เยลลี่พร้อมดื่ม หอมองุ่น อร่อยสดชื่นทุกคำ!
เติมความสดชื่นระหว่างวันด้วย Tarami Oishii Konnyaku Jelly รสองุ่น เยลลี่พร้อมดื่มสไตล์ญี่ปุ่นที่มาพร้อมรสองุ่นหอมหวานเข้มข้น กลิ่นหอมตั้งแต่เปิดซอง ดูดปุ๊บสัมผัสถึงความสดชื่นทันที ตัวเยลลี่บุก (Konnyaku Jelly) ที่มาพร้อมใยอาหารช่วยเพิ่มความอิ่มระหว่างวัน แคลอรีเพียง 99 Kcal อร่อยได้แบบสบายใจ เหมาะสำหรับเป็นของว่างระหว่างวันสำหรับคนที่ใส่ใจเรื่องพลังงาน แถมยังพกง่าย ทานสะดวก มาในซองพร้อมฝาเกลียว เปิดแล้วดูดทานได้ทันที อร่อย สดชื่น หอมองุ่นทุกคำ กับเยลลี่บุกสไตล์ญี่ปุ่นจากทารามิ (Tarami)
เซ้มเบ้อบกรอบ สายชีสฮอกไกโดห้ามพลาด!!
"Hokkaido Sen" ขนมที่รวมรสชาติความอร่อยของฮอกไกโดไว้ในถุงนี้ ข้าวญี่ปุ่นที่นำมาอบจนกรอบ ปรุงรสด้วยโชยุสูตรพิเศษในสไตล์ฮอกไกโด จนได้กลิ่นหอม กลมกล่อม แล้วนำมาคลุกด้วยโกด้าชีส ที่ผลิตจากนมฮอกไกโดแท้ๆ มีความหอม ความมัน อร่อยจนติดอันดับขนมขายดีในประเทศญี่ปุ่น อัดแน่นขนาดนี้พลาดไม่ได้แล้วค่ะ!!
เยลลี่รสผลไม้แสนอร่อยขวัญใจเด็กๆ
เยลลี่ “0 กิโลแคลอรี” ที่จะให้คุณได้สัมผัสความอร่อยของผลไม้ได้เต็มๆ
เพลิดเพลินไปกับรสหวาน หอม ของผลไม้ ที่ผสมเข้ากับเนื้อเนียนนุ่มของเยลลี่ พร้อมทั้งให้คุณได้เคี้ยวสนุกไปกับเนื้อของวุ้นมะพร้าว และไม่ต้องกลัวอ้วน เพราะ0Kcal อร่อยแบบไม่รู้สึกผิด!!
เยลลี่มีส่วนผสมของ Amaou สตรอว์เบอร์รี จากจังหวัดฟุคุโอกะ มีรสหวานอมเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของสตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์นี้ ซึ่งเข้ากันได้อย่างลงตัวกับ เยลลี่นุ่มๆ นี้ พร้อมให้คุณได้ลิ้มรสชาติความอร่อยแล้วค่ะ
เติมความสดชื่นระหว่างวันให้ร่างกายด้วยเยลลี่บุกสตรอว์เบอร์รีพรีเมียมจากญี่ปุ่น ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากแบรนด์ทารามิ (Tarami) ที่คัดสรรความอร่อยจากน้ำผลไม้เข้มข้นและผสานเข้ากับเนื้อบุกเคี้ยวหนึบ ให้รสชาติความหวานหอมละมุนของสตรอว์เบอร์รีแบบเต็มคำ ทุกครั้งที่บีบรับประทานจะได้สัมผัสกับความนุ่มเด้ง เคี้ยวเพลินเกินห้ามใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทานขนมขบเคี้ยวแต่ยังคงใส่ใจในเรื่องรูปร่างและสุขภาพ เพราะนอกจากจะช่วยแก้หิวรองท้องยามบ่ายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีใยอาหาร (Dietary Fiber) และ กลูโคส (Glucose) พร้อมพลังงานเพียง 87 kcal ต่อซอง เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาของว่างรสผลไม้ อร่อย สดชื่น และสะดวกในทุกช่วงเวลา
วิธีรับประทานแบบแช่แข็ง
1. แช่แข็งโดยใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงขึ้นไป (แช่แข็งไว้นานกว่านั้นก็ไม่มีปัญหา)
2. นำออกจากช่องฟรีซ วางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10–15 นาที
3. นำฝาปิดไว้เช่นเดิม แล้วขยำจนกระทั่งนิ่มลง
4. บีบรับประทานทีละน้อยโดยไม่ต้องดูดเข้าไปแรงๆ
เมนูแนะนำ
