ง่ายขึ้น (แนะนำให้ทานให้หมดหลังจากละลายเพื่อรสชาติที่ดีที่สุด)
เปลี่ยนบ้านให้เป็นร้านโอมากาเสะ
ด้วยปริมาณ 300 กรัม คุณสามารถรังสรรค์เมนูได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบอย่าง ทูน่าดงบุริ หรือปาร์ตี้ซูชิทำเองกับครอบครัว ความนุ่มละมุนของเนื้อปลาทูน่าจะช่วยยกระดับมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นมื้อพิเศษที่ทุกคนต้องประทับใจไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น ไม่ต้องต่อคิวรอร้านดัง แค่มีเนื้อปลาทูน่าสับปรุงรสติดช่องฟรีซไว้ ความอร่อยระดับพรีเมียมก็พร้อมเสิร์ฟในบ้านคุณได้ทุกเมื่อ
เมนูแนะนำยอดนิยม :
• เนกิโทโร่ดง (Negitoro Don)
• เทะมากิซูชิ (Temaki Sushi)
• ทูน่าทาร์ทาร์สไตล์ฝรั่งเศส (Tuna Tartare)
• ยุกเกะทูน่า (Maguro Yukke)
• ขนมปังหน้าทูน่าสด (Open-Faced Tuna Sandwich)
เคยไหม... ที่อยากกินแซลมอนดง(ข้าวหน้าปลาแซลมอน)
แบบเนื้อนุ่มๆ ละมุนลิ้นเหมือนไปนั่งกินที่ร้านญี่ปุ่นระดับหรู แต่ไม่อยากฝ่ารถติด ไม่อยากรอคิวนาน และที่สำคัญ... ไม่อยากจ่ายแพง! ความฝันของคนรักแซลมอนเป็นจริงแล้วค่ะ กับ แซลมอนสับปรุงรส ขนาดจุใจ 300 กรัม ที่จะเปลี่ยนครัวในบ้านของคุณให้กลายเป็นบาร์ซูชิชั้นเลิศได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
ทำไมต้องเป็นแซลมอนสับถุงนี้ ?
ความลับของความอร่อยที่แตกต่างอยู่ที่การเลือกสรร"วัตถุดิบสายพันธุ์พรีเมียม" เราไม่ได้ใช้ปลาเพียงชนิดเดียว แต่เราผสมผสานระหว่าง:
- ปลาแซลมอนโคโฮ จากชิลี : ที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อสัมผัสที่แน่นและรสชาติที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์
- ปลาแซลมนเทร้าต์ จากนอร์เวย์ : ที่มอบความมันวาว ละลายในปาก และสีสันส้มสดใสชวนรับประทาน
เมื่อเนื้อปลาทั้งสองชนิดมาเจอกัน ผ่านการสับในอุณหภูมิที่ควบคุมอย่างแม่นยำเพื่อรักษาความสด และปรุงรสเพียงเล็กน้อยด้วยสูตรลับฉบับญี่ปุ่น ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อแซลมอนที่ "เนียน นุ่ม และกลมกล่อม" จนแทบไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่ม มื้ออาหารสุดพิเศษที่ใครก็ทำ ลองจินตนาการถึงข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ สักชาม บีบแซลมอนสับนุ่มๆ ลงไปจนเต็มหน้าปลา วางไข่แดงสดไว้ตรงกลาง โรยต้นหอมซอยและสาหร่ายฉีก เหยาะโชยุญี่ปุ่นสูตรพิเศษลงไปนิดหน่อย... เพียงเท่านี้ "ความสุขที่กินได้" ก็พร้อมเสิร์ฟให้ตัวคุณและคนที่คุณรักแล้วค่ะ
ความสะดวกที่มาพร้อมกับคุณภาพ ในถุงรูปแบบทรงกรวย ที่ออกแบบมาเพื่อคนยุคใหม่โดยเฉพาะ :
• ไม่ต้องสับเอง: ไม่ต้องเลอะมือ ไม่ต้องล้างเขียง ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นคาวติดมือ
• ควบคุมปริมาณง่าย : อยากทานแค่ไหน ก็บีบออกมาแค่นั้น ส่วนที่เหลือปิดปากถุงแช่ฟรีซต่อได้
