ถ้าพูดถึงราเมงรสมิโสะ หลายคนจะนึกถึงความหอมของถั่วหมัก ผสมความเค็มมันที่ลึกและกลมกล่อม ราเมงรุ่นนี้ถ่ายทอดรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ชัดเจน ซุปมีความเข้มข้นสไตล์ “โนโกะ” คือไม่จาง ไม่บาง แต่แน่นเต็มคำ เส้นราเมงถูกออกแบบให้มีความหนาและความหนึบเป็นพิเศษ เพื่อให้รับกับซุปมิโสะได้อย่างลงตัว ทุกครั้งที่คีบเส้นขึ้นมา จะสัมผัสได้ถึงความเด้งและเนื้อสัมผัสที่คล้ายเส้นสดในร้านราเมง จุดเด่นคือสามารถปรุงเพิ่มได้ตามสไตล์ของตัวเอง จะใส่หมูชาชู ไข่ออนเซ็น ข้าวโพด หรือเนยเพิ่มความหอมก็ได้ กลายเป็นเมนูระดับร้านดังได้ภายในไม่กี่นาที เหมาะกับคนทำงานที่อยากได้มื้ออร่อยแบบรวดเร็ว นักเรียนที่อยากกินอะไรจริงจัง หรือร้านอาหารที่ต้องการเมนูญี่ปุ่นเพิ่มยอดขายแบบต้นทุนคุมได้ พูดง่ายๆ คือ ถ้าอยากกินราเมงที่ไม่ง้อร้าน นี่คือคำตอบ
วิธีการทำ
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นลงไปต้มนานประมาณ 4 นาที (คอยคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว)
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสมน้ำ: เมื่อเส้นสุก เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเครื่องปรุงก่อน แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
• เสิร์ฟ: นำเส้นลงไปใส่ในชาม คนเบาๆ พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับ: เติมเนื้อหมูชาชู ไข่ต้ม หน่อไม้ และต้นหอมญี่ปุ่น เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบ
สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ในรูปแบบที่ง่ายกว่าเดิม ซุปหูฉลามสูตรนี้เน้นความลงตัวของ "ซอสโชยุ" และน้ำซุปสกัดจากโครงไก่และหมู ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ตามแบบฉบับอาหารกวางตุ้งแท้ๆ เนื้อซุปมีความข้นกำลังดี เมื่อทานคู่กับหูฉลามและเห็ดหูหนูจะให้สัมผัสที่กรุบกรอบและนุ่มละมุนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับเป็นเมนูบำรุงร่างกายหรืออาหารจานพิเศษสำหรับครอบครัว หากพูดถึงเมนูระดับตำนานที่ครองใจเหล่านักชิมมาอย่างยาวนาน "ซุปหูฉลาม" คือหนึ่งในลิสต์อันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และการเคี่ยวน้ำซุปที่ต้องใช้ความพิถีพิถันขั้นสูง แต่จะดีแค่ไหน... ถ้าเราสามารถยกเอาบรรยากาศและรสชาติระดับภัตตาคารหรูจากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ที่โต๊ะอาหารในบ้านได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที ซุปหูฉลามเข้มข้นซองนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ซุปกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่ส่งตรงมาจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งที่มีการคัดสรรวัตถุดิบจากทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะหูฉลามที่ผ่านการคัดไซส์และคุณภาพอย่างละเอียด ผสมผสานกับภูมิปัญญาการปรุงอาหารสไตล์กวางตุ้งที่เน้นการดึงรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด
วิธีการปรุงอาหาร
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
*** นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ข้าวต้ม ชะวันมูชิ และบะหมี่เกี๊ยว
เคล็ดลับความอร่อย
• ตัดเลี่ยน: แนะนำให้เหยาะ จิ๊กโฉ่ว (ซอสเปรี้ยว) และ พริกไทยขาว เล็กน้อย จะช่วยชูรสชาติโชยุให้เด่นชัดและกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• เพิ่มเครื่อง: สามารถเติมเนื้อปูแกะ, กุ้งสับ หรือเห็ดหอมซอยลงไปต้มพร้อมซุป เพื่อเพิ่มความหรูหราและเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้นครับ
อร่อยง่ายสไตล์ญี่ปุ่น กับซอส อุด้ง คามะทามะ แบบต้นตำรับ!