• เยลลี่สตรอว์เบอร์รีแช่เย็นจัด: เพิ่มความสดชื่นขั้นสุด เหมาะสำหรับดับร้อนในช่วงบ่าย
• ท็อปปิ้งโยเกิร์ตหรือสมูทตี้: บีบเยลลี่ราดลงบนกรีกโยเกิร์ตหรือสมูทตี้ผลไม้สด
• ไอศกรีม: ใช้เป็นท็อปปิ้งทานคู่กับไอศกรีมรสวานิลลาหรือรสโยเกิร์ต
สายหวานสายเจลลี่ต้องห้ามพลาดสิ่งนี้! วันนี้ได้ลองโออิซูมิ วุ้นคาราจีแนนสำเร็จรูป รสสตรอว์เบอร์รี่ บอกเลยว่าประทับใจตั้งแต่แพ็กเกจลายน้องเพนกวินกินน้ำแข็งใส น่ารักจนใจเจ็บ! พอแกะลองทานฉีกซองปุ๊บ กลิ่นหอมของสตรอว์เบอร์รี่เตะจมูกทันที ตัวเนื้อวุ้นทำจากคาราจีแนน นุ่มเด้งดึ๋งกำลังดี ไม่เหลวเกินไป รสชาติหวานอมเปรี้ยวกลมกล่อม ไม่หวานเลี่ยน แนะนำเลยว่าให้เอาไปแช่ช่องฟรีซก่อนทาน จะได้ฟีลลิ่งเนื้อไอศกรีมเกล็ดหิมะผสมวุ้นหนึบหนับ ใครกำลังมองหาขนมทานเล่นไว้ดับร้อนแบบฟินๆ ต้องรีบไปลองด่วนๆ เลยจ้า
ความพิเศษที่ไม่เหมือนเจลลี่ทั่วไปคือ คุณสามารถเพลิดเพลินกับโออิซูมิได้ตามชอบถึง 2 สไตล์
• สัมผัสเด้งดึ๋งชุ่มฉ่ำ : เมื่อแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา จะได้วุ้นคาราจีแนนที่เนียนลื่น ชุ่มฉ่ำ ละมุนลิ้น เคี้ยวสนุกชื่นใจ
• สัมผัสเกล็ดหิมะนุ่มหนึบ : เมื่อแช่ในช่องแข็ง เนื้อเจลลี่จะเปลี่ยนสภาพเป็นไอศกรีมเกล็ดน้ำแข็งใส ที่เนื้อนุ่มหนึบหนับไม่แข็งเป็นก้อนกระด้าง ให้ความเย็นฉ่ำสะใจเหมือนทานบิงซูในคาเฟ่
การเก็บรักษา: ควรเก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อนโดยตรง หากเปิดซองใหญ่แล้วแนะนำให้เก็บซองย่อยที่เหลือไว้ในตู้เย็น เพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติของสินค้า
ขนมยอดฮิตนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพและผู้ที่ชื่นชอบความสดชื่น เยลลี่พร้อมดื่ม มาพร้อมความหอมหวานของส้มแมนดารินแท้ รสชาติหวานอมเปรี้ยวกลมกล่อม ผสานกับเนื้อเยลลี่บุกนุ่มเด้ง เคี้ยวหนึบเพลิน ให้สัมผัสสไตล์ญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ อิ่มอร่อยได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องแคลอรี เพราะให้พลังงานเพียง 82 กิโลแคลอรี พร้อมบรรจุในซองพร้อมดื่ม พกพาสะดวก เพียงบิดฝาและดูด ก็สามารถเติมความสดชื่นให้ร่างกายและสมองได้ทุกที่ทุกเวลา เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของว่างระหว่างวัน หลังออกกำลังกาย ระหว่างเดินทาง หรือช่วงที่ต้องการเติมพลังเพื่อพร้อมลุยกิจกรรมต่อได้อย่างสดชื่นทุกวัน
วิธีรับประทานแบบแช่แข็ง
1. แช่แข็งโดยใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงขึ้นไป (แช่แข็งไว้นานกว่านั้นก็ไม่มีปัญหา)
2. นำออกจากช่องฟรีซ วางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10–15 นาที
3. นำฝาปิดไว้เช่นเดิม แล้วขยำจนกระทั่งนิ่มลง
4. บีบรับประทานทีละน้อยโดยไม่ต้องดูดเข้าไปแรงๆ
เมนูแนะนำ
• เยลลี่ส้มโซดาซ่าสดชื่น: บีบเยลลี่ลงในแก้ว เติมโซดาเย็นจัดและน้ำแข็ง ได้เครื่องดื่มคลายร้อนฟองฟู่เคี้ยวเพลิน
• ท็อปปิ้งโยเกิร์ต/ไอศกรีม: ใช้เยลลี่พร้อมดื่มบีบราดบนโยเกิร์ต รสธรรมชาติหรือไอศกรีมวานิลลา
