เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
มิโซะออร์แกนิค รสกลมกล่อม เข้มข้น
Maru-Yu Mutenka Miso จากแบรนด์ฮิคาริ-มิโซะ เป็นมิโซะที่ผลิตโดยใช้ถั่วเหลืองและข้าวออร์แกนิค 100% และเนื่องจากมีการใช้เมล็ดถั่วเหลืองปริมาณมากร่วมกับระยะเวลาการหมักอันยาวนาน จึงทำให้ได้รสเค็มและอูมามิที่สมดุล ผสานความเผ็ดร้อนฝาดลิ้นเล็กน้อยพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นสูตรวีแกนและปราศจากกลูเตน ผู้ที่ทานมังสวิรัติจึงสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ สามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น หมักเนื้อสเต๊ก หรือมิโซะราเมนก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
เหนื่อยล้ามาทั้งวัน ชาร์จความสดชื่นขั้นสุดด้วยพลังส้มยูสุไซตรัสขวดนี้
บอกลาความเหนื่อยล้าแล้วมาเติมความสดชื่นขั้นสุดบอกเลยว่าฉีกกฎน้ำส้มสายชูแบบเดิมๆไปเลย
• ความหอมสดชื่นจากธรรมชาติ 100%: ผสานพลังความเปรี้ยวอมหวานจากน้ำส้มยูสุ ร่วมกับน้ำส้มและน้ำองุ่นขาวเข้มข้น ให้กลิ่นอโรมาที่หอมเตะจมูกตั้งแต่เปิดขวด
• เปรี้ยวละมุนด้วยเบสข้าวญี่ปุ่น: เลือกใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นชั้นดี รสชาติจึงมีความนุ่มนวล กลมกล่อม ไม่ฉุนและไม่แสบคอเหมือนน้ำส้มสายชูทั่วไป
• ชาร์จพลังลดความเพลีย: เป็นตัวช่วยชั้นยอดในการฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ดื่มแล้วรู้สึกผ่อนคลาย รีเฟรชร่างกายให้กลับมาสดใสกระปรี้กระเปร่าได้ทันที
ไม่ว่าจะสายเฮลตี้ที่ชอบมิกซ์เป็นเครื่องดื่มโซดาคุมน้ำหนัก หรือสายกูร์เมต์ที่ชอบทำน้ำสัดสลัดยูสุโฮมเมดทานเอง บอกเลยว่าขวดนี้ตอบโจทย์ความอร่อยแบบคลีนๆ ได้อย่างไร้ที่ติ
ไอเดียสูตรน้ำสลัดและเมนูสุขภาพ
น้ำสลัดยูสุไซตรัส
ส่วนผสมและอัตราส่วนสำหรับทำน้ำสลัด:
• ฟรุตส์ วินเนการ์ รสยูสุไซตรัส : 20.00%
• น้ำมันรำข้าว : 60.00%
• โชยุ/ซีอิ๊วญี่ปุ่น : 5.00%
• เกลือ : 2.50%
• น้ำส้มยูสุ : 10.00%
• ผิวส้มยูสุ: 2.50%
สมูทตี้ยูสุไซตรัสโยเกิร์ต
ส่วนผสมและสัดส่วนปริมาณต่อแก้ว (น้ำหนักรวม 600 กรัม):
• ฟรุตส์ วินเนการ์ รสยูสุไซตรัส : 150 กรัม
• ส้มแมนดารินแช่แข็ง : 100 กรัม
• น้ำแข็งก้อน : 300 กรัม
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม
เคล็ดลับการทำข้าวหน้าเนื้อให้อร่อยอยู่นี่แล้ว
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ความแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปที่คุณไม่ควรมองข้าม!!
มาลองชิมไก่ทอดทัตสึตะอาเกะสไตล์ญี่ปุ่นกันค่ะ
เมนูไก่ทอดเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆ คน เนื้อไก่นุ่มๆ ชุ่มฉ่ำ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้แป้งกรอบๆ แค่คิดก็ฟินแล้วใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งเมนูไก่ชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่นนี่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นมื้อหลักหรือเอาไว้เป็นของทานเล่นก็เคี้ยวเพลินไม่ต่างกัน
เราขอแนะนำไก่ทอดทัตสึตะอาเกะรสชาติเยี่ยมเกรดส่งออก ทำจากสะโพกไก่เนื้อนุ่ม นำมาปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองสูตรพิเศษให้อร่อยกลมกล่อม เพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วยกลิ่นหอมจากกระเทียมและขิงที่ผสานเข้ากันเป็นอย่างดี เคลือบด้วยแป้งที่ไม่หนาจนเกินไป ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ไม่เลี่ยน ไม่ว่าจะอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ นำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือทอดในน้ำมันร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ ค่ะ
เจลลี่ใสผสมเนื้อส้ม อร่อย สดชื่น
เจลลี่เนื้อเนียนใส ชุ่มฉ่ำ รสส้มมิคัง ผสมผสานความอร่อยของน้ำส้มและเนื้อส้มมิคังชิ้นใหญ่จุใจ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นผลไม้ สดชื่น ทานง่าย ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์จากเนื้อผลไม้แบบเต็มๆ
ส้มมิคัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ส้มหวานญี่ปุ่น" เป็นผลไม้ยอดนิยมจากแดนอาทิตย์อุทัย ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติหวานฉ่ำ เนื้อสัมผัสชุ่มฉ่ำ ไร้เมล็ด ทานง่าย และอุดมไปด้วยสารอาหารและประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ดังนี้
1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ส้มมิคังอุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
2. ต้านอนุมูลอิสระ: ส้มมิคังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย
3. ดีต่อระบบย่อยอาหาร: ส้มมิคังมีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
4. บำรุงผิวพรรณ: วิตามินซีในส้มมิคังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอริ้วรอย และช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์