ซอสปรุงรส “อุด้ง คามะทามะ” (Udon Kamatama) สูตรพิเศษ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) ผสานความกลมกล่อมของซอสถั่วเหลือง น้ำตาล และมิริน เพิ่มความอูมามิจากสารสกัดปลาโอแห้งและปลาซาร์ดีนแห้ง เพื่อให้รสชาติที่กลมกล่อมตามต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ เพียงราดซอสลงบนเส้นอุด้งที่ลวกสุก คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วเพิ่มความอร่อยด้วยไข่ออนเซ็นหรือไข่สด ก็พร้อมอิ่มอร่อยกับคามะทามะ อุด้ง รสชาติต้นตำรับได้ง่ายๆ ที่บ้าน
มาพร้อมนวัตกรรม “ปุจิโตะ” แคปซูลขนาดจิ๋ว ใช้งานสะดวก (1 ถุง มี 4 แคปซูล)
วิธีใช้ : เทซอสลงในเส้นอุด้งที่ลวกแล้ว จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ซอสสเต็กหัวหอมจากเอบาระ คือหนึ่งในเคล็ดลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นนิยมใช้ เพราะรสชาติไม่ได้แค่เค็มหรือหวาน แต่มีความกลมกล่อม จากการผสมผสานของหัวหอมที่ผ่านการปรุงจนหอมละมุน กับโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้ซอสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยขับรสชาติของเนื้อให้โดดเด่นขึ้น สิ่งที่ทำให้ซอสตัวนี้แตกต่างคือ มันไม่ได้กลบรสเนื้อ แต่กลับช่วยดึงรส ของวัตถุดิบออกมาให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวที่มีความฉ่ำ หมูที่นุ่ม หรือไก่ที่หอม ซอสจะเคลือบทุกคำให้มีมิติของรสชาติแบบพอดีๆ ไม่หนักจนเลี่ยน และไม่จางจนรู้สึกขาดอะไรไป สำหรับคนที่ทำอาหารทานเองที่บ้าน ซอสนี้เหมือนเป็นตัวช่วยลัดที่เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้ดูโปรขึ้นทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปรุงซอสเองหลายขั้นตอน แค่ย่างเนื้อให้ได้ระดับความสุกที่ชอบ แล้วราดซอสลงไป ความหอมจะลอยขึ้นทันทีเหมือนยืนอยู่หน้าเตาในร้านอาหารญี่ปุ่น ยิ่งถ้าใครทำร้านอาหารหรือขายเดลิเวอรี่ ซอสแบบซองยังช่วยควบคุมปริมาณได้ง่าย ทำให้รสชาติแต่ละจานคงที่ ลูกค้ากินครั้งไหนก็ได้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจอาหาร และความดีงามไม่ได้หยุดแค่สเต็ก เพราะซอสตัวนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอื่นได้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบิร์ก ข้าวผัด หรือเนื้อย่างกระทะร้อน เรียกได้ว่าซองเดียวแต่ใช้งานได้หลากหลาย ซอสตัวนี้คือคำตอบที่ทั้งง่ายและคุ้มค่า…แบบที่ลองครั้งเดียวแล้วมักจะมีติดบ้านยาวๆ
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• สเต็กเนื้อ/หมู/ไก่: ย่างเนื้อสัตว์ที่ชอบจนสุก พักเนื้อไว้ แล้วราดซอสจากถ้วยได้ทันที
• แฮมเบิร์ก: เนื้อบดปั้นก้อนย่างฉ่ำๆ ราดซอสนี้จะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้ดีมาก
• ปลาแซลมอนย่าง: ราดซอสนี้บนแซลมอนย่างเกลือ จะได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่น
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมหัวใหญ่ในกระทะ พอสุกแล้วเทซอส ลงไปคลุกให้เข้ากัน วางบนข้าวสวยร้อนๆ
• ข้าวหน้าหมูทอด: ใช้ราดแทนซสทงคัตสึแบบเดิมๆ สำหรับคนที่ชอบรสชาติที่หอมสดชื่นจากหอมหัวใหญ่
• หมูผัดหอมหัวใหญ่: ใช้ซอสนี้เป็นเบสในการผัดหมูสไลด์ เพิ่มต้นหอมญี่ปุ่นหรือพริกหยวก อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม
มื้อด่วนที่ไม่ธรรมดา อร่อยฟินเหมือนกินที่ร้าน!" เบื่อไหมกับบะหมี่รสหมูสับแบบเดิม ๆ? เปิดประสบการณ์ความอร่อยเข้มข้นถึงใจกับ นิสชิน รสหมูสับ ซุปหมูสับแท้ ๆ ที่หอมกรุ่นกลิ่นเครื่องเทศและน้ำมันเจียว ยิ่งซด ยิ่งฟิน มาพร้อมกับ "เส้นนิสชิน" อันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งเหนียว คลุกเคล้าเข้าเนื้อ น้ำซุปซึมเข้าเส้นแบบเต็มคำ ไม่ว่าจะมื้อดึก มื้อรีบ หรือมื้อไหน ๆ แค่มีนิสชินรสหมูสับติดบ้านไว้ ก็เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่าย ๆ ใน 3 นาที
วิธีรับประทาน 2 วิธีง่าย ๆ
วิธีที่ 1: ต้มในน้ำเดือด (แนะนำ เพื่อความเหนียวนุ่มของเส้น)