เพิ่มเนื้อสัมผัสและรสชาติเปรี้ยวอมหวานให้เมนูของหวานของคุณอร่อยยิ่งขึ้น
ไอเทมของว่างสุดพรีเมียมลายน้องกระต่าย ที่ดีไซน์มาเพื่อตอบโจทย์คนรักขนมญี่ปุ่นและผู้ที่มองหาความรีเฟรชในระหว่างวัน ตัววุ้นทำจากคาราจีแนนคุณภาพดี ให้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม ยืดหยุ่น และเด้งสู้ฟัน ผสานอย่างลงตัวกับรสชาติโยเกิร์ตแท้สไตล์นิปปอน ที่ให้ความหอมละมุน กลมกล่อม หวานกำลังดีและอมเปรี้ยวปลายลิ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยตัดเลี่ยนและปลุกความสดชื่นให้ร่างกายได้ทันที
ความพิเศษที่ไม่เหมือนเจลลี่ทั่วไปคือ คุณสามารถเพลิดเพลินกับโออิซูมิได้ตามชอบถึง 2 สไตล์
• สัมผัสเด้งดึ๋งชุ่มฉ่ำ : เมื่อแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา จะได้วุ้นคาราจีแนนที่เนียนลื่น ชุ่มฉ่ำ ละมุนลิ้น เคี้ยวสนุกชื่นใจ
• สัมผัสเกล็ดหิมะนุ่มหนึบ : เมื่อแช่ในช่องแข็ง เนื้อเจลลี่จะเปลี่ยนสภาพเป็นไอศกรีมเกล็ดน้ำแข็งใส ที่เนื้อนุ่มหนึบหนับไม่แข็งเป็นก้อนกระด้าง ให้ความเย็นฉ่ำสะใจเหมือนทานบิงซูในคาเฟ่
การเก็บรักษา: ควรเก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อนโดยตรง หากเปิดซองใหญ่แล้วแนะนำให้เก็บซองย่อยที่เหลือไว้ในตู้เย็น เพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติของสินค้า
หากคุณกำลังมองหาขนมเย็นๆ ที่ให้ความสดชื่นแบบไม่เหมือนใคร ต้องลองโคราเซเตะ วุ้นคาราจีแนน รสโคล่า เยลลี่โคลาแช่แข็งยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่เปลี่ยนรสชาติของเครื่องดื่มโคลาให้กลายเป็นของว่างแสนสนุก เมื่อแช่ฟรีซจนได้ที่ เนื้อเยลลี่จะมีความหนึบและเย็นจัดคล้ายเกล็ดน้ำแข็งละเอียด ให้สัมผัสสดชื่นเต็มคำ พร้อมกลิ่นหอมหวานของโคลาสไตล์ญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์ ยิ่งทานในวันที่อากาศร้อนยิ่งฟิน ตัวซองออกแบบให้บีบรับประทานได้สะดวก ไม่ต้องใช้ช้อน ไม่เลอะมือ เหมาะทั้งสำหรับเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ จะทานเล่นที่บ้าน พกไปโรงเรียน ที่ทำงาน หรือทริปท่องเที่ยวก็สะดวก หรือแบ่งกันอร่อยทั้งครอบครัว เป็นอีกหนึ่งขนมนำเข้าจากญี่ปุ่นที่สายขนมและสายของหวานไม่ควรพลาด
ความพิเศษที่ไม่เหมือนเจลลี่ทั่วไปคือ คุณสามารถเพลิดเพลินกับโออิซูมิได้ตามชอบถึง 2 สไตล์
• สัมผัสเด้งดึ๋งชุ่มฉ่ำ : เมื่อแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา จะได้วุ้นคาราจีแนนที่เนียนลื่น ชุ่มฉ่ำ ละมุนลิ้น เคี้ยวสนุกชื่นใจ
• สัมผัสเกล็ดหิมะนุ่มหนึบ : เมื่อแช่ในช่องแข็ง เนื้อเจลลี่จะเปลี่ยนสภาพเป็นไอศกรีมเกล็ดน้ำแข็งใส ที่เนื้อนุ่มหนึบหนับไม่แข็งเป็นก้อนกระด้าง ให้ความเย็นฉ่ำสะใจเหมือนทานบิงซูในคาเฟ่
การเก็บรักษา: ควรเก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อนโดยตรง หากเปิดซองใหญ่แล้วแนะนำให้เก็บซองย่อยที่เหลือไว้ในตู้เย็น เพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติของสินค้า