5. บำรุงสายตา: ส้มมิคังมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา
6. บำรุงกระดูก: ส้มมิคังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน
7. บำรุงระบบประสาท: ส้มมิคังมีวิตามินบีรวม ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
8. ลดความดันโลหิต: โพแทสเซียมในส้มมิคังช่วยลดความดันโลหิต เหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
9. ป้องกันนิ่วในไต: ใยอาหารในส้มมิคังช่วยชะล้างของเสียในไต ป้องกันการเกิดนิ่วในไต
10. เพิ่มพลังงาน: ส้มมิคังมีน้ำตาลธรรมชาติ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย คลายความอ่อนเพลีย
11. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ: ส้มมิคังมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
12. ป้องกันโรคโลหิตจาง: ส้มมิคังมีธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
อร่อยกลมกล่อมกับซุปหม้อไฟรสกิมจิ ในแบบสไตล์ญี่ปุ่น
น้ำซุปหม้อไฟรสกิมจิ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) มีเบสรสชาติจากโกชูจัง กระเทียม และน้ำมันงา เสริมความกลมกล่อมด้วยสารสกัดจากอาหารทะเลและปลาโอแห้ง ทำให้ซุปมีรสเค็ม เผ็ด และอมเปรี้ยวเล็กน้อยอย่างลงตัว นอกจากทำซุปกิมจิแล้ว ยังสามารถเอาไปประยุกต์ทำเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย เช่น ข้าวผัดกิมจิ อุด้งผัดกิมจิ หรือจะใช้เป็นเบสทำซุปกิวด้ง (ข้าวหน้าเนื้อ) รสเผ็ดก็เข้ากันได้ดีมากค่ะ
มาพร้อมนวัตกรรม “ปุจิโตะ” แคปซูลน้ำซุปขนาดจิ๋ว ใช้งานสะดวก แค่ใช้ในปริมาณที่ต้องการ (1 ถุง มี 6 แคปซูล) ช่วยให้ทำหม้อไฟได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำซุปเหลือทิ้งค่ะ
วิธีทำหม้อไฟ (สำหรับ 2 ที่)
• เปิดแคปซูลจิ๋ว 2 ถ้วย และน้ำ 300 มล. ลงในหม้อ
• ใส่วัตถุดิบต่างๆ แล้วต้มให้สุก เมื่อวัตถุดิบสุกแล้ว พร้อมรับประทานค่ะ
สำหรับคนรักแซลมอนที่มองหาวัตถุดิบคุณภาพสูงสุด พร้อมความสะดวกในการทำอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก (Atlantic Salmon) จากแบรนด์ คุก (Cooke) คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือปลาแซลมอนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในโลก และผ่านการแล่ตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน
คุณภาพจากแหล่งกำเนิด: ชิลี (Chile)
ปลาแซลมอนของ Cooke ได้รับการเลี้ยงในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดของประเทศ ชิลี โดยเฉพาะในเขตไอเซน (Aysén region) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและมีสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์ การเลี้ยงในสภาพธรรมชาติที่ดีเยี่ยมนี้ ทำให้ปลาแซลมอนมีเนื้อที่นุ่ม สีส้มสดใส และมีรสชาติที่สะอาด พร้อมไขมัน (Omega-3) ที่สมดุลตามธรรมชาติ
แบรนด์ Cooke ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และมีการใช้มาตรฐานการเพาะเลี้ยงอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบอาหารทะเลคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
การแล่ Trim-C เพื่อความสมบูรณ์แบบ
Trim-C คือมาตรฐานการแล่ปลาแซลมอนที่การันตีว่าเนื้อปลาของคุณถูกตัดแต่งอย่างพิถีพิถันสูงสุด
ความสะอาดสูงสุด: เนื้อปลาถูกนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone)
พร้อมใช้งานทันที: ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิ ซูชิ หรือนำไปปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเลาะก้างหรือตัดแต่งไขมันส่วนเกินเอง
เมนูอร่อยที่แนะนำ
ด้วยคุณภาพของปลาแซลมอนแอตแลนติกจากชิลี และการตัดแต่งแบบ Trim-C ที่สะอาด ทำให้เนื้อปลาชนิดนี้เหมาะสำหรับทุกเมนู:
ซาชิมิ/ซูชิ: เนื้อปลานุ่ม สีสวย สามารถนำไปหั่นเป็นชิ้นเพื่อสัมผัสความสดใหม่แบบเต็มคำ
สเต็กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือจี่บนกระทะเพื่อดึงรสชาติไขมันธรรมชาติออกมาให้หอมกรุ่น
อบ/เบค: อบพร้อมเครื่องเทศหรือสมุนไพร เพื่อมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ
ไม่ว่าคุณจะทำอาหารในบ้านหรือต้องการวัตถุดิบคุณภาพเพื่อเสิร์ฟในร้านอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก Trim-C จาก Cooke คือทางเลือกที่จะช่วยยกระดับทุกเมนูของคุณให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่ายดาย
วิธีละลายสินค้าแช่แข็ง
❄️ ละลายในตู้เย็น (แนะนำที่สุด)
- วางสินค้าไว้ในช่องธรรมดาของตู้เย็นประมาณ 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาด)
- วิธีนี้ช่วยรักษาคุณภาพและความสดของสินค้าได้ดีที่สุด
❄️ ละลายในน้ำเย็น (สำหรับการเร่งเวลา)
- นำสินค้าทั้งถุงแช่ในน้ำเย็น
- เปลี่ยนน้ำใหม่ทุก 30 นาที จนกว่าสินค้าจะคลายตัว
❄️ ละลายในอุณหภูมิห้อง (เฉพาะบางประเภท)
- วางสินค้าไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 40 นาที
สัมผัสประสบการณ์ "ความฟินแบบสั่นลิ้น" ที่สายหม่าล่าห้ามพลาด!