• สร้างสรรค์ได้ไม่รู้จบ : จะบีบลงบนข้าวสวยร้อนๆ ทำเป็นมินิซูชิ หรือจะวางบนแครกเกอร์เป็นคานาเป้ในงานปาร์ตี้ ก็สวยงามเหมือนมืออาชีพทำเอง
มาตรฐานที่คุณไว้วางใจได้
สินค้าตัวนี้ผลิตและบรรจุโดยบริษัทเซอิกิ จากจังหวัดคาโกชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดอ่อนในการทำอาหารทะเล ผ่านกระบวนการแช่แข็งแบบเยือกแข็ง (Quick Frozen) ที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส เพื่อล็อคความสดใหม่และสารอาหารไว้ให้ครบถ้วนจนถึงมือคุณ
เมนูแนะนำ
• ข้าวหน้าแซลมอนสับ (Salmon Don)
• แซลมอนกุนกันซูชิ
• โรลไส้แซลมอนสับ
• แซลมอนสับคลุกสไปซี่
• แซลมอนสับโปะบนอโวคาโด
แนะนำอาหารที่เข้ากัน เมนูธรรมดาจะดูโปรขึ้นทันที
• ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ, สาหร่ายโนริ, ไข่กุ้ง, อโวคาโด, วาซาบิ และ โชยุพรีเมียม
จับคู่ดี ๆ เมนูธรรมดาจะดูโปรขึ้นทันที
"เพราะเราเชื่อว่า อาหารที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่คือเรื่องของความสะดวกและความสุขในทุกคำที่ทาน"
ชีสบอลแสนอร่อย หอมกลิ่นพิซซ่า
เอาใจคนรักชีสด้วยชีสบอลแสนอร่อย ให้คุณเพลิดเพลินกับชีสยืดๆ เยิ้มๆ ที่มาพร้อมกลิ่นพิซซ่าหอมๆ ตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ชิ้นเดียวไม่เคยพอ
วิธีรับประทาน
• นำชีสบอลลงทอดในน้ำมันปริมาณมากที่ไฟปานกลางหรืออุณหภูมิประมาณ 170-175 องศาเซลเซียส จนเป็นสีเหลืองทอง จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาทอดตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
กรอบนอก นุ่มใน อร่อยง่าย แค่ทอดหรืออบก็พร้อมเสิร์ฟ
หมูสับชุบเกล็ดขนมปัง เป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมของอาหารญี่ปุ่นสายโฮมคุกกิ้ง ด้วยเนื้อสัมผัสที่กรอบนอกแต่นุ่มฉ่ำด้านใน ชิ้นพอดีคำ ชุบเกล็ดขนมปังกรอบฟูสไตล์ญี่ปุ่น ผสานรสชาติหมูที่ปรุงมาอย่างพอดี ทำให้เป็นเมนูที่กินง่าย เด็กก็ชอบ ผู้ใหญ่ก็โดน เวอร์ชันแช่แข็งนี้ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยาก แค่หยิบออกจากช่องฟรีซก็พร้อมปรุงทันที เหมาะกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่อยากได้ “ความอร่อยแบบไม่เสียเวลา”
วิธีการทำ : ทอด
• นำหมูชุบแป้งทอดออกจากช่องแช่แข็ง ไม่ต้องละลาย
• ตั้งน้ำมันให้ร้อนประมาณ 170–180°C
• ใส่หมูลงทอด ใช้เวลาประมาณ 3–4 นาที
• กลับด้านจนสีเหลืองทอง กรอบสวย
• ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ
วิธีการทำ : อบลมร้อน / หม้อทอดไร้น้ำมัน
• วางหมูชุบแป้งทอดลงบนตะแกรงหรือถาด
• ตั้งอุณหภูมิ 180°C อบประมาณ 10–12 นาที
• กลับด้านระหว่างอบ 1 ครั้ง เพื่อความกรอบทั่วถึง
• นำออก เสิร์ฟร้อนๆ กรอบนอก นุ่มใน
แนะนำอาหาร
• ข้าวหมูชุบแป้งทอด (Minced Pork Cutlet Rice)
• ข้าวกล่องหมูชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่น
• เบอร์เกอร์หมูชุบแป้งทอด