เจลลี่ใสผสมเนื้อส้ม อร่อย สดชื่น
เจลลี่เนื้อเนียนใส ชุ่มฉ่ำ รสส้มมิคัง ผสมผสานความอร่อยของน้ำส้มและเนื้อส้มมิคังชิ้นใหญ่จุใจ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นผลไม้ สดชื่น ทานง่าย ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์จากเนื้อผลไม้แบบเต็มๆ
ส้มมิคัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ส้มหวานญี่ปุ่น" เป็นผลไม้ยอดนิยมจากแดนอาทิตย์อุทัย ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติหวานฉ่ำ เนื้อสัมผัสชุ่มฉ่ำ ไร้เมล็ด ทานง่าย และอุดมไปด้วยสารอาหารและประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ดังนี้
1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ส้มมิคังอุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
2. ต้านอนุมูลอิสระ: ส้มมิคังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย
3. ดีต่อระบบย่อยอาหาร: ส้มมิคังมีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
4. บำรุงผิวพรรณ: วิตามินซีในส้มมิคังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอริ้วรอย และช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์
5. บำรุงสายตา: ส้มมิคังมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา
6. บำรุงกระดูก: ส้มมิคังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน
7. บำรุงระบบประสาท: ส้มมิคังมีวิตามินบีรวม ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
8. ลดความดันโลหิต: โพแทสเซียมในส้มมิคังช่วยลดความดันโลหิต เหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
9. ป้องกันนิ่วในไต: ใยอาหารในส้มมิคังช่วยชะล้างของเสียในไต ป้องกันการเกิดนิ่วในไต
10. เพิ่มพลังงาน: ส้มมิคังมีน้ำตาลธรรมชาติ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย คลายความอ่อนเพลีย
11. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ: ส้มมิคังมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
12. ป้องกันโรคโลหิตจาง: ส้มมิคังมีธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
ฟุนวาริ เมอิจิน ชีสฮอกไกโด
ขนมข้าวอบกรอบ ปรุงรสชีสฮอกไกโด รสชาติเข้มข้น หอมชีส กรอบ อร่อย เคี้ยวเพลิน ถูกใจสำหรับคนรักชีสแน่นอน!!
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
ข้าวญี่ปุ่นจากเมืองฮอกไกโด เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์
ชวนคุณมาชิมข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ปลูกที่เมืองฮอกไกโด เมืองที่ธรรมชาติสวยงาม น้ำใสสะอาด ข้าวที่ได้มีรสชาติหวาน นุ่ม เหนียว เคี้ยวเพลิน เหมาะกับทำอาหารญี่ปุ่นอย่างเมนูข้าวซูชิ ข้าวปั้นโอนิกิริ มาลองชิมความแตกต่างของรสชาติข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ กันค่ะ หากสนใจทำเมนูข้าวซูชิ เรามีน้ำส้มปรุงรสข้าว และสาหร่ายสำหรับห่อข้าว ขายด้วยนะคะ