เบื่อไหมกับหม่าล่าแบบเดิมๆ? นิสชินขอพาทุกคนไปสัมผัสความซี้ดที่เหนือระดับกับ นิสชิน คัพ นูดเดิล รสหม่าล่า ที่เราถอดรหัสความอร่อยส่งตรงจากมณฑลเสฉวนมาไว้ในถ้วยเดียว ตอกย้ำนิยามความฟิน "อร่อยที่เส้น เข้มที่ซุป" ในทุกคำที่สัมผัส
เริ่มต้นด้วย น้ำซุปเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศ สูตรลับที่ให้รสสัมผัสกลมกล่อม หอมกลิ่นพริกและเครื่องเทศอันเป็นเอกลักษณ์ ให้ความเผ็ดร้อนและอาการ "ชาลิ้น" แบบพอดีๆ ตามฉบับหม่าล่าแท้ๆ สมกับคำว่า "เข้มที่ซุป" อย่างแท้จริง ผสานเข้ากับ เส้นเหนียวนุ่ม คุณภาพนิสชิน เส้นสีเหลืองนวลที่ดูดซับน้ำซุปหม่าล่าได้ดีเยี่ยม เคี้ยวสนุกสู้ฟัน การันตีความ "อร่อยที่เส้น" ในแบบฉบับนิสชินที่ทุกคนไว้ใจ
เติมเต็มความอร่อยให้สมบูรณ์แบบด้วย เครื่องเน้นๆ เต็มคัพ ทั้งเห็ดหอมอบแห้งและกะหล่ำปลีอบแห้ง ที่คืนตัวมานุ่มเด้ง เพิ่มเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวเพลินเหมือนได้นั่งทานหม่าล่าหม้อไฟสดๆ
"แค่เติมน้ำร้อน 3 นาที แล้วเตรียมดื่มด่ำกับความหอมซี้ดสไตล์เสฉวน ที่พร้อมเสิร์ฟความฟินให้คุณได้ทุกเวลา"
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซุปทะเลน้ำข้น
• รสซุปทะเลน้ำข้น รสชาติที่เป็นที่รู้จักกันดีของนิสชินที่เสิร์ฟความอร่อยตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเส้นบะหมี่แบบออริจินัล อีกทั้งปูอัดอบแห้ง, ปลาหมึกอบแห้ง, กะหล่ำปลีอบแห้ง, แครอทอบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซอสครีมต้มยำมันกุ้ง (แบบแห้ง)
• ถึงเครื่องต้มยำพร้อมรสชาติมันกุ้งเข้มข้น รสเปรี้ยว เผ็ดจัดจ้าน ผสานเส้นคุณภาพเหนียวนุ่มของนิสชิน ในรูปแบบแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกุ้งอบแห้ง ไข่อบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
รสชาติแห่งความอบอุ่นจากหัวใจญี่ปุ่นถึงบ้านคุณ
ถ้าพูดถึงขนมญี่ปุ่นที่เรียบง่ายแต่กินแล้วอบอุ่นใจ “โอฮากิ (Ohagi)” คือหนึ่งในเมนูที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเปลี่ยนผ่านฤดูกาล ขนมชนิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของหวานธรรมดา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนในการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ
ความพิเศษของ โอฮากิ คินาโกะ (Ohagi Kinako) ถุงนี้ อยู่ที่การผสมผสานที่ลงตัวในทุกสัมผัส:
• ข้าวเหนียวญี่ปุ่น: เคี่ยวจนนุ่มหนึบกำลังดี ให้เนื้อสัมผัสที่เคี้ยวสนุก
• ไส้ถั่วแดงกวน: ซ่อนอยู่ด้านในด้วยรสชาติหวานละมุน กลมกล่อม ไม่เลี่ยน
• ผงคินาโกะ (Kinako): ปิดท้ายด้วยการโรยผงถั่วเหลืองคั่วบดละเอียดคุณภาพเยี่ยม ที่ให้กลิ่นหอมนวลเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เสน่ห์ของโอฮากิอยู่ที่ความ "เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง" เป็นขนมที่ให้พลังงานและดีต่อใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทานคู่กับน้ำชาร้อนๆ ในยามบ่าย เพื่อสร้างช่วงเวลาที่ผ่อนคลายและพิเศษยิ่งขึ้น มาในรูปแบบแช่แข็งที่คงความสดใหม่แบบต้นตำรับ สะดวกสบายเพียงแค่ละลายในอุณหภูมิห้อง ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ที่ต้องการเมนูขนมหวานพรีเมียม หรือสายหวานที่อยากมีขนมดีๆ ติดตู้เย็นไว้เติมความสุขได้ทุกเวลาครับ
วิธีทาน / วิธีการใช้
• การเตรียม: นำขนมออกจากช่องแช่แข็งมาวางละลายในอุณหภูมิห้องประมาณ 1-2 ชั่วโมง (จนเนื้อข้าวเหนียวนุ่มลง)
• ข้อแนะนำ: ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟด้วยไฟแรง เพราะอาจทำให้ข้าวเหนียวแฉะหรือเสียรูปทรง
• ไอเดียความอร่อย:
- ทานคู่กับ ชาเขียวร้อน หรือ มัทฉะ เพื่อตัดรสหวาน
- เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาเพื่อทำเป็นเมนูของหวานฟิวชัน
- จัดใส่จานสวยงามสำหรับรับรองแขกในงานเลี้ยง
แนะนำอาหาร
• ชาเขียวมัทฉะ
• โฮจิฉะ (ชาเขียวคั่ว)
• ไอศกรีมวานิลลา
• เซ็ตเบนโตะญี่ปุ่นปิดท้ายด้วยของหวาน