• หมูชุบแป้งทอดกับสลัดงา
• แกงกะหรี่ญี่ปุ่นหมูชุบแป้งทอด
• หมูชุบแป้งทอด หั่นชิ้น เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม
• หมูชุบแป้งทอด + เบียร์เย็นๆ (เมนูอิซากายะขายดี)
“คางปลาบุรี” ความเรียบง่ายอย่างลงตัว
“บุรี” หรือปลา “ฮามาจิ” คือปลาในตระกูล (Yellow Tail) เป็นปลานำเข้าจากญี่ปุ่นชนิดเดียวในโลกที่มีชื่อเรียกหลากหลายไปตามช่วงอายุ จัดเป็นปลาเนื้อขาวที่มีความมันแทรกอยู่ในเนื้อ
“คางปลาบุรี” เป็นเมนูที่พบได้บ่อยในร้านอาหารญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมในงานแต่งงานและงานเฉลิมฉลองอื่นๆ เนื่องจากมีรสชาติอร่อยและเนื้อนุ่มหอม เนื้อใต้คางมีไขมันอยู่มาก ซึ่งทำให้มีรสชาติหวานและเนื้ออร่อย การทำคางปลาบุรี จะใช้วิธีการย่างหรืออบที่ทำให้ผิวเนื้อนอกกรอบและนุ่มอยู่ภายใน มักจะปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยหรือโยชุ หรือเมนูต่างๆอีกมากมาย
วิธีทำคางปลาฮามาจิหรือปลาบุรีย่างเกลือ
1. ตั้งเตาถ่านสำหรับย่าง (ควรตั้งรอประมาณ 45 นาที ไฟจะร้อนพอดี ไม่แรงเกินไป)
2. วางคางปลาบุรีบนตะแกรงย่าง โรยเกลือเล็กน้อย ย่างประมาณ 10 นาที
3. ค่อยๆกลับด้านคางปลา โรยเกลืออีกด้าน แล้วทิ้งไว้อีก 10 นาที กลับด้านทุก 10 นาทีแบบนี้เรื่อยๆ จนสุก (ใช้เวลาทั้งหมด 20-30 นาที แล้วแต่ขนาดของคางปลา)
4. ยกคางปลาฮามาจิลงจาน นำหัวไชเท้าฝอยมาบีบน้ำออก ปั้นเป็นก้อนกลมๆ วางข้างชิ้นปลา พร้อมราดซีอิ๊วบนหัวไชเท้า ก็เสิร์ฟคางปลาบุรีย่างเกลือได้เลย
วิธีการเก็บ
• นำออกมาจากช่องแช่แข็งเฉพาะเท่าที่ต้องการจะประกอบอาหาร ไม่แนะนำให้นำออกมาละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
ปลาเทราต์รมควัน...วัตถุดิบพรีเมียมที่ครองใจคนรักอาหารทั่วโลก
ปลาเทราต์ (Trout) เป็นปลาน้ำเย็นที่อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาแซลมอน มีเนื้อสีส้มอมชมพู เนื้อนุ่มละเอียด ไขมันแทรกกำลังดี และมีรสชาติหวานธรรมชาติ จึงเป็นปลาที่ได้รับความนิยมในอาหารยุโรปและอาหารฟิวชัน เมื่อผ่านกระบวนการ รมควัน (Smoking Process) ด้วยไม้ธรรมชาติที่คัดสรรเป็นพิเศษ เนื้อปลาจะค่อยๆ ดูดซับกลิ่นหอมอ่อนๆจากควัน ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นแต่ไม่กลบรสหวานของเนื้อปลา พร้อมช่วยรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อปลาไว้ได้เป็นอย่างดี
ปลาเทราต์รมควันสไลด์เป็นวัตถุดิบที่ใช้งานสะดวก เพราะผ่านการสไลด์พร้อมรับประทาน เพียงละลายในตู้เย็นก็สามารถนำไปจัดจานหรือประกอบอาหารได้ทันที เหมาะสำหรับทั้งร้านอาหาร โรงแรม คาเฟ่ และผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารที่บ้าน นอกจากรสชาติที่โดดเด่นแล้ว ปลาเทราต์ยังเป็นแหล่งของ โปรตีนคุณภาพสูง และ กรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นไขมันดีที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพหัวใจ สมอง และระบบต่างๆของร่างกาย จึงเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคสายสุขภาพได้เป็นอย่างดี ด้วยรสชาติที่หอมละมุน เนื้อสัมผัสนุ่มแน่น และความอเนกประสงค์ในการนำไปประกอบอาหาร ปลาเทราต์รมควันจึงสามารถเข้ากันได้กับหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นสลัด แซนด์วิช เบเกิล ซูชิ พาสต้า พิซซ่า หรือจัดเสิร์ฟบนชีสบอร์ด ก็ช่วยเพิ่มความพรีเมียมและสร้างความประทับใจได้ในทุกมื้ออาหาร
จุดเด่นของปลาเทราต์รมควัน
• เนื้อปลาสีส้มสวย เนื้อนุ่มแน่น ไขมันแทรกกำลังดี
• หอมกลิ่นรมควันธรรมชาติ รสชาติกลมกล่อม
• สไลด์พร้อมใช้งาน สะดวก ประหยัดเวลา
• อุดมด้วยโปรตีนและโอเมก้า-3
• เหมาะสำหรับทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารยุโรป และเมนูฟิวชัน
ทาโกะยากิสำเร็จรูป สะดวก อร่อย แบบมืออาชีพ
ทาโกะยากิสำเร็จรูปแช่แข็ง ลูกใหญ่ เนื้อแน่น น้ำหนักต่อลูกประมาณ 20 กรัม ด้านในสอดไส้ด้วยหนวดหมึกยักษ์ชิ้นใหญ่เต็มคำ เพียงนำออกมาละลายแล้วเข้าเตาไมโครเวฟ, อบในเตาอบ, ทอดในหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือทอดบนกระทะที่ใส่น้ำมันเพียงเล็กน้อย จัดเสิร์ฟโดยโรยหน้าด้วยคัตสึโอะบุชิ (ปลาแห้งญี่ปุ่น), สาหร่ายอาโอโนริ, ราดซอสทาโกะยากิและมายองเนส เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทาน ประหยัดเวลาแบบสุดๆ ค่ะ
แซลมอนรมควันสไตล์ดั้งเดิม พร้อมรับประทาน สัมผัสรสชาติพรีเมียมในทุกคำ
Latitude 45 Smoked Atlantic Salmon Traditional แซลมอนรมควันผลิตจากปลาแซลมอนสดคุณภาพ โดยนำเข้าสู่กระบวนการรมควันภายใน 24 ชั่วโมงหลังการจับขึ้นจากน้ำ เพื่อคงความสดและคุณภาพของเนื้อปลาไว้ได้อย่างดีที่สุด
ทุกชิ้นผ่านการ หมักแห้งด้วยเกลือ (Dry Brine) พร้อมตัดแต่งและนำส่วนเนื้อสีเข้มออกอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้เนื้อปลาแซลมอนที่สะอาด สีสวย และเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน จากนั้นนำมารมควันด้วย ไม้โอ๊กธรรมชาติจากประเทศชิลี (Chilean Oak) และวัตถุดิบพื้นเมืองที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างสมดุลที่ลงตัวระหว่างระยะเวลาการรมควัน กลิ่นหอมของไม้ และรสชาติอันกลมกล่อม ทำให้ได้แซลมอนรมควันที่มีกลิ่นหอมละมุน เนื้อเนียนนุ่ม และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับขนมปัง เบเกิล สลัด หรือเมนูอาหารจานโปรดต่างๆ ได้อย่างลงตัว
Latitude 45 ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ BAP ระดับ 4 ดาว (4-Star Certified)
คุณสมบัติเด่นของสินค้า
• ไม่ต้องปรุงหรือเตรียมอาหารเพิ่มเติม เปิดซองพร้อมรับประทานได้ทันที
• รมควันจากปลาแซลมอนสด ไม่ใช่ปลาแช่แข็ง
• อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินดี
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน 4-Star BAP (Best Aquaculture Practices)
• ปราศจากกลูเตน (Gluten Free)
• เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมแทน Lox (ปลาแซลมอนหมักเกลือแบบดั้งเดิม)
มาตรฐาน BAP
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความ
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
แซลมอนรมควันสไตล์ดั้งเดิม พร้อมรับประทาน สัมผัสรสชาติพรีเมียมในทุกคำ
Latitude 45 Smoked Atlantic Salmon Traditional แซลมอนรมควันผลิตจากปลาแซลมอนสดคุณภาพ โดยนำเข้าสู่กระบวนการรมควันภายใน 24 ชั่วโมงหลังการจับขึ้นจากน้ำ เพื่อคงความสดและคุณภาพของเนื้อปลาไว้ได้อย่างดีที่สุด
ทุกชิ้นผ่านการ หมักแห้งด้วยเกลือ (Dry Brine) พร้อมตัดแต่งและนำส่วนเนื้อสีเข้มออกอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้เนื้อปลาแซลมอนที่สะอาด สีสวย และเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน จากนั้นนำมารมควันด้วย ไม้โอ๊กธรรมชาติจากประเทศชิลี (Chilean Oak) และวัตถุดิบพื้นเมืองที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างสมดุลที่ลงตัวระหว่างระยะเวลาการรมควัน กลิ่นหอมของไม้ และรสชาติอันกลมกล่อม ทำให้ได้แซลมอนรมควันที่มีกลิ่นหอมละมุน เนื้อเนียนนุ่ม และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับขนมปัง เบเกิล สลัด หรือเมนูอาหารจานโปรดต่างๆ ได้อย่างลงตัว
Latitude 45 ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ BAP ระดับ 4 ดาว (4-Star Certified)
คุณสมบัติเด่นของสินค้า
• แซลมอนรมควันพร้อมรับประทาน ขนาด 6 ออนซ์
• ไม่ต้องปรุงหรือเตรียมอาหารเพิ่มเติม เปิดซองพร้อมรับประทานได้ทันที
• รมควันจากปลาแซลมอนสด ไม่ใช่ปลาแช่แข็ง
• อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินดี
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน 4-Star BAP (Best Aquaculture Practices)
• ปราศจากกลูเตน (Gluten Free)
• เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมแทน Lox (ปลาแซลมอนหมักเกลือแบบดั้งเดิม)
มาตรฐาน BAP
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความ
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
ราชาปูหิมะ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยระดับภัตตาคารถึงบ้านคุณ
"เปิดประสบการณ์รสชาติทะเลลึก! ปูหิมะต้มแช่แข็งนำเข้าจากญี่ปุ่น"
ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ลิ้มรสชาติหวานละมุนของปูหิมะชั้นดีจากแหล่งน้ำบริสุทธิ์ของญี่ปุ่น ปูหิมะต้มแช่แข็งของเราคัดสรรมาจากแหล่งกำเนิดที่ดีที่สุด และผ่านกระบวนการต้มสุกทันทีด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม ก่อนจะถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อ "ล็อก" ความสดหวานและเนื้อสัมผัสที่แน่นเด้งไว้ครบถ้วน ทำให้เนื้อปูหิมะสีขาวอมชมพู