• ต้มน้ำ: ต้มน้ำสะอาดประมาณ 350-400 มิลลิลิตร ให้เดือดจัด
• ต้มเส้น: ใส่บะหมี่ลงไปต้มประมาณ 3 นาที (หากชอบเส้นหนึบ ๆ สามารถลดเหลือ 2.30 นาทีได้ครับ)
• ใส่เครื่องปรุง: ปิดไฟ แล้วเทผงปรุงรสและน้ำมันเจียวลงไปในหม้อ คนให้เข้ากัน
• พร้อมเสิร์ฟ: เทใส่ชาม สามารถเพิ่มหมูสับลวก ไข่ต้ม หรือผักตามชอบเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารได้เลยครับ
วิธีที่ 2: ชงในน้ำเดือด (วิธีด่วน สะดวก)
• เตรียมใส่ชาม: แกะบะหมี่และเครื่องปรุงทุกซองใส่ลงในชาม
• เติมน้ำร้อน: เทน้ำเดือดประมาณ 350-400 มิลลิลิตร ลงไปให้ท่วมเส้น
• รอเส้นนุ่ม: ปิดฝาชามทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที
• คนให้เข้ากัน: เปิดฝา คนให้เครื่องปรุงละลายเข้าเนื้อ พร้อมทานครับ
ทริคเพิ่มความอร่อย: บะหมี่นิสชินรสหมูสับจะมีความหอมซุปหมูและเครื่องเทศอยู่แล้ว ถ้าเหยาะพริกไทยป่นเพิ่มอีกนิด หรือใส่ต้นหอมซอยลงไปหน่อย จะยิ่งหอมชวนทานมากยิ่งขึ้น
ทำไมสเต็กในร้านญี่ปุ่นถึงหอมเย้ายวนจนหยุดกินไม่ได้ ความลับอยู่ที่ “ซอส” ซอสสเต็กกระเทียมสูตรนี้โดดเด่นด้วยความหอมของกระเทียม ผสานความเค็มกลมกล่อมของโชยุ ให้รสชาติที่ลึกและมีมิติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่างฉ่ำๆ หรือหมูสเต็กนุ่มๆ เพียงราดซอสลงไปก็ช่วยดึงรสชาติให้โดดเด่นขึ้นทันที เหมาะทั้งสำหรับทำกินเองที่บ้าน หรือเพิ่มมูลค่าให้เมนูในร้านของคุณแบบง่ายๆ พูดง่ายๆ คือมีซองนี้ติดครัวไว้ ชีวิตการทำอาหารจะง่ายขึ้นเยอะและอร่อยขึ้นแบบไม่ต้องพยายามมาก
หากคุณกำลังมองหาเคล็ดลับที่จะทำให้สเต็กจานพิเศษของคุณสมบูรณ์แบบ ซอสสเต็ก รสกระเทียมนี้ คือคำตอบ ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของโชยุชั้นดีและกระเทียมคั่วที่ให้กลิ่นหอมเย้ายวนใจ พร้อมจุดเด่นเรื่อง “ความสะดวก” ใน 1 ซองใหญ่ที่บรรจุซอสแบบถ้วยย่อย 4 ถ้วย ช่วยให้คุมรสชาติได้เป๊ะทุกครั้ง ไม่ว่าจะทำกินเองหรือเสิร์ฟลูกค้า ก็อร่อยได้มาตรฐานเดียวกับร้านอาหารญี่ปุ่น โดยไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงให้วุ่นวาย
วิธีปรุงสเต็กให้อร่อย
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกจากตู้เย็นพักไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30 นาที เพื่อให้ความร้อนเข้าถึงเนื้อได้สม่ำเสมอเวลาทอด
2. การทอด: ตั้งกระทะให้ร้อนจัดด้วยไฟแรง นำเนื้อลงจี่ เมื่อเริ่มเห็นน้ำเนื้อซึมขึ้นมาที่ด้านบน ให้พลิกกลับด้านแล้วย่างต่อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. การใช้ซอส: จัดเนื้อใส่จาน "ก่อนรับประทาน" ให้หักถ้วยซอสราดลงบนเนื้อโดยตรง (ไม่ต้องนำซอสไปผัดในกระทะ เพื่อรักษาความหอมของกระเทียม)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
นอกจากสเต็กเนื้อวัวแล้ว ยังสามารถนำไปปรับใช้กับเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย:
• สเต็กหมูหรือไก่: เพิ่มความหอมกรุ่นให้เนื้อขาว
• ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon): ราดบนเนื้อผัดหัวหอมทานกับข้าวสวยร้อนๆ
• แฮมเบิร์ก (Hamburger Steak): เพิ่มความชุ่มฉ่ำให้เนื้อบดปั้นก้อน
• ผัดผักรวมมิตรกระเทียมโชยุ: ใช้เป็นซอสปรุงรสจานด่วน
การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป
ซุปมิโซะผสมสาหร่ายวากาเมะ จากแบรนด์ ฮิคาริ มิโซะ (Hikari Miso) การทานซุปมิโซะกับอาหารญี่ปุ่นนั้นถือเป็นของคู่กัน นี่คือวิธีที่คุณจะได้ลิ้มรสซุปมิโซะที่ดีที่สุด ทั้งสะดวก ง่าย และรวดเร็ว ซองเล็กพกติดตัวได้ ในแพ็คจะมีทั้งหมด 12 ซอง สำหรับการทาน 12 ที่
วิธีทำ
1. เทมิโซะลงในถ้วยซุป
2. เติมน้ำร้อนประมาณ 160 มล. คนให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ
สำหรับคนรักอาหารรสจัดจ้านและหลงใหลในความท้าทาย "นิสชิน รสเอ็กซ์ตรีมไก่เผ็ด (แบบแห้ง)" คือคำตอบที่จะมาปลุกต่อมรับรสของคุณให้ตื่นตัว ผลิตภัณฑ์นี้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสไตล์แห้งรสเผ็ดร้อน โดยชูจุดเด่นด้วยการใช้พริกปีศาจ (Ghost Pepper) มาช่วยยกระดับความเผ็ดให้ถึงขีดสุดแบบคูณสอง
ความพิเศษไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ความเผ็ดร้อนเท่านั้น แต่ตัวเส้นบะหมี่ของนิสชินยังถูกพัฒนาให้มีความหนาเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ เมื่อนำไปต้มในเวลาที่เหมาะสม เส้นจะสามารถดูดซับน้ำซอสไก่เผ็ดรสชาติเข้มข้นได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ทุกคำที่ทานได้รับรสชาติที่กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศ และเผ็ดซี้ดสะใจอย่างเท่าเทียม เหมาะมากสำหรับเป็นเมนูคลายเครียดในวันลุย ๆ หรือจะพกติดตัวไปแคมปิ้ง เพิ่มสีสันให้มื้ออาหารกับกลุ่มเพื่อนก็สนุกไม่แพ้กัน
วิธีการทำ (แบบแห้ง)
• ต้มเส้น: นำบะหมี่ใส่ลงในน้ำเดือดปริมาณ 400 มล. ต้มทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อให้เส้นเหนียวนุ่มได้ที่
• เทน้ำออก: เทน้ำร้อนออก โดยเหลือส่วนที่เป็นน้ำไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ (เพื่อช่วยให้คลุกซอสได้ง่ายและไม่แห้ง)
• คลุกเคล้า: ใส่ผงปรุงรสและน้ำมันซอสไก่เผ็ดที่ให้มาในซอง คลุกเคล้าให้เข้ากันดี พร้อมเสิร์ฟความอร่อย
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการทำสเต็กกินเองที่บ้าน แต่เบื่อปัญหาซอสขวดใหญ่ที่เปิดแล้วใช้ไม่หมดจนเสียรสชาติ เอบาระ ซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวไชเท้า คือคำตอบที่คุณตามหา ด้วยแนวคิด "Freshness in every pod" หรือความสดใหม่ในทุกถ้วย ทำให้ซอสตัวนี้โดดเด่นกว่าใคร รสชาติ ซอสโชยุสไตล์ญี่ปุ่น ที่ผสมกับหัวไชเท้าขูดละเอียด เมื่อราดลงบนเนื้อที่ร้อนๆ กลิ่นหอมของโชยุและมิรินจะพุ่งขึ้นมาทันที ความเปรี้ยวเบาๆ จากน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลและน้ำส้มโอ ช่วยชูรสหวานของเนื้อให้เด่นชัดขึ้น เป็นรสชาติแบบ "วากิวสไตล์" ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมกันมากที่สุด นอกจากจะใช้ราดสเต็กแล้ว ยังประยุกต์เป็นน้ำจิ้มเนื้อย่าง หรือราดปลาย่างก็อร่อยไม่แพ้กัน พกพาสะดวก จะไปแคมป์ปิ้ง หรือจัดปาร์ตี้สเต็กที่คอนโด ก็สะดวกสบายไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ นี่คือไอเทมลับที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษในพริบตา
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• แฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่น (Wafu Hambagu) วางใบชิโซะหรือวางไชเท้าขูดเพิ่มด้านบน แล้วราดด้วยซอส 1 ถ้วย ความเปรี้ยวหวานของซอสจะช่วยลดความมันของเนื้อบดได้ดีมาก
• สลัดหมูชาบู (Pork Shabu Salad) ใช้ซอสราดเป็นน้ำสลัดได้เลย รสชาติจะเบากว่าน้ำสลัดครีม เหมาะสำหรับคนที่คุมน้ำหนัก
• ปลาซาบะหรือปลาแซลมอนย่างเกลือ ราดซอสลงไปข้างๆ หรือราดบนตัวปลา รสเปรี้ยวจากน้ำส้มโอในซอสจะช่วยดับคาวปลาและชูรสหวานของเนื้อปลาได้ยอดเยี่ยม
• เต้าหู้เย็นทรงเครื่อง (Hiyayakko) ราดซอสลงไปแทนโชยุธรรมดา เนื้อไชเท้าในซอสจะเข้าไปเกาะกับตัวเต้าหู้ ทำให้ได้รสสัมผัสที่เข้มข้นกว่าเดิม
• ข้าวหน้าเนื้อย่าง (Gyudon Style) ราดซอสลงไปคลุกกับเนื้อขณะอยู่ในกระทะแป๊บเดียว หรือราดสดๆ บนข้าว รสชาติโชยุและกลิ่นหอมของหัวหอมในซอสจะซึมเข้าเนื้อ
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นความท้าทายสุดซี้ด! ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประเภทเส้นเมนูแห้งชั้นเลิศ ที่มาพร้อมกับเส้นบะหมี่หนานุ่ม หนึบหนับตามตำรับนิสชิน คลุกเคล้าเข้ากันได้อย่างดีเยี่ยมกับซอสไก่เผ็ดเกาหลีสูตรเข้มข้น รสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศโชยเตะจมูกตั้งแต่คำแรกที่คลุก ตัวซอสสีแดงเข้มเคลือบเส้นแบบเน้นๆ ทุกคำที่เคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มเด้งและความแซ่บซี๊ดจนหยุดไม่ได้ อร่อยง่าย สะดวกสุดๆ ในรูปแบบถ้วยคัพพกพา จะมื้อด่วน มื้อดึก หรือจัดปาร์ตี้ท้าความเผ็ดกับกลุ่มเพื่อนก็ฟินได้ทุกที่ เพียงเติมน้ำร้อน 3-4 นาที เทน้ำออก แล้วเทซอสคลุกเคล้าก็พร้อมทานทันที! ยิ่งเพิ่มท็อปปิ้งด้วยชีสเยิ้มๆ ไข่ต้มยางมะตูม หรือทานแกล้มกับกิมจิกรอบๆ บอกเลยว่าอร่อยยกระดับความฟินเหมือนบินไปกินที่กรุงโซล สายกินเส้นและสาวก K-Food ต้องมีติดบ้านไว้แล้ว