เคล็ดลับความอร่อยกับซอสที่มียอดขายอันดับ 1 ของญี่ปุ่น
ทาโกะยากิ หรือขนมครกญี่ปุ่น อาหารว่างติดครัวของชาวคันไซ
ทาโกะยากิมีต้นกำเนิดมาจากเมืองโอซากา หากท่านได้ไปเที่ยวแถบคันไซ ต่างต้องเคยได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน วันนี้เราชวนคุณแก้คิดถึงญี่ปุ่น กับเมนูทำเองได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของแบรนด์ Nippn คุณแค่เตรียมไส้ที่ชอบ และต้องมีกระทะหลุมสำหรับทำทาโกะยากิ เพียงแค่นี้ คุณก็อร่อยตามแบบโอซาก้าแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 40 ลูก
วิธีทำ
1. ใส่แป้งทาโกะยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง ปูอัด ฯลฯ)
2. วอร์มเตาด้วยไฟแรง เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย แล้วค่อยใส่แป้งลงไปครึ่งหลุม ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที ใส่ไส้ทาโกะยากิ กระหล่ำปลี ขิงซอยเล็กน้อยลงในหลุม
3. รอจนแป้งสุกจนร่อนจากกระทะ พยายามพลิกกลับ ค่อยๆ เติมแป้งจนมีลักษณ์เป็นทรงกลมสวยงาม
4. เมื่อแป้งสุกทุกด้าน ให้จัดใส่จาน ราดซอสทาโกะยากิ มายองเนส สาหร่ายผง และปลาคัตสึโอะหั่นฝอย
ทำพิซซ่าญี่ปุ่นใครว่ายาก
แป้งสำเร็จรูปจากแบรนด์ Nippn ห่อนี้ เรานำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้คุณสามารถทำพิซซ่าญี่ปุ่น หรือ โอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของเรา ทำให้พิซซ่าญี่ปุ่นของคุณนุ่ม ฟู ไม่แห้งกระด้าง อร่อยในแบบต้นฉบับแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 4 ที่
วิธีทำ
1. ใส่แป้งโอโคโนมิยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง ขิงสับละเอียดนิดหน่อย และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง หมู ฯลฯ)
2. นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน (200C) เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย ก่อนตักแป้งโอโคโนมิยากิครึ่งหนึ่งออกเป็นทรงกลม ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที ให้ใส่กระหล่ำปลี และไส้ที่ชอบ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
3. พลิกอีกด้านอย่างระมัดระวังและปิดฝากระทะ ทิ้งไว้อีกประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นเปิดฝากระทะ ทิ้งไว้ 1 นาที
4. ตักใส่จาน พร้อมราดซอสโอโคโนมิยากิ มายองเนส และเกล็ดปลาโบนิโตะ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
สนุกกับการทำโอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
เพิ่มความสดชื่นแบบไร้คาเฟอีน ด้วยชาข้าวบาร์เลย์จากญี่ปุ่น
สำหรับคนที่ต้องการความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แต่ไม่อยากรับประทานเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เราขอแนะนำมูกิฉะหรือชาข้าวบาร์เลย์ค่ะ ชาชนิดนี้แท้จริงแล้วไม่มีส่วนผสมของใบชา แต่ผลิตขึ้นจากเมล็ดข้าวบาร์เลย์ที่นำมาคั่วบดแล้วบรรจุใส่ซองชา เพื่อนำมาชงกับน้ำร้อนหรือน้ำเย็น
ฮอนมะ มอน มูกิฉะห่อนี้ โดดเด่นด้วยการใช้ข้าวบาร์เลย์ชนิดเปลือกล่อน อิจิบังโบชิ (Ichibanbochi) จากจังหวัดคางาวะ 100% จึงทำให้มีรสชาติกลมกล่อม ไม่ขมฝาดเหมือนชาอื่นๆ และมาพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ น้ำชามีสีเหลืองทอง ให้ความรู้สึกสดชื่น ชุ่มคอ ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมดื่มมูกิฉะในฤดูร้อน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยทีเดียวค่ะ
วิธีการชงแบบร้อน
• ต้มน้ำ 1.5 ลิตรให้เดือด ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง แล้วต้มต่อไปอีกประมาณ 3-5 นาที จากนั้นยกลงจากเตา สามารถดื่มแบบร้อนหรือนำไปแช่เย็นก่อนดื่มก็ได้ค่ะ
วิธีการชงแบบเย็น
• ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง ลงในน้ำเย็น 1 ลิตร แล้วนำไปแช่เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมดื่มค่ะ
"ไข่กุ้ง" ที่เรากินกัน จริงๆแล้วทำมาจากอะไรกันแน่นะ?