รสหวานละมุนและกลิ่นหอมเฉพาะตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มรสซีฟู้ดญี่ปุ่นแท้ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไกล เราเข้าใจดีว่าความสะดวกสบายคือสิ่งสำคัญปูหิมะนี้จึงถูกต้มมาให้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาเตรียมให้ยุ่งยาก เพียงแค่นำมาละลายน้ำแข็ง คุณก็จะได้สัมผัสกับรสชาติปูหิมะที่หวานฉ่ำเหมือนเพิ่งขึ้นมาจากทะเล! ไม่ว่าจะเป็นมื้อพิเศษสำหรับครอบครัว หรือการสร้างสรรค์เมนูอาหารญี่ปุ่นสุดหรู ปูหิมะของเราคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความพรีเมียมและความง่ายในการทำอาหาร เหมาะสมในการมอบประสบการณ์ความอร่อยที่เต็มอิ่มในทุกคำ
วิธีทาน/ วิธีเตรียมง่ายๆ สู่ความอร่อยในพริบตา:
การละลายน้ำแข็ง :
• นำปูหิมะออกจากช่องแช่แข็งและใส่ในภาชนะ
• แนะนำให้ย้ายลงมาละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา (Chill) เป็นเวลา 12-24 ชั่วโมง เพื่อคงคุณภาพเนื้อได้ดีที่สุด
• วิธีเร่งด่วน: สามารถละลายโดยแช่ปูในถุงพลาสติกปิดสนิทลงในน้ำเย็น (ห้ามใช้น้ำอุ่น) ประมาณ 30-60 นาที
วิธีรับประทาน :
• ทานแบบเย็น (ซาชิมิ): เมื่อละลายแล้ว สามารถแกะเนื้อทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดหรือโชยุวาซาบิได้ทันที เพื่อสัมผัสความหวานฉ่ำของเนื้อปู
อุ่นร้อน (เพื่อความหอม):
• นึ่ง: นำไปนึ่งต่อประมาณ 5-7 นาที เพื่อให้ปูอุ่นและหอมกลิ่นทะเล
• ย่าง/อบ: ทาเนยกระเทียมเล็กน้อย แล้วนำไปย่างหรืออบในเตาอบประมาณ 5-10 นาที (ไฟอ่อน) จะได้ปูหิมะเนยกระเทียมรสเลิศ
แนะนำอาหาร
• ปูหิมะนึ่ง/ย่างเนยกระเทียม : ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน
• ซุปมิโซะปูหิมะ : เพิ่มความหอมหวานและเนื้อปูพรีเมียมในซุป
• ข้าวหน้าปูหิมะ : วางเนื้อปูบนข้าวซูชิหรือข้าวญี่ปุ่นสวยงาม โรยไข่ปลา
• สปาเก็ตตี้ซอสครีมปูหิมะ : ใช้เนื้อปูเพิ่มความหรูหราให้กับพาสต้าซอสครีม
เส้นโซบะแช่แข็งคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากแป้งบัควีทผสมแป้งสาลี คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น เพื่อให้ได้เส้นโซบะที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของบัควีท สีเส้นน้ำตาลธรรมชาติ และเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี จากนั้นจึงแช่แข็งทันทีหลังการผลิตเพื่อคงความสดใหม่ รสชาติ และคุณภาพของเส้นไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงนำไปลวกในน้ำเดือดประมาณ 1–2 นาที ก็พร้อมรับประทาน เหมาะสำหรับทั้งเมนูโซบะเย็น โซบะน้ำซุปร้อน รวมถึงเมนูฟิวชันต่าง ๆ สามารถรับประทานคู่กับเทมปุระ เนื้อย่าง หรือผักนานาชนิดได้อย่างลงตัว ให้คุณสัมผัสรสชาติของโซบะต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ได้ง่าย ๆ ที่บ้านในทุกมื้ออาหาร
วิธีรับประทาน / วิธีใช้ :