ขั้นตอนการทำ
1. ต้มเส้น: ต้มน้ำให้เดือดจัด จากนั้นนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที
2. รินน้ำออก: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รินน้ำออกจนแห้งสนิท แนะนำให้เหลือเนื้อน้ำไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
เพื่อให้คลุกเคล้าซอสได้ง่ายขึ้น ซอสจะเคลือบเส้นได้ฉ่ำวาว ไม่แห้งติดกันเกินไป
3. คลุกเคล้าซอส: ฉีกซองเครื่องปรุงรสใส่ลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันกับเส้นจนทั่ว
4. พร้อมเสิร์ฟ: จัดใส่จาน พร้อมฟินกับความเผ็ดซี๊ดระดับพรีเมียม
สัมผัสความหอมละมุนอย่างลงตัวไปกับ "ชาเก็นไมฉะผสานมัทฉะ" จากแบรนด์ ฮาราดะ
ดื่มด่ำไปกับความหอมละมุนของ ‘เก็นไมฉะ ผสานมัทฉะ’ ชาเขียวเบลนด์พิเศษจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่ผสมผสานความสดชื่นของมัทฉะพรีเมียมเข้ากับความหอมกรุ่นของข้าวคั่วอย่างลงตัว พร้อมทั้งรังสรรค์ความกลมกล่อมจากใบชายาบุกิตะ (Yabukita) สายพันธุ์ยอดนิยมของญี่ปุ่น เกิดเป็นชาเขียวกลิ่นละมุนทำให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้ดื่ม
ยาบูกิตะ (Yabukita) เป็นชาสายพันธุ์ยอดนิยมและปลูกมากที่สุดในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมอ่อนละมุนและรสชาติที่สมดุล จนได้รับการยกย่องให้เป็น “มาตรฐานแห่งชาเขียวญี่ปุ่น”
วิธีชงแบบร้อน:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบเย็น:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เติมน้ำเย็น 120 มล. แช่ไว้ประมาณ 3 นาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
อร่อยกลมกล่อมกับซุปหม้อไฟ "โยเซนาเบะ" รสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
น้ำซุปหม้อไฟรสปลาคัตสึโอะ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) ความพิเศษของ "โยเซนาเบะ" คือน้ำซุปเบสโชยุที่ให้ความกลมกล่อม เหมาะสำหรับเครื่องหม้อไฟทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และผักสด น้ำซุปหม้อไฟรสชาตินี้ความอร่อยไม่ได้มาจากปลาโอแห้ง (Katsuo) เพียงอย่างเดียว แต่ยังผสานความหอมอูมามิจากสาหร่ายคอมบุ จนได้รสชาติกลมกล่อมและกลิ่นหอมสไตล์ญี่ปุ่นอย่างลงตัว
มาพร้อมนวัตกรรม “ปุจิโตะ” แคปซูลน้ำซุปขนาดจิ๋ว ใช้งานสะดวก แค่ใช้ในปริมาณที่ต้องการ (1 ถุง มี 6 แคปซูล) ช่วยให้ทำหม้อไฟได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำซุปเหลือทิ้งค่ะ
วิธีทำหม้อไฟ (Yose Nabe)
• เปิดแคปซูลจิ๋ว 2 ถ้วย และน้ำ 300 มล. ลงในหม้อ
• ใส่วัตถุดิบต่างๆ แล้วต้มให้สุก เมื่อวัตถุดิบสุกแล้ว พร้อมรับประทานค่ะ
อร่อยกลมกล่อมกับซุปหม้อไฟรสไก่ อูมามิสไตล์ญี่ปุ่น
น้ำซุปหม้อไฟรสไก่ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) ซุปไก่เคี่ยวรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ผสานความหอมอูมามิจากปลาโอและสาหร่ายคอมบุอย่างลงตัว จนได้น้ำซุปสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่หอมอร่อยและกลมกล่อมในทุกคำ
มาพร้อมนวัตกรรม “ปุจิโตะ” แคปซูลน้ำซุปขนาดจิ๋ว ใช้งานสะดวก แค่ใช้ในปริมาณที่ต้องการ (1 ถุง มี 6 แคปซูล) ช่วยให้ทำหม้อไฟได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำซุปเหลือทิ้งค่ะ
วิธีทำหม้อไฟ (สำหรับ 2 ที่)
• เปิดแคปซูลจิ๋ว 2 ถ้วย และน้ำ 300 มล. ลงในหม้อ
• ใส่วัตถุดิบต่างๆ แล้วต้มให้สุก เมื่อวัตถุดิบสุกแล้ว พร้อมรับประทานค่ะ
แค่เปิดซองก็ได้กลิ่นหอมเครื่องเทศหม่าล่าลอยมาเตะจมูก เมื่อคลุกซอสเข้ากับเส้นร้อน ๆ จนทั่วทุกเส้น จะได้รสชาติเข้มข้น เผ็ดร้อนกำลังดี พร้อมความชาปลายลิ้นอันเป็นเอกลักษณ์ของหม่าล่า ยิ่งเติมหมูสไลซ์ ไข่ออนเซ็น หรือผักสดเพิ่มเข้าไป ยิ่งอร่อยเหมือนนั่งกินอยู่ในร้านดังเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวัน มื้อดึก หรือช่วงเวลาที่อยากหาอะไรแซ่บ ๆ กินสักมื้อ นิสชิน รสหม่าล่า แบบแห้ง ก็พร้อมตอบโจทย์ความอร่อยแบบรวดเร็วทันใจทุกเวลา