หลายคนอาจคิดว่าเม็ดสีส้มกรุบๆ ที่อยู่บนซูชิคือ ไข่ของกุ้ง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ สิ่งที่เราเรียกกันติดปากว่า "ไข่กุ้ง" แท้จริงคือไข่ปลาแคปลิน (Capelin Roe) หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า เอบิโกะ (Ebiko) ซึ่งเป็นปลาทะเลขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำเย็น เช่น แถบมหาสมุทรอาร์กติก แอตแลนติกเหนือ และบริเวณรอบประเทศญี่ปุ่น ไข่ปลาแคปลินตามธรรมชาติจะมีสีเหลืองอ่อน เม็ดเล็กละเอียด และมีเอกลักษณ์คือ เนื้อสัมผัสกรุบกรอบเมื่อรับประทาน ก่อนนำมาขายหรือใช้ในร้านอาหารญี่ปุ่น จะผ่านการปรุงรสด้วยโชยุ มิริน และเกลือ เพื่อเพิ่มความกลมกล่อม พร้อมแต่งสีให้เป็นสีส้มสดใส จนกลายเป็น "ไข่กุ้ง" ที่เราคุ้นเคย เหมาะสำหรับโรยหน้าซูชิ ข้าวปั้น หรือเมนูต่างๆ ให้ดูน่ากินยิ่งขึ้น
ประโยชน์และสารอาหารดีๆใน "ไข่กุ้ง" (Ebiko)
เห็นเม็ดเล็กๆแบบนี้ แต่คุณประโยชน์ไม่เล็ก เพราะเป็นไข่ปลาที่มาจากทะเลน้ำลึก จึงอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง
• โปรตีนสูง: ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
• กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3): ดีต่อการทำงานของสมองและช่วยบำรุงหัวใจ
• วิตามินและแร่ธาตุ: มีวิตามินบี 12 และฟอสฟอรัส ที่ช่วยส่งเสริมระบบประสาทและกระดูกให้แข็งแรง
ขั้นตอนการละลาย (Defrosting) อย่างถูกวิธี
• นำกล่องไข่กุ้ง ออกจากช่องแช่แข็ง แล้วย้ายมาใส่ในช่องแช่เย็นธรรมดา ล่วงหน้าประมาณ 8–12 ชั่วโมง หรือ 1 คืนก่อนใช้งาน วิธีนี้จะช่วยให้เนื้อสัมผัสยังคงความกรุบกรอบ เม็ดไข่ปลาไม่แตกเลอะ และไม่เสียรสชาติ (ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟโดยตรงเพื่อละลาย เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสเสีย)
มาทำโอเด้งทานเองที่บ้านกันค่ะ
"บิดแล้วเท" จบใน 1 นาที! เคล็ดลับทำอุด้งเมนไทโกะฉบับแม่บ้านมือโปร!
ความพิเศษของซีรีส์ ปุจิโตะ (Puchitto) คือซอสมาในรูปแบบ “ถ้วยเล็ก” ขนาดกะทัดรัดใช้งานง่าย ใน 1 ถุง บรรจุ 4 ถ้วย (สำหรับ 4 ที่) ถือเป็นนวัตกรรมที่แม่บ้านญี่ปุ่นชื่นชอบมาก เพราะเพียงแค่ “บิดแล้วเท” ก็ใช้งานได้ทันที ไม่เลอะมือและไม่ต้องกังวลเรื่องการตวงปริมาณ
ตัวซอสให้รสชาติเมนไทโกะแท้ๆ ภายในมีเนื้อไข่ปลาค็อดปรุงรส (Mentaiko) ผสมอยู่จริง ให้สัมผัสกรุบเล็กน้อย พร้อมรสเค็มเผ็ดอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทเมนโกะ สูตรนี้ผสานเนยมาอย่างลงตัว ช่วยเพิ่มความนวล กลมกล่อม และเข้ากันได้ดีกับความเค็มของไข่ปลาอย่างพอดี จะนำไปคลุกกับเส้นอุด้งร้อนๆ หรือจะทำเป็นอุด้งเย็นคลุกซอสในวันที่อากาศร้อนก็อร่อยอย่างลงตัวค่ะ
ไอเดียเมนู "ทำง่าย แต่อร่อย"
• Mentaiko Udon : ต้มเส้นอุด้งให้สุก แกะซอส 1 ถ้วยเล็ก เทลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็ทานได้เลยค่ะ
• Mentaiko Pasta : ใช้แทนซอสพาสต้าได้เลยค่ะ โรยไข่กุ้งเพิ่มอีกนิด รับรองว่าต้องขอเบิ้ลแน่นอน
• Mentaiko Rice : ถ้าวันไหนไม่มีเส้น ลองเทคลุกกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้ววางไข่ดาวทับด้านบน เป็นเมนูเร่งด่วนที่รสชาติไม่ธรรมดาเลยค่ะ
อินานิวะ อุด้ง 1 ใน 3 สุดยอดอุด้งของญี่ปุ่น
เส้นอุด้ง จากอากิตะ เป็นสินค้าขึ้นชื่อประจำจังหวัด ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น "อุด้งเส้นแห้งดึงมือ" อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น มีลักษณะเด่นคือเส้นบางกว่าอุด้งทั่วไป และมีความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ เนื่องจากผ่านกระบวนการนวดและยืดเส้นด้วยมือแบบดั้งเดิม ทำให้ได้สัมผัสที่นุ่มลื่นและเคี้ยวหนึบ นิยมทานแบบเย็นจุ่มกับซุปโชยุเข้มข้น หรือ แบบร้อนในน้ำซุปดาชิหอมกลมกล่อม
วิธีรับประทาน อินานิวะ อุด้ง
1. ต้มน้ำให้เดือด เตรียมน้ำ 1 ลิตร ต่อเส้นอุด้ง 80-100 กรัม รอให้น้ำเดือด
2. ใส่เส้นลงในน้ำ ค่อยๆ วางเส้นลงในน้ำเดือด
3. ใช้ตะเกียบคนเส้นอุด้งเบาๆ เป็นรูปเลขแปด เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกันขณะต้ม
4. ตรวจสอบสีของเส้นอุด้ง ต้มจนเส้นลายเป็นสีขาวขุ่น ปรับเวลาในการต้มตามเนื้อสัมผัสที่ต้องการ
ต้มนานขึ้นเพื่อให้เส้นนิ่มขึ้น หรือลดเวลาลงเพื่อให้เส้นแข็งขึ้น < เวลาโดยประมาณ >
• อุด้ง : 3 นาที / ฮิมูกิ: 2 นาที
• โซเมน : 90 วินาที / ข้าวต้มเส้น 4-5 นาที
5. เมื่อต้มเสร็จแล้ว ให้รีบนำใส่กระชอนแล้วล้างด้วยน้ำเย็นให้สะอาดเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นสุกเกินไป
ไก่คาราอาเกะ กระเทียมพริกไทยทำง่ายแค่เขย่าแล้วเอาเข้าไมโครเวฟ!