สามารถปรุงได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น โดยไม่ต้องละลายน้ำแข็งล่วงหน้า
แบบร้อน (Kake Soba):
• ต้มน้ำในหม้อใบใหญ่ให้เดือดจัด ใส่เส้นโซบะแช่แข็งลงไปทั้งก้อน
• ใช้ไฟแรงต้มประมาณ 30 วินาที พร้อมใช้ตะเกียบคลี่เส้นให้กระจายตัวเบาๆ จากนั้นตักขึ้นสะเด็ดน้ำ
• นำเส้นใส่ชาม ราดด้วยน้ำซุปร้อนๆ เติมท็อปปิ้งตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
แบบเย็น (Zaru Soba):
• ต้มน้ำให้เดือดจัด ใส่เส้นโซบะแช่แข็งลงไป
• ใช้ไฟแรงต้มประมาณ 1 นาที จากนั้นตักเส้นขึ้นแช่ในน้ำเย็นจัดทันที (ประมาณ 1-2 นาที) เพื่อให้เส้นรัดตัวและเหนียวนุ่ม
• สะเด็ดน้ำให้แห้ง จัดใส่จาน ทานคู่กับซอสซึยุเย็น ต้นหอมซอย และวาซาบิ
สายกินห้ามพลาดกับเมนูสุดฟิน ที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาของคุณให้พิเศษขึ้น สัมผัสความอร่อยเต็มๆคำกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความกรอบนอกจากเกล็ดขนมปังสีทอง และความนุ่มในของครีมซอสสูตรเข้มข้น รสชาติหวานมัน กลมกล่อม ละมุนลิ้น ผสานเนื้อกุ้งเด้งๆ ด้านในที่เข้ากันได้อย่างลงตัว กินกี่ทีก็ไม่เบื่อ แถมสะดวกสุดๆ เพียงหยิบออกจากตู้เย็นแล้วนำทอดด้วยกระทะ หรือถ้าอยากได้ความกรอบฟูขั้นสุด เพียงอุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันแปบเดียว ก็จะได้โคร็อกเกะร้อนๆ เหมือนเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ จะทานเล่นเป็นของว่างยามบ่ายจิ้มซอสทงคัตสึหรือมายองเนสก็เคี้ยวเพลิน หรือจะนำไปวางท็อปบนข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นร้อนๆ ทำเป็นมื้อหลักก็อร่อยฟินอิ่มท้อง ยิ่งทานตอนร้อนๆ ครีมซอสข้างในเยิ้มๆ บอกเลยว่าฟินมากๆ แค่มีโคร็อกเกะกล่องนี้ติดตู้เย็นไว้ก็อุ่นใจ อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีอร่อยกับ "โคร็อกเกะครีมกุ้ง" (ทำง่าย สะดวก รวดเร็ว)
เนื่องจากเป็นสินค้าอาหารพร้อมทานแช่แข็ง สามารถเลือกอุ่นร้อนได้ตามความสะดวก 2 รูปแบบ
แบบทอดด้วยกระทะ
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วม ใช้ไฟปานกลางจนน้ำมันร้อน
• นำโคร็อกเกะลงไปทอดซ้ำสั้น ๆ ประมาณ 1 - 2 นาที จนเกล็ดขนมปังฟูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสม่ำเสมอ
• ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ จะได้รสสัมผัสที่กรอบฟูฉ่ำ ตามแบบฉบับโคร็อกเกะดั้งเดิมในร้านอาหารญี่ปุ่น
แบบหม้อทอดไร้น้ำมัน
• นำโคร็อกเกะครีมกุ้งออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องทำละลาย)
• ใส่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 180°C เป็นเวลาประมาณ 8 - 10 นาที
• พลิกกลับด้านในนาทีที่ 5 เพื่อให้เกล็ดขนมปังกรอบสีเหลืองทองเท่ากันทั้งสองด้าน แป้งด้านนอกจะกรอบกรุบเหมือนทอดใหม่ ๆ แต่ไร้น้ำมันส่วนเกิน ส่วนครีมซอสด้านในละมุนเยิ้มสะใจ