ขั้นตอนการปรุง (สูตรแห้งเข้มข้น)
1. ต้มเส้น: ตั้งน้ำให้เดือดจัด ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 3 นาที
(หากชอบเส้นหนึบสู้ฟัน แนะนำต้ม 2.30 นาที เพราะเส้นจะระอุต่อตอนคลุกซอส)
2. รินน้ำออก: เทน้ำออกให้แห้งสนิท (แนะนำให้เหลือเนื้อน้ำขลุกขลิกไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
เพื่อช่วยให้ผงปรุงรส) และน้ำมันซอสหม่าล่าละลายเคลือบเส้นได้เนียนฉ่ำ ไม่จับตัวเป็นก้อน
3. คลุกซอสซี้ด: ใส่ผงปรุงรสและน้ำมันหม่าล่าที่ให้มาในซอง คลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นอย่างรวดเร็ว
ขณะที่เส้นยังร้อนๆ เพื่อให้กลิ่นเครื่องเทศเสฉวนโชยหอมเตะจมูก
สายเผ็ด สายชีส เตรียมฟินให้สุดกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่รวมความเผ็ดร้อนสไตล์เกาหลีและความหอมมันของชีสไว้ในชามเดียวอย่างลงตัว เพียงต้มเส้นแล้วคลุกกับซอส ก็ได้สัมผัสเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มที่เคลือบด้วยซอสไก่เผ็ดรสเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศสไตล์เกาหลี ช่วยปลุกความอยากอาหารได้ตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง ก่อนจะตามมาด้วยความนัวร์ละมุนของชีสที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ยิ่งกินยิ่งเพลิน เพราะทุกคำเต็มไปด้วยความเผ็ดกำลังดี ผสานความหอมมันแบบพอดี ไม่เผ็ดจนเกินไป และไม่เลี่ยนจนเกินเหตุ กลายเป็นรสชาติที่ลงตัวจนอยากคีบต่อแบบไม่รู้ตัว เพิ่มความอร่อยได้อีกขั้นด้วยไข่ออนเซ็น ไข่ดาวเยิ้ม ๆ ชีสยืด หรือไก่ทอดกรอบสไตล์เกาหลี รับรองว่าฟินเหมือนได้นั่งกินร้านดังโดยไม่ต้องออกจากบ้าน เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน มื้อเย็น หรือมื้อดึกยามหิวก็อร่อยสะใจทุกเวลา
วิธีทาน "บะหมี่แบบแห้ง" มีขั้นตอนง่ายๆ 3 ขั้นตอน
• เปิดฝาพับแกะซองเครื่องปรุงและซอสออก เติมน้ำร้อนให้ถึงเส้นขอบภายในถ้วย ปิดฝารอประมาณ 3-5 นาที
• เปิดช่องระบายน้ำที่ฝาเพื่อเทน้ำร้อนออกให้หมด
• ฉีกซองเครื่องปรุงรสไก่เผ็ดและผงชีสลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นในขณะที่ยังร้อนอยู่ พร้อมรับประทานทันที
เหนื่อยๆหรือหิวดึกๆ ต้องเยียวยาด้วยนิสชินรสซุปเกาหลี ฮอตแอนด์สไปซี่ ซองนี้เท่านั้น! ทันทีที่ฉีกซอง กลิ่นหอมกรุ่นของพริกเกาหลีและเครื่องเทศสูตรลับก็โชยมาแตะจมูกชวนน้ำลายสอ ทีเด็ดอยู่ที่ เส้นบะหมี่สีเหลืองทอง หนานุ่ม เหนียวหนึบหนับ สไตล์เกาหลีแท้ๆ ยิ่งตอนต้มในน้ำซุปสีแดงเข้มข้น ควันร้อนๆ โชยฟุ้ง บอกเลยว่าใจสั่น! เมื่อสูดเส้นฉ่ำซุปเข้าปาก สัมผัสแรกคือความเหนียวนุ่มสู้ฟัน ตามด้วยรสชาติซุปเผ็ดร้อนกำลังดี กลมกล่อม เข้มข้น ซดร้อนๆ โล่งคอ อยากฟินขั้นสุดลองตอกไข่เยิ้มๆ วางชีสแผ่นหนา หรือแกล้มกิมจิกรอบๆ ยกร้านหม้อไฟเกาหลีพรีเมียมมาไว้ที่บ้านคุณ อร่อยจัดเต็มจนหยดสุดท้าย แซ่บถึงใจจนหยุดกินไม่ได้จริงๆ
วิธีทำง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน
1. ต้มน้ำให้เดือด: ตั้งน้ำสะอาดประมาณ 400 มล. ให้เดือดพล่าน
2. ต้มเส้นให้หนึบ: ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 3-4 นาที
(เคล็ดลับ: ใช้ตะเกียบคีบเส้นยกขึ้นมาสัมผัสอากาศบ่อยๆ จะช่วยให้เส้นเหนียวนุ่ม เด้งสู้ฟันยิ่งขึ้น)
3. ใส่เครื่องปรุง: เทผงซุปเกาหลีฮอตแอนด์สไปซี่ลงไป คนให้เข้ากันจนละลาย ปิดไฟพร้อมยกเสิร์ฟ
อร่อยกลมกล่อมกับซุปหม้อไฟรสกิมจิ ในแบบสไตล์ญี่ปุ่น
น้ำซุปหม้อไฟรสกิมจิ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) มีเบสรสชาติจากโกชูจัง กระเทียม และน้ำมันงา เสริมความกลมกล่อมด้วยสารสกัดจากอาหารทะเลและปลาโอแห้ง ทำให้ซุปมีรสเค็ม เผ็ด และอมเปรี้ยวเล็กน้อยอย่างลงตัว นอกจากทำซุปกิมจิแล้ว ยังสามารถเอาไปประยุกต์ทำเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย เช่น ข้าวผัดกิมจิ อุด้งผัดกิมจิ หรือจะใช้เป็นเบสทำซุปกิวด้ง (ข้าวหน้าเนื้อ) รสเผ็ดก็เข้ากันได้ดีมากค่ะ