มาทำไก่ทอดในไมโครเวฟกันเถอะ! มีใครอยากลองทำไก่ทอดที่บ้านบ้างไหม? แต่ฉันไม่อยากหมักมัน นอกจากนี้การทอดยังใช้เวลานานและเปลืองน้ำมันอีกด้วย ลองแพ็คนี้สิ! เพียงหั่นไก่เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ผสมหรือเขย่ากับแป้งปรุงรสชุดนี้ จากนั้นเมื่อนำเข้าไมโครเวฟแล้วให้นำออกมาพักไว้สักครู่ ตอนนี้คุณสามารถทำเมนูไก่ทอดแสนอร่อยที่บ้านได้แล้ว。
วิธีการทำ
1. หั่นไก่ (1 ชิ้นมีขนาดประมาณ 4 x 4 ซม. หรือชิ้นละ 30 กรัม)
2. หั่นไก่แล้วเขย่า โรยแป้งให้ทั่ว
3. วางกระดาษรองจาน เอาลงบนจาน ไว้สำหรับวางไก่ วางแยกกันเพื่อไม่ให้ติด
4.ทำความร้อนด้วยไฟฟ้า 600w แล้วตั้งเวลาผ่านหน้าซองด้านหลัง จากนั้นปล่อยให้นั่งสักพัก ขอเพียงแค่สนุกกับเรื่องนี้
อร่อยง่ายสไตล์ญี่ปุ่น กับซอส อุด้ง คามะทามะ แบบต้นตำรับ!
ซอสปรุงรส “อุด้ง คามะทามะ” (Udon Kamatama) สูตรพิเศษ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) ผสานความกลมกล่อมของซอสถั่วเหลือง น้ำตาล และมิริน เพิ่มความอูมามิจากสารสกัดปลาโอแห้งและปลาซาร์ดีนแห้ง เพื่อให้รสชาติที่กลมกล่อมตามต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ เพียงราดซอสลงบนเส้นอุด้งที่ลวกสุก คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วเพิ่มความอร่อยด้วยไข่ออนเซ็นหรือไข่สด ก็พร้อมอิ่มอร่อยกับคามะทามะ อุด้ง รสชาติต้นตำรับได้ง่ายๆ ที่บ้าน
มาพร้อมนวัตกรรม “ปุจิโตะ” แคปซูลขนาดจิ๋ว ใช้งานสะดวก (1 ถุง มี 4 แคปซูล)
วิธีใช้ : เทซอสลงในเส้นอุด้งที่ลวกแล้ว จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน
มาทำขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมกันค่ะ
แป้งวาราบิโมจิ จากแบรนด์ คิง ฟู้ด (King Food) คือผลิตภัณฑ์แป้งทำขนมญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ชื่นชอบในการทำขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น เช่น วาราบิโมจิ โมจิ หรือขนมที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ โดยสามารถปรับสูตรได้ตามแบบเฉพาะของคุณ สำหรับเมนูวาราบิโมจิ หากยิ่งทานคู่กับผงคินาโกะด้วยแล้ว ยิ่งอร่อยในแบบฉบับของญี่ปุ่นแท้ๆเลยค่ะ
วิธีทำ
1. ผสมแป้งวาราบิโมจิ 1 ถุง ต่อน้ำประมาณ 700 cc
2. ตั้งไฟโดยใช้ไฟกลาง เมื่อสีของแป้งเริ่มขุ่นและจับกันเป็นก้อน ให้ลดไฟเป็นไฟอ่อน หมั่นคนให้เข้ากันจนแป้งเริ่มใส
3. เมื่อแป้งใสได้ที่แล้ว ให้เทลงบนภาชนะที่มีลักษณะแบน ค่อยๆใส่น้ำด้านบนแป้งเพื่อให้แป้งเย็นตัวลง แล้วตัดเป็นชิ้นพอดีคำ
วิธีลัด
• ตักแป้งที่เพิ่งกวนเสร็จในขนาดพอดีคำ แล้วใส่ในน้ำเย็นจัด (น้ำผสมน้ำแข็ง) นำมาสะเด็ดน้ำเรียบร้อยแล้ว เพื่อเพิ่มความอร่อยให้โรยผงคินาโกะ หรือผงชาเขียวตามชอบ
วิธีทำด้วยไมโครเวฟ
*แนะนำให้แบ่งทำทีละน้อย*
1. ใช้แป้งวาราบิโมจิ 60 กรัม (สำหรับ 2 เสิร์ฟ) ต่อน้ำ 270 CC
2. ผสมน้ำกับแป้งใส่ในภาชนะที่ใหญ่คนให้เข้ากัน จากนั้นแร็ปปิดฝาด้านบน
3. นำเข้าไมโครเวฟใช้ไฟ 500 วัตต์ ประมาณ 4 นาที นำออกมาคนให้เข้ากัน จากนั้นแร็ปปิดฝาด้านบน เข้าไมโครเวฟอีกครั้ง จนแป้งสุกและมีเนื้อใส