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบา ๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
1. เก็บในที่แห้งและเย็น
2. ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
3. หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
1. คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
2. ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
3. ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” ซัปโปโระ รสมิโซะ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• ซุปมิโซะสูตรเข้มข้น : ตัวซุปมีส่วนผสมของมิโซะถึง 16.66% ให้รสสัมผัสที่เข้มข้น เค็มหวานลงตัวตามสไตล์ซัปโปโรแท้ๆ
เคล็ดลับความอร่อย : ตัวซุปมิโซะซัปโปโรจะมีความเข้มข้นและหอมมัน แนะนำให้ผัดถั่วงอกกับหมูสับเบาๆ แล้ววางทับลงไปบนราเมนที่ต้มเสร็จแล้ว จะช่วยชูรสชาติให้เหมือนนั่งกินที่ย่านซูซูกิโนะเลยค่ะ
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติอาซาฮิคาวะ โชยุ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่ราเมนกึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• รสชาติอาซาฮิคาวะ โชยุ : น้ำซุปโชยุญี่ปุ่นเข้มข้น หอมกลิ่นถั่วเหลืองและดาชิ ให้รสชาติกลมกล่อม เหมือนได้นั่งทานที่ฮอกไกโด
เพิ่มความอร่อยง่ายๆ : ใน 1 ซองมีซุปสำหรับ 1 ที่ เพียงลวกเส้นให้สุก แล้วเติมหมูชาชู หน่อไม้ดอง และต้นหอมญี่ปุ่นซอย ก็ยกระดับให้เป็นราเมนแสนอร่อย ที่อร่อยจนลืมไปเลยว่าทำทานเองที่บ้าน
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติฮาโกดาเตะ ชิโอะ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• ซุปเกลือสไตล์ฮาโกดาเตะ : น้ำซุปจะมีความใส สีเหลืองทองสวยงาม รสชาติเค็มแบบกลมกล่อม หอมกลิ่นน้ำมันหมูและเครื่องเทศ
เคล็ดลับความอร่อย : แนะนำให้เติมสาหร่ายวากาเมะ หรือไข่ต้มยางมะตูม จะช่วยเพิ่มมิติของรสชาติให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นค่ะ
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติคุชิโระ โชยุ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• ซุปโชยุสูตรคุชิโระ : เป็นซุปโชยุที่มีความหอมจากส่วนผสมของปลาโอแห้งและเครื่องเทศ ให้รสชาติที่เค็มหวานอย่างลงตัว
เคล็ดลับความอร่อย : ราเมนคุชิโระมักจะเข้ากันได้ดีกับเครื่องเคียงง่ายๆ อย่างเช่น แผ่นสาหร่ายย่าง และต้นหอมญี่ปุ่นซอย รสสัมผัสของสาหร่ายจะยิ่งช่วยชูความหอมของซุปโชยุให้ชัดเจนขึ้น เหมือนได้ไปนั่งกินอยู่ที่ริมอ่าวคุชิโระเลยค่ะ
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
มันฝรั่งทอดกรอบชนิดแท่งที่ยกระดับของว่างธรรมดาให้ดูพรีเมียมขึ้นทันที ผลิตจากมันฝรั่งคุณภาพจากฮอกไกโด แหล่งวัตถุดิบชื่อดังของญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวานธรรมชาติและเนื้อแน่นเป็นพิเศษ ผ่านกระบวนการทอดจนได้ความกรอบกำลังดี ไม่แข็ง ไม่อมน้ำมัน จากนั้นคลุกเคล้ารสทรัฟเฟิลที่ให้กลิ่นหอมละมุนแบบมีระดับ หอมชัดแต่ไม่แรงเกินไป ทำให้ทานง่าย กินได้เรื่อย ๆ แบบไม่เลี่ยน ทันทีที่เปิดซอง จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นทรัฟเฟิลหอม ๆ ชวนให้อยากลองทันที กัดคำแรกได้ความกรอบแน่น เค็มมันพอดีคำ ผสานกลิ่นทรัฟเฟิลที่ติดปลายลิ้นอย่างลงตัว พกพาสะดวก เหมาะสำหรับทานเล่นระหว่างวัน ทานคู่ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มต่าง ๆ รวมถึงจัดเสิร์ฟเป็นของว่างในร้านอาหาร คาเฟ่ หรือวางจำหน่ายเป็นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้หน้าร้าน สแน็คเล็ก ๆ แต่รสชาติและภาพลักษณ์ไม่เล็กตาม เพราะบางครั้งความพรีเมียม ก็เริ่มจากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เลือกสรรอย่างตั้งใจ
เสน่ห์ของ "ทรัฟเฟิลดำ"
จุดเด่นที่สุดคือกลิ่นครับ ทรัฟเฟิลดำถูกยกย่องว่าเป็น "เพชรแห่งห้องเครื่อง" เพราะมีกลิ่นหอมลุ่มลึกที่เป็นเอกลักษณ์
• รสสัมผัสแรก: เมื่อเปิดซอง กลิ่นทรัฟเฟิลจะเตะจมูกทันที
• รสชาติ: จะมีความเค็มบางๆ นัวๆ เสริมด้วยความหอมมันของมันฝรั่งแท้ๆ
• ความรู้สึก: เป็นขนมที่ให้ฟีล "พรีเมียม" เหมาะสำหรับกินเล่นตอนดูซีรีส์ หรือจะทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ก็เข้ากันได้ดีมาก
สายขนมญี่ปุ่นต้องกรีดร้อง! ตัวนี้คือเด็ดมาก เป็นมันฝรั่งแท่งที่รสชาติ "ตะโกน" ว่าอูนิ! กลิ่นหอมฟุ้งตั้งแต่เปิดซอง รสชาติมีความมันๆ นัวๆ ของไข่หอยเม่น ผสมกับความหวานธรรมชาติของมันฝรั่งฮอกไกโด
ขึ้นชื่อเรื่องความหอมมันละมุนแบบธรรมชาติ มันฝรั่งทอดกรอบชนิดแท่งรสไข่หอยเม่นนี้ นำแรงบันดาลใจจากรสชาติทะเลญี่ปุ่นมาผสมผสานกับมันฝรั่งคุณภาพดีจากฮอกไกโด ผ่านกระบวนการทอดจนได้เนื้อสัมผัสกรอบแน่น เคี้ยวเพลินทุกคำ รสชาติจะไม่จัดจ้านเกินไป แต่ค่อย ๆ เผยความหอมและความมันละมุน ทำให้กินเพลินแบบไม่รู้ตัว เหมาะกับคนที่ชอบของทานเล่นแนวพรีเมียม หรืออยากเพิ่มไลน์สินค้านำเข้าที่แตกต่างจากตลาดทั่วไป เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นขนมที่ดูธรรมดา แต่รสชาติไม่ธรรมดาเลย
"ยกระดับความนัว... ด้วยคู่หูที่ลงตัว"
• สายดื่ม: เข้ากันได้ดีที่สุดกับ เบียร์คราฟต์เย็นฉ่ำ หรือ ไวน์ขาว (Chardonnay) เพราะความซ่าและรสเปรี้ยวจางๆ ของเครื่องดื่มจะช่วยตัดเลี่ยน และชูรสสัมผัสหอมมันของอูนิให้เด่นชัดขึ้น ราวกับนั่งทานอยู่ในบาร์หรูที่ญี่ปุ่น
• สายละมุน: ทานคู่กับ ชาเขียวร้อน (Genmaicha) ที่มีกลิ่นข้าวคั่ว จะช่วยเสริมกลิ่นอายธรรมชาติของมันฝรั่งฮอกไกโดให้หอมฟุ้งกระจายเต็มปาก
• สายสร้างสรรค์: ลองดิปกับ มายองเนสผสมวาซาบิ เล็กน้อย เพื่อเพิ่มความจี๊ดจ๊าดและดึงรสชาติ "อูมิ" (รสทะเล) ให้กลมกล่อมยิ่งขึ้นไปอีกขั้น
Bull-Dog Sauce has a history spanning over 100 years and is considered one of Japan’s representative condiments.
Bull-Dog Sauce has a history spanning over 100 years and is considered one of Japan’s representative condiments.