มาพร้อมนวัตกรรม “ปุจิโตะ” แคปซูลน้ำซุปขนาดจิ๋ว ใช้งานสะดวก แค่ใช้ในปริมาณที่ต้องการ (1 ถุง มี 6 แคปซูล) ช่วยให้ทำหม้อไฟได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำซุปเหลือทิ้งค่ะ
วิธีทำหม้อไฟ (สำหรับ 2 ที่)
• เปิดแคปซูลจิ๋ว 2 ถ้วย และน้ำ 300 มล. ลงในหม้อ
• ใส่วัตถุดิบต่างๆ แล้วต้มให้สุก เมื่อวัตถุดิบสุกแล้ว พร้อมรับประทานค่ะ
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นความท้าทายสุดซี้ด! ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประเภทเส้นเมนูแห้งชั้นเลิศ ที่มาพร้อมกับเส้นบะหมี่หนานุ่ม หนึบหนับตามตำรับนิสชิน คลุกเคล้าเข้ากันได้อย่างดีเยี่ยมกับซอสไก่เผ็ดเกาหลีสูตรเข้มข้น รสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศโชยเตะจมูกตั้งแต่คำแรกที่คลุก ตัวซอสสีแดงเข้มเคลือบเส้นแบบเน้นๆ ทุกคำที่เคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มเด้งและความแซ่บซี๊ดจนหยุดไม่ได้ อร่อยง่าย สะดวกสุดๆ ในรูปแบบถ้วยคัพพกพา จะมื้อด่วน มื้อดึก หรือจัดปาร์ตี้ท้าความเผ็ดกับกลุ่มเพื่อนก็ฟินได้ทุกที่ เพียงเติมน้ำร้อน 3-4 นาที เทน้ำออก แล้วเทซอสคลุกเคล้าก็พร้อมทานทันที! ยิ่งเพิ่มท็อปปิ้งด้วยชีสเยิ้มๆ ไข่ต้มยางมะตูม หรือทานแกล้มกับกิมจิกรอบๆ บอกเลยว่าอร่อยยกระดับความฟินเหมือนบินไปกินที่กรุงโซล สายกินเส้นและสาวก K-Food ต้องมีติดบ้านไว้แล้ว
วิธีทานง่าย 3 ขั้นตอน
• เติมน้ำร้อนจนถึงระดับเส้นขอบด้านในถ้วย ปิดฝารอประมาณ 3-4 นาที เพื่อให้เส้นเหนียวนุ่มได้ที่
• เปิดช่องรินน้ำบนฝา เพื่อเทน้ำร้อนออกให้หมด
• ฉีกซองซอสไก่เผ็ดเกาหลีและเครื่องปรุงเทลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันดี พร้อมทานทันที
ถ้าพูดถึงราเมงสายเข้มข้น ต้องยกให้สไตล์โยโกฮาม่า หรือที่เรียกว่า “อิเอะเค” จุดเด่นคือการรวมความหอมมันของซุปกระดูกหมูเข้ากับความเค็มกลมกล่อมของโชยุ กลายเป็นน้ำซุปที่มีมิติ รสลึก ซดแล้วหยุดยาก มารุจัง ราเมงกึ่งสำเร็จรูป รสซุปกระดูกหมู(ผสมโชยุ) สไตล์โยโกฮาม่า ถ่ายทอดเอกลักษณ์นั้นมาในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูปที่ยังคงความหนักแน่นของรสชาติ เส้นมีความเหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน เข้ากับซุปที่เคี่ยวมาอย่างเข้มข้น ความพิเศษอยู่ที่ความบาลานซ์ ไม่เค็มโดด ไม่มันเลี่ยน แต่มีความกลมกล่อมแบบราเมงร้านดังในญี่ปุ่น เพิ่มท็อปปิ้งอย่างหมูชาชู ไข่ต้มยางมะตูม สาหร่าย หรือผักโขม ก็ยกระดับเป็นเมนูพรีเมียมได้ทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ฟีล “ราเมงร้านดัง” แต่เวลาจำกัด หรืออยากสต็อกของดีติดบ้านไว้ เวลาหิวเมื่อไหร่ก็จัดได้เลย ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องแต่งตัว แค่ต้มน้ำก็พร้อมฟิน
วิธีการทำ
• เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด ควรทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ:
• ต้มน้ำประมาณ 500 มล. ให้เดือด
• ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 5 นาที (หรือตามความชอบของระดับความนุ่มเส้น) ระหว่างต้มให้คอยคนเส้นเบาๆ
• เตรียมซุปโดยการเทเครื่องปรุงลงในชามรอไว้
• เมื่อเส้นได้ที่ ให้เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเพื่อละลายเครื่องปรุงก่อน แล้วจึงใส่เส้นตามลงไป
Tips: เติมหมูชาชู ผักโขมลวก และสาหร่ายแผ่น เพื่อความอร่อยแบบอูมามิ
ถ้าคุณกำลังมองหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ให้รสชาติเข้มข้นกว่าที่เคยลองมา นี่คือเมนูที่สายเผ็ดไม่ควรพลาด! มาพร้อมความเผ็ดร้อนจัดจ้าน ผสานกลิ่นหอมและรสชาติของล็อบสเตอร์ได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกเหมือนได้ลิ้มลองเมนูซีฟู้ดสุดพรีเมียมในรูปแบบที่สะดวกและรับประทานง่าย เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน เคลือบด้วยซอสฮอตชิลลี่รสเข้มข้นทั่วทุกเส้น ให้รสชาติที่ทั้งเผ็ด หอม กลมกล่อม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยิ่งรับประทานตอนร้อนๆ ยิ่งอร่อยถึงใจ เหมาะทั้งสำหรับมื้อเร่งด่วน มื้อดึก หรือวันที่อยากเติมความแซ่บให้กับวันธรรมดา เพียงไม่กี่นาทีก็ได้อิ่มอร่อยกับรสชาติระดับพรีเมียมที่ทั้งเข้มข้นและสะใจ เหมาะสำหรับคนที่ชอบลองรสชาติใหม่ๆ และหลงใหลในความเผ็ดแบบจัดเต็ม