4. นวดให้เข้ากัน หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วทิ้งให้เย็น เพื่อเพิ่มความอร่อยให้โรยผงคินาโกะ หรือผงชาเขียวตามชอบ
(สามารถปรับสูตรได้ตามความต้องการ)
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ผักกาดดองต้มสุกปรุงรสแบบต้นตำรับญี่ปุ่น รสชาติอร่อยกลมกล่อมกำลังพอดี นิยมนำมาทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ, รับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้ม, เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม หรือนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย สะดวกและประหยัดเวลาเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกพร้อมทาน สามารถจัดเสิร์ฟได้ทันที
ปลดล็อกเคล็ดลับผิวสวยและสุขภาพดีจากภายใน ด้วยพลัง "สีส้ม" จากคาโกเมะ
ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การจะหาเวลามานั่งทานผักให้ครบตามสัดส่วนที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนลงเอยด้วยการทานฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารจานด่วนที่ขาดวิตามิน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า ผิวพรรณไม่สดใส และระบบขับถ่ายติดขัด นี่คือเหตุผลที่คาโกเมะ แบรนด์น้ำผักผลไม้อันดับ 1 จากญี่ปุ่น คิดค้นสูตรน้ำผักผลไม้รวมผสมน้ำแครอทและส้ม ขึ้นมาเพื่อเป็นทางลัดสู่สุขภาพดีที่ "ดื่มง่าย" กว่าที่คุณเคยสัมผัส หัวใจสำคัญของขวดนี้คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง ผักและผลไม้ โดยมี "แครอท" เป็นพระเอกหลัก หลายคนอาจจะกังวลเรื่องกลิ่นเหม็นเขียวของผัก แต่ Kagome ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงจากญี่ปุ่นที่สามารถดึงเอาความหวานตามธรรมชาติของแครอทออกมา และตัดรสด้วยความเปรี้ยวสดชื่นจาก "ส้ม" ทำให้น้ำผักขวดนี้มีรสชาติที่กลมกล่อม หอมสดชื่น ดื่มแล้วรู้สึกรีเฟรชทันที โดยไม่ต้องเติมน้ำตาลทรายแม้แต่กรัมเดียว! คาโกเมะไม่ใช่แค่เครื่องดื่มทั่วไป แต่คือสัญลักษณ์ของความใส่ใจในแบบฉบับญี่ปุ่น ทุกหยดในขวดขนาด 720 มล. นี้ ผ่านกระบวนการคัดสรรวัตถุดิบอย่างเข้มงวด ไม่มีการใส่วัตถุกันเสีย ไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณและครอบครัวจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติของธรรมชาติแท้ๆ 100% เหมือนมีฟาร์มญี่ปุ่นมาเสิร์ฟถึงบ้าน
คุณสมบัติเด่น
• น้ำผักผลไม้ 100% จากแครอทและส้ม
• อุดมด้วยวิตามิน A และ C
• มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)
• ไม่เติมสี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย
• แบรนด์ KAGOME ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำผักผลไม้จากญี่ปุ่น
ประโยชน์
• ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ (วิตามิน A จากแครอท)
• เสริมภูมิคุ้มกัน (วิตามิน C จากส้ม)
• ช่วยลดความเครียดของเซลล์จากอนุมูลอิสระ
• เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบง่ายๆ ทุกวัน
เหนื่อยล้ามาทั้งวัน หรือเริ่มเช้าวันใหม่แบบอึนๆ ให้ Kagome ขวดนี้ช่วยดึงความสดใสกลับมา! การันตีคุณภาพส่งตรงจากญี่ปุ่น ดื่มง่าย ไม่เหม็นเขียว ใครที่ไม่ชอบกินผักต้องลอง แล้วคุณจะลืมภาพจำแบบเดิมๆ ไปเลย!