อร่อย หอม เข้มข้น ไปกับนมโคแท้จากฮอกไกโด
เชื่อว่าหลายท่านคงรู้จักเมืองฮอกไกโดกันใช่ไหมคะ เมืองฮอกไกโดเป็นเมืองทางภาคเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งอาหาร น้ำ และมีอากาศอันบริสุทธิ์ที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้ผลผลิตจากเมืองนี้มีความสดใหม่และอร่อยสุดๆ ซึ่งหนึ่งในสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากของฮอกไกโดก็คือ “นมฮอกไกโด” นั่นเองค่ะ
นมฮอกไกโด เป็นนมที่มีความหอมมัน รสชาติเข้มข้น ทำให้ไม่ว่าจะดื่มแบบธรรมดาหรือนำไปทำอาหาร ขนม ผสมเครื่องดื่มอื่นๆ หรือทำไอศกรีม ก็จะช่วยชูรสชาติให้เมนูนั้นๆ มีความหอมมันกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ทุกท่านสามารถลองชิมรสชาตินมฮอกไกโดของแท้ นำเข้าจากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่ Honmono Nippon ค่ะ
อร่อย หอม เข้มข้น ไปกับนมโคแท้จากฮอกไกโด
เชื่อว่าหลายท่านคงรู้จักเมืองฮอกไกโดกันใช่ไหมคะ เมืองฮอกไกโดเป็นเมืองทางภาคเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งอาหาร น้ำ และมีอากาศอันบริสุทธิ์ที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้ผลผลิตจากเมืองนี้มีความสดใหม่และอร่อยสุดๆ ซึ่งหนึ่งในสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากของฮอกไกโดก็คือ “นมฮอกไกโด” นั่นเองค่ะ
นมฮอกไกโด เป็นนมที่มีความหอมมัน รสชาติเข้มข้น ทำให้ไม่ว่าจะดื่มแบบธรรมดาหรือนำไปทำอาหาร ขนม ผสมเครื่องดื่มอื่นๆ หรือทำไอศกรีม ก็จะช่วยชูรสชาติให้เมนูนั้นๆ มีความหอมมันกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ทุกท่านสามารถลองชิมรสชาตินมฮอกไกโดของแท้ นำเข้าจากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่ Honmono Nippon ค่ะ
ข้อแนะนำ
• กรุณาเขย่าก่อนดื่ม เนื่องจากตัวนมมีแคลเซียมและแร่ธาตุต่างๆ จึงอาจมีการตกตะกอนได้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติจากการผลิต
• หากยังไม่เปิดกล่อง สามารถเก็บในอุณหภูมิปกติได้
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว หากรับประทานไม่หมดควรปิดให้สนิทและเก็บในตู้เย็น (อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส)
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว ควรรับประทานให้หมดภายใน 7 วัน
• ห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง เนื่องจากเนื้อสัมผัสของนมอาจเปลี่ยนไป
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียมส่งตรงจากฮอกไกโดกับ ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ จากแบรนด์โฮคุเรน (Hokuren) ข้าวที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งข้าวฮอกไกโด" และได้รับคะแนนประเมินคุณภาพรสชาติในระดับสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง เอกลักษณ์ที่ทำให้ใครได้ลองก็ต้องหลงรักคือ ความนุ่มเหนียวที่พอดี เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ มีความเงางามเคลือบเมล็ดข้าว และรสหวานละมุนตามธรรมชาติ ที่เด่นชัดกว่าข้าวสายพันธุ์อื่น ไม่ว่าจะทานตอนร้อนๆ หรือทิ้งไว้จนเย็น ข้าวก็ยังคงความนุ่มอร่อย ไม่แข็งกระด้าง เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นโอมากาเสะหรูได้ง่ายๆ ช้อปเลยวันนี้เพื่อเปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ!
ลักษณะเด่น
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูแนะนำ
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
สุดยอดนัตโตะจากถั่วเหลืองซุซึมารุ คุณภาพระดับพรีเมียม
สำหรับคนรักสุขภาพและผู้ที่อยากลิ้มลองรสชาติ นัตโตะ (Natto) แบบต้นตำรับแท้ ๆ เราขอแนะนำ นัตโตะ จากแบรนด์ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรพิเศษจาก ฮอกไกโด เพราะนี่คือสุดยอดถั่วเหลืองหมักที่มาพร้อมความอร่อยแบบธรรมชาติและคุณค่าที่ล้ำเลิศ
ความลับของนัตโตะฮอกไกโด
ความพิเศษของนัตโตะถ้วยนี้อยู่ที่การคัดสรร ถั่วเหลืองเม็ดเล็ก สายพันธุ์ ""ซูซูมารุ"" (Suzumaru) ซึ่งเป็นถั่วเหลืองคุณภาพสูงที่ปลูกในเมืองมุคาวะ จังหวัดฮอกไกโด ถั่วที่เติบโตในสภาพอากาศที่บริสุทธิ์ของฮอกไกโดนี้ ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มนวลและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผ่านกระบวนการหมักแบบดั้งเดิม จึงได้นัตโตะที่มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี
ทำไมต้องนัตโตะสูตรนี้?