ขั้นตอนการทำ
1. ต้มเส้น: ต้มน้ำให้เดือดจัด จากนั้นนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที
2. รินน้ำออก: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รินน้ำออกจนแห้งสนิท แนะนำให้เหลือเนื้อน้ำไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
เพื่อให้คลุกเคล้าซอสได้ง่ายขึ้น ซอสจะเคลือบเส้นได้ฉ่ำวาว ไม่แห้งติดกันเกินไป
3. คลุกเคล้าซอส: ฉีกซองเครื่องปรุงรสฮอต ชิลลี่ ล็อบสเตอร์ ใส่ลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันกับเส้นจนทั่ว
กลิ่นหอมของล็อบสเตอร์จะโชยขึ้นมาทันที
4. พร้อมเสิร์ฟ: จัดใส่จาน พร้อมฟินกับความเผ็ดซี๊ดระดับพรีเมียม
นิสชิน รสอิปปุโดะ อากะมารุ ทงคตสึ ราเมน
สัมผัสความอร่อยแบบฉบับอิปปุโดะกับซุปทงคตสึ เพิ่มความแตกต่างด้วยความหอมจากน้ำมันกระเทียมสไตล์ญี่ปุ่นสูตรพิเศษ เข้ากันได้ดีกับรสชาติเผ็ดเล็กน้อยและบะหมี่เส้นเล็กเหนียวนุ่มตามสไตล์ของทางร้าน พร้อมเครื่องแน่นเต็มคัพ
วิธีรับประทาน
• เปิดฝา ลอกฝาถ้วยออกบางส่วนตามรอยประ
• ติมน้ำร้อนลงในถ้วยให้ถึงระดับเส้นขอบที่ระบุไว้ภายในถ้วย
• ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที เพื่อให้เส้นนุ่มและพร้อมรับประทาน
• หลังจากครบ 3 นาที ให้ฉีกซองเครื่องปรุง แล้วเทลงไปคนให้เข้ากันก่อนรับประทาน
** ห้ามนำเข้าไมโครเวฟ **
สายเผ็ด สายชีส เตรียมฟินให้สุดกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่รวมความเผ็ดร้อนสไตล์เกาหลีและความหอมมันของชีสไว้ในชามเดียวอย่างลงตัว เพียงต้มเส้นแล้วคลุกกับซอส ก็ได้สัมผัสเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มที่เคลือบด้วยซอสไก่เผ็ดรสเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศสไตล์เกาหลี ช่วยปลุกความอยากอาหารได้ตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง ก่อนจะตามมาด้วยความนัวร์ละมุนของชีสที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ยิ่งกินยิ่งเพลิน เพราะทุกคำเต็มไปด้วยความเผ็ดกำลังดี ผสานความหอมมันแบบพอดี ไม่เผ็ดจนเกินไป และไม่เลี่ยนจนเกินเหตุ กลายเป็นรสชาติที่ลงตัวจนอยากคีบต่อแบบไม่รู้ตัว เพิ่มความอร่อยได้อีกขั้นด้วยไข่ออนเซ็น ไข่ดาวเยิ้ม ๆ ชีสยืด หรือไก่ทอดกรอบสไตล์เกาหลี รับรองว่าฟินเหมือนได้นั่งกินร้านดังโดยไม่ต้องออกจากบ้าน เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน มื้อเย็น หรือมื้อดึกยามหิวก็อร่อยสะใจทุกเวลา
ขั้นตอนการทำ (สูตรแห้งเข้มข้น)
• ต้มเส้น: ต้มน้ำสะอาดประมาณ 400-500 มล. ให้เดือดจัด จากนั้นนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที (สามารถปรับเวลาได้ตามความชอบว่าชอบเส้นนุ่มระดับไหน)
• รินน้ำออก: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รินน้ำออก แต่ห้ามรินออกจนแห้งสนิท แนะนำให้เหลือน้ำขลุกขลิกไว้ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ เพื่อช่วยให้ผงปรุงรสและชีสละลายเคลือบเส้นได้เนียนนุ่ม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• คลุกเคล้าความอร่อย: ใส่ผงปรุงรสไก่เผ็ดและผงชีสลงไป จากนั้นคนคลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นอย่างรวดเร็วในขณะที่เส้นยังร้อน ๆ
ทริคอัปเกรดความฟิน (สูตรเด็กหอสูตรพรีเมียม)
• สายชีสเลิฟเวอร์: หลังจากคลุกซอสเสร็จแล้ว ให้วาง ชีสแผ่น หรือโรย มอสซาเรลล่าชีส ไว้ด้านบน แล้วนำเข้าไมโครเวฟไฟกลางประมาณ 30 วินาที ให้ชีสเยิ้มละลาย คลุกแล้วยืดสะใจมาก
• เพิ่มท็อปปิ้ง: แนะนำให้ทานคู่กับ ไข่ลวก/ไข่ต้มยางมะตูม, ไส้กรอก, ไก่ป็อป หรือสาหร่ายแผ่นอบกรอบ จะช่วยตัดรสเผ็ดและเพิ่มสารอาหารให้อิ่มอร่อยยิ่งขึ้น!