มิโซะะรสชาติกลมกล่อมที่ควรมีติดครัวไว้ทุกบ้าน
HonmonoNippon ได้นำเข้ามิโซะจากแบรนด์ Hikari แบรนด์ผลิตมิโซะอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น! โดยมิโซะนี้ได้คัดสรรเมล็ดถั่วเหลืองคุณภาพดี นำมาหมักและบดจนละเอียด ใช้ระยะเวลาในการหมักที่นาน จนเกิดรสชาติอูมามิ มีรสที่สมดุล มีกลิ่นหอม และยังคุณค่าทางโภชนาการ ยิ่งทานคู่กับเมนูจานโปรด ยิ่งอร่อยอูมามิค่ะ
มาเพิ่มความจี๊ดจ๊าดให้กับอาหารของคุณ ด้วยผงโรยข้าวรสวาซาบิ
ฟุริคาเกะ หรือผงโรยข้าว เราได้คัดสรรจากแบรนด์ Nagatanien แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น หากอยากเพิ่มรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ขอแนะนำรสวาซาบิห่อนี้เลยค่ะ ภายในซองประกอบด้วยปลาคัทสึโอะย่างจนหอม นำมาทำเป็นเกล็ด ผสมกับสาหร่าย เพียงโรยบนข้าวสวยร้อนๆ ก็ช่วยเพิ่มความอูมามิ ทำให้มื้อข้าวธรรมดาอร่อยขึ้นได้ทันที
ผงโรยข้าวแสนอร่อย รสปลาแซลมอนและสาหร่าย รสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
ฟุริคาเกะ หรือผงโรยข้าว เป็นสินค้าขายดีที่แทบทุกบ้านในญี่ปุ่นต้องมีติดครัว! เราได้คัดสรรผงโรยข้าวจากแบรนด์ Nagatanien แบรนด์อันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น โดยรสยอดนิยมที่ถูกปากคนไทยคงหนีไม่พ้น “รสแซลมอน” ภายในซองมีส่วนผสมของเนื้อปลาแซลมอนและสาหร่าย เมื่อนำมาโรยบนข้าวสวยร้อนๆจะให้กลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนปลาย่าง ช่วยเพิ่มความอูมามิ และทำให้มื้อข้าวธรรมดาของคุณอร่อยขึ้นทันที
สัมผัสประสบการณ์ชาเขียวคุณภาพพรีเมียมจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่คัดสรรผงมัทฉะบริสุทธิ์ 100% มาจากแหล่งปลูกชาชั้นเลิศในจังหวัด ชิซูโอกะ (Shizuoka) ประเทศญี่ปุ่น ผงมัทฉะ นี้จะมอบรสชาติที่เข้มข้น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และสามารถใช้งานได้หลากหลายในทุกเมนู
ความโดดเด่นของมัทฉะจากชิซูโอกะ
แหล่งกำเนิดคุณภาพสูง: จังหวัดชิซูโอกะตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ มีสภาพอากาศที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการปลูกชาเขียว จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา"
ผงชาเขียวแท้ 100%: ผลิตจากใบชาเขียวคุณภาพดี โดยไม่มีการผสมสารแต่งกลิ่น สี หรือน้ำตาลใดๆ ทำให้คุณได้รับรสชาติและกลิ่นหอมของชาเขียวแท้แบบเต็มที่
รสชาติเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์: ด้วยคุณภาพของใบชาที่คัดเลือกมาอย่างดี มัทฉะนี้จึงมีรสชาติ อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นอย่างสมดุล ไม่ขมจนเกินไป และมีกลิ่นหอมสดชื่น
มัทฉะเพื่อไลฟ์สไตล์ที่ดี
มัทฉะ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะนอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
สารต้านอนุมูลอิสระสูง: มัทฉะเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกาย
ช่วยเพิ่มความสดชื่นและมีสมาธิ: มีสารคาเฟอีนและ L-Theanine ทำงานร่วมกัน ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีสมาธิ แต่ให้ความรู้สึกสงบ
ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถนำไปทำเครื่องดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น เช่น มัทฉะลาเต้, สมูทตี้ รวมถึงใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในการทำเบเกอรี่ ขนมหวาน และไอศกรีม
วิธีการเตรียมมัทฉะเบื้องต้น
1. ใช้ผงมัทฉะประมาณ 1-2 กรัม (ประมาณ 1 ช้อนชา) ลงในถ้วย
2. เติมน้ำร้อน (อุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส) 60-70 มล.
3. ใช้ไม้ตีชา (Chasen) หรืออุปกรณ์สำหรับตีชา คนหรือตีให้เกิดฟองละเอียดจนผงมัทฉะละลายเข้ากันดี
4. สามารถเติมน้ำร้อนเพิ่ม หรือผสมนมเพื่อทำมัทฉะลาเต้ได้ตามความชอบ
ผงมัทฉะ จากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) จึงเป็นตัวเลือกที่มั่นใจได้ มอบ มัทฉะแท้ ที่มีคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
อร่อยได้ทุกเวลากับเยลลีชุ่มฉ่ำพร้อมเนื้อผลไม้เต็มคำ
สัมผัสความสดใหม่ของผลไม้คุณภาพเยี่ยมเหมือนยกทั้งร้านมาไว้ที่บ้านคุณ ด้วยเยลลีเนื้อเนียนใส ชุ่มฉ่ำ ผสมเนื้อผลไม้แท้ ในซีรีส์ “Kudamonoyasan” จากแบรนด์ Tarami ประเทศญี่ปุ่น ให้คุณอร่อยไปกับรสชาติหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมสดชื่นของน้ำผลไม้รวมเข้มข้น มาพร้อมเนื้อผลไม้ชิ้นใหญ่เต็มคำที่ประกอบไปด้วย ส้มแมนดาริน, พีชขาว, พีชเหลือง และสับปะรด ผสานคุณค่าจากวิตามินซีแบบเต็มๆ ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ยิ่งแช่เย็นยิ่งอร่อย
มาทานแซลมอนกันมั้ยคะ
หากคุณเป็นอีกคนที่ชื่นชอบการทานปลาส้ม หรือแซลมอน วันนี้ HonmonoNippon มีเมนูใหม่มาแนะนำค่ะ กับแซลมอนหั่นแบบคิริมิ ปรุงรสให้มีรสชาติเค็มนิดๆ มีรสชาติหวานน้อยๆแบบติดปลายลิ้น แล้วนำไปย่างจนหอม วิธีทานแค่อุ่นร้อนในไมโครเวฟ ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่น และซุปมิโซะอีกสักถ้วย รับรองว่าฟินแน่นอนค่ะ