ถั่วเหลืองซูซูมารุ: การเลือกใช้ถั่วเหลืองสายพันธุ์นี้ เป็นการการันตีคุณภาพและความใส่ใจในวัตถุดิบ ทำให้ได้รสอูมามิที่เข้มข้น และเนื้อสัมผัสที่เนียนกว่า
เม็ดเล็ก ทานง่าย: ถั่วแบบเม็ดเล็กทำให้ง่ายต่อการคลุกเคล้ากับซอส และทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ได้อย่างลงตัว เป็นรูปแบบที่คนญี่ปุ่นนิยมทานมากที่สุด
ประโยชน์เต็มถ้วย: นัตโตะยังเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติกที่ดีต่อลำไส้ และเอนไซม์นัตโตะไคเนสที่ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้คุณได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพดีในทุก ๆ คำ
พร้อมทาน สะดวกสุด ๆ: ในแพ็กเกจมีทั้งซอส (Tare) และมัสตาร์ด (Karashi) มาให้พร้อมสรรพ คุณไม่ต้องหาเครื่องปรุงเพิ่ม ก็อร่อยได้ทันที
วิธีเตรียมและอร่อยกับนัตโตะ
สินค้าจัดส่งแบบแช่แข็ง เพื่อรักษาความสดใหม่ ดังนั้นควรเตรียมสินค้าตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนการเตรียม:
1. นำ นัตโตะ ออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
2. พักไว้ที่อุณหภูมิห้องสักครู่ เพื่อให้คลายความเย็นจนนิ่มลง หรือนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดา
3. เมื่อถั่วละลายและนิ่มแล้ว จึงนำมาทาน
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ให้นัตโตะฮอกไกโดเป็นอาหารเช้าหรือมื้อเสริมเพื่อสุขภาพของคุณ แล้วคุณจะค้นพบความลับของการมีสุขภาพดีสไตล์คนญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านเลย
อาหารเพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่น ที่กินง่ายและอร่อยลงตัว
สำหรับใครที่อยากลองทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือเนื้อสัมผัส เราขอแนะนำ นัตโตะ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรเม็ดเล็กพิเศษ เพราะนี่คือตัวเลือกที่ถูกใจคนญี่ปุ่นและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่ ที่สำคัญคือมาพร้อมกับคุณประโยชน์ด้านสุขภาพแบบเต็มๆ
นัตโตะคือเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น เป็นถั่วเหลืองหมักที่อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติกและเอนไซม์ นัตโตะไคเนส ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น และยังดีต่อสุขภาพหัวใจ รวมถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย
จุดเด่น
• เม็ดเล็ก เคี้ยวง่าย: นัตโตะของฮามานะสึเป็นแบบเม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu) ทำให้เนื้อสัมผัสมีความละเอียดกว่าแบบเม็ดใหญ่ และผสมเข้ากับซอสได้ง่ายกว่า ถูกปากคนที่ไม่คุ้นเคยกับความเหนียวของนัตโตะ
• รสชาติกลมกล่อมลงตัว: นัตโตะถ้วยนี้มาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่ให้รสอูมามิ ทำให้รสชาติของถั่วเหลืองหมักมีความกลมกล่อมและอร่อยยิ่งขึ้น เพียงแค่เติมซอสและมัสตาร์ดที่มาในแพ็กเกจ ก็พร้อมทานได้ทันที
• คุณภาพญี่ปุ่นแท้ๆ: สินค้านี้ถูกนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสะอาดในกระบวนการผลิต ทำให้คุณมั่นใจได้ว่านัตโตะที่คุณทานนั้น สดใหม่และได้มาตรฐาน
วิธีทำความอร่อยง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นนิยมทาน นัตโตะ ในมื้อเช้า เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ไปตลอดวัน วิธีทานก็ง่ายมากๆ
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. เปิดฝาและเทซอสกับมัสตาร์ดที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนเกิดฟองและความเหนียวเป็นเส้นใย
4. ตักวางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือจะทานคู่กับไข่แดงและต้นหอมซอยก็อร่อยลงตัว
คล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหน นัตโตะฮามานะสึ ก็พร้อมเป็นสุดยอดอาหารสุขภาพที่ทำให้คุณรู้สึกดีได้ทุกวัน ลองสั่งไปชิม แล้วคุณจะติดใจกับความอร่อยที่มีประโยชน์ต่อร่างกายถ้วยนี้เลย!"
เยลลี่ใสผสมเนื้อองุ่น อร่อย สดชื่น
เยลลี่เนื้อเนียนใส ชุ่มฉ่ำ รสองุ่นไชน์มัสคัต (Shine Muscat) ผสมผสานความอร่อยของน้ำองุ่นและเนื้อองุ่นลูกใหญ่จุใจ รสชาติหวานอมเปรี้ยว หอมกลิ่นผลไม้ สดชื่น ทานง่าย ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์จากเนื้อผลไม้แบบเต็มๆ